

อนุบาล
อนุบาลARUNzz wrote:ไปเที่ยวกะเพื่อนๆไงฮะ
ดูหนัง ร้องเกะ ทานข้าว บลาๆๆ
ในที่สุดคนเคียงข้างเรากะคือเพื่อนและครอบครัวฮะ

อนุบาล
อนุบาล

ปริญญาตรี
ประถมLance wrote:ผมชอบวิธีของเจ้าของกระทู้นะ
อย่างน้อยก็ทำให้เราได้หยุดคิดแต่ไม่ได้หมกมุ่นเก็บตัวอยู่คนเดียว
เป็นการออกไปทำความเข้าใจโลกที่มันหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา
ออกแนวปลงอย่างสร้างสรรค์ อิอิ

อนุบาล
ปริญญาโท
มัธยม
ประถม
มัธยมBonbon wrote:ก็ยังหายใจด้วยจมูกตัวเองได้ จะไปแคร์ทำไม![]()

ประถม
) แล้วก็ต้องนั่งฟังมันเฟ้อหาเมียมันอย่างโน้นอย่างนี้ กว่าจะเมา พอเมาก็เป็นผมที่ต้องลากมันกลับห้องอีก
ไม่รู้เมื่อไหร่มันจะทำใจได้ อยากบอกว่า กรุเหนื่อยกับการไปนั่ง(ดูมรึงแดรกเหล้าแล้วน่ะโว้ย
)
อนุบาล
มัธยมRed13th wrote:อยากได้หนักขนาดไหนครับ
กินข้าวไม่ลงแล้วก็ร้องไห้ตลอด 1 เดือน ทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงสอบ
หนักพอไหมครับ

อนุบาล
มัธยม
ปริญญาตรี
มัธยม
ปริญญาตรีkenichiro69 wrote:Lance wrote:ผมชอบวิธีของเจ้าของกระทู้นะ
อย่างน้อยก็ทำให้เราได้หยุดคิดแต่ไม่ได้หมกมุ่นเก็บตัวอยู่คนเดียว
เป็นการออกไปทำความเข้าใจโลกที่มันหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา
ออกแนวปลงอย่างสร้างสรรค์ อิอิ
ไม่ได้ปลงนะครับแต่เป็นการออกไปมองหาสิ่งใหม่(แฟนใหม่) มีคนเคยบอกว่าเวลาอกหักกามเทพมักจะส่งอีกคนมาให้เสมอ



ปริญญาตรี

ปริญญาตรี
ล้อเล่นๆ


Site Admin
อนุบาลTarence wrote:อกหักเป็นยังไงหรอครับล้อเล่นๆ
![]()
ส่วนใหญ่ที่เคยเห็นอารมณ์คล้ายๆกันหลังจากอารมณ์เสียใจคือ
เจ็บใจ แค้นใจกับหลายๆอย่างที่เคยทำร่วมกัน เหมือนคนที่เพิ่งรู้ว่าตัวเองโดนหลอก
อยากให้เค้ารู้สึกเจ็บอย่างที่ตัวเองเจ็บบ้างและมักแสดงออก 2 แบบคือ
ทำร้ายตัวเองแบบประชดชีวิตและหวังให้อดีตแฟนเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป
แต่กว่า 90 % มักจะได้ผลไม่เกิน 5 นาที คือความเสียใจที่อดีตแฟน
มีให้ จะอยู่ราวๆนั้น แล้วก็จางหายไป บางรายอาจถูกมองด้วยความสมเพชด้วยซ้ำ
อีกแบบคือแสดงออกด้วยการทำีร้ายอดีตคนรัก มักจบไม่ค่อยสวยเท่าไหร่
เรื่องแบบนี้แนะนำก็คงไม่มีประโยชน์ เหมือนคนฟังแต่ไม่ได้ยิน
เ้ข้าใจแต่ทำไม่ได้ ต้องแล้วแต่บุญกรรมของแต่ละคนจะสามารถหลุดออกจากบ่วงของความทุกข์ได้
จริงๆก็คงอยู่ที่ประสบการณ์และความเข้มแข็งของจิตใจแต่ละคนด้วย
เขียนแบบหน้าหมั่นไส้เดี๋ยวจะคิดว่าหล่อเลิศเลอเพอเฟค ชนิดจีบทิ้งจีบขว้าง![]()
ความจริงคือประสบการณ์สอนให้เรียนรู้ที่จะแคร์ความรู้สึกตัวเองมากกว่าคนอื่น
ฝึกใจให้เปิดรับสิ่งใหม่ๆมากกว่าที่จะจมอยู่กับอดีต ของเก่าน่าเสียดายก็จริง
แต่ใครจะรู้ สิ่งใหม่ที่ดีกว่าอาจอยู่ข้างหน้าก็ได้ ถึงจะืลืมไม่ได้ แต่ไม่จำเป็นต้อง
เสียทั้งเวลาเสียทั้งสุขภาพไปกับเรื่องแบบนี้ให้มากนัก เมื่อไหร่ที่เราสามารถ
สร้างประสบการณ์ใหม่ที่น่าจดจำได้ ความเศร้าใจก็คงจะเลือนหายไปเอง
สิ่งที่ควรทำที่สุดคือ พยายามกลับมาใช้ชีวิตให้เป็นปกติอีกครั้ง กระตุ้นเตือนตัวเอง
ให้ก้าวไปข้างหน้า ทำชีวิตของเราให้ดีกว่าที่ผ่านมา เพื่อวันนึง
เราจะสามารถหันกลับไปหัวเราะด้วยน้ำเสียงแห่งชัยชนะ
ให้กับเรื่องราวและผู้คนที่เคยทำให้เราผิดหวังและเจ็บช้ำได้
ขออภัยตอบไม่ค่อยตรงคำถามเลย

ปริญญาตรี