SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Travel, Art, Film and Literature
ท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง ไม่อ้างว้างเดินร่วมทางไปด้วยกัน
ผลงานศิลปะทุกแขนง จัดแจงให้พวกเราเข้าชื่นชม
ภาพยนตร์ รวมพลคนคอหนัง
ผลงานวรรณกรรม งานเขียนทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน และ ผู้ชาย

Post02 Jan 2009 08:49

สวัสดีปีไหม่ทุกๆ คนครับ
ตื่นเช้า ไปว่ายน้ามา กลับมานั้งกิน BF/coffee c]h;dHฟังเพลง omio babino caro เพลงจากหนังเก่าเรื่อง A ROOM WITH A VIEW ของ JAmes Ivory. เพลงหวานมากกกก... มึความสุขจัง เลยอยากแบ่งปันครับ
"There are 2 tragedies in the world. One is not gettting what one wants. The other is getting it."
BY Oscar Wilde
User avatar
vivaldianto
ประถม ประถม
Posts: 235
Joined: 30 Dec 2007 19:10
Location: bkk

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน และ ผู้ชาย

Post03 Jan 2009 14:50

:24: เออ.. เออ !! ขอโทษค้าบ ผมหลงเข้ามา แฮ่ะ ๆ :11:
งั้น ขอนั่งฟัง พี่ๆ คุยกันเงียบๆนะค้าบบ เพราะไม่ค่อยรู้เรื่องหนังเท่าไหร่ :31:
@ ความรักเปรียบเสมือนเม็ดทราย @
@ ยิ่งบีบแรงเท่าไหร่ @
@ ทรายก็ยิ่งไหลออกจากมือเร็วขึ้นเท่านั้น @

User avatar
PasSaKorn
ประถม ประถม
Posts: 335
Joined: 31 Dec 2007 15:49

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน และ ผู้ชาย

Post03 Jan 2009 21:05

อ่านที่คุณ vivaldianto เล่าให้ฟังแล้ว รู้สึกดีจังเลยครับ อยากมีวันแบบนั้นบ่อยๆบ้าง :kero:

น้อง PasSaKorn คุยเรื่องหนังไม่ได้ แต่พี่เชื่อว่า คุยเรื่องผู้ชายได้แน่นอน คุยได้เลยครับ สนุกกว่าเรื่องหนังอีก :1:
User avatar
Matt
ประถม ประถม
Posts: 281
Joined: 05 Jan 2008 02:18

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน และ ผู้ชาย

Post03 Jan 2009 21:33

ครับ ช่วงนี้อากาศตอนเช้าๆดีมากๆ พระอาทิตย์ก็ขึ้นช้า อยากให้เป็นแบบนี้นานๆจัง
เมื่อวานหยิบหนัง Romania ที่ได้รางวัล Cannes ปีล่าสุดมาดู เรื่อง "4 Months ,3 weeks and 2 days"
แรกๆก็ อืดๆ ตามstyle Eastern European Film ดูๆ ไป สนุกดี แฮะ ชีวิตมันช่างบัดซบหดหู่จัง หนังแรงๆ แบบนี้ cannes มัก เทใจให้บ่อยๆ
ผมว่าจริงนะครับ ที่เคยมีหนังจีนเรื่องอะไรไม่ทราบ พูดไว้ว่า ในโลกนี้ สิ่งทีว่าร้ายแล้ว ยังไม่ร้ายเท่าใจมนุษยเรา
ใครดูหนังเร่องนี้แล้วมั้งคับ มาshare ความคิดกันหน่อย ยังงงๆ ว่าชื่อหนังสื่ออะไร ไม่เข้าใจ
"There are 2 tragedies in the world. One is not gettting what one wants. The other is getting it."
BY Oscar Wilde
User avatar
vivaldianto
ประถม ประถม
Posts: 235
Joined: 30 Dec 2007 19:10
Location: bkk

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน และ ผู้ชาย

Post04 Jan 2009 21:37

ถ้าหนูเข้าใจไม่ผิด หนูเข้าใจว่าชื่อหนัง 4 MONTHS, 3 WEEKS AND 2 DAYS หมายถึงจำนวนวันที่เพื่อนนางเอกตั้งครรภ์ค่ะ หนูชอบหนังเรื่องนี้มากค่ะ แต่ไม่มากถึงขั้นให้ติดอันดับประจำปีของตัวเอง หนูรู้สึกว่าหนังให้อารมณ์หนักแน่นดีมาก และมีจุดที่แปลกกว่าหนังชิงรางวัลโดยทั่วไปตรงที่หนังเรื่องนี้มีอารมณ์ลุ้นระทึกและตื่นเต้นแทรกอยู่มากพอสมควร แต่มันไม่ใช่หนังที่สะเทือนใจหนูเป็นการส่วนตัวค่ะ
MdS
ประถม ประถม
Posts: 141
Joined: 31 Dec 2007 09:01

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน และ ผู้ชาย

Post04 Jan 2009 22:25

พี่ MdS เข้าใจถูกแล้วครับ เรื่องที่ว่า 4 เดือน 3 สัปดาห์ 2 วัน คือเวลาที่เพื่อนนางเอกตั้งท้อง

ผมก็ชอบหนังเรื่องนี้ในระดับนึงครับ เพียงแต่อาจจะไม่ได้รู้ว่า หนังดีมากขนาดที่สมควรไปคว้าปาล์มทองคำ
(หลังๆยังไม่เจอหนังปาล์มทองคำที่ผมชอบที่สุด เมื่อได้ดูเทียบกับหนังที่เข้าชิงด้วยกันเท่าไหร่)
เทียบกับบรรดาหนังโรมาเนีย ที่ออกมาในระยะใกล้ๆกัน ผมกลับชอบ The Death of Mr. Lazarescu
ที่ Cristi Puiu กำกับ มากกว่าซะอีก (เรื่องนี้ เข้าประกวดสาย Un Certain Regard และคว้ารางวัลไป แต่ไม่ได้เข้าสายหลัก)

ในแง่ความง่ายชัดเจน 4 months อาจจะได้เปรียบกว่า แต่ผมว่า Lazarescu นั้น ท้าทาย กล้าหาญ ผสมผสานหลายๆอย่างได้สนุกกว่า
4 months เอาเข้าจริง ก็มีวิธี"ดีไซน์"รูปแบบการกำกับ ที่เข้าทางหนังรางวัลมากอยู่เหมือนกัน

อยากดู Happy Go Lucky จังเลยครับ!!! :20:
User avatar
Matt
ประถม ประถม
Posts: 281
Joined: 05 Jan 2008 02:18

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน และ ผู้ชาย

Post06 Jan 2009 13:46

จำได้ว่าได้ดู 4 months, 3 weeks and 2 months เมื่อตอนต้นปีครับ และเคยเขียนบันทึกเล็กน้อยๆ ที่กล่าวถึงหนังเรื่องนี้นิดหน่อย จำได้ว่าวันที่ไปดูหนังเรื่องนี้ในวันนั้นเป็นวันที่เหงาสุดๆ เพราะไม่มีอะไรทำเลย เพื่อนๆก็สอบกันหมด ผมก็ทำงาน พอว่างเพื่อนๆก็ไม่ว่างด้วย

"สี่โมงครึ่งออกจากบ้าน ไปดูหนังที่ Art Theatre ถัดจากบ้านไป 2 ไฟแดง วันนี้ไปดูหนังเรื่อง 4 Months, 3 Weeks and 2 Days หนังภาษาโรมาเนีย เป็นหนังชีวิตเกี่ยวกับการทำแท้ง หนังหดหู่มากๆ ถึงมากที่สุด ส่วนตัวไม่มีประสบการณ์อะไรที่ต้องทำให้รับรู้เกี่ยวกับการทำแท้งเลย แต่หนังมีจุดโดนที่นึง ตรงที่เวลาคนเราถลำลึกกับปัญหาอะไรมากๆ มันมักจะชอบทำอะไรโง่ๆ หรือชอบทำอะไรให้เป็นปัญหาไปหมด ฉากที่นางเอก Otilia ชวนแฟนของเธอทะเลาะกันในห้องนอนนั้นเหมือนจริงมากๆ ไม่ชอบนิสัยตอนนั้นของนางเอกเลย อะไรก็ไม่รู้ และฉากที่หดหู่สุดๆคือฉากก้อนนั้นในห้องน้ำ เฮ้อ!!!

ปกติการออกมาดูหนังแบบนี้ ไม่น่าจะทำให้ตัวเองรู้สึกหดหู่แบบนี้เลย แต่คงเป็นเพราะวันนี้เหงามากๆ เหงาสุดๆ โทรหาใครก็ไม่มีใครว่างเลย เฮ้อ!!! เหงาจัง วันนี้เราเป็นอะไรน้า....ช่วงหลังๆ รู้สึกว่าความเข้มแข็งในตัวตนมันหดหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ ความอ่อนแอพุ่งขึ้นทวี ดั่งราคาน้ำมันที่ตอนนี้ทะลุมายืนเหนือ 100 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล เรียบร้อยแล้ว"

ปีที่แล้วหนังเรื่องล่าสุดส่งท้ายปีที่ได้ดู คือ The Curious Case of Benjamin Button ครับ ถึงแม้ว่าหนังจะดีมาก แต่ผมว่าหนังยังไม่โดนสุดๆอย่างที่หวังไว้ครับ จริงๆ ก็คิด ไว้ก่อนดูแล้วครับ ว่าเรื่องนี้อาจจะไม่ได้ชอบมากๆ เหมือน Rachel Getting Married หรือ Happy-Go-Lucky แถมยังมีจุดที่ไม่ชอบอย่างมากๆๆๆๆ ในหนังตั้ง 2 จุด จุดแรกเรื่อง make up อีกจุดเกี่ยวกับนี่ไม่ชอบอย่างแรง รู้สึกไม่สบเหตุสมผลยังไงไม่รู้ (ส่วนหนึ่งของเนื้อเรื่อง) เลยไม่ได้ชอบหนังเรื่องนี้มากมายนัก แต่ Cate สวยมากๆๆๆๆ

ตอนนี้ Let The Right One In กับ The Reader มาฉายแถวบ้านแล้วครับ กะว่าจะแชว๊บไปดูเสียหน่อย นี่ก็ยังไม่ได้ดู Gran Torino เลย ก็ต้องรีบเหมือนกัน

ช่วงนี้โคตรไม่มีอะไรทำสุดๆเลยครับ เลยเข้าโรงหนังบ่อยมากๆ เดือนที่แล้วเลยเป็นเดือนที่ดูหนังในโรงมากที่สุดในชีวิตไปเลย

ปล. เพื่อนผมเพิ่งไป Argentina มาล่ะครับ ผมว่ามันสวยดีและก็น่าตื่นตาตื่นใจมากๆ แต่เพื่อนผมไม่ได้ประทับใจมากมายนัก แปลก ถ้าใครมี trip จะไปเที่ยวแถบ อเมริกาใต้ ชวนผมด้วยนะครับ ใฝ่ฝันๆ
ZM.
ประถม ประถม
Posts: 196
Joined: 31 Dec 2007 11:34

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน และ ผู้ชาย

Post06 Jan 2009 19:04

ขอบคุณ ZM ที่แบ่งปันบันทึกชีวิตให้พวกเราได้อ่านกันนะครับ
นึกออกเลยว่า อารมณ์เหงาๆตอนอยู่เมืองนอกมันเป็นยังไง กระซิกๆ

พูดถึง 4 months แล้วก็ชอบฉากนางเอกปะทะคารมณ์กับแฟนในห้องเหมือนกัน
เป็นฉากที่ดู"สนุก"ดี สงสัยผมโรคจิต แล้วมันก็โยงถึงชีวิตจริงได้ดีอย่างที่ ZM ว่า
ตลกตอนที่ยัยป้าคุณแม่เอาของมาให้กิน :greez:

น่าอิจฉาเพื่อนจังเลย ได้ไปอาเจนติน่าด้วย ไม่รู้ได้ไปยืนร้องเพลงตรงระเบียงด้วยป่าวครับ ?
แล้วได้ไปบาร์ใน Happy Together ด้วยป่าว?
User avatar
Matt
ประถม ประถม
Posts: 281
Joined: 05 Jan 2008 02:18

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน และ ผู้ชาย

Post06 Jan 2009 22:47

ตอบน้อง MATT

ยังไม่ได้ดู THE DEATH OF MR. LAZARESCU เลยจ้ะ แต่ท่าทางหนังเรื่องนี้จะน่าดูมากๆ หนังโรมาเนียรุ่นใหม่อีกเรื่องหนึ่งที่พี่ชอบมากก็คือ 12:08 EAST OF BUCHAREST (2006, Corneliu Poromboiu, A+) พี่ตัดสินไม่ได้เหมือนกันว่าระหว่างหนังเรื่องนี้กับ 4 MONTHS, 3 WEEKS AND 2 DAYS พี่ชอบอะไรมากกว่ากัน


ตอบน้อง ZM

หวังว่าน้องคงจะชอบ LET THE RIGHT ONE IN นะคะ พี่ชอบหนังเรื่องนี้มากเหมือนกันค่ะ พี่รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มีบรรยากาศที่ขลังและน่ากลัวดี เพราะหนังแวมไพร์ช่วงหลังๆที่ได้ดู ไม่ใช่หนังที่ทำให้รู้สึกกลัวมากเท่าไหร่ ส่วนอันดับหนังแวมไพร์ที่ดูแล้วกลัวที่สุดในชีวิตยังคงเป็น SALEM’S LOT (ซึ่งจริงๆแล้วเป็นมินิซีรีส์)

อย่างไรก็ดี ความเห็นของพี่ที่มีต่อ LET THE RIGHT ONE IN อาจจะแตกต่างไปจากความเห็นของเพื่อนๆบางคน เพราะเพื่อนบางคนชอบความโรแมนติกของหนังเรื่องนี้ แต่พี่ไม่ได้รู้สึกอินไปกับความโรแมนติกของหนังเรื่องนี้ ส่วนเพื่อนบางคนก็ไม่ได้รู้สึกกลัวแวมไพร์ในหนังเรื่องนี้ เพราะคนดูส่วนใหญ่อาจจะ identify ตัวเองกับพระเอกของเรื่อง ซึ่งไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายจากแวมไพร์แต่อย่างใด แต่พี่ดูแล้วรู้สึกกลัวแวมไพร์ในหนังเรื่องนี้มาก เพราะพี่ไม่ได้ identify ตัวเองกับพระเอกของเรื่อง แต่ identify ตัวเองกับตัวละครประกอบของเรื่องมากกว่า คือขณะที่พี่ดูหนังเรื่องนี้ พี่จินตนาการว่าตัวเองเป็นคนเดินถนนธรรมดาๆที่อาจตกเป็นเหยื่อแวมไพร์ได้ทุกเมื่อ แทนที่จะจินตนาการว่าตัวเองเป็นพระเอกของเรื่อง

ไม่รู้ว่ามีเพื่อนๆคนไหนที่เคยมีประสบการณ์ดูหนังอย่างนี้บ้าง นั่นคือการ identify ตัวเองกับตัวละครประกอบมากกว่าตัวละครหลัก ส่วนตัวดิฉันเองนั้น มักจะรู้สึกอย่างนี้บ่อยๆ เพราะหนังหลายๆเรื่องมีตัวละครพระเอก/นางเอกที่ดิฉันไม่สามารถ identify ตัวเองด้วยได้

แต่หนังบางเรื่องที่ดิฉันสามารถ IDENTIFY ตัวเองกับตัวละครนางเอกได้ ก็จะกลายเป็นหนังที่ดิฉันชอบมากๆ ถึงแม้หนังเรื่องนั้นๆอาจจะไม่ได้มีคุณค่าทางศิลปะมากนักก็ตาม ตัวอย่างหนึ่งก็คือหนังเรื่อง MONKEYS IN WINTER (2006, Milena Andonova, Bulgaria, A+) ซึ่งเล่าเรื่องราวชีวิตบัดซบของสาวสามคนที่อาศัยอยู่ในบัลแกเรียในต่างยุคสมัยกัน คนหนึ่งอาศัยอยู่ในยุค 1960, อีกคนอยู่ในยุค 1980 และอีกคนอยู่ในยุค 2000 โดยตัวดิฉันนั้นรู้สึกผูกพันกับนางเอกในยุค 1960 กับ 1980 มากพอสมควร

ตัวละครนางเอก 2 คนแรกใน MONKEYS IN WINTER เป็นตัวละครที่เผชิญปัญหาชีวิตโดยที่ดิฉันรู้สึกว่าพวกเธอไม่ได้ทำผิดแต่อย่างใด ตัวละครสองตัวนี้อาจจะตัดสินใจผิดพลาดในชีวิต แต่เป็นความผิดพลาดเพราะพวกเธอไม่รู้อนาคตล่วงหน้า (ว่าถ้าหากเลือกทางเดินแบบนี้ แล้วจะเจอความซวยในอนาคต) ไม่ใช่เป็นเพราะว่าพวกเธอตัดสินใจอย่างโง่ๆ ดิฉันก็เลยรู้สึกสงสารตัวละครสองตัวนี้มาก เพราะดิฉันคิดว่าถ้าหากดิฉันตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับพวกเธอ ดิฉันก็อาจจะเลือกทางเดินชีวิตผิดพลาดเหมือนพวกเธอเช่นกัน ก็คนเราไม่รู้อนาคตนี่เนอะ

ตัวละครนางเอกในยุค 1960 เป็นสาวยิปซีที่ต้องเลี้ยงลูกๆตามลำพัง เพราะเธอถูกสามีทิ้ง เธอพยายามหาผัวดีๆคนใหม่ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ ผู้ชายดีๆไม่เอาเธอ เธอประสบภาวะอัตคัดขัดสนข้นแค้นอย่างมากๆ ในที่สุดเธอก็เลยต้องเลือกทางเดินชีวิตที่จะทำให้เธอกับลูกๆไม่ต้องอดตาย นั่นก็คือแต่งงานกับชายวัยกลางคนคนหนึ่ง แต่ผลปรากฎว่าชายวัยกลางคนคนนั้นพยายามลวนลามลูกสาวของเธอ เธอก็เลยฆ่าเขาตาย

ส่วนตัวละครนางเอกในยุค 1980 เป็นตัวละครที่ดิฉันอินมากๆ เพราะรู้สึกว่าเธอโดนชะตาชีวิตกลั่นแกล้งอย่างรุนแรง เธอเป็นนักกฎหมายที่เพิ่งเรียนจบ และถูกสั่งให้ไปทำงานในชนบทหลังเรียนจบ ช่วงนั้นบัลแกเรียยังอยู่ในยุคคอมมิวนิสต์ เธอก็เลยคงไม่ค่อยมีอิสระในการเลือกงานมากนัก เธอไม่อยากไปอยู่ชนบท และพยายามทุกวิถีทางที่จะได้อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ต่อไป และในที่สุด เธอก็ตัดสินใจใช้วิธีแต่งงานกับผู้ชายในเมืองใหญ่ แต่การจะหาผัวก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เธอก็เลยร่วมรักกับหนุ่มปัญญาอ่อนคนนึง โดยหวังว่าพอเธอตั้งครรภ์กับหนุ่มปัญญาอ่อนคนนี้แล้ว แม่ของหนุ่มปัญญาอ่อนก็จะต้องจำใจอนุญาตให้เธอแต่งงานกับเขา

อย่างไรก็ดี หลังจากเธอตั้งครรภ์ เธอก็กลับพบรักกับหนุ่มฝรั่งเศส ผู้ชายคนนี้สามารถทำให้ชีวิตเธอดีขึ้นอย่างมากๆ ได้ แต่เธอพบเขาเมื่อสายไปแล้ว เพราะเธอได้ตั้งครรภ์กับผู้ชายคนอื่นแล้ว

ดิฉันดูเนื้อหาตรงจุดนี้แล้วรู้สึกสะเทือนใจมากๆ ค่ะ เพราะดิฉันรู้สึกว่าหลายครั้งชีวิตคนเราก็เป็นแบบนี้ เรามักจะได้สิ่งที่เราต้องการก็ต่อเมื่อมันสายไปแล้ว ดิฉันรู้สึกว่านางเอกคนที่สองไม่ได้ตัดสินใจแตกต่างจากดิฉันแต่อย่างใด ถ้าหากดิฉันเป็นเธอ ดิฉันก็คงจะตัดสินใจแบบเดียวกับเธอ นั่นก็คือพยายามจับผู้ชายบัลแกเรียไว้ก่อน ก็เราไม่รู้นี่นาว่าจะมีผู้ชายฝรั่งเศสก้าวเข้ามาในชีวิตของเราในอนาคต

ดิฉันชอบหนังที่นางเอกตัดสินใจแบบเดียวกับดิฉันค่ะ ซึ่งคุณสมบัติข้อนี้อาจเป็นสิ่งที่หาไม่ได้ในหนังที่มีคุณค่าทางศิลปะบางเรื่อง โดยเฉพาะหนังคลาสสิคของญี่ปุ่นบางเรื่อง ดิฉันมักจะรำคาญนางเอกญี่ปุ่นในหนังบางเรื่องมากๆ เพราะนางเอกพวกนี้มักจะ “มีผู้ชายหล่อๆมาให้งาบ แต่ก็ปฏิเสธผู้ชายหล่อๆเหล่านี้ไป” ซึ่งการที่นางเอกในหนังญี่ปุ่นเหล่านี้ตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตในแบบที่แตกต่างจากดิฉัน ก็เลยทำให้ดิฉันไม่อินกับหนังเหล่านี้มากนัก
MdS
ประถม ประถม
Posts: 141
Joined: 31 Dec 2007 09:01

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน และ ผู้ชาย

Post06 Jan 2009 23:25

ชอบ พศิน เรืองวุฒิใน ปาฏิหาริย์รักต่างพันธุ์ ก็เลยนำรูปของเขามาให้ได้ยลกันค่ะ

Pasin Ruengwut stars in DEEP IN THE JUNGLE (2008, Teerawat Rujeenatham, B+), UKKABAT (THE METEOR) (2004, Bhandit Rittakol, B- ), and TEARS OF THE BLACK TIGER (2008, Wisit Sasanatieng, A+).

Image
Image
Image
Image
Image
Image
Image
Image
Image
Image
MdS
ประถม ประถม
Posts: 141
Joined: 31 Dec 2007 09:01

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน และ ผู้ชาย

Post08 Jan 2009 09:59

พี่ MdS ผมชอบ 12:08 EAST OF BUCHAREST มากๆเหมือนกันครับ
เป็นหนังที่สร้างบนพื้นฐานของความเรียบง่าย
แต่ผู้กำกับก็เข้าใจใส่รายละเอียดและลูกเล่นต่างๆเข้าไปอย่างสนุกสนาน
เป็นหนังที่แสดงให้เห็นว่า ไม่จำเป็นต้องมีการลงทุนมากมาย ถ่ายไม่ต้องยากเย็น
ก็สามารถทำหนังที่พูดถึงประเด็นใหญ่เชิงสังคม และประเด็นเล็กเชิงปัจเจกได้แนบเนียนพร้อมๆกัน

เมื่อวาน ผมนึกคึกๆ เลยนั่งดูคลิป youtube ที่นักแสดงขึ้นไปรับออสการ์กัน
เจอของจูดี้ เดนช์ ขึ้นไปรับจากบทสมทบ 8 นาที ใน Shakespeare In Love
ก็ค่อนข้างชะงักให้คิดนิดหน่อย เพราะจำได้ว่า ตอนนั้นผมรับไม่ค่อยจะได้ :oh:
เพราะแอบเชียร์ Lynn Redgrave จาก God and Monsters สุดใจขาดดิ้น
แม้แต่ตัว จูดี้ เดนช์ เอง ผมว่า เธอยังงงๆเลย

ก็เลยไปหยิบ Ladies in Lavender หนังที่ไม่มีคนพูดถึงเลยมาดูอีกรอบ
แล้วก็ร้องไห้เป็นบ้าเป็นบอ จะเป็นจะตาย เพราะ เดม จูดี้ เดนช์ เล่นดีเหลือเกิน
หัวใจผมจะแหลกสลายตามเธอไปด้วย
ผมเข้าใจ ว่าการหลงรักหนุ่มหล่อที่เราไม่มีวันได้มาครอบครองมันเป็นยังไง กระซิกๆ :22: :22: :22: :2:

เลยทำให้คิดว่า เออ กับหนังบางเรื่อง ที่เธอแทบจะตายไปกับบทบาท คนไม่สนใจนะ
แต่บางเรื่อง เธอโผล่มานิดหน่อย คนก็ให้ออสการ์เธอไปเลย :what:

ว่าแต่ผมงงว่า ทำไม Ladies in Lavender ไม่มีคนพูดถึงเลย? เพื่อนๆคิดว่ายังไงครับ? :35:

เพื่อนๆได้ดูลิสต์หนัง ของ Cahiers du Cinema 2008 แล้วหรือยังครับ คิดกันยังไงบ้าง?
ผมว่า "มันส์" ดี แต่เห็นด้วยหรือเปล่า นี่ยังไม่แน่ใจ เพราะว่าเพิ่งดูไปแค่ครึ่งเดียว :eek:

ลิสต์นักวิจารณ์

1. Redacted - Brian De Palma
2. Colossal Youth - Pedro Costa
3. Cloverfield - Mat Reeves
4. No Country for Old Men - Joel & Ethan Coen
5. Two Lovers - James Gray
6. Waltz with Bashir - Ari Folman
7. Dernier maquis - Rabah Ameur-Zaïmeche
8. Hunger - Steeve McQueen
9. A Short Film About the Indio Nacional - Raya Martin
10. On War - Bertrand Bonello

ลิสต์คนอ่าน

1. The Silence of Lorna - Luc et Jean-Pierre Dardenne
2. No Country for Old Men - Joel & Ethan Coen
3. Waltz with Bashir- Ari Folman
4. A Christmas Tale - Arnaud Desplechin
5. There Will Be Blood - Paul Thomas Anderson
6. Two Lovers - James Gray
7. Vicky Christina Barcelona - Woody Allen
8. Hunger - Steeve McQueen
9. La Vie moderne - Raymond Depardon
10. The Class - Laurent Cantet
User avatar
Matt
ประถม ประถม
Posts: 281
Joined: 05 Jan 2008 02:18

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน และ ผู้ชาย

Post09 Jan 2009 13:42

สวัสดีครับ พี่ๆเพื่อนๆทุกคนวัน วันนี้ได้มีโอกาสไปดู The Reader มาล่ะครับ เจ็บปวดหัวใจที่สุดเลย ตอนนั่งดูนี่อึดอัดมากๆ แบบว่าเอาไงดีวะกู ร้องไห้ไม่ออกเลย Kate สวยมากๆเลยครับ เล่นได้ยอดเยี่ยมมากๆ ตอนนี้เลยเลยเปลี่ยนจากเชียร์ Rosemarie มาเชียร์ Kate ละ อุอุ มันช่างเจ็บป๊วดเจ็บปวดจริงๆ
เมื่อวานได้ไปดู Frost / Nixon ครับ เรื่องนี้ก็ผิดคาดที่สุด เพราะโดยปกติเป็นคนไม่ค่อยชอบหนังที่เกี่ยวกับ politic เท่าไหร่ โดยเฉพาะ politic ของเมกา เพราะมันไม่ผูกพัน ไม่เข้าใจ แต่ผมกับชอบ Frost / Nixon ในระดับมากอยู่เหมือนกัน คงเพราะต้องทำออกมาในแนวบันเทิงอยู่บ้างมั้งครับ เรื่องนี้การแสดงก็ออกฤทธิ์ได้ดีเหมือนกัน

โอ้ แต่ที่เมื่อสองวันก่อนไปดูคือ Let The Right One In…..ความรักนี้มีอยู่ไหมในโลกนี้ อยากได้มากๆ บริสุทธิ์สุดๆ นอกจากนี้ผมยังชอบตอนจบอีกด้วย ตอนแรกคิดไว้เลยถ้าจบอีกแบบผมจะเกลียดหนังเรื่องนี้ไปเลย ฮ่าๆๆๆ

ต่อข้อคิดเห็นของพี่ Mds ผมเป็นอีกคนเหมือนคนทั่วไปที่เอาตัวเองไปใส่เป็น Oskar ในหนังครับ รู้สึกเอาใจช่วย Oskar ตลอดเวลา จริงๆแล้วความเป็นจริงตัวเองก็ไม่ค่อยต่างจาก Oskar เท่าไหร่ ชอบตอน Oskar ยิ้มแบบโหน่เนะมากๆ และในความเป็นจริงอีกเหมือนกัน ผมก็เคยคิดว่า เออ บางทีก็ดีนะที่ได้เพื่อนเป็น.....เราจะได้ดูแลกันและกัน แต่อีกใจก็ผลุบขึ้นมาว่า เฮ้ย ไม่เอาดีกว่า เพราะไม่รู้ว่าเพื่อนนั้นจะดีไม่ดียังไง มาจากไหน แล้วความคิดทั้งสองก็ทะเลาะ และที่ตลกก็คือ ก่อนไปดูหนังเรื่องนี้ไม่กี่วัน ตอนนอน ยังคิดเรื่องที่มีเพื่อนเป็น...อยู่เลย จำได้ว่าหลับตาไปแล้ว ไม่กล้าลืมตาเลย กลัว!!!! ฮ่าๆๆๆๆ

สามวันนี้มีความสุขจัง ได้ดูหนังที่ตัวเองรู้สึกชอบ

สำหรับรูป คุณ Pasin ที่พี่ Mds เอามาฝาก ไม่รู้ทำไม ผมไม่เคยชอบขี้หน้าหมอนี่เลย อาจจะเป็นเพราะเล่นละครเป็นตัวร้ายบ่อยๆมั้ง แต่อย่างนึงที่รู้สึกมาตั้งแต่ต้นเลย คือ เห็นหน้าตานี่ทีไร แล้วคิดว่าตานี่เป็นเกย์ทุกทีแน่นอน แต่จริงๆ เป็นยังไงก็ไม่รู้แฮะ ฮ่าๆๆๆ
ZM.
ประถม ประถม
Posts: 196
Joined: 31 Dec 2007 11:34

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน และ ผู้ชาย

Post09 Jan 2009 16:11

มาแจ้งเพื่อน ๆ ว่า ผมเพิ่งออกจากโรงพยาบาลเมื่อวันนี้นี่เอง

หลังจากวันที่คุยกับป้าโอลิเวอร์เรื่องไม่สบายแล้วก็เรื่องสังสรรค์ กลับมาถึงห้อง อาการก็หนักมาก หายใจไม่ทัน ไอทั้งคืน เสมหะเต็มคอไปหมด ก็เลยไปโรงพยาบาลดีกว่า คุณหมอบอกว่า มีเสมหะเต็มไปหมดทั้งปอด กล่องเสียงเริ่มมีอาการบวม อันตรายมาก ต้อง admit ทันที
หลังจากเข้าไปนอนแล้ว วันรุ่งขึ้นก็ต้องเข้าห้องผ่าตัดไปดูดเอาเสมหะในปอดออกมา
ซวยต้อนรับปีใหม่จริงๆ ครับ
ผมป่วยตอนปีใหม่นี่น่าจะปีที่สองติดกันแล้ว
แต่ปีนี้หนักหน่อย

ตอนนี้เลยเริ่มตระหนักแล้วจริงๆ ว่าเราคงอายุมากขึ้นแล้วจริงๆ สุขภาพร่างกาย ภูมิต้านทานอะไรคงไม่เหมือนเดิม แถมซ้ำยังทำแต่งาน ไม่มีเวลาออกกำลังกายอีก

หลังจากนี้คงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิตไปบ้างแล้วละครับ

ยังไงก็ขอให้เพื่อนๆ screenout ทุกคนสุขภาพแข็งแรงกันนะครับ
แล้วไว้เจอกันครับ
User avatar
sensitiveman
ประถม ประถม
Posts: 141
Joined: 31 Dec 2007 16:41

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน และ ผู้ชาย

Post09 Jan 2009 23:10

อ่านแล้วตกใจเลยครับ พี่ sensitiveman
ขอให้พี่หายไวๆ สุขภาพแข็งแรงนะครับ ^_^

ถึงทุกคนด้วย ขอให้รักษาสุขภาพด้วยกันทุกคนครับ
ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มีช่วงนึงที่ผมไอมาก ติดต่อกันไม่หายซักที
ตอนนั้นมันน่าหงุดหงิดมากๆเลยครับ หวังว่าคงไม่มีใครป่วยนะครับ :smile:
User avatar
Matt
ประถม ประถม
Posts: 281
Joined: 05 Jan 2008 02:18

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน และ ผู้ชาย

Post09 Jan 2009 23:41

sensitiveman wrote:มาแจ้งเพื่อน ๆ ว่า ผมเพิ่งออกจากโรงพยาบาลเมื่อวันนี้นี่เอง

หลังจากวันที่คุยกับป้าโอลิเวอร์เรื่องไม่สบายแล้วก็เรื่องสังสรรค์ กลับมาถึงห้อง อาการก็หนักมาก หายใจไม่ทัน ไอทั้งคืน เสมหะเต็มคอไปหมด ก็เลยไปโรงพยาบาลดีกว่า คุณหมอบอกว่า มีเสมหะเต็มไปหมดทั้งปอด กล่องเสียงเริ่มมีอาการบวม อันตรายมาก ต้อง admit ทันที
หลังจากเข้าไปนอนแล้ว วันรุ่งขึ้นก็ต้องเข้าห้องผ่าตัดไปดูดเอาเสมหะในปอดออกมา
ซวยต้อนรับปีใหม่จริงๆ ครับ
ผมป่วยตอนปีใหม่นี่น่าจะปีที่สองติดกันแล้ว
แต่ปีนี้หนักหน่อย

ตอนนี้เลยเริ่มตระหนักแล้วจริงๆ ว่าเราคงอายุมากขึ้นแล้วจริงๆ สุขภาพร่างกาย ภูมิต้านทานอะไรคงไม่เหมือนเดิม แถมซ้ำยังทำแต่งาน ไม่มีเวลาออกกำลังกายอีก

หลังจากนี้คงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิตไปบ้างแล้วละครับ

ยังไงก็ขอให้เพื่อนๆ screenout ทุกคนสุขภาพแข็งแรงกันนะครับ
แล้วไว้เจอกันครับ


get well soon..na krub
yes...u r old now HA!!
"There are 2 tragedies in the world. One is not gettting what one wants. The other is getting it."
BY Oscar Wilde
User avatar
vivaldianto
ประถม ประถม
Posts: 235
Joined: 30 Dec 2007 19:10
Location: bkk

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน และ ผู้ชาย

Post10 Jan 2009 09:07

ปีใหม่ปีนี้ก็มีไข้ นอนซมอยู่ในห้องเหมือนกันครับ ส่วนเรื่องไอเนี่ย ผมไอตลอดปีเลยครับ ยังไงก็ไม่หาย แบบไอแห้งๆ และไอแรงมากๆด้วย จนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว เพื่อนหลายๆคนบอกว่าผมไอน่ากลัวมาก บอกให้ไปหาหมอ ผมก็ไม่ได้หาสักที เพื่อนบางคนบอกว่าผมไอจนเป็นนิสัยไปแล้ว ผมก็ว่าจริงครับ แบบไอตลอดเวลา มีเพื่อนคนนึงบอกว่า ไอ อาจจะเกิดจากการเป็นภูมิแพ้ แบบหายใจไม่ออก มันเลยต้องไอให้อากาศมันเข้าไปในปอด เมื่อไหร่จะหายไอก็ไม่รู้ นี่เพื่อนคนนึงกำลังส่งยาอม ตราตะขาบห้าตัวมาให้จากเมืองไทยครับ บอกว่าหายแน่นอน ผมจะลองดู แค่ชื่อก็น่ากลัวแล้วแฮะ ..... :15:
ZM.
ประถม ประถม
Posts: 196
Joined: 31 Dec 2007 11:34

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน และ ผู้ชาย

Post10 Jan 2009 15:15

เป็นเหมือนกันอ่ะครับ มีเสมหะติดคอ เมื่อเดือนก่อนทานยา ก็หายไปสักพัก แต่ช่วงนี้กลับมาเป็นอีก แม้จะไม่หนักเหมืือนครั้งก่อน

วันนี้ตื่นเช้าผมเผลอลืมนึกว่าอยู่เมืองนอก อากาศเย็นมาก

สงสัยต้องหรี่แอร์ให้มากกว่านี้ แต่ก่อนผมตั้ง 28 แต่อาทิตย์ที่ผ่านมาอยู่ที่ 27 แต่นอนใต้แอร์พอดี

พี่ sensitiveman และคุณ ZM หายไวๆนะ
縱使未能永遠
至少曾經擁有
User avatar
kicho
มัธยม มัธยม
Posts: 707
Joined: 30 Dec 2007 12:16

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน และ ผู้ชาย

Post10 Jan 2009 17:43

ตอบคุณ SENSITIVEMAN

ขอให้คุณ SENSITIVEMAN หายป่วยไวๆนะคะ ดิฉันเองก็ประสบปัญหาอย่างรุนแรงจากความชราภาพของร่างกายเหมือนกันค่ะ และก็ทำให้สไตล์การใช้ชีวิตของตัวเองในปี 2008 เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก

ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ดิฉันเคยใช้เวลาจำนวนมากไปกับการดูหนัง, ดูวิดีโอ และก็เล่นอินเทอร์เน็ตค่ะ แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางทศวรรษ 2000 และดิฉันเริ่มมีอายุมากกว่า 30 ปี สุขภาพของดิฉันก็ทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว ดิฉันป่วยเป็นโรคคออักเสบบ่อยมาก บางทีป่วยเป็นโรคคออักเสบแทบทุกเดือน และอาการคออักเสบของดิฉันก็มักจะรุนแรงมาก มันทำให้ดิฉันต้องหยุดงานเป็นสัปดาห์, เจ็บคอมาก และก็ต้องไอขากเสมหะอย่างรุนแรงติดต่อกันบ่อยครั้งจนแทบจะขาดใจตาย มันเหมือนกับว่าร่างกายดิฉันแทบไม่มีภูมิคุ้มกันเหลืออยู่เลย ถ้าหากดิฉันนอนดึก+ได้รับเชื้อโรคนี้เข้ามาเมื่อใด ดิฉันก็มักจะล้มป่วยในทันที

ช่วง 2-3 ปีมานี้ ดิฉันเลยมักจะใช้วิธีเอาไฟฉายส่องดูลำคอตัวเองเกือบทุกวัน และถ้าหากพบว่าคอเริ่มแดงเมื่อไหร่ ดิฉันก็มักจะกิน CLARITHROMYCIN ในทันที เพื่อรีบสกัดอาการคออักเสบไม่ให้ทรุดหนัก การทำอย่างนี้ช่วยให้ดิฉันป่วยเป็นโรคคออักเสบแค่ 1-2 วัน แทนที่จะป่วย 1-2 สัปดาห์เหมือนสมัยก่อน

อย่างไรก็ดี การกิน CLARITHROMYCIN ทุกเดือนคงไม่ใช่สิ่งที่ดีกับร่างกายของดิฉันอย่างแน่ๆ ดิฉันก็เลยตัดสินใจยุติการใช้ชีวิตแบบนักดูหนังของตัวเองตั้งแต่ประมาณปี 2007 ค่ะ นั่นก็คือดิฉันจะไม่ให้ความสำคัญกับการดูหนังและการเล่นเน็ตอีกต่อไป แต่จะให้ความสำคัญกับ “การมีชีวิตรอด” เป็นลำดับแรก เพราะถ้าหากเราไม่มีชีวิตรอด เราก็คงจะไม่มีเวลาดูหนัง+เล่นเน็ตเช่นกัน นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ดิฉันเลยเน้นการออกกำลังกาย+การนอนเยอะๆเป็นหลักค่ะ ซึ่งการทำเช่นนี้ทำให้ดิฉันแทบไม่มีเวลาดูหนัง+เล่นเน็ตเหลืออยู่อีก แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตอยู่รอดต่อไปได้ ในช่วงปี 2008 นั้น มีหนังดีๆมากมายหลายเรื่องที่เข้ามาฉายในกรุงเทพ และมีหลายสิ่งที่ดิฉันอยากเขียนลงอินเทอร์เน็ต แต่ดิฉันก็ตัดสินใจไม่ไปดูหนังเหล่านั้นและไม่ตัดสินใจใช้เวลาเล่นอินเทอร์เน็ตมากนัก แต่เอาเวลาไปออกกำลังกาย + นอน + ดูนิตยสาร REAL magazine แทน เพื่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี


ตอบน้อง MATT


--พี่รู้สึกรับได้กับอันดับของ CAHIERS DU CINEMA นะ พี่คิดว่าอันดับของ CAHIERS กับอันดับของพี่อาจจะไม่ตรงกันสักเท่าไหร่ แต่ก็คิดว่าหนังหลายเรื่องในอันดับของ CAHIERS มีความน่าสนใจในตัวของมันเองมากพอสมควร ทั้ง CLOVERFIELD, WALTZ WITH BASHIR, A SHORT FILM ABOUT THE INDIO NACIONAL และ NO COUNTRY FOR OLD MEN นอกจากนี้ อันดับของ CAHIERS ก็อาจจะมีส่วนดีในแง่ที่ว่า มันช่วยยกย่องหนังที่นักวิจารณ์หลายคนมองข้าม อย่างเช่น CLOVERFIELD คือถ้าหาก CLOVERFIELD เป็นหนังที่กวาดรางวัลมาแล้วจากหลายสถาบัน และ CAHIERS ก็มาช่วยยกย่องหนังเรื่องนี้ด้วย อันดับของ CAHIERS ก็อาจจะไม่ค่อยมีความน่าสนใจสักเท่าไหร่ แต่เนื่องจาก CLOVERFIELD เป็นหนังที่ถูกนักวิจารณ์หลายคนมองข้าม การที่ CAHIERS ประกาศว่าตัวเองชอบหนังเรื่องนี้ก็อาจช่วยกระตุ้นให้ผู้อ่านบางคนฉุกคิดพิจารณาถึงบางสิ่งบางอย่างได้

--สำหรับ LADIES IN LAVENDER (2004, Charles Dance) นั้น พี่ชอบมากๆจ้า สิ่งที่พี่ประหลาดใจมากก็คือหนังเรื่องนี้กำกับโดยนักแสดงชายวัยกลางคน เพราะหนังเรื่องนี้ให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนแบบผู้หญิงอย่างมากๆ พี่จำการแสดงของจูดี้ เดนช์ในหนังเรื่องนี้ได้ไม่มากนัก แต่จำได้ว่าตัวเองรู้สึกอินกับความรักในหนังเรื่องนี้มากๆ


ตอบน้อง ZM

ขอให้น้องหายจากอาการไอไวๆนะคะ ส่วน LET THE RIGHT ONE IN นั้น เห็นหลายคนตีความด้วยค่ะว่าความรักของพระเอกนางเอกในหนังเรื่องนี้ทำให้นึกถึงความรักของเกย์
MdS
ประถม ประถม
Posts: 141
Joined: 31 Dec 2007 09:01

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน และ ผู้ชาย

Post10 Jan 2009 17:46

I went to the opening night of the exhibition THIRTEEN-YEAR CELEBRATION OF DUANGKAMOL FILMHOUSE (FILMVIRUS) at Jamjuree Art Gallery on Jan 9. Three short films were shown at the opening night:

1.ALANGKARN THEATRE (Sonthaya Subyen, A+)

This experimental documentary was shot about 20 years ago in front of Alangkarn Theatre, which was an important arthouse theatre in Bangkok at that time. Paisit Panpruegsachart made a cameo appearance in this film. I used to go to this theatre several times in late 1990s. I saw MUANG NAI MORK (1978, Permpol Choei-arun, A+), PRASART (1975, Piak Poster, A+), and CLOSE UP (1990, Abbas Kiarostami, A+) at this theatre.


2.ONE NIGHT ONE LIFE (1999, Oliver Herrmann, A+++++)
Image

3.DAS EXEMPLAR (2002, Ulrike Ottinger, A+++++)
This film satirizes the bourgeoisie.

These three films will not be shown again in this exhibition, but the exhibition will continue until January 28.


There are also many things in this exhibition, including

1.Film projectors
Image


2.Film posters
Image


3.Newspaper reports on films, including the report on Sasithorn Ariyavicha
Image


4.Brochures of Duangkamol Filmhouse (or DK Filmhouse). Reading these brochures, I regret I didn’t go to see such films as 1+1=3 (1979, Heidi Genee, West Germany) and PERFUMED NIGHTMARE (1977, Kidlat Tahimik, Philippines) at DK Filmhouse in 1996. These films are still not widely available today.

http://www.imdb.com/title/tt0078720/
http://www.imdb.com/title/tt0076341/


5.Reviews on great directors, such as Herbert Achternbusch and Marguerite Duras


6.Articles on double-bill wish lists, including the articles by

6.1 Adadol Ingawanij, who chooses SENSO (1954, Luchino Visconti) and WONDERFUL TOWN (2008, Aditya Assarat), the two films about people who cling to something in the past until it brings destructive effects.
Image


6.2 Filmsick (Wiwat Lertwiwatwongsa), who chooses two films on arguably lucky prostitutes—PRETTY WOMAN and FOX AND HIS FRIENDS (1975, Rainer Werner Fassbinder)
Image

6.3 Graiwoot Julpongsathorn, who chooses three films on fatal car accidents—I KNOW WHAT YOU DID LAST SUMMER (1997, Jim Gillespie), DEATH OF A CYCLIST (1955, Juan Antonio Bardem, Spain), and THE HEADLESS WOMAN (2008, Lucrecia Martel)
Image

7. Interview clips of Fred Kelemen in Bangkok in November 2007

Below are some images of Fred Kelemen and Jit Phokaew:
Image
Image


8. HOLLYWOOD MECCA MOVIE GAME, which is my most favorite thing in this exhibition. This game is like a snake-and-ladder game. You can throw the dice and move your pawn. If you meet a Hollywood thing in your position, you will advance quickly. If you meet an arthouse thing in your position, you will step back quickly.
Image
Image
Image


--Things which will advance your career as a Hollywood filmmaker include :

Drew Barrymore

Muscle building like Jean-Claude Van Damme
Image

Steven Segal (+2)

Popcorn Brain (+10)
Image


--Things which will make you lose your career as a Hollywood filmmaker include:

Juliet Berto (-1)
Image

Anne Parillaud + Beatrice Dalle (-3)
Image

Benoit Jacquot + Isild Le Besco (-3)
Image

Buster Keaton (-3)
Image

Isabelle Huppert in a psychotic film (-3)
Image

Talking with artists such as Federico Fellini and Jean Cocteau (-4)
Image

Khavn de la Cruz (-4)
Image

Abel Ferrara(-5)
Image

Andrei Tarkovsky (-5)
Image

Fred Kelemen (-5)
Image

John Waters (-5)

Elaine May (-6)
Image
MdS
ประถม ประถม
Posts: 141
Joined: 31 Dec 2007 09:01

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน และ ผู้ชาย

Post10 Jan 2009 17:50

Konmongnang wrote in his blog that he likes the articles on politics and entertainment by Roongrawee in VOLUME magazine. This is something I totally overlooked. Sometimes I bought VOLUME magazine just to keep the Centerfold section and the fashion section, and never read anything in this magazine. I intended I would throw away all the rest of the magazines. Maybe I should start reading these articles before I throw the magazines away.

This is my comment in Konmongnang’s blog:
http://konmongnang.exteen.com/20090106/entry

ปกติเราซื้อ VOLUME เพื่อจะฉีกแต่หน้า CENTERFOLD กับหน้าแฟชั่นเก็บไว้ และกะว่าจะโยนส่วนที่เหลือทิ้งไป แต่หลังจากได้อ่านสิ่งที่คุณคนมองหนังเขียนแล้ว ก็เลยตั้งใจว่าจะลองอ่านบทความพวกนี้ดูก่อนเพื่อตัดสินใจว่าควรจะเก็บบทความบางอันไว้ด้วยหรือไม่


Some fashion in VOLUME magazine (the images are from www.magazinedee.com )
Image
Image
Image
Image
Image
Image
Image
Image
Image
Image
MdS
ประถม ประถม
Posts: 141
Joined: 31 Dec 2007 09:01

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post11 Jan 2009 05:07

ถึงพี่ Sensitive Man

ฟังเรื่องของพี่แล้วแย่มากๆ เลย เรื่องสุขภาพนี่มันน่ากลัวจริงๆ
ผมก็เริ่มรู้สึกตัวว่าแก่ขึ้น เช่น ช่วงหลังๆ นี่พอน้ำหนักเยอะขึ้นแล้วสิ่งที่ตามมาก็คือจะปวดหลังเวลานั่งทำงานนานๆ หรือนอนผิดท่ามากๆ
ขอเอาใจช่วยให้พี่หายดีนะครับ

ถึง ZM
สิ่งหนึ่งที่เราชอบมากๆ ใน Frost / Nixon (นอกจากแฟรงค์ แลงเจลลา และบรรยากาศที่เหมือนกับต่อยมวย เวลาที่ทั้งคู่ดวลฝีปากกัน) ก็คือ ตัวรีเบคก้า ฮอลล์ ล่ะมั้ง คือ ในเรื่องนี้เธอก้ไม่ได้ทำอะไรมาก แค่สวยไป สวยมา แต่พอนึกถึงว่าฮอลล์เพิ่งเป็น Vicky ในหนังวูดดี้ อัลเลน แต่ในเรื่องนี้เธอเหมือนต้องเล่นเป็น Christina (สาวสวยเสรีใจง่าย) ก็เลยรู้สึกทึ่งเธอมากๆ เลย
Vespertine
เด็กใหม่ เด็กใหม่
Posts: 3
Joined: 30 Dec 2008 02:28

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post11 Jan 2009 06:44

พอพูดถึงเรื่องสุขภาพ ก็นึกขึ้นได้ครับว่าตัวเองอายุใกล้ 30 อยู่รอมร่อแล้ว อาการแก่ก็เลยตามมาอย่างกระทันหัน เห็นทุกคนพูดถึงเรื่องโรคโน่นโรคนี่ ผมก็เลยนึกขึ้นมาได้เหมือนกันเกี่ยวกับโรคที่เกียวกับตัวเองเวลาอายุมากขึ้น ทั้งๆที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดกับตัวเองมาก่อน นั่นก็คือโรคปวดขาครับ ระยะหลังๆนี้ปวดขาบ่อยมาก มันก็ไม่ได้ปวดจี๊ดอะไรจนถึงขั้นต้องไปหาหมอ แต่ว่ามันแค่รู้สึกว่าไม่ปกติก็เท่านั้นครับ ส่วนตัวผมคิดว่า อาการปวดต้นขาที่เกิดขึ้น มาจากการที่ผมนั่งไขว่ห้างประจำแน่ๆ เพราะหลังๆ เวลาจะนั่งไขว่ห้างที่ไร รู้สึกเกร็งๆทุกที มีคนบอกตั้งแต่เด็กๆแล้วครับว่านั่งไขว่ห้างไม่ดี เหมือนกันการหักนิ้วอ่ะครับ แต่ผมก็ยังนั่งอยู่เป็นประจำ เพราะรู้สึกว่าเท่ดี ฮ่าๆๆๆ แต่หลังๆจะพยายามนั่งไขว่ห้างให้น้อยลงครับ แต่ยังติดเป็นนิสัยอยู่ ก็เลยอยากเตือนเพื่อนๆ นะครับที่ชอบนั่งไขว่ห้างให้ระวังนิดนึง

ตอบคุณ Vespertine

ชอบที่คุณ Vespertine เขียนเรื่อง Rebecca Hall จังที่บอกว่า เล่นเป็น Vicky ใน Vicky Christina Barcelona แต่ต้องมาเล่นเป็น Christina ใน Frost / Nixon รู้สึกใช่มากๆเลยครับ เวลาที่ผมนั่งดู Rebecca ในทั้งสองเรื่อง ไม่รู้ทำไม แต่ผมชอบมองไปที่ปากของเธอ สวยเหลือเกิน รวมทั้งสไตล์การพูด ดูมีเสน่ห์ยังไงไม่รู้ ชอบจังเลยครับ

ตอบ Matt และ พี่ Mds

พอพูดถึง Cloverfield ผมก็นึกได้ว่า เป็นหนึ่งในหนังที่ผมชอบมากที่สุดในรอบปีนี้เหมือนกันครับ เริ่มชอบตั้งแต่ตัวอย่างหนังออกมาแล้ว มันตื่นเต้นและน่ากลัวมาก โลกภาพยนตร์นี่มันน่าทึ่งจริงๆในความรู้สึกตอนที่ได้ดู รู้สึกว่านี่มันยัดไอ้พวกภาพสร้างๆ เหล่านั้นเข้าไปในกล้องแบบนั้นได้ยังไง (ก็รู้อยู่ในมันเป็นเทคนิคพิเศษ) แต่อดเชื่อไม่ได้ว่าที่เกิดขึ้นมาเหมือนจริงมากๆ ชอบมากครับ

มีใครได้ดู Role Model บ้างหรือเปล่าครับ ผมไม่ได้ดู แต่วันนี้เพิ่งเห็นตัวอย่างหนังเรื่อง I Love You, Man ที่ Paul Rudd นำแสดง Paul Rudd เป็นนักแสดงที่น่ารักมากๆๆๆ และนับวันก็จะหล่อใสเหมือนเดิมไม่มีวันเปลี่ยน ชอบจังเลยครับ

แล้ววันนี้ก็ได้ดู ตัวอย่างหนังเรื่อง The Proposal ที่ Sandra Bullock เล่น และจะฉายกลางปีนี้ ตกใจมากว่าเธอดูไม่แก่เลยแฮะ

และพอพูดถึงเรื่องไม่แก่ ตอนนี้กำลังเล่นเกมสนุกกับหนังสือ The Secret อยู่ ยังไงชาตินี้ผมก็จะไม่แก่ มันจะเป็นไปได้ไหมครับเนี่ย.....

อ้อ!!! เมื่อวานนี้ เพื่อนผมคนนึงเปิด Hi5 ของเด็กผู้หญิง (Lesbian) คนนึงให้ผมดู คนไทยนี่แหล่ะครับ ผมว่า เธออายุไม่น่าเกิน 21-22 นะ เธอชื่อ ผิง เธอตั้งชื่อ Hi5 ว่า ฉิ่งผิง เธอกล้ามากๆๆๆๆๆ ถึงมากที่สุด ทำให้รู้สึกว่าผมแก่มากๆๆๆๆๆๆ โลกใบนี้มันเปลี่ยนไปไวจริงๆเลยนะครับเนี่ย อนิจจังจิงๆ

เอ ว่าแต่ว่า มีใครจะไปร่วมงาน XQ28 Grand Meeting บ้างครับนี่
ZM.
ประถม ประถม
Posts: 196
Joined: 31 Dec 2007 11:34

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post11 Jan 2009 09:14

อากาศดีจริงๆ เลยนะครับ เช้านี้
ผมชอบเอาหนังเก่าๆ มาดู เพราะ คำว่า classic นี่มันกินความหมายมากกว่าที่เราคิด ดูกีทีก็ได้มุมมองทีต่างกันไปทุกที ชอบcinematography ด้วยอะครับ โดยเฉพาะ B/W Film
เมื่อวานหยิบ A Chorus Line ของ Richard Attenborough มาดู เคยดูทีนึงนานแล้ว ชอบ editing กับเพลง What I did for love และ Choreographyในเรื่องมากครับ เต้นได้ไงเนียะแบบนั้น amazing จริงๆ
ความจริง Theme เร่องนี้มัน light ไปนิด เพราะ เขาทำหนังจาก play ใน Broadway แต่ผมว่าหนังมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เราได้คิดเหมือนกัน เร่องการ Audition of Dancersใน Broadway ระบบแพ้แล้วคัดออก บางทีมันก็ painful เหมือนกัน ผมว่าเมืองไทยก็กำลังจะเป็นแบบนี้ในหลายๆเรื่อง
ไม่ทราบเพื่อน น้องๆ มีใครเคยดูบ้าง มา share กันนหน่อยก็ดีครับ

หนังที่พวกเรา post มาคุยกัน หาดูยากทีเมืองไทยครับ ไว้ถ้ามีโอกาสคงได้ดู แล้วจะมา share ด้วยละกันนะ

have fun krub. :)
"There are 2 tragedies in the world. One is not gettting what one wants. The other is getting it."
BY Oscar Wilde
User avatar
vivaldianto
ประถม ประถม
Posts: 235
Joined: 30 Dec 2007 19:10
Location: bkk

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post11 Jan 2009 20:05

ขอบคุณน้อง MdS น้อง Vespertine น้อง ZM หนู kicho
และพี่ vivaldianto มาก ๆ ครับ
ตอนนี้ก็ดีขึ้นแล้ว

เลยเอาเรื่องที่ไม่สบายคราวนี้ที่เขียนไว้ใน blog มาลงให้อ่านกันยาวๆ แล้วกันครับ
---------------------------------------------------------------

ในที่สุดก็ต้องนอนโรงพยาบาล (ต่อจากตอนให้น้ำเกลือ)

จะขอเล่าเรื่องคร่าวๆ ย้อนไปนิดหนึ่งให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ฟังด้วยแล้วกันนะครับ ใครทีละเลยเพิกเฉยเรื่องสุขภาพแบบผมจะได้หันกลับมามองบ้าง
ผมเองนี่ก็ไม่รู้จะสายเกินไปหรือเปล่า

ช่วงหลังเรียนจบเป็นต้นมา ผมทำงานหนักมาก ๆ ครับเรียกได้ว่าทำงานแทบทุกวัน เลิกดึก ๆ ด้วย
ไม่เคยได้ออกกำลังกายเลย ใครชวนก็มีข้อแม้ตลอด
ยังมองว่าตัวเองแข็งแรงมาเสมอ
ช่วงสองปีหลังนี่เริ่มรู้สึกเหมือนกันครับ ว่าไม่สบายบ่อยขึ้น ที่ชัดๆ คือเป็นหวัด เจ็บคอนี่ละครับ

ปีใหม่ที่ผ่านมานี้ ผมไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย ก็กลับบ้านไปอยุ่กับพ่อแม่ ตั้งใจว่าตั้งแต่ปีนี้ ปีใหม่จะขอฉลองปีใหม่กับที่บ้านบ้าง เพราะว่าผมก็ไม่ค่อยมีเวลาให้กับครอบครัวเท่าไหร่
วันที่เริ่มรู้สึกไม่สบายแน่ๆ คือวันพฤหัสบดี (1 มกราครับ) แต่ก็ยังไม่อะไรเท่าไหร่
ก็มีอาการแค่ คอแห้ง เจ็บคอ ผมก็ทานยาแก้อักเสบที่ทานประจำไปครับ
มันก็ดีขึ้น แต่ว่าไม่หายขาด
พอวันเสาร์ก็กลับไปทำงานตามปกติ
คืนวันเสาร์นี่นอนไม่หลับ เพราระว่ามันไม่สบายตัวยังไงก็บอกไม่ถูกครับ

ไปทำงานต่อวันอาทิตย์ ครึ่งวันแรก ก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่าไข้ขึ้น ซึมๆ
ก็ทนทำงานไปจนถึงบ่ายสามครับ แล้วก็เลยแวะลงไปให้หมอที่แผนกอายุกรรมดู
หมอบอกว่าไข้สูงมาก 38.7 ถ้ามากกว่านี้อีกนิดต้อง admit แล้ว
ผมเองเกิดมาไม่เคยนอนโรงพยาบาลเลยครับ น้ำเกลือยังไม่เคยต้องให้เลย
ฟังหมอแล้วก็ ไอ้หย๋า ขนาดนั้นเลยเหรอครับเนี่ย
หมอก็บอกว่า ทอนซิลอักเสบมาก เป็นหนอง ถ้าจะเอาหายไว แล้วก็ไข้ลงเร็วๆ ขอให้ยา antibiotic กับ steroid ทางเส้นเลือดก่อน
ก็ให้ไป (เป็นการให้ยาทางเส้นเลือดครั้งแรกของผมครับ ผมหนะกลัวเข็มครับ ฉีดยาคนอื่นได้ แต่โดนเองนี่ไม่ค่อยไหว 55555)

กลับมาก็ดีขึ้นนะครับ
แต่ก็ยังไม่สนใจที่จะฟังสัญญาณของร่างกายที่บอกว่าน่าจะพักได้แล้ว
ผมก็ยังไปทำงานต่อวันจันทร์ เลิกค่ำมืดเหมือนเดิม

พอวันอังคาร ก็แบบเดิมอีกครับ แต่คราวนี้อาการมันเริ่มแย่ คือไอมากขึ้นๆ ไม่เจ็บคอแบบตอนแรก แต่พอตกกลางคืนวันอังคาร เป็นคืนที่ทรมานมากครับ
รู้สึกตัวขึ้นมาตอนตีสามได้ หายใจไม่ออกเลยครับ มันแน่นไปหมด แถมรู้สึกว่าเราหายใจได้ไม่เต็มปอดเท่าไหร่ มันเหมือนไม่มีแรงหายใจครับ
ก็นั่งๆ นอนๆ เอายาแก้แพ้มากิน จมูกโล่งขึ้น แต่ก็ยังไม่หลับ
ทรมานมาก ๆ ครับ
มาหลับได้ตอนตีห้ากว่าๆ
เจ็ดโมงก็ตืนไปทำงาน
ยังไม่ยอมลางาน
ไปทำงานต่ออีกครี่งวัน คราวนี้รู้สึกไม่ไหวแล้ว
เลยไปโรงพยาบาลอีกที
ตอนนี้หายใจเริ่มแย่แล้ว มันมีเสียงในคอ ในปอดตลอดเหมือนคนหืด หอบ แต่ไม่ใช่

หมอตรวจแล้วก็ x-ray ปุ๊บนะครับ สั่ง admit ทันที บอกว่าตอนนี้มีหนองในคอแล้วก็ปอดเต็มไปหมด ทิ้งไว้มีอันตรายถึงชีวิต ต้องเอาออกโดยด่วน
ผมก็อึ้งเลย

เกิดมาไม่เคยโดน admit ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย ก็ยังไม่โทรบอกใคร
เข้าห้องรียบร้อย เขาก็มาให้น้ำเกลือ กับยาเลยครับ
แถมมีสาย oxygen อีก แล้วก็มียาพ่นแบบครอบจมูก ทุกหกชั่วโมง
อึ้งๆ ไปเลยครับ ว่าเฮ๊ย ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
แต่ตอนนั้นอารการแย่จริงๆ ครับ หายใจจะไม่ค่อยไหวแล้ว พูดยังแทบไม่มีแรงเลย

ตอนนี้ก็โทรบอกพ่อกับแม่ เขาก็ตกใจนะครับ แต่ผมเองก็ไม่ได้บอกให้ท่านมาเยี่ยม
บอกว่าไม่ต้องมา ยังไงก็ไม่ให้มา เดี๋ยวมีเพื่อนมาเฝ้า
ที่ไม่อยากให้มา เพราะว่าผมสงสารพ่อกับแม่ถ้าต้องมาเฝ้าครับ ในห้องมีพยาบาลเข้าๆ ออกๆ ตลอดเวลา นอนก็ไม่สบาย แล้วเดี๋ยวถ้ามาติดผมไปอีกจะยุ่ง

สรุปแล้วผมนอนโรงพยาบาลแบบไม่มีใครมาเฝ้าเลย ตอนกลางคืน สองคืน ลำบากดีแท้
ไปฉี่ก็ต้องกระเตงสายแขวนน้ำเกลือไปเองครับ เพราะว่าไม่อยากให้พยาบาลมาพาไปฉี่ อายยยยย


วันที่สอง หมอบอกว่าต้องเข้าห้องผ่าตัดแต่เช้า ไปดูดเอาเสมหะออกจากปอด
ก็ไม่ต้องดมยาสลบแบบใส่ท่อ แต่ว่าเป็นแบบให้ยาสลบทางสายน้ำเกลือ
ตอนแรกที่โดนเข็นไปห้องผ่าตัดนี่ก็กลัวมากครับ
เพราะว่าไม่เคยโดนเอง พอเป็นคนที่ต้องนอนเตียงเองแล้วถึงเข้าใจ
หมอก็ทำไม่นานนะครับ ทำเสร็จแล้ว มี vcd ตอนใส่ท่อเข้าไปมาให้เอากลับมาดูที่บ้านด้วยนะครับ ว่าใส่เข้าไปแล้วเห็นอะไร หลอดลม กล่องเสียง ท่อทางเดินหายใจเป็นยังไง
แล้วก็ดีอย่างหนึ่งที่ไม่เจ็บเลย รู้ตัวอีกทีก็ออกจากห้องผ่าตัดมาอยู่ห้องพักฟื้นแล้ว

กลับมาที่ห้องพักก็สิบโมงครับ
ตื่นมาไม่สลึมสลือ แล้วก็ต้องให้ยาอีกทั้งยาฉีด ยาพ่น
หมอเอาเสมหะกับหนองไปเพาะเชื้อด่วน ก็มารายงานก่อนว่าไม่ใช่วัณโรคหรืออะไรร้ายแรง แล้วก็ไม่ใช่อาการหอบหืด แต่เป็นการอักเสบจากการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง
แล้วก็ร่างกายอ่อนแอ ขาดการพักผ่อนมาก ๆ ถึงทำให้อาการแย่
ถ้ามาช้า อาจทำให้เกิดทางเดินหายใจอุดตันและหมดสติได้

เหอ เหอ ฟังแล้วก็รู้ตัวเลยครับ ว่าผมไม่ใส่ใจกับตัวเองเลยจริง ๆ
ร่างกายมันเตือนแล้ว ว่าไม่ไหว ให้พักบ้าง แต่ก็ยังฝืนไปอีก

ครั้งนี้ถึงไม่ใกล้มาก แต่ก็เฉียดย่ำแย่ละครับ
เลยต้องหันกลับมามองตัวเองใหม่
ผมต้องออกกำลังกายให้มากขึ้น หาเวลาให้กับตัวเองบ้าง
เงินทองหาไว้ ถ้าป่วย มันก็ไม่ได้ใช้

ยังไงก็ขอให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคน สุขภาพแข็งแรงนะครับ อย่าเจ็บไข้ได้ป่วยเหมือนผมนะครับ
----------------------------------------------------------------

ตอบพี่ vivladianto
เรื่อง a chorus line ชอบมาก ๆ เหมือนกัน ชอบหนังแนวแบบนี้หลายเรื่อง
ส่วนที่พี่พูดถึงเรื่องการ audition ผมว่านั่นเป็นเรื่องปกติอย่างมากในวงการละครเวที หรือแม้กระทั่งวงการเพลงคลาสสิค
แม้กระทั่งการเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยตอนนี้ ก็ต้องมีการนำเสนอตัวเอง เปรียบไปก็คล้ายกับการ audition นั่นละครับ

เรื่องมัน painful ไหม ผมว่ามันก็มีอยู่แล้ว เพราะชีวิตจริงแล้วคือการต่อสู้ครับ
----------------------------------------------------------------

ตอบน้อง ZM
พี่ชอบ Cloverfield มาก ๆ เหมือนกันครับ ดูไปสองรอบ
เรื่องอายุ เขาบอกว่า พอขึ้นเลข 3 แล้ว ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป
มันเป็นแบบนั้นจริงๆ ครับ ต้องระวังเรื่องสุขภาพกันหน่อยนะครับ
---------------------------------------------------------------
ตอบน้องหนู MdS
วิธีการตรวจร่างกายเองของหนู hip มาก ๆ จ้า :)
---------------------------------------------------------------
ตอบน้อง vespertineเรื่องปวดหลังนี่ก็เป็นปัญหาอีกอย่างหนึ่งของคนนั่งทำงานแบบพี่ แล้วก็แบบน้องหนูครับ
ที่คณะเพิ่งมีการประชุมและแนะนำเรื่องนี้ไปว่า position การนั่งทำงานของอาชีพพี่ มีผลต่อการทำงานของกระดูกสันหลังมาก
---------------------------------------------------------------

สำหรับน้องหนู kicho
ก็ต้องดูแลตัวเองเหมือนกันนะ จะย่างเข้าเลข 4 อยู่แล้ว อิอิอิอิอิ
---------------------------------------------------------------
User avatar
sensitiveman
ประถม ประถม
Posts: 141
Joined: 31 Dec 2007 16:41

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post11 Jan 2009 20:57

ตายจริง ไม่ทราบว่าคุณพี่ sensitive man จะมีอาการหนักขนาดนี้ ล่าสุดที่คุยกัน เห็นยังด่าทอกันได้เหมือนปกติ ยังไงก็ขอให้หายไวๆ นะครับ ผมเองสุขภาพก็ย่ำแย่เหมือนกัน ไอติดต่อกันมาสองสัปดาห์แล้ว พอไปหาหมอ เขาก็สั่งยามาให้กิน พร้อมกับบอกว่า ถ้ากินยาไปสัปดาห์แล้วยังไม่หาย ให้รีบมาตรวจใหม่เพราะอาจเป็นวัณโรค :14: แต่หมอก็บอกว่าไม่น่าจะใช่หรอก เพราะไม่มีลางบอกเหตุอื่นๆ แต่เขาก็บอกว่าให้ลองมาตรวจเผื่อๆ ไว้

ช่วงปีใหม่ทีไร ได้ไปหาหมอด้วยอาการไอมาติดต่อกันสามปีแล้ว :16:
oliver
อนุบาล อนุบาล
Posts: 39
Joined: 06 Jan 2008 11:01

PreviousNext

cron