The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Travel, Art, Film and Literature
ท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง ไม่อ้างว้างเดินร่วมทางไปด้วยกัน
ผลงานศิลปะทุกแขนง จัดแจงให้พวกเราเข้าชื่นชม
ภาพยนตร์ รวมพลคนคอหนัง
ผลงานวรรณกรรม งานเขียนทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:15

ตอนที่ 26 : ตัดสิน.. โป้งพลิกเกมด้วย...?
หมดครึ่งแรกไปด้วยการเสมอกันศูนย์ต่อศูนย์ นักเตะก็เดินกลับเข้าอุโมงค์ไป
ในห้องแต่งตัวทั้งสองทีมคงมีการประชุมแผนกันเครียดมาก
แต่บนอัฒจันทร์เป็นอีกบรรยากาศหนึ่ง เพราะอึกทึกไปด้วยเสียงเชียร์ของทั้งสองทีมและเหล่าแฟนคลับของนักฟุตบอล
แต่อยู่ๆก็เริ่มเบาลง เพื่อเหล่าผู้ชมได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นจากกองเชียร์ฝั่งนวสาคร
จุ้ยนึกสนุกเอาแซกโซโฟนเทนเนอร์ของเขามาประกอบ แล้วเล่นเพื่อกล่อมเหล่ากองเชียร์ มีหนุ่มรุ่นน้องคนหนึ่งมาเป่าทรัมเป็ต ฮ้อยก็เล่นกลองทอมกำกับจังหวะให้ โดยมีอ๊อดอีกหนึ่งเพื่อนสนิทของจุ้ยมาเคาะแทมโปลิน

การันต์ที่อยู่ใกล้ๆได้ยินเสียงแซกโซโฟนที่เป่าเป็นเพลงบรรเลงสนุกสนานอย่างชัดเจน
“เออดี เชียร์บอลดี มีดนตรีเยี่ยมให้ฟังด้วย”
“เอ... เด็กคนนี้ที่ชนะเลิศแข่งขันดนตรีนักเรียน ชื่ออะไรน๊า...” ชาญที่มีงานอดิเรกเป็นดนตรีนึกได้
“นทีธาร ... ใช่แล้ว นทีธาร”
“ฝีเท้าเป็นไง” การันต์หันมาถามวีระ เพราะตลอดการแข่งขัน วีระคอยให้ข้อมูลเด็กแต่ละคนไม่ขาด
วีระทำหน้าแหย่ๆ
“เขาเป็นนักดนตรีนะพี่ ไม่ใช่นักบอล”
การันต์หัวเราะ แต่เดี๋ยวก็กลับไปตั้งใจฟังนายนทีธารเล่นแซกโซโฟนต่อ

ครึ่งหลังเริ่มขึ้นโดยสองทีมไม่มีการปรับตำแหน่งตัวผู้เล่น ทั้งสองทีมจึงยังเล่นกันในจังหวะเดิมคือโจมตีเข้าใส่กันอย่างแลกหมัด
จนเวลาผ่านไปราวยี่สิบนาทีของครึ่งหลัง แล้วก็กลายเป็นจังหวะของนวสาคร
วู๊ดเห็นโยธินวิ่งทำทางไปที่ปีกขวา เขาก็เลยจ่ายเรียดไปให้ โยธินพาลูกหนีตัวประกบตัวแรกได้ แต่ไปติดตัวประกบตัวที่สองที่วิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เขาก็เลยเตะลูกฟุตบอลจ่ายย้อนหลังกลับไปให้วู๊ด
วู๊ดมองไปมองมาก็เตะตรงๆไปให้โป้งที่ยืนอยู่
“เอาสิวะโป้ง แสดงอาวุธหน่อย” การันต์กล่าว แล้วก็จ้องไปที่การเคลื่อนไหวของเด็กหนุ่ม
เมื่อโป้งได้ลูกฟุตบอลมาแล้ว ก็จะเลี้ยงลูกจี้เข้าหากรอบเขตประตู
แพทเป็นคนมาประกบโป้งด้วยตัวเอง เพราะตอนนี้ศูนย์หน้าที่เขาประกบตัวอยู่ วิ่งฉีกออกไปด้านข้างในลักษณะหลอกให้เขาตาม
แต่แพทอ่านเกมว่าที่นวสาครทำเพื่อให้โป้งได้มีโอกาสยิงไกล... เขาเลยตัดสินใจป้องกันโป้งด้วยตัวเอง
จังหวะขาของโป้งนั้นรวดเร็วมาก แพทไม่เคยเจอใครคล่องแคล่วเท่านี้
ขืนเขารีบร้อนสกัด มีหวังโดนล๊อกหลบ พาลูกหนีไป เขาจึงใช้การบังทางวิ่งของโป้ง ด้วยรูปร่างที่ใหญ่โตกว่า
เท้าซ้ายนั่น.. ต้องระวัง แพทเตือนตัวเอง
ในจังหวะนั้น เหมือนโป้งจะขยับจะเตะบอลด้วยเท้าซ้ายจริงๆ เขาวางเท้าขวาแล้วเงื้อเท้าซ้าย ต้องเป็นการยิงไกลแน่นอนที่สุด
จังหวะนี้หละ สกัดได้แน่...
แพทขยับทันทีด้วยความเร็ว เขาคาดหมายทิศทางของลูกที่จะออกไป เพื่อจะพุ่งตัวไปบล็อกการยิงประตูของโป้ง
รูปแบบนี้หากเป็นเท้าซ้าย ต้องยิงไปด้านขวาแน่นอน
แต่โป้งไม่ได้เตะลูก เขากลับยั้งเท้าไว้ แล้วเหยียบเท้าซ้ายลงเป็นหลัก... จากนั้นใช้เท้าขวาเตะบอลกระแทกไปใต้ลูกให้มันลอยขึ้น
แพทเห็นการเคลื่อนไหวนั้น.. แต่เขาไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้ว ได้แต่ขืนตัวไว้ แล้วมองลูกลอยผ่านไปทางซ้าย...
ลูกฟุตบอลลอยมาในเขตโทษ ปอวิ่งมาในตำแหน่งที่ลูกจะมาถึง
ทั้งหมดคือการซ้อมกันมาอย่างหนัก..
เขากระโดดขึ้นไปในอากาศแล้วสะบัดหัวโขกลูกฟุตบอลเต็มหน้าผาก ก่อนที่ผู้รักษาประตูจะเข้ามาถึงลูก
ลูกฟุตบอลเดินทางในอากาศอย่างไร้สิ่งกีดขวางมันสัมผัสกับตาข่ายข้างในประตูแล้วรูดตกลงมา...
แม้ผู้เล่นกองหลังตามเข้าไปและพยายามเตะลูกออกมา แต่ทว่าผู้ตัดสินก็เป่าให้เป็นประตูไปแล้ว...

เสียงกองเชียร์ของนวสาครโห่ร้องออกมาอย่างยินดี.. ป้ายไฟชื่อโป้ง ชื่อโกล ถูกโยนทิ้งไปอย่างลืมตัวหลายต่อหลายป้ายด้วยความดีใจ
ปอวิ่งกลับมาหาโป้งแล้วกระโดดกอดจนล้มลุกคลานกันไปทั้งคู่ แล้วเพื่อนก็กรูกันเข้ามาแสดงความยินดีให้สมกับการรอคอย
เท้าขวา... แพทมองโป้งที่กำลังวิ่งไปกับเพื่อนร่วมทีมกลับไปที่แดนของตัวเอง
“ไอ้หมอนี่... มันสุดจะบรรยายจริงๆ”

ก้านเพชรแม้จะสวมเผือกอ่อนก็ยังอุตส่าห์มาเชียร์ด้วย เขาเผลอโห่ร้องไปด้วยตอนที่นวสาครได้ประตูจนกองเชียร์ที่นั่งรอบตัวซึ่งเป็นกองเชียร์ของโรงเรียนเอกชนพากันหันมามองหน้า
ตอนนี้เขาก็เลยต้องนั่งเงียบๆ แต่ตามองโป้งที่กำลังวิ่งเยาะๆกลับไปสู่ตำแหน่งยืนของตนด้วยรอยยิ้ม
“นายมันสุดๆ โป้ง... นายชนะขีดจำกัดของตัวเองจนได้นะโป้ง”

เวลาครึ่งหลังใกล้จะหมดแล้ว เหลืออีกแค่ถึงไม่หนึ่งนาทีในช่วงทดเวลา แต่ทีมแชมป์เก่าก็ยังไม่ลดละความพยายาม
ส่วนนวสาครก็เริ่มเน้นการครองบอล ด้วยการตัดบอลได้ก็จ่ายสั้นส่งให้กันไปมาอย่างแม่นยำแต่อยู่ในแดนตัวเองมากกว่าจะบุกขึ้นไป
ตอนนั้นอัครที่ได้บอลอยู่หน้ากรอบเขตจึงพยายามดึงจังหวะ มองเห็นโป้งยืนว่างอยู่ ก็เลยคิดว่าถ้าส่งให้โป้ง โป้งจะต้องเก็บลูกไว้ได้ดีกว่าเขาอย่างแน่นนอน
อัครก็เลยแปบอลด้วยข้างเท้าเรียดพื้นไปหา
ทว่าเขาก็ต้องใจหาย
ผู้เล่นกองหลังตัวกลางของฝ่ายตรงข้าม อาศัยช่วงที่ขายาวมาดักลูกไว้ได้ก่อนจะถึงโป้ง
แพทหยุดลูกไว้ได้ ก็เตะโยนขึ้นหน้าไปให้เพื่อนที่อยู่แดนหน้า
ฝ่ายโกลเห็นดังนั้น เขาจึงเตรียมพร้อม
เมื่อศูนย์หน้าฝั่งตรงข้ามเข้ามาในระยะอันตราย ตั้มที่มายืนเป็นหนึ่งในกองหลังสามตัวก็วิ่งออกไป
เขาพยายามจะสไลด์ตัวสกัดกั่นการเลี้ยงของกองหน้าของคู่ต่อสู้ แต่กองหน้าของคู่ต่อสู้จ่ายบอลหนีไปเสียก่อน
โชคยังดีที่ตั้มไม่โถมเข้าทั้งตัวเขาจึงยั้งตัวได้ทันแล้วรีบพลิกตัววิ่งกลับไป
ปีกซ้ายของโรงเรียนเอกชนชื่อดัง เป็นอดีตตัวผู้เล่น U19ของทีมชาติ แต่ปีนี้หลุดจากทีมไปเพราะการเข้ามาของโป้ง เขารับได้ลูกอย่างนิ่มนวล แล้ววิ่งเร็วจี่เข้าไปในตำแหน่งที่ตั้มละทิ้งไป ได้ระยะ มีแค่ผู้รักษาประตูเท้าที่นั้นที่ขวางทาง เขาสับจึงเท้ายิง..
แต่ตั้มตามกลับมาทัน เขายื่นขาออกไปหวังจะให้โดนลูกเพื่อสกัดกั่น
แล้วก็โดนจริงๆ
แต่นั่นไม่ดีสำหรับโกล เพราะเขาถลันตัวไปเพื่อจะป้องกันลูกที่พุ่งมาเสียแล้ว การสกัดของตั้ม ทำให้ลูกยิงนั้นแฉลบขาของตั้มเปลี่ยนทาง...
โกลไปผิดทาง..
ลูกฟุตบอลมุ่งไปหาประตู ตกกระดอนพื้นหนึ่งจังหวะ แต่ก็ยังมุ่งไปทางประตูที่ไม่มีการป้องกัน
แต่ก่อนที่มันข้ามเส้นไป..
ฝ่ามือใหญ่ขวางทางแล้วผลักลูกฟุตบอลออกไปจากปากประตู.. โกลพลิกตัวกลับมาป้องกันได้ทัน แต่ก็ต้องล้มตัวไปสุดแขน
ในจังหวะโกลล้มอยู่ ตัวผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามไม่ปล่อยให้ลูกฟุตบอลที่กลิ้งออกมาเสียเปล่า
แล้วศูนย์หน้าของฝ่ายตรงข้ามก็เข้าถึงลูกฟุตบอลด้วยการเหยียดขาไป แต่เพราะไม่มีจังหวะจึงกลายเป็นการเตะอย่างแผ่วเบา
กระนั้นลูกฟุตบอลที่โดนสัมผัสนั้นก็กลิ้งไปหาปากประตูอีกครั้ง... และกำลังจะข้ามเส้นประตูเข้าไป
ทันใดนั้น...จอมพุ่งเข้ากวาดเท้าขวางทางลูกเอาไว้ แล้วพยายามดันให้ลูกออกมา ทำให้โกลที่ลุกขึ้นได้ตามมาตะปบบอลเสียก่อนที่ฝ่ายตรงข้ามเข้าถึงลูกอีกครั้ง
“เข้าแล้วอาจารย์ มันเข้าไปแล้ว” ศูนย์หน้าลุกขึ้นวิ่งไปหากรรมการ แล้วผู้เล่นคนอื่นๆก็ตามเข้าไปประท้วงด้วย
แต่วู๊ดยกมือห้ามลูกทีมของตนไว้เพราะกลัวจะเป็นการไปปะทะกัน แต่ตัวเองก็เดินเข้าไปเพื่อรอฟังผลการตัดสิน
โกลที่กอดลูกอยู่ก็ลุกขึ้นแต่ไม่เดินไปไหน ยังคงยืนอยู่ตรงที่เดิม
กรรมการเดินไปโดยไม่ใส่ใจเสียงประท้วง แถมเขายังทำท่าล้วงกระเป๋าด้วยเพื่อปรามว่าใครเข้ามาใกล้อีกจะให้ใบเหลือง ผู้เล่นที่ตามมาประท้วงจึงต้องหยุด ปล่อยให้กรรมการเดินไปหาผู้กำกับเส้น
สำหรับแพทนี่คือเวลาตัดสิน... เพราะถ้าได้ลูกนี้จริงๆคือการต่อชีวิต เพราะเวลาการแข่งขันคงหมดไปแล้ว เขามองเขม็งที่กรรมการ
โป้งก็มองผู้กำกับเส้นกับผู้ตัดสินสนทนากัน เขาใจระทึก ตอนนี้เขาเดินมาถึงหน้าประตูเพื่อมาหาโกล
พอโกลได้เห็นหน้าโป้ง เขาก็เอามือข้างหนึ่งจับมือโป้งไว้ โป้งสบตาแล้วก็กุมมือข้างนั้นไว้... ทั้งสองกำมือกันและกัน แล้วหันไปมองผู้ตัดสินกับผู้กำกับเส้นคุยกัน
เมื่อเห็นว่าผู้ตัดสินได้ขอสรุป และหันกลับมา ทั้งสองจึงยิ่งกำมือกันแน่นเพื่อให้กำลังใจกันและกัน
แล้วผู้ตัดสินก็เป่านกหวีดแล้วให้สัญญาณว่าไม่เป็นประตู... แล้วก็ส่งสัญญาณให้โกลเล่นต่อไป
ผู้เล่นทีมโรงเรียนเอกชนแม้จะผิดหวัง แต่ด้วยหัวใจของนักกีฬาก็เลยจำยอมรับการตัดสิน แล้ววิ่งกลับไปในแดนตัวเอง
เช่นกันกับทีมนวสาครที่รีบวิ่งกลับไปประจำตำแหน่ง โป้งปล่อยมือโกลแล้ววิ่งตามเพื่อนๆไป
โกลมองซ้ายมองขวา เตะโด่งออกไปในทิศที่โป้งยืนอยู่
โป้งมองลูกลอยโด่งมาในอากาศ เขาคิดจะกระโดดพักอก แต่นกหวีดยาวก็ดังขึ้น... หมดเวลาการแข่งขัน..
ลูกฟุตบอลตกถึงพื้นก็กระดอนไปอย่างไร้ทิศทาง เพราะตอนนี้โป้งได้ทอดทิ้งมันไปเสียแล้ว
เขาวิ่งย้อนกลับไปเพื่อไปหาจอมนายกองหลังตัวกลาง ผู้ช่วยโกลสกัดลูกออกมาในจังหวะสุดท้าย...
จอมเห็นโป้งวิ่งเข้ามา แถมชี้นิ้วมาที่เขาด้วยใบหน้าที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าดีใจ เขาก็เลยกางมือออกเพื่อรับการกระโดดกอดของโป้ง
แล้วทั้งคู่ก็กอดคอกันยืนชูมือหันไปหาอัฒจันทร์ฝั่งที่กองเชียร์นวสาคร กองเชียร์ก็พร้อมใจกันโห่ร้อง...สดุดีให้แก่ผู้ป้องกันในจังหวะสุดท้ายที่นำมาซึ่งชัยชนะ...
วันนี้ไอ้จอมขอเป็นฮีโร่...

การันต์ที่อยู่บนอัฒจันทร์มองลงไปอย่างรู้สึกภาคภูมิใจ
“พี่ฤทธิ์ พี่ดูอยู่ไหม... ไอ้โป้งของพี่มันเก่งขึ้นอีกแล้วนะ...”

ในห้องเช่าที่เล็กเท่ารูหนู ฤทธิ์กอดโทรศัพท์ราคาถูกแต่มีระบบดูโทรทัศน์ได้ไว้แน่น นอนแผ่หงายบนที่นอนที่เก่าและเหลือง..
“โป้งลูกพ่อ... พ่อคิดถึงเจ้าเหลือเกิน...”
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:16

ตอนที่ 27 : ไปเที่ยวหัวหินกันเถอะ...(รีไรท์)
ถ้วยรางวัลเกียรติยศถูกจัดวางอย่างสูงส่งบนพื้นที่ทำเป็นพิเศษในบริเวณฝ่ายอำนวยการของโรงเรียน ด้านหน้าโรงเรียนยังมีป้ายประกาศเกียรติคุณให้กับเหล่านักฟุตบอลที่ร่วมแรงร่วมใจกันนำพาถ้วยเกียรติยศสูงสุดของฟุตบอลนักเรียนมาเป็นเกียรติศักดิ์ศรีแก่โรงเรียน
พอหลังจากรายการนี้ โค้ชก็ให้นักฟุตบอลทั้งหมดได้พักผ่อนกันและกลับเข้าห้องเรียนเรียนหนังสือเหมือนคนอื่นๆ โป้งกับโกลจึงได้กลับมาใช้ชีวิตแบบเด็กมัธยมปกติช่วงหนึ่ง ทุกอย่างเหมือนจะเป็นไปอย่างเรียบง่าย แต่ความเรียบง่ายนั้นก็ไม่คงทนนัก...

ตอนนี้ผลงานของโป้งและโกลกลายเป็นของหอมสำหรับคนในวงการฟุตบอล โค้ชป้อมเพชรเป็นคนรับหน้าทั้งเอเจนท์ซี่และแมวมองของทีมสโมสรทั้งหลายเอาไว้หมด เพราะเขาอยากให้โป้งกับโกลได้พัก แต่กระนั้นเขาก็ต้องแจ้งให้ทราบตามหน้าที่ รวมทั้งให้คำแนะนำ
“ตอนนี้ที่กรองให้แล้วก็มี เอเจนท์ นายสุขี กับนายโชติ สองคนนี้คนของบริษัทตัวแทนที่มีชื่อทั้งคู่ และก็ได้รับใบอนุญาตถูกต้อง เอเจนซี่จะช่วยพวกนายสองคนในการเจรจากับสโมสร ต่างๆได้ ดีกว่าเธอไปเจรจากันเอง เพราะพวกเขาเป็นมืออาชีพ แต่ก็ต้องมีค่านายหน้าบ้างนิดๆหน่อย แต่ก็ไม่ได้เยอะมาก ถ้าหากเทียบกับผลประโยชน์ที่นายจะได้รับ แล้วก็การดูแลจากพวกเขา การมีตัวแทนเนี่ยในต่างประเทศก็เป็นเรื่องปกติ” อาจารย์ป้อมเพชรอธิบาย เขาเลื่อนเอกสารที่ได้รับมาให้ดู “ส่วนถ้าจะไปเข้าสโมสรโดยตรง อันนี้ฉันไม่ค่อยสนับสนุนนะ เพราะส่วนใหญ่จะเสียเปรียบเรื่องสัญญาอย่างที่พวกรุ่นพี่หลายคนเป็นอยู่ตอนนี้ นี่เป็นรายละเอียดของสองบริษัท ลองเอาไปปรึกษากันดู ว่าจะไปกับใคร”
โป้งกับโกลมองหน้ากัน
“คือโค้ชครับ เราก็ไม่รู้เรื่องหรอกครับ แล้วโค้ชว่าสองคนนี้ใครดีกว่ากัน” โกลเป็นคนกล่าวตอบ
ป้อมเพชรถอนหายใจ
“จริงๆฉันก็รู้จักทั้งสองคนนั้นหละ แต่ส่วนตัวฉันว่านายสองคนควรจะได้คุยกับสุขี ฉันว่าเขาโอเคกว่าคนอื่น”

สุขีเป็นเคยเป็นนักฟุตบอลแต่เพราะอาการบาดเจ็บทำให้ที่สุดก็เลิกเล่นไป
วันนี้สุขีถือเป็นวันที่เขาสุขีสมชื่อเพราะ โทรศัพท์จากพี่ป้อมที่เขานับถือมาถึงในตอนสายๆ
“ครับพี่ ขอบคุณครับ”
สุขีถึงกับลิงโลดแล้วก็รีบโทรไปแจ้งข่าวดีแก่บริษัท

“ก็ตามนี้ พี่จะดูแลทุกอย่างเกี่ยวกับผลประโยชน์ให้ น้องทั้งสองคนจะได้รับประโยชน์สูงสุดในการดูแลของพี่” สุขีเล่ารายละเอียดให้ฟัง โดยมีโค้ชป้อมนั่ง
“พี่ป้อมก็ไม่ต้องห่วง ผมไม่ทำให้เด็กของพี่เสียหายแน่นอน ผมเอาหัวเป็นประกัน” สุขีหันมากล่าวกับป้อมเพชร
ตอนนี้โป้งกับโกลกำลังอ่านหนังสือสัญญากัน ส่วนใหญ่จะเป็นภาษากฎหมายที่ทั้งคู่ไม่เข้าใจ
“ผมขอเอาไปให้ทนายของพ่อดูก่อนได้ไหม.. แล้วเราค่อยเซ็น” โกลกล่าว
โป้งก็มองหน้าสุขีเหมือนจะถามลักษณะเดียวกัน
“ได้ตามสบาย นี่พี่ก็เตรียมมาให้อ่านเหมือนกัน ไม่ใช่เซ็นเลย แต่ก็เก็บกันดีๆอย่างให้ยับนะ เพราะเราจะเซ็นกันด้วยสัญญาฉบับนี้เลย จะได้สบายใจทั้งสองฝ่าย”

ภาพ ข่าวของโป้งกับโกลปรากฎในหน้าหนังสือพิมพ์กีฬาหนึ่งวันหลังจากที่มีการเซ็นสัญญา นั่นทำให้เกิดแรงกระเพื่อมอย่างใหญ่หลวงในวงการฟุตบอลอาชีพ ตอนนี้เด็กหนุ่มคงไม่รู้ตัวกันว่า เบื้องหลังสโมสรทั้งหลายนั้นวิ่งกันแข่งกันประมูลราคาอุตลุด เพื่อจะให้ได้ตัวโป้งกับโกลไปร่วมทีมในปีหน้า
แต่สำหรับเด็กหนุ่มทั้งสอง ชีวิตทุกอย่างยังดูเป็นปกติ พวกเขายังคงวิ่งออกกำลังในตอนเช้า ไปเรียนหนังสือแล้วก็ไปซ้อมเบาๆกับเพื่อนร่วมทีมตามโปรแกรมของโค้ชป้อม
พวกเขายังคงเป็นเด็กนักเรียนธรรมดาเท่านั้น..

โป้งเอากระเป๋าสะพายขึ้นหลัง แล้วก็รอให้โกลสวมหมวกกันน๊อกให้ จากนั้นก็ปีนขึ้นซ้อนท้าย
“ตกลงไปหัวหินแน่นะ” โป้งเปิดหน้ากากถาม
“เออ.. ก็มึงอยากไปไม่ใช่เหรอ” โกลหันมาตอบ
“แต่มึงอยากไปกาญจน์นี่ ไปกาญจน์ก็ได้นะ” โป้งตอบกลับ
โกลเอนตัวเอี่ยวหัว เอาด้านหลังของหมวกกันน๊อกโขกกับหมวกของโป้ง
“กูไปไหนก็ได้ที่มีมึงโป้ง.. ไม่ว่าที่ไหน.. ไม่ต้องเรื่องมาก กูตัดสินใจไปแล้ว”
แล้วโกลเร่งเครื่องพารถออกไป
โป้งปิดหน้ากาก แล้วเขามองแผ่นหลังของโกล แผ่นหลังที่แข็งแกร่ง...
นึกไปถึงวันแรกที่เจอกัน เขาก็ซ้อนท้ายอย่างนี้ ตอนนั้นเขานั่งเกร็งเลยทีเดียว ตอนนั้นโกลเป็นคนที่เงียบขรึม ดูไม่ค่อยเป็นมิตรนัก แต่ผ่านเวลาไปแล้ว โกลกลายเป็นคนละคน เขาเป็นคนร่าเริงและยิ้มง่ายมากขึ้น จนแม้เพื่อนร่วมทีมคนอื่นก็บอกว่าโกลเปลี่ยนไป...
เพราะอะไรหนอ.. โป้งก็ไม่รู้เหมือนกัน..
แต่ไม่ใช่เฉพาะความรู้สึกของคนอื่นต่อโกล แต่ความรู้สึกของโป้งก็เช่นกัน.. ความรู้สึกเมื่อตอนซ้อนท้ายครั้งแรกมันหายไปแล้ว... ตอนนี้สำหรับโป้งแล้ว ตอนนี้เขาอยากจะทำสิ่งหนึ่ง...
โกลมองตรงไปข้างหน้าอย่างมีสมาธิ แล้วเขาก็สัมผัสถึงมือจับมาที่เอว และร่างที่กระชับเข้ามาจนแนบชิด
ใต้หมวกกันน๊อกสีดำสนิท โกลยิ้มออกอย่างชื่นอกชื่นใจ...
นับจากวันแรกที่เจอกัน... โลกของโกลก็เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง.. เมื่อก่อนโกลรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกแยก ทั้งเรื่องที่เขาเป็นเด็กที่เกิดมาด้วยวิธีการที่แตกต่าง การที่มีครอบครัวที่พิสดาร และความรู้สึกที่มีต่อเพศเดียวกัน แต่เมื่ออยู่กับโป้ง นายโลกสวยแต่บ้าบอลคนนี้ โป้งจะคอยชี้แง่มุมดีๆเสมอ แม้เรื่องราวจะเลวร้ายแค่ไหน..
มุมมองต่อโลกของโกลเปลี่ยนไป.. โลกของเขาที่ผ่านมาสิบเจ็ดปี หรูหรา และแสนแพงระยับ.. แต่มันไม่เคยงดงามเท่านี้
ตอนนี้แม้แต่ถนนที่โกลมองตรงไปก็ยังดูสดใส แสงแดดในยามเช้าก็แสนอบอุ่น สายลมที่ปะทะที่ปะทะก็พาใจแช่มชื่น..
ทุกอย่างดูงดงามขึ้นอย่างมาก... มากเหลือเกิน
เขาก็ไม่รู้หรอกว่าโป้งกับเขาจะอยู่ด้วยกันแบบนี้นานแค่ไหน.. เขาแค่ขอเก็บเกี่ยวความรู้สึกดีๆที่ได้รับจากนายไซด์โป้งคนนี้ให้มาก และนานที่สุดเท่านั้นเอง...

โรงแรมขนาดเล็กแต่สวยงามริมหาดเขาตะเกียบนี้เป็นของพรรณพงศ์ พ่อของโกล ดังนั้นบรรดาพนักงานโรงแรมต่างมีอาการตื่นเต้นที่อยู่ดีๆ โกลเดินเข้ามาในล๊อบบี้
“คุณโกลจะพักใช่ไหมครับ” หัวหน้าพนักงานต้อนรับเดินเข้ามาถาม
“ใช่สองคืนนะครับ” โกลกล่าวอย่างสุภาพ “ห้องตรงหน้าหาดมีไหมครับ”
“มีครับ.. แต่” หัวหน้าพนักงานต้อนรับมีท่าทีลังเล
แต่เขาก็ตัดใจตอบ
“ได้ครับ ผมจัดการให้”
แล้วเขาก็หันมองหน้าโป้งที่ทำหน้าเหมือนตื่นๆสถานที่ และมองไปรอบตัวด้วยตาโตๆ

สองหนุ่มเดินไปแล้ว
พนักงานสาวที่ยืนเคาร์เตอร์ก็กระซิบกับพนักงานเกย์สาว
“นั้นใช่คนที่ยิงประตูทีมญี่ปุ่นไหม” เธอถาม
เกย์สาวพยักหน้ามั่นใจ แม้เธอจะมีบุคลิกในแบบที่ไม่น่าจะเป็นแฟนฟุตบอลได้ แต่เธอก็ชอบกีฬานี้เป็นการส่วนตัว เพศสภาพไม่ได้มีผลต่อความสนใจส่วนบุคคลแต่อย่างไร
“ใช่แน่นอน ก็เขาอยู่โรงเรียนเดียวกับคุณโกล อยู่ทีมเดียวกัน นี่ก็พึ่งได้แชมป์ถ้วย ก.”
“หล่อเหมือนกันเนอะ.. หน้าตาน่ารักดี ดูใสๆเด็กๆ” พนักงานสาวกล่าวด้วยนัยน์ตาชวนฝัน
“แต่ เห็นอย่างนี้ เท้าซ้ายแน่นอนมาก ปั่นโค้งได้อย่างกับหนังการ์ตูนเลยนะแก... วิ่งก็อย่างกับติดจรวด... “เกย์สาวกล่าวด้วยแววตาเดียวกัน แต่เพิ่มความชื่นชมในแบบแฟนฟุตบอลเข้าไปด้วย

โรงแรมใหญ่ริมหาดที่เดฟกับวู๊ดเข้าพักนั้นมองเห็นได้ไกลสุดสายตา และยังมองเห็นเขาตะเกียบอีกด้วย
“นั่นโรงแรมของพ่อไอ้โกล” เดฟชี้ลงไป
วู๊ดหันมามองหน้าเดฟ แววตากังวล
“ทำไม... กลัวเขาจะมาเจอเราเหรอ... ไม่หรอก... ฉันเช็คไปแล้ว เขาบอกว่าโกลไม่ได้บอกว่าจะมา” เดฟกล่าว
วู๊ดจึงมีท่าทีสบายใจขึ้น
“ไม่ต้องห่วง ฉันก็กลัวว่าความสัมพันธ์ของเราจะกระทบกับบทบาทของนายในทีม... เป็นกัปตันทีมนี่ก็ต้องเป็นที่นับถือใช่ไหมหละ ฉันคอยระวังตลอดนั้นหละ”
วู๊ดถอนหายใจ... ทำไมหนอ... ชีวิตของเขาถึงได้ยากเย็นกว่าคนอื่นไปเสียทุกเรื่อง..
เดฟเหมือนจะอ่านใจได้ เขาเอามือมาโอบเอววู๊ดไว้
“ถ้าไม่พร้อมจะบอกใคร บางทีนี่หละ คือทางเลือกของเรา... แต่นายไม่ต้องกลัว ฉันจะคอยเป็นกำลังใจให้นายเสมอ ในทุกเรื่อง”
วู๊ดหันมาสบตาเดฟ
“ไปเหอะ ไปหาอะไรกินกัน.. ฉันเรียกรถโรงแรมไว้แล้ว” แล้วเดฟก็จับมือวู๊ดแล้วจูงออกมา

โป้งเปลี่ยนเป็นกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดหลวมๆ ยืนกระสับกระส่ายรอโกลอยู่ในห้อง
“เร็วสิมึง.. กูอยากเล่นน้ำจะแย่แล้ว..”
“ไอ้หอกมาถึงก็อยากเล่นน้ำเลยนะ.. นี่มันบ่าย ลงไปก็ตัวดำพอดี” โกลตอบเมื่อเปิดประตูห้องน้ำออกมา
“อย่างกับตอนนี้ขาวตายห่าละ เรามันก็ดำกันอยู่แล้วนี่ ไม่ดำไปกว่านี้หรอกน่า” โป้งตอบ แล้วเขาก็เริ่มต้นเต้นกระโดด
“เร็วๆเด่ เร็วๆ เร็วๆ”

โป้งนั่งหันหลังให้โกลที่กำลังชโลมครีมกันแดดให้ ตอนนี้ทั้งคู่นั่งอยู่บริเวณจุดพักผ่อนของแขกริมชายหาด
“เร็วๆดิ.. กูอยากลงน้ำ”
“มึงเป็นปลาหรือไงวะ เห็นน้ำก็อยากจะลง เอ้าเสร็จแล้ว”
โป้งทำท่าจะลุก
“เดี่ยวทาให้กูด้วยสิ..มึงนี่เอาเปรียบหรือไง”
โป้งทำหน้าบู้ตู้ แต่ก็นั่งลงรับขวดมา
เขาเทครีมลงในสองมือแล้วฟาดป๊าบลงไปบนหลังของโกล
“ไอ้สัตว์ เบาๆหลังคนไม่ใช่กระดาน ฟาดมาได้เจ็บเว้ย” โกลร้องเสียงหลงแถมด่าด้วย
โป้งก็เลยยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วแกล้งลูบไล้อย่างแผ่วเบาแต่เน้นอารมณ์
“แบบนั้นก็ไม่เอามันเสียว... เดี่ยวกูก็ปล้ำแม่งซะหน้าหาดนี่หรอก”
“อะไรว้า แรงก็ด่า เบาก็บ่น”โป้งทำแก้มตูมๆแบบเด็กเอาแต่ใจ
“มึงก็ทาดีๆ ทาแบบทาครีมให้ตัวเองเอง ไม่ต้องตี ไม่ต้องลูบไล้ เป็นไหมไอ้โป้ง”
ผู้จัดการโรงแรมมายืนกอดอกมองสองหนุ่มหยอกกันอย่างสนุก แต่เขาก็ถอนหายใจออกมา
“คุณผู้หญิงเธอบอกว่าไม่เป็นไรครับ.. ยังไงเธอก็จะมา เพราะเธอไม่ได้เจอคุณโกลนานแล้วเหมือนกัน” หัวหน้าพนักงานต้อนรับมารายงาน
ชายหนุ่มถอนหายใจ มันเลี่ยงไม่ได้นี่นะ แต่ถ้าเลี่ยงได้เขาก็ไม่อยากให้สองแม่ลูกมาเผชิญหน้ากัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อหน้าแขกของคุณโกล..
แต่อย่างหนึ่งที่ไม่อยากให้เกิดมากสุดคือ.. การมาของคุณพรรณพงศ์
หวังว่าคุณพรรณพงศ์จะไม่มาด้วยอีกคนหรอกนะ

โป้งเล่นน้ำทะเลจนพอใจแล้วก็มานั่งพักอยู่ใต้ร่มชายหาด เขาหยิบน้ำผลไม้ที่โกลสั่งมา ยกดื่มรวดเดียว
“มึงนี่นอกจากเล่นบอลเก่ง แล้วยังว่ายน้ำเก่งอีกนะ” โกลกล่าว แต่ตามองทะเล
“ก็ เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกของพ่อกู เขาบอกว่าว่ายน้ำดีต่อกำลังขากำลังปอด” โป้งตอบ แต่ตอนนี้สายตาของเขาหันไปเห็น หนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งเดินมาที่หาดจากทางโรงแรมขนาดใหญ่ พวกนั้นมีลูกฟุตบอลมาด้วย
แล้วหนุ่มๆกลุ่มนั้นที่ดูเหมือนจะเป็นเด็กมหาวิทยาลัย ก็เริ่มต้นแบ่งทีมกันด้วยการโอน้อยออก แล้วก็เริ่มเล่นกันโดยมีถึงใส่ทรายสองถังเป็นสมมุติเป็นเสาประตูทั้งสองฝั่ง
โป้งมองอย่างสนใจ
“พี่ๆพวกนี้ต้องเป็นนักบอลแน่เลยว่าไหม.. แต่ละคนดูมีทักษะฟุตบอล”
โป้งกล่าว
“น่าจะเป็นนักศึกษาพละหละมั้ง” โกลตอบ
“อยากเล่นหละสิ” โกลเดาใจโป้งได้
“เขาจะให้เล่นเหรอ..” โป้งกล่าว ทั้งตาละห้อย

จังหวะนั้นมีคนหนึ่งเตะบอลไปผิดจังหวะทำให้ลูกโด่งลอยมาในอากาศ
โกลยิ้มแล้วเขาก็พุ่งพรวดออกไป
โกลกระโดดนิดเดียวก็ตะปบลูกไว้ได้ติดมือ แล้วเขาก็เดินเข้าไปหากลุ่มรุ่นพี่ เพื่อสนทนาด้วย

“ไอ้น้องเอาไป” ชายหนุ่มรูปร่างค่อนข้างตันแน่นกล่าว แล้วเตะส่งต่อลูกให้ลอยต่ำ
โป้งแตะรับด้วยเท้า พอตกพื้นก็ใช้เท้างัดใต้ลูกขึ้นให้ลอยกลับไปในทิศทางที่คนที่ส่งลูกกำลังมาวิ่งไป หนุ่มร่างตันก็โหม่งกลับให้ในลักษณะนำไปข้างหน้า
โป้งกระโดดเกี่ยวลูกไว้ด้วยเท้า เหยียบดึงจังหวะไว้ เพราะเห็นฝ่ายตรงข้ามวิ่งมาหา เขาจับจังหวะที่ฝ่ายรับบึ่งเข้ามา ช้อนลูกด้วยเท้าขวา งัดกระดกลูกฟุตบอลลอยข้ามหัวคนที่จะสกัดไป แล้วใช้ความเร็วและคล่องตัววิ่งอ้อมหลบมาหาลูกฟุตบอลที่พึ่งจะตกพื้น
“เหี้ย..” คนที่อยู่ฝ่ายเดียวกันแต่เป็นผู้รักษาประตูร้อง.. “เทพชัดๆ”

โกลที่เป็นผู้รักษาประตู เห็นโป้งเข้ามาใกล้ก็เตรียมพร้อม ส่วนโป้งหันไปเห็นตัวผู้เล่นฝั่งเดียวกันยืนว่างอยู่อีกด้าน เขาจึงเตะส่งลูกโด่งโค้งไปให้อย่างแม่นยำ
อีกฝ่ายได้ลูกไปก็พยายามยิง แต่โกลสกัดไว้ด้วยเท้า ลูกลอยโด่งมาทางโป้ง
เขาก็ตั้งท่า แล้วกระโดดหวดเตะวอลเลย์เต็มข้อ บอลพุ่งไปอย่างแรง แต่โกลก็ยังป้องกันไว้ได้ด้วยเข่า
ลูกฟุตบอลกระทบเข่าของโกลก็กระเด้งสูงขึ้น แต่ย้อนมาหาโป้ง
โป้งยืนมั่น แล้วโหม่งสวนไปตรงช่องว่างระหว่างเท้าของโกลกับถังทรายที่สมมุติเป็นกรอบประตู ผ่านการป้องกันของโกลเข้าประตู
โป้งหันไปแลบลิ้นหลอกโกล ก่อนจะวิ่งไปดีใจกับรุ่นพี่ทีมเดียวกัน
“ไอ้หอก.. ห้ามใช้มือหรอกเว้ยไม่งั้นไม่มีทางเข้า” โกลบ่นกับตัวเอง ตอนเดินไปเอาลูกกลับมาเล่น
โป้งที่ถอดเสื้อแสดงทำให้เห็นร่างกายที่ฝึกฝนมาอย่างดี กล้ามไม่ได้ใหญ่โตแต่แน่นเปรี๊ยะ เห็นแนวกล้ามเนื้อเด่นชัด โดยเฉพาะหน้าท้องเป็นรอนสวยงาม
เขาเริงร่าอยู่ใต้แสงอาทิตย์.. วิ่งเข้าหาลูกฟุตบอลอย่างรวดเร็วแม้บนพื้นทราย... ไม่ว่าจะที่ไหน.. โป้งกับลูกฟุตบอลก็เป็นภาพที่งดงามเสมอสำหรับโกล
“นี่มัน... ทีมชาติใช่ไหมเนี่ย.. เทพพรกับกรกฏใช่ไหม” คนหนึ่งที่นั่งดูอยู่นึกออก หลังจากใช้ความคิดอยู่นาน
“ใช่แหง่.. เทคนิคขนาดนั้น เทพพรแน่ๆ”
โกลมองโป้งตักไข่เจียวปูมาคำใหญ่ พอกลับจากหาด ทั้งสองก็แต่งตัวออกมาหาอาหารเย็นกินกันที่ตลาดฉัตรไชย
“สงสัยกูต้องให้กรมอนามัยเขาตรวจดูแล้วไข่เจียวมันเป็นสารเสพติดรึเปล่า กูเห็นมึงกินได้ทุกวัน”
“ไม่เสพติด แต่มันอร่อย” โป้งกล่าวแล้วเอาใส่ปากเคี้ยว..
“อร่อยจะตาย” เขากล่าวโดยยังเคี้ยวไม่หมดคำ
โกลส่ายหัว แล้วก็หันไปหยิบกุ้งตัวโตมาแกะ

พอกินเสร็จสองคนก็เดินเล่นในตลาดโต้รุ่ง แล้วก็ได้โรตีมากินกันอีกคนละอัน แต่ระหว่างเดินๆไป โป้งก็สังเกตเห็นสิ่งหนึ่ง
“กัปตันใช่ไหมวะ” โป้งหันไปดึงโกลให้หยุด
“ไอ้วู๊ดน่ะเหรอ” โกลถาม แล้วก็หันไปทางที่โป้งชี้ให้ดู
แต่ไม่เห็นใครที่ใกล้เคียงจะเป็นวู๊ด ก็แค่นักท่องเที่ยวคนอื่่นเดินปะปนกันไป
“ไหนหละ”
โป้งงง แต่เขามั่นใจว่าเขาเห็นแน่นอน เขาเห็นวู๊ดเดินคู่กับชายร่างสูง ดวงหน้าผสมตะวันตก.. เดฟ...
“ไม่รู้สิ.. กูตาฝาดมั๊ง”
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:16

ตอนที่ 28 : ความรักคือสิ่งที่แปลกประหลาดนะ ว่าไหม...(รีไรท์)
แม้จะเป็นเท้าเปล่าแต่โป้งก็สามารถวิ่งสับเท้าขึ้นบันไดอย่างรวดเร็วจนไปถึงชั้นบนสุดที่นำไปสู่พระเจดีย์บนเขาตะเกียบ
เขาหอบนิดหน่อย หันไปโกลพึ่งจะวิ่งมาถึง จึงทำท่าเอามือไขว้หลัง เดินไปตบบ่าโกล
“ความฟิตน้อยไปนิดนะ โกล นายต้องฝึกความฟิตให้มากกว่านี้”
โกลถอนหายใจ แต่ก็ขำ เพราตอนนี้โป้งกำลังเลียนแบบท่าของโค้ชป้อมอยู่
“กูเป็นประตู... แค่นี้ก็ฟิตแล้ว แต่มึงน่ะเขาเรียกฟิตเกิน”

โป้งกราบลงตรงหน้าแท่นบูชาพระเจดีย์ หันไปโกลยังอธิษฐานอยู่เลยนั่งมอง
“อธิษฐานอะไรนานจัง” โป้งถามตอนโกลเงยหน้าจากอาการกราบ
โกลมองหน้าโป้ง
“ก็อธิษฐานให้เราได้อยู่ด้วยกันไปนานๆไง”
โป้งอึ้ง... ตอนนี้หน้าเขาร้อนฉ่า หน้าแดงแน่นอน...
เขาจึงกลบเกลื่อนด้วยการรีบลุก
“ไปเหอะ หิวข้าวแล้ว ออกมาวิ่งบนทราย แถมขึ้นเขา เหนื่อยจังเลย... เดี่ยวจะกินให้เต็มที่เลย”
โกลมองตามโป้งไปด้วยรอยยิ้ม
เขาอธิษฐานเช่นนั้นจริงๆ

โป้งกับโกลวิ่งแข่งกันกลับมาที่โรงแรม ซึ่งแน่นอนโป้งที่ฝีเท้าจัดกว่าก็ต้องถึงก่อนแน่นอนอยู่แล้ว แต่พอโกลวิ่งมาถึง ก็เห็นโป้งยืนนิ่งมองไปทางโรงแรมที่อยู่ใกล้ๆกัน
“กูว่าที่กูเห็นเมื่อคืน จะตาไม่ฝาดว่ะ โกล” โป้งกล่าว แล้วชี้มือไป
ที่โกลเห็นคือเดฟกับกัปตันวู๊ดยืนเอาหลังพิงกันถ่ายรูปเซลฟี่อยู่ริมชายหาด

“เฮ้ย” เดฟนึกอะไรได้อย่างหนึ่ง แล้วก็สำรวจกระเป๋าของกางเกงยีนส์ที่เขาสามส่วนที่ใส่
“ฉันลืมเอากระเป๋าเงินลงมา”
“เออไปเอาเร็วๆ เดี่ยวรถที่จองไว้ก็จะมาแล้วนี่” วู๊ดว่า
เดฟจึงรีบเดินกลับไปที่ตัวโรงแรม
วู๊ดถอนหายใจแล้วหันไปทางหนึ่งกะจะชมบรรยากาศตอนเช้า แต่เขากลับต้องยืนนิ่งงัน
ห่างไปไม่กี่ก้าว... ในชุดลำลอง ไม่ใช่ชุดนักเรียนหรือชุดนักฟุตบอล..โป้งกับโกลยืนคู่กันห่างไปไม่เกินสี่ก้าว..

“คงไม่ต้องอธิบายอะไรมั้ง” วู๊ดกล่าวตอนนี้เขานั่งชันเข่าบนเตียงชายหาดมองออกไปในทะเล
โป้งมองหน้ากันกับโกล
“ที่จริงเราก็ไม่ได้คิดไปไหนไกลหรอกนะ” โป้งกล่าว
“ก็แค่แปลกใจที่กัปตันมากับนายเดฟเท่านั้นเอง”
วู๊ดส่งเสียงหึในลำคอ
“มึงโลกสวยจริงๆไอ้โป้ง” แล้วเขาก็เงียบไป “มึงสองคน ไปถึงขั่นไหนแล้วหละ”
โป้งกับโกลถึงกับมองหน้ากัน
“คือ.. เราก็ยังเป็นแค่คู่หูกันเหมือนเดิม...” โกลเป็นอธิบาย
โป้งหันมองหน้าเขา ก่อนจะหันมาหากัปตันทีม
“แต่กูกับเดฟไม่ใช่” วู๊ดกล่าวออกมาเอง
โป้งทำตาโต เขามองหน้าโกลอีกครั้งก่อนจะถามออกไปอย่างเกรงใจ
“แต่เดฟเขา..ชอบจุ้ย...ไม่ใช่เหรอกัปตัน”
วู๊ดเงียบไปนาน
“กูเป็นกัปตันทีมใช่ไหม ส่วนใหญ่ถ้ากูไม่เจ็บกูก็ต้องลงสนาม.. คือกูเป็นตัวจริงตลอดในสนาม”
แล้วเขาก็ทอดสายตาไปในทะเล
“แต่ในชีวิตจริงกูเป็นตัวสำรองตลอด เป็นแค่ตัวสำรองอดทน.. สำรองที่ได้แค่ทำหน้าที่แทนตัวจริง โดยไม่อาจหวังได้เลยว่าขึ้นมาเป็นตัวจริง..” วู๊ดกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จับได้ว่าเจ็บปวด
“กู..เป็นได้แค่นั้นจริงๆสำหรับเรื่องนี้ แต่กูก็ยินดีจะเป็นนะ เพราะต่อให้เป็นสำรอง กูก็ได้อยู่กับคนที่กูรัก..”
โป้งกับโกลมองหน้ากัน..
“เฮ้ย..” เดฟร้อง
ทั้งสามนักฟุตบอลหันมามอง
“มาได้ไงวะเนี่ย...”

โป้งกับโกลปฏิเสธคำชวนของเดฟแม้เขาจะบอกว่ารถที่เรียกมารับจะมีที่นั่งพอ แต่โป้งกับโกลมีแผนอยู่ในใจอยู่แล้วทั้งคู่ก็เลยตัดสินใจไม่ไปด้วย
ตลาดน้ำสามพันนาม แหล่งท่องเที่ยวใหญ่ยอดนิยม อยู่ไม่ห่างออกไปจากโรงแรมเป็นสถานที่แรกที่สองหนุ่มเลือกมา
โป้งหัวเราะเอิ๊กๆ ตอนที่กำล้งป้อนนมแพะที่คงยังไม่ได้กินอะไรเนื่องจากยังเช้าอยู่
โกลกอดอกมองโป้งที่ทำหน้าเหมือนเด็กน้อยกำลังเล่นสนุก แถมมีการคุยกับแพะอีกต่างหาก
“ไม่ต้องแย่งกัน.. เอ้า บอกว่าไม่ต้องแย่ง.. เฮ้ยไอ้ตัวใหญ่ พอแล้ว แบ่งตัวเล็กบ้าง บอกว่าพอแล้ว”
แน่ะ มีการทะเลาะกับลูกแพะอีกต่างหาก โกลหัวเราะกับภาพโป้งกำลังพยายามยื้อขวดนมกับลูกแพะที่ตัวโตที่สุดในกลุ่ม
“มึงอะ อ้วนแล้ว แบ่งตัวเล็กบ้างสิว้า เอาไม่ปล่อยอีก บอกว่าพอแล้ว”

จากแพะโป้งก็ไปทะเลาะกับปลาคร๊าฟต่อ เขาโวยวายตอนที่ปลาตัวใหญ่แย่งอาหารที่โป้งตั้งใจโยนไปให้ตัวเล็กกว่า
“ไอ้นี่... มึงอ้วนจนจะว่ายน้ำไมได้อยู่แล้ว... เว้ย.. อีนี่อีกตัว.. อ้วนจนครีบสั้นแล้วยังจะแย่งคนอื่นอีก”
โกลเองก็โปรยอาหาร หันมาหัวเราะ
“มึงก็ลงไปป้อนให้ถึงปากเลยสิ”
“ไม่เอาอะ...” โป้งสั่นหัว
“เดี่ยวมันตอดไข่กู ดูดิแม่งมีเป็นพัน.. ลงไปก็หมด หมดกันเลย”
โกลหัวเราะอีก
โป้งมองหน้าของโกลที่ดูจะมีประกายส่องเวลาหัวเราะ
“กูชอบเวลามึงหัวเราะมากเลยโกล” โป้งกล่าว
โกลหยุดหัวเราะแต่ยังคงรอยยิ้มไว้
“มึงก็ทำให้กูหัวเราะบ่อยๆสิ” โกลตอบ
“ทำไม่เป็นอะ.. กูไม่ใช่คนตลก” โป้งตอบแล้วหันไปมองปลาต่อ
“เฮ้ยเอาอีกแล้ว.. ไอ้ปลาตะกละเอ้ย... เดี่ยวเหอะ..” แล้วโป้งก็เอาอาหารกำใหญ่ซัดลงไป
“นี่อยากกินนักก็เอาไปเลย... ตะกละกันฉิบหาย นี่พวกมึงฝูงเดียวกันรึเปล่าวะ ไม่มีน้ำใจเลย.. ตัวเล็กมันยังไม่ได้กินเลยเห็นไหม”
โกลขำแล้วส่ายหัวช้าๆอย่างอ่อนใจ

“พูดไปก็น่าเห็นใจวู๊ดนะ” โป้งกล่าวขึ้นตอนที่ทั้งคู่ลงไปถีบเรือหงส์เล่นกัน “เขาดูจะรักเดฟมากเลย”
โกลถอนหายใจ
“ความรักนี่บางทีก็โหดร้ายนะ ว่าไหม”
โป้งไม่ได้หันมามองแต่มองไปตรงๆ
“นั้นสิ.. ก็เห็นๆอยู่เดฟมันชอบจุ้ย ขนาดนั้น แต่ก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้สินะ.. เฮ้อ.. ความรักนี่มัน.. แปลกจริงๆเลย”
โกลหันมองหน้าโป้ง แล้วเขาก็มองตรงๆไปเช่นกัน
“โป้ง.. ถ้ากูรักมึงเหมือนที่วู๊ดรักไอ้เดฟ มึงจะรักกูไหม”
โป้งเงียบไป ไม่ได้ตอบ
จนโกลต้องอธิบายว่า
“กูหมายถึง เป็นมึงจะรักไอ้วู๊ดไหม”
โป้งก็ยังเงียบอยู่สักครู่
“ถ้ากูเป็นเดฟ กูคงรักวู๊ดนั้นหละ แต่กูก็ไม่ใช่เดฟนี่หว่า.. ปัญหาคือเดฟมันรักจุ้ยอยู่ใช่ไหมหละ ตรงนี้ต่างหากที่เป็นปัญหา ถ้าคนเราลองปักใจมันก็ยากเหมือนกันนะเว้ยที่จะตัดใจ.. แม่กูบอกว่าบางทีความรักมันก็ตลก.. เรารักคนที่รักเราไม่ได้ หรือกลับกันก็ทำให้คนเรารักมารักเราก็ไม่ได้.. “
โกลตีความหมายไปไกลกว่านั้น เขาลอบถอนหายใจเบาๆ
“แต่” โป้งกล่าวต่อ
โกลหันมา..
“แต่ถ้ากูไม่ใช่เดฟ มึงไม่ใช่วู๊ด... “
ตอนนี้แสงสะท้อนจากพื้นน้ำกระทบใบหน้าของโป้ง รอยยิ้มจางๆปริ่มๆของโป้งดูงดงามมาก
“ถ้าเป็นเรื่องมึงเอง.. กูเอง.. “
โป้งวรรคไปนานจนโกลรู้สึกใจจะกระโดดออกมานอกอก
“เราเป็นเพื่อนรักกันไปก่อนเนอะ.. เพราะเรายังเด็กทั้งคู่...” โป้งกล่าวออกมา
โกลสลดลง หันไปอีกทาง แต่ประโยคที่ตามมาทำให้เขาเบิกตากว้างหันกลับมา
“แต่กูก็ใจตรงกับมึงนะ ถ้ามึงคิดอย่างนั้นจริงๆ ถ้ามึงรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ กูก็เหมือนกัน..”
ตอนนี้โป้งอมยิ้มเอียงคอนิดๆ ตามองไปข้างหน้า แต่แก้มมีสีแดงแทรกจางๆ
หงส์สีขาวแล่นเอื่อยๆ ไปบนผิวน้ำ ส่งพรายฟองไปด้านหลังเป็นแนวสีขาว
ตอนนี้มือของผู้ร่วมใจกันถีบปั่นส่งแรงขับเคลื่อน กำลังกุมกันอย่างอย่างอ่อนโยน..
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:16

ตอนที่ 29 : แค่ใจสัมผัสกัน.. สื่อหัวใจด้วยบทเพลง...(รีไรท์)
“มึงหละ ที่กรี๊ดก่อน.. แหม่แต๊วแตกเลย..” โป้งกล่าวปนเสียงหัวเราะ
“มึงก็กอดกูแน่นเลย อย่าพูด ไม่ได้ร้องแต่เสือกกอดกูแน่น” โกลตอบโต้ พวกเขาหมายถึงไปเรื่องสนุกสนานจากเครื่องเล่นที่ไปเล่นร่วมกันที่สวนน้ำชื่อดัง
ทั้งสองเดินผ่านหน้าล๊อบบี้ แต่เสียงหัวเราะจากโกลก็ขาดไป โป้งหันกลับมา จึงได้เห็นว่าโกลกำลังยืนในลักษณะเผชิญหน้า
หญิงสาวใบหน้างดงาม เรือนร่างระหงสมส่วน มารดาของโกล... เปรมิกา วรรณพิธิ

ในห้องอาหารที่ยังไม่มีแขก เปรมิกาจิบชาร้อนช้าๆมองหน้าลูกชายและเพื่อน
“ได้ข่าวว่าเราสองคนสนิทกันมาก แม่ก็เลยอยากจะมาให้เห็นกับตาเปรมิกากล่าว “ก็ คงจะจริง ก็น้องโป้ง ก็น่าตาน่ารักดีนี่ คงจะชอบมากสินะ ที่ผ่านๆมาหลังนายป้องอะไรนั้น แกก็เคยมีอยู่สองสามคน แต่ไม่เคยมีใครที่แกจะไปค้างอ้างแรมด้วยเหมือนคนนี้”
โป้งไม่ตอบอะไรเขามองลงต่ำ ในแก้วเครื่องดื่มที่เขาเป็นคนเลือกสั่งเองแต่ไม่ยักจะอยากดื่ม
“โกล.. อย่าหาว่าแม่ยุ่งเลยนะ เธอเป็นลูกของพรรณพงศ์ ภาพพจน์ของพ่อจะเสียหายถ้าหากใครเขารู้เรื่องนี้ อีกอย่างเราก็เป็นนักฟุตบอลทั้งคู่ แม่ไม่คิดหรอกนะว่าวงการฟุตบอลเขาจะต้อนรับเกย์” เธอกล่าว
โกลที่หันไปมองทางอื่น หันกลับมามองหน้าคนที่เขาควรจะเรียกว่าแม่
“อ๋อใช่ครับ 'ยุ่ง' อย่างมาก” โกลกล่าวอย่างเยือกเย็น “คุณ’แม่’ ไม่ต้องมาห่วงเรื่องของผมหรอกครับ ผมจัดการเองได้.. อีกอย่างเรายังไม่ได้เป็นอะไรกัน เรายังเป็นแค่คู่หูและเพื่อนสนิทเท่านั้น”
เปรมิการู้ว่าโกลตั้งใจว่าเธอว่าสอด แล้วไอ้การเรียกว่าแม่นั้นก็เหมือนกระแทกเสียงพิกลเหมือนเดิม
“ตอบเหมือนพวกดาราเลยนะ ไม่ได้เป็นอะไรกัน..” เปรมิกาแสร้งหัวเราะ “นี่ ยังดีเป็นผู้ชายทั้งคู่ก็เลยไม่ท้อง ก็เอาเถอะฉันจะไม่ยุ่ง แต่เตือนในฐานะแม่ อย่าให้มันเกินเลยเสื่อมเสีย ไม่คิดถึงหน้าฉันก็นึกถึงหน้าพ่อ หน้าตัวเองไว้บ้างก็แล้วกัน”
“ไอ้เรื่องวิปริตแบบนี้ สังคมปกติเขายังรับกันไม่ได้ เธอก็ต้องรู้จักเก็บความวิปริตไว้บ้าง เหมือนพ่อแกไง.. แอ๊บจนคนเชื่อกันหมดบ้านหมดเมืองว่าเป็นชายแท้ แมน.. มีครอบครัวมีลูก”
น้ำเสียงของเปรมิกาเยาะหยัน..
“ขอบคุณครับ” โกลตอบอย่างสงบนิ่ง
“ก็ขอบคุณครับ ที่ผู้บริจาคไข่อย่างคุณยังมองเห็นผมเป็นลูก.. แต่ผมว่าไม่ต้อง เราต่างกันคนต่างอยู่ดีกว่านะครับ คุณ’แม่’ ผมจะไม่ก้าวก่ายเรื่องของคุณ คุณก็อย่ามามายุ่งเรื่องของผม... ไม่อย่างนั้น... ผมก็ไม่แน่ใจหรอกว่าผมจะเป็นคนเก็บรายชื่อของสามีคุณ’แม่’ ได้อย่างดีไหม... สักวันอาจหลุดหูรอดตาไปหาสื่อมวลชนก็ได้นะครับ”
โป้งอ้าปากค้างกับคำตอบของโกล
“ไปโป้ง เราไปหาอะไรกินกัน กูหิวแล้ว อยู่ตรงนี้กินไม่ค่อยลง กูมันคนวิปริตอยู่ร่วมสถานที่กับคนปกติไม่ค่อยได้ มันคัน”
แล้วโกลเดินออกไป โป้งหันมองตามไป เขาจึงลุกขึ้นยกมือไหว้เปรมิกา
เปรมิกากำลังโมโห แต่พอเห็นท่าทางนอบน้อมของโป้งแล้ว เธอก็อดเอ็นดูภาษาผู้ใหญ่ไม่ได้ จึงรับไหว้โป้ง
“บอกเขาให้ขับรถดีๆด้วยหละ” เธอกล่าว
ลูกชายออกไปแล้ว เพื่อนลูกชายที่ตามไปติดๆก็เหมือนกัน เปรมิกาถอนหายใจยาวเหยียด เธอนึกอยากจะปัดถ้วยชาตรงหน้าให้ตกโต๊ะเสียจริง
ที่จริง.. ตอนแรกเธอแค่คิดจะมาคุยกันดีๆ ก็แค่อยากเตือนให้สองหนุ่มระวังตัว เพราะโลกมันโหดร้ายมาก.. ไม่ใช่แค่เฉพาะกับ LGBT แต่ทุกเพศนั้นหละ แต่มันยากเย็นหน่อยในหมู่คนที่เป็นเพศที่แตกต่างไป
แต่กลายเป็นว่าเธอหรือไม่ก็โกลนั้นหละที่ทำมันพังจนได้ เมื่อไหร่เธอจะคุยกับเด็กคนนี้ดีๆได้สักที...
เธอถึงเธอจะมีผู้ชายหลายคน แต่เธอมีลูกแค่คนเดียว.. ถึงเธอจะไม่เคยอุ้มท้อง แต่เขาเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเหมือนกัน..

โป้งรับหมวกกันน๊อกมาจากโกล เขาสวมแล้วก็ซ้อนท้ายบิ๊กไบค์ของโกลออกมาโดยไม่ได้ถามอะไรสักคำ โกลขับค่อนข้างเร็วออกไปตามทางสู่ถนนใหญ่ แต่จู่ๆ ร่างของโกลก็เหมือนจะสั่น แล้วเขาก็จอดเรียบข้างทาง
โป้งลงจากรถแล้วเดินไปยืนข้างตัวโกลที่ยังยืนคร่อมรถอยู่
เขาจับตัวโกลก็รู้ว่ามันยังสั่น โป้งจึงเข้าใกล้ว่าเดิมแล้วจับมือของโกลไว้
โกลก็หันมาตอนนี้ใต้หน้ากากสีชา โป้งได้เห็นใบหน้าของโกลอาบไปด้วยน้ำตา..
สำหรับโกลภาพของโป้งพร่ามัวด้วยทั้งม่านน้ำตาและหน้ากากสีชาของหมวกกันน๊อก
แต่สัมผัสของโป้งนั้นชัดเจนยิ่ง.. เหมือนกับมาสัมผัสที่หัวใจของเขาโดยตรง
โกลยันขาตั้ง ลุกขึ้นมายืนต่อหน้าโป้ง แล้วเขาก็กอดร่างโป้งไว้แน่นร้องไห้ออกมาอย่างสุดจะทนได้...
โป้งก็กอดตอบแล้วหลับตาลง..
ร่างที่สั่นเทิ่มค่อยๆ สงบลง แล้วที่สุดน้ำตาของโกลก็หยุดไหล..
หัวใจเหน็บหนาวของเขาคงหยุดร้องไห้แล้ว..
แสงสว่างจากโป้งส่องไปหามัน.. และประโลมมันด้วยความอ่อนโยน..

เดฟยืนอยู่ที่ระเบียง ทอดสายตาออกไปที่เรือแสงของเรือที่ลอยลำในทะเล
“แต่กูก็ยินดีจะเป็นนะ เพราะต่อให้เป็นสำรอง กูก็ได้อยู่กับคนที่กูรัก..”
เดฟถอนหายใจก่อนจะหยิบแก้วน้ำผลไม้ที่มีแอลกอร์ฮอล์อ่อนๆมาจิบ
“ทำอะไรอยู่เดฟ” วู๊ดเข้ามากอดร่างของเดฟจากด้านหลัง
กลิ่นสบู่หอมสัมผัสจมูกเดฟ เขาเหลียวมามองหน้าวู๊ด
“เปล่าคิดอะไรเพลินๆ”
วู๊ดแม้จะสูงถึงร้อยเจ็ดสิบกว่าๆ แต่ถ้าเทียบกับความสูงของเดฟแล้ว เขาก็ได้แค่หอมที่ต้นคอของเดฟเท่านั้น
“นายจะทำยังไงเรื่องของเรา.. ตอนนี้ไอ้โป้งกับไอ้โกลก็รู้แล้ว” เดฟถาม
“มันสองคนไม่บอกใครหรอก โกลมันไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน ส่วนโป้งก็ไม่ใช่คนปากสว่าง” วู๊ดตอบ
“เข้าไปข้างในเหอะ” วู๊ดบอก แล้วเดินเข้าไปก่อน
เดฟถอนหายใจแล้วเดินตามเข้าไป
“นายจะ..” เดฟกล่าวทันทีที่เข้ามาด้านในห้องแล้ว
แต่เขากล่าวได้ไม่จบ เพราะวู๊ดหันมาโน้มคอเขาลงมาประกบปากเขาไว้ วู๊ดค่อยๆเคลื่อนตัวพาเดฟที่ยังคงหลงอยู่ในรสการจูบมาที่เตียง ไม่ต้องออกแรงก็ดันให้ล้มลงนั่งได้
พอวู๊ดถอนจากการจูบ เดฟก็ประท้วงทันที
“คุยกันให้รู้เรื..”
วู๊ดประกบจูบอีก คราวนี้ร้อนแรงยิ่งกว่าเดิม
“ช่างหัวมันเถอะ... สนใจอะไรเรื่องอนาคต... “ วู๊ดเลื่อนมากระซิบที่ข้างหู แล้วจุมพิตต่ำลงมาบนลำคอ
“นายมัน.. ไม่..” เดฟจะกล่าวก็ยากลำบาก
แล้วเขาก็เลิกล้มความตั้งใจจะพูดต่อไป.. เพราะเสียงที่ลอดออกมาจากปากก็ได้แค่เสียงครางเบาๆเท่านั้น...

เสียงเพลงที่ไพเราะทำให้โกลดูจะอารมณ์ดียิ่งขึ้น เขามีรอยยิ้มจางๆ และฮัมเพลงไพเราะที่วงดนตรีประจำตลาดจักจั่นบรรเลง
โป้งก็พลอยรู้สึกดีด้วยเช่นกัน
แต่จะว่าไป... เขาไม่เคยเห็นโกลร้องไห้มาก่อน และไม่คิดว่าคนอย่างโกลจะร้องไห้ได้ด้วยซ้ำ โกลดูเป็นคนเข้มแข็ง.. และดูเหมือนเก็บอารมณ์ได้เก่งมาก แต่กลายเป็นว่าโกลปล่อยโฮออกมา.. หรือว่าทุกครั้งที่เขาต้องเผชิญสถานการณ์นี้ เขาจะร้องไห้ทุกครั้ง
แล้วที่ผ่านมาใครกันที่ปลอบโยนโกล... ถ้าไม่มีเลย... น้ำตาแห้งด้วยตนเอง
นั้นก็นับว่าเจ็บปวดมาก
โป้งทราบความรู้สึกที่ต้องร้องไห้กับตัวเองดี ตอนที่พ่อกับแม่หย่าขาดกัน ตอนนั้นเขาก็ร้องไห้อยู่คนเดียวหลายวัน ตอนนั้นเขาอายุแค่สิบขวบเท่านั้น
จะร้องไห้ต่อหน้าแม่ก็ไม่ได้ เล่าให้ใครฟังก็ไม่ได้อีก... ที่สุดก็ต้องปลอบใจตนเอง... มันเป็นความรู้สึกที่ทุกข์ทรมานมาก
ในตอนนั้นเพลงจบลงโกลก็ปรบมือ ดวงหน้าของเขาดูมีประกายสว่างในแสงรำไรของสถานที่นั้น
แล้วเพลงต่อไปก็บรรเลง
I Just Called To Say I Love You ของ Stevie Wonder
แล้วจู่ๆโกลก็เอาโทรศัพท์มากด
โป้งจึงหันไปมองนักร้องบนเวที เพื่อฟังเพลงไพเราะจากอดีต แล้วโทรศัพท์ของเขาก็สั่น โป้งเอาโทรศัพท์มาดูหมายเลข เขาหันไปมองหน้าโกล
โกลก็ทำมือบอกว่ารับสิ..
โป้งรับในจังหวะที่เพลงกำลังเข้าท่อนสร้อย...
I just call to say I love..
I just call to say how much I care
แม้จะมีเสียงจากเวที แต่เสียงของโกลนั้นก้องเข้าไปถึงภายในใจ แยกจากสรรพเสียงรอบกายโดยสิ้นเชิง..
เพราะมันไม่ใช่แค่เสียง แต่ดวงตาที่สื่อความหมาย ที่จ้องลึกไปสัมผัสหัวใจของโป้ง
แล้วโป้งก็ไม่อาจทนสบตาคู่นั้นได้อีก เขาหันไปมองเวที แต่ไม่อาจซ่อนรอยยิ้มและสีหน้าที่กำลังเปี่ยมไปด้วยความสุขได้
โกลยังร้องเพลงอยู่ แต่ก็เผลอมีรอยยิ้มให้กับอาการเขินของโป้ง...
เขาอาจไม่เข้าใจวู๊ดที่ยอมเจ็บปวดเพื่อความรัก และทุ่มเททั้งกายและใจให้... เพราะสำหรับโกลแล้ว ไม่ต้องครอบครองด้วยแค่ความสัมพันธ์ทางกายที่แสนตื้นเขินและเปราะบาง.. แต่เขาต้องการความสัมพันธ์ทางใจ.. แม้เขาจะกับโป้งจะเพียงสัมผัสกันไม่มากนัก แต่หัวใจของเขาสัมผัสหัวใจโป้งได้อย่างชัดเจน..
แค่มือจับ แค่อ้อมกอด.. เท่านั้นก็ทำให้โลกของโกลสวยงาม สวยงามเหลือเกิน...
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:17

ตอนที่ 30 : บ้านน้อยแสนอบอุ่นที่เชียงราย.. การเผชิญหน้าระหว่างโกลกับอรรถ(รีไรท์)
การสอบมาถึงแล้วแล้ว โป้งมีโกลเป็นติวเตอร์ส่วนตัวก็จริง แต่เขาก็ยังทำหน้าเหมือนแบกโลกไว้ในสายตาของอรรถ
จะว่าไปโป้งไม่เห็นต้องกังวลเรื่องการเรียนเลย เพราะยังไงเขาก็ได้รับคะแนนพิเศษในฐานนักเรียนที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับ โรงเรียนอยู่แล้ว
แต่ทุกวิชาที่สอบ โป้งไม่เคยส่งกระดาษเปล่า เขาจะทำทุกข้อ แถมเขียนมากกว่าคนอื่น เขียนเสียจนหมดเวลาสอบทุกวิชาไป
วันนี้ก็เป็นสอบวันสุดท้ายแล้ว และเป็นวิชาสุดท้าย อาจารย์คุมสอบก็เลยปล่อยให้โป้งเขียนไปอีกห้านาที ส่วนตัวเองไปเข้าห้องน้ำ
อรรถเลยมานั่งข้างๆโป้งมองหน้าเด็กหนุ่มที่กำลังอ่านบทความของตัวเอง
“โป้งกลับบ้านไหม” เขาถามขึ้นตอนที่โป้งเริ่มต้นเก็บข้อสอบ
“ก็ว่าจะกลับครับพี่ ก็แต่คงจะอยู่แค่สักสองอาทิตย์เพราะเดือนหน้าจะมีรายการเก็บตัวของทีมชาติ เป็นนัดอุ่นเครื่อง” โป้งตอบแล้วก็ยิ้ม
เขาเอาข้อสอบกับกระดาษคำตอบยื่นให้อรรถ
“พี่อยากไปด้วยจัง พี่ไม่ได้เห็นเจอน้าพรนานแล้ว”
“ดีเลยครับ แม่คงดีใจมากที่ได้เห็นพี่อรรถตอนนี้ แม่ชอบบ่นว่าพี่อรรถหายไปเลย ไม่รู้ว่าโตเป็นหนุ่มจะหล่อไหม ไปให้ท่านดูหน้าหน่อยรับรองท่านดีใจแน่ๆ” โป้งกล่าวด้วยอาการยินดีจริงๆ
นี่คือโป้ง คนที่เสแสร้งไม่เก่ง.. ไม่ว่าในสนามฟุตบอลเขาจะหลอกล่อคู่ต่อสู้เก่งแค่ไหน แต่ในชีวิตจริงๆ เขาเป็นแบบนี้หละ
“แล้วโป้งกลับเมื่อไหร่”
“อาทิตย์หน้าครับ เพราะวันเสาร์มีไปคัดตัวกับเมืองนนท์ แล้วก็มีบริษัทหนึ่งที่เขากำลังจะซื้อกิจการของทีมฟุตบอลหนึ่งในไทยพรีเมียร์ลีค เขาก็อยากเห็นโกลกับโป้งเล่นกับทีมใหม่ของเขา ก็เลยนัดทดสอบกันอีกสองวันหลังจากเมืองนนท์”โป้งลำดับความให้ฟัง
“แล้วจะกลับยังไง จะให้พี่จองตั๋วรถทัวร์ให้เลยไหม... แต่พี่ไปได้แค่ไม่กี่วันนะ”
พอพูดถึงตรงนี้โป้งก็เงียบไปนิดหนึ่ง
“คือ..โป้งไปเครื่องบินนะครับ ไอ้โกลมันจะไปด้วย ก็เลยจองตั๋วเครื่องบินเอาไว้แล้ว” ก่อนจะกล่าวอย่างเกรงๆนิดๆ
อรรถเป็นฝ่ายทำหน้าเหมือนอะไรจุกคอหอย
“ไม่เป็นไร ไปวันไหน เดี่ยวพี่ไปด้วย” อรรถกลืนความรู้สึกแล้วกล่าวออกมาโดยพยายามให้น้ำเสียงเป็นปกติที่สุด

“คือ ที่ทดสอบไปเมื่อวันก่อนน่ะ” สุขีกล่าวกับโกลและโป้งในรถตู้ของบริษัท ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปสนามฝึกซ้อมที่ลูกค้าเช่าเอาไว้ แล้วนัดแนะให้ไปพบ
“พี่ก็ไปตามที่บริษัทบอก เพราะเมืองนนท์เขามีแบ๊กอัพดีน่ะเส้นใหญ่ เราก็เลยต้องไปตามที่เขาขอมา... แต่ยังไงการตัดสินใจอยู่ที่โป้งกับโกลอยู่ดี.. ถ้าหากไปเล่นให้เขาก็ไม่เป็นไรนะ”
โป้งกับโกลมองหน้ากัน
“ผมเฉยๆครับ.. แต่ทีมใหญ่มันก็ดีตรงเราได้พัฒนา แต่ทีมเล็กกว่า ก็มีโอกาสเป็นเล่นได้เยอะกว่าจริงไหมครับ” โป้งเป็นคนกล่าว
“ใช่” สุขีผงกหัว
“พี่น่ะอยากให้เราทดสอบกับทีมนี้มากกว่า คือผู้บริหารน่ะท่านสนใจฝีเท้าโป้งมากเลย อีกอย่างโป้งเองก็รู้จักท่านด้วยนะ”
โป้งแปลกใจ
“ผมรู้จักเหรอครับ”

โป้งกับโกลกำลังยืดเส้นยืดสายอยู่กลางสนามที่เป็นสนามซ้อมขนาดเล็ก โดยมีสุขียืนมองจากข้างสนาม
“โตขึ้นเยอะจนจะจำแทบไม่ได้แล้วนี่” เสียงทุ้มๆมีทำนองแปร่งๆทองแดงนิดๆทำให้สุขีหัน
อำนาจ สินธุพรอุดม ชายวัยกลางคนผมสีดอกเลามองไปที่นายร่างเพรียวที่กำลังทำท่ายืดเข่า
“คิดถึงมันจริงๆ ตอนเห็นมันครั้งสุดท้ายยังตัวนิดเดียว สงสารมันจะแย่โดนไอ้ฤทธิ์เคี่ยวเข็ญให้ฝึกจนค่ำทุกวัน.. แต่ดูมันก็ขอบดีนะ นี่เผลอนิดเดียว แล้วดูสิ..มันเป็นหนุ่มเสียแล้ว.. ผมจะไม่แก่ได้หรือ”
สุขียกมือไหว้
อำนาจเป็นอดีตโค้ชทีมชาติไทย แต่เขาผันตัวไปทำธุรกิจและร่ำรวยขึ้นมาอย่างมหาศาล จนทุกวันนี้เป็นเจ้าของโรงแรมถึงสี่โรงแรมในภาคใต้ และบริษัทรับส่งสินค้าขนาดใหญ่

คนที่เข้ามาคุยกับโป้งและโกล แนะนำตัวว่าเป็นหัวหน้าทีมผู้ฝึกสอนของทีม เป็นชายหนุ่มร่างสูงที่โป้งคลับคล้ายคลับคราว่าเคยเห็น แต่ยังนึกไม่ออก
“ทวี วังซิ่นทอง ผู้รักษาประตูทีมชาติรุ่นเดียวกับพ่อมึงไง” โกลบอกตอนที่เดินไปสู่จุดที่จะใช้ในการทดสอบร่วมกัน
“คือฉันจะไม่ให้พวกเธอเล่นให้ดูหรอก เพราะก็เห็นแล้วว่าเล่นดีแค่ไหน ฉันให้คนไปซุ่มดูพวกเธอแทบทุกนัดที่แข่งถ้วย ก.”
ทวีกล่าวแล้วเอาเท้าดีดลูกฟุตบอลมาถือ..
“ตัดสินกันที่ยิงฟรีคิกดีกว่าไหม.. ฉันก็อยากจะเห็นลูกฟรีคิกของนายเต็มๆเหมือนกันนะโป้ง” ทวีมองหน้าโป้งก่อน “ส่วนนายโกล... ฉันก็อยากจะรู้ว่านายจะเหนียวพอไหม”
โกลพยักหน้า
หุ่นคนที่ใช้เป็นอุปสรรค์ถูกจัดวางไว้สี่ตำแหน่ง นอกกรอบประตู ในระยะและทิศทางต่างๆกัน โป้งได้รับคำอธิบายว่าต้องเตะทั้ง4ตำแหน่งด้วยลูกยิงที่แตกต่างกันสี่ท่า และมีโอกาสยิงทั้งหมดสองรอบ
โปงจึงวางลูกไว้หน้ากำแพงหุ่น ตรงที่มีวงกลมที่เกิดจากการโรยด้วยปูนขาว
เขาถอยมายืน
โกลก็เต้นกระโดดอยู่บนเส้นปากประตู
แล้วโป้งก็วิ่งเข้าไป.. สับเท้าซ้ายพิฆาตไป ลูกลอยข้ามกำแพงแล้วหักมุดลงอย่างรวดเร็วทั้งมีวิถีโค้งไปทางซ้าย เป็นการยิงที่รับได้ยากยิ่ง
ทวีตระหนักดี.. เป็นลูกยิงไซด์ก้อยที่น่ากลัวมาก.. หาน้อยคนที่ยิงได้ดีเท่านี้แม้ในระดับอาชีพ
แต่ร่างสูงของโกลขยับไปอย่างรวดเร็ว เขาอ่านทางได้ตั้งแต่ลูกออกจากเท้าจึงบล็อกลูกไว้ได้สำเร็จ
เร็วจริงๆ เห็นสูงๆน่าจะเก้งก้าง แต่กลับเร็วมาก.. ทวีบอกตัวเองในใจ
โป้งตั้งอีกลูกในตำแหน่งเกือบกลางประตูแต่ยังอยู่ด้านซ้ายของกรอบเขตโทษ ทว่าไกลออกมามากกว่าตำแหน่งแรก
โป้งตัดสินใจฉับพลัน.. เขาเตะลูกโค้งซ้ายเหมือนเดิม แต่ลูกนี้เน้นให้โค้ง จนเห็นเป็นวิถีลูกเดินทางในอากาศในรูปแบบเกือบจะเป็นตัวยู
กระนั้นโกลก็ยังพุ่งไปปัดออกไปได้อีก

อำนาจที่ยืนอยู่บนข้างกับสุขี พยักหน้าช้าๆ
“ผมเอาทั้งสองคนเลย.. แต่เขาจะมีปัญหารึเปล่าต้องย้ายไปอยู่ใต้นะ”
“นายโป้งนี่อาจต้องคุยกับ...”
“แม่พรน่ะเหรอ... ฉันคุยเรียบร้อยแล้ว ฉันโทรไปคุยกับแม่ของนายโป้งตั้งแต่เมื่อวันก่อนแล้ว เธอบอกว่าไม่มีปัญหา” ทวีกล่าว
“ติดก็แต่นายตัวสูงนั่นหละ ลูกชายพรรณพงศ์ไม่ใช่เหรอ... พ่อเขาจะยอมให้ฉันเอาลูกไปรึเปล่า”

อำนาจหัวเราะชอบใจเมื่อได้จับตัวโป้ง
“เออวะ... แต่ก่อนมันตัวนิดเดียว... ดูสิ... โตเป็นหนุ่มหล่อแล้ว... สาวๆติดตรึมหละซินะ”
โป้งเหลือบมองหน้าโกลที่นั่งอยู่อีกข้างของโต๊ะคู่กับสุขี
“ไปอยู่กับลุงที่ภูเก็ตดีกว่านะ ลูกจะเลี้ยงให้เอ็งให้ดีเลย... ตอบแทนที่แม่เอ็งเมื่อก่อนคอยเจียวไข่ ผัดหมูให้ลุงกินบ่อยๆ รับรองไปอยู่กับลุงไม่มีอด” อำนาจกล่าวต่อไป
โป้งยิ้มแต่ไม่เต็มปากนัก
“ลุงอ่ำคุยกับแม่แล้วแน่นะครับ” โป้งถามย้ำ
“ก็บอกว่าคุยแล้ว...หรือเอ็งจะคุยอีกรอบ” แล้วอำนาจก็เอาโทรศัพท์ขึ้นมาทำท่าจะกดเลขหมาย
“ไม่ๆครับ ผมเชื่อ” โป้งรีบร้อง
อำนาจตบตักดังฉาด
“แล้วเราหละต้องไปบอกพ่อก่อนไหม หรือจะยังไง แต่อย่าให้นานนะนายทวีมันใจร้อน นี่คงอยากจะเอานายไปฝึกเต็มแก่แล้ว” อำนาจหันมาหาโกล
ตอนนั้นพอดีมีอาหารมาเสริพ โดยเข้ามาทางปลายโต๊ะตรงหน้าสุขี เขาจึงยกไปวางกลางโต๊ะ
โป้งมองหน้าโกลอยู่ เขาต้องการคำตอบนี้เช่นกัน
“ผมไม่ต้องขออนุญาตหรอกครับ เพียงแต่แจ้งให้ท่านทราบก็พอ”
“แล้วเรื่องเรียนหละครับ” สุขีกล่าวขึ้น
“คุณอำนาจจะกรุณาหาโรงเรียนให้เด็กสองคนได้ไหมครับ”
“เรื่องนี้เราคิดกันไว้แล้ว” ทวีเป็นคนกล่าว
“นายโป้งก็เหมือนหลานคนหนึ่ง ไอ้เราก็ไม่ได้คิดแต่จะให้มันเล่นฟุตบอล หุ้นส่วนของเราคนหนึ่งเป็นเจ้าของโรงเรียนเอกชนในภูเก็ต เราจะให้ทั้งสองคนไปเข้าเรียนที่นั่น"

บ้านของโป้งที่เชียงรายเป็นบ้านที่น้าหมอของโป้งซื้อไว้ด้วยตัวเอง แม้จะหลังไม่ใหญ่โตแต่ก็ดูน่าอยู่และเป็นระเบียบอย่างยิ่ง
วราพรดีใจที่ทราบว่าอรรถก็มาด้วย
“โอ้โห อรรถ นี่ถ้าเจอกันข้างนอก น้าจำอรรถไม่ได้แล้วนะเนี่ย” วราพรยืนมองร่างกายสูงใหญ่ของอรรถ
“โป้งทำไมไม่ตัวโตเหมือนพี่เขาบ้างและ กินให้มันเยอะหน่อย โปรตีน แคลเซียม วิตามินน่ะ เรายังโตได้อีก”
“ครับแม่” โป้งขานตอบ แต่ตอนนี้กำลังช่วยโกลเอาของออกจากระเป๋าเป้
วราพรเดิมมาหาโกลบ้าง
“ไม่ต้องสูงอย่างเพื่อนเราก็ได้ เอาแค่พี่อรรถก็พอ เพื่อนเราสูงดี แต่โป้งคงสูงไม่ทัน”
โกลหันมายิ้ม พอดีเขาหยิบเอาชุดเครื่องสำอางที่ซื้อมาฝากวราพรออกมา ก็เลยมอบให้
“เห็นโป้งบอกว่าคุณน้าใช้ยี่ห้อนี้ ผมก็เลยซื้อมาเป็นชุด”
วราพรร้องเสียงหลง
“ตายแล้ว ซื้อมาทำไม มาเที่ยวก็พอ...” วราพรรับของมา แต่ก็อดสอนด้วยความเคยชินไม่ได้
“นี่มันแพงมาเลยไม่ใช่เหรอ เราไปเอาเงินมาจากไหนไปซื้อ เงินพ่อให้มาก็เก็บไว้นะโกล อย่าเที่ยวใช้ให้สิ้นเปลือง เดี่ยวจะเป็นนิสัย... มือเติบไม่ดีนะโกล”
โกลยิ้มแหย่ๆ รู้สึกเหมือนโดนดุ
“เห็นไหมฉันบอกนายแล้วโกล” โป้งพูดให้สุภาพขึ้นต่อหน้าแม่ ไม่มีคำหยาบที่บ้านนี่คือกฎเหล็ก
“ครับน้า” โกลตอบด้วยคำเดียวกับโป้ง
“แต่ก็ขอบใจนะ เอ่อหิวกันไหม... น้าต้มแกงบวชไว้ เดี่ยวเอาออกมาให้นะ”
วราพรถือชุดเครื่องสำอางไปวางไว้ที่ชั้น
“ของโปรดเลยหละ... เวลาน้าหมอไปประชุม ซื้อมาทีไรยิ้มไม่หุบไปทั้งวัน” โป้งกระซิบกับโกลหัวแทบชนกันเพราะกลัวแม่ได้ยิน
“แม่นายนี่น่ารักดีนะ ใจดี”โกลกล่าว จากความรู้สึก
“แต่ขี้บ่นมาก... ฉันฟังมาตั้งแต่เด็กเลยชิน นายอย่าเบื่อไปก่อนแล้วกัน” โป้งตอบ
แล้วสองหนุ่มกับหัวเราะกันเบาๆ
อรรถมองความสนิทสนมนั้นอย่างเจ็บปวด..

“ต้องไปอยู่ภูเก็ตใช่ไหม...งั้นต้องเตรียมข้าวของให้เยอะขึ้นสินะ” วราพรกล่าวในโต๊ะอาหารที่มีนายแพทย์สิทธิชัยกลับมาร่วมทานด้วย
โป้งกำลังตักไข่เจียวของโปรดก็ชะงัก
“ไม่ต้องหรอกมั้งครับ ที่ขนไปคราวก่อนก็มากพอแล้ว”
“อะไร ไปตั้งไกล... ภูเก็ตเป็นเกาะนะลูก จะหาจะซื้ออะไรก็ลำบาก” วราพรแย้ง
“คุณ... เกาะภูเก็ตไม่ใช่เกาะตะลูเตา จะได้ลำบาก นั้นเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้เลยนะคุณ ไม่ใช่เกาะเล็ก แถมแค่ข้ามสะพานก็แผ่นดินแล้ว” นายแพทย์สิทธิชัยแย้งวราพร
“ก็นั่นล่ะค่ะ ยังไงก็ต้องเตรียม เดี่ยวแม่จะไปหาซื้อพวกของใช้อะไรไว้โป้ง... จะได้ไม่ต้องไปซื้อไปหา” วราพรยังยืนยันความคิด
โป้งกับสิทธิชัยมองหน้ากันอยู่รู้กันดี
ทำไมหนอ บ้านของโป้งช่างอบอุ่นนัก ทั้งที่โป้งและน้าหมอก็ไม่ใช่พ่อลูกกัน แต่เหมือนกับมีสายใยของครอบครัวเชื่อมโยงและสร้างความอบอุ่นในโต๊ะอาหาร
โกลอดรู้สึกอิจฉาไม่ได้ ทำไมครอบครัวของเขาไม่เหมือนอย่างครอบครัวนี้
ไม่ต้องรวยเป็นหมื่นล้านเหมือนพ่อของโกล ไม่ต้องสวยจนเหมือนนางฟ้าเหมือนแม่ของโกล แต่ครอบครับเล็กๆนี่ช่างอบอุ่นนัก
มิน่าเล่าโป้งถึงได้เป็นคนน่ารัก เพราะเขาเติบโตมาท่ามกลางครอบครัวที่เต็มล้นไปด้วยความรักนี่เอง
“เอ้าอรรถ ทานเยอะๆนะ โกลด้วย” วราพรหันมากล่าว “โดยเฉพาะนายโกล ต้องสูงกว่านี้อีกจะได้รับลูกกลางอากาศได้ง่ายๆ”
โกลยิ้มตอนที่วราพรตักเอาปลาตัวเล็กทอดมาใส่จานให้
“แคลเซียมทั้งนั้นกินเยอะๆ” หมอสิทธิชัยสนับสนุน
โกลยิ้มออกมา เพราะมันคือการสัมผัสถึงความอบอุ่นของครอบครัว

“แล้ว... จะนอนกันยังไง” โป้งเป็นคนตั้งคำถาม
มองในห้อง ห้องนอนของโป้งมีเตียงแค่เตียงเดียว เป็นเตียงสามฟุตครึ่งเพราะโป้งนอนคนเดียวมาโดยตลอด
โกลกับอรรถมองหน้ากัน
“เอาอย่างนี้นะ” แม่ของโป้งที่ตามเข้ามาออกไอเดีย
“เรามีที่นอนปิกนิคอยู่สองชุด สองคนก็นอนที่นอนปิกนิคกัน ส่วนอีกคนก็นอนบนเตียง โอน้อยออกแล้วก็เป่ายิงฉุปตัดสินแล้วกันว่าใครจะได้นอน”
การโอน้อยออกผลคือโป้งออกไปก่อน ดังนั้นการเป่ายิงฉุปตัดสินจึงเป็นโกลกับอรรถ
ทั้งสองจ้องหน้ากัน อรรถไม่รู้ตัวหรอกว่าตัวเองจ้องตาโกลเขม็ง ส่วนโกลก็มีอาการสงบแต่ขบกราม
“อันนี้ไม่รู้เขาจะอยากชนะหรือแพ้นะ” แม่กระซิบกับโป้ง
โป้งหันมองหน้ามารดา
แต่เธอก็เริ่มให้สัญญาณ
“ยันยิงเยาปักเป้า ยิ้ง.... ฉุป”
อรรถกับโกลจ้องตากัน ชวนให้นึกถึงนักฟุตบอลสองคนที่กำลังพุ่งเข้าหาลูกฟุตบอลที่ลอยอยู่กลางอากาศ แต่นี่ไม่ใช่ลูกฟุตบอล แต่เป็นโป้ง...

อรรถเปลี่ยนปลอกหมอนที่ได้รับมาจากวราพร แล้วหันไปเห็นโป้งกับโกลเอาที่นอนมาลองปูนอน
“ไม่เอา ตรงนี้แอร์มันลง” โป้งแย้ง
“แอร์ลงสิดี จะได้เย็นๆ” โกลตอบ
“ไม่นะ แอร์เครื่องนี้มันไม่ค่อยตัด... เดี่ยวก็หนาวตายพอดี” โป้งว่า
อรรถต้องถอนหายใจออกมา แต่แล้วโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น
“ครับแพรว...” อรรถตอบสาย หันไปเห็นโป้งมองหน้าเขา
เขาจึงรีบลุก
“เดี๋ยวนะแพรวตรงนี้เสียงดังมากเลย...”
แล้วเขาก็เดินออกไป
“มึงอะเสียงดัง” โป้งหันผลักอกโกล
โกลผลักกลับ
“มึงต่างหาก..หายใจดัง”
“มึงต่างหากหัวใจเต้นดัง”
“มึงหละตับทำงานดัง”
“ลำไส้มึงต่างหากไอ้โป้ง”
“ม้ามมึงด้วยไอ้โกล”
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:17

ตอนที่ 31 : เคลียร์ใจ อรรถ.. ต้องการความชัดเจน..
โกลกับโป้งนอนหลับไปกันทั้งคู่แล้ว แต่อรรถยังข่มตาลงไม่ได้
ทำไมเขาจึงได้ชอบโป้งมาได้มากขนาดนี้ แม้ตัวอรรถเองก็ไม่เข้าใจ
ความรักมันเริ่มจากตรงไหน.. ทั้งที่แรกเริ่มเขากับโป้งซ้อมก็แค่ฟุตบอลด้วยกันไม่ใช่เหรอ..
หรือจะมาจากแค่คำพูดปลอบใจจากโป้งตอนที่เขาพลาดหวังในการคัดเลือกเข้าเรียนตอนนั้น..หรือจะเป็นเพราะคืนวันนั้น.. วันที่เขาได้กลับมาเจอโป้งอีกครั้งหลังจากห่างกันไปนานเกือบสี่ปี...
ค่ำคืนในช่วงออกค่ายอาสาสมัยเรียนปีสอง

เพื่อนๆ คงหลับไปกันหมดด้วยความอ่อนล้า แต่โป้งซึ่งที่เป็นหนึ่งในนักเรียนของอำเภอที่ถูกเกณฑ์มาช่วยงาน โป้งกับอรรถต่างก็เป็นนักกีฬา ทั้งคู่จึงไม่ได้เหนื่อยจนเพลีย
ใต้แสงดวงดาวโป้งถามอรรถถึงชื่อกลุ่มดาวนั้นนี้
อรรถที่มีความรู้ดาราศาสตร์บ้างก็ตอบไปตามที่ตัวเองรู้
แต่แล้วโป้งก็เงียบไปนานพอสมควร

“พี่อรรถ พี่ว่าคนเรามันตลกไหม” โป้งกล่าวขึ้นโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
อรรถหันมองหน้าหนุ่มน้อย
ตอนนี้โป้งต่างไปจากที่แยกจากกันมาก เขาโตเป็นหนุ่มแล้ว ร่างกายดูปราดเปรียวและมีมัดกล้ามน้อยๆให้เห็นทั้งแขนและขา
“ตลกยังไง”
“คือพี่.. พี่อย่าหัวเราะนะ แล้วก็ห้ามรังเกียจผมด้วยนะ” โป้งขอคำสัญญา
“ผมชอบเพื่อนในทีม”
อรรถอึ้งไปนิดหนึ่ง เพราะคิดไม่ถึง
“หมายถึงทีมฟุตบอลนะเหรอ.. เฮ้ยพูดเป็นเล่น” อรรถทำหน้าเหมือนกำลังจะหัวเราะ แต่พอเห็นโป้งจ้องตาเขาก็นึกได้ว่าไม่ควร ก็เลยเปลี่ยนน้ำเสียงใหม่
“ทำไมคิดว่าเราชอบเขาล่ะ”
“ก็ไม่รู้สิพี่... มันเป็นไปเอง... แบบมันก็แปลกๆนะพี่นะ อยู่ดีๆมันก็คิดขึ้นมาเฉยเลย” โป้งถอนหายใจ
“มันก็เริ่มจากแค่ไปนอนค้างบ้านมัน มันมากอด แล้วผมก็เกิดอารมณ์ แล้วต่างคนก็ต่างเลยเถิดไปเลยน่ะพี่ แต่เราก็ตกลงกันว่าเราจะเก็บเอาไว้เป็นความลับ แต่กลายเป็นว่าเวลาเจอกันที่ไร ก็อดจะรู้สึกไม่ได้ แบบอยากเข้าไปกอดไปหอมอะไรอย่างนี้”
“ผมก็ไม่รู้นะว่าพี่ว่าทำไม แต่ตั้งแต่เด็ก ผมก็รู้ตัวนะว่าตัวเองแปลกๆ บางทีผมก็ชอบมองเพื่อนผู้ชายด้วยกัน บางทีก็เห็นมันหล่อขึ้นมาเฉยๆ ตั้งแต่เด็กๆแล้วล่ะ บางที่เห็นผู้ชายรุ่นพี่รุ่นน้าหล่อๆก็รู้สึกสนใจขึ้นมา แต่ผมก็ไม่กล้าบอกใครนะพี่”
“นี่เรากำลังจะบอกว่าเราเป็นเกย์” อรรถถามเพื่อความแน่ใจ
“แล้วพี่ว่ามันใช่ไหมหล่ะ ผมเคยเจอในอินเตอร์เน็ต เขาบอกว่าผุ้ชายบางคนก็ยอมมีอะไรกับผู้ชายได้เพื่อเงิน แต่ที่สุดก็ไปรักผู้หญิง เขาบอกว่าเวลามีอะไรกับผู้ชายก็คิดไปซะว่าทำงาน ไม่ได้รักไม่ได้ชอบอะไร แต่ผมไม่เหมือนกันน่ะพี่ ผมชอบเพื่อนคนนั้นจริงๆ เขาก็เหมือนกัน ผมแน่ใจนะ” โป้งถอนหายใจ เด็กน้อยมีแววตาสับสน
“ตอนนี้เขาตามแม่ไปเรียนที่ต่างประเทศแล้วหละ เพราะแม่ของเขาได้สามีใหม่เป็นฝรั่ง แต่ตอนวันก่อนเขาเดินทาง เขายังมาลาผม แบบว่ามันเศร้าๆจริงนะพี่ ผมร้องไห้เลยหละ”
อรรถมองหน้าโป้ง ตอนนี้โป้งมองขึ้นฟ้า..
“นี่มันเรียกว่าความรักใช่ไหมพี่ การที่เราอยากอยู่ใกล้ๆใครสักคน แล้วเวลาเขาจากไปเราก็เสียใจมาก..คิดถึงมากๆ” แล้วโป้งก็ถอนหายใจ
“แบบนี้มันผิดใช่ไหมพี่ โป้งไม่ควรชอบผู้ชายด้วยกันใช่ไหมพี่”
ความเงียบครอบครองอยู่นาน จนกระทั้งอรรถกล่าวขึ้น
“โป้ง โลกนี้มันแปลกประหลาดอยู่เรื่องหนึ่งนะ จริงๆ โลกก็สร้างให้มนุษย์เราเป็นชายกับหญิง เพื่อสามารถสืบเผ่าพันธุ์และดำรงเผ่าพันธุ์ แต่ก็น่าแปลกที่คนเราจำนวนมากกลับมีความรู้สึกต่อเพศเดียวกัน ถ้าโป้งสับสนเพราะไม่รู้ว่ามันถูกหรือผิด พี่ก็คงต้องตอบแบบแยกประเด็น ผิดในแง่ของความเป็นธรรมชาติ”
อรรถกล่าวแล้วมองออกไปในความมืดเบื้องหน้า
“แต่ก็ไม่ผิด ในแง่ของความเป็นคน.. คนเรามันมีหลากหลายนะโป้ง.. ดังนั้น..ทำไม โป้งไม่เลือกเป็นในสิ่งที่ตัวเองเป็น ทำไมโป้งไม่ลองเปิดใจให้มัน.. แล้วเลิกคิดว่ามันผิดหรือถูก แต่เลือกจะเดินตามทางของเราที่เราคิดว่าเราต้องการ”
อรรถหันมา โป้งกำลังมองหน้าเขาอยู่ ทั้งคู่สบตากันอย่างด้วยความลึกซึ้ง
ตอนนี้ทั้งคู่นั่งบนอัฒจันทน์เล็กของสนามฟุตบอลในโรงเรียนประถมที่สงบเงียบในยามค่ำคืน
“แต่ พี่ครับ ผมอยากเป็นนักฟุตบอล ใครๆก็บอกว่าฟุตบอลเป็นกีฬาของผู้ชาย... แต่ถ้าผมชอบผู้ชายด้วยกัน.. ผมจะยังเป็นผู้ชายอีกเหรอครับ”
อรรถถอนหายใจ
“โป้งยังเป็นผู้ชาย... แต่เป็นผู้ชายที่รักผู้ชายด้วยกัน.. โป้งไม่ได้อยากเป็นผู้หญิงใช่ไหมหละ แต่โป้งแค่ชอบผู้ชายด้วยกัน ถึงใครจะเรียกว่าเราว่ายัง จะเกย์ จะตุ๊ด จะแต๋ว.. จะเก้ง จะกวาง แต่เราก็รู้ว่าตัวเราเป็นอะไรใช่ไหม.. เราคือผู้ชายที่รักผู้ชายด้วยกัน.. โป้งจะนิยามตัวเองยังไงก็ได้” อรรถเอามือจับที่บ่าของโป้ง
“สำคัญคือตัวเราต้องรู้ว่าตัวเราเป็นอะไร และไม่พยายามปฏิเสธจนไม่เป็นตัวของตัวเองเข้าใจไหมโป้ง”
ทั้งสองมองตากันนิ่งเงียบ นาน...
แล้วมือของอรรถก็เลื่อนมาโอบคอ มืออีกข้างจับที่แก้มของโป้ง
“พี่ชอบโป้งรู้ไหม” อรรถขยับหน้าเข้ามากระซิบอย่างแผ่วเบา แล้วก็หอมที่ซอกคอ แล้วค่อยเลื่อนมาประกบปาก จากนั้นก็ค่อยๆโน้มโป้งให้นอนลงกับพื้นไม้ของอัฒจันทร์
ริมผีปากที่เริ่มจากบดกัน ก็กลายเป็นเผยอรับกัน และสูดลมหายใจของกันและกัน..

“หรือโป้งลืมมันไปหมดแล้ว หรือว่านั้นไม่ได้มีความหมายกับโป้งเลย” อรรถรำพึงกับตัวเองเบาๆ
แม้อรรถจะมีชีวิตโลดโพนทางเพศพอสมควรตามโอกาสที่เข้ามาจากรูปร่างหน้าตา แต่ไอสัมผัสและรสจูบของโป้งยังคงตราตรึงอยู่ แม้เขาจะมีแพรว.. แต่อรรถก็ลืมโป้งไม่ลงเสียที..
แต่ก็อย่างที่เห็น การแสดงออกของโป้งต่อโกล.. ชัดเจนมากชัดเจนเหลือเกิน
หรืออรรถควรจะยอมแพ้ให้แก่โกล แล้วปล่อยให้ทุกอย่างกลายเป็นอดีตอย่างที่โป้งเคยว่าเอาไว้...

แม้จะเป็นช่วงเมษายน อากาศบนดอยตุงกลับไม่ได้ร้อนอย่างบนพื้นราบ แต่เย็นสบายอย่างไม่น่าเชื่อ
สามหนุ่มกราบนมัสการพระธาตุคู่แห่งดอยตุง แล้วจึงเดินทางต่อไปพระตำหนักดอยตุง
อรรถคุยโทรศัพท์กับแพรวตลอด เพราะแพรวมีปัญหาติดขัดเรื่องผลการประเมินผ่านการฝึกสอน ก็เลยกลายเป็นโป้งกับโกลที่ผลัดกันถ่ายรูป หรือไม่ถ่ายเซลฟี่คู่กันท่ามกลางบรรยากาศอันงดงาม
อรรถวางสายจากแพรว มองไปก็เห็นโกลยืนอยู่เพียงลำพัง เขาก็เลยเดินเข้าไป
“โป้งไปไหน” อรรถถาม
โกลตอบบนรอยยิ้ม
“ปวดท้อง สงสัยลาบจะเป็นพิษ”
อรรถพยักหน้าแล้วเขาก็เอาเอวพิงกับเสาที่อยู่ใกล้ๆ
“นายกับโป้งคบกันใช่ไหม”
โกลนิ่ง เอาโทรศัพท์ทื่ถือไว้เก็บใส่กระเป๋ากางเกง
“เรายังเป็นคู่หูกันเหมือนเดิมครับ เรายังไม่ได้เกินเลยไปจากที่เก่า”
อรรถมองหน้าโกล ตอนนี้โกลไม่ได้มองมา แต่มองไปที่แปลงดอกไม้ข้างนอกอาคาร
“ฉันดูออก.. ทั้งนายและโป้งไม่ได้คิดกันแค่เพื่อน แววตามันฟ้อง”อรรถคาดคั้น
โกลจึงหันมา
“พี่จะคิดยังไงสุดแต่พี่ แต่ผมกับโป้งเรายังไม่ได้มีความสัมพันธ์ในแง่อื่นด้านร่างกาย.. แต่ส่วนหัวใจผมยอมรับว่าชอบโป้งจริงๆ ส่วนโป้งผมไม่ทราบ พี่ต้องถามเขาเอง”
แววตาของโกลดูแข็งกร้าว อรรถรู้ดีว่าเด็กคนนี้ไม่สมควรจะมีเรื่องด้วยมากที่สุดคนหนึ่ง เพราะเขาเอาจริง..
“ก็ช่างเถอะมันเป็นเรื่องของนายสองคน... แต่ที่ฉันอยากจะบอกคือให้นายรับทราบไว้..” อรรถกอดอกบ้างและยืนตัวตรงเผชิญหน้ากับโกล
“ฉันกับโป้งเราไม่ได้แค่พี่น้องกัน... เรามีความสัมพันธ์ลึกมากกว่าที่นายคิด ถ้านายยังไม่มีทางกาย.. ฉันก็จะแจ้งให้ทราบว่าฉันมีแล้ว”
อรรถคาดหวังอะไรจากโกล... อะไรกันที่อรรถอยากจะเห็นโกลตอบหรือแสดงออก
แต่สิ่งที่โกลตอบออกมานั้น ทำให้อรรถเองเป็นฝ่ายประหลาดใจ
“ผมทราบแล้วครับ.. โป้งเล่าให้ผมฟังหมดแล้ว”
แววตาของโกลตอนนี้ช่างนิ่งสงบเหลือเกิน..
“แต่ถ้าพี่จะถามว่าผมคิดอะไรไหม ผมคงตอบว่าไม่เลยครับ.. เพราะผมเองก็ไม่ได้บริสุทธิ์ผุดผ่องอะไร โป้งก็รู้เรื่องของผมดีเหมือนกัน” น้ำเสียงของโกลอ่านได้ยากว่าเขาคิดอะไร
“สำหรับผม.. ความรู้สึกต่อโป้งมันมากไปกว่าความต้องการแล้วครับ ตอนนี้ผมรักโป้ง.. สำหรับผมถ้าแค่ครอบครองร่างกายว่างเปล่า.. ผมยอมไม่ครอบครองเลยดีกว่า.. เพราะสำหรับผม ที่ผมรักคือหัวใจ ผมต้องการหัวใจของโป้งครับ พี่อรรถ”
อรรถเหมือนโดนต่อยหน้า.. เขาถึงกับต้องหันหนีสายตาของโกล
“ไปๆ” โป้งเดินมา ทำท่าลูบท้องมาด้วย
“โอยไม่ไหว ถ่ายเสียหมดไส้เลย”
โกลจังหันไปหาโป้ง เขายิ้มเยาะ
“เป็นไงหละ ลาบรสเด็ดสุดในเชียงราย.. ขี้แตก..”
“โหย..” โป้งอุทธรณ์
“กินทุกทีก็ไม่เป็นนนี่หว่า.. มึงหละชอบพากูไปกินอาหารดีๆ เห็นไหมลำไส้ของกูเสียลำไส้ไปเลย”
“อะไรของมึง เสียลำไส้” โกลแปลกหู
“อ้าว ก็เหมือนคนเสียไง ลำไส้กูชินกับของดีๆ อาหารธรรมดาเลยชักรับไม่ค่อยได้ มันเลยเรียกว่าไอ้ลำไส้เสียลำไส้ อันนี้ความผิดมึง มึงต้องรับผิดชอบด้วยนะเว้ยโกล” โป้งเอาหมัดชกที่แขนโกล
“เออๆ รับผิดชอบ” โกลหัวเราะ แล้วกอดคอโป้ง
“เดี่ยวให้พ่อกูมาขอมึงพรุ่งนี้เลย จะดูแลทั้งชีวิตเลย”
“เฮ้ย.. สินสอดกูแพงนะ” โป้งหันมองหน้า
“อย่างน้อยต้องทองสิบโล เงินสิบล้าน บ้านสองหลัง รถหนึ่งคัน”
“ห่า.. กะตั้งตัวเลยนะมึง..” โกลส่ายหัวแล้วทั้งคู่ก็เริ่มเดินไป
“พี่อรรถ ไปเถอะครับ เดี่ยวคนขับรถตู้จะรอ” โป้งหันมาเรียก
อรรถพยักหน้าแล้วเดินตามไป เขาพยายามทำให้ภายนอกดูสงบ แต่ภายใจกำลังอลหม่านเต็มที่
รู้หมดแล้ว โป้งบอกเรื่องนี้แล้ว.. ทำไมหละ ทำไมโป้งถึงบอกเรื่องนี้กับโกล
หรือว่า.. โป้งคิดกับโกลไปไกลจนถึงขนาดจริงใจ.. หรือโป้งจะรักโกลเข้าแล้ว..
เมื่อรักก็อยากจะเคลียร์ใจให้หมดทุกเรื่อง..
อรรถยิ่งคิดก็ยิ่งปวดใจ ที่สุดเขาก็ต้องถอนหายใจออกมายาวๆ
หรือว่าเขาควรยอมแพ้แล้วจริงๆ..

โป้งอาบน้ำเสร็จแล้ว เขาก็กำลังรื้อของที่อยู่ในตู้ออกมา เพราะเมื่อสักครู่วราพรพึ่งสั่งให้เขาไปรื้อเสื้อผ้าเก่าออกมาเพื่อเอาไปบริจาคให้เด็กยากจน
อรรถนั่งอยู่บนเตียงมองโป้งรื้อของอยู่สักครู่
“โป้ง.. โป้งเล่าให้โกลฟังเรื่องของเราหรือ”
โป้งหยุดมือ ก่อนจะลงมือแยกเสื้อต่อไป
“พี่ไม่ได้บอกผมนี่ครับว่ามันต้องเป็นความลับ” โป้งสวนย้อนแบบเบาๆ
อรรถนิ่งไป เขาหันไปมองรูปถ่ายของโป้งตอนที่รับตำแหน่งผู้เล่นทรงคุณค่า ของฟุตบอลถ้วย ก. รุ่นอายุ 16ปี ทั้งที่ทีมโรงเรียนเชียงรายสมบูรณ์อุปถัมภ์ของเขาผ่านไปได้แค่รอบรองชนะเลิศ
“โป้งชอบโกลมาเลยใช่ไหม” อรรถถามตามตรง
โป้งหยุดมืออีก คราวนี้นานเลยกว่าเขาจะตอบออกมา
“ถ้าผมตอบไป คำตอบของผมจะมีผลอะไรรึเปล่า... มันจะทำให้ผมกับพี่ต้องเลิกเป็นพี่น้องกันรึเปล่าครับ หรือถ้าพี่รู้พี่ก็ยังนับผมเป็นน้องของพี่เหมือนเดิม”
อรรถอึ้งนิ่ง..เขามองเพดานก่อนจะตอบ
“โป้งเป็นน้องพี่.. ต่อให้พี่จะไม่ได้รู้สึกกับโป้งอย่างที่พี่เป็นอยู่ โป้งก็คือน้องของพี่”
โป้งเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันมา
“พี่อรรถครับ.. คำตอบของผมคือใช่ครับ”
อรรถรู้สึกราวคำพูดนั้นเป็นคมมีด มันกำลังบาดหัวใจอรรถจนมันเจ็บแสบไปหมด
“จริงอยู่ที่เรายังไม่ได้มีอะไรกัน.. แต่ผมก็รักเขา.. มันมากกว่าความเป็นเพื่อนหรือคู่หู เวลามีโกลอยู่ด้วยผมจะรู้สึกว่าโลกมันน่าอยู่กว่าเดิม.. ผมมีความสุขเวลาได้อยู่ใกล้ๆกับเขา ผมหัวใจเต้นแรงทั้งที่เราไม่ได้กอดหรือจูบกัน.. ผมแค่อยากอยู่ใกล้ๆเขา เพราะเวลาที่มีเขาอยู่ใกล้ๆผมจะมีความสุข” โป้งบอกออกมาจากความรู้สึก
แววตาของโป้งตอนนี้เหมือนลอยละล่องไปหาโกลเสียแล้ว
อรรถถึงกับต้องหลับตาลง ข่มความเจ็บปวด ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งเพื่อมองโป้ง
“แล้วพี่หละ โป้ง.. ความสัมพันธ์คืนนั้นของเรา มันไม่ได้มีความหมายอะไรเลยอย่างนั้นเหรอ” อรรถถามออกไปทั้งที่หวาดกลัวคำตอบ
แต่ยิ่งเจ็บก็ยิ่งดีไม่ใช่เหรอสำหรับตอนนี้
โป้งพับเสื้อตัวหนึ่งกลับคืนใส่ตู้ไป
“พี่อรรคครับ คืนนั้นมันเป็นเซ็กซ์ที่ดีครับ... ยอมรับ ผมมีความสุขกับมัน.. แต่..” โป้งหันกลับมา “ผมก็ยังไม่สามารถมองพี่เป็นอย่างอื่นได้อยู่ดี พี่ยังเป็นพี่ชายของผมเหมือนเดิม.. ผมอาจนอนกับพี่ได้อีก กี่ครั้งกี่หน แต่พี่ก็ยังเป็นแค่พี่ชายผมอยู่ดี..”
“จำที่ผมบอกได้ไหม เรื่องบทสัมภาษณ์ผู้ชายขายตัวคนนั้น.. มีประโยคหนึ่งที่ผมอ่านตอนแรกก็ไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว.. การมีเซ๊กซ์อาจไม่ได้หมายถึงการมีรัก.. เพราะรักคือความรู้สึกจากใจ แต่เซ๊กซ์เป็นแค่ความต้องการทางกาย“
อรรถมองตาโป้ง
“แล้วพี่นั้นหละครับที่ทำให้ผมเข้าใจ พอหลังจากเราแยกกัน ผมถึงได้นั่งทบทวนว่าทำไมผมถึงได้มีเซ็กซ์กับพี่ได้ ทั้งที่ผมก็คิดกับพี่แค่พี่น้อง.. แล้วผมก็มาถามตัวเองว่าหลังจากนี้หละ ผมรักพี่เป็นแบบอื่นไหม.. คำตอบของผมคือไม่เลย.. ผมยังมองเห็นพี่เป็นแค่พี่ชายที่ห่วงใยอาทรผม.. ยิ่งเรากลับมาเจอกันอีก ผมก็ยิ่งแน่ใจ..“
“ผมไม่สามารถรักพี่เป็นอย่างอื่นได้ นอกจากพี่ชายครับ” โป้งกล่าวออกมา คำพูดนั้นเหมือนกับเป็นการตอกย้ำ เพราะมันหนักแน่นและเข้มแข็งอย่างมาก
อรรถหลับตาลงแน่น เพื่อข่มใจ แล้วเขาก็กลืนความเจ็บปวดทั้งสิ้นลงไปก่อนจะตอบ
“ขอบใจ.. พี่เข้าใจแล้ว.. พี่เข้าใจ”

นอกบานประตูที่เปิดแง้มไว้อย่างจงใจในตอนที่โกลออกไปจากห้องเพื่ออาบน้ำ โกลได้ยินคำพูดของโป้งอย่างแจ่มแจ้ง
เขามีสองความรู้สึกในตอนนี้ ใจหนึ่งก็คือปลาบปลื้ม แต่อีกใจก็อดสงสารอรรถไม่ได้..
อรรถคงจะฝังใจกับโป้งมาก.. และเขาคงเสียใจมากที่โป้งตอบกับเขาอย่างนี้
แต่.. ยังไงก็ได้แค่สงสาร... เพราะถ้าพูดขนาดนี้อรรถยังจะดื้อดึง เขาคงไม่ยอมแล้ว.. เขาจะไม่ยอมให้ใครมาแย่งโป้งไป.. เพราะโป้งคือดวงใจของเขา...
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:18

ตอนที่ 32 : วราพร โกลรักโป้งใช่ไหม(รีไรท์)
โกลจอดรถจักรยานยนต์ของวราพรลงตรงตำแหน่งที่โป้งชี้
โรงเรียนเก่าของโป้งเป็นโรงเรียนเอกชนขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง แต่วันนี้เป็นวันปิดเทอมจึงมีแต่นักกีฬาประเภทต่างๆและนักเรียนที่ทำกิจกรรม อื่นๆเท่านั้นมาโรงเรียน
“ปกติที่นี่ใส่กางเกงสีอะไร” โกลถามตอนเดินไปตามทางเดิน
“น้ำเงิน” โป้งตอบ
โกลมองพินิจโป้งแล้วยิ้มกระหยิ่ม
“อะไร..” โป้งสงสัยมองสำรวจตัวเองบ้าง
โกลยิ้มจางๆ
“ก็แค่กำลังจินตนาการว่าโป้งเวลาใส่กางเกงน้ำเงินจะเป็นยังไง.. มันคงน่ารักดี.. เซ็กซี่น่าดู”
โป้งเอาตัวกระแทกโกลจนเซ
“คิดลามกอีกหละสิ.. รู้หรอก.. ไอ้ก้านก็กางเกงน้ำเงิน มึงไม่รู้สึกว่ามันเซ็กซี่รึไง”
โกลส่ายหน้า
“ไม่ไหวล่ะ มันกวนตีนจะตาย.. แถมมันยังเป็นมารหัวใจอีก.. แต่..” โกลลากเสียง “ถ้ามันไม่คิดจะจีบมึง... กูก็อาจจีบมันดู.. ขาวๆอย่างนี้.. ท่าจะเด็ด.. “
โป้งทำหน้าเหม็นเบื่อความหื่นของโกล

“ไอ้โป้งมา” เสียงดังมาก่อนที่โป้งจะเดินเข้ามาในสนามด้วยซ้ำ
เพื่อนๆของโป้งถึงกับทิ้งการวอร์ม วิ่งมาโป้งกันหมด เหลือแต่พวกหน้าใหม่ที่ไม่เคยรู้จักโป้งที่ยังวอร์มอยู่
“เฮ้ยเบาๆ กูสวัสดีโค้ชก่อนเบา” เพราะบรรดาเพื่อนต่างเข้ามามะรุมมะตุ้มกันอย่างล้นหลาม
ที่จริงโกลก็เคยเห็นแล้วว่าเพื่อนร่วมทีมเก่าของโป้งรักโป้งกันแค่ไหน แต่ก็ยังอดตื่นใจไม่ได้
โค้ชทิม ผู้ฝึกสอนรับไหว้โป้ง
“นี่จะไปเล่นให้พี่อำนาจใช่ไหม” โค้ชถาม
“ครับ” โป้งตอบ
“อืมดีแล้วหละ เพราะพี่อ่ำนะ แกยังไงก็เป็นคนฟุตบอล แกต้องทุ่มเทมากให้สโมสรอยู่แล้ว”
แล้วโค้ชทิมก็หันมาโกล
“นายด้วยเหมือนกันนี่.. แหม่อย่างนี้ทีมนี้ก็น่าติดตาม มีทั้งไอ้โป้ง มีทั้งนาย รุกก็คม รับก็เหนียว.. “
โกลได้แค่ยิ้มเพราะไม่รู้จะทำอะไรดีกว่านั้น
“แล้วไม้หละครับ” โป้งถาม
“ไปทดสอบฝีเท้ากับเชียงรายยูไนเต็ด ไปสามวันแล้วหละ สงสัยน่าจะได้นะ” โค้ชทิมบอก แล้วมองไปในสนาม
“ที่เหลือ เด็กพวกนี้ พอจะเล่นดิวิชั่นหนึ่ง สอง สามได้ แต่พรีเมียร์ก็คงมีแค่ไม้คนเดียวนั้นหละ”
โป้งก็มองเพื่อนแต่ละคนกำลังยืดเส้นยือดสายกันอยู่
“เออ.. ไหนๆก็มาแล้ว มาโชว์ให้เด็กรุ่นใหม่มันดูหน่อยสิว่า ตอนนั้นนายทำยังไงถึงได้พาเราไปถึงรอบรองได้ มีชุดไหม ถ้าไม่มี ก็จะได้ให้ใครไปเอาชุดแข่งมาให้”
โป้งกับโกลมองหน้ากัน
“มีแล้วครับ” โป้งตอบแล้วชูกระเป๋าที่สะพายมาด้วย “ผมกะมาขอโค้ชให้ช่วยฝึกให้อยู่แล้วครับ ไม่ได้ซ้อมนานเดียวสนิมกิน”

โป้งได้ลูกจากเพื่อนก็ค่อยๆเลี้ยงรอเพื่อนๆให้ขึ้นมาเติมเกมรุกอย่างไม่รีบร้อน ดังนั้นจึงโดนฝ่ายตรงข้ามเข้ามาประกบ นายคนนี้ไม่เคยเห็นหน้า..
โป้งคลึงบอลไปช้าๆแต่กินแดนเข้าไปในลักษณะเดินหน้าจากริมเส้นด้านซ้ายมุ่งขวาเข้าหาหน้าประตู คนเข้ามาประกบก็ไม่กล้าจะพรวดเข้าสกัด เพราะรู้ดีว่าโป้งรวดเร็วมาก
แต่กระนั้นโป้งก็เปลี่ยนจังหวะบอลฉับพลันเตะออกไปช้างๆในลักษณะเดินหน้า ไปแล้ววิ่งไปตามไป
คนประกบรู้ตัวว่าเสียท่า ก็รีบวิ่งตาม แต่โป้งดึงบอลหยุดกะทันหัน แล้วพลิกวิ่งไปทางขวา เล่นเอาผู้เล่นที่ตามมาเบรกหัวทิ่ม ได้แต่มองโป้งพาลูกฟุตบอลหนีไปอย่างง่ายดาย
พอหลุดได้หนึ่งก็มาเจออีกหนึ่ง คราวนี้เป็นคนคุ้นหน้า เป็นกองกลางที่เป็นตัวสำรองของไม้เมืองเพื่อนเก่า
โป้งแย้มรอยยิ้ม แล้วเขาก็เริ่มลีลา สับขาหลอกสองที แล้วทำท่าเหมือนจะเตะบอลด้วยขวา สหายเก่าก็ผงะจะออกไปบังทาง แต่เขาก็จ่ายลูกรอดขาที่ถ่างออกของคนประกบ แล้ววิ่งอ้อมไปหาลูก
จากตรงนี้ก็เกือบสามสิบหลา โป้งเห็นกองหลังสองตัวขยับจะออกมา นั่นทำให้มีช่องว่าง โป้งไม่รอช้า.. เตะด้วยเท้าซ้าย ปั่นลูกโค้งขวา ลูกไซด์โป้ง... ผ่านมือผู้รักษาประตูที่มัวแต่ลังเลไปตุงตาข่าย
“ก็บอกแล้วให้ระวัง ระวัง” โค้ชทิมบ่น
“ระวังยังไงหละ อาจารย์” นักฟุตบอลที่ไม่ได้ลงสนามหันมาท้วง
“ตอนนี้ไอ้โป้งเล่นได้สองเท้า จะดักซ้ายมันก็ใช้ขวา จะดักขวามันเตะซ้าย.. กันไม่ไหวหรอก ไม่ไหวจริงๆอาจารย์”
โค้ชทิมได้แต่ถอนหายใจ โป้งยิ่งเก่งขึ้นทุกวัน เขามีพร้อมทั้งพรสวรรค์ โอกาส และพรแสวง เด็กคนนี้ข้ามขั้น ข้ามวัยไปแล้ว.. ถ้าจะถามทิม คนที่อยู่ในแววดวงฟุตบอลมายาวนาน จะมีใครสักคนยืนในระดับโลกได้
เด็กคนนี้หละ ที่จะไปยืนผงาดตรงจุดนั้นได้แน่นอนที่สุด
มองกลับลงไปในสนาม ก็เห็นฝ่ายที่พึ่งเสียประตูทำเกมบุกขึ้นมา แล้วก็ทำได้ดี จนได้จังหวะยิงจ่อๆในกรอบเขตโทษ แต่โกลรับได้สบายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ลูกยิงนั้นทั้งเร็วและแรง..
นี่ก็อีกคน.. นายประตูร่างสูงคนนี้ ไม่แน่นะ เขาอาจกลายเป็นปีเตอร์ ชไมเคิลเมืองไทยไปก็ได้
โกลทำท่าโบกมือไล่ทีมให้เดินหน้าขึ้นไป แล้วเขาเตะโด่งเปิดเกมออกไปกลางสนาม..
“อาจารย์คิดผิดแล้วที่ให้มันสองคนทีมเดียวกัน... แบบนี้ใครจะไปสู้ได้ สองคนนี้ทีมชาติทั้งคู่นะอาจารย์” เด็กคนเดิมกล่าวอีกแล้วส่ายหัว

โกลตกใจกับขนาดกระเป๋าที่วราพรจัดเตรียมให้โป้ง เพราะมันกระเป๋าลากสี่ล้อขนาดใหญ่มากหนึ่งใบ จนเขาต้องแอบกระซิบกับโป้ง
“นี่แม่ของมึงคิดว่า ภูเก็ตมันกันดารขนาดนั้นเลยเหรอวะ” โกลกล่าวเสียงเบา “มันเจริญมากเลยนะเว้ย”
โป้งได้แค่ผงกหัวเงิ่ดๆ
“ครั้งที่แล้วกูก็โดนแบบนี้หละ แต่พอแม่ตามไปจัดของแล้วมันหาที่เก็บไม่ได้ ก็ขนกลับเอง”
“โป้ง..” วราพรเดินออกมาจากครัว “เดี่ยวโป้งไปซื้อถ่านไฟฉายให้แม่สักสองสามแพ็คสิ”
โป้งสะดุ้ง
“แม่จะให้โป้งเอาไปด้วยเหรอครับ”
วราพรท้าวสะเอว
“ไม่ใช่ยะ ฉันจะเอาไว้ใช้ที่บ้าน”
โป้งลูบอกอย่างโล่งใจ
“ขนาดอะไรครับแม่”
“AA” วราพรบอก
“เดี่ยวโกล” วราพรรั้งไว้ก่อน เพราะรู้ดีว่าโป้งจะต้องชวนโกลไปด้วย เนื่องจากโกลมีใบขับขี่จักรยานยนต์ แต่โป้งไม่มีแม้จะขี่เป็น
“โกลมาช่วยน้าติดสติ๊กเกอร์บังแดดหน่อยสิ น้าซื้อมาแล้วหละ แต่ติดไม่ถึง”
“อ้าวแล้วผมจะไปยังไง” โป้งท้วง
“ก็จักรยานสิค่ะ คุณชายโป้ง... หรือจะวิ่งไปก็ได้ วิ่งเก่งอยู่แล้วไม่ใช่เหรอเราน่ะ” วราพรตอบบนรอยยิ้มเชือดเฉือน

โกลจัดการติดแผ่นสติ๊กเกอร์บนกระจกอย่างเรียบร้อย แถมเรียบเนียน
“แหม่เราก็ทำงานละเอียดเก่งเหมือนกันนะ ถ้าเป็นตาโป้งมีหวังเป็นปูด เป็นปมไปหมด เราติดดูเรียบร้อยดีนะโกล” วราพรกล่าว
โกลจึงลงจากเก้าอี้ แล้วทำท่าจะเอาเก้าอี้ไปเก็บ
“โกลชอบโป้งใช่ไหม”
คำพูดของวราพรทำให้โกลชะงักค้าง เขาหันมาหามารดาของโป้ง
“บอกน้ามาตามตรงเถอะ.. น้าเป็นผู้ใหญ่กว่าเรา แม่อ่านสายตาเราออก โกลคิดกับโป้งมากกว่าเพื่อนใช่ไหม” วราพรมองตาเด็กหนุ่ม
โกลถึงกับต้องกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ... เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี จะโกหกก็คงไม่สนิทใจ จะพูดความจริงก็..
“น้ารู้เรื่องโป้งเป็นเกย์นานแล้วหละ โกล.. โป้งบอกกับน้าเอง” วราพรกล่าวแล้วก็หันมองไปที่ตู้โชว์ที่มีรูปโป้งในชุดนักฟุตบอลเรียงไล่ตามวัย
“วันหนึ่ง โป้งเขามาสารภาพกับน้าว่าเขาชอบผู้ชายด้วยกัน.. ตอนนั้นจะให้พูดตามตรง น้าตกใจมาก และทำอะไรไม่ถูกเลย แต่น้าไม่กล้าแสดงออกให้โป้งรู้ ถึงโป้งจะสัญญาว่าเขาจะยังคงเป็นลูกชายของน้าต่อไป ไม่ได้จะเป็นลูกสาว แต่ก็นะ.. น้าก็คาดหวังว่าเขาจะเป็นผู้ชายเต็มตัว มีครอบครัวที่อบอุ่นต่อไป..”
โกลเห็นแววตาวราพรแล้วก็สลดลง
“น้าต้องทำใจนานมาก จนกระทั้งน้าหมอต้องออกปากเอง ทั้งที่ปกติเรื่องที่เป็นส่วนตัวของโป้งกับน้า เขาจะไม่เคยยุ่ง น้าหมอบอกกับน้าว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พูดยาก ถ้าหากน้าไม่ยอมรับ แล้วโป้งเกิดเตลิดไปเลยเพราะการต่อต้าน น้าก็ต้องเจ็บปวด หรือถ้าโป้งปิดบังเอาไว้ แล้วทำตัวเป็นผู้ชายปกติ มีแฟน แต่งงาน มีลูก แต่ไปแอบมีความสัมพันธ์กับผู้ชายด้วยกัน.. แฟนของโป้งในอนาคตก็ต้องเจ็บปวด น้าเองก็ต้องเจ็บปวดอีก” วราพรเอามือประสานที่อก
“ที่สุดน้าก็ทำใจได้ แต่น้าขอโป้งไว้ว่า ถ้าจะคบหาใคร ก็ต้องคบหาด้วยความรัก ไม่ใช่คบหาด้วยความใคร่ แล้วก็เอาชีวิตไปเสี่ยงกับโรคเอดส์ แล้วน้าก็ขอให้เขาเล่นฟุตบอลต่อไป ซึ่งข้อหลังโป้งเขาก็ยินดีทำตามอยู่แล้ว น้าก็เลยคลายใจ”
“โป้งบอก กับน้ามาตั้งแต่ม.สอง ตอนนี้ก็สองปีแล้ว น้าทำใจได้แล้วจริงๆ เพราะโป้งก็ยังเป็นนายโป้งคนเดิมไม่เปลี่ยนไป.. แต่ที่น้าถาม น้าแค่อยากจะรู้ว่าเรากับโป้งเป็นอย่างที่น้าคิดหรือเปล่า บอกแม่มาตามตรงเถอะ” วราพรกล่าวเชิงขอร้อง
โกลหลับตาลงก่อนจะตอบออกไป
“ผมรักโป้งครับ”
แล้วโกลก็มาสู้สายตากับวราพร
“ผมจริงใจกับโป้ง ผมไม่ได้ต้องการอะไรจากโป้ง ขอแค่โป้งรักผมก็พอ.. ถ้าคุณน้าจะรังเกียจผม ผมก็จะยังรักโป้งต่อไป”
แววตาของเด็กหนุ่มฉายอย่างมาดมั่น ดวงตานั้นจริงจังและไม่อะไรเคลือบแฝง
วราพรจึงยิ้มออกมา แล้วเธอก็เดินมาจับที่ท่อนแขนของโกล
“งั้นน้าฝากโป้งด้วยนะ โป้งเหมือนจะเข้มแข็งแต่เขาอ่อนโยนเกินไป และห่วงใยคนอื่นมาเกินไป น้าอยากให้โกลดูแลเขาให้ดี ถึงน้าจะรู้จักโกลได้แค่สองอาทิตย์ แต่น้าก็เห็นได้ว่าโกลเป็นเข้มแข็งกว่าโป้งมาก”
“จำไว้นะโกล.. ความรักบางทีมันก็ไม่พอหรอก โกลต้องเติมด้วยความเข้าใจ โกลต้องเข้าใจโป้งให้มาก รู้จักโป้งให้มากและต้องรู้จักอดทน.. ตรงนี้น้าเคยสอนโป้งบ่อยๆ ก็เลยอยากจะบอกโกลด้วย”
“เจ้าโป้งน่ะ ในสนามเก่งกาจ สามารถ แต่ชีวิตจริงขี้ลืม ขี้ใจอ่อน ขี้สงสาร แล้วก็เข้าใจอะไรได้ยาก โดยเฉพาะเรื่องวิชาการ บางทีก็แอบมีอารมณ์ศิลปิน บางทีก็โลเล นายคนนี้มีนิสัยไม่ดีหลายอย่าง แต่เราต้องปรับกันไป โป้งส่วนหนึ่ง โกลส่วนหนึ่ง อย่างนี้เราสองคนถึงจะเข้ากันได้ เข้าใจไหม”
โกลรู้สึกเหมือนน้ำตาจะเอ่อออกมา แต่เขายั้งมันได้ทัน ก่อนจะให้คำมั่น
“ครับ.. โป้งเคยพยายามเข้าใจผมมามากแล้ว ตอนนี้ผมก็ทำพยายามเหมือนกัน ผมจะพยายามเข้าใจโป้งให้มากขึ้นครับ”
วราพรยิ้ม ทำไมหนอ เธอกลับมองเห็นโป้งกับโกลเดินจับมือกันไปบนหนทางที่แสนยาวไกล..
ทำไมหนอ.. เธอจึงสามารถจินตนาการถึงเวลาแสนอบอุ่นของเขาทั้งคู่
และทำไมหนอ เธอถึงได้เชื่อคำพูดนั้นของโกล
ส่วนโกลแม้จะรู้จักวราพรได้แค่ไม่กี่วัน แต่เขารู้สึกประทับใจเธออย่างยิ่ง และรู้สึกราวกับเธอเป็นแม่ของเขาเอง..
บ้านของโป้งไม่ใหญ่โตเหมือน คฤหาสน์ทรงยุโรปของพ่อ และไม่ได้เพียบพร้อม..
แต่บ้านนี้กะทัดรัดและแน่นด้วยความอบอุ่นจริงใจ เป็นสถานที่ซึ่งโกลใฝ่หามาตลอด.. ตลอดชีวิตของเขา...

ตอนนี้แม้เตียงจะไม่มีคนนอนแล้วเพราะอรรถกลับไปตั้งแต่อาทิตย์ก่อน แต่โป้งกับโกลก็ยังเลือกจะนอนพื้น พอปูที่นอนเสร็จโป้งก็หันไปมองโกลปิดไฟ แล้วเดินมานั่งจัดที่นอนตัวเองอยู่ข้างๆ
“วันนี้ แม่พูดอะไรกับมึงใช่ไหม” โป้งตามตามตรง เพราะอ่านออกว่าที่แม่ของเขาให้เขาไปซื้อถ่านไม่ใช่เพราะอยากได้ แต่เพราะต้องการให้โกลอยู่ลำพังกับเธอนั่นเอง
โกลยิ้ม รอยยิ้มนั้นเห็นได้แม้จะมีแค่แสงสลัวลอดเข้ามาทางหน้าต่าง
“เขาบอกให้กูพาพ่อมาสู่ขอตามประเพณี เขาบอกว่าเอาทองแค่บาทเดียวพอ เดี่ยวเขาจะแถมข้าวสารให้ห้ากระสอบเพราะมึงกินจุ”
“ไม่ใช่ละ” โป้งดันไหล่โกล ก่อนจะตั้งท่าจริงจัง
“เอาดีๆสิ กูอยากรู้”
โกลมองตาโป้ง แม้จะในความมืดก็ยังเห็นแววตาของโป้งได้
“เขาถามกูว่ากูชอบมึงเหรอ”
โป้งเงียบไป
“แล้วมึงตอบว่าไง”
โกลมองตาโป้งนิ่งๆ แล้วเขาก็ขยับเข้ามาใกล้
“กูก็บอกไปว่ากูรักมึงไง”
ทั้งสองมองตากันนิ่งในระยะหายใจรดกันและได้ยินเสียงหัวใจของกันและกัน.. แต่ก็เป็นโกลที่จูบหน้าผากโป้งอย่างแผ่วเบา
“เขาบอกให้กูดูแลมึงให้ดี กูก็สัญญากับเขาว่ากูจะทำให้ดีที่สุด”
แล้วโกลก็ถอยกลับไปนอน
“นอนเหอะพรุ่งนี้ไฟลท์เช้าไม่ใช่เหรอ”
โป้งมองโกลที่นอนลงจริงๆแล้วหลับตา
โป้งรู้ดีว่าแม่ของเขาคงเสียใจไม่ได้น้อยกับเรื่องของเขา แต่แม่ก็ยังเลือกจะยอมรับมากกว่าปฏิเสธ.. และเปิดใจกระทั้งยอมรับโกลด้วยอีกคน
ขอบคุณครับแม่ โป้งบอกในใจ
แล้วเขาก็นอนลง โดยจงใจนอนเบียดโกล
“จะเบียดทำไมที่ตั้งกว้าง” โกลร้อง
“ก็กูบอกว่าแอร์มันตกตรงนี้ มันหนาว มึงเลือกจะนอนตรงนี้กูก็ต้องเบียดมึงให้อุ่นไง” แล้วโป้งก็กอดร่างโกลไว้
“ตัวมึงอุ่นจังหวะ”
โกลยิ้มชอบใจ แล้วก็ซบหัวลงบนหัวเกรียนๆของโป้ง กอดตอบร่างนั้น แล้วจูบบนหน้าผากของโป้ง ก่อนจะหลับตาลงอย่างมีความสุข
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:18

ตอนที่ 33 : สู่ภูเก็ต อำลาทีม อำลารัก เดฟกับวู๊ดเดินมาถึงทางแยก(รีไรท์)

นัดกระชับมิตรระหว่างทีมชาติไทย U19 กับประเทศหมู่เกาะหนึ่งในมหาสมุทรอินเดีย จบลงด้วยสกอร์ถล่มทลายของทีมชาติไทย 8:0
โป้งได้ลงเป็นตัวจริงในครึ่งแรก และเล่นต่ออีกสิบนาทีในครึ่งหลัง แม้ยิงไปได้แค่ประตูเดียวแต่กลับได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามจากสื่อมวลชน เพราะสี่ประตูในครึ่งแรกมาจากการเตะเปิดบอลไปอย่างแม่นยำของเขาทั้งสิ้น แล้วที่ยิงประตูได้ในครึ่งหลังจากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษที่ได้มาจากการที่ท๊อป ศูนย์หน้าตัวเก่งโดนกระแทกล้มลง
แต่โป้งก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร เพราะเขามีเรื่องอื่นต้องสนใจอีก
โป้งและโกลมาซ้อมร่วมทีมนวสาครเป็นวันสุดท้าย ทั้งที่จริงแล้วสถานภาพนักเรียนของพวกเขาสิ้นสุดลงไปแล้วจากการยื่นลาออก
พอจบการซ้อม โป้งกับโกลก็ออกมายืนตรงหน้าเหล่าเพื่อนและรุ่นน้องที่จะขึ้นมาเสริมทีมในการศึกษาหน้า
“เราประสบความสำเร็จได้สองถ้วยก.ต่อเนื่องกันสองปี ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมมากที่สุดเท่าที่โรงเรียนของเราทำได้นับจากการสถาปนาโรงเรียน คนที่มีส่วนมากคนหนึ่ง นอกจากผู้เล่นตัวหลักอื่นๆ แล้วก็คงต้องบอกว่าคือนายโกล กรกฏผู้รักษาประตูของเรา เพราะในตอนที่เราได้แชมป์รุ่นสิบหกปี เขาเสียประตูไปแค่สองประตูเท่านั้น”
เพื่อนพร้อมใจกันปรบมือให้โกล
“ส่วนปีนี้ โกลก็ยังคงโชว์ฟอร์มได้ดี ทำให้ผมสั่งพวกคุณเดินเกมรุกได้อย่างสะดวกใจมากขึ้น เพราะมีเขาป้องกันประตู “
โค้ชป้อมมองไปรอบๆ
“มาปีนี้ พวกเราได้อาวุธใหม่ อาวุธชนิดนี้เป็นอาวุธนำวิถีที่แม่นยำ และยังรวดเร็ว แถมเขายังเป็นแบบอย่างของคนที่มุ่งมั่นกับการฝึกฝนและพัฒนาตนเอง ตรงนี้คงจะไม่มีใครปฏิเสธว่า การที่เราได้สองแชมป์ใหญ่ในปีนี้ก็เพราะเขามีส่วนอย่างมาก” ป้อมเพชรเอามือบีบไหล่โป้ง
“นายโป้งของเราจึงเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่สุดของเราในปีที่ผ่านมา”
ทั้งทีมปรบมืออีกครั้ง
“ตอนนี้ทั้งสองคนก้าวไปสู่อีกระดับของชีวิตนักฟุตบอลแล้ว ซึ่งพวกเขาได้ลาออกจากโรงเรียน และกำลังจะเดินทางไปภูเก็ต เพื่อร่วมทีมกับทีมกับ ภูเก็ตยูเนียน ซึ่งเป็นทีมที่ซื้อสิทธิการแข่งขันมาจากทีมอื่น ทำให้พวกเขาจะได้เล่นในไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้”
สมาชิกทีมก็ปรบมือกันอีก
“เอาหละ ตอนนี้ก็อยากให้ทั้งสองคนกล่าวกับเพื่อนๆ เป็นการอำลาเสียหน่อย เริ่มจากโป้งก่อน”
โป้งมองหน้าอาจารย์ป้อมเพชร แล้วก็ก้าวออกมา
“จริงๆแล้ว การมาร่วมทีมกับทุกคนต่างหากที่เป็นความภูมิใจของผม ทีมของเรามีคนที่มีฝีเท้าดีอีกหลายคน อย่างปอนี่ก็ถือเป็นศูนย์หน้าที่เก่งที่สุดของผมเลยนะ ตั้มก็เป็นกองหลังที่ผมเล่นด้วยแล้วลำบากใจ วู๊ดก็เป็นกัปตันทีมยอดเยี่ยม จอมก็เป็นกองหลังที่เล่นได้ดีมาก แล้วก็อีกหลายคน”
“ผมสนุกมากที่ได้เล่นกับพวกนายทุกคน และผมขอขอบคุณมิตรภาพของพวกนายทุกคนด้วย” โป้งกล่าว
“แล้วผมก็อยากให้ทุกคนลองไปทดสอบฝีเท้ากันดู ไม่แน่นะครับ วันหนึ่ง ผมอาจได้เล่นในสนามเดียวกับพวกคุณอีก ถึงแม้จะเป็นคู่แข่งกัน ผมก็อยากนะ เพราะผมเชื่อว่าทุกคนมีความสามารถ อย่าขาดความมั่นใจ แล้วก็อย่าท้อถอยในการการฝึกฝน”
“ผมล่วงหน้าไปก่อน แต่ผมจะคอยมองกลับมาและรอคอยพวกคุณอยู่ตรงนั้น”
“โอ้ยซึ้งว่ะ”จอมร้องออกมาแล้วถอดแว่นออกเช็ดน้ำตา เพื่อนหัวเราะคิกคักกับอาการของจอม
ป้อมเพชรยกมือให้หยุด แล้วหันมาหาโกล
โกลก้าวออกมา
“สำหรับผม ผมก็คือคนที่อยู่กับพวกคุณมาหลายปี พวกเราฝึกฝนฟุตบอลมาด้วยกันตลอดสี่ปี” เขากวาดตาไปหาเพื่อนที่คุ้นเคย เขายังจำได้ถึงหน้าแสนเยาว์ของพวกเขาตอนเข้ามาม.หนึ่ง
“ถึงแม้ผมจะมีความแตกต่างยังไง ผมอาจเป็นคนแปลกๆในสายตาคนอื่น ผมอาจมีรสนิยมต่างจากคนอื่น แต่เพื่อนๆก็ไม่เคยรังเกียจผมเลย ผมยังได้รับมิตรภาพของทุกคนอยู่เสมอในทุกสถานการณ์”
“ทีมฟุตบอลเป็นเหมือนสถานที่ซึ่งผมได้รับความอบอุ่น ผมรักทุกคนมาก แต่ที่ผ่านมาผมไม่ได้แสดงออก เพราะผมมันเป็นคนแบบนี้เองหละ ถ้าผมจะอินดี้เกินไป หรือเคยทำอะไรให้พวกคุณขุ่นใจ ผมก็ต้องขอโทษ” โกลมองตาเพื่อนแต่ละคน ตอนนี้เองที่เขานึกถึงป้อง..
“แต่สำหรับผม เพื่อนๆทุกคนเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผม และผมก็ภูมิใจที่มีส่วนในทีมที่ดีอย่างทีมของนวสาคร ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจ ขอบคุณสำหรับมิตรภาพ และขอบคุณทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจกันมา”
“ผมจะไม่มีวันนี้ถ้าไม่มีทุกคน เพราะผมคงไม่สามารถฝึกฝนตัวเองได้ตามลำพัง ผมไม่สามารถรับลูกได้ดี ถ้าไม่ใช่เพราะผมต้องรับมือกับลูกยิงที่ทั้งแรงและส่ายของปอทุกวัน” เขามองหน้าปอ ปอก็ยกกำปั้นให้
“ผมคงจะไม่มีสถิติป้องกันประตูที่ดีถ้าไม่มีจอมคอยกันและป้องกันประตู” พอมองหน้าจอม เขาก็มัวแต่ปาดน้ำตาที่ไหลออกมาอีก
“ผมคงจะลาออกจากทีมไปแล้ว ตอนที่ผมยอมรับว่าตัวเองเป็นเกย์ ถ้าไม่มีวู๊ดมาคุยและเปลี่ยนใจผม” โกลสบตาวู๊ดที่แม้มปากและพยักหน้า
“และที่สำคัญ ผมจะไม่มีวันนี้เลย ถ้าโค้ชป้อมไม่ให้โอกาสผมและยังสนับสนุนผมให้เดินในทางของผู้รักษาประตู”
ตอนนี้เพื่อนเงียบกริบมองหน้าโกล
“ทุกคนเป็นครอบครัวของผม เป็นความอบอุ่นของผม เป็นที่ทำให้ผมยังอยากอยู่ในโลกใบนี้ต่อไป ผมรักทุกคน และหวังว่าทุกคนจะเดินตามทางที่ผมกับโป้งล่วงหน้าไป ผมจะดีใจมากถ้ายังมีโอกาสได้รับลูกยิงของปอ หรือต้องป้องกันจังหวะโหม่งของจอมเวลาเติมมาเล่นลูกเตะมุม ผมจะยินดีมากถ้ายังจะได้เห็นกัปตันวู๊ดวิ่งไปทั่วสนามเพื่อเชื่อมเกม”
“ผมอยากให้ทุกคนที่เป็นเหมือนครอบครัวของผมเติบโตเหมือนกับผม สำหรับผม.. ทีมนวสาครจะเป็นทีมของผมตลอดไป ไม่ว่าผมจะไปเล่นกับทีมไหน ทีมอะไร และผมจะไม่ลืมว่า นวสาครคือบ้านเกิดของผมในกีฬาฟุตบอล”
ทุกคนเงียบกริบไป จนกระทั้งตั้มลุกขึ้นแล้วปรบมือ แล้วทุกคนก็ลุกขึ้นด้วย ปรบมือให้กับโกล นายประตูที่เหนียวแน่นและไว้วางใจได้เสมอของพวกเขา
วู๊ดเดินออกมาแล้วกอดโกลไว้
“ไอ้โกลมึงก็เหมือนครอบครัวของกู และก็ขอบใจที่มึงพาพวกเราให้ประสบความสำเร็จ”
เพื่อนก็พากันเข้ามาล้อมรอบโป้งกับโกล ผลัดกันเข้ามากอดทั้งคู่
ป้อมเพชรอมยิ้มเมื่อเห็นจอมร้องไห้ตอนที่กอดโกล
“โกลมึงรู้รึเปล่า ว่าทำไมกูเล่นดี” จอมกล่าวปนสะอื้น..
“เพราะกูรู้ไง ว่าถ้ากูพลาดก็ยังมีมึง.. กูถึงได้มั่นใจจะเล่น ขอบใจนะเว้ยเพื่อน”
ส่วนตั้มคนที่มีบุคลิกกระด้างๆ แต่กำลังกอดคอโป้งแน่น
"ไอ้โป้ง มึงน่ะทำให้กูเก่งขึ้น มึงนี่เหมือนลิง วิ่งไปวิ่งมากูจับไม่ได้ กว่าจะรู้ตัวกูก็เก่งขึ้นกว่าเดิม.. กูคงจะคิดถึงมึงมาก เวลากูกลับบ้านที่ใต้กูจะไปหามึง ไปดูมึงแข่งด้วย"
ป้อมเพชรพยักหน้าช้าๆ แล้วเขาก็ไม่อาจทนมองภาพนั้นได้ต่อไป
เขาหันไปมองยอดเสาธงที่อยู่ไกล
เพราะน้ำตาความปลาบปลื้มมันพาลจะไหลออกมาเสียให้ได้... จึงต้องมองสูงๆไว้ไม่ให้มันร่วงลงมา
เขานึกถึงคำหนึ่งที่อาจารย์อำนาจ หัวหน้าผู้ฝีกสอนทีมชาติกล่าวไว้ตอนที่เขายังเป็นแค่นักเตะในชุดยู23
“บางที การสร้างทีมที่สุดยอดก็ไม่ใช่ทีมที่เก่งที่สุด แต่เป็นการสร้างทีมที่เป็นทีมทั้งในและนอกสนามต่างหาก”

“แล้วนี่จะไปกันเมื่อไหร่” วู๊ดถามตอนที่เดินร่วมกับโป้ง โกล ตั้ม และปอออกจากโรงเรียน
“พรุ่งนี้แล้วหละ โค้ชทีมใหม่เขาอยากให้เราไปเข้าฝึกก่อน แล้วยังจะมีเรื่องโรงเรียนอีก” โป้งตอบ
วู๊ดพยักหน้า
“วู๊ดเดี่ยว มานี่หน่อยสิ” อาจารย์ป้อมเดินกึ่งวิ่งมา
วู๊ดจึงเดินกลับไปหา แต่ไม่ได้ไปไกลเพราะป้อมเพชรมาถึงเสียก่อน เขายื่นแผ่นกระดาษที่มีชื่อกับหมายเลขโทรศัพท์มาให้
“ภูเก็ตเอฟซี เขาติดต่อมานะ เขาอยากให้นายไปทดสอบฝีเท้า ปีนี้เขาได้เลื่อนกับมาดีวิชั่นหนึ่ง ก็เลยอยากได้นักเตะเพิ่ม.. คนโทรมาบอกว่าเขาชอบที่นายเชื่อมเกมได้ดี อยากให้นายไปลองทดสอบดู ไปได้ไหม”
โป้งกับโกลมองหน้ากัน แต่ปอกับตั้มร้อง
“เย้... กัปตันกูขายออกแล้วเฟ้ย”
** ภูเก็ต เอฟซี(ปัจจุบันสมยาโรนิน แดนใต้) เป็นสโมสรที่อยู่ภูเก็ตจริงๆ ปัจจุบัน(2558) ตกชั้นไปเล่นดีวิชั่นสอง แต่ภูเก็ตยูเนี่ยน เป็นทีมในจินตนาการของของผู้เขียน เป็นทีมตั้งใหม่ จะมีสนามใหม่ อยู่แถวบ้านกู้กู(คนภูเก็ตน่าจะรู้จักเนอะ) เพราะภูเก็ตเอฟซีใช้สนามสุระกุลสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในเกาะภูเก็ตเป็นสนามเย้าของตัวเองอยู่ ดังนั้นเมื่อผู้เขียนสร้างทีมใหม่จึงต้องมีสนามใหม่ด้วยเช่นกัน **

สถานที่ซึ่งโป้งกับโกลได้รับการจัดสรรให้เข้าพัก เป็นเซอร์วิชอพาร์ทเม้นท์ค่อนข้างหรูที่อยู่ในเมืองภูเก็ต ซึ่งบริษัทของอำนาจมีหุ้นส่วนอยู่ด้วย โดยในอาคารเดียวกันยังมีนักฟุตบอลร่วมทีมกับเขาซึ่งส่วนใหญ่เป็นรุ่นพี่พักอยู่ด้วยหลายคน
“นี่มึงนอนได้ไหมเนี่ย” โป้งถามตอนที่เจ้าหน้าที่ของทีมซึ่งไปรับทั้งสองคนมาจากสนามบินกลับไปแล้ว
“ทำไม.. ห้องของมึงเล็กกว่านี้อีกไอ้โป้ง แค่ครึ่งห้องนี้ได้มั้ง กูยังอยู่ได้เลย” โกลตอบ แล้วลองนั่งลงบนเตียง
“เตียงก็ดีกว่าเยอะด้วย”
โป้งมองรอบๆห้อง
“ก็จริงนะ” โป้งตอบ
“ถ้าเราดันเตียงมาชนกันตรงนี้ ก็จะมีที่กว้างขึ้นนะ” โกลออกความเห็น
โป้งหันมาทำหน้าเร่อๆ
“ทำไมต้องดัน.. ก็อยู่อย่างนี้ดีแล้ว”
โกลทำตาหรี่มองหน้าโป้ง
“ตามใจกูจะได้นอนคนเดียวสบายๆ ไม่ต้องเบียดกับมึง” แล้วเขาก็เมินไปทางอื่น
โป้งทำเป็นหันไปหันมา
“เออใช่.. ตรงนี้เดี่ยวแอร์มันลง เดี่ยวก็หนาว เอ้าๆ ดันๆ ไปติดกันตรงนั้นก็ได้ มาๆช่วยกัน”
โกลแอบยิ้ม
“เออๆ เดี่ยวมึงหนาวก็มานอนเบียดกูอีก” โกลแกล้งพูดเออออไปด้วย

ทีมผู้ฝึกสอนของภูเก็ตเอฟซี ดูจะพึงพอใจกับนักฟุตบอลที่มาร่วมคัดตัวในวันนี้ด้วย ส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับว่าเพราะกระแสของทีมใหม่อย่างภูเก็ตยูเนี่ยน ช่วยให้มีเด็กย่านพังงา ภูเก็ต หันมาหาทีมในภูเก็ตมากขึ้น
“เด็กนั่น เบอร์สิบสองนี่ ใช่ ฤทธา กัปตันทีมนวสาครแชมป์ถ้วย ก.ใช่ไหม” หัวหน้าโค้ชกล่าว
“ครับ..” ผู้ช่วยตอบ
“อืมเข้าท่ามาก.. ก็สมแล้วหละที่เป็นลูกศิษย์ของอดีตทีมชาติอย่างป้อมเพชร.. ผมเอานะ” หัวหน้าโค้ชกล่าว
ผู้ช่วยก็จดลงไปสมุด
หัวหน้าโค้ชหันไปบนอัฒจันทร์ เห็นในหมู่คนที่มาให้กำลังใจมีหนุ่มสองคนที่คุ้นหน้าซึ่งนั่งติดกับหนุ่ม ร่างสูงอีกคนที่หน้าตาออกลูกครึ่ง
“สองคนนั้น เด็กของยูเนี่ยนใช่ไหม.. เทพพร กับ กรกฏ”
ผู้ช่วยโค้ชหันไปดู
“ใช่ครับ.. สองคนนั้นเคยเล่นทีมเดียวกับนายฤทธา คงมาให้กำลังใจ”
“พูดถึง.. ป้อมเขาก็เก่งมากๆเลยนะ นี่จะไม่มีใครลองไปทาบทามมาเป็นโค้ชช่วยเราหน่อยเหรอ.. เพราะอีกสามเดือนนายอิทธิก็จะหมดสัญญาแล้ว ถ้าได้โค้ชป้อมมาช่วย.. ต้องทำเกมรับทีมของเราให้ดีขึ้นได้แน่นอน” หัวหน้าโค้ชกล่าวออกมา
“ดูสิเด็กของเขาแต่ละคนเก่งๆทั้งนั้น”

วู๊ดสะพายกระเป๋าเดินออกมาจากสนาม โป้งเป็นคนแรกที่เข้าไป
“เป็นไง เป็นไงมีหวังไหมกัปตัน” โป้งถาม
“ยังเรียกกูกัปตันอยู่อีก มึงไม่ได้ได้เป็นลูกทีมกูแล้ว..มึงเป็นนักบอลอาชีพไปแล้วไอ้โป้ง” วู๊ดว่าแต่ก็ยิ้ม
“ก็ไม่รู้สิ เขาบอกว่าจะแจ้งผลที่หลัง กูก็ต้องรอนั่นหล่ะ”
โกลเดินตามมาที่หลังโดยมีเดฟเดินมาสุดท้าย
วู๊ดกับเดฟมองตากันอยู่ครู่
“ถ้า..” เดฟกำลังจะกล่าว
“ฤทธา..” ผู้ช่วยโค้ชชื่อสุริยะ วิ่งมา
“เราจะกลับกรุงเทพวันไหน”
“พรุ่งนี้เย็นๆครับ เพราะอีกอาทิตย์หนึ่งก็เปิดเรียนแล้ว” วู๊ดตอบ
สุริยะต้องยกมือรับไหว้โป้งกับโกลและเดฟที่ต้องพลอยยกมือไหว้สุริยะไปด้วย ก่อนจะตอบ
“เอ่อเหรอ... เธอต้องปรึกษาใครก่อนไหม ถ้าเรารับเธอเข้าทีม พรุ่งนี้มาเอาสัญญาไปอ่านดูก่อนนะแล้วค่อยเซ็น ส่วนเรื่องเรียนไม่ต้องห่วง เพราะเดี๋ยวทีมจะพยายามหาที่เรียนให้เธอเอง แต่อาจต้องรอนิดหนึ่ง”
ตอนแรกวู๊ดยังงง
แต่โป้งกับโกลยิ้มแป้นมองหน้ากัน
“หัวหน้าโค้ชตกลงรับเธอแล้วนะ เขาให้ผมมาบอกก่อนเพราะกลัวเธอกลับกรุงเทพไปเสียก่อน” สุริยะกล่าวอธิบาย วู๊ดจึงได้เข้าใจทั้งหมด
“จริงเหรอครับ” วู๊ดร้องออกมา หน้าตาตื่นเต้นสุดขีด
สุริยะพยักหน้า แล้วยื่นมือมาให้จับ
“ยินดีด้วยนะ”
วู๊ดยกมือไหว้ก่อนจับเขย่า
“ครับ ขอบคุณครับผม”
สุริยาตบบ่าเด็กหนุ่มแล้วก็เดินไป
สามนักฟุตบอลหันมาหากันแล้วแสดงอาการดีใจเหมือนทำประตูได้ แต่เดฟกลับถอนหายใจออกมา หากเขาก็ต้องฝืนยิ้มเมื่อวู๊ดหันมาหาเขาแล้วกอดแน่นด้วยความยินดี

ห้องพักหรูแห่งนี้ของครอบครัวของเดฟ อยู่ภายในอาคารชุดที่หันหน้าออกไปอ่าวกะรน วู๊ดยังตื่นเต้นไม่หายแม้แต่ตอนอาบน้ำเขาก็ยังฮัมเพลง พอออกมาเห็นเดฟกำลังนั่งดูรายการภาษาต่างประเทศอยู่ ก็เลยนั่งลงข้างๆกอดเอวเดฟ
“ไม่คิดเลยนะว่าฉันจะได้เป็นนักเตะอาชีพกับเขาแล้ว”
เดฟไม่ได้ตอบมองโทรทัศน์ต่อไป เพียงแต่ยิ้ม
“เดี่ยวฉันจะกลับไปออกอา แล้วก็เพื่อนๆ ทุกคนต้องดีใจแน่ๆเลยใช่ไหม”
“นายจะย้ายมาเลยใช่ไหม.. งั้นนายก็ต้องไปลาออกจากโรงเรียนด้วย อย่าลืมขอหนังสือรับรองมายื่นโรงเรียนใหม่ด้วยนะ” เดฟกล่าวโดยไม่ได้หันมา
ตรงนี้เองที่วู๊ดตระห