The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Travel, Art, Film and Literature
ท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง ไม่อ้างว้างเดินร่วมทางไปด้วยกัน
ผลงานศิลปะทุกแขนง จัดแจงให้พวกเราเข้าชื่นชม
ภาพยนตร์ รวมพลคนคอหนัง
ผลงานวรรณกรรม งานเขียนทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:15

ตอนที่ 26 : ตัดสิน.. โป้งพลิกเกมด้วย...?
หมดครึ่งแรกไปด้วยการเสมอกันศูนย์ต่อศูนย์ นักเตะก็เดินกลับเข้าอุโมงค์ไป
ในห้องแต่งตัวทั้งสองทีมคงมีการประชุมแผนกันเครียดมาก
แต่บนอัฒจันทร์เป็นอีกบรรยากาศหนึ่ง เพราะอึกทึกไปด้วยเสียงเชียร์ของทั้งสองทีมและเหล่าแฟนคลับของนักฟุตบอล
แต่อยู่ๆก็เริ่มเบาลง เพื่อเหล่าผู้ชมได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นจากกองเชียร์ฝั่งนวสาคร
จุ้ยนึกสนุกเอาแซกโซโฟนเทนเนอร์ของเขามาประกอบ แล้วเล่นเพื่อกล่อมเหล่ากองเชียร์ มีหนุ่มรุ่นน้องคนหนึ่งมาเป่าทรัมเป็ต ฮ้อยก็เล่นกลองทอมกำกับจังหวะให้ โดยมีอ๊อดอีกหนึ่งเพื่อนสนิทของจุ้ยมาเคาะแทมโปลิน

การันต์ที่อยู่ใกล้ๆได้ยินเสียงแซกโซโฟนที่เป่าเป็นเพลงบรรเลงสนุกสนานอย่างชัดเจน
“เออดี เชียร์บอลดี มีดนตรีเยี่ยมให้ฟังด้วย”
“เอ... เด็กคนนี้ที่ชนะเลิศแข่งขันดนตรีนักเรียน ชื่ออะไรน๊า...” ชาญที่มีงานอดิเรกเป็นดนตรีนึกได้
“นทีธาร ... ใช่แล้ว นทีธาร”
“ฝีเท้าเป็นไง” การันต์หันมาถามวีระ เพราะตลอดการแข่งขัน วีระคอยให้ข้อมูลเด็กแต่ละคนไม่ขาด
วีระทำหน้าแหย่ๆ
“เขาเป็นนักดนตรีนะพี่ ไม่ใช่นักบอล”
การันต์หัวเราะ แต่เดี๋ยวก็กลับไปตั้งใจฟังนายนทีธารเล่นแซกโซโฟนต่อ

ครึ่งหลังเริ่มขึ้นโดยสองทีมไม่มีการปรับตำแหน่งตัวผู้เล่น ทั้งสองทีมจึงยังเล่นกันในจังหวะเดิมคือโจมตีเข้าใส่กันอย่างแลกหมัด
จนเวลาผ่านไปราวยี่สิบนาทีของครึ่งหลัง แล้วก็กลายเป็นจังหวะของนวสาคร
วู๊ดเห็นโยธินวิ่งทำทางไปที่ปีกขวา เขาก็เลยจ่ายเรียดไปให้ โยธินพาลูกหนีตัวประกบตัวแรกได้ แต่ไปติดตัวประกบตัวที่สองที่วิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เขาก็เลยเตะลูกฟุตบอลจ่ายย้อนหลังกลับไปให้วู๊ด
วู๊ดมองไปมองมาก็เตะตรงๆไปให้โป้งที่ยืนอยู่
“เอาสิวะโป้ง แสดงอาวุธหน่อย” การันต์กล่าว แล้วก็จ้องไปที่การเคลื่อนไหวของเด็กหนุ่ม
เมื่อโป้งได้ลูกฟุตบอลมาแล้ว ก็จะเลี้ยงลูกจี้เข้าหากรอบเขตประตู
แพทเป็นคนมาประกบโป้งด้วยตัวเอง เพราะตอนนี้ศูนย์หน้าที่เขาประกบตัวอยู่ วิ่งฉีกออกไปด้านข้างในลักษณะหลอกให้เขาตาม
แต่แพทอ่านเกมว่าที่นวสาครทำเพื่อให้โป้งได้มีโอกาสยิงไกล... เขาเลยตัดสินใจป้องกันโป้งด้วยตัวเอง
จังหวะขาของโป้งนั้นรวดเร็วมาก แพทไม่เคยเจอใครคล่องแคล่วเท่านี้
ขืนเขารีบร้อนสกัด มีหวังโดนล๊อกหลบ พาลูกหนีไป เขาจึงใช้การบังทางวิ่งของโป้ง ด้วยรูปร่างที่ใหญ่โตกว่า
เท้าซ้ายนั่น.. ต้องระวัง แพทเตือนตัวเอง
ในจังหวะนั้น เหมือนโป้งจะขยับจะเตะบอลด้วยเท้าซ้ายจริงๆ เขาวางเท้าขวาแล้วเงื้อเท้าซ้าย ต้องเป็นการยิงไกลแน่นอนที่สุด
จังหวะนี้หละ สกัดได้แน่...
แพทขยับทันทีด้วยความเร็ว เขาคาดหมายทิศทางของลูกที่จะออกไป เพื่อจะพุ่งตัวไปบล็อกการยิงประตูของโป้ง
รูปแบบนี้หากเป็นเท้าซ้าย ต้องยิงไปด้านขวาแน่นอน
แต่โป้งไม่ได้เตะลูก เขากลับยั้งเท้าไว้ แล้วเหยียบเท้าซ้ายลงเป็นหลัก... จากนั้นใช้เท้าขวาเตะบอลกระแทกไปใต้ลูกให้มันลอยขึ้น
แพทเห็นการเคลื่อนไหวนั้น.. แต่เขาไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้ว ได้แต่ขืนตัวไว้ แล้วมองลูกลอยผ่านไปทางซ้าย...
ลูกฟุตบอลลอยมาในเขตโทษ ปอวิ่งมาในตำแหน่งที่ลูกจะมาถึง
ทั้งหมดคือการซ้อมกันมาอย่างหนัก..
เขากระโดดขึ้นไปในอากาศแล้วสะบัดหัวโขกลูกฟุตบอลเต็มหน้าผาก ก่อนที่ผู้รักษาประตูจะเข้ามาถึงลูก
ลูกฟุตบอลเดินทางในอากาศอย่างไร้สิ่งกีดขวางมันสัมผัสกับตาข่ายข้างในประตูแล้วรูดตกลงมา...
แม้ผู้เล่นกองหลังตามเข้าไปและพยายามเตะลูกออกมา แต่ทว่าผู้ตัดสินก็เป่าให้เป็นประตูไปแล้ว...

เสียงกองเชียร์ของนวสาครโห่ร้องออกมาอย่างยินดี.. ป้ายไฟชื่อโป้ง ชื่อโกล ถูกโยนทิ้งไปอย่างลืมตัวหลายต่อหลายป้ายด้วยความดีใจ
ปอวิ่งกลับมาหาโป้งแล้วกระโดดกอดจนล้มลุกคลานกันไปทั้งคู่ แล้วเพื่อนก็กรูกันเข้ามาแสดงความยินดีให้สมกับการรอคอย
เท้าขวา... แพทมองโป้งที่กำลังวิ่งไปกับเพื่อนร่วมทีมกลับไปที่แดนของตัวเอง
“ไอ้หมอนี่... มันสุดจะบรรยายจริงๆ”

ก้านเพชรแม้จะสวมเผือกอ่อนก็ยังอุตส่าห์มาเชียร์ด้วย เขาเผลอโห่ร้องไปด้วยตอนที่นวสาครได้ประตูจนกองเชียร์ที่นั่งรอบตัวซึ่งเป็นกองเชียร์ของโรงเรียนเอกชนพากันหันมามองหน้า
ตอนนี้เขาก็เลยต้องนั่งเงียบๆ แต่ตามองโป้งที่กำลังวิ่งเยาะๆกลับไปสู่ตำแหน่งยืนของตนด้วยรอยยิ้ม
“นายมันสุดๆ โป้ง... นายชนะขีดจำกัดของตัวเองจนได้นะโป้ง”

เวลาครึ่งหลังใกล้จะหมดแล้ว เหลืออีกแค่ถึงไม่หนึ่งนาทีในช่วงทดเวลา แต่ทีมแชมป์เก่าก็ยังไม่ลดละความพยายาม
ส่วนนวสาครก็เริ่มเน้นการครองบอล ด้วยการตัดบอลได้ก็จ่ายสั้นส่งให้กันไปมาอย่างแม่นยำแต่อยู่ในแดนตัวเองมากกว่าจะบุกขึ้นไป
ตอนนั้นอัครที่ได้บอลอยู่หน้ากรอบเขตจึงพยายามดึงจังหวะ มองเห็นโป้งยืนว่างอยู่ ก็เลยคิดว่าถ้าส่งให้โป้ง โป้งจะต้องเก็บลูกไว้ได้ดีกว่าเขาอย่างแน่นนอน
อัครก็เลยแปบอลด้วยข้างเท้าเรียดพื้นไปหา
ทว่าเขาก็ต้องใจหาย
ผู้เล่นกองหลังตัวกลางของฝ่ายตรงข้าม อาศัยช่วงที่ขายาวมาดักลูกไว้ได้ก่อนจะถึงโป้ง
แพทหยุดลูกไว้ได้ ก็เตะโยนขึ้นหน้าไปให้เพื่อนที่อยู่แดนหน้า
ฝ่ายโกลเห็นดังนั้น เขาจึงเตรียมพร้อม
เมื่อศูนย์หน้าฝั่งตรงข้ามเข้ามาในระยะอันตราย ตั้มที่มายืนเป็นหนึ่งในกองหลังสามตัวก็วิ่งออกไป
เขาพยายามจะสไลด์ตัวสกัดกั่นการเลี้ยงของกองหน้าของคู่ต่อสู้ แต่กองหน้าของคู่ต่อสู้จ่ายบอลหนีไปเสียก่อน
โชคยังดีที่ตั้มไม่โถมเข้าทั้งตัวเขาจึงยั้งตัวได้ทันแล้วรีบพลิกตัววิ่งกลับไป
ปีกซ้ายของโรงเรียนเอกชนชื่อดัง เป็นอดีตตัวผู้เล่น U19ของทีมชาติ แต่ปีนี้หลุดจากทีมไปเพราะการเข้ามาของโป้ง เขารับได้ลูกอย่างนิ่มนวล แล้ววิ่งเร็วจี่เข้าไปในตำแหน่งที่ตั้มละทิ้งไป ได้ระยะ มีแค่ผู้รักษาประตูเท้าที่นั้นที่ขวางทาง เขาสับจึงเท้ายิง..
แต่ตั้มตามกลับมาทัน เขายื่นขาออกไปหวังจะให้โดนลูกเพื่อสกัดกั่น
แล้วก็โดนจริงๆ
แต่นั่นไม่ดีสำหรับโกล เพราะเขาถลันตัวไปเพื่อจะป้องกันลูกที่พุ่งมาเสียแล้ว การสกัดของตั้ม ทำให้ลูกยิงนั้นแฉลบขาของตั้มเปลี่ยนทาง...
โกลไปผิดทาง..
ลูกฟุตบอลมุ่งไปหาประตู ตกกระดอนพื้นหนึ่งจังหวะ แต่ก็ยังมุ่งไปทางประตูที่ไม่มีการป้องกัน
แต่ก่อนที่มันข้ามเส้นไป..
ฝ่ามือใหญ่ขวางทางแล้วผลักลูกฟุตบอลออกไปจากปากประตู.. โกลพลิกตัวกลับมาป้องกันได้ทัน แต่ก็ต้องล้มตัวไปสุดแขน
ในจังหวะโกลล้มอยู่ ตัวผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามไม่ปล่อยให้ลูกฟุตบอลที่กลิ้งออกมาเสียเปล่า
แล้วศูนย์หน้าของฝ่ายตรงข้ามก็เข้าถึงลูกฟุตบอลด้วยการเหยียดขาไป แต่เพราะไม่มีจังหวะจึงกลายเป็นการเตะอย่างแผ่วเบา
กระนั้นลูกฟุตบอลที่โดนสัมผัสนั้นก็กลิ้งไปหาปากประตูอีกครั้ง... และกำลังจะข้ามเส้นประตูเข้าไป
ทันใดนั้น...จอมพุ่งเข้ากวาดเท้าขวางทางลูกเอาไว้ แล้วพยายามดันให้ลูกออกมา ทำให้โกลที่ลุกขึ้นได้ตามมาตะปบบอลเสียก่อนที่ฝ่ายตรงข้ามเข้าถึงลูกอีกครั้ง
“เข้าแล้วอาจารย์ มันเข้าไปแล้ว” ศูนย์หน้าลุกขึ้นวิ่งไปหากรรมการ แล้วผู้เล่นคนอื่นๆก็ตามเข้าไปประท้วงด้วย
แต่วู๊ดยกมือห้ามลูกทีมของตนไว้เพราะกลัวจะเป็นการไปปะทะกัน แต่ตัวเองก็เดินเข้าไปเพื่อรอฟังผลการตัดสิน
โกลที่กอดลูกอยู่ก็ลุกขึ้นแต่ไม่เดินไปไหน ยังคงยืนอยู่ตรงที่เดิม
กรรมการเดินไปโดยไม่ใส่ใจเสียงประท้วง แถมเขายังทำท่าล้วงกระเป๋าด้วยเพื่อปรามว่าใครเข้ามาใกล้อีกจะให้ใบเหลือง ผู้เล่นที่ตามมาประท้วงจึงต้องหยุด ปล่อยให้กรรมการเดินไปหาผู้กำกับเส้น
สำหรับแพทนี่คือเวลาตัดสิน... เพราะถ้าได้ลูกนี้จริงๆคือการต่อชีวิต เพราะเวลาการแข่งขันคงหมดไปแล้ว เขามองเขม็งที่กรรมการ
โป้งก็มองผู้กำกับเส้นกับผู้ตัดสินสนทนากัน เขาใจระทึก ตอนนี้เขาเดินมาถึงหน้าประตูเพื่อมาหาโกล
พอโกลได้เห็นหน้าโป้ง เขาก็เอามือข้างหนึ่งจับมือโป้งไว้ โป้งสบตาแล้วก็กุมมือข้างนั้นไว้... ทั้งสองกำมือกันและกัน แล้วหันไปมองผู้ตัดสินกับผู้กำกับเส้นคุยกัน
เมื่อเห็นว่าผู้ตัดสินได้ขอสรุป และหันกลับมา ทั้งสองจึงยิ่งกำมือกันแน่นเพื่อให้กำลังใจกันและกัน
แล้วผู้ตัดสินก็เป่านกหวีดแล้วให้สัญญาณว่าไม่เป็นประตู... แล้วก็ส่งสัญญาณให้โกลเล่นต่อไป
ผู้เล่นทีมโรงเรียนเอกชนแม้จะผิดหวัง แต่ด้วยหัวใจของนักกีฬาก็เลยจำยอมรับการตัดสิน แล้ววิ่งกลับไปในแดนตัวเอง
เช่นกันกับทีมนวสาครที่รีบวิ่งกลับไปประจำตำแหน่ง โป้งปล่อยมือโกลแล้ววิ่งตามเพื่อนๆไป
โกลมองซ้ายมองขวา เตะโด่งออกไปในทิศที่โป้งยืนอยู่
โป้งมองลูกลอยโด่งมาในอากาศ เขาคิดจะกระโดดพักอก แต่นกหวีดยาวก็ดังขึ้น... หมดเวลาการแข่งขัน..
ลูกฟุตบอลตกถึงพื้นก็กระดอนไปอย่างไร้ทิศทาง เพราะตอนนี้โป้งได้ทอดทิ้งมันไปเสียแล้ว
เขาวิ่งย้อนกลับไปเพื่อไปหาจอมนายกองหลังตัวกลาง ผู้ช่วยโกลสกัดลูกออกมาในจังหวะสุดท้าย...
จอมเห็นโป้งวิ่งเข้ามา แถมชี้นิ้วมาที่เขาด้วยใบหน้าที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าดีใจ เขาก็เลยกางมือออกเพื่อรับการกระโดดกอดของโป้ง
แล้วทั้งคู่ก็กอดคอกันยืนชูมือหันไปหาอัฒจันทร์ฝั่งที่กองเชียร์นวสาคร กองเชียร์ก็พร้อมใจกันโห่ร้อง...สดุดีให้แก่ผู้ป้องกันในจังหวะสุดท้ายที่นำมาซึ่งชัยชนะ...
วันนี้ไอ้จอมขอเป็นฮีโร่...

การันต์ที่อยู่บนอัฒจันทร์มองลงไปอย่างรู้สึกภาคภูมิใจ
“พี่ฤทธิ์ พี่ดูอยู่ไหม... ไอ้โป้งของพี่มันเก่งขึ้นอีกแล้วนะ...”

ในห้องเช่าที่เล็กเท่ารูหนู ฤทธิ์กอดโทรศัพท์ราคาถูกแต่มีระบบดูโทรทัศน์ได้ไว้แน่น นอนแผ่หงายบนที่นอนที่เก่าและเหลือง..
“โป้งลูกพ่อ... พ่อคิดถึงเจ้าเหลือเกิน...”
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:16

ตอนที่ 27 : ไปเที่ยวหัวหินกันเถอะ...(รีไรท์)
ถ้วยรางวัลเกียรติยศถูกจัดวางอย่างสูงส่งบนพื้นที่ทำเป็นพิเศษในบริเวณฝ่ายอำนวยการของโรงเรียน ด้านหน้าโรงเรียนยังมีป้ายประกาศเกียรติคุณให้กับเหล่านักฟุตบอลที่ร่วมแรงร่วมใจกันนำพาถ้วยเกียรติยศสูงสุดของฟุตบอลนักเรียนมาเป็นเกียรติศักดิ์ศรีแก่โรงเรียน
พอหลังจากรายการนี้ โค้ชก็ให้นักฟุตบอลทั้งหมดได้พักผ่อนกันและกลับเข้าห้องเรียนเรียนหนังสือเหมือนคนอื่นๆ โป้งกับโกลจึงได้กลับมาใช้ชีวิตแบบเด็กมัธยมปกติช่วงหนึ่ง ทุกอย่างเหมือนจะเป็นไปอย่างเรียบง่าย แต่ความเรียบง่ายนั้นก็ไม่คงทนนัก...

ตอนนี้ผลงานของโป้งและโกลกลายเป็นของหอมสำหรับคนในวงการฟุตบอล โค้ชป้อมเพชรเป็นคนรับหน้าทั้งเอเจนท์ซี่และแมวมองของทีมสโมสรทั้งหลายเอาไว้หมด เพราะเขาอยากให้โป้งกับโกลได้พัก แต่กระนั้นเขาก็ต้องแจ้งให้ทราบตามหน้าที่ รวมทั้งให้คำแนะนำ
“ตอนนี้ที่กรองให้แล้วก็มี เอเจนท์ นายสุขี กับนายโชติ สองคนนี้คนของบริษัทตัวแทนที่มีชื่อทั้งคู่ และก็ได้รับใบอนุญาตถูกต้อง เอเจนซี่จะช่วยพวกนายสองคนในการเจรจากับสโมสร ต่างๆได้ ดีกว่าเธอไปเจรจากันเอง เพราะพวกเขาเป็นมืออาชีพ แต่ก็ต้องมีค่านายหน้าบ้างนิดๆหน่อย แต่ก็ไม่ได้เยอะมาก ถ้าหากเทียบกับผลประโยชน์ที่นายจะได้รับ แล้วก็การดูแลจากพวกเขา การมีตัวแทนเนี่ยในต่างประเทศก็เป็นเรื่องปกติ” อาจารย์ป้อมเพชรอธิบาย เขาเลื่อนเอกสารที่ได้รับมาให้ดู “ส่วนถ้าจะไปเข้าสโมสรโดยตรง อันนี้ฉันไม่ค่อยสนับสนุนนะ เพราะส่วนใหญ่จะเสียเปรียบเรื่องสัญญาอย่างที่พวกรุ่นพี่หลายคนเป็นอยู่ตอนนี้ นี่เป็นรายละเอียดของสองบริษัท ลองเอาไปปรึกษากันดู ว่าจะไปกับใคร”
โป้งกับโกลมองหน้ากัน
“คือโค้ชครับ เราก็ไม่รู้เรื่องหรอกครับ แล้วโค้ชว่าสองคนนี้ใครดีกว่ากัน” โกลเป็นคนกล่าวตอบ
ป้อมเพชรถอนหายใจ
“จริงๆฉันก็รู้จักทั้งสองคนนั้นหละ แต่ส่วนตัวฉันว่านายสองคนควรจะได้คุยกับสุขี ฉันว่าเขาโอเคกว่าคนอื่น”

สุขีเป็นเคยเป็นนักฟุตบอลแต่เพราะอาการบาดเจ็บทำให้ที่สุดก็เลิกเล่นไป
วันนี้สุขีถือเป็นวันที่เขาสุขีสมชื่อเพราะ โทรศัพท์จากพี่ป้อมที่เขานับถือมาถึงในตอนสายๆ
“ครับพี่ ขอบคุณครับ”
สุขีถึงกับลิงโลดแล้วก็รีบโทรไปแจ้งข่าวดีแก่บริษัท

“ก็ตามนี้ พี่จะดูแลทุกอย่างเกี่ยวกับผลประโยชน์ให้ น้องทั้งสองคนจะได้รับประโยชน์สูงสุดในการดูแลของพี่” สุขีเล่ารายละเอียดให้ฟัง โดยมีโค้ชป้อมนั่ง
“พี่ป้อมก็ไม่ต้องห่วง ผมไม่ทำให้เด็กของพี่เสียหายแน่นอน ผมเอาหัวเป็นประกัน” สุขีหันมากล่าวกับป้อมเพชร
ตอนนี้โป้งกับโกลกำลังอ่านหนังสือสัญญากัน ส่วนใหญ่จะเป็นภาษากฎหมายที่ทั้งคู่ไม่เข้าใจ
“ผมขอเอาไปให้ทนายของพ่อดูก่อนได้ไหม.. แล้วเราค่อยเซ็น” โกลกล่าว
โป้งก็มองหน้าสุขีเหมือนจะถามลักษณะเดียวกัน
“ได้ตามสบาย นี่พี่ก็เตรียมมาให้อ่านเหมือนกัน ไม่ใช่เซ็นเลย แต่ก็เก็บกันดีๆอย่างให้ยับนะ เพราะเราจะเซ็นกันด้วยสัญญาฉบับนี้เลย จะได้สบายใจทั้งสองฝ่าย”

ภาพ ข่าวของโป้งกับโกลปรากฎในหน้าหนังสือพิมพ์กีฬาหนึ่งวันหลังจากที่มีการเซ็นสัญญา นั่นทำให้เกิดแรงกระเพื่อมอย่างใหญ่หลวงในวงการฟุตบอลอาชีพ ตอนนี้เด็กหนุ่มคงไม่รู้ตัวกันว่า เบื้องหลังสโมสรทั้งหลายนั้นวิ่งกันแข่งกันประมูลราคาอุตลุด เพื่อจะให้ได้ตัวโป้งกับโกลไปร่วมทีมในปีหน้า
แต่สำหรับเด็กหนุ่มทั้งสอง ชีวิตทุกอย่างยังดูเป็นปกติ พวกเขายังคงวิ่งออกกำลังในตอนเช้า ไปเรียนหนังสือแล้วก็ไปซ้อมเบาๆกับเพื่อนร่วมทีมตามโปรแกรมของโค้ชป้อม
พวกเขายังคงเป็นเด็กนักเรียนธรรมดาเท่านั้น..

โป้งเอากระเป๋าสะพายขึ้นหลัง แล้วก็รอให้โกลสวมหมวกกันน๊อกให้ จากนั้นก็ปีนขึ้นซ้อนท้าย
“ตกลงไปหัวหินแน่นะ” โป้งเปิดหน้ากากถาม
“เออ.. ก็มึงอยากไปไม่ใช่เหรอ” โกลหันมาตอบ
“แต่มึงอยากไปกาญจน์นี่ ไปกาญจน์ก็ได้นะ” โป้งตอบกลับ
โกลเอนตัวเอี่ยวหัว เอาด้านหลังของหมวกกันน๊อกโขกกับหมวกของโป้ง
“กูไปไหนก็ได้ที่มีมึงโป้ง.. ไม่ว่าที่ไหน.. ไม่ต้องเรื่องมาก กูตัดสินใจไปแล้ว”
แล้วโกลเร่งเครื่องพารถออกไป
โป้งปิดหน้ากาก แล้วเขามองแผ่นหลังของโกล แผ่นหลังที่แข็งแกร่ง...
นึกไปถึงวันแรกที่เจอกัน เขาก็ซ้อนท้ายอย่างนี้ ตอนนั้นเขานั่งเกร็งเลยทีเดียว ตอนนั้นโกลเป็นคนที่เงียบขรึม ดูไม่ค่อยเป็นมิตรนัก แต่ผ่านเวลาไปแล้ว โกลกลายเป็นคนละคน เขาเป็นคนร่าเริงและยิ้มง่ายมากขึ้น จนแม้เพื่อนร่วมทีมคนอื่นก็บอกว่าโกลเปลี่ยนไป...
เพราะอะไรหนอ.. โป้งก็ไม่รู้เหมือนกัน..
แต่ไม่ใช่เฉพาะความรู้สึกของคนอื่นต่อโกล แต่ความรู้สึกของโป้งก็เช่นกัน.. ความรู้สึกเมื่อตอนซ้อนท้ายครั้งแรกมันหายไปแล้ว... ตอนนี้สำหรับโป้งแล้ว ตอนนี้เขาอยากจะทำสิ่งหนึ่ง...
โกลมองตรงไปข้างหน้าอย่างมีสมาธิ แล้วเขาก็สัมผัสถึงมือจับมาที่เอว และร่างที่กระชับเข้ามาจนแนบชิด
ใต้หมวกกันน๊อกสีดำสนิท โกลยิ้มออกอย่างชื่นอกชื่นใจ...
นับจากวันแรกที่เจอกัน... โลกของโกลก็เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง.. เมื่อก่อนโกลรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกแยก ทั้งเรื่องที่เขาเป็นเด็กที่เกิดมาด้วยวิธีการที่แตกต่าง การที่มีครอบครัวที่พิสดาร และความรู้สึกที่มีต่อเพศเดียวกัน แต่เมื่ออยู่กับโป้ง นายโลกสวยแต่บ้าบอลคนนี้ โป้งจะคอยชี้แง่มุมดีๆเสมอ แม้เรื่องราวจะเลวร้ายแค่ไหน..
มุมมองต่อโลกของโกลเปลี่ยนไป.. โลกของเขาที่ผ่านมาสิบเจ็ดปี หรูหรา และแสนแพงระยับ.. แต่มันไม่เคยงดงามเท่านี้
ตอนนี้แม้แต่ถนนที่โกลมองตรงไปก็ยังดูสดใส แสงแดดในยามเช้าก็แสนอบอุ่น สายลมที่ปะทะที่ปะทะก็พาใจแช่มชื่น..
ทุกอย่างดูงดงามขึ้นอย่างมาก... มากเหลือเกิน
เขาก็ไม่รู้หรอกว่าโป้งกับเขาจะอยู่ด้วยกันแบบนี้นานแค่ไหน.. เขาแค่ขอเก็บเกี่ยวความรู้สึกดีๆที่ได้รับจากนายไซด์โป้งคนนี้ให้มาก และนานที่สุดเท่านั้นเอง...

โรงแรมขนาดเล็กแต่สวยงามริมหาดเขาตะเกียบนี้เป็นของพรรณพงศ์ พ่อของโกล ดังนั้นบรรดาพนักงานโรงแรมต่างมีอาการตื่นเต้นที่อยู่ดีๆ โกลเดินเข้ามาในล๊อบบี้
“คุณโกลจะพักใช่ไหมครับ” หัวหน้าพนักงานต้อนรับเดินเข้ามาถาม
“ใช่สองคืนนะครับ” โกลกล่าวอย่างสุภาพ “ห้องตรงหน้าหาดมีไหมครับ”
“มีครับ.. แต่” หัวหน้าพนักงานต้อนรับมีท่าทีลังเล
แต่เขาก็ตัดใจตอบ
“ได้ครับ ผมจัดการให้”
แล้วเขาก็หันมองหน้าโป้งที่ทำหน้าเหมือนตื่นๆสถานที่ และมองไปรอบตัวด้วยตาโตๆ

สองหนุ่มเดินไปแล้ว
พนักงานสาวที่ยืนเคาร์เตอร์ก็กระซิบกับพนักงานเกย์สาว
“นั้นใช่คนที่ยิงประตูทีมญี่ปุ่นไหม” เธอถาม
เกย์สาวพยักหน้ามั่นใจ แม้เธอจะมีบุคลิกในแบบที่ไม่น่าจะเป็นแฟนฟุตบอลได้ แต่เธอก็ชอบกีฬานี้เป็นการส่วนตัว เพศสภาพไม่ได้มีผลต่อความสนใจส่วนบุคคลแต่อย่างไร
“ใช่แน่นอน ก็เขาอยู่โรงเรียนเดียวกับคุณโกล อยู่ทีมเดียวกัน นี่ก็พึ่งได้แชมป์ถ้วย ก.”
“หล่อเหมือนกันเนอะ.. หน้าตาน่ารักดี ดูใสๆเด็กๆ” พนักงานสาวกล่าวด้วยนัยน์ตาชวนฝัน
“แต่ เห็นอย่างนี้ เท้าซ้ายแน่นอนมาก ปั่นโค้งได้อย่างกับหนังการ์ตูนเลยนะแก... วิ่งก็อย่างกับติดจรวด... “เกย์สาวกล่าวด้วยแววตาเดียวกัน แต่เพิ่มความชื่นชมในแบบแฟนฟุตบอลเข้าไปด้วย

โรงแรมใหญ่ริมหาดที่เดฟกับวู๊ดเข้าพักนั้นมองเห็นได้ไกลสุดสายตา และยังมองเห็นเขาตะเกียบอีกด้วย
“นั่นโรงแรมของพ่อไอ้โกล” เดฟชี้ลงไป
วู๊ดหันมามองหน้าเดฟ แววตากังวล
“ทำไม... กลัวเขาจะมาเจอเราเหรอ... ไม่หรอก... ฉันเช็คไปแล้ว เขาบอกว่าโกลไม่ได้บอกว่าจะมา” เดฟกล่าว
วู๊ดจึงมีท่าทีสบายใจขึ้น
“ไม่ต้องห่วง ฉันก็กลัวว่าความสัมพันธ์ของเราจะกระทบกับบทบาทของนายในทีม... เป็นกัปตันทีมนี่ก็ต้องเป็นที่นับถือใช่ไหมหละ ฉันคอยระวังตลอดนั้นหละ”
วู๊ดถอนหายใจ... ทำไมหนอ... ชีวิตของเขาถึงได้ยากเย็นกว่าคนอื่นไปเสียทุกเรื่อง..
เดฟเหมือนจะอ่านใจได้ เขาเอามือมาโอบเอววู๊ดไว้
“ถ้าไม่พร้อมจะบอกใคร บางทีนี่หละ คือทางเลือกของเรา... แต่นายไม่ต้องกลัว ฉันจะคอยเป็นกำลังใจให้นายเสมอ ในทุกเรื่อง”
วู๊ดหันมาสบตาเดฟ
“ไปเหอะ ไปหาอะไรกินกัน.. ฉันเรียกรถโรงแรมไว้แล้ว” แล้วเดฟก็จับมือวู๊ดแล้วจูงออกมา

โป้งเปลี่ยนเป็นกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดหลวมๆ ยืนกระสับกระส่ายรอโกลอยู่ในห้อง
“เร็วสิมึง.. กูอยากเล่นน้ำจะแย่แล้ว..”
“ไอ้หอกมาถึงก็อยากเล่นน้ำเลยนะ.. นี่มันบ่าย ลงไปก็ตัวดำพอดี” โกลตอบเมื่อเปิดประตูห้องน้ำออกมา
“อย่างกับตอนนี้ขาวตายห่าละ เรามันก็ดำกันอยู่แล้วนี่ ไม่ดำไปกว่านี้หรอกน่า” โป้งตอบ แล้วเขาก็เริ่มต้นเต้นกระโดด
“เร็วๆเด่ เร็วๆ เร็วๆ”

โป้งนั่งหันหลังให้โกลที่กำลังชโลมครีมกันแดดให้ ตอนนี้ทั้งคู่นั่งอยู่บริเวณจุดพักผ่อนของแขกริมชายหาด
“เร็วๆดิ.. กูอยากลงน้ำ”
“มึงเป็นปลาหรือไงวะ เห็นน้ำก็อยากจะลง เอ้าเสร็จแล้ว”
โป้งทำท่าจะลุก
“เดี่ยวทาให้กูด้วยสิ..มึงนี่เอาเปรียบหรือไง”
โป้งทำหน้าบู้ตู้ แต่ก็นั่งลงรับขวดมา
เขาเทครีมลงในสองมือแล้วฟาดป๊าบลงไปบนหลังของโกล
“ไอ้สัตว์ เบาๆหลังคนไม่ใช่กระดาน ฟาดมาได้เจ็บเว้ย” โกลร้องเสียงหลงแถมด่าด้วย
โป้งก็เลยยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วแกล้งลูบไล้อย่างแผ่วเบาแต่เน้นอารมณ์
“แบบนั้นก็ไม่เอามันเสียว... เดี่ยวกูก็ปล้ำแม่งซะหน้าหาดนี่หรอก”
“อะไรว้า แรงก็ด่า เบาก็บ่น”โป้งทำแก้มตูมๆแบบเด็กเอาแต่ใจ
“มึงก็ทาดีๆ ทาแบบทาครีมให้ตัวเองเอง ไม่ต้องตี ไม่ต้องลูบไล้ เป็นไหมไอ้โป้ง”
ผู้จัดการโรงแรมมายืนกอดอกมองสองหนุ่มหยอกกันอย่างสนุก แต่เขาก็ถอนหายใจออกมา
“คุณผู้หญิงเธอบอกว่าไม่เป็นไรครับ.. ยังไงเธอก็จะมา เพราะเธอไม่ได้เจอคุณโกลนานแล้วเหมือนกัน” หัวหน้าพนักงานต้อนรับมารายงาน
ชายหนุ่มถอนหายใจ มันเลี่ยงไม่ได้นี่นะ แต่ถ้าเลี่ยงได้เขาก็ไม่อยากให้สองแม่ลูกมาเผชิญหน้ากัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อหน้าแขกของคุณโกล..
แต่อย่างหนึ่งที่ไม่อยากให้เกิดมากสุดคือ.. การมาของคุณพรรณพงศ์
หวังว่าคุณพรรณพงศ์จะไม่มาด้วยอีกคนหรอกนะ

โป้งเล่นน้ำทะเลจนพอใจแล้วก็มานั่งพักอยู่ใต้ร่มชายหาด เขาหยิบน้ำผลไม้ที่โกลสั่งมา ยกดื่มรวดเดียว
“มึงนี่นอกจากเล่นบอลเก่ง แล้วยังว่ายน้ำเก่งอีกนะ” โกลกล่าว แต่ตามองทะเล
“ก็ เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกของพ่อกู เขาบอกว่าว่ายน้ำดีต่อกำลังขากำลังปอด” โป้งตอบ แต่ตอนนี้สายตาของเขาหันไปเห็น หนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งเดินมาที่หาดจากทางโรงแรมขนาดใหญ่ พวกนั้นมีลูกฟุตบอลมาด้วย
แล้วหนุ่มๆกลุ่มนั้นที่ดูเหมือนจะเป็นเด็กมหาวิทยาลัย ก็เริ่มต้นแบ่งทีมกันด้วยการโอน้อยออก แล้วก็เริ่มเล่นกันโดยมีถึงใส่ทรายสองถังเป็นสมมุติเป็นเสาประตูทั้งสองฝั่ง
โป้งมองอย่างสนใจ
“พี่ๆพวกนี้ต้องเป็นนักบอลแน่เลยว่าไหม.. แต่ละคนดูมีทักษะฟุตบอล”
โป้งกล่าว
“น่าจะเป็นนักศึกษาพละหละมั้ง” โกลตอบ
“อยากเล่นหละสิ” โกลเดาใจโป้งได้
“เขาจะให้เล่นเหรอ..” โป้งกล่าว ทั้งตาละห้อย

จังหวะนั้นมีคนหนึ่งเตะบอลไปผิดจังหวะทำให้ลูกโด่งลอยมาในอากาศ
โกลยิ้มแล้วเขาก็พุ่งพรวดออกไป
โกลกระโดดนิดเดียวก็ตะปบลูกไว้ได้ติดมือ แล้วเขาก็เดินเข้าไปหากลุ่มรุ่นพี่ เพื่อสนทนาด้วย

“ไอ้น้องเอาไป” ชายหนุ่มรูปร่างค่อนข้างตันแน่นกล่าว แล้วเตะส่งต่อลูกให้ลอยต่ำ
โป้งแตะรับด้วยเท้า พอตกพื้นก็ใช้เท้างัดใต้ลูกขึ้นให้ลอยกลับไปในทิศทางที่คนที่ส่งลูกกำลังมาวิ่งไป หนุ่มร่างตันก็โหม่งกลับให้ในลักษณะนำไปข้างหน้า
โป้งกระโดดเกี่ยวลูกไว้ด้วยเท้า เหยียบดึงจังหวะไว้ เพราะเห็นฝ่ายตรงข้ามวิ่งมาหา เขาจับจังหวะที่ฝ่ายรับบึ่งเข้ามา ช้อนลูกด้วยเท้าขวา งัดกระดกลูกฟุตบอลลอยข้ามหัวคนที่จะสกัดไป แล้วใช้ความเร็วและคล่องตัววิ่งอ้อมหลบมาหาลูกฟุตบอลที่พึ่งจะตกพื้น
“เหี้ย..” คนที่อยู่ฝ่ายเดียวกันแต่เป็นผู้รักษาประตูร้อง.. “เทพชัดๆ”

โกลที่เป็นผู้รักษาประตู เห็นโป้งเข้ามาใกล้ก็เตรียมพร้อม ส่วนโป้งหันไปเห็นตัวผู้เล่นฝั่งเดียวกันยืนว่างอยู่อีกด้าน เขาจึงเตะส่งลูกโด่งโค้งไปให้อย่างแม่นยำ
อีกฝ่ายได้ลูกไปก็พยายามยิง แต่โกลสกัดไว้ด้วยเท้า ลูกลอยโด่งมาทางโป้ง
เขาก็ตั้งท่า แล้วกระโดดหวดเตะวอลเลย์เต็มข้อ บอลพุ่งไปอย่างแรง แต่โกลก็ยังป้องกันไว้ได้ด้วยเข่า
ลูกฟุตบอลกระทบเข่าของโกลก็กระเด้งสูงขึ้น แต่ย้อนมาหาโป้ง
โป้งยืนมั่น แล้วโหม่งสวนไปตรงช่องว่างระหว่างเท้าของโกลกับถังทรายที่สมมุติเป็นกรอบประตู ผ่านการป้องกันของโกลเข้าประตู
โป้งหันไปแลบลิ้นหลอกโกล ก่อนจะวิ่งไปดีใจกับรุ่นพี่ทีมเดียวกัน
“ไอ้หอก.. ห้ามใช้มือหรอกเว้ยไม่งั้นไม่มีทางเข้า” โกลบ่นกับตัวเอง ตอนเดินไปเอาลูกกลับมาเล่น
โป้งที่ถอดเสื้อแสดงทำให้เห็นร่างกายที่ฝึกฝนมาอย่างดี กล้ามไม่ได้ใหญ่โตแต่แน่นเปรี๊ยะ เห็นแนวกล้ามเนื้อเด่นชัด โดยเฉพาะหน้าท้องเป็นรอนสวยงาม
เขาเริงร่าอยู่ใต้แสงอาทิตย์.. วิ่งเข้าหาลูกฟุตบอลอย่างรวดเร็วแม้บนพื้นทราย... ไม่ว่าจะที่ไหน.. โป้งกับลูกฟุตบอลก็เป็นภาพที่งดงามเสมอสำหรับโกล
“นี่มัน... ทีมชาติใช่ไหมเนี่ย.. เทพพรกับกรกฏใช่ไหม” คนหนึ่งที่นั่งดูอยู่นึกออก หลังจากใช้ความคิดอยู่นาน
“ใช่แหง่.. เทคนิคขนาดนั้น เทพพรแน่ๆ”
โกลมองโป้งตักไข่เจียวปูมาคำใหญ่ พอกลับจากหาด ทั้งสองก็แต่งตัวออกมาหาอาหารเย็นกินกันที่ตลาดฉัตรไชย
“สงสัยกูต้องให้กรมอนามัยเขาตรวจดูแล้วไข่เจียวมันเป็นสารเสพติดรึเปล่า กูเห็นมึงกินได้ทุกวัน”
“ไม่เสพติด แต่มันอร่อย” โป้งกล่าวแล้วเอาใส่ปากเคี้ยว..
“อร่อยจะตาย” เขากล่าวโดยยังเคี้ยวไม่หมดคำ
โกลส่ายหัว แล้วก็หันไปหยิบกุ้งตัวโตมาแกะ

พอกินเสร็จสองคนก็เดินเล่นในตลาดโต้รุ่ง แล้วก็ได้โรตีมากินกันอีกคนละอัน แต่ระหว่างเดินๆไป โป้งก็สังเกตเห็นสิ่งหนึ่ง
“กัปตันใช่ไหมวะ” โป้งหันไปดึงโกลให้หยุด
“ไอ้วู๊ดน่ะเหรอ” โกลถาม แล้วก็หันไปทางที่โป้งชี้ให้ดู
แต่ไม่เห็นใครที่ใกล้เคียงจะเป็นวู๊ด ก็แค่นักท่องเที่ยวคนอื่่นเดินปะปนกันไป
“ไหนหละ”
โป้งงง แต่เขามั่นใจว่าเขาเห็นแน่นอน เขาเห็นวู๊ดเดินคู่กับชายร่างสูง ดวงหน้าผสมตะวันตก.. เดฟ...
“ไม่รู้สิ.. กูตาฝาดมั๊ง”
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:16

ตอนที่ 28 : ความรักคือสิ่งที่แปลกประหลาดนะ ว่าไหม...(รีไรท์)
แม้จะเป็นเท้าเปล่าแต่โป้งก็สามารถวิ่งสับเท้าขึ้นบันไดอย่างรวดเร็วจนไปถึงชั้นบนสุดที่นำไปสู่พระเจดีย์บนเขาตะเกียบ
เขาหอบนิดหน่อย หันไปโกลพึ่งจะวิ่งมาถึง จึงทำท่าเอามือไขว้หลัง เดินไปตบบ่าโกล
“ความฟิตน้อยไปนิดนะ โกล นายต้องฝึกความฟิตให้มากกว่านี้”
โกลถอนหายใจ แต่ก็ขำ เพราตอนนี้โป้งกำลังเลียนแบบท่าของโค้ชป้อมอยู่
“กูเป็นประตู... แค่นี้ก็ฟิตแล้ว แต่มึงน่ะเขาเรียกฟิตเกิน”

โป้งกราบลงตรงหน้าแท่นบูชาพระเจดีย์ หันไปโกลยังอธิษฐานอยู่เลยนั่งมอง
“อธิษฐานอะไรนานจัง” โป้งถามตอนโกลเงยหน้าจากอาการกราบ
โกลมองหน้าโป้ง
“ก็อธิษฐานให้เราได้อยู่ด้วยกันไปนานๆไง”
โป้งอึ้ง... ตอนนี้หน้าเขาร้อนฉ่า หน้าแดงแน่นอน...
เขาจึงกลบเกลื่อนด้วยการรีบลุก
“ไปเหอะ หิวข้าวแล้ว ออกมาวิ่งบนทราย แถมขึ้นเขา เหนื่อยจังเลย... เดี่ยวจะกินให้เต็มที่เลย”
โกลมองตามโป้งไปด้วยรอยยิ้ม
เขาอธิษฐานเช่นนั้นจริงๆ

โป้งกับโกลวิ่งแข่งกันกลับมาที่โรงแรม ซึ่งแน่นอนโป้งที่ฝีเท้าจัดกว่าก็ต้องถึงก่อนแน่นอนอยู่แล้ว แต่พอโกลวิ่งมาถึง ก็เห็นโป้งยืนนิ่งมองไปทางโรงแรมที่อยู่ใกล้ๆกัน
“กูว่าที่กูเห็นเมื่อคืน จะตาไม่ฝาดว่ะ โกล” โป้งกล่าว แล้วชี้มือไป
ที่โกลเห็นคือเดฟกับกัปตันวู๊ดยืนเอาหลังพิงกันถ่ายรูปเซลฟี่อยู่ริมชายหาด

“เฮ้ย” เดฟนึกอะไรได้อย่างหนึ่ง แล้วก็สำรวจกระเป๋าของกางเกงยีนส์ที่เขาสามส่วนที่ใส่
“ฉันลืมเอากระเป๋าเงินลงมา”
“เออไปเอาเร็วๆ เดี่ยวรถที่จองไว้ก็จะมาแล้วนี่” วู๊ดว่า
เดฟจึงรีบเดินกลับไปที่ตัวโรงแรม
วู๊ดถอนหายใจแล้วหันไปทางหนึ่งกะจะชมบรรยากาศตอนเช้า แต่เขากลับต้องยืนนิ่งงัน
ห่างไปไม่กี่ก้าว... ในชุดลำลอง ไม่ใช่ชุดนักเรียนหรือชุดนักฟุตบอล..โป้งกับโกลยืนคู่กันห่างไปไม่เกินสี่ก้าว..

“คงไม่ต้องอธิบายอะไรมั้ง” วู๊ดกล่าวตอนนี้เขานั่งชันเข่าบนเตียงชายหาดมองออกไปในทะเล
โป้งมองหน้ากันกับโกล
“ที่จริงเราก็ไม่ได้คิดไปไหนไกลหรอกนะ” โป้งกล่าว
“ก็แค่แปลกใจที่กัปตันมากับนายเดฟเท่านั้นเอง”
วู๊ดส่งเสียงหึในลำคอ
“มึงโลกสวยจริงๆไอ้โป้ง” แล้วเขาก็เงียบไป “มึงสองคน ไปถึงขั่นไหนแล้วหละ”
โป้งกับโกลถึงกับมองหน้ากัน
“คือ.. เราก็ยังเป็นแค่คู่หูกันเหมือนเดิม...” โกลเป็นอธิบาย
โป้งหันมองหน้าเขา ก่อนจะหันมาหากัปตันทีม
“แต่กูกับเดฟไม่ใช่” วู๊ดกล่าวออกมาเอง
โป้งทำตาโต เขามองหน้าโกลอีกครั้งก่อนจะถามออกไปอย่างเกรงใจ
“แต่เดฟเขา..ชอบจุ้ย...ไม่ใช่เหรอกัปตัน”
วู๊ดเงียบไปนาน
“กูเป็นกัปตันทีมใช่ไหม ส่วนใหญ่ถ้ากูไม่เจ็บกูก็ต้องลงสนาม.. คือกูเป็นตัวจริงตลอดในสนาม”
แล้วเขาก็ทอดสายตาไปในทะเล
“แต่ในชีวิตจริงกูเป็นตัวสำรองตลอด เป็นแค่ตัวสำรองอดทน.. สำรองที่ได้แค่ทำหน้าที่แทนตัวจริง โดยไม่อาจหวังได้เลยว่าขึ้นมาเป็นตัวจริง..” วู๊ดกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จับได้ว่าเจ็บปวด
“กู..เป็นได้แค่นั้นจริงๆสำหรับเรื่องนี้ แต่กูก็ยินดีจะเป็นนะ เพราะต่อให้เป็นสำรอง กูก็ได้อยู่กับคนที่กูรัก..”
โป้งกับโกลมองหน้ากัน..
“เฮ้ย..” เดฟร้อง
ทั้งสามนักฟุตบอลหันมามอง
“มาได้ไงวะเนี่ย...”

โป้งกับโกลปฏิเสธคำชวนของเดฟแม้เขาจะบอกว่ารถที่เรียกมารับจะมีที่นั่งพอ แต่โป้งกับโกลมีแผนอยู่ในใจอยู่แล้วทั้งคู่ก็เลยตัดสินใจไม่ไปด้วย
ตลาดน้ำสามพันนาม แหล่งท่องเที่ยวใหญ่ยอดนิยม อยู่ไม่ห่างออกไปจากโรงแรมเป็นสถานที่แรกที่สองหนุ่มเลือกมา
โป้งหัวเราะเอิ๊กๆ ตอนที่กำล้งป้อนนมแพะที่คงยังไม่ได้กินอะไรเนื่องจากยังเช้าอยู่
โกลกอดอกมองโป้งที่ทำหน้าเหมือนเด็กน้อยกำลังเล่นสนุก แถมมีการคุยกับแพะอีกต่างหาก
“ไม่ต้องแย่งกัน.. เอ้า บอกว่าไม่ต้องแย่ง.. เฮ้ยไอ้ตัวใหญ่ พอแล้ว แบ่งตัวเล็กบ้าง บอกว่าพอแล้ว”
แน่ะ มีการทะเลาะกับลูกแพะอีกต่างหาก โกลหัวเราะกับภาพโป้งกำลังพยายามยื้อขวดนมกับลูกแพะที่ตัวโตที่สุดในกลุ่ม
“มึงอะ อ้วนแล้ว แบ่งตัวเล็กบ้างสิว้า เอาไม่ปล่อยอีก บอกว่าพอแล้ว”

จากแพะโป้งก็ไปทะเลาะกับปลาคร๊าฟต่อ เขาโวยวายตอนที่ปลาตัวใหญ่แย่งอาหารที่โป้งตั้งใจโยนไปให้ตัวเล็กกว่า
“ไอ้นี่... มึงอ้วนจนจะว่ายน้ำไมได้อยู่แล้ว... เว้ย.. อีนี่อีกตัว.. อ้วนจนครีบสั้นแล้วยังจะแย่งคนอื่นอีก”
โกลเองก็โปรยอาหาร หันมาหัวเราะ
“มึงก็ลงไปป้อนให้ถึงปากเลยสิ”
“ไม่เอาอะ...” โป้งสั่นหัว
“เดี่ยวมันตอดไข่กู ดูดิแม่งมีเป็นพัน.. ลงไปก็หมด หมดกันเลย”
โกลหัวเราะอีก
โป้งมองหน้าของโกลที่ดูจะมีประกายส่องเวลาหัวเราะ
“กูชอบเวลามึงหัวเราะมากเลยโกล” โป้งกล่าว
โกลหยุดหัวเราะแต่ยังคงรอยยิ้มไว้
“มึงก็ทำให้กูหัวเราะบ่อยๆสิ” โกลตอบ
“ทำไม่เป็นอะ.. กูไม่ใช่คนตลก” โป้งตอบแล้วหันไปมองปลาต่อ
“เฮ้ยเอาอีกแล้ว.. ไอ้ปลาตะกละเอ้ย... เดี่ยวเหอะ..” แล้วโป้งก็เอาอาหารกำใหญ่ซัดลงไป
“นี่อยากกินนักก็เอาไปเลย... ตะกละกันฉิบหาย นี่พวกมึงฝูงเดียวกันรึเปล่าวะ ไม่มีน้ำใจเลย.. ตัวเล็กมันยังไม่ได้กินเลยเห็นไหม”
โกลขำแล้วส่ายหัวช้าๆอย่างอ่อนใจ

“พูดไปก็น่าเห็นใจวู๊ดนะ” โป้งกล่าวขึ้นตอนที่ทั้งคู่ลงไปถีบเรือหงส์เล่นกัน “เขาดูจะรักเดฟมากเลย”
โกลถอนหายใจ
“ความรักนี่บางทีก็โหดร้ายนะ ว่าไหม”
โป้งไม่ได้หันมามองแต่มองไปตรงๆ
“นั้นสิ.. ก็เห็นๆอยู่เดฟมันชอบจุ้ย ขนาดนั้น แต่ก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้สินะ.. เฮ้อ.. ความรักนี่มัน.. แปลกจริงๆเลย”
โกลหันมองหน้าโป้ง แล้วเขาก็มองตรงๆไปเช่นกัน
“โป้ง.. ถ้ากูรักมึงเหมือนที่วู๊ดรักไอ้เดฟ มึงจะรักกูไหม”
โป้งเงียบไป ไม่ได้ตอบ
จนโกลต้องอธิบายว่า
“กูหมายถึง เป็นมึงจะรักไอ้วู๊ดไหม”
โป้งก็ยังเงียบอยู่สักครู่
“ถ้ากูเป็นเดฟ กูคงรักวู๊ดนั้นหละ แต่กูก็ไม่ใช่เดฟนี่หว่า.. ปัญหาคือเดฟมันรักจุ้ยอยู่ใช่ไหมหละ ตรงนี้ต่างหากที่เป็นปัญหา ถ้าคนเราลองปักใจมันก็ยากเหมือนกันนะเว้ยที่จะตัดใจ.. แม่กูบอกว่าบางทีความรักมันก็ตลก.. เรารักคนที่รักเราไม่ได้ หรือกลับกันก็ทำให้คนเรารักมารักเราก็ไม่ได้.. “
โกลตีความหมายไปไกลกว่านั้น เขาลอบถอนหายใจเบาๆ
“แต่” โป้งกล่าวต่อ
โกลหันมา..
“แต่ถ้ากูไม่ใช่เดฟ มึงไม่ใช่วู๊ด... “
ตอนนี้แสงสะท้อนจากพื้นน้ำกระทบใบหน้าของโป้ง รอยยิ้มจางๆปริ่มๆของโป้งดูงดงามมาก
“ถ้าเป็นเรื่องมึงเอง.. กูเอง.. “
โป้งวรรคไปนานจนโกลรู้สึกใจจะกระโดดออกมานอกอก
“เราเป็นเพื่อนรักกันไปก่อนเนอะ.. เพราะเรายังเด็กทั้งคู่...” โป้งกล่าวออกมา
โกลสลดลง หันไปอีกทาง แต่ประโยคที่ตามมาทำให้เขาเบิกตากว้างหันกลับมา
“แต่กูก็ใจตรงกับมึงนะ ถ้ามึงคิดอย่างนั้นจริงๆ ถ้ามึงรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ กูก็เหมือนกัน..”
ตอนนี้โป้งอมยิ้มเอียงคอนิดๆ ตามองไปข้างหน้า แต่แก้มมีสีแดงแทรกจางๆ
หงส์สีขาวแล่นเอื่อยๆ ไปบนผิวน้ำ ส่งพรายฟองไปด้านหลังเป็นแนวสีขาว
ตอนนี้มือของผู้ร่วมใจกันถีบปั่นส่งแรงขับเคลื่อน กำลังกุมกันอย่างอย่างอ่อนโยน..
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:16

ตอนที่ 29 : แค่ใจสัมผัสกัน.. สื่อหัวใจด้วยบทเพลง...(รีไรท์)
“มึงหละ ที่กรี๊ดก่อน.. แหม่แต๊วแตกเลย..” โป้งกล่าวปนเสียงหัวเราะ
“มึงก็กอดกูแน่นเลย อย่าพูด ไม่ได้ร้องแต่เสือกกอดกูแน่น” โกลตอบโต้ พวกเขาหมายถึงไปเรื่องสนุกสนานจากเครื่องเล่นที่ไปเล่นร่วมกันที่สวนน้ำชื่อดัง
ทั้งสองเดินผ่านหน้าล๊อบบี้ แต่เสียงหัวเราะจากโกลก็ขาดไป โป้งหันกลับมา จึงได้เห็นว่าโกลกำลังยืนในลักษณะเผชิญหน้า
หญิงสาวใบหน้างดงาม เรือนร่างระหงสมส่วน มารดาของโกล... เปรมิกา วรรณพิธิ

ในห้องอาหารที่ยังไม่มีแขก เปรมิกาจิบชาร้อนช้าๆมองหน้าลูกชายและเพื่อน
“ได้ข่าวว่าเราสองคนสนิทกันมาก แม่ก็เลยอยากจะมาให้เห็นกับตาเปรมิกากล่าว “ก็ คงจะจริง ก็น้องโป้ง ก็น่าตาน่ารักดีนี่ คงจะชอบมากสินะ ที่ผ่านๆมาหลังนายป้องอะไรนั้น แกก็เคยมีอยู่สองสามคน แต่ไม่เคยมีใครที่แกจะไปค้างอ้างแรมด้วยเหมือนคนนี้”
โป้งไม่ตอบอะไรเขามองลงต่ำ ในแก้วเครื่องดื่มที่เขาเป็นคนเลือกสั่งเองแต่ไม่ยักจะอยากดื่ม
“โกล.. อย่าหาว่าแม่ยุ่งเลยนะ เธอเป็นลูกของพรรณพงศ์ ภาพพจน์ของพ่อจะเสียหายถ้าหากใครเขารู้เรื่องนี้ อีกอย่างเราก็เป็นนักฟุตบอลทั้งคู่ แม่ไม่คิดหรอกนะว่าวงการฟุตบอลเขาจะต้อนรับเกย์” เธอกล่าว
โกลที่หันไปมองทางอื่น หันกลับมามองหน้าคนที่เขาควรจะเรียกว่าแม่
“อ๋อใช่ครับ 'ยุ่ง' อย่างมาก” โกลกล่าวอย่างเยือกเย็น “คุณ’แม่’ ไม่ต้องมาห่วงเรื่องของผมหรอกครับ ผมจัดการเองได้.. อีกอย่างเรายังไม่ได้เป็นอะไรกัน เรายังเป็นแค่คู่หูและเพื่อนสนิทเท่านั้น”
เปรมิการู้ว่าโกลตั้งใจว่าเธอว่าสอด แล้วไอ้การเรียกว่าแม่นั้นก็เหมือนกระแทกเสียงพิกลเหมือนเดิม
“ตอบเหมือนพวกดาราเลยนะ ไม่ได้เป็นอะไรกัน..” เปรมิกาแสร้งหัวเราะ “นี่ ยังดีเป็นผู้ชายทั้งคู่ก็เลยไม่ท้อง ก็เอาเถอะฉันจะไม่ยุ่ง แต่เตือนในฐานะแม่ อย่าให้มันเกินเลยเสื่อมเสีย ไม่คิดถึงหน้าฉันก็นึกถึงหน้าพ่อ หน้าตัวเองไว้บ้างก็แล้วกัน”
“ไอ้เรื่องวิปริตแบบนี้ สังคมปกติเขายังรับกันไม่ได้ เธอก็ต้องรู้จักเก็บความวิปริตไว้บ้าง เหมือนพ่อแกไง.. แอ๊บจนคนเชื่อกันหมดบ้านหมดเมืองว่าเป็นชายแท้ แมน.. มีครอบครัวมีลูก”
น้ำเสียงของเปรมิกาเยาะหยัน..
“ขอบคุณครับ” โกลตอบอย่างสงบนิ่ง
“ก็ขอบคุณครับ ที่ผู้บริจาคไข่อย่างคุณยังมองเห็นผมเป็นลูก.. แต่ผมว่าไม่ต้อง เราต่างกันคนต่างอยู่ดีกว่านะครับ คุณ’แม่’ ผมจะไม่ก้าวก่ายเรื่องของคุณ คุณก็อย่ามามายุ่งเรื่องของผม... ไม่อย่างนั้น... ผมก็ไม่แน่ใจหรอกว่าผมจะเป็นคนเก็บรายชื่อของสามีคุณ’แม่’ ได้อย่างดีไหม... สักวันอาจหลุดหูรอดตาไปหาสื่อมวลชนก็ได้นะครับ”
โป้งอ้าปากค้างกับคำตอบของโกล
“ไปโป้ง เราไปหาอะไรกินกัน กูหิวแล้ว อยู่ตรงนี้กินไม่ค่อยลง กูมันคนวิปริตอยู่ร่วมสถานที่กับคนปกติไม่ค่อยได้ มันคัน”
แล้วโกลเดินออกไป โป้งหันมองตามไป เขาจึงลุกขึ้นยกมือไหว้เปรมิกา
เปรมิกากำลังโมโห แต่พอเห็นท่าทางนอบน้อมของโป้งแล้ว เธอก็อดเอ็นดูภาษาผู้ใหญ่ไม่ได้ จึงรับไหว้โป้ง
“บอกเขาให้ขับรถดีๆด้วยหละ” เธอกล่าว
ลูกชายออกไปแล้ว เพื่อนลูกชายที่ตามไปติดๆก็เหมือนกัน เปรมิกาถอนหายใจยาวเหยียด เธอนึกอยากจะปัดถ้วยชาตรงหน้าให้ตกโต๊ะเสียจริง
ที่จริง.. ตอนแรกเธอแค่คิดจะมาคุยกันดีๆ ก็แค่อยากเตือนให้สองหนุ่มระวังตัว เพราะโลกมันโหดร้ายมาก.. ไม่ใช่แค่เฉพาะกับ LGBT แต่ทุกเพศนั้นหละ แต่มันยากเย็นหน่อยในหมู่คนที่เป็นเพศที่แตกต่างไป
แต่กลายเป็นว่าเธอหรือไม่ก็โกลนั้นหละที่ทำมันพังจนได้ เมื่อไหร่เธอจะคุยกับเด็กคนนี้ดีๆได้สักที...
เธอถึงเธอจะมีผู้ชายหลายคน แต่เธอมีลูกแค่คนเดียว.. ถึงเธอจะไม่เคยอุ้มท้อง แต่เขาเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเหมือนกัน..

โป้งรับหมวกกันน๊อกมาจากโกล เขาสวมแล้วก็ซ้อนท้ายบิ๊กไบค์ของโกลออกมาโดยไม่ได้ถามอะไรสักคำ โกลขับค่อนข้างเร็วออกไปตามทางสู่ถนนใหญ่ แต่จู่ๆ ร่างของโกลก็เหมือนจะสั่น แล้วเขาก็จอดเรียบข้างทาง
โป้งลงจากรถแล้วเดินไปยืนข้างตัวโกลที่ยังยืนคร่อมรถอยู่
เขาจับตัวโกลก็รู้ว่ามันยังสั่น โป้งจึงเข้าใกล้ว่าเดิมแล้วจับมือของโกลไว้
โกลก็หันมาตอนนี้ใต้หน้ากากสีชา โป้งได้เห็นใบหน้าของโกลอาบไปด้วยน้ำตา..
สำหรับโกลภาพของโป้งพร่ามัวด้วยทั้งม่านน้ำตาและหน้ากากสีชาของหมวกกันน๊อก
แต่สัมผัสของโป้งนั้นชัดเจนยิ่ง.. เหมือนกับมาสัมผัสที่หัวใจของเขาโดยตรง
โกลยันขาตั้ง ลุกขึ้นมายืนต่อหน้าโป้ง แล้วเขาก็กอดร่างโป้งไว้แน่นร้องไห้ออกมาอย่างสุดจะทนได้...
โป้งก็กอดตอบแล้วหลับตาลง..
ร่างที่สั่นเทิ่มค่อยๆ สงบลง แล้วที่สุดน้ำตาของโกลก็หยุดไหล..
หัวใจเหน็บหนาวของเขาคงหยุดร้องไห้แล้ว..
แสงสว่างจากโป้งส่องไปหามัน.. และประโลมมันด้วยความอ่อนโยน..

เดฟยืนอยู่ที่ระเบียง ทอดสายตาออกไปที่เรือแสงของเรือที่ลอยลำในทะเล
“แต่กูก็ยินดีจะเป็นนะ เพราะต่อให้เป็นสำรอง กูก็ได้อยู่กับคนที่กูรัก..”
เดฟถอนหายใจก่อนจะหยิบแก้วน้ำผลไม้ที่มีแอลกอร์ฮอล์อ่อนๆมาจิบ
“ทำอะไรอยู่เดฟ” วู๊ดเข้ามากอดร่างของเดฟจากด้านหลัง
กลิ่นสบู่หอมสัมผัสจมูกเดฟ เขาเหลียวมามองหน้าวู๊ด
“เปล่าคิดอะไรเพลินๆ”
วู๊ดแม้จะสูงถึงร้อยเจ็ดสิบกว่าๆ แต่ถ้าเทียบกับความสูงของเดฟแล้ว เขาก็ได้แค่หอมที่ต้นคอของเดฟเท่านั้น
“นายจะทำยังไงเรื่องของเรา.. ตอนนี้ไอ้โป้งกับไอ้โกลก็รู้แล้ว” เดฟถาม
“มันสองคนไม่บอกใครหรอก โกลมันไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน ส่วนโป้งก็ไม่ใช่คนปากสว่าง” วู๊ดตอบ
“เข้าไปข้างในเหอะ” วู๊ดบอก แล้วเดินเข้าไปก่อน
เดฟถอนหายใจแล้วเดินตามเข้าไป
“นายจะ..” เดฟกล่าวทันทีที่เข้ามาด้านในห้องแล้ว
แต่เขากล่าวได้ไม่จบ เพราะวู๊ดหันมาโน้มคอเขาลงมาประกบปากเขาไว้ วู๊ดค่อยๆเคลื่อนตัวพาเดฟที่ยังคงหลงอยู่ในรสการจูบมาที่เตียง ไม่ต้องออกแรงก็ดันให้ล้มลงนั่งได้
พอวู๊ดถอนจากการจูบ เดฟก็ประท้วงทันที
“คุยกันให้รู้เรื..”
วู๊ดประกบจูบอีก คราวนี้ร้อนแรงยิ่งกว่าเดิม
“ช่างหัวมันเถอะ... สนใจอะไรเรื่องอนาคต... “ วู๊ดเลื่อนมากระซิบที่ข้างหู แล้วจุมพิตต่ำลงมาบนลำคอ
“นายมัน.. ไม่..” เดฟจะกล่าวก็ยากลำบาก
แล้วเขาก็เลิกล้มความตั้งใจจะพูดต่อไป.. เพราะเสียงที่ลอดออกมาจากปากก็ได้แค่เสียงครางเบาๆเท่านั้น...

เสียงเพลงที่ไพเราะทำให้โกลดูจะอารมณ์ดียิ่งขึ้น เขามีรอยยิ้มจางๆ และฮัมเพลงไพเราะที่วงดนตรีประจำตลาดจักจั่นบรรเลง
โป้งก็พลอยรู้สึกดีด้วยเช่นกัน
แต่จะว่าไป... เขาไม่เคยเห็นโกลร้องไห้มาก่อน และไม่คิดว่าคนอย่างโกลจะร้องไห้ได้ด้วยซ้ำ โกลดูเป็นคนเข้มแข็ง.. และดูเหมือนเก็บอารมณ์ได้เก่งมาก แต่กลายเป็นว่าโกลปล่อยโฮออกมา.. หรือว่าทุกครั้งที่เขาต้องเผชิญสถานการณ์นี้ เขาจะร้องไห้ทุกครั้ง
แล้วที่ผ่านมาใครกันที่ปลอบโยนโกล... ถ้าไม่มีเลย... น้ำตาแห้งด้วยตนเอง
นั้นก็นับว่าเจ็บปวดมาก
โป้งทราบความรู้สึกที่ต้องร้องไห้กับตัวเองดี ตอนที่พ่อกับแม่หย่าขาดกัน ตอนนั้นเขาก็ร้องไห้อยู่คนเดียวหลายวัน ตอนนั้นเขาอายุแค่สิบขวบเท่านั้น
จะร้องไห้ต่อหน้าแม่ก็ไม่ได้ เล่าให้ใครฟังก็ไม่ได้อีก... ที่สุดก็ต้องปลอบใจตนเอง... มันเป็นความรู้สึกที่ทุกข์ทรมานมาก
ในตอนนั้นเพลงจบลงโกลก็ปรบมือ ดวงหน้าของเขาดูมีประกายสว่างในแสงรำไรของสถานที่นั้น
แล้วเพลงต่อไปก็บรรเลง
I Just Called To Say I Love You ของ Stevie Wonder
แล้วจู่ๆโกลก็เอาโทรศัพท์มากด
โป้งจึงหันไปมองนักร้องบนเวที เพื่อฟังเพลงไพเราะจากอดีต แล้วโทรศัพท์ของเขาก็สั่น โป้งเอาโทรศัพท์มาดูหมายเลข เขาหันไปมองหน้าโกล
โกลก็ทำมือบอกว่ารับสิ..
โป้งรับในจังหวะที่เพลงกำลังเข้าท่อนสร้อย...
I just call to say I love..
I just call to say how much I care
แม้จะมีเสียงจากเวที แต่เสียงของโกลนั้นก้องเข้าไปถึงภายในใจ แยกจากสรรพเสียงรอบกายโดยสิ้นเชิง..
เพราะมันไม่ใช่แค่เสียง แต่ดวงตาที่สื่อความหมาย ที่จ้องลึกไปสัมผัสหัวใจของโป้ง
แล้วโป้งก็ไม่อาจทนสบตาคู่นั้นได้อีก เขาหันไปมองเวที แต่ไม่อาจซ่อนรอยยิ้มและสีหน้าที่กำลังเปี่ยมไปด้วยความสุขได้
โกลยังร้องเพลงอยู่ แต่ก็เผลอมีรอยยิ้มให้กับอาการเขินของโป้ง...
เขาอาจไม่เข้าใจวู๊ดที่ยอมเจ็บปวดเพื่อความรัก และทุ่มเททั้งกายและใจให้... เพราะสำหรับโกลแล้ว ไม่ต้องครอบครองด้วยแค่ความสัมพันธ์ทางกายที่แสนตื้นเขินและเปราะบาง.. แต่เขาต้องการความสัมพันธ์ทางใจ.. แม้เขาจะกับโป้งจะเพียงสัมผัสกันไม่มากนัก แต่หัวใจของเขาสัมผัสหัวใจโป้งได้อย่างชัดเจน..
แค่มือจับ แค่อ้อมกอด.. เท่านั้นก็ทำให้โลกของโกลสวยงาม สวยงามเหลือเกิน...
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:17

ตอนที่ 30 : บ้านน้อยแสนอบอุ่นที่เชียงราย.. การเผชิญหน้าระหว่างโกลกับอรรถ(รีไรท์)
การสอบมาถึงแล้วแล้ว โป้งมีโกลเป็นติวเตอร์ส่วนตัวก็จริง แต่เขาก็ยังทำหน้าเหมือนแบกโลกไว้ในสายตาของอรรถ
จะว่าไปโป้งไม่เห็นต้องกังวลเรื่องการเรียนเลย เพราะยังไงเขาก็ได้รับคะแนนพิเศษในฐานนักเรียนที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับ โรงเรียนอยู่แล้ว
แต่ทุกวิชาที่สอบ โป้งไม่เคยส่งกระดาษเปล่า เขาจะทำทุกข้อ แถมเขียนมากกว่าคนอื่น เขียนเสียจนหมดเวลาสอบทุกวิชาไป
วันนี้ก็เป็นสอบวันสุดท้ายแล้ว และเป็นวิชาสุดท้าย อาจารย์คุมสอบก็เลยปล่อยให้โป้งเขียนไปอีกห้านาที ส่วนตัวเองไปเข้าห้องน้ำ
อรรถเลยมานั่งข้างๆโป้งมองหน้าเด็กหนุ่มที่กำลังอ่านบทความของตัวเอง
“โป้งกลับบ้านไหม” เขาถามขึ้นตอนที่โป้งเริ่มต้นเก็บข้อสอบ
“ก็ว่าจะกลับครับพี่ ก็แต่คงจะอยู่แค่สักสองอาทิตย์เพราะเดือนหน้าจะมีรายการเก็บตัวของทีมชาติ เป็นนัดอุ่นเครื่อง” โป้งตอบแล้วก็ยิ้ม
เขาเอาข้อสอบกับกระดาษคำตอบยื่นให้อรรถ
“พี่อยากไปด้วยจัง พี่ไม่ได้เห็นเจอน้าพรนานแล้ว”
“ดีเลยครับ แม่คงดีใจมากที่ได้เห็นพี่อรรถตอนนี้ แม่ชอบบ่นว่าพี่อรรถหายไปเลย ไม่รู้ว่าโตเป็นหนุ่มจะหล่อไหม ไปให้ท่านดูหน้าหน่อยรับรองท่านดีใจแน่ๆ” โป้งกล่าวด้วยอาการยินดีจริงๆ
นี่คือโป้ง คนที่เสแสร้งไม่เก่ง.. ไม่ว่าในสนามฟุตบอลเขาจะหลอกล่อคู่ต่อสู้เก่งแค่ไหน แต่ในชีวิตจริงๆ เขาเป็นแบบนี้หละ
“แล้วโป้งกลับเมื่อไหร่”
“อาทิตย์หน้าครับ เพราะวันเสาร์มีไปคัดตัวกับเมืองนนท์ แล้วก็มีบริษัทหนึ่งที่เขากำลังจะซื้อกิจการของทีมฟุตบอลหนึ่งในไทยพรีเมียร์ลีค เขาก็อยากเห็นโกลกับโป้งเล่นกับทีมใหม่ของเขา ก็เลยนัดทดสอบกันอีกสองวันหลังจากเมืองนนท์”โป้งลำดับความให้ฟัง
“แล้วจะกลับยังไง จะให้พี่จองตั๋วรถทัวร์ให้เลยไหม... แต่พี่ไปได้แค่ไม่กี่วันนะ”
พอพูดถึงตรงนี้โป้งก็เงียบไปนิดหนึ่ง
“คือ..โป้งไปเครื่องบินนะครับ ไอ้โกลมันจะไปด้วย ก็เลยจองตั๋วเครื่องบินเอาไว้แล้ว” ก่อนจะกล่าวอย่างเกรงๆนิดๆ
อรรถเป็นฝ่ายทำหน้าเหมือนอะไรจุกคอหอย
“ไม่เป็นไร ไปวันไหน เดี่ยวพี่ไปด้วย” อรรถกลืนความรู้สึกแล้วกล่าวออกมาโดยพยายามให้น้ำเสียงเป็นปกติที่สุด

“คือ ที่ทดสอบไปเมื่อวันก่อนน่ะ” สุขีกล่าวกับโกลและโป้งในรถตู้ของบริษัท ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปสนามฝึกซ้อมที่ลูกค้าเช่าเอาไว้ แล้วนัดแนะให้ไปพบ
“พี่ก็ไปตามที่บริษัทบอก เพราะเมืองนนท์เขามีแบ๊กอัพดีน่ะเส้นใหญ่ เราก็เลยต้องไปตามที่เขาขอมา... แต่ยังไงการตัดสินใจอยู่ที่โป้งกับโกลอยู่ดี.. ถ้าหากไปเล่นให้เขาก็ไม่เป็นไรนะ”
โป้งกับโกลมองหน้ากัน
“ผมเฉยๆครับ.. แต่ทีมใหญ่มันก็ดีตรงเราได้พัฒนา แต่ทีมเล็กกว่า ก็มีโอกาสเป็นเล่นได้เยอะกว่าจริงไหมครับ” โป้งเป็นคนกล่าว
“ใช่” สุขีผงกหัว
“พี่น่ะอยากให้เราทดสอบกับทีมนี้มากกว่า คือผู้บริหารน่ะท่านสนใจฝีเท้าโป้งมากเลย อีกอย่างโป้งเองก็รู้จักท่านด้วยนะ”
โป้งแปลกใจ
“ผมรู้จักเหรอครับ”

โป้งกับโกลกำลังยืดเส้นยืดสายอยู่กลางสนามที่เป็นสนามซ้อมขนาดเล็ก โดยมีสุขียืนมองจากข้างสนาม
“โตขึ้นเยอะจนจะจำแทบไม่ได้แล้วนี่” เสียงทุ้มๆมีทำนองแปร่งๆทองแดงนิดๆทำให้สุขีหัน
อำนาจ สินธุพรอุดม ชายวัยกลางคนผมสีดอกเลามองไปที่นายร่างเพรียวที่กำลังทำท่ายืดเข่า
“คิดถึงมันจริงๆ ตอนเห็นมันครั้งสุดท้ายยังตัวนิดเดียว สงสารมันจะแย่โดนไอ้ฤทธิ์เคี่ยวเข็ญให้ฝึกจนค่ำทุกวัน.. แต่ดูมันก็ขอบดีนะ นี่เผลอนิดเดียว แล้วดูสิ..มันเป็นหนุ่มเสียแล้ว.. ผมจะไม่แก่ได้หรือ”
สุขียกมือไหว้
อำนาจเป็นอดีตโค้ชทีมชาติไทย แต่เขาผันตัวไปทำธุรกิจและร่ำรวยขึ้นมาอย่างมหาศาล จนทุกวันนี้เป็นเจ้าของโรงแรมถึงสี่โรงแรมในภาคใต้ และบริษัทรับส่งสินค้าขนาดใหญ่

คนที่เข้ามาคุยกับโป้งและโกล แนะนำตัวว่าเป็นหัวหน้าทีมผู้ฝึกสอนของทีม เป็นชายหนุ่มร่างสูงที่โป้งคลับคล้ายคลับคราว่าเคยเห็น แต่ยังนึกไม่ออก
“ทวี วังซิ่นทอง ผู้รักษาประตูทีมชาติรุ่นเดียวกับพ่อมึงไง” โกลบอกตอนที่เดินไปสู่จุดที่จะใช้ในการทดสอบร่วมกัน
“คือฉันจะไม่ให้พวกเธอเล่นให้ดูหรอก เพราะก็เห็นแล้วว่าเล่นดีแค่ไหน ฉันให้คนไปซุ่มดูพวกเธอแทบทุกนัดที่แข่งถ้วย ก.”
ทวีกล่าวแล้วเอาเท้าดีดลูกฟุตบอลมาถือ..
“ตัดสินกันที่ยิงฟรีคิกดีกว่าไหม.. ฉันก็อยากจะเห็นลูกฟรีคิกของนายเต็มๆเหมือนกันนะโป้ง” ทวีมองหน้าโป้งก่อน “ส่วนนายโกล... ฉันก็อยากจะรู้ว่านายจะเหนียวพอไหม”
โกลพยักหน้า
หุ่นคนที่ใช้เป็นอุปสรรค์ถูกจัดวางไว้สี่ตำแหน่ง นอกกรอบประตู ในระยะและทิศทางต่างๆกัน โป้งได้รับคำอธิบายว่าต้องเตะทั้ง4ตำแหน่งด้วยลูกยิงที่แตกต่างกันสี่ท่า และมีโอกาสยิงทั้งหมดสองรอบ
โปงจึงวางลูกไว้หน้ากำแพงหุ่น ตรงที่มีวงกลมที่เกิดจากการโรยด้วยปูนขาว
เขาถอยมายืน
โกลก็เต้นกระโดดอยู่บนเส้นปากประตู
แล้วโป้งก็วิ่งเข้าไป.. สับเท้าซ้ายพิฆาตไป ลูกลอยข้ามกำแพงแล้วหักมุดลงอย่างรวดเร็วทั้งมีวิถีโค้งไปทางซ้าย เป็นการยิงที่รับได้ยากยิ่ง
ทวีตระหนักดี.. เป็นลูกยิงไซด์ก้อยที่น่ากลัวมาก.. หาน้อยคนที่ยิงได้ดีเท่านี้แม้ในระดับอาชีพ
แต่ร่างสูงของโกลขยับไปอย่างรวดเร็ว เขาอ่านทางได้ตั้งแต่ลูกออกจากเท้าจึงบล็อกลูกไว้ได้สำเร็จ
เร็วจริงๆ เห็นสูงๆน่าจะเก้งก้าง แต่กลับเร็วมาก.. ทวีบอกตัวเองในใจ
โป้งตั้งอีกลูกในตำแหน่งเกือบกลางประตูแต่ยังอยู่ด้านซ้ายของกรอบเขตโทษ ทว่าไกลออกมามากกว่าตำแหน่งแรก
โป้งตัดสินใจฉับพลัน.. เขาเตะลูกโค้งซ้ายเหมือนเดิม แต่ลูกนี้เน้นให้โค้ง จนเห็นเป็นวิถีลูกเดินทางในอากาศในรูปแบบเกือบจะเป็นตัวยู
กระนั้นโกลก็ยังพุ่งไปปัดออกไปได้อีก

อำนาจที่ยืนอยู่บนข้างกับสุขี พยักหน้าช้าๆ
“ผมเอาทั้งสองคนเลย.. แต่เขาจะมีปัญหารึเปล่าต้องย้ายไปอยู่ใต้นะ”
“นายโป้งนี่อาจต้องคุยกับ...”
“แม่พรน่ะเหรอ... ฉันคุยเรียบร้อยแล้ว ฉันโทรไปคุยกับแม่ของนายโป้งตั้งแต่เมื่อวันก่อนแล้ว เธอบอกว่าไม่มีปัญหา” ทวีกล่าว
“ติดก็แต่นายตัวสูงนั่นหละ ลูกชายพรรณพงศ์ไม่ใช่เหรอ... พ่อเขาจะยอมให้ฉันเอาลูกไปรึเปล่า”

อำนาจหัวเราะชอบใจเมื่อได้จับตัวโป้ง
“เออวะ... แต่ก่อนมันตัวนิดเดียว... ดูสิ... โตเป็นหนุ่มหล่อแล้ว... สาวๆติดตรึมหละซินะ”
โป้งเหลือบมองหน้าโกลที่นั่งอยู่อีกข้างของโต๊ะคู่กับสุขี
“ไปอยู่กับลุงที่ภูเก็ตดีกว่านะ ลูกจะเลี้ยงให้เอ็งให้ดีเลย... ตอบแทนที่แม่เอ็งเมื่อก่อนคอยเจียวไข่ ผัดหมูให้ลุงกินบ่อยๆ รับรองไปอยู่กับลุงไม่มีอด” อำนาจกล่าวต่อไป
โป้งยิ้มแต่ไม่เต็มปากนัก
“ลุงอ่ำคุยกับแม่แล้วแน่นะครับ” โป้งถามย้ำ
“ก็บอกว่าคุยแล้ว...หรือเอ็งจะคุยอีกรอบ” แล้วอำนาจก็เอาโทรศัพท์ขึ้นมาทำท่าจะกดเลขหมาย
“ไม่ๆครับ ผมเชื่อ” โป้งรีบร้อง
อำนาจตบตักดังฉาด
“แล้วเราหละต้องไปบอกพ่อก่อนไหม หรือจะยังไง แต่อย่าให้นานนะนายทวีมันใจร้อน นี่คงอยากจะเอานายไปฝึกเต็มแก่แล้ว” อำนาจหันมาหาโกล
ตอนนั้นพอดีมีอาหารมาเสริพ โดยเข้ามาทางปลายโต๊ะตรงหน้าสุขี เขาจึงยกไปวางกลางโต๊ะ
โป้งมองหน้าโกลอยู่ เขาต้องการคำตอบนี้เช่นกัน
“ผมไม่ต้องขออนุญาตหรอกครับ เพียงแต่แจ้งให้ท่านทราบก็พอ”
“แล้วเรื่องเรียนหละครับ” สุขีกล่าวขึ้น
“คุณอำนาจจะกรุณาหาโรงเรียนให้เด็กสองคนได้ไหมครับ”
“เรื่องนี้เราคิดกันไว้แล้ว” ทวีเป็นคนกล่าว
“นายโป้งก็เหมือนหลานคนหนึ่ง ไอ้เราก็ไม่ได้คิดแต่จะให้มันเล่นฟุตบอล หุ้นส่วนของเราคนหนึ่งเป็นเจ้าของโรงเรียนเอกชนในภูเก็ต เราจะให้ทั้งสองคนไปเข้าเรียนที่นั่น"

บ้านของโป้งที่เชียงรายเป็นบ้านที่น้าหมอของโป้งซื้อไว้ด้วยตัวเอง แม้จะหลังไม่ใหญ่โตแต่ก็ดูน่าอยู่และเป็นระเบียบอย่างยิ่ง
วราพรดีใจที่ทราบว่าอรรถก็มาด้วย
“โอ้โห อรรถ นี่ถ้าเจอกันข้างนอก น้าจำอรรถไม่ได้แล้วนะเนี่ย” วราพรยืนมองร่างกายสูงใหญ่ของอรรถ
“โป้งทำไมไม่ตัวโตเหมือนพี่เขาบ้างและ กินให้มันเยอะหน่อย โปรตีน แคลเซียม วิตามินน่ะ เรายังโตได้อีก”
“ครับแม่” โป้งขานตอบ แต่ตอนนี้กำลังช่วยโกลเอาของออกจากระเป๋าเป้
วราพรเดิมมาหาโกลบ้าง
“ไม่ต้องสูงอย่างเพื่อนเราก็ได้ เอาแค่พี่อรรถก็พอ เพื่อนเราสูงดี แต่โป้งคงสูงไม่ทัน”
โกลหันมายิ้ม พอดีเขาหยิบเอาชุดเครื่องสำอางที่ซื้อมาฝากวราพรออกมา ก็เลยมอบให้
“เห็นโป้งบอกว่าคุณน้าใช้ยี่ห้อนี้ ผมก็เลยซื้อมาเป็นชุด”
วราพรร้องเสียงหลง
“ตายแล้ว ซื้อมาทำไม มาเที่ยวก็พอ...” วราพรรับของมา แต่ก็อดสอนด้วยความเคยชินไม่ได้
“นี่มันแพงมาเลยไม่ใช่เหรอ เราไปเอาเงินมาจากไหนไปซื้อ เงินพ่อให้มาก็เก็บไว้นะโกล อย่าเที่ยวใช้ให้สิ้นเปลือง เดี่ยวจะเป็นนิสัย... มือเติบไม่ดีนะโกล”
โกลยิ้มแหย่ๆ รู้สึกเหมือนโดนดุ
“เห็นไหมฉันบอกนายแล้วโกล” โป้งพูดให้สุภาพขึ้นต่อหน้าแม่ ไม่มีคำหยาบที่บ้านนี่คือกฎเหล็ก
“ครับน้า” โกลตอบด้วยคำเดียวกับโป้ง
“แต่ก็ขอบใจนะ เอ่อหิวกันไหม... น้าต้มแกงบวชไว้ เดี่ยวเอาออกมาให้นะ”
วราพรถือชุดเครื่องสำอางไปวางไว้ที่ชั้น
“ของโปรดเลยหละ... เวลาน้าหมอไปประชุม ซื้อมาทีไรยิ้มไม่หุบไปทั้งวัน” โป้งกระซิบกับโกลหัวแทบชนกันเพราะกลัวแม่ได้ยิน
“แม่นายนี่น่ารักดีนะ ใจดี”โกลกล่าว จากความรู้สึก
“แต่ขี้บ่นมาก... ฉันฟังมาตั้งแต่เด็กเลยชิน นายอย่าเบื่อไปก่อนแล้วกัน” โป้งตอบ
แล้วสองหนุ่มกับหัวเราะกันเบาๆ
อรรถมองความสนิทสนมนั้นอย่างเจ็บปวด..

“ต้องไปอยู่ภูเก็ตใช่ไหม...งั้นต้องเตรียมข้าวของให้เยอะขึ้นสินะ” วราพรกล่าวในโต๊ะอาหารที่มีนายแพทย์สิทธิชัยกลับมาร่วมทานด้วย
โป้งกำลังตักไข่เจียวของโปรดก็ชะงัก
“ไม่ต้องหรอกมั้งครับ ที่ขนไปคราวก่อนก็มากพอแล้ว”
“อะไร ไปตั้งไกล... ภูเก็ตเป็นเกาะนะลูก จะหาจะซื้ออะไรก็ลำบาก” วราพรแย้ง
“คุณ... เกาะภูเก็ตไม่ใช่เกาะตะลูเตา จะได้ลำบาก นั้นเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้เลยนะคุณ ไม่ใช่เกาะเล็ก แถมแค่ข้ามสะพานก็แผ่นดินแล้ว” นายแพทย์สิทธิชัยแย้งวราพร
“ก็นั่นล่ะค่ะ ยังไงก็ต้องเตรียม เดี่ยวแม่จะไปหาซื้อพวกของใช้อะไรไว้โป้ง... จะได้ไม่ต้องไปซื้อไปหา” วราพรยังยืนยันความคิด
โป้งกับสิทธิชัยมองหน้ากันอยู่รู้กันดี
ทำไมหนอ บ้านของโป้งช่างอบอุ่นนัก ทั้งที่โป้งและน้าหมอก็ไม่ใช่พ่อลูกกัน แต่เหมือนกับมีสายใยของครอบครัวเชื่อมโยงและสร้างความอบอุ่นในโต๊ะอาหาร
โกลอดรู้สึกอิจฉาไม่ได้ ทำไมครอบครัวของเขาไม่เหมือนอย่างครอบครัวนี้
ไม่ต้องรวยเป็นหมื่นล้านเหมือนพ่อของโกล ไม่ต้องสวยจนเหมือนนางฟ้าเหมือนแม่ของโกล แต่ครอบครับเล็กๆนี่ช่างอบอุ่นนัก
มิน่าเล่าโป้งถึงได้เป็นคนน่ารัก เพราะเขาเติบโตมาท่ามกลางครอบครัวที่เต็มล้นไปด้วยความรักนี่เอง
“เอ้าอรรถ ทานเยอะๆนะ โกลด้วย” วราพรหันมากล่าว “โดยเฉพาะนายโกล ต้องสูงกว่านี้อีกจะได้รับลูกกลางอากาศได้ง่ายๆ”
โกลยิ้มตอนที่วราพรตักเอาปลาตัวเล็กทอดมาใส่จานให้
“แคลเซียมทั้งนั้นกินเยอะๆ” หมอสิทธิชัยสนับสนุน
โกลยิ้มออกมา เพราะมันคือการสัมผัสถึงความอบอุ่นของครอบครัว

“แล้ว... จะนอนกันยังไง” โป้งเป็นคนตั้งคำถาม
มองในห้อง ห้องนอนของโป้งมีเตียงแค่เตียงเดียว เป็นเตียงสามฟุตครึ่งเพราะโป้งนอนคนเดียวมาโดยตลอด
โกลกับอรรถมองหน้ากัน
“เอาอย่างนี้นะ” แม่ของโป้งที่ตามเข้ามาออกไอเดีย
“เรามีที่นอนปิกนิคอยู่สองชุด สองคนก็นอนที่นอนปิกนิคกัน ส่วนอีกคนก็นอนบนเตียง โอน้อยออกแล้วก็เป่ายิงฉุปตัดสินแล้วกันว่าใครจะได้นอน”
การโอน้อยออกผลคือโป้งออกไปก่อน ดังนั้นการเป่ายิงฉุปตัดสินจึงเป็นโกลกับอรรถ
ทั้งสองจ้องหน้ากัน อรรถไม่รู้ตัวหรอกว่าตัวเองจ้องตาโกลเขม็ง ส่วนโกลก็มีอาการสงบแต่ขบกราม
“อันนี้ไม่รู้เขาจะอยากชนะหรือแพ้นะ” แม่กระซิบกับโป้ง
โป้งหันมองหน้ามารดา
แต่เธอก็เริ่มให้สัญญาณ
“ยันยิงเยาปักเป้า ยิ้ง.... ฉุป”
อรรถกับโกลจ้องตากัน ชวนให้นึกถึงนักฟุตบอลสองคนที่กำลังพุ่งเข้าหาลูกฟุตบอลที่ลอยอยู่กลางอากาศ แต่นี่ไม่ใช่ลูกฟุตบอล แต่เป็นโป้ง...

อรรถเปลี่ยนปลอกหมอนที่ได้รับมาจากวราพร แล้วหันไปเห็นโป้งกับโกลเอาที่นอนมาลองปูนอน
“ไม่เอา ตรงนี้แอร์มันลง” โป้งแย้ง
“แอร์ลงสิดี จะได้เย็นๆ” โกลตอบ
“ไม่นะ แอร์เครื่องนี้มันไม่ค่อยตัด... เดี่ยวก็หนาวตายพอดี” โป้งว่า
อรรถต้องถอนหายใจออกมา แต่แล้วโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น
“ครับแพรว...” อรรถตอบสาย หันไปเห็นโป้งมองหน้าเขา
เขาจึงรีบลุก
“เดี๋ยวนะแพรวตรงนี้เสียงดังมากเลย...”
แล้วเขาก็เดินออกไป
“มึงอะเสียงดัง” โป้งหันผลักอกโกล
โกลผลักกลับ
“มึงต่างหาก..หายใจดัง”
“มึงต่างหากหัวใจเต้นดัง”
“มึงหละตับทำงานดัง”
“ลำไส้มึงต่างหากไอ้โป้ง”
“ม้ามมึงด้วยไอ้โกล”
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:17

ตอนที่ 31 : เคลียร์ใจ อรรถ.. ต้องการความชัดเจน..
โกลกับโป้งนอนหลับไปกันทั้งคู่แล้ว แต่อรรถยังข่มตาลงไม่ได้
ทำไมเขาจึงได้ชอบโป้งมาได้มากขนาดนี้ แม้ตัวอรรถเองก็ไม่เข้าใจ
ความรักมันเริ่มจากตรงไหน.. ทั้งที่แรกเริ่มเขากับโป้งซ้อมก็แค่ฟุตบอลด้วยกันไม่ใช่เหรอ..
หรือจะมาจากแค่คำพูดปลอบใจจากโป้งตอนที่เขาพลาดหวังในการคัดเลือกเข้าเรียนตอนนั้น..หรือจะเป็นเพราะคืนวันนั้น.. วันที่เขาได้กลับมาเจอโป้งอีกครั้งหลังจากห่างกันไปนานเกือบสี่ปี...
ค่ำคืนในช่วงออกค่ายอาสาสมัยเรียนปีสอง

เพื่อนๆ คงหลับไปกันหมดด้วยความอ่อนล้า แต่โป้งซึ่งที่เป็นหนึ่งในนักเรียนของอำเภอที่ถูกเกณฑ์มาช่วยงาน โป้งกับอรรถต่างก็เป็นนักกีฬา ทั้งคู่จึงไม่ได้เหนื่อยจนเพลีย
ใต้แสงดวงดาวโป้งถามอรรถถึงชื่อกลุ่มดาวนั้นนี้
อรรถที่มีความรู้ดาราศาสตร์บ้างก็ตอบไปตามที่ตัวเองรู้
แต่แล้วโป้งก็เงียบไปนานพอสมควร

“พี่อรรถ พี่ว่าคนเรามันตลกไหม” โป้งกล่าวขึ้นโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
อรรถหันมองหน้าหนุ่มน้อย
ตอนนี้โป้งต่างไปจากที่แยกจากกันมาก เขาโตเป็นหนุ่มแล้ว ร่างกายดูปราดเปรียวและมีมัดกล้ามน้อยๆให้เห็นทั้งแขนและขา
“ตลกยังไง”
“คือพี่.. พี่อย่าหัวเราะนะ แล้วก็ห้ามรังเกียจผมด้วยนะ” โป้งขอคำสัญญา
“ผมชอบเพื่อนในทีม”
อรรถอึ้งไปนิดหนึ่ง เพราะคิดไม่ถึง
“หมายถึงทีมฟุตบอลนะเหรอ.. เฮ้ยพูดเป็นเล่น” อรรถทำหน้าเหมือนกำลังจะหัวเราะ แต่พอเห็นโป้งจ้องตาเขาก็นึกได้ว่าไม่ควร ก็เลยเปลี่ยนน้ำเสียงใหม่
“ทำไมคิดว่าเราชอบเขาล่ะ”
“ก็ไม่รู้สิพี่... มันเป็นไปเอง... แบบมันก็แปลกๆนะพี่นะ อยู่ดีๆมันก็คิดขึ้นมาเฉยเลย” โป้งถอนหายใจ
“มันก็เริ่มจากแค่ไปนอนค้างบ้านมัน มันมากอด แล้วผมก็เกิดอารมณ์ แล้วต่างคนก็ต่างเลยเถิดไปเลยน่ะพี่ แต่เราก็ตกลงกันว่าเราจะเก็บเอาไว้เป็นความลับ แต่กลายเป็นว่าเวลาเจอกันที่ไร ก็อดจะรู้สึกไม่ได้ แบบอยากเข้าไปกอดไปหอมอะไรอย่างนี้”
“ผมก็ไม่รู้นะว่าพี่ว่าทำไม แต่ตั้งแต่เด็ก ผมก็รู้ตัวนะว่าตัวเองแปลกๆ บางทีผมก็ชอบมองเพื่อนผู้ชายด้วยกัน บางทีก็เห็นมันหล่อขึ้นมาเฉยๆ ตั้งแต่เด็กๆแล้วล่ะ บางที่เห็นผู้ชายรุ่นพี่รุ่นน้าหล่อๆก็รู้สึกสนใจขึ้นมา แต่ผมก็ไม่กล้าบอกใครนะพี่”
“นี่เรากำลังจะบอกว่าเราเป็นเกย์” อรรถถามเพื่อความแน่ใจ
“แล้วพี่ว่ามันใช่ไหมหล่ะ ผมเคยเจอในอินเตอร์เน็ต เขาบอกว่าผุ้ชายบางคนก็ยอมมีอะไรกับผู้ชายได้เพื่อเงิน แต่ที่สุดก็ไปรักผู้หญิง เขาบอกว่าเวลามีอะไรกับผู้ชายก็คิดไปซะว่าทำงาน ไม่ได้รักไม่ได้ชอบอะไร แต่ผมไม่เหมือนกันน่ะพี่ ผมชอบเพื่อนคนนั้นจริงๆ เขาก็เหมือนกัน ผมแน่ใจนะ” โป้งถอนหายใจ เด็กน้อยมีแววตาสับสน
“ตอนนี้เขาตามแม่ไปเรียนที่ต่างประเทศแล้วหละ เพราะแม่ของเขาได้สามีใหม่เป็นฝรั่ง แต่ตอนวันก่อนเขาเดินทาง เขายังมาลาผม แบบว่ามันเศร้าๆจริงนะพี่ ผมร้องไห้เลยหละ”
อรรถมองหน้าโป้ง ตอนนี้โป้งมองขึ้นฟ้า..
“นี่มันเรียกว่าความรักใช่ไหมพี่ การที่เราอยากอยู่ใกล้ๆใครสักคน แล้วเวลาเขาจากไปเราก็เสียใจมาก..คิดถึงมากๆ” แล้วโป้งก็ถอนหายใจ
“แบบนี้มันผิดใช่ไหมพี่ โป้งไม่ควรชอบผู้ชายด้วยกันใช่ไหมพี่”
ความเงียบครอบครองอยู่นาน จนกระทั้งอรรถกล่าวขึ้น
“โป้ง โลกนี้มันแปลกประหลาดอยู่เรื่องหนึ่งนะ จริงๆ โลกก็สร้างให้มนุษย์เราเป็นชายกับหญิง เพื่อสามารถสืบเผ่าพันธุ์และดำรงเผ่าพันธุ์ แต่ก็น่าแปลกที่คนเราจำนวนมากกลับมีความรู้สึกต่อเพศเดียวกัน ถ้าโป้งสับสนเพราะไม่รู้ว่ามันถูกหรือผิด พี่ก็คงต้องตอบแบบแยกประเด็น ผิดในแง่ของความเป็นธรรมชาติ”
อรรถกล่าวแล้วมองออกไปในความมืดเบื้องหน้า
“แต่ก็ไม่ผิด ในแง่ของความเป็นคน.. คนเรามันมีหลากหลายนะโป้ง.. ดังนั้น..ทำไม โป้งไม่เลือกเป็นในสิ่งที่ตัวเองเป็น ทำไมโป้งไม่ลองเปิดใจให้มัน.. แล้วเลิกคิดว่ามันผิดหรือถูก แต่เลือกจะเดินตามทางของเราที่เราคิดว่าเราต้องการ”
อรรถหันมา โป้งกำลังมองหน้าเขาอยู่ ทั้งคู่สบตากันอย่างด้วยความลึกซึ้ง
ตอนนี้ทั้งคู่นั่งบนอัฒจันทน์เล็กของสนามฟุตบอลในโรงเรียนประถมที่สงบเงียบในยามค่ำคืน
“แต่ พี่ครับ ผมอยากเป็นนักฟุตบอล ใครๆก็บอกว่าฟุตบอลเป็นกีฬาของผู้ชาย... แต่ถ้าผมชอบผู้ชายด้วยกัน.. ผมจะยังเป็นผู้ชายอีกเหรอครับ”
อรรถถอนหายใจ
“โป้งยังเป็นผู้ชาย... แต่เป็นผู้ชายที่รักผู้ชายด้วยกัน.. โป้งไม่ได้อยากเป็นผู้หญิงใช่ไหมหละ แต่โป้งแค่ชอบผู้ชายด้วยกัน ถึงใครจะเรียกว่าเราว่ายัง จะเกย์ จะตุ๊ด จะแต๋ว.. จะเก้ง จะกวาง แต่เราก็รู้ว่าตัวเราเป็นอะไรใช่ไหม.. เราคือผู้ชายที่รักผู้ชายด้วยกัน.. โป้งจะนิยามตัวเองยังไงก็ได้” อรรถเอามือจับที่บ่าของโป้ง
“สำคัญคือตัวเราต้องรู้ว่าตัวเราเป็นอะไร และไม่พยายามปฏิเสธจนไม่เป็นตัวของตัวเองเข้าใจไหมโป้ง”
ทั้งสองมองตากันนิ่งเงียบ นาน...
แล้วมือของอรรถก็เลื่อนมาโอบคอ มืออีกข้างจับที่แก้มของโป้ง
“พี่ชอบโป้งรู้ไหม” อรรถขยับหน้าเข้ามากระซิบอย่างแผ่วเบา แล้วก็หอมที่ซอกคอ แล้วค่อยเลื่อนมาประกบปาก จากนั้นก็ค่อยๆโน้มโป้งให้นอนลงกับพื้นไม้ของอัฒจันทร์
ริมผีปากที่เริ่มจากบดกัน ก็กลายเป็นเผยอรับกัน และสูดลมหายใจของกันและกัน..

“หรือโป้งลืมมันไปหมดแล้ว หรือว่านั้นไม่ได้มีความหมายกับโป้งเลย” อรรถรำพึงกับตัวเองเบาๆ
แม้อรรถจะมีชีวิตโลดโพนทางเพศพอสมควรตามโอกาสที่เข้ามาจากรูปร่างหน้าตา แต่ไอสัมผัสและรสจูบของโป้งยังคงตราตรึงอยู่ แม้เขาจะมีแพรว.. แต่อรรถก็ลืมโป้งไม่ลงเสียที..
แต่ก็อย่างที่เห็น การแสดงออกของโป้งต่อโกล.. ชัดเจนมากชัดเจนเหลือเกิน
หรืออรรถควรจะยอมแพ้ให้แก่โกล แล้วปล่อยให้ทุกอย่างกลายเป็นอดีตอย่างที่โป้งเคยว่าเอาไว้...

แม้จะเป็นช่วงเมษายน อากาศบนดอยตุงกลับไม่ได้ร้อนอย่างบนพื้นราบ แต่เย็นสบายอย่างไม่น่าเชื่อ
สามหนุ่มกราบนมัสการพระธาตุคู่แห่งดอยตุง แล้วจึงเดินทางต่อไปพระตำหนักดอยตุง
อรรถคุยโทรศัพท์กับแพรวตลอด เพราะแพรวมีปัญหาติดขัดเรื่องผลการประเมินผ่านการฝึกสอน ก็เลยกลายเป็นโป้งกับโกลที่ผลัดกันถ่ายรูป หรือไม่ถ่ายเซลฟี่คู่กันท่ามกลางบรรยากาศอันงดงาม
อรรถวางสายจากแพรว มองไปก็เห็นโกลยืนอยู่เพียงลำพัง เขาก็เลยเดินเข้าไป
“โป้งไปไหน” อรรถถาม
โกลตอบบนรอยยิ้ม
“ปวดท้อง สงสัยลาบจะเป็นพิษ”
อรรถพยักหน้าแล้วเขาก็เอาเอวพิงกับเสาที่อยู่ใกล้ๆ
“นายกับโป้งคบกันใช่ไหม”
โกลนิ่ง เอาโทรศัพท์ทื่ถือไว้เก็บใส่กระเป๋ากางเกง
“เรายังเป็นคู่หูกันเหมือนเดิมครับ เรายังไม่ได้เกินเลยไปจากที่เก่า”
อรรถมองหน้าโกล ตอนนี้โกลไม่ได้มองมา แต่มองไปที่แปลงดอกไม้ข้างนอกอาคาร
“ฉันดูออก.. ทั้งนายและโป้งไม่ได้คิดกันแค่เพื่อน แววตามันฟ้อง”อรรถคาดคั้น
โกลจึงหันมา
“พี่จะคิดยังไงสุดแต่พี่ แต่ผมกับโป้งเรายังไม่ได้มีความสัมพันธ์ในแง่อื่นด้านร่างกาย.. แต่ส่วนหัวใจผมยอมรับว่าชอบโป้งจริงๆ ส่วนโป้งผมไม่ทราบ พี่ต้องถามเขาเอง”
แววตาของโกลดูแข็งกร้าว อรรถรู้ดีว่าเด็กคนนี้ไม่สมควรจะมีเรื่องด้วยมากที่สุดคนหนึ่ง เพราะเขาเอาจริง..
“ก็ช่างเถอะมันเป็นเรื่องของนายสองคน... แต่ที่ฉันอยากจะบอกคือให้นายรับทราบไว้..” อรรถกอดอกบ้างและยืนตัวตรงเผชิญหน้ากับโกล
“ฉันกับโป้งเราไม่ได้แค่พี่น้องกัน... เรามีความสัมพันธ์ลึกมากกว่าที่นายคิด ถ้านายยังไม่มีทางกาย.. ฉันก็จะแจ้งให้ทราบว่าฉันมีแล้ว”
อรรถคาดหวังอะไรจากโกล... อะไรกันที่อรรถอยากจะเห็นโกลตอบหรือแสดงออก
แต่สิ่งที่โกลตอบออกมานั้น ทำให้อรรถเองเป็นฝ่ายประหลาดใจ
“ผมทราบแล้วครับ.. โป้งเล่าให้ผมฟังหมดแล้ว”
แววตาของโกลตอนนี้ช่างนิ่งสงบเหลือเกิน..
“แต่ถ้าพี่จะถามว่าผมคิดอะไรไหม ผมคงตอบว่าไม่เลยครับ.. เพราะผมเองก็ไม่ได้บริสุทธิ์ผุดผ่องอะไร โป้งก็รู้เรื่องของผมดีเหมือนกัน” น้ำเสียงของโกลอ่านได้ยากว่าเขาคิดอะไร
“สำหรับผม.. ความรู้สึกต่อโป้งมันมากไปกว่าความต้องการแล้วครับ ตอนนี้ผมรักโป้ง.. สำหรับผมถ้าแค่ครอบครองร่างกายว่างเปล่า.. ผมยอมไม่ครอบครองเลยดีกว่า.. เพราะสำหรับผม ที่ผมรักคือหัวใจ ผมต้องการหัวใจของโป้งครับ พี่อรรถ”
อรรถเหมือนโดนต่อยหน้า.. เขาถึงกับต้องหันหนีสายตาของโกล
“ไปๆ” โป้งเดินมา ทำท่าลูบท้องมาด้วย
“โอยไม่ไหว ถ่ายเสียหมดไส้เลย”
โกลจังหันไปหาโป้ง เขายิ้มเยาะ
“เป็นไงหละ ลาบรสเด็ดสุดในเชียงราย.. ขี้แตก..”
“โหย..” โป้งอุทธรณ์
“กินทุกทีก็ไม่เป็นนนี่หว่า.. มึงหละชอบพากูไปกินอาหารดีๆ เห็นไหมลำไส้ของกูเสียลำไส้ไปเลย”
“อะไรของมึง เสียลำไส้” โกลแปลกหู
“อ้าว ก็เหมือนคนเสียไง ลำไส้กูชินกับของดีๆ อาหารธรรมดาเลยชักรับไม่ค่อยได้ มันเลยเรียกว่าไอ้ลำไส้เสียลำไส้ อันนี้ความผิดมึง มึงต้องรับผิดชอบด้วยนะเว้ยโกล” โป้งเอาหมัดชกที่แขนโกล
“เออๆ รับผิดชอบ” โกลหัวเราะ แล้วกอดคอโป้ง
“เดี่ยวให้พ่อกูมาขอมึงพรุ่งนี้เลย จะดูแลทั้งชีวิตเลย”
“เฮ้ย.. สินสอดกูแพงนะ” โป้งหันมองหน้า
“อย่างน้อยต้องทองสิบโล เงินสิบล้าน บ้านสองหลัง รถหนึ่งคัน”
“ห่า.. กะตั้งตัวเลยนะมึง..” โกลส่ายหัวแล้วทั้งคู่ก็เริ่มเดินไป
“พี่อรรถ ไปเถอะครับ เดี่ยวคนขับรถตู้จะรอ” โป้งหันมาเรียก
อรรถพยักหน้าแล้วเดินตามไป เขาพยายามทำให้ภายนอกดูสงบ แต่ภายใจกำลังอลหม่านเต็มที่
รู้หมดแล้ว โป้งบอกเรื่องนี้แล้ว.. ทำไมหละ ทำไมโป้งถึงบอกเรื่องนี้กับโกล
หรือว่า.. โป้งคิดกับโกลไปไกลจนถึงขนาดจริงใจ.. หรือโป้งจะรักโกลเข้าแล้ว..
เมื่อรักก็อยากจะเคลียร์ใจให้หมดทุกเรื่อง..
อรรถยิ่งคิดก็ยิ่งปวดใจ ที่สุดเขาก็ต้องถอนหายใจออกมายาวๆ
หรือว่าเขาควรยอมแพ้แล้วจริงๆ..

โป้งอาบน้ำเสร็จแล้ว เขาก็กำลังรื้อของที่อยู่ในตู้ออกมา เพราะเมื่อสักครู่วราพรพึ่งสั่งให้เขาไปรื้อเสื้อผ้าเก่าออกมาเพื่อเอาไปบริจาคให้เด็กยากจน
อรรถนั่งอยู่บนเตียงมองโป้งรื้อของอยู่สักครู่
“โป้ง.. โป้งเล่าให้โกลฟังเรื่องของเราหรือ”
โป้งหยุดมือ ก่อนจะลงมือแยกเสื้อต่อไป
“พี่ไม่ได้บอกผมนี่ครับว่ามันต้องเป็นความลับ” โป้งสวนย้อนแบบเบาๆ
อรรถนิ่งไป เขาหันไปมองรูปถ่ายของโป้งตอนที่รับตำแหน่งผู้เล่นทรงคุณค่า ของฟุตบอลถ้วย ก. รุ่นอายุ 16ปี ทั้งที่ทีมโรงเรียนเชียงรายสมบูรณ์อุปถัมภ์ของเขาผ่านไปได้แค่รอบรองชนะเลิศ
“โป้งชอบโกลมาเลยใช่ไหม” อรรถถามตามตรง
โป้งหยุดมืออีก คราวนี้นานเลยกว่าเขาจะตอบออกมา
“ถ้าผมตอบไป คำตอบของผมจะมีผลอะไรรึเปล่า... มันจะทำให้ผมกับพี่ต้องเลิกเป็นพี่น้องกันรึเปล่าครับ หรือถ้าพี่รู้พี่ก็ยังนับผมเป็นน้องของพี่เหมือนเดิม”
อรรถอึ้งนิ่ง..เขามองเพดานก่อนจะตอบ
“โป้งเป็นน้องพี่.. ต่อให้พี่จะไม่ได้รู้สึกกับโป้งอย่างที่พี่เป็นอยู่ โป้งก็คือน้องของพี่”
โป้งเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันมา
“พี่อรรถครับ.. คำตอบของผมคือใช่ครับ”
อรรถรู้สึกราวคำพูดนั้นเป็นคมมีด มันกำลังบาดหัวใจอรรถจนมันเจ็บแสบไปหมด
“จริงอยู่ที่เรายังไม่ได้มีอะไรกัน.. แต่ผมก็รักเขา.. มันมากกว่าความเป็นเพื่อนหรือคู่หู เวลามีโกลอยู่ด้วยผมจะรู้สึกว่าโลกมันน่าอยู่กว่าเดิม.. ผมมีความสุขเวลาได้อยู่ใกล้ๆกับเขา ผมหัวใจเต้นแรงทั้งที่เราไม่ได้กอดหรือจูบกัน.. ผมแค่อยากอยู่ใกล้ๆเขา เพราะเวลาที่มีเขาอยู่ใกล้ๆผมจะมีความสุข” โป้งบอกออกมาจากความรู้สึก
แววตาของโป้งตอนนี้เหมือนลอยละล่องไปหาโกลเสียแล้ว
อรรถถึงกับต้องหลับตาลง ข่มความเจ็บปวด ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งเพื่อมองโป้ง
“แล้วพี่หละ โป้ง.. ความสัมพันธ์คืนนั้นของเรา มันไม่ได้มีความหมายอะไรเลยอย่างนั้นเหรอ” อรรถถามออกไปทั้งที่หวาดกลัวคำตอบ
แต่ยิ่งเจ็บก็ยิ่งดีไม่ใช่เหรอสำหรับตอนนี้
โป้งพับเสื้อตัวหนึ่งกลับคืนใส่ตู้ไป
“พี่อรรคครับ คืนนั้นมันเป็นเซ็กซ์ที่ดีครับ... ยอมรับ ผมมีความสุขกับมัน.. แต่..” โป้งหันกลับมา “ผมก็ยังไม่สามารถมองพี่เป็นอย่างอื่นได้อยู่ดี พี่ยังเป็นพี่ชายของผมเหมือนเดิม.. ผมอาจนอนกับพี่ได้อีก กี่ครั้งกี่หน แต่พี่ก็ยังเป็นแค่พี่ชายผมอยู่ดี..”
“จำที่ผมบอกได้ไหม เรื่องบทสัมภาษณ์ผู้ชายขายตัวคนนั้น.. มีประโยคหนึ่งที่ผมอ่านตอนแรกก็ไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว.. การมีเซ๊กซ์อาจไม่ได้หมายถึงการมีรัก.. เพราะรักคือความรู้สึกจากใจ แต่เซ๊กซ์เป็นแค่ความต้องการทางกาย“
อรรถมองตาโป้ง
“แล้วพี่นั้นหละครับที่ทำให้ผมเข้าใจ พอหลังจากเราแยกกัน ผมถึงได้นั่งทบทวนว่าทำไมผมถึงได้มีเซ็กซ์กับพี่ได้ ทั้งที่ผมก็คิดกับพี่แค่พี่น้อง.. แล้วผมก็มาถามตัวเองว่าหลังจากนี้หละ ผมรักพี่เป็นแบบอื่นไหม.. คำตอบของผมคือไม่เลย.. ผมยังมองเห็นพี่เป็นแค่พี่ชายที่ห่วงใยอาทรผม.. ยิ่งเรากลับมาเจอกันอีก ผมก็ยิ่งแน่ใจ..“
“ผมไม่สามารถรักพี่เป็นอย่างอื่นได้ นอกจากพี่ชายครับ” โป้งกล่าวออกมา คำพูดนั้นเหมือนกับเป็นการตอกย้ำ เพราะมันหนักแน่นและเข้มแข็งอย่างมาก
อรรถหลับตาลงแน่น เพื่อข่มใจ แล้วเขาก็กลืนความเจ็บปวดทั้งสิ้นลงไปก่อนจะตอบ
“ขอบใจ.. พี่เข้าใจแล้ว.. พี่เข้าใจ”

นอกบานประตูที่เปิดแง้มไว้อย่างจงใจในตอนที่โกลออกไปจากห้องเพื่ออาบน้ำ โกลได้ยินคำพูดของโป้งอย่างแจ่มแจ้ง
เขามีสองความรู้สึกในตอนนี้ ใจหนึ่งก็คือปลาบปลื้ม แต่อีกใจก็อดสงสารอรรถไม่ได้..
อรรถคงจะฝังใจกับโป้งมาก.. และเขาคงเสียใจมากที่โป้งตอบกับเขาอย่างนี้
แต่.. ยังไงก็ได้แค่สงสาร... เพราะถ้าพูดขนาดนี้อรรถยังจะดื้อดึง เขาคงไม่ยอมแล้ว.. เขาจะไม่ยอมให้ใครมาแย่งโป้งไป.. เพราะโป้งคือดวงใจของเขา...
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:18

ตอนที่ 32 : วราพร โกลรักโป้งใช่ไหม(รีไรท์)
โกลจอดรถจักรยานยนต์ของวราพรลงตรงตำแหน่งที่โป้งชี้
โรงเรียนเก่าของโป้งเป็นโรงเรียนเอกชนขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง แต่วันนี้เป็นวันปิดเทอมจึงมีแต่นักกีฬาประเภทต่างๆและนักเรียนที่ทำกิจกรรม อื่นๆเท่านั้นมาโรงเรียน
“ปกติที่นี่ใส่กางเกงสีอะไร” โกลถามตอนเดินไปตามทางเดิน
“น้ำเงิน” โป้งตอบ
โกลมองพินิจโป้งแล้วยิ้มกระหยิ่ม
“อะไร..” โป้งสงสัยมองสำรวจตัวเองบ้าง
โกลยิ้มจางๆ
“ก็แค่กำลังจินตนาการว่าโป้งเวลาใส่กางเกงน้ำเงินจะเป็นยังไง.. มันคงน่ารักดี.. เซ็กซี่น่าดู”
โป้งเอาตัวกระแทกโกลจนเซ
“คิดลามกอีกหละสิ.. รู้หรอก.. ไอ้ก้านก็กางเกงน้ำเงิน มึงไม่รู้สึกว่ามันเซ็กซี่รึไง”
โกลส่ายหน้า
“ไม่ไหวล่ะ มันกวนตีนจะตาย.. แถมมันยังเป็นมารหัวใจอีก.. แต่..” โกลลากเสียง “ถ้ามันไม่คิดจะจีบมึง... กูก็อาจจีบมันดู.. ขาวๆอย่างนี้.. ท่าจะเด็ด.. “
โป้งทำหน้าเหม็นเบื่อความหื่นของโกล

“ไอ้โป้งมา” เสียงดังมาก่อนที่โป้งจะเดินเข้ามาในสนามด้วยซ้ำ
เพื่อนๆของโป้งถึงกับทิ้งการวอร์ม วิ่งมาโป้งกันหมด เหลือแต่พวกหน้าใหม่ที่ไม่เคยรู้จักโป้งที่ยังวอร์มอยู่
“เฮ้ยเบาๆ กูสวัสดีโค้ชก่อนเบา” เพราะบรรดาเพื่อนต่างเข้ามามะรุมมะตุ้มกันอย่างล้นหลาม
ที่จริงโกลก็เคยเห็นแล้วว่าเพื่อนร่วมทีมเก่าของโป้งรักโป้งกันแค่ไหน แต่ก็ยังอดตื่นใจไม่ได้
โค้ชทิม ผู้ฝึกสอนรับไหว้โป้ง
“นี่จะไปเล่นให้พี่อำนาจใช่ไหม” โค้ชถาม
“ครับ” โป้งตอบ
“อืมดีแล้วหละ เพราะพี่อ่ำนะ แกยังไงก็เป็นคนฟุตบอล แกต้องทุ่มเทมากให้สโมสรอยู่แล้ว”
แล้วโค้ชทิมก็หันมาโกล
“นายด้วยเหมือนกันนี่.. แหม่อย่างนี้ทีมนี้ก็น่าติดตาม มีทั้งไอ้โป้ง มีทั้งนาย รุกก็คม รับก็เหนียว.. “
โกลได้แค่ยิ้มเพราะไม่รู้จะทำอะไรดีกว่านั้น
“แล้วไม้หละครับ” โป้งถาม
“ไปทดสอบฝีเท้ากับเชียงรายยูไนเต็ด ไปสามวันแล้วหละ สงสัยน่าจะได้นะ” โค้ชทิมบอก แล้วมองไปในสนาม
“ที่เหลือ เด็กพวกนี้ พอจะเล่นดิวิชั่นหนึ่ง สอง สามได้ แต่พรีเมียร์ก็คงมีแค่ไม้คนเดียวนั้นหละ”
โป้งก็มองเพื่อนแต่ละคนกำลังยืดเส้นยือดสายกันอยู่
“เออ.. ไหนๆก็มาแล้ว มาโชว์ให้เด็กรุ่นใหม่มันดูหน่อยสิว่า ตอนนั้นนายทำยังไงถึงได้พาเราไปถึงรอบรองได้ มีชุดไหม ถ้าไม่มี ก็จะได้ให้ใครไปเอาชุดแข่งมาให้”
โป้งกับโกลมองหน้ากัน
“มีแล้วครับ” โป้งตอบแล้วชูกระเป๋าที่สะพายมาด้วย “ผมกะมาขอโค้ชให้ช่วยฝึกให้อยู่แล้วครับ ไม่ได้ซ้อมนานเดียวสนิมกิน”

โป้งได้ลูกจากเพื่อนก็ค่อยๆเลี้ยงรอเพื่อนๆให้ขึ้นมาเติมเกมรุกอย่างไม่รีบร้อน ดังนั้นจึงโดนฝ่ายตรงข้ามเข้ามาประกบ นายคนนี้ไม่เคยเห็นหน้า..
โป้งคลึงบอลไปช้าๆแต่กินแดนเข้าไปในลักษณะเดินหน้าจากริมเส้นด้านซ้ายมุ่งขวาเข้าหาหน้าประตู คนเข้ามาประกบก็ไม่กล้าจะพรวดเข้าสกัด เพราะรู้ดีว่าโป้งรวดเร็วมาก
แต่กระนั้นโป้งก็เปลี่ยนจังหวะบอลฉับพลันเตะออกไปช้างๆในลักษณะเดินหน้า ไปแล้ววิ่งไปตามไป
คนประกบรู้ตัวว่าเสียท่า ก็รีบวิ่งตาม แต่โป้งดึงบอลหยุดกะทันหัน แล้วพลิกวิ่งไปทางขวา เล่นเอาผู้เล่นที่ตามมาเบรกหัวทิ่ม ได้แต่มองโป้งพาลูกฟุตบอลหนีไปอย่างง่ายดาย
พอหลุดได้หนึ่งก็มาเจออีกหนึ่ง คราวนี้เป็นคนคุ้นหน้า เป็นกองกลางที่เป็นตัวสำรองของไม้เมืองเพื่อนเก่า
โป้งแย้มรอยยิ้ม แล้วเขาก็เริ่มลีลา สับขาหลอกสองที แล้วทำท่าเหมือนจะเตะบอลด้วยขวา สหายเก่าก็ผงะจะออกไปบังทาง แต่เขาก็จ่ายลูกรอดขาที่ถ่างออกของคนประกบ แล้ววิ่งอ้อมไปหาลูก
จากตรงนี้ก็เกือบสามสิบหลา โป้งเห็นกองหลังสองตัวขยับจะออกมา นั่นทำให้มีช่องว่าง โป้งไม่รอช้า.. เตะด้วยเท้าซ้าย ปั่นลูกโค้งขวา ลูกไซด์โป้ง... ผ่านมือผู้รักษาประตูที่มัวแต่ลังเลไปตุงตาข่าย
“ก็บอกแล้วให้ระวัง ระวัง” โค้ชทิมบ่น
“ระวังยังไงหละ อาจารย์” นักฟุตบอลที่ไม่ได้ลงสนามหันมาท้วง
“ตอนนี้ไอ้โป้งเล่นได้สองเท้า จะดักซ้ายมันก็ใช้ขวา จะดักขวามันเตะซ้าย.. กันไม่ไหวหรอก ไม่ไหวจริงๆอาจารย์”
โค้ชทิมได้แต่ถอนหายใจ โป้งยิ่งเก่งขึ้นทุกวัน เขามีพร้อมทั้งพรสวรรค์ โอกาส และพรแสวง เด็กคนนี้ข้ามขั้น ข้ามวัยไปแล้ว.. ถ้าจะถามทิม คนที่อยู่ในแววดวงฟุตบอลมายาวนาน จะมีใครสักคนยืนในระดับโลกได้
เด็กคนนี้หละ ที่จะไปยืนผงาดตรงจุดนั้นได้แน่นอนที่สุด
มองกลับลงไปในสนาม ก็เห็นฝ่ายที่พึ่งเสียประตูทำเกมบุกขึ้นมา แล้วก็ทำได้ดี จนได้จังหวะยิงจ่อๆในกรอบเขตโทษ แต่โกลรับได้สบายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ลูกยิงนั้นทั้งเร็วและแรง..
นี่ก็อีกคน.. นายประตูร่างสูงคนนี้ ไม่แน่นะ เขาอาจกลายเป็นปีเตอร์ ชไมเคิลเมืองไทยไปก็ได้
โกลทำท่าโบกมือไล่ทีมให้เดินหน้าขึ้นไป แล้วเขาเตะโด่งเปิดเกมออกไปกลางสนาม..
“อาจารย์คิดผิดแล้วที่ให้มันสองคนทีมเดียวกัน... แบบนี้ใครจะไปสู้ได้ สองคนนี้ทีมชาติทั้งคู่นะอาจารย์” เด็กคนเดิมกล่าวอีกแล้วส่ายหัว

โกลตกใจกับขนาดกระเป๋าที่วราพรจัดเตรียมให้โป้ง เพราะมันกระเป๋าลากสี่ล้อขนาดใหญ่มากหนึ่งใบ จนเขาต้องแอบกระซิบกับโป้ง
“นี่แม่ของมึงคิดว่า ภูเก็ตมันกันดารขนาดนั้นเลยเหรอวะ” โกลกล่าวเสียงเบา “มันเจริญมากเลยนะเว้ย”
โป้งได้แค่ผงกหัวเงิ่ดๆ
“ครั้งที่แล้วกูก็โดนแบบนี้หละ แต่พอแม่ตามไปจัดของแล้วมันหาที่เก็บไม่ได้ ก็ขนกลับเอง”
“โป้ง..” วราพรเดินออกมาจากครัว “เดี่ยวโป้งไปซื้อถ่านไฟฉายให้แม่สักสองสามแพ็คสิ”
โป้งสะดุ้ง
“แม่จะให้โป้งเอาไปด้วยเหรอครับ”
วราพรท้าวสะเอว
“ไม่ใช่ยะ ฉันจะเอาไว้ใช้ที่บ้าน”
โป้งลูบอกอย่างโล่งใจ
“ขนาดอะไรครับแม่”
“AA” วราพรบอก
“เดี่ยวโกล” วราพรรั้งไว้ก่อน เพราะรู้ดีว่าโป้งจะต้องชวนโกลไปด้วย เนื่องจากโกลมีใบขับขี่จักรยานยนต์ แต่โป้งไม่มีแม้จะขี่เป็น
“โกลมาช่วยน้าติดสติ๊กเกอร์บังแดดหน่อยสิ น้าซื้อมาแล้วหละ แต่ติดไม่ถึง”
“อ้าวแล้วผมจะไปยังไง” โป้งท้วง
“ก็จักรยานสิค่ะ คุณชายโป้ง... หรือจะวิ่งไปก็ได้ วิ่งเก่งอยู่แล้วไม่ใช่เหรอเราน่ะ” วราพรตอบบนรอยยิ้มเชือดเฉือน

โกลจัดการติดแผ่นสติ๊กเกอร์บนกระจกอย่างเรียบร้อย แถมเรียบเนียน
“แหม่เราก็ทำงานละเอียดเก่งเหมือนกันนะ ถ้าเป็นตาโป้งมีหวังเป็นปูด เป็นปมไปหมด เราติดดูเรียบร้อยดีนะโกล” วราพรกล่าว
โกลจึงลงจากเก้าอี้ แล้วทำท่าจะเอาเก้าอี้ไปเก็บ
“โกลชอบโป้งใช่ไหม”
คำพูดของวราพรทำให้โกลชะงักค้าง เขาหันมาหามารดาของโป้ง
“บอกน้ามาตามตรงเถอะ.. น้าเป็นผู้ใหญ่กว่าเรา แม่อ่านสายตาเราออก โกลคิดกับโป้งมากกว่าเพื่อนใช่ไหม” วราพรมองตาเด็กหนุ่ม
โกลถึงกับต้องกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ... เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี จะโกหกก็คงไม่สนิทใจ จะพูดความจริงก็..
“น้ารู้เรื่องโป้งเป็นเกย์นานแล้วหละ โกล.. โป้งบอกกับน้าเอง” วราพรกล่าวแล้วก็หันมองไปที่ตู้โชว์ที่มีรูปโป้งในชุดนักฟุตบอลเรียงไล่ตามวัย
“วันหนึ่ง โป้งเขามาสารภาพกับน้าว่าเขาชอบผู้ชายด้วยกัน.. ตอนนั้นจะให้พูดตามตรง น้าตกใจมาก และทำอะไรไม่ถูกเลย แต่น้าไม่กล้าแสดงออกให้โป้งรู้ ถึงโป้งจะสัญญาว่าเขาจะยังคงเป็นลูกชายของน้าต่อไป ไม่ได้จะเป็นลูกสาว แต่ก็นะ.. น้าก็คาดหวังว่าเขาจะเป็นผู้ชายเต็มตัว มีครอบครัวที่อบอุ่นต่อไป..”
โกลเห็นแววตาวราพรแล้วก็สลดลง
“น้าต้องทำใจนานมาก จนกระทั้งน้าหมอต้องออกปากเอง ทั้งที่ปกติเรื่องที่เป็นส่วนตัวของโป้งกับน้า เขาจะไม่เคยยุ่ง น้าหมอบอกกับน้าว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พูดยาก ถ้าหากน้าไม่ยอมรับ แล้วโป้งเกิดเตลิดไปเลยเพราะการต่อต้าน น้าก็ต้องเจ็บปวด หรือถ้าโป้งปิดบังเอาไว้ แล้วทำตัวเป็นผู้ชายปกติ มีแฟน แต่งงาน มีลูก แต่ไปแอบมีความสัมพันธ์กับผู้ชายด้วยกัน.. แฟนของโป้งในอนาคตก็ต้องเจ็บปวด น้าเองก็ต้องเจ็บปวดอีก” วราพรเอามือประสานที่อก
“ที่สุดน้าก็ทำใจได้ แต่น้าขอโป้งไว้ว่า ถ้าจะคบหาใคร ก็ต้องคบหาด้วยความรัก ไม่ใช่คบหาด้วยความใคร่ แล้วก็เอาชีวิตไปเสี่ยงกับโรคเอดส์ แล้วน้าก็ขอให้เขาเล่นฟุตบอลต่อไป ซึ่งข้อหลังโป้งเขาก็ยินดีทำตามอยู่แล้ว น้าก็เลยคลายใจ”
“โป้งบอก กับน้ามาตั้งแต่ม.สอง ตอนนี้ก็สองปีแล้ว น้าทำใจได้แล้วจริงๆ เพราะโป้งก็ยังเป็นนายโป้งคนเดิมไม่เปลี่ยนไป.. แต่ที่น้าถาม น้าแค่อยากจะรู้ว่าเรากับโป้งเป็นอย่างที่น้าคิดหรือเปล่า บอกแม่มาตามตรงเถอะ” วราพรกล่าวเชิงขอร้อง
โกลหลับตาลงก่อนจะตอบออกไป
“ผมรักโป้งครับ”
แล้วโกลก็มาสู้สายตากับวราพร
“ผมจริงใจกับโป้ง ผมไม่ได้ต้องการอะไรจากโป้ง ขอแค่โป้งรักผมก็พอ.. ถ้าคุณน้าจะรังเกียจผม ผมก็จะยังรักโป้งต่อไป”
แววตาของเด็กหนุ่มฉายอย่างมาดมั่น ดวงตานั้นจริงจังและไม่อะไรเคลือบแฝง
วราพรจึงยิ้มออกมา แล้วเธอก็เดินมาจับที่ท่อนแขนของโกล
“งั้นน้าฝากโป้งด้วยนะ โป้งเหมือนจะเข้มแข็งแต่เขาอ่อนโยนเกินไป และห่วงใยคนอื่นมาเกินไป น้าอยากให้โกลดูแลเขาให้ดี ถึงน้าจะรู้จักโกลได้แค่สองอาทิตย์ แต่น้าก็เห็นได้ว่าโกลเป็นเข้มแข็งกว่าโป้งมาก”
“จำไว้นะโกล.. ความรักบางทีมันก็ไม่พอหรอก โกลต้องเติมด้วยความเข้าใจ โกลต้องเข้าใจโป้งให้มาก รู้จักโป้งให้มากและต้องรู้จักอดทน.. ตรงนี้น้าเคยสอนโป้งบ่อยๆ ก็เลยอยากจะบอกโกลด้วย”
“เจ้าโป้งน่ะ ในสนามเก่งกาจ สามารถ แต่ชีวิตจริงขี้ลืม ขี้ใจอ่อน ขี้สงสาร แล้วก็เข้าใจอะไรได้ยาก โดยเฉพาะเรื่องวิชาการ บางทีก็แอบมีอารมณ์ศิลปิน บางทีก็โลเล นายคนนี้มีนิสัยไม่ดีหลายอย่าง แต่เราต้องปรับกันไป โป้งส่วนหนึ่ง โกลส่วนหนึ่ง อย่างนี้เราสองคนถึงจะเข้ากันได้ เข้าใจไหม”
โกลรู้สึกเหมือนน้ำตาจะเอ่อออกมา แต่เขายั้งมันได้ทัน ก่อนจะให้คำมั่น
“ครับ.. โป้งเคยพยายามเข้าใจผมมามากแล้ว ตอนนี้ผมก็ทำพยายามเหมือนกัน ผมจะพยายามเข้าใจโป้งให้มากขึ้นครับ”
วราพรยิ้ม ทำไมหนอ เธอกลับมองเห็นโป้งกับโกลเดินจับมือกันไปบนหนทางที่แสนยาวไกล..
ทำไมหนอ.. เธอจึงสามารถจินตนาการถึงเวลาแสนอบอุ่นของเขาทั้งคู่
และทำไมหนอ เธอถึงได้เชื่อคำพูดนั้นของโกล
ส่วนโกลแม้จะรู้จักวราพรได้แค่ไม่กี่วัน แต่เขารู้สึกประทับใจเธออย่างยิ่ง และรู้สึกราวกับเธอเป็นแม่ของเขาเอง..
บ้านของโป้งไม่ใหญ่โตเหมือน คฤหาสน์ทรงยุโรปของพ่อ และไม่ได้เพียบพร้อม..
แต่บ้านนี้กะทัดรัดและแน่นด้วยความอบอุ่นจริงใจ เป็นสถานที่ซึ่งโกลใฝ่หามาตลอด.. ตลอดชีวิตของเขา...

ตอนนี้แม้เตียงจะไม่มีคนนอนแล้วเพราะอรรถกลับไปตั้งแต่อาทิตย์ก่อน แต่โป้งกับโกลก็ยังเลือกจะนอนพื้น พอปูที่นอนเสร็จโป้งก็หันไปมองโกลปิดไฟ แล้วเดินมานั่งจัดที่นอนตัวเองอยู่ข้างๆ
“วันนี้ แม่พูดอะไรกับมึงใช่ไหม” โป้งตามตามตรง เพราะอ่านออกว่าที่แม่ของเขาให้เขาไปซื้อถ่านไม่ใช่เพราะอยากได้ แต่เพราะต้องการให้โกลอยู่ลำพังกับเธอนั่นเอง
โกลยิ้ม รอยยิ้มนั้นเห็นได้แม้จะมีแค่แสงสลัวลอดเข้ามาทางหน้าต่าง
“เขาบอกให้กูพาพ่อมาสู่ขอตามประเพณี เขาบอกว่าเอาทองแค่บาทเดียวพอ เดี่ยวเขาจะแถมข้าวสารให้ห้ากระสอบเพราะมึงกินจุ”
“ไม่ใช่ละ” โป้งดันไหล่โกล ก่อนจะตั้งท่าจริงจัง
“เอาดีๆสิ กูอยากรู้”
โกลมองตาโป้ง แม้จะในความมืดก็ยังเห็นแววตาของโป้งได้
“เขาถามกูว่ากูชอบมึงเหรอ”
โป้งเงียบไป
“แล้วมึงตอบว่าไง”
โกลมองตาโป้งนิ่งๆ แล้วเขาก็ขยับเข้ามาใกล้
“กูก็บอกไปว่ากูรักมึงไง”
ทั้งสองมองตากันนิ่งในระยะหายใจรดกันและได้ยินเสียงหัวใจของกันและกัน.. แต่ก็เป็นโกลที่จูบหน้าผากโป้งอย่างแผ่วเบา
“เขาบอกให้กูดูแลมึงให้ดี กูก็สัญญากับเขาว่ากูจะทำให้ดีที่สุด”
แล้วโกลก็ถอยกลับไปนอน
“นอนเหอะพรุ่งนี้ไฟลท์เช้าไม่ใช่เหรอ”
โป้งมองโกลที่นอนลงจริงๆแล้วหลับตา
โป้งรู้ดีว่าแม่ของเขาคงเสียใจไม่ได้น้อยกับเรื่องของเขา แต่แม่ก็ยังเลือกจะยอมรับมากกว่าปฏิเสธ.. และเปิดใจกระทั้งยอมรับโกลด้วยอีกคน
ขอบคุณครับแม่ โป้งบอกในใจ
แล้วเขาก็นอนลง โดยจงใจนอนเบียดโกล
“จะเบียดทำไมที่ตั้งกว้าง” โกลร้อง
“ก็กูบอกว่าแอร์มันตกตรงนี้ มันหนาว มึงเลือกจะนอนตรงนี้กูก็ต้องเบียดมึงให้อุ่นไง” แล้วโป้งก็กอดร่างโกลไว้
“ตัวมึงอุ่นจังหวะ”
โกลยิ้มชอบใจ แล้วก็ซบหัวลงบนหัวเกรียนๆของโป้ง กอดตอบร่างนั้น แล้วจูบบนหน้าผากของโป้ง ก่อนจะหลับตาลงอย่างมีความสุข
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:18

ตอนที่ 33 : สู่ภูเก็ต อำลาทีม อำลารัก เดฟกับวู๊ดเดินมาถึงทางแยก(รีไรท์)

นัดกระชับมิตรระหว่างทีมชาติไทย U19 กับประเทศหมู่เกาะหนึ่งในมหาสมุทรอินเดีย จบลงด้วยสกอร์ถล่มทลายของทีมชาติไทย 8:0
โป้งได้ลงเป็นตัวจริงในครึ่งแรก และเล่นต่ออีกสิบนาทีในครึ่งหลัง แม้ยิงไปได้แค่ประตูเดียวแต่กลับได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามจากสื่อมวลชน เพราะสี่ประตูในครึ่งแรกมาจากการเตะเปิดบอลไปอย่างแม่นยำของเขาทั้งสิ้น แล้วที่ยิงประตูได้ในครึ่งหลังจากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษที่ได้มาจากการที่ท๊อป ศูนย์หน้าตัวเก่งโดนกระแทกล้มลง
แต่โป้งก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร เพราะเขามีเรื่องอื่นต้องสนใจอีก
โป้งและโกลมาซ้อมร่วมทีมนวสาครเป็นวันสุดท้าย ทั้งที่จริงแล้วสถานภาพนักเรียนของพวกเขาสิ้นสุดลงไปแล้วจากการยื่นลาออก
พอจบการซ้อม โป้งกับโกลก็ออกมายืนตรงหน้าเหล่าเพื่อนและรุ่นน้องที่จะขึ้นมาเสริมทีมในการศึกษาหน้า
“เราประสบความสำเร็จได้สองถ้วยก.ต่อเนื่องกันสองปี ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมมากที่สุดเท่าที่โรงเรียนของเราทำได้นับจากการสถาปนาโรงเรียน คนที่มีส่วนมากคนหนึ่ง นอกจากผู้เล่นตัวหลักอื่นๆ แล้วก็คงต้องบอกว่าคือนายโกล กรกฏผู้รักษาประตูของเรา เพราะในตอนที่เราได้แชมป์รุ่นสิบหกปี เขาเสียประตูไปแค่สองประตูเท่านั้น”
เพื่อนพร้อมใจกันปรบมือให้โกล
“ส่วนปีนี้ โกลก็ยังคงโชว์ฟอร์มได้ดี ทำให้ผมสั่งพวกคุณเดินเกมรุกได้อย่างสะดวกใจมากขึ้น เพราะมีเขาป้องกันประตู “
โค้ชป้อมมองไปรอบๆ
“มาปีนี้ พวกเราได้อาวุธใหม่ อาวุธชนิดนี้เป็นอาวุธนำวิถีที่แม่นยำ และยังรวดเร็ว แถมเขายังเป็นแบบอย่างของคนที่มุ่งมั่นกับการฝึกฝนและพัฒนาตนเอง ตรงนี้คงจะไม่มีใครปฏิเสธว่า การที่เราได้สองแชมป์ใหญ่ในปีนี้ก็เพราะเขามีส่วนอย่างมาก” ป้อมเพชรเอามือบีบไหล่โป้ง
“นายโป้งของเราจึงเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่สุดของเราในปีที่ผ่านมา”
ทั้งทีมปรบมืออีกครั้ง
“ตอนนี้ทั้งสองคนก้าวไปสู่อีกระดับของชีวิตนักฟุตบอลแล้ว ซึ่งพวกเขาได้ลาออกจากโรงเรียน และกำลังจะเดินทางไปภูเก็ต เพื่อร่วมทีมกับทีมกับ ภูเก็ตยูเนียน ซึ่งเป็นทีมที่ซื้อสิทธิการแข่งขันมาจากทีมอื่น ทำให้พวกเขาจะได้เล่นในไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้”
สมาชิกทีมก็ปรบมือกันอีก
“เอาหละ ตอนนี้ก็อยากให้ทั้งสองคนกล่าวกับเพื่อนๆ เป็นการอำลาเสียหน่อย เริ่มจากโป้งก่อน”
โป้งมองหน้าอาจารย์ป้อมเพชร แล้วก็ก้าวออกมา
“จริงๆแล้ว การมาร่วมทีมกับทุกคนต่างหากที่เป็นความภูมิใจของผม ทีมของเรามีคนที่มีฝีเท้าดีอีกหลายคน อย่างปอนี่ก็ถือเป็นศูนย์หน้าที่เก่งที่สุดของผมเลยนะ ตั้มก็เป็นกองหลังที่ผมเล่นด้วยแล้วลำบากใจ วู๊ดก็เป็นกัปตันทีมยอดเยี่ยม จอมก็เป็นกองหลังที่เล่นได้ดีมาก แล้วก็อีกหลายคน”
“ผมสนุกมากที่ได้เล่นกับพวกนายทุกคน และผมขอขอบคุณมิตรภาพของพวกนายทุกคนด้วย” โป้งกล่าว
“แล้วผมก็อยากให้ทุกคนลองไปทดสอบฝีเท้ากันดู ไม่แน่นะครับ วันหนึ่ง ผมอาจได้เล่นในสนามเดียวกับพวกคุณอีก ถึงแม้จะเป็นคู่แข่งกัน ผมก็อยากนะ เพราะผมเชื่อว่าทุกคนมีความสามารถ อย่าขาดความมั่นใจ แล้วก็อย่าท้อถอยในการการฝึกฝน”
“ผมล่วงหน้าไปก่อน แต่ผมจะคอยมองกลับมาและรอคอยพวกคุณอยู่ตรงนั้น”
“โอ้ยซึ้งว่ะ”จอมร้องออกมาแล้วถอดแว่นออกเช็ดน้ำตา เพื่อนหัวเราะคิกคักกับอาการของจอม
ป้อมเพชรยกมือให้หยุด แล้วหันมาหาโกล
โกลก้าวออกมา
“สำหรับผม ผมก็คือคนที่อยู่กับพวกคุณมาหลายปี พวกเราฝึกฝนฟุตบอลมาด้วยกันตลอดสี่ปี” เขากวาดตาไปหาเพื่อนที่คุ้นเคย เขายังจำได้ถึงหน้าแสนเยาว์ของพวกเขาตอนเข้ามาม.หนึ่ง
“ถึงแม้ผมจะมีความแตกต่างยังไง ผมอาจเป็นคนแปลกๆในสายตาคนอื่น ผมอาจมีรสนิยมต่างจากคนอื่น แต่เพื่อนๆก็ไม่เคยรังเกียจผมเลย ผมยังได้รับมิตรภาพของทุกคนอยู่เสมอในทุกสถานการณ์”
“ทีมฟุตบอลเป็นเหมือนสถานที่ซึ่งผมได้รับความอบอุ่น ผมรักทุกคนมาก แต่ที่ผ่านมาผมไม่ได้แสดงออก เพราะผมมันเป็นคนแบบนี้เองหละ ถ้าผมจะอินดี้เกินไป หรือเคยทำอะไรให้พวกคุณขุ่นใจ ผมก็ต้องขอโทษ” โกลมองตาเพื่อนแต่ละคน ตอนนี้เองที่เขานึกถึงป้อง..
“แต่สำหรับผม เพื่อนๆทุกคนเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผม และผมก็ภูมิใจที่มีส่วนในทีมที่ดีอย่างทีมของนวสาคร ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจ ขอบคุณสำหรับมิตรภาพ และขอบคุณทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจกันมา”
“ผมจะไม่มีวันนี้ถ้าไม่มีทุกคน เพราะผมคงไม่สามารถฝึกฝนตัวเองได้ตามลำพัง ผมไม่สามารถรับลูกได้ดี ถ้าไม่ใช่เพราะผมต้องรับมือกับลูกยิงที่ทั้งแรงและส่ายของปอทุกวัน” เขามองหน้าปอ ปอก็ยกกำปั้นให้
“ผมคงจะไม่มีสถิติป้องกันประตูที่ดีถ้าไม่มีจอมคอยกันและป้องกันประตู” พอมองหน้าจอม เขาก็มัวแต่ปาดน้ำตาที่ไหลออกมาอีก
“ผมคงจะลาออกจากทีมไปแล้ว ตอนที่ผมยอมรับว่าตัวเองเป็นเกย์ ถ้าไม่มีวู๊ดมาคุยและเปลี่ยนใจผม” โกลสบตาวู๊ดที่แม้มปากและพยักหน้า
“และที่สำคัญ ผมจะไม่มีวันนี้เลย ถ้าโค้ชป้อมไม่ให้โอกาสผมและยังสนับสนุนผมให้เดินในทางของผู้รักษาประตู”
ตอนนี้เพื่อนเงียบกริบมองหน้าโกล
“ทุกคนเป็นครอบครัวของผม เป็นความอบอุ่นของผม เป็นที่ทำให้ผมยังอยากอยู่ในโลกใบนี้ต่อไป ผมรักทุกคน และหวังว่าทุกคนจะเดินตามทางที่ผมกับโป้งล่วงหน้าไป ผมจะดีใจมากถ้ายังมีโอกาสได้รับลูกยิงของปอ หรือต้องป้องกันจังหวะโหม่งของจอมเวลาเติมมาเล่นลูกเตะมุม ผมจะยินดีมากถ้ายังจะได้เห็นกัปตันวู๊ดวิ่งไปทั่วสนามเพื่อเชื่อมเกม”
“ผมอยากให้ทุกคนที่เป็นเหมือนครอบครัวของผมเติบโตเหมือนกับผม สำหรับผม.. ทีมนวสาครจะเป็นทีมของผมตลอดไป ไม่ว่าผมจะไปเล่นกับทีมไหน ทีมอะไร และผมจะไม่ลืมว่า นวสาครคือบ้านเกิดของผมในกีฬาฟุตบอล”
ทุกคนเงียบกริบไป จนกระทั้งตั้มลุกขึ้นแล้วปรบมือ แล้วทุกคนก็ลุกขึ้นด้วย ปรบมือให้กับโกล นายประตูที่เหนียวแน่นและไว้วางใจได้เสมอของพวกเขา
วู๊ดเดินออกมาแล้วกอดโกลไว้
“ไอ้โกลมึงก็เหมือนครอบครัวของกู และก็ขอบใจที่มึงพาพวกเราให้ประสบความสำเร็จ”
เพื่อนก็พากันเข้ามาล้อมรอบโป้งกับโกล ผลัดกันเข้ามากอดทั้งคู่
ป้อมเพชรอมยิ้มเมื่อเห็นจอมร้องไห้ตอนที่กอดโกล
“โกลมึงรู้รึเปล่า ว่าทำไมกูเล่นดี” จอมกล่าวปนสะอื้น..
“เพราะกูรู้ไง ว่าถ้ากูพลาดก็ยังมีมึง.. กูถึงได้มั่นใจจะเล่น ขอบใจนะเว้ยเพื่อน”
ส่วนตั้มคนที่มีบุคลิกกระด้างๆ แต่กำลังกอดคอโป้งแน่น
"ไอ้โป้ง มึงน่ะทำให้กูเก่งขึ้น มึงนี่เหมือนลิง วิ่งไปวิ่งมากูจับไม่ได้ กว่าจะรู้ตัวกูก็เก่งขึ้นกว่าเดิม.. กูคงจะคิดถึงมึงมาก เวลากูกลับบ้านที่ใต้กูจะไปหามึง ไปดูมึงแข่งด้วย"
ป้อมเพชรพยักหน้าช้าๆ แล้วเขาก็ไม่อาจทนมองภาพนั้นได้ต่อไป
เขาหันไปมองยอดเสาธงที่อยู่ไกล
เพราะน้ำตาความปลาบปลื้มมันพาลจะไหลออกมาเสียให้ได้... จึงต้องมองสูงๆไว้ไม่ให้มันร่วงลงมา
เขานึกถึงคำหนึ่งที่อาจารย์อำนาจ หัวหน้าผู้ฝีกสอนทีมชาติกล่าวไว้ตอนที่เขายังเป็นแค่นักเตะในชุดยู23
“บางที การสร้างทีมที่สุดยอดก็ไม่ใช่ทีมที่เก่งที่สุด แต่เป็นการสร้างทีมที่เป็นทีมทั้งในและนอกสนามต่างหาก”

“แล้วนี่จะไปกันเมื่อไหร่” วู๊ดถามตอนที่เดินร่วมกับโป้ง โกล ตั้ม และปอออกจากโรงเรียน
“พรุ่งนี้แล้วหละ โค้ชทีมใหม่เขาอยากให้เราไปเข้าฝึกก่อน แล้วยังจะมีเรื่องโรงเรียนอีก” โป้งตอบ
วู๊ดพยักหน้า
“วู๊ดเดี่ยว มานี่หน่อยสิ” อาจารย์ป้อมเดินกึ่งวิ่งมา
วู๊ดจึงเดินกลับไปหา แต่ไม่ได้ไปไกลเพราะป้อมเพชรมาถึงเสียก่อน เขายื่นแผ่นกระดาษที่มีชื่อกับหมายเลขโทรศัพท์มาให้
“ภูเก็ตเอฟซี เขาติดต่อมานะ เขาอยากให้นายไปทดสอบฝีเท้า ปีนี้เขาได้เลื่อนกับมาดีวิชั่นหนึ่ง ก็เลยอยากได้นักเตะเพิ่ม.. คนโทรมาบอกว่าเขาชอบที่นายเชื่อมเกมได้ดี อยากให้นายไปลองทดสอบดู ไปได้ไหม”
โป้งกับโกลมองหน้ากัน แต่ปอกับตั้มร้อง
“เย้... กัปตันกูขายออกแล้วเฟ้ย”
** ภูเก็ต เอฟซี(ปัจจุบันสมยาโรนิน แดนใต้) เป็นสโมสรที่อยู่ภูเก็ตจริงๆ ปัจจุบัน(2558) ตกชั้นไปเล่นดีวิชั่นสอง แต่ภูเก็ตยูเนี่ยน เป็นทีมในจินตนาการของของผู้เขียน เป็นทีมตั้งใหม่ จะมีสนามใหม่ อยู่แถวบ้านกู้กู(คนภูเก็ตน่าจะรู้จักเนอะ) เพราะภูเก็ตเอฟซีใช้สนามสุระกุลสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในเกาะภูเก็ตเป็นสนามเย้าของตัวเองอยู่ ดังนั้นเมื่อผู้เขียนสร้างทีมใหม่จึงต้องมีสนามใหม่ด้วยเช่นกัน **

สถานที่ซึ่งโป้งกับโกลได้รับการจัดสรรให้เข้าพัก เป็นเซอร์วิชอพาร์ทเม้นท์ค่อนข้างหรูที่อยู่ในเมืองภูเก็ต ซึ่งบริษัทของอำนาจมีหุ้นส่วนอยู่ด้วย โดยในอาคารเดียวกันยังมีนักฟุตบอลร่วมทีมกับเขาซึ่งส่วนใหญ่เป็นรุ่นพี่พักอยู่ด้วยหลายคน
“นี่มึงนอนได้ไหมเนี่ย” โป้งถามตอนที่เจ้าหน้าที่ของทีมซึ่งไปรับทั้งสองคนมาจากสนามบินกลับไปแล้ว
“ทำไม.. ห้องของมึงเล็กกว่านี้อีกไอ้โป้ง แค่ครึ่งห้องนี้ได้มั้ง กูยังอยู่ได้เลย” โกลตอบ แล้วลองนั่งลงบนเตียง
“เตียงก็ดีกว่าเยอะด้วย”
โป้งมองรอบๆห้อง
“ก็จริงนะ” โป้งตอบ
“ถ้าเราดันเตียงมาชนกันตรงนี้ ก็จะมีที่กว้างขึ้นนะ” โกลออกความเห็น
โป้งหันมาทำหน้าเร่อๆ
“ทำไมต้องดัน.. ก็อยู่อย่างนี้ดีแล้ว”
โกลทำตาหรี่มองหน้าโป้ง
“ตามใจกูจะได้นอนคนเดียวสบายๆ ไม่ต้องเบียดกับมึง” แล้วเขาก็เมินไปทางอื่น
โป้งทำเป็นหันไปหันมา
“เออใช่.. ตรงนี้เดี่ยวแอร์มันลง เดี่ยวก็หนาว เอ้าๆ ดันๆ ไปติดกันตรงนั้นก็ได้ มาๆช่วยกัน”
โกลแอบยิ้ม
“เออๆ เดี่ยวมึงหนาวก็มานอนเบียดกูอีก” โกลแกล้งพูดเออออไปด้วย

ทีมผู้ฝึกสอนของภูเก็ตเอฟซี ดูจะพึงพอใจกับนักฟุตบอลที่มาร่วมคัดตัวในวันนี้ด้วย ส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับว่าเพราะกระแสของทีมใหม่อย่างภูเก็ตยูเนี่ยน ช่วยให้มีเด็กย่านพังงา ภูเก็ต หันมาหาทีมในภูเก็ตมากขึ้น
“เด็กนั่น เบอร์สิบสองนี่ ใช่ ฤทธา กัปตันทีมนวสาครแชมป์ถ้วย ก.ใช่ไหม” หัวหน้าโค้ชกล่าว
“ครับ..” ผู้ช่วยตอบ
“อืมเข้าท่ามาก.. ก็สมแล้วหละที่เป็นลูกศิษย์ของอดีตทีมชาติอย่างป้อมเพชร.. ผมเอานะ” หัวหน้าโค้ชกล่าว
ผู้ช่วยก็จดลงไปสมุด
หัวหน้าโค้ชหันไปบนอัฒจันทร์ เห็นในหมู่คนที่มาให้กำลังใจมีหนุ่มสองคนที่คุ้นหน้าซึ่งนั่งติดกับหนุ่ม ร่างสูงอีกคนที่หน้าตาออกลูกครึ่ง
“สองคนนั้น เด็กของยูเนี่ยนใช่ไหม.. เทพพร กับ กรกฏ”
ผู้ช่วยโค้ชหันไปดู
“ใช่ครับ.. สองคนนั้นเคยเล่นทีมเดียวกับนายฤทธา คงมาให้กำลังใจ”
“พูดถึง.. ป้อมเขาก็เก่งมากๆเลยนะ นี่จะไม่มีใครลองไปทาบทามมาเป็นโค้ชช่วยเราหน่อยเหรอ.. เพราะอีกสามเดือนนายอิทธิก็จะหมดสัญญาแล้ว ถ้าได้โค้ชป้อมมาช่วย.. ต้องทำเกมรับทีมของเราให้ดีขึ้นได้แน่นอน” หัวหน้าโค้ชกล่าวออกมา
“ดูสิเด็กของเขาแต่ละคนเก่งๆทั้งนั้น”

วู๊ดสะพายกระเป๋าเดินออกมาจากสนาม โป้งเป็นคนแรกที่เข้าไป
“เป็นไง เป็นไงมีหวังไหมกัปตัน” โป้งถาม
“ยังเรียกกูกัปตันอยู่อีก มึงไม่ได้ได้เป็นลูกทีมกูแล้ว..มึงเป็นนักบอลอาชีพไปแล้วไอ้โป้ง” วู๊ดว่าแต่ก็ยิ้ม
“ก็ไม่รู้สิ เขาบอกว่าจะแจ้งผลที่หลัง กูก็ต้องรอนั่นหล่ะ”
โกลเดินตามมาที่หลังโดยมีเดฟเดินมาสุดท้าย
วู๊ดกับเดฟมองตากันอยู่ครู่
“ถ้า..” เดฟกำลังจะกล่าว
“ฤทธา..” ผู้ช่วยโค้ชชื่อสุริยะ วิ่งมา
“เราจะกลับกรุงเทพวันไหน”
“พรุ่งนี้เย็นๆครับ เพราะอีกอาทิตย์หนึ่งก็เปิดเรียนแล้ว” วู๊ดตอบ
สุริยะต้องยกมือรับไหว้โป้งกับโกลและเดฟที่ต้องพลอยยกมือไหว้สุริยะไปด้วย ก่อนจะตอบ
“เอ่อเหรอ... เธอต้องปรึกษาใครก่อนไหม ถ้าเรารับเธอเข้าทีม พรุ่งนี้มาเอาสัญญาไปอ่านดูก่อนนะแล้วค่อยเซ็น ส่วนเรื่องเรียนไม่ต้องห่วง เพราะเดี๋ยวทีมจะพยายามหาที่เรียนให้เธอเอง แต่อาจต้องรอนิดหนึ่ง”
ตอนแรกวู๊ดยังงง
แต่โป้งกับโกลยิ้มแป้นมองหน้ากัน
“หัวหน้าโค้ชตกลงรับเธอแล้วนะ เขาให้ผมมาบอกก่อนเพราะกลัวเธอกลับกรุงเทพไปเสียก่อน” สุริยะกล่าวอธิบาย วู๊ดจึงได้เข้าใจทั้งหมด
“จริงเหรอครับ” วู๊ดร้องออกมา หน้าตาตื่นเต้นสุดขีด
สุริยะพยักหน้า แล้วยื่นมือมาให้จับ
“ยินดีด้วยนะ”
วู๊ดยกมือไหว้ก่อนจับเขย่า
“ครับ ขอบคุณครับผม”
สุริยาตบบ่าเด็กหนุ่มแล้วก็เดินไป
สามนักฟุตบอลหันมาหากันแล้วแสดงอาการดีใจเหมือนทำประตูได้ แต่เดฟกลับถอนหายใจออกมา หากเขาก็ต้องฝืนยิ้มเมื่อวู๊ดหันมาหาเขาแล้วกอดแน่นด้วยความยินดี

ห้องพักหรูแห่งนี้ของครอบครัวของเดฟ อยู่ภายในอาคารชุดที่หันหน้าออกไปอ่าวกะรน วู๊ดยังตื่นเต้นไม่หายแม้แต่ตอนอาบน้ำเขาก็ยังฮัมเพลง พอออกมาเห็นเดฟกำลังนั่งดูรายการภาษาต่างประเทศอยู่ ก็เลยนั่งลงข้างๆกอดเอวเดฟ
“ไม่คิดเลยนะว่าฉันจะได้เป็นนักเตะอาชีพกับเขาแล้ว”
เดฟไม่ได้ตอบมองโทรทัศน์ต่อไป เพียงแต่ยิ้ม
“เดี่ยวฉันจะกลับไปออกอา แล้วก็เพื่อนๆ ทุกคนต้องดีใจแน่ๆเลยใช่ไหม”
“นายจะย้ายมาเลยใช่ไหม.. งั้นนายก็ต้องไปลาออกจากโรงเรียนด้วย อย่าลืมขอหนังสือรับรองมายื่นโรงเรียนใหม่ด้วยนะ” เดฟกล่าวโดยไม่ได้หันมา
ตรงนี้เองที่วู๊ดตระหนัก.. ขาปล่อยจากอ้อมกอดของเดฟ
“ฉันมัวแต่ดีใจ.. ลืมไปเลยนะว่าฉันต้องย้ายมาอยู่ที่นี่”
เดฟรู้สึกตัวเพราะน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป เขาจึงเปลี่ยนน้ำเสียงตัวเองให้สดใส
“เฮ้ยอะไร ภูเก็ตกรุงเทพ เครื่องบินชั่วโมงครึ่งก็ถึงแล้ว นายเป็นนักบอลอาชีพก็มีเงินแล้ว ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นนี่”
แต่วู๊ดมองตาเขานิ่ง
“อย่างนั้นก็เถอะ แปลว่าเราคงไม่ได้เจอกันบ่อยๆ เหมือนเดิมไม่ใช่เหรอ”
เดฟอึ้งไป... เขาหันไปมองโทรทัศน์
“เราสองคนควรจะจบกันได้แล้วไม่ใช่เหรอ.. บอกตามตรงถึงวันนี้ฉันก็ยังตัดใจจากจุ้ยไม่ได้นะ ทุกครั้งที่เจอเขาฉันก็จะยังรู้สึกเหมือนเดิม ซึ่งมันก็ไม่ยุติธรรมสำหรับนาย..”
วู๊ดไม่ตอบอะไรมองหน้าเดฟนิ่งๆ
“ฉันคิดว่าถึงเวลาแล้วหละ ถึงแม้มันจะทำให้ฉันรู้สึกนะ.. เพราะฉันก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้คิดอะไรกับนาย แต่มัน.. ไม่รู้สิ.. มันอาจต้องเป็นไปแบบนี้...“ แล้วเดฟก็มองเพดานอยู่ครู่ก่อนจะกล่าวออกมา
“เราเลิกกันเถอะวู๊ด”
วู๊ดยังนั่งนิ่งอยู่จนกระทั้งเดฟตัองหันมา
แต่พอเดฟหันมาวู๊ดก็จูบเดฟ ซึ่งตอนแรกเดฟก็ขืนไว้แต่ไม่นานเขาก็พ่ายแพ้ ที่สุดก็จูบตอบอย่างดูดดื่ม แถมเป็นฝ่ายดันวู๊ดให้นอนลง
“เดฟ” วู๊ดบอก ตอนที่ทั้งคู่สบตากัน “นายไม่ต้องบอกเลิกฉันก็ได้ เพราะแต่แรกฉันก็ไม่เคยคาดหวังจะเป็นตัวจริงอยู่แล้ว..”
เดฟมองลึกในนัยน์ตาของวู๊ด ก่อนเขาจะกล่าวตอบ
“สิ่งที่เรามีให้กันคือความรักรึเปล่าฉันก็ไม่แน่ใจ แต่สำหรับฉัน.. นายคือคนที่สำคัญ และจะสำคัญตลอดไป”
แล้วก็จูบลงบนซอกคอของวู๊ด
“ฉันก็เหมือนกันเดฟ” วู๊ดตอบแล้วก็ปล่อยให้ร่างกายตอบสนองต่อสัมผัสของเดฟ
ร่างกายสองกายเบียดเสียดกันในบทเพลงอำลาแห่งสัมผัสที่ไม่แน่ชัด
แต่ที่ชัดเจนตอนนี้คือหัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน แม้เสียงครางต่ำๆนั้นก็ยังสอดคล้องกันด้วยอารมณ์และความรู้สึก
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:18

ตอนที่ 34 : โรงเรียนใหม่...(รีไรท์)
วันนี้เป็นวันเปิดเทอมใหม่ โป้งยืนมองตัวเองในชุดนักเรียนของโรงเรียนใหม่อย่างรู้สึกแปลกหูแปลกตา กางเกงขาสั้นสีกรมท่าเข้ม.. แต่ต้องสวมเนคไทด้วย
พอโกลออกมาจากห้องน้ำ โกลเองก็สวมใส่ชุดเดียวกัน เขาคว้าแจ๊คเก็ตหนังสวมทับเสื้อนักเรียน
“ไปเหอะ” โกลหยิบหมวกกันน๊อกให้

โรงเรียนที่โป้งและโกลเข้าเรียนเป็นโรงเรียนเอกชนขนาดใหญ่ที่เก่าแก่พอสมควรสำหรับจังหวัดภูเก็ต โป้งกับโกลจอดรถจักรยานยนต์ไว้ที่ลานจอดของเอกชนที่ด้านนอกจึงต้องเดินมา ระหว่างทางพวกเขาถูกเด็กนักเรียนชายหลายคนหันมามองหน้าแบบพินิจ
“นี่ใช่นักบอลทีมชาติไหม.. เทพพรกับกรกฏใช่ม๊าย”
และนักเรียนสาวๆหลายคนก็สนใจกัน
“เขาว่าเป็นทีมชาตินะ เป็นนักบอลอาชีพด้วย เห็นว่าจะมาเล่นให้ภูเก็ต ยูเนียน”
โป้งชักเขินหันมองหน้าโกล โกลก็ทำหน้าเฉยตามแบบของเขา ไม่รู้สึกรู้สา

พอเข้าเรียนโป้งกับโกลก็ถูกจัดให้นั่งเรียนคู่กัน ในคาบแรกอาจารย์ประจำชั้นก็เรียกให้เขาออกไปแนะนำตัว
“เทพพรครับ ชื่อเล่นชื่อโป้ง” โป้งกล่าว
“งานอดิเรก..เอ้อ ก็คงเป็นฟุตบอลครับ ชอบเรียนวิชาพละครับ เพราะผมเรียนเข้าใจอยู่วิชาเดียว วิชาอื่น ไม่รู้เรื่อง...”
เพื่อนหัวเราะกันคิกคัก
“ผมกรกฏครับ เรียกว่าโกลแล้วกันนะครับ” โกลกล่าวต่อ
“งานอดิเรกก็คงเหมือนโป้ง ชอบวิชาภาษาอังกฤษครับ”
สาวมองหน้าโป้งกับโกลแล้วสนทนากันทำนองว่า
“อยู่หล่อ ทั้งคู่เลย..”
“เอาหละโป้งกับโกล ไปนั่งที่ได้” อาจารย์ประจำชั้นบอก
“โป้งกับโกลเขาอาจไม่ค่อยได้เข้าเรียนนะ เพราะเขาเป็นนักกีฬาทีมชาติ แล้วก็เป็นนักฟุตบอลของภูเก็ตยูเนียนด้วย ดังนั้นผมจึงให้คทากับทรงวุฒิเป็นพี่เลี้ยง คอยดูแลช่วยเหลือเขาสองคน”
คทากับทรงวุฒินั้งอยุ่โต๊ะในแนวเดียวกับโป้งและโกลแต่คนละแถวหันมายิ้มให้
โป้งก็ยิ้มตอบ คทาเป็นหนุ่มรูปร่างสูงผอมดูไปคล้ายๆจอม ส่วนทรงวุฒิมองไปมีส่วนคล้ายตั้มมากจนน่าแปลกใจ จนต้องเรียกว่าเหมือนเลยจะดีกว่า.. เพียงแต่ทรงวุฒิดูไม่บึกบึนเท่าตั้ม และเหมือนจะเตี้ยกว่าเล็กน้อย
“เอาหละ วิชาต่อไปก็จะเป็นวิชาของอาจารย์เอง เดี่ยวอาจารย์จะอธิบายจุดประสงค์การเรียนรู้ก่อน”
“นายๆ” ทรงวุฒินั่งใกล้โป้งจึงเรียก
“นายรู้จักกับทรงยศใช่ไหม”
โป้งทำหน้าเร่อหรา
“ไอ้ตั้มไง” โกลบอก
โป้งร้องอ้อ แบบไม่มีเสียง
“เราเป็นแฝดของตั้มนะ แต่พ่อแม่เราแยกกันเรามาอยู่กับแม่ ส่วนตั้มอยู่กับพ่อ เราเป็นคนน้อง” ทรงวุฒิบอก
โป้งพยักหน้าช้าๆ
แต่พอดีอาจารย์หันมาเขาก็เลยหันไปมองกระดานสีขาวที่มีตัวอักษรเป็นพืด

เพราะสัญญาของโป้งกับโกลยังไม่มีผลเป็นทางการ โป้งกับโกลก็เลยซ้อมและฝึกทักษะกันไปพลางๆ และยังได้เข้าไปชมเกมในสนามของทีมยูเนี่ยนที่ตั้งอยู่นอกเมืองไปตามถนนเทพกระษัตรีด้วย
สนามของภูเก็ต ยูเนียนเป็นสนามสร้างใหม่ชื่อว่า ยูเนียน ออฟ ภูเก็ต ซึ่งมีความจุสองหมื่นหนึ่งพันที่นั่ง และเกมนี้ก็เป็นเกมใหญ่เนื่องจากยูเนียนต้องลงสนามเจอกับปราสาทหิน ทีมแชมป์ปีที่แล้ว คนดูก็เลยแห่แหนกันมาจากสารทิศจนสนามแน่นขนัด
โป้งกับโกลได้ที่นั่งพิเศษในบริเวณของทีมสำรอง พวกเขาตื่นเต้นไม่น้อยที่ต้องเจอกับนักเตะรุ่นพี่ ที่แม้จะเป็นตัวสำรองก็ยังมีฝีเท้าดีหลายๆคน
แล้วยิ่งมาตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ตอนที่กล้องในสนามจับภาพพวกเขาไปขึ้นจอใหญ่บนอัฒจันทร์ แถมโฆษกสนามก็ยังประกาศให้ปรบมือให้กับสองนักเตะรุ่นใหม่ของทีมอีกด้วย
การแข่งขันจบลงด้วยการเสมอกันไปหนึ่งประตูต่อหนึ่ง
โป้ง กับโกลเดินออกมาจากสนามเหมือนกับผู้ชมคนอื่นๆ มีเด็กวัยรุ่นหลายคนเข้ามาขอถ่ายรูปก็ยอมให้ถ่ายแล้ว ก็เลยกว่าจะออกมาได้จากสนามได้ ลานจอดรถมอร์เตอร์ไซด์ก็โล่งพอดี พวกเขาจึงออกมาจากสถานที่นั้นมาโดยสะดวก
โกลจอดรถลงที่ข้างถนน แล้วสองคนก็เดินไปหาที่นั่งร้านขายบัวลอยข้างทาง
“ใช่เจ้านี้ไหม”โป้งมองไปมองมาให้แน่ใจ
“ก็โน่น บขส.เก่า..” โกลชี้ป้าย
“ก็พี่เขาบอกว่า ร้านอยู่ใกล้บขส.เก่า”
เพราะสองคนคุยกัน หนุ่มน้อยที่นั่งอยู่คนเดียวก็เลยหันมามอง พอเห็นว่าเจ้าของเสียงเป็นใครเลยรีบเรียกอย่างดีใจ
“โป้ง โกล”
“อ้าวกัปตัน” โป้งขานแล้วเดินมาหา
“นั่งๆ นั่งด้วยกัน” วู๊ดกล่าวด้วยความยินดี

บัวลอยของวู๊ดมาก่อนหน้าของโกลกับโป้งไม่นาน ทั้งสามก็เลยกินเสร็จในเวลาไล่เลี่ยกัน
“กัปตันพักที่ไหน” โป้งถาม
“ใกล้ๆนี่หละ เป็นหอพักเล็กๆน่ะ สโมสรของฉันไม่ได้มีเงินเหมือนยูเนียนหรอก”
“แล้วเรียนที่ไหน” โกลถาม
กัปตันตอบเป็นชื่อโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนรัฐชื่อดังของจังหวัด
โกลก็พยักหน้า ก่อนเขาหันไปมองหน้าโป้งก่อนจะถาม
“แล้ว.. เรื่องของมึงกับเดฟหละ ตกลงเลิกกันแล้วหรือยังไง”
วู๊ดเงียบไปนิดหนึ่งหันไปมองรถที่วิ่งไปมา
“ก็เขาบอกเลิกกูกัน.. แต่ก็ไม่ได้ก็เหมือนไม่ได้เลิกกัน ก็แค่กูอยู่ที่นี่เขาก็อยู่ที่นั้นกับคนที่เขารัก..”
โป้งกับโกลมองหน้ากัน นึกอยากจะปลอบใจแต่ก็ไม่รู้จะกล่าวอะไรดี

วู๊ดพยายามสตาร์ทมอเตอร์ไซด์คันเก่ากึกแต่มันก็ไม่มีทีท่าจะติด
“ต้องเดินเสียแล้วมั้ง” วู๊ดยังเค้นหัวเราะ
แต่โป้งกับโกลไม่ขำด้วย มองหน้ากัน
“มันเป็นรถที่รุ่นพี่ในทีมเขาให้ยืมน่ะ เดี่ยวไว้มีเงินเดือนแล้วค่อยซื้อใหม่ ตอนนี้ยังได้แค่เบี้ยเลี้ยงวันสองร้อย เพราะยังไม่ได้เป็นนักเตะอย่างเป็นทางการ” วู๊ดอธิบาย
แล้วโกลส่งสัญญาณเมื่อให้วู๊ดลุกขึ้น แล้วเขาก็คร่อมรถแทน จากนั้นก็พยายามสตาร์ทอยู่สองครั้งแล้วเว้น สองครั้งแล้วเว้น จากนั้นก็เขย่ารถไปมา ก่อนจะลองสตาร์ทอีกครั้งจนติด
“ขอบใจว่ะ มึงนี่เก่งจัง” วู๊ดตบบ่าโกล
โกลมองหน้าวู๊ด
“หอมึงอยู่ไหน เดี่ยวกูตามไปด้วยเผื่อรถมึงดับอีก”
“ไม่ต้องไม่ต้อง อยู่แค่นี่ ไม่เกินสิบนาทีก็ถึงแล้ว” วู๊ดโบกมือ
“ไม่นะกัปตัน”โป้งแย้ง
“ให้พวกเราไปส่งดีกว่านะ เผื่อมีอะไรจะได้ช่วยกัน”
วู๊ดมองหน้าโป้งกับโกล ก่อนจะถอนหายใจ

ดังนั้นโกลก็เลยขับรถตามรถของวู๊ดจนไปถึงหอพักที่มีสภาพไม่ค่อยน่าดูเท่าไหร่
“เห็นไหมบอกแล้วไม่ดับหรอก” วู๊ดจอดรถเข้าที่ แล้วเดินออกมาหาโกลกับโป้งที่ไม่ได้ลงจากรถมอเตอร์ไซด์
โกลมองไปรอบตัว แล้วเอี้ยวหันมองหน้าโป้งนิดหนึ่งเหมือนขอความเห็น แล้วก็หันกลับมาหาวู๊ด
“พรุ่งนี้บ่ายมีซ้อมไหม” โกลถาม
“อืม.. ไม่มี” วู๊ดตอบ
เพราะวันนี้ภูเก็ต เอฟซีก็มีรายการแข่งที่ต่างจังหวัดเหมือนกัน ดังนั้นทีมจึงหยุดซ้อมในวันพรุ่งนี้เพื่อให้นักกีฬาได้พัก
“งั้น.. ไปซื้อมอเตอร์ไซด์ใหม่กัน.. เดี่ยวกูออกให้มึงก่อนวู๊ด แล้วมึงค่อยๆผ่อนกูเดือนละห้าร้อยพันนึงก็ตามใจ กูไม่คิดดอก”
วู๊ดกำลังจะปฏิเสธ แต่โป้งก็แย้งก่อนอีก
“ไม่ต้องปฏิเสธเลยกัปตัน เอาเงินไอ้โกลไปก่อนดีแล้ว เดี่ยวกรกฏา เราก็ได้สัญญาเป็นทางการแล้วค่อยมาใช้คืนก็ได้”
โกลเลี้ยวรถออกไปแล้วโดย โป้งยกมือให้เชิงว่าแล้วเจอกัน
วู๊ดถอนหายใจออกมา
จะว่าไปสองคนนี้เหมือนกันมากอยู่อย่างหนึ่งคือจิตใจดี.. โกลอาจดูผิวเผินไม่ค่อยสนใจใคร ไม่เหมือนโป้งที่ดูสนใจทุกสิ่งรอบตัว แต่ที่สองคนอยู่ด้วยกันได้แถมดูเหมาะสมกันก็เพราะจิตใจของทั้งคู่เหมือนกัน
โกลสมัยก่อนที่ยังทำตัวอินดี้ ไม่สนใจโลก เขาก็มักจะสั่งพิซซ่า หรืออาหารอื่นๆมาเลี้ยงเพื่อนๆเสมอๆเวลาซ้อมในช่วงปิดเทอม แล้วถ้าใครขัดสนอะไรก็บอกโกล โกลก็ยินดีจะช่วยเสมอ อย่างเพื่อนในทีมที่ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี ก็มักจะได้โกลนี่หละ ให้ยืมเงินแล้วค่อยมาจ่ายที่หลังเวลาเบี้ยเลี้ยงออก
“อย่างน้อย ถึงกูจะเกิดมาอาภัพ ก็ยังเจอแต่คนดีๆช่วยเหลือตลอด...” เขามองในแง่มุมบวกของชีวิต แล้วก็หันหลังเดินเข้าไปในอาคารที่พัก

โกลกับโป้งนัดเจอกับวู๊ด โดยมีเลขานุการของพรรณพงศ์ ซึ่งบังเอิญมาสำรวจที่พักของโกลว่าอยู่ดีมีสุขหรือไม่มาด้วยอีกคน
วู๊ดเลือกเอารถจักรยานยนต์รุ่นที่ออกแบบให้ย้อนยุคของซูซูกิ ซึ่งโกลเองก็มองมันด้วยความสนใจ เพราะเขาก็ชอบอยู่เหมือนกัน
“สวยไหมโป้ง.. ดูขับง่ายคล่องตัวดีเนอะ” โกลกล่าวแล้วลูบๆคลำๆ
โป้งมองหน้า
“นี่..พอเลยมึง.. แล้วจะเอาไอ้คันใหญ่ไปไว้ไหน”
“ก็ให้มึงขับไง” โกลว่า
“ตีนแน่ะ..” โป้งย้อนทันที
“คันขนาดนั้น.. ตายพอดี กูขับไม่ไหวหรอก”
“ไม่ต้องซื้อหรอกครับคุณ เดี่ยวคุณพ่อจะเอารถยนต์ลงมาให้ใช้ วันเสาร์หน้าคุณโกลมีซ้อมรึเปล่า ผมจะพาไปทำใบขับขี่รถยนต์ คุณพ่อบอกว่าเห็นคุณโกลขับมอเตอร์ไซด์แล้วหวั่นใจ กลัวจะไปประสบอุบัติเหตุ” กานต์บอกกล่าว หลังเซ็นชื่อในสลิปบัตรเครดิตเรียบร้อย
“อันนี้รับรถได้เมื่อไหร่ครับ” การต์หันมาถามคนขาย
“ก็พรุ่งนี้เลยครับ”
“ผมไม่ได้มา ให้น้องเขามาเองได้ไหม เดี่ยวผมเซ็นหนังสือมอบอำนาจมาให้”
“ได้ครับ”
โกลหันไปหาวู๊ด
“แล้วก็หาที่จอดดีๆนะ ระวังเขาขโมยไปซะหละ รถใหม่”
“กูคุยกับเจ้าของตึก เขาบอกรถใหม่เขาให้จอดด้านในได้ เขามีประตูล๊อกให้แน่นหนา”วู๊ดตอบ แล้วบีบแขนของโกล
“ขอบใจมากหวะ โกล แล้วกูจะทยอยจ่ายคืนให้นะ”

ในร้านอาหารทั้งสี่ภายในห้างเซนทรัลเฟสติวัลภูเก็ต
“เออมึงรู้ไหม ไอ้ก้านมันจะมาเดือนหน้า”วู๊ดกล่าวขึ้นเมื่อนึกได้
“จริงเหรอ..” โป้งตื่นเต้น เพราะเขารู้สึกดีจะได้มีคนรู้จักมาอยู่เพิ่มอีกคน
“เห็นว่ามันจะเล่นให้เอฟซี กำลังตกลงเรื่องสัญญากัน” วู๊ดว่า
“ดี..” โป้งพูดได้แค่นั้น เพราะโกลวางช้อนดังเคล้งให้รู้ว่าไม่สบอารมณ์
“มันจงใจตามมา” โกลทำหน้าเหม็นเบื่อ
“อะไรวะ” วู๊ดงง
“ทำไมหรอ.. ไอ้ก้านมันตามอะไรตามใคร”
“ก็ตามไอ้โป้งนี่ไง” โกล กระแทกเสียงเล็กน้อยอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์
กานต์รู้ดีว่านายน้อยคิดอะไรจึงได้แต่อมยิ้ม
“มึงก็คิดมาก.. ก็เขาก็อยากมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพบ้างนี่” โป้งชี้แง่บวก
แต่โกลเค่นเสียงหึ
“โรงเรียนมันมีสัญญากับทีมในกรุงเทพ อีกอย่างด้วยฝีเท้ามันกับบารมีพ่อมัน มันเล่นทีมไหนก็ได้ พ่อมันสนิทกับสมาคมฟุตบอล แถมสนิทกับทีมในกรุงเทพตั้งหลายทีม จะมาอยู่ทำไมถึงภูเก็ต”
วู๊ดนิ่งเพื่อประเมิน มองพินิจหน้าทั้งสหายทั้งคู่
“นี่มึงหึงไอ้ก้านสินะไอ้โกล”
เจอประโยคนี้โกลถึงกับต้องหลบหน้า
“เปล่า.. เปล่านี่.. กูก็แค่พูดตามความจริง”
โป้งก็ทำหน้าหน่ายๆแล้ว กินข้าวต่อไป
“น่ารักนะเนี่ย คู่นี้” วู๊ดกล่าวกลั้วหัวเราะ
"มีหึงกันด้วย..."
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:19

ตอนที่ 35 : เกมนัดสำคัญ เท้าซ้ายเป็นตัวตัดสิน..(รีไรท์)
การซ้อมร่วมกับทีมใหญ่เริ่มต้นเมื่อถึงกลางเดือนมิถุนายน โป้งกับโกลเข้าเรียนเพียงครึ่งเช้าเท่านั้นแล้วก็ถูกจัดเป็นวิชากิจกรรม จากนั้นก็เดินทางไปไปสนามซ้อมที่อยู่กันคนละที่กับสนามหลัก
การซ้อมนั้นมีมาตรฐานทัดเทียมกับของทีมชาติ อุปกรณ์ที่ใช้ไม่ว่าจะเป็นเครื่องออกกำลังกายและอุปกรณ์ใช้ในสนามซ้อมก็ล้วนแต่เป็นอุปกรณ์ที่ทีมระดับโลกเขาใช้กัน นับว่าอำนาจจริงจังกับทีมมากที่เดียว แถมโป้งก็พึ่งทราบว่า หนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของฉัตรอัครกรุ๊ปที่ร่ำรวยก็มีหุ้นในสโมสร ดังนั้นสนามซ้อมจึงชื่อว่า ฉัครอัครคอมเพล็กซ์ และตั้งอยู่ในที่ดินของตระกูลมหาเศรษฐีที่ติดอันดับหนึ่งในยี่สิบของโลกและหนึ่งในห้าของเอเชีย
การซ้อมของโป้งกับโกลต่างไปจากเดิมที่ซ้อมอยู่กับทีมเยาวชนที่อำนาจตั้งขึ้นมาด้วยทุนตัวเอง ซึ่งเป็นคล้ายๆการซ้อมของทีมโรงเรียน แต่การซ้อมของทีมชุดใหญ่ เน้นไปที่พัฒนาทักษะอย่างเข้มข้น สลับกับการซ้อมเล่นทีมในบางวัน
โป้งถูกฝึกทักษะอย่างหนัก เพราะเขาได้รับมอบหมายให้เล่นตำแหน่งที่หลากหลายยิ่งขึ้น ส่วนโกลก็ยิ่งเน้นในจุดที่เป็นจุดบอดของเขา
ดังนั้นเวลาหกชั่วโมงของโป้งกับโกลจึงเหมือนหนักหนากว่าผู้เล่นทีมใหญ่คนอื่นๆ
“สองคนนี้มันอึดมากเลยนะครับโก (เป็นคำเรียกแปลว่าพี่)” ผู้เล่นในทีมชุดหลักคนหนึ่งยืนมองโป้ง ซ้อมยิงประตู โดยมีโกลเป็นผู้รักษาประตู
อำนาจหันมามองหน้า นายคนนี้เป็นศูนย์หน้าตัวหลักของทีมชื่อบรรณ เป็นดาวยิงสูงสุดของทีมในตอนนี้
“เป็นผมไม่ไหวแน่ๆ เล่นซ้อมกันหนักขนาดนี้ สมัยก่อนผมยังไม่ได้ฝึกขนาดนี้เลยโก” บรรณว่า
“เด็กสองคนนี้เป็นความหวังของฉัน บรรณ พวกเขามีแววอย่างที่ไม่เคยเห็นมานานมาก ฉันอยากจะทุ่มเทฝึกฝนพวกเขาให้ถูกต้องตามมาตรฐานสากลให้มากที่สุด ฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่าพวกเขาจะไปไกลกว่าพวกรุ่นพี่ไหม” อำนาจกล่าว
“แต่การเติบโต ก็อาจแปลว่าเขาจะไม่ได้อยู่กับเราสิโก.. การลงทุนมันศูนย์เปล่าสิสำหรับทีมเรา” บรรณชี้ประเด็น
อำนาจมองไปในสนาม มองเด็กหนุ่มสองคนกำลังซ้อมอย่างหนักด้วยการดวลกันด้วยทักษะที่เป็นเอกของทั้งคู่ การยิงและการป้องกันประตู
“ใช่มันจะสูญเปล่า... แต่ฉันกับผู้ถือหุ้นรายอื่นๆตกลงใจกันแล้วว่า เราจะทำ นี่คือภารกิจของเรา.. เพราะสิ่งที่ฉันอยากเห็น คือสิ่งที่ฉันทำไม่ได้ นั้นคือการพาธงชาติไทยไปสะบัดในสนามฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายให้ได้.. ถึงแม้จะต้องเสียอะไร เท่าไหร่ ฉันก็จะยอม”
แล้วอำนาจก็มองไปที่โป้ง
เจ้าโป้งนี่คือเจตจำนงของพ่อของเอ็งนะ เอ็งต้องเข้มแข็ง.. เพราะถ้าเป็นอย่างแม่ของเอ็งบอกจริงๆ มีสิ่งเดี่ยวที่ช่วยเอ็งได้คือการไปสู่จุดสูงสุด สูงจนลอยเหนือข้อตำหนิและคำครหา
เอ็งต้องสู้.. อย่าให้อะไรมาบดบังความสามารถของเอ็งได้ไอ้โป้ง

โป้งมองนายประตูที่อยู่ตรงหน้า แววตาของเขาตอนนี้ดังนกเหยี่ยวที่จ้องเหยื่อ
โกลกางมืออกให้กว้างเตรียมพร้อม
โค้ชสุเมธ ผู้ฝึกสอนที่ชำนาญคนหนึ่งของประเทศ เขาเตะส่งลูกฟุตบอลออกไป
โป้งมองลูกฟุตบอลที่กลิ้งเข้ามา แล้วเขาก็วิ่งเข้าหา เขารวมกำลังไว้ที่เท้าซ้าย แล้วเตะเข้าไปเต็มหลังเท้า
ลูกฟุตบอลพุ่งมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง ไม่เท่าของปอ แต่ก็แรงมาก..
โกลพุ่งตัวไป มือถึงแต่แค่โดนบอล เพราะความรุนแรงมันจึงคงรักษาเส้นทาง แล้วมันก็เข้าประตูไป

อำนาจยิ้มออกมาอย่างพอใจ เขาหันมาตบบ่าบรรณ
“ระวังคลื่นลูกใหม่มันกระแทกกระเด็นเอานะบรรณ”
บรรณยังอ้าปากค้างมองไปที่เด็กหนุ่มสองคน
ลูกยิงนั่นไม่ใช่การยิงตรงๆไปธรรมดา เป็นการยิงหนักแบบมีทิศทางและลูกก็น่าจะส่ายด้วย.. ผ่านมือผู้รักษาประตูอย่างโกล ที่บรรณเองก็ยังถูกโกลปัดป้องได้บ่อยในการซ้อมก่อนหน้า เป็นการยิงที่ดีอย่างไม่มีข้อสงสัย
แต่อีกด้านโกลเองก็ยังพุ่งไปถูกทิศทางแสดงถึงทักษะทีดีเยี่ยม.. ถึงแม้จะปัดป้องไม่ได้แต่ก็เกือบ
“นี่มันเด็กอายุสิบเจ็ดสิบแปดจริงๆหรือเปล่าวะเนี่ย”
(การ ยิงลูกส่ายคือการที่ยิงลูกไปอย่างแรง แต่ลูกไม่หมุน เมื่อลูกไม่หมุนจะเกิดปรากฏการเรียกว่าลูกส่าย คือลูกจะเคลื่อนซ้ายขวาเองระหว่างพุ่งไป ทำให้รับได้ยากเทคนิคนี้ใช้ในวงการวอลเล่ย์บอลด้วย)

โป้งยืนอยู่หน้ากระจกของตู้เสื้อผ้าโดยยังไม่ได้สวมเสื้อ มองพิจารณาตัวเอง
“นี่กูล่ำขึ้นจริงๆใข่ไหม” โป้งถามกับโกล
โกลเดินมาแล้วดึงโป้งให้หันมา
“ก็ดูตัวโตกว่าแต่ก่อนนิดนึงหละ แต่มันคงได้แค่นี่เพราะหุ่นมึงเป็นแบบนี้น่ะโป้ง”
ต้องยอมรับว่าโป้งกล้ามเนื้อของโป้งมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าก่อนเล็กน้อย พอจับดูก็สัมผัสได้ว่ามันแข็งและแน่นกว่าเก่า
“ทำไมตัวกูไม่เห็นล่ำแบบมึงเลยล่ะ” โป้งชกไปที่ท้องของโกล
“ก็ร่างกายคนมันไม่เหมือนกันโป้ง มึงเป็นแนวผอมบาง กูมันแน่นหนา.. มึงได้แค่นี้ก็ดีแล้ว”
แล้วโกลก็หยิบเสื้อของโป้งที่แขวนอยู่บนหูจับประตูตู้เสื้อผ้า เอามาสวมให้โป้ง
โป้งมองโกลจัดเสื้อของเขาอย่างประณีต แววตาของโกลช่างมีความสุข
“โกล..” โป้งกล่าวออกมา แล้วขยับมาใกล้ๆ
“ขอกูจูบมึงทีนึงได้ไหม”
โกลมองตาโป้ง ทั้งคู่สบตากัน..
แล้วโป้งก็ลดระยะความสูงที่ห่างกันราวสิบห้าเซนติเมตรด้วยการการเขย่งและกอดรอบคอ โกลก็ก้มหน้าลงมานิดหนึ่งเอามือโอบที่เอวของโป้ง
ริมฝีปากของทั้งคู่สัมผัสกันอย่างแผ่วเบาก่อนจะบดกันแรงขึ้น แล้วก็แลกเปลี่ยนลมหายใจและความรู้สึกของกันและกัน
นานอยู่เท่าไหร่ไม่รู้ได้ เพราะมันเป็นไปอย่างดูดดื่มและตื่นเต้น
ก่อนทั้งคู่จะผละหน้าจากกัน
โกลพินิจนัยน์ตาของโป้งที่มองมา ก่อนเขาจะจูบเบาๆที่หน้าผาก
“จูบเก่งนี่เรา.. “ เขากล่าว
“ก็พอตัว” โป้งยิ้มกระหยิม
โกลขยี้หัว แล้วผละออกไปหยิบหมวกกันน๊อกมาส่งให้
“ไปเหอะ ป่านนี้ผู้ใหญ่คงไปถึงหมดแล้ว เขาจะแถลงข่าวกันแล้วมั้งป่านนี้”
โป้งกับโกลเป็นข่าวลงหน้าหนังสือพิมพ์กีฬาอีกครั้ง บรรดาเพื่อนร่วมทีมเก่าของเขาอย่างปอและตั้ม กำลังมุงกันรับทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์ฉบับเดียว โดยล้อมตัวจุ้ยทีเป็นคนอ่านออกเสียง
“นายอำนาจ สินธุพรอุดมกล่าวว่า นักฟุตบอลทั้งคู่เป็นอนาคตของทีมชาติไทย และเขาก็จะพยายามสร้างให้นักเตะทั้งคู่มีทักษะมากขึ้น ไม่ใช่แค่สำหรับสโมสร แต่เป็นระดับโลกต่อไป..”
“ระดับโลกเลยเหรอ” จุ้ยทวนที่ตัวเองอ่าน
“เฮ้ย ได้นะเว้ย.. กูเชื่อ..” ตั้มตอบ “ไอ้โป้งน่ะ แม่งสุดๆ นับวันแม่งยิ่งเก่ง ไอ้โกลก็เหมือนกัน.. กูว่ามันสองคนต้องไประดับโลกได้แน่”
จุ้ยหันมองหน้าปอ ก็เห็นเขาสนับสนุนด้วยการพยักหน้าอย่างมั่นใจ
“แล้วมึงสองคนไม่คิดจะไปเป็นระดับอาชีพบ้างเหรอ” จุ้ยถาม
“พ่อกูบอกให้เรียนจบก่อน” ปอตอบแบบเซ็งๆ
“เกิดไม่ได้เป็นขึ้นมา จะได้มีความรู้ติดตัว...”
“แล้วกัปตันมึงหละ เป็นไงบ้าง” จุ้ยถามถึงอีกคนคุ้นเคย
“ก็ดีนะ เห็นว่าเปิดเซ็นสัญญาไปแล้วด้วย เดี่ยวคงจะเริ่มได้ลงตัวจริง” ตั้มตอบ

โป้งกับโกลได้ลงสนามไปในฐานะตัวจริงไปแล้วในฟุตบอลถ้วย FA CUP ที่เจอกับทีมจากดิวิชั่นสาม แถมโป้งก็เป็นคนยิงประตูชัยในช่วงท้ายเกมเสียด้วย.. จบเกมด้วยประตู 1:0
แต่วันนี้เป็นวันแรกที่พวกเขามีชื่ออยู่ในทีมสำรองในการแข่งขันไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีกแถมยังเป็นเกมใหญ่เจอกับทีมใหญ่ระดับบิ๊กโฟว์ของประเทศไทย
แต่โป้งกลับไม่ค่อยยินดีนัก เพราะคู่แข่งคือทีมใหญ่อย่างเมืองนนท์ ยูไนเต็ด แถมที่ได้ลงมาเพราะบรรณศูนย์หน้าตัวจริงเจ็บไปเสียอีก แล้วยังจะมีนักเตะตัวหลักคนอื่นที่เจ็บสามคน
แม้จะเป็นการเล่นสนามของยูเนี่ยนเองก็ตาม ก็ต้องถือว่าโดยสภาพทีมแล้วเป็นรองอยู่มาก
ทว่าหมดครึ่งแรกก็ยังเสมอศูนย์ต่อศูนย์ ซึ่งก็ถือว่าพอใจอยู่พอสมควร
พอลงมาครึ่งหลัง หัวหน้าโค้ชที่เป็นชาวเยอรมัน มีสเตอร์ฮาร์เซ่ ก็สั่งให้เดินเกมเพิ่มการเล่นเกมรุก เพื่อจะได้ลุ้นประตู เขาเปลี่ยนกองกลางตัวรุกและกองหน้าลงไปเพิ่ม
แต่กลายเป็นเมืองนนท์ ที่ขึ้นนำเพราะกองหลังผิดพลาด ทำให้ศูนย์หน้าที่เป็นตัวผู้เล่นต่างชาติของเมืองนนท์หลุดกับดักล้ำหน้า เข้าไปยิงจ่อๆ
ฮัลเซ่ย์ ดีทมานท์ อดีตบุนเดสเทรนเนอร์ที่เคยเป็นผู้ฝึกสอนของทีมในระดับบุนเดสลีก้าของเยอรมัน
เขามองไปที่ม้านั่งสำรอง เขามีตัวเลือกอีกแค่อีกหนึ่งคน เพราะเขาเปลี่ยนตัวไปแล้วสองคน เพื่อเติมเกมรุกเมื่อต้นครึ่งหลัง...
ตอนนี้มีผู้เล่นเกมรุกอีกแค่คนเดียวคือ โป้ง.. เด็กคนนี้ในเกม FA CUP เล่นได้ดี แต่เขาก็ยังเด็กเกินไป.. แต่ใครจะรู้หละ.. เด็กคนนี้อาจเป็นเบบี้โกลด์อย่างไมเคิ่ล โอเว่น หรือไรอัน กิ๊กก็ได้
ฮาร์เซ่ สูดลมหายใจลึกๆ แล้วเดินมาตบบ่าโป้ง
“Make yourself ready, We need you now”

วู๊ดมาเชียร์เพื่อนด้วย เขามองลงไปในที่ข้างสนาม เห็นโป้งออกมาวิ่งวอร์ม.. ไม่เหนือความคาดหมายหรอก แต่เป็นการเปลี่ยนตัวที่เสี่ยงมาก เพราะนี่เป็นเกมใหญ่..
ไม่เกิดก็ดับละวะคราวนี้...
“สู้ๆนะไอ้โป้ง”
โป้งมายืนรอเปลี่ยนตัวอยู่ในพื้นที่ ตอนนี้ทั้งสนามกำลังเรียกชื่อเขาออกมาดังสนั่น
แล้วผู้ตัดสินที่สี่ก็ชูป้ายไฟขึ้นเพื่อให้สัญญาณขอเปลี่ยนตัว

“ไอ้โป้งได้ลงแล้ว” ตั้มตื่นเต้น ตอนนี้ทีมฟุตบอลเกือบทั้งทีมยกโขยงมานั่งดูทีวีอยู่ที่บ้านของจอมที่รับเป็นเจ้าภาพในสัปดาห์นี้ พวกเขาใส่เสื้อของภูเก็ตยูเนียนกันทุกคน แถมเป็นหมายเลข15ของโป้ง กับหมายเลข 19 ของโกล
“เอามันเลยโป้ง.. อย่าไปยอมแพ้มัน”

โป้งวิ่งลงไปในสนามท่ามกลางเสียงปรบมือดังสนั่น เขาตีมือกับกองหลังที่ถูกเปลี่ยนตัวออกแล้ววิ่งไปบอกแผนกับกัปตันทีมพี่โสดา
โสดาพยักหน้าแล้วตีไหล่โป้ง
“อย่ากลัวมัน”
โป้งพยักหน้าแล้ววิ่งไปยืนในตำแหน่งตัวเอง

การแข่งขันเป็นไปอย่างเข้มข้นมาก เพราะตอนนี้ภูเก็ต ยูเนียนเปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างเต็มสูบด้วยแผนกองหลังสาม กองกลางสี่ และกองหน้าสามตัว โดยมีโป้งเป็นกองหน้าด้านซ้าย
แล้วโป้งก็ได้บอลครั้งแรกจากการที่กองหลังตัวหลักของยูเนียนคือ พี่อดุลย์ตัวผู้เล่นสูงวัยแต่มากประสบการณ์เบียดแย่งลูกมาได้ แล้วเตะโด่งออกมาจนถึงโป้งที่อยู่แนวหน้า
โป้งพลิกตัวหลบพาลูกฟุตบอลหนีกองกลางของเมืองนนท์ที่พยายามเข้าสกัด แล้วพาลูกวิ่งไต่ไปตามเส้นข้าง พอเห็นตัวผู้เล่นตำแหน่งปีกขวาวิ่งมาหา เขาก็เปลี่ยนทางวิ่งกะทันหัน เลี้ยงลูกฟุตบอลตรงเข้าตรกลาง แล้วปล่อยลูกให้สำราญศูนย์หน้าคู่หูของบรรณรับไปต่อ แล้วตัวเองก็วิ่งไปด้านขวา
สำราญเห็นเพื่อนกองหน้าด้านขวาวิ่งไปทางซ้ายแทนโป้งเขาจึงจ่ายลูกไปให้
อาวุธศูนย์หน้าสำรองครองบอลรอ พอเห็นโป้งขยับวิ่ง เขาเลยจ่ายลูกผ่านระหว่างคู่กองหลังเข้าไปในเขตโทษ
โป้งใช้ความเร็ววิ่งไปถึงลูก แต่จังหวะจับลูก.. เขาก็โดนปีกขวาเข้ามาเบียดจากด้านข้าง
ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงล้ม.. และที่จริงก็ควรล้มเพื่อเอาจุดโทษ แต่เพราะเมืองนนท์มักจะได้เปรียบเสมอในจังหวะแบบนี้ จนมีเสียบ่นในหมู่แฟนบอลกันว่ากรรมการมักเข้าข้างทีมใหญ่
ต้องไม่ล้ม โป้งบอกตัวเอง แล้วเขาก็ใช้กำลังดันกลับ..
ผู้รักษาประตูวิ่งเข้ามาในจังหวะที่โป้งชะลอลงไป...
โป้งจึงตัดสินใจใช้เท้าซ้ายกระแทกลูกฟุตบอลด้วยสันเท้าด้านข้างให้มันพุ่งไปทางซ้ายมุ่งหน้าหาประตูที่ว่างโล่ง
กองหลังของเมืองนนท์วิ่งมา คิดจะเตะลูกที่กลิ้งอยู่ให้ออกไป ทว่า.. สำราญที่วิ่งมาที่หลังแต่ถึงก่อน เขาสไลด์และยืดขาออกไปจนสุด...
ทั้งตัวสำราญและลูกฟุตบอลจึงเข้าประตูไปพร้อมกัน
เสียงเฮดังสนั่นจากทุกทิศทาง... สนามยูเนี่ยน ออฟ ภูเก็ตสว่างไสวขึ้นทันทีด้วยความยินดี

“ตีเสมอแล้วครับ.. แต่เหมือนเทพพรจะเจ็บนะครับ” ผู้บรรยายกล่าวออกมา
“เมื่อสักครู่ตอนที่ผู้รักษาประตูพุ่งเข้ามาปะทะเข้าอย่างจังเลยครับ ไม่รู้จะเจ็บไหม”
เทพฤทธิ์กำหมัดแน่นมองภาพโป้งนั่งให้แพทย์สนามมาดูอาการ
“ลุกขึ้นไอ้โป้ง... อย่ายอมแพ้สิวะ” เทพฤทธิ์คำราม "เอ็งต้องสู้ไอ้โป้ง"

โกลที่ลุกขึ้นไปยืนข้างสนามมองโป้งอย่างเป็นห่วง แต่แล้วเขาก็ยิ้มออกเมื่อโป้งลูกขึ้นได้ด้วยการช่วยเหลือจากแพทย์สนาม แถมเขาก็ยังเคลื่อนไหวได้ปกติตอนเดินออกไปรอข้างสนาม
พอกรรมการให้สัญญาณกลับเข้าไปได้ บรรดากองเชียร์ก็เริ่มปรบมือกันเกรียวกราว
หนึ่งในบรรดากองเชียร์มีทรงวุฒิกับคทาและเพื่อนร่วมชั้นของโป้ง พวกเขาตะโกนออกไปโดยพร้อมเพรียง
“โป้ง โป้ง โป้งๆๆ” แถมทำท่าเหยียดแขนชูนิ้วโป้งไปข้างหน้าทั้งสองข้าง
อำนาจหันมองไปแล้วก็พยักหน้าช้าๆ
แล้วไม่นานนัก ทั้งสนามทำท่าเดียวกัน คือตะโกนเรียกโป้งและเหยียดแขนสุด มือชูนิ้วโป้งออกไปข้างหน้า
"โป้ง โป้ง โป้ง โป้ง..." ดังกึกก้องและยาวนาน
“ได้ใจคนดูแล้วนะ ไอ้โป้ง” อำนาจหันกลับไปยังเด็กหนุ่มที่วิ่งไปในสนามอย่างกับนกที่เหินลมในท้องฟ้า

ป้อมเพชรจ้องหน้าจอนิ่งอย่างตื่นเต้น เพราะการแข่งขันกำลังงวดเข้มเข้าไปทุกที เวลาก็เดินหน้ามาถึงนาทีที่แปดสิบกว่าๆแล้ว
“ป้อมค่ะ ถ้าเราไม่ไปตอนนี้ เดี่ยวก็อดดูหนังพอดี” สาวิตรีอุทธรณ์
“รอบดึกก็มีนี่ สา ผมขอดูให้จบก่อน นี่จะหมดเวลาแล้ว” ป้อมเพชรกล่าว
สาวิตรีถอนหายใจเฮือก แต่รู้ดีว่าพูดไปก็ไม่มีประโยชน์
“เฮ้ย..เอาเลย ลุยไปเลย” ป้อมเพชรตะโกนเมื่อเห็นภูเก็ตยูเนียนแย่งลูกฟุตบอลกลับมาได้อีกครั้ง

อัคนีผู้เล่นปีกขวาพาลูกมาจนเกือบสุดเส้นแล้ว แต่มองไปในเขตโทษเห็นแต่หัวกองหลังทีมเมืองนนท์ กระนั้นเขาก็ยังตัดสินใจโยนเข้าไป
สำราญมีความสามารถในการเล่นลูกกลางอากาศอยู่แล้ว เขาเลยโหม่งลูกที่ลอยมาในอากาศได้ก่อนกองหลัง
ลูกพุ่งอย่างแรงและทำท่าจะเสียบใต้คาน ทว่าผู้รักษาประตูพุ่งไปปัดออกไปได้
ฮันเซ่ประสานมือเรียกหาพระเจ้า แล้วมองนาฬิกาบนสกอร์บอร์ด เวลากำลังจะหมด.. ทีมของเขากำลังได้เปรียบ

โป้งมายืนอยุ่ที่มุมธงด้านซ้าย มองไปในกรอบเขตโทษ
ตอนนี้ผู้เล่นเมืองนนท์ก็พากันลงมาป้องกันประตูแน่นหนา ส่วนยูเนี่ยนก็พากันขึ้นมาแม้กระทั้งกองหลัง ทำให้ในกรอบเขตโทษเต็มไปด้วยตัวผู้เล่นของเมืองนนท์และภูเก็ตยูเนี่ยน
โป้งถอยหลังทำท่าจะเตะโยนลูกฟุตบอลเข้าไปกลางวงผู้เล่นในกรอบเขตโทษ
แต่พอเตะ.. ลูกกลับไม่ได้เข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่ลอยเลี้ยวโค้งขวาออกไปนอกกรอบ.. แต่ตรงทิศที่กัปตันทีมของภูเก็ตยูเนี่ยนถอยออกมายืนรออยู่นอกกรอบเขตโทษ
เขากระโดดขึ้นพักลูกฟุตบอลที่ลอยมาด้วยอก.. พอลูกตก เขาก็ง้างเท้า.. การยิงไกลคืออาวุธสำคัญของกัปตันโสดา
ผู้เล่นของเมืองนนท์รู้ตัวว่าเสียท่า วิ่งออกมาหมายจะป้องกันการยิงไกล
แต่ทั้งสิ้นเป็นแผนการ...
“โป้งจัดการ” โสดาตะโกน
แล้วแปจ่ายลูกไปทางซ้าย
โป้งวิ่งมาจากมุมธงถึงลูกฟุตบอลตรงจุดนัดพบแบบพอดิบพอดี วางเท้าขวามั่นคง เท้าซ้ายง้างออกแล้วเตะลงไปโดนหลังเท้าตรงตำแหน่งพอดี
อาวุธอยู่ในกรอบเขตโทษ เขาเด้งตัวเพื่อหลบให้ลูกฟุตบอลของโป้งผ่านไป
ลูกฟุตบอลเดินทางไปในอากาศโดยไม่หมุน... นั้นทำให้เกิดอาการลูกส่าย.. มันจะส่ายไปส่ายมาในอากาศ ได้ราวกับเล่นกล
ผู้รักษาประตูที่โดนทั้งอาวุธและกองหลังฝั่งตัวเองบัง กว่าจะเห็นลูกมันก็เข้ามาอย่างจวนตัวแล้ว กระนั้นเขาก็ยังพยายามเอื้อมมือไป...

สนามเงียบกริบ...
ผู้เล่นก็หยุดไป...
โกลที่ลุกขึ้นมายืนลุ้น กำหมัดแน่น...
โค้ชฮันเซ่ขมวดคิ้วเครียด..
ผู้ตัดสินจรดนกหวีด...
แล้วก็เป่านกหวีดยาวแล้ววิ่งชี้ไปที่กลางสนาม..
เป็นสัญญาณว่าการยิงของโป้งเป็นประตู เพราะมันไร้ข้อครหา... ลูกกระแทกตาข่ายด้านในแล้วกลิ้งไปตกที่ก้นประตู
กองเชียร์โห่ร้องขึ้นอย่างกึกก้อง.. และยังปรบมืออีกยาวนานเมื่อภาพ LCD ในสนามแสดงภาพโป้งวิ่งกลับไปแดนตัวเองโดยมีเพื่อนรุ่นพี่ทั้งหลายแสดงความยินดี

ห่างไปอีกสนาม แม้จะอยู่ในจังหวัดเดียวกัน แต่วันนี้ที่นี่ไม่มีการแข่งขัน ทำให้สนามแห่งนี้เงียบเหงา มีแค่ไม่กี่คนที่มาออกกำลังกายกัน
ก้านเพชรที่กำลังวิ่งอยู่คนเดียวในสนามสุระกุล เขาปลดหูฟังที่เสียบหูอยู่แล้วยิ้ม
การถ่ายทอดทางวิทยุจบลงแล้ว ชัยชนะเป็นของทีมภูเก็ต ยูเนียน และอีกครั้งที่โป้งเป็นฮีโร่นำชัยชนะมาให้ทีมของตัวเอง
มีคนถามเขาว่าทำไมเขาถึงยอมทิ้งโอกาสร่วมทีมกับปราสาทหินอดีตแชมป์หลายสมัย ทั้งที่ฝ่ายปราสาทหินยื่นข้อเสนอมาให้ แต่เขาเลือกกลับเดินทางในทิศตรงกันข้ามสู่ภูเก็ตเพื่อร่วมทีมกับทีมที่อยู่ดิวิชั่นหนึ่ง
คำตอบอยู่ที่เจ้าของเท้าซ้ายที่ยิงประตูชัยนี่หละ...
“ยิ่งนายเก่ง ฉันก็ยิ่งชอบนายโป้ง...ถ้าฉันต้องห่างจากนายเป็นพันกิโล.. ฉันคงอกแตกตายแน่ๆ” เขารำพึงกับตัวเองแล้ววิ่งไปในสนามที่เงียบสงบ...
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:19

ตอนที่ 36 : ศึกชิงนาย@ภูเก็ต.. (รีไรท์)
ฮัลเซ่ย์ ดิทมาร์ท ยืนกอดอกมาลงไปในสนามซ้อมที่มีโป้งกับโกลวิ่งซิกแซกหลบสิ่งกีดขวางกันอยู่
บอกตามตรง เขาไม่ได้มีโอกาสได้เจอโป้งมาก่อนหน้าเลย เพราะเขาพึ่งมาอยู่เมืองไทยได้แค่ปีกับสองเดือนนิดๆ เรื่องของโป้งที่เป็นนักเตะในระดับทีมชาติก็พึ่งจะได้ยินจากปากของอำนาจ ตอนพาโป้งกับโกลมาหาเขาในวันแรก
แรกเจอแม้เขาจะชอบรูปร่างของโกลที่สูงใหญ่ และลักษณะการเคลื่อนที่ที่คล่องแคล่วของโป้ง แต่ก็ยังคิดไปว่าที่พวกเขาเข้ามาได้ก็เพราะเป็นเด็กฝาก
แต่ตอนนี้.. ความคิดนั้นมันหายไปหมด.. ยิ่งได้รู้จักกับเด็กสองคนเขายิ่งเห็นความมุ่งมั่นของทั้งคู่ เด็กสองคนนี้มีความตั้งใจสูงมาก
สำหรับการเป็นนักฟุตบอล จริงอยู่พรสวรรค์จำเป็น แต่ที่ทำให้นักฟุตบอลระดับโลกแจ้งเกิดได้นั่นคือความขยันและมุ่งมั่นฝึกฝนตัวเอง
เดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเป็นเดือนที่วิกฤตของทีม.. เขามีผู้เล่นเจ็บพร้อมกันถึงห้าคน... แต่พอถึงกันยายน.. พวกเขายังอยู่อันดับที่สองได้อย่างน่าอัศจรรย์..
หลังจากนัดกับเมืองนนท์ ยูไนเต็ด พวกเขาก็ชนะติดกันอีกสองนัดที่นอกบ้าน แต่พลาดโดนเกมรับของทีมอันดับสุดท้ายของตารางที่ตั้งใจมาตั้งรับ 0:0 แล้วก็บุกไปชนะฉลามขาว ฟุตบอลคลับได้ถึงถิ่นชลบุรี
ชนะสี่เสมอหนึ่ง แถมเสียประตูไปแค่ลูกเดียวจากห้านัด.. นี่มันคือสถิติที่ดีมากสำหรับทีมที่ตัวผู้เล่นหลักบาดเจ็บและต้องใช้สำรองลง ไปทดแทนมากกว่า ห้าตำแหน่ง
และจะชมใครหละ นอกจากการเล่นที่ยอดเยี่ยมของโป้ง และการรักษาประตูที่เหนียวแน่นของโกลที่ลงไปแทนผู้รักษาประตูสำรองที่เจ็บไประหว่างซ้อมหลังนัดเจอกับเมืองนนท์
โป้งยิงไปสามลูกจากสี่เกมที่เขาลง ทั้งที่เป็นตัวสำรอง
ส่วนโกลก็ไม่เสียประตูเลยในสี่เกมที่ลงเป็นตัวจริง
“ฮัลเซ่ย์” อำนาจเรียก แล้วเดินมายืนข้าง
“ทางผลการตรวจของบรรณกับผู้เล่นตัวหลักอีกสองคนออกมาแล้วนะ ทุกคนมีอาการดีขึ้น”
ฮัลเซ่ย์หันมาพยักหน้า
“ผมทราบแล้ว”
“แต่ดูคุณไม่ค่อยสบายใจ” อำนาจกล่าวแต่มองลงไปในสนาม
ฮัลเซ่ย์ถอนหายใจ
“ผมแค่ลำบากใจ.. เด็กสองคนฟอร์มกำลังดีมาก.. แถมโป้งยังเป็นที่รักของแฟนบอล”
อำนาจพยักหน้า
“ยอดคนดูเพิ่มกว่าแต่ก่อนเกือบสามสิบเปอร์เซ็นต์ ผมสังเกตแฟนบอลสาวๆก็มาเชียร์เพิ่มขึ้นอีก”
“เพราะอย่างนี้ ผมถึงลังเลจะดร๊อปพวกเขา” ฮัลเซ่ย์กล่าวตามตรง
อำนาจหันมามองหน้าชายชาวเยอรมัน
“ผมให้สิทธิคุณเต็มที่ ตอนนี้นายโป้งกับนายโกลยังเด็กทั้งคู่ เกมหนักๆพวกเขายังมีประสบการณ์น้อย.. เราต้องให้เวลาเขา ถ้าคนจะถอดเขาออกจากตัวลำรองแล้วใส่ผู้เล่นตัวหลักกลับลงไปแทน ผมก็ไม่ว่านะ ผมเข้าใจเพราะผมก็เป็นโค้ชคนหนึ่งเหมือนกัน”
ฮัลเซ่ย์พยักหน้า เขากับอำนาจรู้จักกันนานหลายปีแล้ว และการที่เขารับงานนี้ทั้งที่ภูเก็ต ยูเนียนเป็นทีมใหม่ ก็เพราะเขาวางใจในตัวอำนาจและเชื่อมั่นในความทุ่มเทของอำนาจ
“คุณมีทีมเยาวชนไม่ใช่เหรอ.. ผมให้คุณยืมตัวไปก่อนก็ได้นะ แต่พวกเขาต้องซ้อมกับผมที่นี่ เพราะผมยังมีรายการบอลถ้วยที่เราเจอกับทีมดิวิชั่นหนึ่งอีก” ฮัลเซ่ย์กล่าวแล้วมองไปที่โกลซึ่งกำลังซ้อมล้มตัวรับลูกอยู่กับทวี
“ผมมีอะไรจะสอนพวกเขาอีกเยอะ ผมเชื่อมั่นว่าฤดูกาลหน้า ผมจะทำให้พวกเขาจะก้าวมาเป็นตัวจริงของเราได้อย่างแน่นอน”

วันหลังจากวันที่มีการแข่งขัน คือ วันหยุดของนักฟุตบอล ถ้าเป็นวันจันทร์โป้งกับโกลก็จะไปเรียนตามปกติ และก็เรียนแค่ครึ่งวันเหมือนเดิม ไม่ได้เรียนเต็มวัน
ดังนั้นพอเลิกเรียนทั้งคู่ก็พักผ่อนหรือไม่ก็ไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆในภูเก็ต
แต่โดยมากจะกลับห้องพักแล้วพักผ่อนเงียบๆมากกว่าเพราะเหนื่อยจากการซ้อมมาทุกวัน เพราะพวกเขาซ้อมหนักกว่ารุ่นพี่เสียอีก ยิ่งนัดไหนไม่มีรายชื่อในตัวสำรอง สัปดาห์นั้นก็ยิ่งซ้อมหนัก คงเพราะโค้ชเห็นว่าพวกเขาไม่ต้องเล่นก็เลยจับซ้อมเต็มที่กันอยู่สองคน
เรียกว่าหนักกว่าตอนเป็นนักฟุตบอลโรงเรียนหลายเท่าจนเทียบกันไม่ได้เลยทีเดียว
แต่วันนี้ เพราะโป้งอยากจะได้กางเกงยีนต์ตัวใหม่มาทดแทนตัวเก่าสามตัวที่แม่ซื้อให้
โกลก็เลยขับรถยนต์พาโป้งมาที่ห้างเซ็นทรัล

แม้จะชอบ โป้งก็ต้องสะอึกกับราคาของกางเกงยืนต์ที่ตัวเองกำลังถืออยู่
“ทำไมแพงจังอะ... นี่ซื้อกางเกงที่แม่กูซื้อให้ได้สามตัวเลยนะ” โป้งกระซิบ เพราะกลัวพนักงานขายได้ยิน
“มึงชอบไหมหละ ถ้าชอบก็ซื้อ เดี่ยวนี้เงินเดือนก็มีแล้ว ทำไมจะซื้อไม่ได้” โกลตอบ เขากำลังเลือกให้ตัวเองอยู่เหมือนกัน
“แม่มาเห็นราคาด่ากูเปิงแน่ วันก่อนโทรมายังบอกว่าให้เอาเงินเก็บธนาคารให้หมด เหลือไว้ใช้แค่พอกินก็พอ” โป้งตอบ
“ก็โบนัสที่ยิงประตูได้วันก่อนไง.. ไม่ใช่เงินเดือน มึงก็เอาตรงนั้นมาจ่ายสิวะ หรือว่ามึงรายงานแม่มึงหมดทุกบาททุกสตางค์” โกลชี้แนะ
“แต่มันแพง.. กูเสียดายเงิน กูไม่ใช่เศรษฐีอย่างมึง แม่บอกว่าเก็บไว้ใช้ตอนเลิกเล่นแล้ว จะได้มีเงินเก็บ”
“งั้นกูซื้อให้”โกลกล่าวอย่างรำคาญ
“ไม่ๆ” โป้งปฏิเสธ “ก็บอกแล้วไง กูไม่ชอบเลยแบบนี้ ถ้าอย่างนั้นกูซื้อเองก็ได้”
“ก็แค่เนี้ย”โกลยักไหล่แล้วก็หันไปเลือกของตัวเอง
แต่พอหันกลับไป ก็ยังเห็นโป้งมองราคาแล้วส่ายหัวดุกดิกบ่นว่าแพงชิบหาย
ตอนนี้เงินเดือนของโป้งได้มากกว่าโกลด้วยซ้ำจากตำแหน่งเล่นของเขา ก็ราวๆเกือบสามหมื่นบาท ถ้าเป็นพนักงานกินเงินเดือนก็ต้องเรียกว่าเงินเดือนดีพอใช้
แต่ไอ้นิสัยขี้เหนียวนี่ท่าทางจะถ่ายทอดมาทางกรรมพันธุ์ เพราะมันก็ยังบ่นกระปอดกระแปดไปเรื่อยเวลาเจออะไรแพงๆ

พอออกจากร้านเสื้อผ้าก็ไปร้านอุปกรณ์สื่อสาร เพราะโป้งทำโทรศัพท์ตกเมื่อวันก่อน จนมันออกอาการรวนๆ ก็เลยคิดจะซื้อใหม่
แต่กระนั้นเขาก็ยังเลือกรุ่นที่ราคาย่อมเยาว์อยู่
“น้องโป้งติดยี่ห้อไหมละครับ” คนขายกล่าว แล้วหยิบเครื่องโทรศัพท์ยี่ห้อจากจีนมาให้ดู
“ถ้าไม่ติดยี่อห้อ ก็เอาอย่างนี้ น้องเอายี่ห้อนี้ เป็นของจีนแต่คุณภาพดี แล้วก็มีศูนย์บริการในภูเก็ตด้วย ราคาถูกกว่ายี่ห้อเกาหลีที่สเปคเดียวกัน แถมใช้ระบบปฏิบัติการเดียวกันด้วย”
โป้งหันมองหน้าโกล โกลก็ทำท่าไม่สนใจเพราะขี้เกียจจะออกความเห็น เพราะยังไงโป้งก็เชื่อคนขายอยู่ดี แถมเขาก็ไม่ได้มีความรู้เรื่องโทรศัพท์ด้วย

โกลยืนคุยโทรศัพท์อยู่กับพ่อเรื่องที่จะให้ส่งรถคันใหม่มา เพราะรถคันที่ส่งมาให้ใช้ก่อนหน้ามีออกอาการแปลกๆเร่งไม่ค่อยขึ้น ส่วนโป้งก็ยืนพลิกดูเมนูของร้านอาหารญี่ปุ่นดูไปเรื่อย
ระหว่างนั้นเอง
“โป้งอยากกินเหรอครับ.. ฉันเลี้ยงเอาไหม” ร่างสูงกว่าเขา ผิวขาวกับดวงหน้าที่คุ้นเคย
“ก้าน.. ไม่เจอกันนานเลยนะ” โป้งยิ้มอย่างยินดีตามอัธยาศัย
ชื่อนั้นทำให้โกลหันมามอง...

“อันนี้อร่อยโป้งลองชิมสิ” ก้านเพชรคีบชิ้นปลาดิบราคาจากชุดปลาดิบพิเศษมาส่งให้
“ฮงมาโกโร่ โอโทโร่.."
โป้งก็คีบปลาดิบด้วยตะเกียบ แล้วลองกินดู
“เออ มันๆอร่อยดี”
“ถ้าโป้งชอบ เดี่ยวฉันสั่งเพิ่ม” ก้านเพชรเสนอด้วยอาการยินดี
“ดีเลย.. มึงเลี้ยงนี่” โกลกล่าวขึ้นหลังจากนั่งมองด้วยความหมั่นไส้มานาน
“พี่ครับ”
พนักงานเสริพเดินมาพอดีเลยหยุด
“ขอโอโทร่าอีกห้าสิบจานครับ”
“เฮ้ย...” โป้งร้อง ขณะพนักงานทำตาโต
“อ้าวก็ไอ้ก้านมันเลี้ยง กูก็ชอบกินนะมึง... เอามาเลยห้าสิบจาน แค่นี้ขนหน้าแข้งไอ้ก้านไม่ร่วงหรอก แค่ราวๆไม่กี่หมื่นเอง” โกลแสร้งยิ้มให้ก้านเพชร
ก้านเพชรทำหน้านิ่ง ก่อนจะตอบ
“กูเลี้ยงโป้ง ไม่ได้เลี้ยงมึง... สั่งไปขนาดนั้นใครจะแดกหมด”
“เฮ้ยได้ไงก้าน” โกลทำหน้าอ้อน “เรารู้จักกันก่อนโป้งอีกนะ มึงจะไม่เห็นแก่มิตรภาพยาวนานของเราเลยเหรอวะ มึงเลี้ยงแต่ไอ้โป้งได้ไง..”
ก้านเพชรทำหน้าเลี่ยน
“กูจำไม่ยักได้ว่าเคยมีมิตรภาพกับมึงไอ้โกล.. เจอกันทีไรเตะกันไฟแลบ ตอนไหนเรียกว่ามิตรภาพวะ”
“พอๆ” โป้งตัดบท “พี่ครับเอาแค่สองจานครับ”
พนักงานพยักหน้าเจื่อนๆ
“ดิฉันก็กำลังจะบอกว่าเรามีสินค้าไม่พอทำห้าสิบจานหรอกค่ะ” เธอเอากระดาษโน้ตมาจด
“ตกลงรับแค่สองจานนะคะ”
โป้งกล่าวคำขอบคุณด้วยรอยยิ้ม
หันมาโกลกับก้านเพชรก็ยังจ้องตากันอยู่ แม้จะมีรอยยิ้มทั้งคู่แต่เป็นรอยยิ้มที่เชือดเฉือนกันอย่างรุนแรง
เขาส่ายหน้าละอาใจ

โกลหงุดหงิดจนเห็นได้ชัด ตอนที่ขับรถออกมาจากห้างแล้วมาติดไฟแดง
ตอนแรกโป้งก็ไม่อยากจะพูดถึง แต่โกลเป็นฝ่ายเริ่มก่อน
“ทำไมโป้งต้องทำท่าเหมือนดีใจมากที่ได้เจอมันด้วยวะ” โกลกล่าว
โป้งมองหน้าโกล
“ก็มันดีใจนี่ ได้เจอคนรู้จักบ้างก็ดีไม่ใช่เหรอโกล เราเป็นคนต่างถิ่นที่นี่ เจอคนที่คุ้นเคยก็ต้องดีใจบ้างเป็นธรรมดา” เขาตอบ
“แต่ก็ไม่เห็นต้องทำหน้าบานขนาดนั้นก็ได้นี่.. “ โกลแย้งอีก
โป้งโคลงหัวช้าๆ
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:20

ตอนที่ 37 : วู๊ด.. ติดธงชาติไทย(รีไร้ท์)

โกลยังหงุดหงิดไม่หาย ตอนแรกโป้งก็รำคาญก็เลยไปอาบน้ำ ระหว่างอาบน้ำก็คิดไปด้วยว่าทำไมโกลถึงได้ขึ้หึงนัก...
แล้วก็นึกถึงคำพูดหนึ่งที่พ่อเคยพูดเอาไว้นานมาแล้วตอนที่แม่หึงพ่อที่ไปสนิทสนมกับหญิงสาวคนหนึ่ง
“การที่เขาหึงแปลว่าเขารักเรามาใช่ไหมโป้ง.. ถึงจะน่ารำคาญ แต่มันก็น่าดีใจไม่ใช่เหรอ”

เมื่อโป้งออกมาจากห้องน้ำ เห็นโกลนั่งเล่นเกมจากคอมพิวเตอร์อยู่ กระทั้งเขาสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วก็ยังเล่นอยู่
โป้งก็เลยลากเก้าอี้ไปนั่งใกล้ๆ
แต่โป้งเป็นคนไม่เล่นเกมก็เลยไม่เข้าใจว่าโกลกำลังทำอะไร
“นี่อะไรน่ะโกล” โป้งชี้ที่หน้าจอ
“ก็ตัวของเราไง..” โกลตอบแต่เสียงแข็งๆ
“เราเป็นทหารเหรอ” โป้งถาม
“ใช่” โกลตอบแค่สั้นๆ
โป้งขยับเบียดเข้าไป
“มึงสอนกูเล่นบ้างสิ”
โกลเหลือบมามองหน้า
“ให้ไอ้ก้านสอนสิ มันก็เล่นนะเกมนี้ กูเห็นมันออนไลน์อยู่”
โป้งทำหน้ายู่ก่อนจะดึงแขนโกลออก
“เฮ้ยทำอะไร” โกลร้อง แต่ก็เงียบไปเมื่อโป้งนั่งลงบนตักแถมบังจอ
“มันตายแล้วโกล” โป้งกล่าว “โดนยิงตายเลย”
โกลไม่ตอบในตอนแรก เขามองโป้งจากด้านหลังแล้วเขาก็กอดร่างของโป้งไว้
“ช่างมันเถอะ.. กูไม่อยากเล่นแล้ว”
“อ้าวทำไมล่ะ.. ไม่เล่นแล้วจะสอนกูยังไง” โป้งท้วง
“กูไม่ให้มึงเล่นหรอก เดี่ยวมึงไปเล่นกับไอ้ก้าน” แล้วเขาก็ซบบนหลังของโป้ง
โป้งลูกขึ้นแล้วเปลี่ยนท่า ยังนั่งตักอยู่แต่หันหน้าเข้าหากัน
“มึงจะกลัวอะไร.. ในเมื่อยังไงกูก็อยู่กับมึงนี่ไง.."
ทั้งสองสบตากันนิ่งเงียบอยู่นานจนกระทั้งได้ยินเสียงหัวใจกันและกัน
แล้วกว่าทั้งคู่จะรู้ตัว ริมผีปากก็แตะกัน แล้วก็บดแน่น...
การจูบที่ลึกซึ้งดึงดูดทั้งคู่จนไม่อาจถอนตัวไปจากกันจนกระทั้งเนิ่นนาน..
โป้งเป็นฝ่ายหยุดก่อน แล้วก็ยิ้มจางๆ
“กูเล่นเกมไม่เป็นหรอกโกล.. กูเล่นเป็นแต่บอล กูกับไอ้ก้านใกล้กันก็แค่ตอนแย่งบอลกัน มึงจะกลัวอะไรโกล.. ในเมื่อทั้งตัวและหัวใจกูอยู่ที่นี่...กับมึง”
โกลมองหน้าโป้ง มองรอยยิ้มที่แสนงดงามนั่น..
เขาดึงหน้าของโป้งลงมาเพื่อเอาหน้าฝากชนกัน แล้วหลับตาลง
“กูขอโทษ.. แต่กูอดหวงมึงไม่ได้จริงๆ ก็กูรักมึงนี่หว่า”
ตอนนี้หน้าโป้งอยู่สูงกว่า เขาจึงจูบที่หน้าผากโกลเบาๆเหมือนที่โกลชอบทำกับเขา
“กูเข้าใจมึง.. เพราะกูก็รักมึงนี่”

แล้วทีมชาติชุดยู 19 ก็เรียกตัว โป้งกับโกลและก้านเพชรไปรายงานตัวตามการเรียกของหัวหน้าโค้ชชุดเยาวชน การฝึกซ้อมเป็นไปอย่างเข้มข้น สลับกับการบริหารร่างกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อในบางวัน
“เด็กสามคนดูเก่งขึ้นนะ โดยเฉพาะนายโป้ง ดูจะยิงประตูดีขึ้นแถมร่างกายก็ทนแรงปะทะได้มากกว่าเดิมด้วย” วีระบอกกับชาญระหว่างยืนมองเด็กๆแบ่งทีมเล่นซ้อม
“ก้านเพชรดูวิ่งเร็วขึ้น และก็จ่ายบอลมากขึ้น แล้วก็แม่นขึ้น ส่วนนายโกลใช้ขาป้องกันประตูได้ดีมาก”
“ลีกอาชีพมันดีอย่างนี้นี่เองนะ” ชาญกล่าว
ตอนนี้ในสนามโป้งกำลังหลอกล่อตัวประกบแล้วก็เลี้ยงหนีไปอย่างง่าย จากนั้นก็สับเท้ายิงไกลเป็นลูกโค้งขวา แต่โกลที่ยืนรออยู่แล้วพุ่งไปรับติดมือ ตั้งหลักแล้วขว้างยาวไปให้ก้านเพชร ก้านเพชรก็หันไปทำชิ่งหนึ่งสองกับเพื่อนร่วมทีม เพื่อเปิดทางให้เขาวิ่งไปตามเส้นข้างจนสุดแล้วเอี่ยวตัวเตะเปิดบอลไปหน้าประตูให้ท๊อปโขกไปเต็มหัวเข้าประตูไป
“ด้วยทีมนี้ ผมว่าเราเป็นแชมป์ได้นะครับ” วีระกล่าว
ชาญแค่พยักหน้าแต่ไม่ได้ตอบ
สักครู่หนึ่ง เจ้าหน้าที่แพทย์ของทีมก็เข้ามา
“พี่ชาญ เด็กที่บอกว่าปวดท้อง แจ้งมาว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบ เราคงต้องตัดออกจากทีมแล้วหละครับ”
ชาญคาดไว้แล้ว เขาถอนหายใจหันไปมองหน้าวีระ
“เด็กคนนั้นเป็นกองกลางตัวรับ.. ถ้าจะเรียกก็มีหลายตัวนะครับ.. แต่ผมสนใจเด็กของภูเก็ต เอฟซีมากกว่า กัปตันทีมเก่าของนายโป้งกับโกล ฤทธา ผมว่าเด็กคนนี้ใจเย็น นิ่ง แล้วอ่านเกมดีมาก ผมว่าเราน่าจะลองเรียกตัวมาดูนะครับ” วีระเสนอ
“เราแก้รายชื่อทันอยู่แล้วนี่... เอาเลยไปเรียกมา ก็ดีจะได้ลงทีมกับพวกโป้งได้ดี” ชาญพยักหน้าแล้วเดินไป เขาตบบ่าวีระ
“ฝากด้วยนะวีระ”

พอโป้งเห็นหน้าวู๊ดก็ดีใจวิ่งมากอด
“กัปตัน ดีจังเลยได้เล่นด้วยกันอีกแล้ว”
วู๊ดส่ายหัว
“ตัวมึงเหม็นเหงื่อมากเลยนะเนี่ย”
โป้งถอยมายืนยิ้มแฮ่ๆ
โกลเดินตามมา ยื่นมือมา
วู๊ดจับมือนั้นมั่นคง
“เรียกว่ากัปตันไม่ได้แล้วนะโป้ง.. เดี่ยวกัปตันตัวจริงเขาจะเขม่นเอา” โกลหันไปกล่าวกับโป้ง
“เฮ้ยๆ ฉันไม่ใช่คนใจแคบขนาดนั้น” อนุพงษ์เดินตามได้ยินก็กล่าว
“ถ้าติดปากก็เรียกไปเถอะ ไม่ว่าอะไรหรอก”
อนุพงศ์เคยเผชิญหน้ากับวู๊ดมาก่อนแล้วในเกมที่ภูเก็ตเอฟซี แข่งกับทีมของเขา เพราะอนุพงษ์เป็นตัวผู้เล่นหลักของทีมหนึ่งในดิวีชั้นหนึ่งเหมือนกัน เขายืนมือไปให้วู๊ดจับ
“ยินดีต้อนรับ” อนุพงศ์กล่าว
“ครับพี่” วู๊ดจับมือด้วย

“เมื่อวานนี้มีรายการอุ่นเครื่องของ ทีมชาติไทยชุดยู19 กับทีมหมู่เกาะฟิจิ.. เกมนี้มีการโค้ชชาญหัวหน้าผู้ฝีกสอนทีม U19 ถือโอกาสทดสอบตัวผู้เล่นรุ่นเด็กอย่าง เทพพร ก้านเพชร กรกฏ และตัวล่าสุดที่เรียกเข้าไปอย่าง ฤทธากองกลางดาวรุ่งของภูเก็ต เอฟซีที่มาแทนตัวผู้เล่นเดิมที่มีถอนตัวไปเพราะอาการไส้ติ่งอักเสบ"
เดฟเงยหน้าขึ้นมองโทรทัศน์ ตอนนี้เขาอยู่ที่บริษัทโมเดลลิ่งที่เรียกเขามาถ่ายแบบเพื่อเก็บเป็นโปรไฟล์
“เกมเริ่มไปได้แค่สิบนาที ทีมไทยก็ได้ประตูจาก เทพพรที่เลี้ยงหลุดเดี่ยวเขาไปยิงในกรอบเขตโทษ” ผู้ประกาศบรรยาย
โป้งมันเก่งอยู่แล้ว วิ่งหลุดเดี่ยวจะไปเหลืออะไร
“ก่อนหมดครึ่งแรกเพียงสองนาที ฤทธาได้จังหวะยิงจากการจ่ายมาของก้านเพชร ยิงไกลลูกนี้เข้าไปให้ทีมชาติไทยนำห่างสองต่อศูนย์”
ภาพวู๊ดเตะลูกจากระยะยี่สิบห้าหลาพุ่งผ่านผู้รักษาประตูเข้าไป.. เดฟกลับทนมองไม่ได้ภาพนั้น จนจบ เขาหันไปมองทางอื่น
ผู้ประกาศยังคงบรรยายเกมต่อไป แต่เดฟมองผ่านกระจกออกไปนอกสถานที่ ปล่อยใจให้ล่องลอยไป
“ทีมชุดสิบเก้าปีของเราจะโปรแกรมลงสนามกับทีมพม่าในรอบแรกวันที่ 11 ตุลาคมนี้ ก็ติดตามเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหนูทีมชาติไทยชุด 19ปีกันนะครับ”
“เห็นว่ามีความหวังมากเลยไม่ใช่เหรอ” ผู้ประกาศอีกคนกล่าว
“ครับ ก็ปีนี้มีตัวดีๆอย่าง นายโป้ง แล้วถึงจะมีผู้เล่นถอนตัวไปแต่ก็ยังได้ฤทธาเข้ามาเสริม.. ก็คงจะทดแทนกันได้ เพราะเจ้าวู๊ด ฤทธาก็กำลังฟอร์มดีได้ลงเล่นเป็นตัวจริงให้ภูเก็ต เอฟซีอย่างต่อเนื่อง” ผู้ประกาศคนเดิมกล่าว
“ก็นั้นหละครับ ท่านผู้ชม ก็มาช่วยกันลุ้นว่าปีนี้ทีมชาติไทยเราให้ประสบความสำเร็จกัน ข่าวต่อไป..” ผู้ประกาศหลักว่า
“ในที่สุดนายก็ทำความฝันให้สำเร็จจนได้นะวู๊ด.. ยินดีด้วย” เดฟยิ้มออกมา..
รอยยิ้มนั้นเจือด้วยความรู้สึกสองอย่าง ยินดีดังปากว่า และอาลัยจากหัวใจ...
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:20

ตอนที่ 38 : บันไดสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย โป้งสัญญาเพื่อคว้าฝัน.(รีไรท์)
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่วู๊ดได้เดินทางไปต่างประเทศ พอเขาเห็นความอลังการสนามบินสุวรรณภูมิก็ถึงกับงงออกอาการเดินไม่ถูกเพราะมัวแต่มอง
ก้านเพชรที่เดินตามหลังมาอมยิ้ม แล้วก็เดินไปดังแขนวู๊ดที่มัวแต่ถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์มือถือ
“เดินๆ อีกหน่อยนายก็ได้มาบ่อยๆ เองนั้นหละ ถ้าทำผลงานดีๆ ในทีมชาติ”
วู๊ดหันมายิ้มอายๆ
ก้านเพชรกับวู๊ดเริ่มสนิทกัน เพราะอยู่ทีมเดียวกัน
วู๊ดได้รู้จักตัวตนของก้านเพชร ก็พบว่าเขาไมได้เป็นคนเย่อหยิ่งอย่างบุคลิก แต่เขาเป็นคนนิสัยดีใช้ได้ และออกจะมีน้ำใจกับเพื่อนฝูงไม่แพ้โกล

โรงแรมที่ทั้งหมดเข้าพักเป็นโรงแรมใหญ่กลางกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ที่เป็นเจ้าภาพในเวลานี้
โป้งยืนมองเมืองหลวงกรุงปักกิ่งผ่านหน้าต่างโรงแรมอย่างตื่นตา จากตรงนี้มองเห็นสนามที่เหมือนรังนกที่จะใช้เป็นสังเวียนนัดชิงชนะเลิศด้วย
“เราต้องไปเข้าไปเล่นนัดชิงให้ได้นะโกล.. กูอยากถ่ายรูปสนามแบบใกล้ๆ” โป้งหันมายิ้ม รอยยิ้มนั้นแจ่มใสเหมือนรอยยิ้มของเด็กน้อย
ท๊อปมองโกลเดินไปยืนข้างโป้ง โกลเอามือวางบนหัวโป้ง
“เออ.. มึงก็จ่ายบอลให้พี่ท๊อปยิงเยอะๆสิวะ เดี่ยวก็ได้เล่นในนั้นเอง กูจะพยายามป้องกันประตูไว้ให้”
ท๊อปไม่รู้ว่าอะไรทำให้ตัวเองอมยิ้ม.. ทำไมหนอ เขาเห็นสองคนนี้อยู่ใกล้ๆกันแล้วก็อดรู้สึกสดใสอย่างบอกไม่ถูก
“พี่ท๊อป ผมจะเปิดให้พี่นัดละยี่ลิบลูกเลย พี่ต้องยิงให้ได้นะ” โป้งหันมากล่าวด้วยรอยยิ้มมีความหวัง
ท๊อปรู้สึกเอ็นดูรุ่นน้องคนนี้.. โป้งเวลาไม่ได้เล่นบอลดูเหมือนเด็กเล็กๆมากกว่านักฟุตบอลอาชีพ
นึกถึงตอนที่ทีมของท๊อปต้องเผชิญหน้ากับภูเก็ต ยูเนียน นัดนั้นเขาไม่ได้ลงแต่นั่งดูอยู่ข้างสนาม ตอนโป้งที่โดนทำฟาล์วด้วยการผลักกระเด็นออกไปนอกสนาม แล้วเขาก็ลุกขึ้น ดวงตาของโป้งเป็นคนละแววกับตอนนี้เลย..
ในสนามโป้งมุ่งมันกับเกมอย่างมาก แต่ในชีวิตจริงโลกสำหรับโป้งงดงามไปเสียทุกอย่าง
“ตกลงพี่สัญญา พี่จะยิงให้ได้ทุกลูกที่โป้งเปิดมาเลย” เขาตอบออกไป

ทีมชาติไทยทำผลงานได้ดีในรอบแรก ได้เป็นแชมป์ของกลุ่ม และยังดีต่อเนื่องในรอบสิบหกทีมสุดท้าย
ตอนนี้ดาวยิงสูงสุดเป็น ท๊อปเขายิงไปแล้วหกประตูจนถึงนัดนี้ โดยสี่ในหกลูกมาจากการเตะเปิดเข้าไปของโป้ง
ส่วนตัวโป้งเองก็ทำสถิติผ่านบอลให้ยิงประตูได้มากที่สุดในการแข่งขันอยู่ เพราะเปิดให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูแล้วแปดลูก และยิงได้เองสองลูกจากการลงสนามสามนัด
“ทีมชาติไทยปีนี้ทำผลงานได้ดีมาก เราชนะรวดมาโดยตลอด และเสียไปเพียงลูกเดียว.. ถ้าพูดถึงผลงาน ก็ต้องชมเชยที่ เจ้าท๊อปกองหน้าตัวเก่งยังทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง แล้วก็ต้องชมเทพพร นายโป้ง เป็นตัวเปิดเกมรุกได้อย่างน่ากลัว และมีลุ้นตำแหน่งผู้เล่นทรงคุณค่าของทัวร์นาเมนท์ด้วย"ผู้ประกาศด้านกีฬารายกการเล่าข่าวตอนเช้ากล่าว
"และก็คงต้องชมนายทวารร่างสูง กรกฏที่ป้องกันประตูสำคัญๆได้หลายครั้ง”
วราพรอมยิ้มที่เขาพูดถึงลูกชายตัวเอง
“เก่งจังเลยนะลูกชายหัวหน้าเนี่ย” พยาบาลที่เป็นลูกน้องกล่าว
วราพรยิ้ม
“แต่วันนี้ ทีมชาติไทยเราจะเจอศึกหนัก กับอดีตแชมป์หลายสมัยอย่างเกาหลีใต้” ผู้ประกาศ
“เอิม.. หนักจริง” ผู้ประกาศอีกคนทำหน้าหนักใจ
“แต่วันนี้เราจะเกือบฟูลทีม แดนหน้าจะมีทรงคุณ กับสัจจะ แล้วกองกลางฤทธาที่เกมที่แล้วลงมาเป็นสำรองแต่ทำผลงานได้ดีจะยืนคู่กับอนุพงศ์ โดยมีนายโป้งกับก้านเพชรยืนเป็นปีกซ้ายขวา"ผู้ประกาศผิวเข้มอ่านจากโพยของตัวเอง
"กองหลังก็จะเป็นชุดเก่า และกรกฏก็ยังคงเป็นตัวจริงเหมือนเดิม ซึ่งคู่ไทยกับเกาหลีจะลงสนามเวลา 16:00 หรือประมาณ หกโมงเย็นบ้านเรา ช่องของเราถ่ายทอดสดด้วยนะครับ”
“นั่นหละครับ.. ยังไงก็ต้องติดตาม ให้กำลังใจกันนะครับ” ผู้บรรยายใส่แว่นกล่าวต่อ
“มาถึงข่าวต่อไป เห็นว่าอะไร หงส์แดงเกือบตายอีกแล้วใช่ไหม”

ผู้ประกาศผิวเข้มว่าไว้ไม่ผิดจริงๆ เพราะตลอดเกมทั้งโป้งและก้านเพชร โดนประกบติดโดยทำให้โอกาสเปิดบอลไปถึงท๊อปนั้นแทบนับครั้งได้ในครึ่งแรก และยังน้อยมากในครึ่งหลัง
แต่ในด้านตรงข้าม การตัดบอลของวู๊ดของอนุพงศ์ก็ทำได้อย่างดี ทำให้เกาหลีเองก็ทำได้ไม่ต่างจากไทย
มันเป็นเกมอึดอัดอย่างมาก
สุรีวัลเครียดขนาดต้องเอาผ้าเช็ดหน้ามาบิดแก้เครียด ส่วนบรรดานักฟุตบอลก็นั่งมองจอกันนิ่ง ส่วนบรรดานักดนตรีที่มาซ้อมในตอนปิดเทอมก็พากันมากันเกือบหมดวงโยธวาทิตก็เงียบ นายจุ้ยที่นั่งกับตรงกลางระหว่างปอกับตั้มก็พลอยฮากันไม่ออก นึกมุกไม่เป็นไปเหมือนกัน ทั้งทีปกติเขาเป็นคนพูดเก่งมาก
“เอาหละครับตอนนี้ทีมไทยได้จังหวะสวนกลับเร็ว ฤทธาจ่ายบอลไปทางขวาให้ทรงคุณ.. นายท๊อปวิ่งฉีกไปด้านขวาของสนามมองไปข้ามไปทางซ้าย” ผู้บรรยายกล่าวอย่างตื่นเต้น
“เอาเลย” ป้อมเพชรกอดอกแน่นอยู่แล้วตอนนี้เผลอปีบต้นแขนตัวเองอีกต่างหาก
“แต่ยังไม่มีจังหวะจะจ่าย ทรงคุณพาบอลวิ่งต่อขึ้นไป.. จังหวะนี้” ผุ้บรรยายเผลอตะโกนในตอนท้าย
“กองกลางเกาหลีเข้ามาตัดเกมหนัก กรรมการวิ่งมาชูใบเหลืองทันที... แต่ดูเหมือน.. ทรงคุณจะเจ็บหนักนะครับ”
โค้ชชาญมองแพทย์สนามดูอาการของศูนย์หน้าตัวเก่ง จากประสบการณ์ชาญจึงหันไปกระซิบบอกวีระ
แล้วท๊อปก็ไม่ไหวจริงๆ เขาส่ายหน้าตอนที่เจ้าหน้าที่ถามเป็นภาษาอังกฤษ เพราะตอนนี้เขาปวดที่ข้อเท้าอย่างรุนแรง
แพทย์สนามจึงหันไปส่งสัญญาเรียกเปลมา
โป้งเห็นดังนั้นจึงวิ่งเข้าไป พอท๊อปเห็นโป้งก็เอื้อมมือมา โป้งจึงย่อตัวลง
“โป้ง” เสียงท๊อปกลั้วอาการเจ็บปวดอย่างมาก
“พี่ขอโทษนะแต่พี่ไม่ไหวแล้ว”
“ไม่เป็นไรพี่ ผมจัดการที่เหลือเอง ยังมีพี่สัจจะอีกทั้งคน” โป้งกล่าวแง่ดี
ท๊อปจึงจับบ่าโป้งแล้วกระซิบ คำพูดนั้นทำให้โป้งพยักหน้าแล้วลุกขึ้นแล้ววิ่งไป

“กรรมการอนุญาตให้เปลี่ยนตัวครับ แต่โค้ชชาญเปลี่ยนเอาสรรเสริญ ผู้เล่นตำแหน่งปีกลงไปแทน หรือว่าเขาจะใช้โป้งไปยืนเป็นศูนย์หน้าคู่กับสัจจะ” ผู้บรรยายกล่าว
เทพฤทธิ์ฟังการถ่ายทอดผ่านวิทยุได้ยินก็ขมวดคิ้ว...
แต่เขามั่นใจในตัวชาญ นายคนนี้เป็นจอมวางแผนคนหนึ่ง

ตอนนี้เป็นนาทีที่แปดสิบสอง
ก้านเพชรมองจากสกอร์บอร์ด นี่อาจเป็นโอกาสดีที่สุดของพวกเขาครั้งสุดท้าย
อนุพงศ์ส่งสัญญาณให้ก้านเพชรรู้ว่าต้องเปิดเข้าไปหน้าประตู ตรงนั้นมีตรงนั้นกองหน้าทั้งสองตัวอยู่... สัจจะเป็นคนเล่นลูกกลางอากาศดีกว่าใคร
แต่ในแผนที่ซ้อมมาเป้าหมายไม่ใช่สัจจะ.. ก้านเพชรถอยหลังเขามองตำแหน่งแล้วมองลูก จากนั้นก็วิ่งเข้าไป...
ฉันเชื่อใจนาย นายมันมหัศจรรย์..
แล้วก้านเพชรก็เตะลูกออกไป...
โป้งมองลูกที่ลอยมาในอากาศ
“โป้ง..พาพวกเราไปเล่นบอลโลกให้ได้นะ ทำให้ได้” นั่นคือที่ท๊อปบอกเอาไว้
“ต้องทำให้ได้...” โป้งคำรามออกมา ดวงตาของเขาจ้องนิ่ง
“พี่ท๊อปฝากกูไว้แล้ว...”
ลูกฟุตบอลลอยมาในทิศทางและตำแหน่งที่ดี
“กูจะไปบอลโลก...” โป้งตะโกนออกมาแล้วกระโดดขึ้นสุดตัว
การวางตำแหน่งร่างกายในอากาศเป็นไปอย่างสมบูรณ์ เด็กหนุ่มทำในสิ่งที่โค้ชฮัลเซ่ย์สอนเขา...
ทีมชาติเยอรมันเป็นแชมป์ได้ด้วยลูกโหม่ง..
ร่างกายประดุจค้นศร ง้างแล้วสะบัดหัวโขกลูกที่อยู่ในอากาศเต็มแรง
ลูกฟุตบอลพุ่งไปอย่างกับกระสุนปืน แม้ผู้รักษาประตูเกาหลีจะผวาตามไป แต่เขาก็คว้าได้เพียงอากาศ
กองเชียร์ทีมชาติไทยที่มีอยู่เพียงหลักพัน เปล่งเสียงออกมาจนก้องสนาม... แต่ห่างไปอีกหลายพันกิโลเมตร มีเสียงเฮจากทุกบ้านเรือนที่กำลังชมการถ่ายทอดสด
“เข้าไปแล้วครับ หนึ่งประตูต่อศุนย์ทีมชาติไทยเราขึ้นนำจากเทพพร.. นักเตะที่มีส่วนสูงน้อยที่สุดในสนาม แต่เขาทำประตูจากลูกโหม่ง... เป็นการกระโดดที่สูงมาก แล้วการโหม่งก็สมบูรณ์แบบ... ลูกนี้ผู้รักษาประตูหมดสิทธิ หมดสิทธิจริงๆ... หนึ่งศูนย์ครับทีมไทยเราขึ้นนำในช่วงเวลาที่สำคัญ โอกาสที่จะไปฟุตบอลโลกอายุต่ำกว่ายี่สิบปี เปิดกว้างแล้วจริงๆ.. สุดยอดครับเทพพรโป้ง...”

(ในการแข่งขัน AFC U19 ทีมที่เข้ารอบรองชนะเลิศทั้งสี่ทีมจะได้สิทธิไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในรุ่นอายุต่ำกว่ายี่สิบปี (FIFA WORLD CUP U20)โดยอัตโนมัติ)

“โป้ง โป้ง โป้ง โป้งๆ” ปอ ตั้ม จอม และจุ้ย ตะโกนสุดเสียงและแสดงท่าที่กองเชียร์ของภูเก็ตยูเนียนทำเวลาที่โป้งทำประตูได้ เหยียดแขนไปสุด แล้วชูนิ้วโป้งทั้งสองข้าง
ป้อมเพชรหันไปรอบตัวมีแต่การแสดงความดีใจ แฟนสาวของเขาถึงกับลืมตัวกระโดดจับมือกับสุรีวัลและหมุนไปรอบๆ
ทั้งนักบอลและนักดนตรีฉลองร่วมกันอย่างเต็มที่ เพราะตอนนี้เกมจบลงแล้ว...
ทีมชาติไทยชนะหนึ่งประตูต่อศูนย์

ใน บาร์เบียร์ริมหาดป่าตอง ความดีใจยังตามมาฉาบบนใบหน้าเด็กเสริพและแม้แต่สาวนั่งดริงก์ ความปิติฉาบอยู่ในรูปของรอยยิ้มที่แสดงออกอย่างไม่ต้องเสแสร้ง.. เกิดขึ้นได้เพราะสายเลือดไทยที่เล่นอยู่ในกายเธอและเขาเหล่านั้น
“คุณสอนเขาใช่ไหม ฮัลเซ่ย์” ชายหนุ่มชาวเยอรมันกล่าว
เขาคือ เซบาสเตียน บัลเดอร์ อดีตศูนย์หน้าทีมชาติเยอรมันเจ้าของประตูที่ทำให้ทีมชาติเยอรมันเป็นแชมป์โลกมาแล้วในอดีต
เขากับฮัลเซ่ย์เป็นเหมือนศิษย์อาจารย์กัน เพราะเซบาสเตียน บัลเดอร์เป็นลูกทีมของฮัลเซ่ย์ก่อนตอนเล่นในระดับสโมสร ดังนั้นพอมีโอกาสมาเมืองไทยเลยอยากมาเยี่ยมฮัลเซ่ย์
“ฉันก็จำเอาจากท่าของนายนั้นหล่ะ นายมันสุดยอดเรื่องลูกโหม่ง ฉันก็เลยเอาท่าโหม่งของนายไปสอนเขา” ฮัลเซ่ย์มองภาพจากโทรทัศน์ที่ถ่ายภาพโป้งกำลังแลกเสื้อกับผู้เล่นเกาหลี
“ต้องขอบคุณท่าโหม่งของคุณนะ ประตูนี้”
เซบาสเตียน บัลเดอร์หัวเราะ
“คุณพูดอะไร ฮัลเซ่ย์.. คุณต้องบอกว่าเด็กคนนี้เก่งต่างหาก.. ดูสิตัวแค่นั้น แต่กลับกระโดดไปโหม่งได้เหมือนผมสมัยก่อนเปี๊ยบ...” เซบาสเตียนกล่าว
“แต่เด็กจะเก่งได้ ก็ต้องได้โค้ชที่ดีใช่ไหม.. ปีหน้าผมจะกลับมาใหม่... ผมมีสัญญาจะไปเป็นผู้จัดการทีมให้ทีมในอังกฤษฤดูกาลหน้า... ผมหวังว่าคุณจะกรุณาช่วยสร้างนักเตะให้ลูกศิษย์คนนี้สักคนนะครับ”
ฮัลเซ่ย์ยิ้ม
“ผมให้สองเลยเอาไหม.. ไม่อยากได้ผู้รักษาประตูดีๆบ้างเหรอ”
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:20

ตอนที่ 39 : รอบชิง.. โกลปราการด่านสุดท้าย..(รีไรท์)
การผ่านเกาหลีมาได้ทำให้ทีมเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นในเรื่องกำลังใจ ดังนั้นการกลับไปเจอกับญี่ปุ่นอีกครั้งในรอบรองชนะเลิศ พวกเขาจึงชนะไปได้อีกสองประตูต่อศูนย์ โดยสิระโหม่งลูกเตะมุมของโป้งและก้านเพชรเข้าไปทั้งสองลูก
วันนี้เป็นศึกใหญ่ที่สุด เพราะคู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศของพวกเขาคือจีน เจ้าภาพนั้นเอง
“ถึงจีนจะไม่ได้เป็นแชมป์ถ้วยนี้ได้มากเท่าเกาหลี และไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนญี่ปุ่น แต่พวกเขาก็คือทีมที่เก่งมากในบ้าน ที่นี่คือปักกิ่งเมืองหลวงของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจะต้องทุ่มเทเต็มร้อยเพื่อสู้กับพวกเรา” โค้ชชาญยืนต่อหน้าลูกทีมในสนามซ้อมที่พวกเขามาออกกำลังกายกันตอนเช้า
“พวกเราในทัวร์นาเม้นท์นี้ เป็นม้านอกสายตา แต่พวกเราก็ได้พิสูจน์แล้วว่าเราเป็นม้ามืด.. ผมไม่ขออะไรมาก ผมขอแค่พวกคุณลงสนามไปด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนาน แชมป์ใครๆก็อยากได้ และนั้นคือเป้าหมายของเราด้วย แต่..สิ่งที่สำคัญกว่าถ้วยชนะเลิศคือประสบการณ์ ผมอยากให้คุณเก็บเกี่ยวประสบการณ์และสนุกกับมันให้เต็มที่...”
โป้งหันมองหน้าโกลที่นั่งข้างๆ วู๊ดที่นั่งถัดไปก็หันมามองเหมือนกัน
ชัยชนะคือเป้าหมาย แต่ความสนุกกับการทำสิ่งที่เรารักคือรางวัล...
“พวกคุณชนะแล้วในสายตาผม แต่ผมก็ยังอยากเห็นพวกคุณทำได้มากกว่านั้น เราจะต้องสู้เต็มที่ เพื่อเราจะได้กลับบ้านไปเล่าให้คนที่เรารักฟังได้ว่า เราได้สู้อย่างไรในสมรภูมิแห่งนี้ และสู้อย่างเข้มแข็งในสีเสื้อของธงชาติไทย”

อำนาจเปิดสนามยูเนี่ยน ออฟ ภูเก็ตเพื่อให้แฟนบอลทั้งหมดเข้าไปชมการแข่งขันนัดนี้แบบไม่มีค่าใช้จ่าย โดยติดตั้งจอLED ขนาดมหึมาที่กลางสนามเพือให้ผู้ชมได้ชมการแข่งขันอย่างเต็มที่ โดยได้รับการสนับสนุนออกทุนจัดหาโดยฉัตรอ้ครกรุ๊ป
คุณนามมินทร์ ฉัตรอัครประธานกลุ่มบริษัทฉัตรอัคร ซึ่งบังเอิญมาภูเก็ตเพื่อตรวจงานของบริษัทในเครือก็เข้ามาชมการแข่งขันด้วยในสนาม
ตอนนี้การแข่งขันยังไม่เริ่มต้น จึงมีนักร้องที่ชนะรางวัลชนะเลิศของรายการประกวดร้องเพลงที่เป็นชาวภูเก็ตร้องเพลงขับกล่อมแฟนฟุตบอลที่แห่แหนกันเข้าจนแน่นขนัด
“ถ้าเป็นเกมใหญ่ๆ เราก็จะมีคนดูประมาณนี้หละครับคุณเนม” อำนาจกล่าว
“เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จเลยสินะ” นามมินทร์ พยักหน้า
“เด็กชื่อโป้งกับโกลนี่ ปีหน้าสงสัยจะได้เล่นตัวจริงใช่ไหม.. เขาเก่งมากเลยนะครับ”
“แต่พวกเขายังเด็กครับคุณเนม” อำนาจแย้งแล้วหันไปมองหน้าทวีที่นั่งอยู่ใกล้ๆ
“เราต้องการให้พวกเขามีประสบการณ์กับเกมมากกว่านี้.. เพราะเขาต้องแข่งกับนักเตะที่อายุมากกว่า ไม่ใช่รุ่นเดียวกันเหมือนในU19 แต่พวกเราก็พยายามจะให้เขาลง ทางโค้ชฮัลเซ่ย์ก็รับปาก ว่าอย่างน้อยจะให้ลงตัวสำรองในทุกนัด”
นามมินทร์พยักหน้า เขาหันไปบอกเลขานุการส่วนตัว
“นัท นายช่วยจำด้วยนะ ว่าฉันอนุมัติเงินสนับสนุนเพิ่มอีกสิบล้าน..”
แล้วก็หันมาหาอำนาจ
“เด็กสองคนนี้ผมไม่ได้คาดหวังจะให้เขาอยู่กับเราไปตลอดหรอก ฝีเท้าของเขาจะพาเขาไประดับที่สูงกว่าวันใดวันหนึ่ง แต่ผมอยากให้คุณอำนาจเอาเงินที่ได้เพิ่มมาไปสนับสนุนทีมเยาวชน ผมหวังว่าอีกสองสองหรือสามปีเราจะมีนักเตะที่อย่างน้อยก็ใกล้เคียงกับนายโป้งอีกสักคนหรือสองคน”
อำนาจกับทวีหันมองหน้ากัน
“ขอบคุณคุณเนมมากครับ”

สนามรังนกคือสนามกีฬาแห่งชาติปักกิ่ง วันนี้อึกทึกไปด้วยเสียงกองเชียร์ของจีนที่เข้ามาจนเต็มความจุของสนามกว่าแปดหมื่นที่นั้ง
โป้งมองไปรอบๆ นี่มันยิ่งใหญ่กว่าตอนแข่งนัดกับฟิลิปปินส์เสียอีกนะ..
แต่โป้งก็หันไปเห็นคนไทยกลุ่มหนึ่งมีจำนวนราวสองหรือสามพันคน แต่กำลังส่งเสียงสู้กับชาวจีนและโบกธงชาติไทย
เขามองไปแล้วยิ้ม
“แม่ครับ พ่อครับ ผมจะทำให้ได้...” โป้งกล่าวออกไป
ก้านเพชรหันมาโป้งแล้วก็มองไปยังธงชาติไทย..
โกลกระโดดอยู่ที่ปากประตูแล้วก็บิดกายซ้ายขวา แต่นัยน์ตาของเด็กหนุ่มนิ่งสนิทด้วยสมาธิ
อนุพงศ์หันไปตรวจตราตำแหน่งลูกทีม แล้วกหันมาหาวู๊ด..
วู๊ดอาจเป็นคนหนึ่งที่จะมายืนประคองทีมแทนเขาได้ในปีหน้า เด็กคนนี้มีคุณสมบัติของความเป็นผู้นำ ความนิ่งและการควบคุมอารมณ์ที่ดีเยี่ยมของเขาฉายออกมาในการเล่นที่รัดกุมของเขา สมแล้วที่เป็นศิษย์เอกของป้อมเพชร กองหลังผู้เยือกเย็นแห่งทีมชาติในอดีต
แล้วกรรมการก็เป่านกหวีดเริ่มการแข่งขัน

“ฤทธิ์” หัวหน้ายามเรียก
เทพฤทธิ์หันมา เขากำลังเอาแผงกันรถยนต์ลงหลังจากยกให้รถผ่านออกไป
“มาดูเร็ว เริ่มเกมแล้ว” หัวหน้ายามบอก
เทพฤทธิ์ลังเล แต่ประเดี๋ยวหนึ่งก็มียามหน้าใหม่รายหนึ่งเดินเข้ามา
“มาเร็ว ให้น้องเขาทำแทน เรามาดูฟุตบอลกันดีกว่า” หัวหน้ายามย้ำ
เทพฤทธิ์หันไปผงกหัวให้ยามหน้าใหม่แล้วเดินมา
หัวหน้ายามจึงหันมามองหน้าเทพฤทธิ์
“ผมก็พึ่งรู้นะ บริษัทพึ่งจะบอกมา แต่ผมไม่ได้บอกใครหรอก.. คุณคงอยากดูลูกชายของคุณแข่งสินะ ผมก็เลยเรียกตัวน้องเขายืนแทน เพราะน้องเขาไม่ค่อยสนใจฟุตบอล”
เทพฤทธิ์จึงยกมือไหว้
แล้วนั่งลงข้างๆ
กล้องจับมาที่ภาพโป้งพอดี ลูกชายของเขากำลังวิ่งไล่กวดผู้เล่นของจีนเพื่อกันทางวิ่งของผู้เล่นทีมชาติจีนอย่างเต็มความสามารถ
ไม่ชนะก็ไม่เป็นไรโป้ง แต่เอาให้เต็มที่..

วราพรอยู่ในห้องผ่าตัดกับสุทธิชัยที่กำลังผ่าเอาเหล็กออกจากร่างกายของเด็กหนุ่มที่ซุกซนตกลงจากชั้นสามของตึกเรียนแล้วโดนเหล็กแหลมแทงเข้าที่ท้อง
เธอหยิบเครื่องมือส่งให้นายแพทย์ใหญ่อย่างตั้งใจ
ที่ปักกิ่งลูกชายเธอกำลังทำหน้าที่ และเธอเองก็เช่นเดียวกัน..
สู้นะโป้ง.. แม่จะรอฟังข่าวดีจากเรา...

โกลพุ่งไปรับลูกไซด์โค้งของผู้เล่นจีนที่ยิงมาอย่างชำนาญ
ไม่ได้กินกูง่ายๆหรอก.. ลูกยิงของมึงเทียบกับไอ้โป้ง.. ยังไม่ผ่านกูง่ายๆหรอกเฟ้ย.. แล้วเขาก็ขว้างบอลออกไป
การแข่งขันเป็นไปอย่างดุเดือดในครึ่งแรก ทีมชาติไทยมาตั้งเกมรับอย่างเต็มที่ เพราะทีมชาติจีนกำลังบุกเป็นพายุด้วยกำลังใจจากกองเชียร์เกือบแปดหมื่น
แม้แต่โป้งก็ยังต้องมาวิ่งไล่ในเกมรับทั้งที่วันนี้ยืนเป็นกองหน้าตัวที่สองต่ำลงจากสิระ ในรูปแบบ กองหลังสี่ กองกลางสี่ และกองหนึ่งตัวต่ำหนึ่ง โดยมีสิระยืนเป็นตัวหน้าสุดเป็นตัวเป้า
ไม่นานโกลก็ต้องออกแรงพุ่งปัดลูกไปอีกครั้ง เป็นลูกยิงแฉลบขาของกองหลังเปลี่ยนทาง
ลูกฟุตบอลยังออกไปไม่พ้นเขตอันตราย กระเด้งไปเข้าทางกองหน้าจีน
สุพจน์กองหลังตัวหลักจึงตามเข้าไปสกัด แต่ยังไม่ทันโดนตัว ผู้เล่นจีนก็ล้มลง สุพจน์จึงยกมือทั้งสองข้างแล้วถอยออกมาเพื่อแสดงว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไร
แต่กรรมการเป่าเป็นจุดโทษ
ผู้เล่นไทยกรูกันจะไปประท้วง แต่วู๊ดกับอนุพงศ์ช่วยกันเข้าไปห้ามจึงคลี่คลาย แต่ระหว่างนั้นโป้งเดินไปหาโกล ทั้งสองยืนสบตากัน
“กูเชื่อใจมึงนะโกล” โป้งกล่าว
“มึงสัญญาว่าจะพากูมาที่นี่ กูก็ได้มาจริงๆ ตอนนี้กูขอแทนคนไทยทั้งประเทศ มึงต้องเซฟให้ได้นะเว้ย” โป้งเอามือจับที่ต้นแขน
โกลสูดลมหายใจลึกๆ เป็นการสูดพลังที่โป้งส่งผ่านมา.. เขาพยักหน้า
“กูจะทำให้ได้”

โกลยืนอยู่บนเส้นประตู เอามือตบหากัน แล้วกางแขนออกสำแดงให้เห็นว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะยิงผ่านมือของเขา..
กองหน้าของจีนมองเขม็งที่ลูก แล้วถอยหลัง
เขาวิ่งเข้าทำท่าจะเตะ แต่หลอกด้วยการหยุดหนึ่งจังหวะ ก่อนจะเตะออกไป
โกลไม่ได้หลงทาง แต่ลูกเรียดพุ่งแรง เขาจึงต้องพุ่งตัวไป..
กำปั้นใหญ่ของโกลกระแทกลูกฟุตบอล ส่งมันกระเด็นย้อนกลับไป
กองหน้าของจีนเห็นดังนั้นจึงวิ่งเขาซ้ำในระยะแค่ห้าหลา ลูกฟุตบอลลอยเข้าหาประตู
แต่พลัน.. มือที่สวมถุงมือกลับคว้ามันไว้ได้
ทั้งสนามครางฮือ ไม่ใช่แค่เสียดาย แต่ทึ่งที่โกลกลับตัวลุกได้อย่างรวดเร็ว
กองเชียร์ทีมชาติไทยโห่ร้องกันอย่างยินดี...
“เจ๋งสัตว์” ก้านเพชร... กล่าวออกมา แล้ววิ่งกลับไปประจำตำแหน่งตัวเอง
“ดูสิว่ามึงจะป้องกันโป้งได้อย่างป้องกันประตูไหม”

เสียงเรียกชื่อโกลดังสนั่นสนามยูเนียน ออฟ ภูเก็ต
ฮัลเซ่ย์อมยิ้มอย่างพึงพอใจ...
ทวีผงกหัวช้าๆ หลายคนอาจจับตาที่โป้ง.. แต่โกลคือผู้รักษาประตูที่ยอดเยี่ยม... เขามีความเร็วและความนิ่งเป็นอาวุธ นอกเหนือจากความสูง..
ทวียอมรับว่า ในตอนนี้ตัวเขาเองในอดีตอาจไม่ใช่คนที่จะเทียบเคียงกับโกลแล้วก็ได้..
โกลพัฒนาไปไกลไม่แพ้โป้งเช่นกัน..
ทวีเกิดความหวัง.. สักวันธงชาติไทยและทีมชาติชุดใหญ่จะไปสะบัดในสนามฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้จริงๆเพราะการป้องกันประตูที่เหนียวแน่นของโกล และการทำรุกยอดเยี่ยมของโป้ง
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:21

ตอนที่ 40 : ตัดสิน.. ลูกกระโดดฟาดหน้าเน็ต..(รีไรท์)
พอหมดครึ่งแรก นักกีฬาทั้งสองทีมเดินเข้าอุโมงค์เพื่อไปยังห้องแต่งตัว
แต่บรรยากาศในห้องแต่งตัวทีมชาติไทย ครุกกรุ่นด้วยเสียงบ่นต่อว่ากรรมการ
“อะไรวะ ทีไอ้ระโดนเบียดในกรอบ ล้มเห็นๆ ไม่ได้ แต่ไอ้สัตว์กูยังไม่โดนตัว แม่งล้ม.. พุ่งชัดๆ กรรมการแม่งก็ให้จุดโทษ” สุพจน์บ่นอย่างมีอารมณ์
“น่าเตะรวบให้ขาหัก”
วู๊ดหันมามองหน้าสุพจน์
“พี่พจน์แบบนั้นมันก็ใบแดงสิ.. ดีแล้วที่พี่ไม่ได้ทำ ไม่งั้นเราเสียเปรียบเลยนะ” วู๊ดชี้อีกแง่
สุพจน์เลยนึกได้ แต่ก็ยังมีอารมณ์
“กรรมการแม่งโคตรเข้าข้าง”
“ผมว่าเราต้องใจเย็นเนอะพี่พงศ์ ถ้าเราไปแรงตามเกม ยิ่งเสียเปรียบ เพราะเดี๋ยวจีนมันต้องลงมายั่วเราบ่อยๆแน่เลยว่าไหม” วู๊ดกล่าวแล้วยังหันไปขอเสียงสนับสนุนจากอนุพงศ์ด้วย
“ใช่” อนุพงศ์พยักหน้า
“พวกมึงต้องใจเย็นๆนะเว้ย.. ยิ่งบุ่มบ่ามเรายิ่งเสียเปรียบ กูว่าพวกแม่งต้องการให้เราโมโหนั้นหละ จะได้เล่นงานง่าย ยิ่งกรรมการเข้าข้างกันอย่างนี้ด้วยนะ”
สรรเสริญถอนหายใจ
“ถ้าต่อยได้ กูจะประเคนแม่ไม้มวยไทยให้แม่งสักชุด” เขาพูดแล้วชูกำปั้นแกว่ง
“จริงสินะ เราคนไทยก็ต้องแม่ไม้มวยไทย” เสียงชาญดังขึ้น แล้วเขาก็เข้ามาพร้อมกับวีระ
“คนไทยก็ต้องแม่ไม้มวยไทยถึงจะถูกใช่ไหม.. แต่พวกคุณก้มมองตัวเอง... คุณไม่ได้ใส่กางเกงมวยไม่ใช่เหรอ คุณสวมเสื้อของนักฟุตบอล นักฟุตบอลก็ต้องเล่นในกติกาของฟุตบอล เราตัดสินแพ้ชนะกันด้วยการยิงประตูได้ ไม่ใช่คะแนน หรือการน๊อกคู่ต่อสู้.. เราต้องเชื่อการตัดสินของกรรมการ.. แม้บางที่อาจจะขัดใจไปบ้าง แต่คุณต้องระลึกว่าเราคือนักฟุตบอล..” ชาญกวาดตามองรอบๆไม่ได้จำเพราะที่สรรเสริญ
“โดยเฉพาะที่อกซ้ายของคุณนั่น... ธงชาติไทยเห็นไหม... คุณกำลังแบกความหวังคนไทยทั้งประเทศ พวกเขาหวังอะไร หวังให้คุณต่อยคู่ต่อสู้ให้น๊อก หรือก้านคอคู่ต่อสู้จนสลบ.. เหรอ... เปล่า...”
“พวกเขาปรารถนาจะเห็นคุณเอาถ้วยกลับบ้าน... ชนะอย่างใสสะอาด.. ใครจะทำอะไรยังไงเราไม่ต้องสน เราต้องเป็นนักฟุตบอลที่ดีอยู่ในกติกา.. ส่วนถ้าคุณอยากจะเตะก้านคอใครสักคน ก็รอให้พี่บัวขาวเขามาชกที่นี่ แล้วก็ฝากพี่บัวขาวเขาจัดชุดใหญ่แทน... แต่เราคือนักฟุตบอล เราคือทีมฟุตบอล เราสิ่งเดียวที่เราเตะคือลูกฟุตบอลไม่ใช่คู่ต่อสู้ เข้าใจไหม”

ออกจากห้องแต่งตัว สิระหันมาคุยกับโป้ง
“นอกจากมวย เราก็มีตะกร้อไม่ใช่เหรอวะ ที่เก่งๆ” สิระกล่าว
“เคยเล่นตะกร้อไหมโป้ง”
“เคยครับ จริงๆตอนผมฝึกกับพ่อ พ่อเขาจะให้ผมหัดหลายๆอย่าง ผมก็เลยเคยเล่นตะกร้อด้วยเหมือนกัน” โป้งตอบ
“เออดีเนอะ..” สิระหัวเราะเบาๆ
ตอนนี้ทั้งคู่พ้นอุโมงค์ออกมาแล้วสู่สนามที่กึกก้องไปด้วยเสียงเชียร์
แม้วู๊ดออกมาที่หลังเพื่อน แต่ยังมีคนหลังกว่า เพราะอนุพงศ์กำลังสนทนากับชาญ เขาเห็นชาญทำหน้าหนักใจ แต่ที่สุดก็พยักหน้า แล้วตบบ่าอนุพงศ์

เกมยังเป็นของจีนอย่างเห็นได้ชัด แม้ตอนนี้ทีมไทยจะปรับตำแหน่งตัวผู้เล่นแล้วก็ตาม โดยชาญถอดกองหลังออกหนึ่งคนเหลือสามคน แล้วส่งกองกลางตำแหน่งปีกขวาลงไปอีกหนึ่งตัวกลายเป็นห้าตัว
“โหย...” คทาขบฟันจะกราบนูน กล่าวออกมาติดสำเนียงใต้
“แม่เฮ้ย.. แม่งบุกจริง... สวนกลับบ้างนิ.. อย่าให้มันบุกถ่ายเดียว..”
ทรงวุฒิหันมามองหน้าเพื่อนแล้วหันไปมองจอต่อไป

มันก็ต้องเป็นแบบนี้หละ
เทพฤทธิ์รู้ดี เพราะนี่เป็นบ้านเขา เขาต้องเปิดเกมถล่มเราอยู่แล้ว แถมยังมีกรรมการเข้าข้างนิดๆหน่อยๆ คอยทำลายเกมโต้กลับของเราอีก... นี่เป็นธรรมดากับการเล่นกับทีมในเอเชีย จะมีก็แต่ญี่ปุ่นกับอีกสองสามชาติที่เล่นอย่างค่อนข้างสะอาด.. แต่กระนั้นก็ยังมีบ้างเล็กๆน้อยๆ
"อย่าเสียสมาธิกันนะเด็กๆ ตั้งสติกันดีๆ รอจังหวะ แล้วเล่นงานให้เร็ว"
ไม่ทันขาดคำของเทพฤทธิ์ จังหวะที่ว่าก็มาถึง

โกลรับลูกที่ลอยเข้ามาในกรอบเขตโทษ จากการโยนเปิดเข้ามาจากด้านข้างของทีมจีนได้ติดมือ มองไปเห็นวู๊ดยืนว่างอยู่เขาจึงขว้างบอลไปให้
วู๊ดได้บอลก็มองไปเห็นก้านเพชรวิ่งตามออกมาด้านข้าง เขาทำท่าจะจ่ายแต่ก็เปลี่ยนใจในนาทีสุดท้าย ทำให้ตัวของทีมขาติจีนที่กำลังจะวิ่งไปดักทางก้านเพชรหยุดเท้าเสียหลัก
วู๊ดเตะเรียดไปข้างหน้า ลูกฟุตบอลวิ่งไปถึงวงกลมกลางสนาม โป้งวิ่งตามบอลมาทันแล้วก็เลี้ยงไปข้างหน้าอย่างกับติดจรวดที่เท้า
หลุดเดี่ยว..
โป้งวิ่งไปถึงหน้ากรอบเขตโทษ เห็นผู้รักษาประตูทีมจีนไม่ได้ออกมา ยืนปักหลักอยู่กับที่ เขาจึงง้างเท้าทำท่าจะยิงไปทางขวา
ผู้รักษาประตูจึงขยับไปตามทิศที่คิดว่าโป้งจะยิง แต่..
โป้งเปลี่ยนจังหวะเท้าทันใด เปลี่ยนจากการเตะยิง เป็นการแปเรียดไปด้านข้าง ให้สิระที่วิ่งตามมาทางนั้นพอดีก็สับเท้ายิง
ลูกของสิระแรงมากมุ่งเข้าหาประตู แต่กลับกระแทกกับคานแล้วกระเด้งโด่งกลับออกมา
“เราคนไทยก็ต้องแม่ไม้มวยไทย..”
“นอกจากมวยเราก็มีตะกร้อไม่ใช่เหรอวะ..”
โป้งมองลูกลอยอยู่ในอากาศ..
“ก็ตะกร้อสิวะ” เขาคำรามแล้วขยับ “ไทยเป็นแชมป์โลกตะกร้อนะเว้ย..”
เขาสปริงค์ตัวขึ้นในอากาศ แล้วบิดกายวาดวงเตะด้วยเท้าซ้าย
ท่าหวดฟาดลูกกลางอากาศของเซปักตะกร้อ..
แม่นยำ เท้าของโป้งหวดลงบนลูกฟุตบอลที่ลอยมาเต็มแรง..
ผู้รักษาประตูของจีนกำลังวิ่งออกมา เขาผงะ เพราะลูกของโป้งพุ่งผ่านตัวเขาไปอย่างรวดเร็ว
ลูกฟุตบอลกระแทกพื้นหลังเส้นประตู แล้วกระดอนไปกระแทกก้นตาข่าย..
กรรมการมองผู้กำกับเส้นก่อนทีหนึ่งเพื่อดูว่าเป็นการล้ำหน้าหรือไม่
เขาจรดนกหวีด...
แล้วก็เป่ายาวโดยชี้ไปที่กลางสนาม...
เสียงเฮกึกก้องสนามจากกองเชียร์ที่มีขนาดย่อมกว่า.. ธงชาติไทยโบกสะบัดเพื่อฉลองประตูที่เกิดจากเด็กไทย และท่ากระโดดฟาดหน้าเน็ตของกีฬาอีกชนิดที่ไทยเป็นเอก
เซปักตะกร้อ...

สนามยูเนียน ออฟ ภูเก็ตสั่นสะเทือนอีกวาระ ก่อนจะสงบลงชั่วคราว กองเชียร์ต่างลูกขึ้นยืนเหยียดแขนไปข้างหน้า ชูนิ้วโป้ง...
“โป้ง โป้ง โป้ง โป้ง โป้งๆๆ”
นามมินทร์เคยเห็นท่านี้มาจากในการถ่ายทอดสด เขาถึงกับตะลึงในบรรยากาศที่เกิดขึ้น
มองไปที่จอเห็นโป้งกำลังวิ่งชูมือต่อหน้าอัฒจันทร์ที่มีกองเชียร์ไทยอยู่ โดยมีเพื่อนร่วมทีมวิ่งมาแสดงความดีใจ
แล้วนามมินทร์ก็ลุกขึ้น เขาเหยียดแขนไปข้างหน้าทั้งสองข้าง ชูนิ้วโป้งและส่งเสียงออกไปเหมือนกับที่แฟนบอลทุกคนทำ

ร่างกายที่ฝึกมาอย่างดีของโป้งเริ่มสัมผัสความล้าเป็นครั้งแรก เขาเงยหน้ามองไปที่สกอร์บอร์ดเห็นเวลาเดินไปถึงนาทีที่เจ็ดสิบห้าแล้ว
อีกสิบห้านาทีเท่านั้น โป้งบอกตอนเอง
จังหวะนี้เป็นจังหวะที่ กองหลังชองไทย ตามไปสกัดการบุกจากเส้นของทีมจีน และเตะทิ้งออกข้างไป
ผู้เล่นของจีนที่ยืนถือลูกอยู่ข้างสนามก็ทุ่มบอลกลับเข้ามา เมื่อได้รับสัญญานจากผู้ตัดสิน
โป้งจึงออกวิ่งไปช่วยป้องกัน
ผู้เล่นของจีนที่ได้ลูกฟุตบอลมาจากการทุ่ม แต่ก็โดนทั้งอนุพงศ์และ วู๊ดเข้าประกบ ทำให้หาจังหวะจ่ายต่อไม่ได้
แต่จู่ๆเขาตัดสินใจ เลี้ยงลูกเข้าหาอนุพงศ์..หวังจะเรียกเอาฟาล์วจากจังหวะป้องกันอย่างชัดเจน
อนุพงศ์จะหลบก็กลายเป็นปล่อยให้เลี้ยงผ่านไป เขาจึงตัดสินใจพยายามสกัดที่ลูกฟุตบอล
ปรี๊ด...
อนุพงศ์ใจหายวาบ เพราะตอนนี้ผู้ตัดสินวิ่งเข้ามาพร้อมชูใบเหลือง.. ใบเหลืองที่สอง.. อนุพงศ์โดนใบเหลืองไปแล้วหนึ่งใบตั้งแต่ปลายครึ่งแรก
กรรมการล้วงกระเป๋าอีกครั้งแล้วควักใบแดงออกมาชู
กองเชียร์ของจีนบางส่วนเฮกันใหญ่.. แต่ไม่ทั้งหมด หลายคนมองหน้ากันแล้วเริ่มสนทนากัน แต่กองเชียร์ทีมไทยโห่เสียงสนั่น
กรรมการชี้ให้อนุพงศ์ออกไปจากสนาม
บรรดาผู้เล่นทีมไทยวิ่งเข้ามาจะประท้วง แต่วู๊ดรีบเข้าห้าม
“ใจเย็นๆครับ ใจเย็นๆ” วู๊ดเอาตัวเองกั่นระหว่างกรรมการกับผู้เล่นฝั่งเดียวกัน แต่เขาคนเดียวก็ไม่อาจหยุดยั้งอารมณ์ของเพื่อนและรุ่นพี่ได้
“เฮ้ยพอ” อนุพงศ์เอ็ดเสียงดัง ลูกทีมถึงได้หยุด
แล้วเขาก็เดินมาหาวู๊ด ถอดปลอกแขนสีเหลืองของกัปตันทีมส่งให้
วู๊ดงงยืนนิ่ง จนอนุพงศ์ต้องเอามือเขาขึ้นมาแล้วยัดใส่
“นายเป็นกัปตันแล้ว ถึงเรามีสิบคน แต่นายต้องป้องกันให้ได้เข้าใจไหม”
อนุพงศ์ตบบ่าวู๊ด แล้วก็หันไปหาเพื่อนๆ
“พวกมึง ตอนนี้ไอ้วู๊ดคือกัปตัน ใครไม่ฟังที่มันสั่ง อย่ามาเรียกกูว่าพี่ หรือเพื่อนอีกเข้าใจไหม”
แล้วอนุพงศ์ก็วิ่งออกไปจากสนาม เขาผ่านโป้งก็เอามือตบบ่า แล้วก็หันไปยกนิ้วโป้งให้โกลที่มองมาจากระยะไกล
ชาญตบบ่าอนุพงศ์ที่วิ่งเข้ามาแล้วก็หันไปบอกวีระให้เตรียมตัวเปลี่ยนตัวอีกครั้ง

การป้องกันฟรีคิกภายใต้การบัญชาการของวู๊ดเป็นไปอย่างแน่นหนา โกลจึงสามารถกระโดดรับลูกที่ผู้เล่นผ่ายตรงข้ามพยายามยิงไกลเข้ามาไว้ได้อย่างง่ายดาย
“โกล” วู๊ดตะโกนมาแล้วชี้ที่ข้างสนาม
พอโกลหันไปก็เห็นว่ามีเพื่อนร่วมทีมตำแหน่งกองหลังยืนอยู่กับผู้ตัดสินที่สี่ เขาเลยโยนลูกไปข้างหน้านิดหนึ่งแล้วเตะโด่งออกไปจนมันออกหลังประตูของฝั่งจีน
แบ๊คขวาสำรองวิ่งมาบอกกับวู๊ดเรื่องแผนการใหม่ เขาพยักหน้ารับรู้ แล้วเขาก็หันไปหาเพื่อนๆเพื่อส่งสัญญาณบอกรหัสแผนการ ทุกคนพยักหน้ารับรู้แล้วเริ่มวิ่งปรับตำแหน่ง แต่วู๊ดวิ่งไปหาโป้งกระซิบบางอย่าง แล้วก็ถอยกลับไป
ตอนนี้จากตำแหน่งยืนแล้วโป้งอยู่ในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้าโดยมีสิระลงไปอยู่ต่ำจากเขาแทน กองกลางมีสามคนเพราะปีกช้ายถูกถอดออกไป แต่กองหลังกลับไปเป็นสี่คน

“รับเต็มรูปแบบเลยนี่” ป้อมเพชรที่เดินไปเอาเบียร์กลับมานั่งแล้วตั้งข้อสังเกต
“ก็ต้องอย่างนั้นหละ” สุรีวัลที่วันนี้มาอาศัยดูการถ่ายทอดสดที่บ้านของป้อมเพชรเพราะที่บ้านชองเธอ การไฟฟ้าซ่อมสายส่งหลักทำให้ไม่มีไฟฟ้าใช้
สาวิตรีหันมองหน้าสุรีวัล
“อีกสิบห้านาที.. มันต้องรับ แล้วที่ถอยเอาสิระมาเพราะสิระตัวโตกว่าโป้ง จะได้เอามาโหม่งในเกมรับ ส่วนโป้งก็ห้อยเอาไว้ป่วนเกมรับของฝั่งโน่น...” สุรีวัลอธิบาย
ป้อมเพชรเห็นด้วย

เสียงเชียร์เริ่มแผ่วไปอย่างเห็นได้ชัด.. เพราะอะไรโกลก็ไม่แน่ใจ แต่สังเกตว่ามันเริ่มเบาไปตั้งแต่อนุพงศ์รับใบเหลืองที่สองไปอย่างค้านสายตา
เขารีบกลับมาสนใจเกม เพราะเห็นกองกลางของจีนดันกันขึ้นมาทั้งแผง
พวกเขาจ่ายบอลกันไปมา โดยหวังจะแตกเกมรับของทีมไทย สุพจน์หันไปยกมือกำหมัดแสดงสัญญาณให้แผงกองหลังทั้งหมดรู้ แล้วจังหวะหนึ่งทีเขาคาดเดาไว้แล้ว กองกลางจีนทำท่าจ่ายบอลมาตรง กลางระหว่างสุพจน์กับกองหลังตัวกลางอีกตัว
เขาวาดมือลงเป็นสัญญาณ
ทั้งแผงกองหลังทีมไทยจึงวิ่งสวนทางขึ้นไป.. การทำอย่างนั้น ทำให้ผู้เล่นกองหน้าของทีมจีนยืนโดดๆอยู่คนเดียว.. แล้วกองกลางจีนจึงจ่ายบอล
สุพจน์ยกมือเพื่อฟ้องกรรมการว่าเป็นการล้ำหน้า
แต่วู๊ดไม่เห็นธงจากผู้ช่วยผู้ตัดสินยกขึ้น จึงรีบวิ่งตามลูกฟุตบอลไป
กองหน้าจีนได้ลูกฟุตบอลไป ก็วิ่งไปหาโกล
โกลจ้องเขม็งอยู่แล้ว เขาตั้งท่ารอไว้อยู่แล้ว
กะแล้วเชียว...ล้ำหน้าชัดเจนขนาดนั้น.. เข้าข้างกันดีนักนะ
แล้วกองหน้าจีนก็สับเท้ายิงอย่างแรง
โกลพุ่งไปตบลูกยิงจนกระดอนออกไป แต่ยังอยู่ในกรอบเขตโทษ ผู้เล่นตัวอื่นของจีนก็วิ่งเข้ามาหมายจะซ้ำ แต่วู๊ดที่ตามลูกฟุตบอลถึงลูกฟุตบอลเสียก่อน เขาเตะจึงลูกฟุตบอลออกพ้นเขตอันตรายไปได้ก่อน
ก้านเพชรที่วิ่งตามวู๊ดลงมา กลับตัวแล้ววิ่งเต็มฝีเท้าไปหาลูกฟุตบอล เขาดักมันไว้ก่อนมันจะออกเขตสนามด้านข้าง เขามองไปเห็นโป้งยืนอยู่ในแนวเดียวกับกองหลังจีน จึงเตะโด่งออกไป
โป้งแม้จะล้าแล้วแต่ก็ยังมีกำลังเหลือมากพอจะวิ่ง แต่ที่ล้าจริงๆคือกองหลังจีนที่พยายามวิ่งตาม ดังนั้นโป้งวิ่งไปถึงลูกฟุตบอลก่อนโดยมีกองหลังจีนวิ่งตามมาห่างๆ
เมื่อโป้งวิ่งเข้าไปในระยะอันตราย ผู้รักษาประตูจีนก็วิ่งออกมาหมายตัดดักลูกไว้ให้ได้
นี่คือจังหวะที่โป้งรอคอย..
ฝังซะ..
โป้งเตะกระแทกใต้ลูกให้มันลอยโด่งด้วยน้ำหนักพอดี..
ผู้รักษาประตูชะงักเท้าพยายามจะยกมือคว้าลูกฟุตบอลแต่ไม่ถึง
ลูกฟุตบอลค่อยๆ อ่อนแรงลงเพราะโป้งไม่ได้ใช้กำลังมากอะไร ถึงจุดสูงสุดก็ค่อยๆลดระดับลงเป็นแนวโค้ง.. ตกพื้นแล้วกระเด้งหนึ่งจังหวะ... ก่อนกลิ้งเข้าประตูไป...
โป้งกำหมัดชกลมอย่างสะใจ.. ทั้งที่ปกติเขาไม่ค่อยแสดงอาการดีใจ แต่เพราะอารมณ์ที่หลากหลายมันถาโถมมาตลอดเกมทำให้เขาเหมือนวิ่งอยู่กับบรรยากาศที่อัดอั้น การยิงประตูลูกนี้ทำให้เขาปลดปล่อยความอัดอั้นออกไปจนหมด
กรรมการเป่านกหวีดเป็นสัญญาณการได้ประตู
กองเชียร์ไทยเปล่งเสียงออกมาดังลั่นอย่างยินดี แล้วยืนปรบมือให้กับโป้งที่วิ่งผ่านมา
โป้งชูมือยกนิ้วโป้ง เห็นดังนั้นกองเชียร์จึงหยุดปรบมือแล้วยืนตรงเหยียดแขนออกไปสองข้าง ยกนิ้วโป้งแล้วส่งเสียงกระหึ่มตอบ
“โป้ง โป้ง โป้งโป้ง.ๆ”
ตอนนั้นมีกองเชียร์จีนหลายคนลุกขึ้นแล้วปรบมือ แล้วก็มีอีกหลายคนทำตาม เสียงปรบมือจึงดังก้องไปทั้งสนาม
ท๊อปที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์โดยมีเผือกอ่อนหุ้มข้อเท้าก็เลยได้แค่ปรบมือ
“ขอบใจโป้ง นายทำมากกว่าสัญญาที่ไว้กับพี่อีก”

นกหวีดยาวจากกรรมการเป็นสัญญาณของการสิ้นสุดการต่อสู้
เทพฤทธิ์น้ำตาร่วงลงมาอีกอย่างห้ามไม่ได้ ตอนที่เห็นเพื่อนแห่โป้งไปรอบสนามท่ามกลางเสียงปรบมือของคนดูทั้งไทยและจีน
“เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมจริงๆครับสำหรับเจ้าหนูมหัศจรรย์วัยแค่สิบเจ็ดปีคนนี้ เขายิงไปหกประตูในการแข่งขันครั้งนี้ และสามในหกคือประตูตัดสินที่สำคัญ.. ทางผู้บรรยายภาษาอังกฤษแจ้งมาว่าเขาได้รับตำแหน่งMVP หรือผู้เล่นทรงคุณค่าไปด้วยอย่างแน่นอนที่สุดจากผลงานอันโดดเด่น..” ผู้บรรยายกล่าว
“วันนี้ไทยเราสู้กันขาดใจจริงๆ นอกจากโป้งแล้วก็ต้องชม กรกฏที่ป้องกันลูกโทษเอาไว้ แล้วก็เซฟจังหวะสำคัญๆเอาไว้ได้อย่างเด็ดขาด” ผู้บรรยายร่วมอีกคนกล่าว
“แล้วยังจะมีนายฤทธาที่คอยบัญชาการทีมในฐานกัปตันทีมได้อย่างดีเยี่ยม.. วันนี้ผู้เล่นทุกตำแหน่งรวมทั้งอนุพงศ์ที่โดนใบเหลืองแดง ต่างทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีเยี่ยม.. แม้ผู้ตัดสินในนัดนี้อาจไม่ทันเกมไปบ้าง แต่พวกเขาก็ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างอดทน และแสดงออกถึงความทุ่มเทในจนนาทีสุดท้าย เหมาะสมแล้วครับกับตำแหน่งชนะเลิศ”

วราพรออกมาแจ้งกับแม่ของเด็กที่ยืนกระวนกระวายว่าลูกขายของเธอปลอดภัยแล้ว แม่ของเด็กก็กอดวราพร ส่วนพ่อเด็กกล่าวขอบคุณ
“ขอบคุณคุณหมอดีกว่าค่ะ” เธอกล่าวตอบ
พ่อของเด็กจึงตอบ
“ไม่ใช่แค่เรื่องลูกชายของผม แต่ผมขอบคุณลูกชายของคุณพยาบาลด้วย.. เขายิงประตูให้เราชนะจีนนะคุณพยาบาล”ดวงหน้าของชายผู้เป็นพ่อของเด็กที่บาดเจ็บมีรอยยิ้มอย่างชื่นอกชื่นใจ..
มันเป็นรอยยิ้มที่มาจากความดีใจที่ลูกชายปลอดภัย และรอยยิ้มจากความยินดีที่ทีมชาติไทยชุดเด็กประสบความสำเร็จ
วราพรได้ฟังก็หันไปหาโทรทัศน์ที่เปิดไว้โดยไม่มีเสียง
ตอนนั้นเป็นภาพของโป้งที่กำลังเดินขึ้นไปรับเหรียญ กล้องจับภาพโป้งอย่างเนิ่นนานเพราะโป้งคือ MVP ผู้เล่นทรงคุณค่าของทัวร์นาเมนท์
“โป้งลูกแม่” วราพรยิ้มออกมาทั้งน้ำตา

เมื่อวู๊ดและสิระชูถ้วยขึ้นเหนือหัว ไม่เพียงในสนามที่ปักกิ่งเท่านั้นที่ฉลอง แต่พลุไฟหลากสีก็ยิงขึ้นจากด้านหลังอัฒจันทร์ทั้งสี่ด้านของสนามยูเนี่ยน ออฟ ภูเก็ต กระดาษสีแดงขาวและน้ำเงินโปรยปรายลงมา
อำนาจยืนมองบรรยากาศอย่างรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง..
“ข้ามไปอีกขั้นแล้วนะไอ้โป้ง... แต่ยัง ยังหรอก.. ลุงอ่ำเชื่อว่าเอ็งจะไปได้ไกลกว่านี้..” เขากล่าวกับภาพของโป้งที่กอดคอกับโกลและเพื่อนร่วมทีมฉลองชัยชนะบนจอLED ขนาดยักษ์..
“การต่อสู้ของพวกนายยังอีกยาวไกลนัก พวกนายทั้งสองคนเลย.. ตั้งใจฝึกฝนแล้วก็พาตัวเองไปให้ถึงจุดที่สูงที่สุดให้ได้”
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:21

ตอนที่ 41 : ฤา ดอกรักดอกใหม่จะบานในใจก้านเพชร...(รีไรท์)
โค้ชชาญยังคงยึดนโยบายเดิม ไม่พานักฟุตบอลไปออกงานอะไร นอกเสียจากรายการของสปอร์นเซอร์เรียกร้องให้ไป ซึ่งก็มีอยู่แค่สองรายการเท่านั้น ดังนั้นหลังจากเข้าพบนายกรัฐมนตรี และไปออกรายการโทรทัศน์สองรายการแล้ว โค้ชชาญก็ปล่อยนักฟุตบอลกลับไปร่วมทีมสโมสร
โป้งกับโกลได้วันหยุดพิเศษหนึ่งสัปดาห์จากสโมสร พวกเขาเลยเดินทางไปเที่ยวพักผ่อนกับที่กระบี่ แต่ไปได้แค่สามวันก็ต้องกลับ เพราะโรงเรียนเปิดเทอม
โป้งกับโกลพบว่าตัวเองเป็นหัวข้อการสนทนาของนักเรียนชาย และนักเรียนหญิงบางคนมองพวกเขาด้วยสายตาเขินอายบ้าง ทิ้งสายตาทอดมาบ้าง บางคนก็แค่อยากคุยด้วยเฉยๆก็เดินมาคุยด้วยตรงๆ
“ถ้ากูฝึกฟุตบอลตอนนี้ จะทันไหมโป้ง” ทรงวุฒิหรือที่โป้งเรียกว่าตั้นถาม ตอนกำลังมองไปที่สนามซึ่งมีการคัดตัวนักฟุตบอลโรงเรียนอยู่
“แล้วไม่เคยฝึกมาเลยเหรอ” โป้งถามกลับ
ตั้นถอนหายใจ
"แม่กูไม่ให้ฝึกหรอก เขาให้เรียนอย่างเดียว เขาบอกว่าอย่าไปเอาอย่างพ่อที่ปล่อยให้นายตั้มฝึกจนเรียนไม่เอาถ่าน”
โป้งรู้สึกเหมือนโดนด่า หันมองหน้าโกล
“เฮ้ยกูไม่ได้ว่าพวกมึงนะเว้ยโป้ง” ตั้นรู้ตัวตอนโป้งเงียบไป
“มันก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นทุกคน.. ไอ้โกลก็เรียนเก่งออก... แต่กูมันหัวทึบ เรียนไปก็ไม่รู้เรื่องเอง” โป้งตอบ
“ก็มึงมันเอาสมองไปพัฒนาทักษะฟุตบอลเสียหมด เลยเหลือสมองเรียนได้น้อยมั้งโป้ง” โกลว่าแล้วก็จับหัวโป้งโยกไปโยกมา โป้งร้องโอ๊ยแล้วแกะมือมันออกไป
“แต่ถ้าถามว่าเริ่มตอนนี้ช้าไหม.. ก็ต้องบอกว่าช้าไปนั่นหละ” โกลเป็นคนตอบแทนโป้ง
“ทักษะบางอย่างต้องหัดกันมาแต่เล็กๆ ยากมากจะมาพัฒนาตอนโตแล้ว ถึงหัดก็ไม่ได้ดีไปกว่าตอนเป็นเด็ก”
ตั้นถอนหายใจ
“ที่จริงมึงก็ไม่เห็นต้องเล่นฟุตบอลนี่หว่า มึงยังทำอย่างอื่นได้อีกเยอะ แล้วถ้ามึงอยากเล่นแค่สนุกๆ ก็ได้นี่ เดี๋ยวกูสอนเบสิคบางอย่างให้” โป้งว่า
คทาเดินกลับมาจากซื้อขนมกับน้ำดื่มได้ยินพอดี
“เอาสิ... ไปเช่าชั่วโมงสนามฟุตซอลแล้วเล่นกัน”
แล้วคทากับเพื่อนอีกสองคนคือนันกับบอย ก็ช่วยกันเรียงขนมที่ซื้อมา
“ซื้อมาทำไมเยอะแยะ” โป้งถามแล้วมองหน้าคทา
“ก็เลี้ยงขอบคุณมึงสองคนไง.. อุตส่าห์ชนะได้ถ้วยกลับมาพวกกูก็ต้องเลี้ยงกันหน่อยสิวะ”
โป้งมองหน้าโกล แต่โกลไม่สนใจหยิบห่อขนมมาฉีกหยิบกินคนเดียวหน้าตาเฉย

วู๊ดแปลกใจที่อยู่ๆก้านเพชรก็ชวนเขามาเดินเล่นที่เซ็นทรัล ก้านเพชรเห็นวู๊ดมองหน้าเขาบ่อยๆก็เลยถาม
“สงสัยสินะว่ากูชวนมึงมาทำไม” ก้านเพชรพูดตรงๆ แต่ไม่ได้มองหน้าวู๊ด
วู๊ดไม่ได้แปลกใจ แต่ที่มองหน้าบ่อยเพื่อให้ก้านเพชรรู้ตัวและพูดออกมาเสียที
“ก็ใช่.. “
“มึงกับโป้งรู้จักกัน กูจะซื้อของขวัญให้เขา ก็เลยพามึงมาเลือก เผื่อจะรู้ว่าเขาอยากได้อะไร” ก้านเพชรเฉลย
“กูว่าแล้ว” วู๊ดส่ายหัวดุกดิก “มึงก็เห็นว่ามันกับโกลไปไหนด้วยกัน อยู่ด้วยกันตลอด ถึงมันจะยังไม่ได้บอกออกมากันว่าเป็นแฟนกัน แต่มึงก็น่าจะรู้แก่ใจ”
ก้านเพชรเอามือล้วงกระเป๋าเชิดหน้า
“กูไม่สน.. มันก็เหมือนลูกฟุตบอล ใครๆก็อยากได้ มันก็ต้องแย่งชิงเอามา...”
“งั้นก็ตามใจ.. ก็เอาเหอะ.. อยากสู้กับไอ้โกล ก็ตามใจ แต่ก็เหมือนอยู่ในสนามนั้นหละ ไอ้โกลมันได้เปรียบตรงที่มันใช้มือได้ในเขตของมัน ตอนนี้มันอยู่กับโป้งแล้วโป้งก็ไว้ใจมัน แถมกูว่าไอ้โป้งก็รักมันด้วย มันก็เหมือนมันมีสิทธิพิเศษเหนือมึง ดังนั้นกูว่ามึงตัดใจเหอะ”
ก้านเพชรมีแววเศร้านิดหน่อยแต่ก็แค่เดี๋ยวเดียว
“ไม่ลองก็ไม่รู้ ต้องมีสักวันสิวะที่โป้งจะหลุดออกมานอกกรอบที่ไอ้โกลมีสิทธิพิเศษ.. ถึงตอนนั้นกูก็มีโอกาสใช่ไหมหละ”
วู๊ดถอนหายใจ
“แต่อย่างหนึ่งนะก้าน” วู๊ดกล่าว “โป้งมันไม่ใช่ลูกฟุตบอล.. ลูกฟุตบอลมันกลิ้งตามแรงเตะ โป้ง มันมีหัวใจมีชีวิต มันมีขาวิ่งได้ เดินได้ พูดได้ ต่อให้มันหลุดออกมาจากกรอบ จะเพราะว่าอะไรก็ตาม แต่ถ้าหัวใจมันอยู่กับไอ้โกลที่สุดมันก็ต้องกลับไปอยู่ดีไม่ใช่เหรอ”
ก้านเพชรพยายามตีสีหน้าให้เป็นปกติ ทั้งที่ใจเริ่มฟ่อ
“อ้อกูลืมบอกมึงไป.. สมัยก่อนไอ้โกลมันไม่ได้เป็นประตู มันเป็นปีกขวาเหมือนมึงนี่หละ.. ดังนั้นมึงแน่ใจเหรอว่าพอไอ้โป้งมันหลุดออกมาจากเขตผู้รักษาประตู มันจะไม่มีปัญญาแย่งบอลกับมึง กูจะบอกว่าทักษะของไอ้โกลมันเข้าขั้นดีเลยหละนะตอนที่มันยังเล่นปีกอยู่”
ก้านเพชรหันมามองหน้าวู๊ด
“ไอ้โกลเนี่ยนะเป็นปีก”
“เออ.. ไอ้โกลมันก็เหมือนไอ้โป้ง ฝึกฟุตบอลมาตั้งแต่เด็กๆ มันเรียนโรงเรียนประจำ กินนอนแล้วมันก็เล่นฟุตบอลด้วย แถมโรงเรียนเก่ามันเคยเป็นแชมป์รุ่นประถมเพราะฝีเท้ามันนี่หละ” วู๊ดเล่าตามสิ่งที่รู้มา

สนามฟุตซอลที่พวกเพื่อนของโป้งและโกลพากันมา เป็นสนามเอกชนที่สร้างไว้ให้เช่า ซึ่งมีระบบจัดการดีที่ดีพอสมควร พื้นสนามก็ปูด้วยหญ้าเทียมอย่างดี
โกลเลี้ยงบอลมาตามแนวริมเส้น แม้ต้องเจอกับโป้ง แต่โป้งก็ไม่ใช่คนที่เก่งในเกมรับเขาก็เลยยังพอจะเอาตัวรอดมาได้ แล้วก็เตะโยนไปโดยเล็งที่หัวของคทาที่รูปร่างสูงใหญ่
คทาโหม่งเต็มหัว ส่งลูกฟุตบอลผ่านการป้องกันของนันเข้าประตูไป
“เฮ้ยไอ้โกลมันเก่งเหมือนกันนี่หว่า” บอยหันมาคุยกับโป้ง
“ก็มันเป็นปีกมาก่อน มันก็ต้องเปิดบอลดีอยู่แล้ว ไม่เห็นเหรอเวลามันเตะเปิดเกม มันเตะดีจะตาย เพราะมันเคยเป็นปีกนี่หละ ถึงได้เปิดแม่น” โป้งตอบ
แต่พูดได้แค่นั้น เพราะนันโยนลูกออกมาจากประตูให้โป้ง โป้งจึงเลี้ยงพาลูกฟุตบอลไปหาโกลแล้วแก้แค้นด้วยการล๊อกหลบแบบกะให้เสียหน้า แล้ววิ่งไปยิงเรียดผ่านตั้นผู้รักษาประตูฝั่งของโกลเข้าไป
“ดีนะที่เราจับมันเล่นคนละฝั่งแล้วเปลี่ยนตำแหน่งไอ้โกล.. เลยมีแต้ม ไม่อย่างนั้น ไอ้โป้งยิงไอ้โกลรับ พอดีกัน เล่นกันยันพรุ่งนี้ก็ไม่มีประตู” คทาเดินมาคุยกับบอย

ก้านเพชรก็ไม่ได้ซื้ออะไรเพราะนึกไม่ออก เพราะวู๊ดเองก็ไม่รู้จะแนะนำอะไร เพราะเขากับโป้งก็ไม่ได้สนิทสนมกันจนรู้ว่าโป้งชอบอะไร ก้านเพชรจึงต้องซ้อนมอเตอร์ไซด์ของวู๊ดออกจากห้างมามือเปล่า
“กินข้าวต้มกันไหม เขาว่าข้าวต้มร้านนี้อร่อย” ก้านเพชรบอกข้างหู้เพราะกลัววู๊ดไม่ได้ยิน

แต่พอไปถึงร้านที่อยู่ตรงบริเวณแยกทางขึ้นเขารัง ก้านเพชรสั่งแต่ของแพงๆ ทำให้วู๊ดรู้สึกกระอักกระอวลใจ
“ทำไมมึงสั่งเยอะจัง แล้วของแพงทั้งนั้นเลย”
“อ้าวก็มันหิวนี่หน่า แล้วนี่ก็ของชอบทั้งนั้นเลย” ก้านเพชรว่า แล้วก็คีบปลาจีนอบเต้าซี่ส่งให้วู๊ด
“ชิมดูแล้วจะติดใจ” ก้านเพชรว่า
วู๊ดก็ลองกินดูแล้วพยักหน้าเห็นด้วย
หลังจากคุยกันสองสามคำ สองหนุ่มกินข้าวต้มกันไปเงียบๆ จนกระทั้งมีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งร้อง มองไปอีกฝากถนน มีหญิงสาวกำลังพยายามยื้อกระเป๋ากับชายร่างผอมสูงอีกคน
แล้วฝ่ายหญิงก็ล้มลง แต่ชายร่างผอมล้มเสียหลักเหมือนกัน
“วิ่งราวนี่หว่า” แล้วก้านเพชรก็รีบลุกไป
“ก้าน” วู๊ดรีบตาม
คนร้ายเห็นก้านเพชรวิ่งมาก็รีบออกวิ่ง แม้ก้านเพชรจะไม่ฝีเท้าจัดเท่าโป้งแต่ก็วิ่งเร็วพอใช้ วิ่งไปทันคนร้ายก่อนที่จะแม้สามารถขึ้นซ้อนรถจักรยานยนต์ของเพื่อนที่จอดติดเครื่องรอได้ เขายังทันคว้าคอชายร่างสูงจนหงายล้ม เขากลับตัวหันมาหมายจะแย่งกระเป๋า
“ก้านระวัง” วู๊ดร้อง แล้วคว้าดึงก้านเพชร
จังหวะนั้นชายคนที่คร่อมรถอยู่คว้ามีดดาบยาวจะฟันใส่ก้านเพชร คมมีดจึงถากไหล่ก้านเพชรไป
คนถือดาบทำท่าจะฟันอีกที แต่วู๊ดเห็นเสียก่อน เขาก็เลยตัดสินใจถีบโครมจนล้มไปทั้งคนละรถ
คนร้ายที่แย่งกระเป๋าผันกายลุกชักมีดออกมาจากเหน็บเอว เขาพุ่งเข้าหาวู๊ด
แต่ก่อนถึงตัววู๊ด... รถบิ๊กไบค์ก็พุ่งมากระแทกไอ้หมอนั่นจนล้มกลิ้งไป
แม้จะอยู่ในชุดเสื้อหนังมิดชิด และใส่หมวกกันน๊อกสีดำ วู๊ดก็จำได้
“โกล.. โป้ง..” วู๊ดร้องเรียก
โป้งกระโดดลงจากรถ แล้วเอาหมวกกันน๊อกต่างอาวุธฟาดหัวคนร้ายที่ลุกจากมอเตอร์ไซด์และกำลังจะไปหยิบดาบที่กระเด็นไป เขาฟาดอย่างแรงจนล้มฟุบ
วู๊ดจึงกลับไปหาก้านเพชรเห็นเลือดไหลโกรกจากไหล่ เขาก็เลยถอดเสื้อที่สวมแล้วกดไปที่บาดแผลเพื่อห้ามเลือด
“รถพยาบาล เรียกรถพยาบาลด้วยครับ” วู๊ดตะโกน
ก้านเพชรต่อสู้กับความเจ็บปวดอยู่ก็จริง แต่เขามองใบหน้าของวู๊ดที่มีสติอย่างเหลือเชื่อ และแววตาก็ดูห่วงใยเขามาก
“ใจเย็นหายใจช้าๆ เลือดจะได้ไหลช้า” วู๊ดบอกมือก็กดที่บาดแผล
โกลตามไปจับคนร้ายที่โดนบิ๊กไบค์พุ่งชน แต่ก็ยังจะพยายามหนี ส่วนโป้งพอคนงานพม่าของร้านอาหารใกล้ๆตามช่วยจับตัวไว้ก็หันกลับไปหาก้านเพชร
“เฮ้ยก้านเป็นไงบ้าง..โอ้โหเลือดบานเลย..” โป้งว่าแล้วหยิบโทรศัพท์มากดหมายเลขฉุกเฉิน1669 เพื่อเรียกหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน
"ครับผม มีคนได้รับบาดเจ็บครับ ถูกฟันที่แขน ตรงถนนแม่หลวนครับ แยกเขารัง"

พอเย็บแผลเสร็จแล้ว หมอก็ให้ก้านเพชรกลับบ้านได้ วู๊ดจึงขับรถมาส่งที่อพาร์ทเม้นท์ของก้านเพชร
“ไหวไหม.. เนี่ยแขนขวาด้วย ยกหยิบอะไรลำบากน่าดู” วู๊ดว่าตอนที่ตามมาส่งก้านเพชรถึงห้อง
ก้านเพชรมองแขนตัวเอง
“ไอ้แผลน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ไอ้หิวนี่สิ” ก้านเพชรกล่าว เพราะเมื่อกี้ยังกินได้ไม่ทันจะเท่าไหร่ ก็วิ่งไปจับโจร
พอพูดวู๊ดก็พึ่งรู้สึก..
“เออ..หวะ.. หิวเหมือนกัน มัวแต่ตื่นเต้นลืมไปเลย”

วู๊ดก็เลยไปซื้อโอวต้าว หอยตัวเล็กทอดคล้ายๆหอดทอดแต่ใส่เผือกด้วยมาเพราะก้านเพชรบอกว่าใกล้ๆนี้มีเจ้าอร่อยอยู่เจ้าหนึ่ง
เขาก็กินไปสังเกตอาการเก้งก้างจากความพยายามกินด้วยมือซ้ายของก้านเพชรไป ที่สุดอดรนทนไม่ได้ เขาเลื่อนเก้าอี้เช้าข้ามไปฝั่งก้านเพชรที่อยู่อีกด้านของโต๊ะกินข้าวตัวเล็กภายในห้อง
“มากูป้อน” วู๊ดก็เอาช้อนมาจากก้านเพชรแล้วตักโอวต้าวเป็นชิ้นพอดีคำ “เอ้ากิน”
ก้านเพชรมองหน้าวู๊ด ก่อนจะกิน
“อร่อยดีเนอะ” วู๊ดว่า แล้วตักอีกคำ “เอ้า”
“มึงไม่กินบ้างหรอ” ก้านเพชรถามก่อนจะกิน
“ก็ป้อนมึงให้หมดก่อนค่อยกินก็ได้” วู๊ดว่า
ก้านเพชรหันไปมองจานของวู๊ด แล้วก็ใช้มือซ้ายหยิบมาเทรวมกับของเขา เอาช้อนของวู๊ดมาวางรวมด้วย
“มึงก็ป้อนกูคำนึงมึงคำนึง.. จะได้อิ่มพร้อมๆกัน”
แล้วก้านเพชรก็ยิ้ม.. ตอนนี้รอยยิ้มของก้านเพชรทำให้เขาดูต่างไปต่างคุณหนูผู้เย่อหยิ่งโดยสิ้นเชิง
วู๊ดก็ยิ้มตอบแล้วก็ตักให้ตัวเองด้วยช้อนของเขา ใส่ปากเคี้ยว แล้วตักให้ก้านเพชรด้วยช้อนของก้านเพชร
ทั้งคู่สบตากันแล้วก็ยิ้มออกมาทั้งคู่... แม้ปากจะเคี้ยวตุ้ยๆก็ตาม
“กินแบบนี้ก็อร่อยดีเนอะ” วู๊ดว่าแล้วก็หยิบกระดาษเข็ดปากมาซับคราบซอสให้ก้านเพชรเหมือนที่มักทำเสมอตอนป้อนอาม่าที่โรงพยาบาล
ตอนนั้นก้านเพชรรู้สึกใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก..
กัปตันวู๊ดช่างอ่อนโยนเหลือเกิน...

แผลของก้านเพชรเริ่มดีขึ้นตามลำดับ จนที่สุดแพทย์ประจำทีมก็อนุญาตให้ลงซ้อมได้
พอวู๊ดเห็นก้านเพชรเดินลงมาในสนามซ้อมในชุดที่เตรียมเพื่อการออกกำลังเพื่อเรียกความฟิต เขาก็เดินเข้าไป
“ซ้อมได้แล้วเหรอ” วู๊ดถาม
“ก็เจ็บที่แขนไม่ใช่ที่ขา” ก้านเพชรตอบแบบกวนๆนิดหน่อย
วู๊ดหมั่นไส้ ยกกำปั้น
“ประเดี่ยวก็ชกแผลแตกอีกรอบ”
ก้านเพชรยกมือขึ้นป้อง
“อย่านะ.. เดี่ยวเกิดแขนขวากูพิการไป มึงต้องคอยป้อนข้าวกูทั้งชีวิตชดใช้นะเว้ย”
วู๊ดหัวเราะ ดวงหน้าขาวแบบคนจีน แต่ดวงตาโตและสดใส การยิ้มที่ร่าเริง ทั้งหมดงดงามเหลือเกินในแสงแดดยามบ่าย
“ถ้าอย่างนั้นมึงต้องพ่อมาขอกูแล้วหละ กูเรียกสินสอดไม่แพงหรอก” วู๊ดว่า
ก้านเพชรเงียบไป ก่อนจะตอบโต้ออกมา
“เรื่องอะไร.. ถ้ามึงต่อยกู มึงก็เป็นคนทำ มึงก็ต้องรับผิดชอบชีวิตกูสิวะ กูพิการไป มึงต้องเล่นบอลหาเลี้ยง”
วู๊ดเอามือมาวางบนไหล่ก้านเพชร หัวเราะอีก
“อ้าวไหนว่า เจ็บที่แขน แขนพิการก็ยังมีขานี่... ไม่ใช่ขาพิการสักหน่อย”
ก้านเพชรรู้สึกใจเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“ไป.. วิ่งกัน.. จะฟิตเร็วๆ อาทิตย์หน้าเราเจอทีมอันดับหนึ่งด้วย.. ใกล้จบฤดูกาลแล้วต้องติดอันดับหนึ่งในสามให้ได้” วู๊ดกล่าวแล้วออกวิ่งนำ
ก้านเพชรยิ้มแล้วมองตามร่างสัดทัดวิ่งไปกลางแสงแดดยามบ่าย
“ก็กูอยากให้มึงดูแลกูนี่หว่า” แล้วก้านเพชรก็วิ่งตามวู๊ดไป
หรือดอกรักดอกใหม่จะบานในใจก้านเพชรเสียแล้ว...
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:21

ตอนที่ 42 : โป้ง.. ผมไม่ได้อยากให้พ่อเป็นฮีโร่ แต่ผมอยากให้พ่อกลับมา(รีไรท์)
วันนี้เป็นรายการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีกนัดแรกของโป้งกับโกลนับตั้งแต่กลับมาจากทีมชาติ และเป็นรายการที่ต้องเดินทางมากรุงเทพเสียด้วย
โดยวันนี้โกลยังได้เป็นตัวจริง เพราะผู้รักษาประตูตัวจริงเกิดท้องร่วงเลยไมได้ร่วมทีมมาด้วย
ส่วนโป้งนั่งเป็นตัวสำรองข้างสนาม
ทีมที่แข่งด้วยเป็นสโมสรที่ในกรุงเทพที่ผลงานไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นจึงมีคนดูมานั่งดูให้กำลังใจทีมรักของตัวเองค่อนข้างมาก การเจอกับภูเก็ต ยูเนียนกลายเป็นงานหนักมากสำหรับทีมที่กำลังหนีตายทำอันดับให้สูงกว่าอันดับสิบหกเพื่อจะได้สิทธิแข่งขันในลีกสูงสุดต่อไป
ครึ่งแรกที่ยังเสมอกันศูนย์ต่อศูนย์ เพราะทีมเจ้าบ้านตั้งเกมรับกันเต็มที่
ที่สุดโค้ชฮัลเซ่ย์ก็ตัดใจส่งโป้งลงไปเพื่อพลิกสถานการณ์
โป้งมีความเร็วและความคล่องตัวสูงเล่นเอาผู้เล่นเกมรับของทีมเจ้าบ้านถึงกับต้องสละตัวไปตามวิ่งไล่โป้งคนเดียวถึงสองคน
หนึ่งในผู้เล่นสองคน คือ สุขสม ..
สุขสมชักหงุดหงิดกับการที่โป้งหลบหนีเขาไปได้หลายครั้งแล้ว แต่ยังดีที่จังหวะเปิดบอลเข้าไปของโป้งยังเหมือนไม่คงที่เพราะพึ่งจะกลับมาเล่นนัดแรก
เขากับโป้งเคยรู้จักกันมาก่อน เพราะโป้งเป็นเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงกับเขา สุขสมเห็นทักษะของโป้งก้าวหน้าไปเรื่อยๆ ทั้งที่อายุน้อยกว่าเขาเกือบสี่ปี ก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอยู่ไม่น้อยทั้งที่เมื่อก่อน เขาต่างหากที่โป้งยอมรับในฝีเท้า...
แต่ตอนนี้โป้งกลายเป็นนักเตะที่ผู้คนชมชอบและยอมรับในระดับประเทศเสียแล้ว แต่เขายังเป็นแค่นักเตะของทีมที่กำลังหนีตายในก้นตารางอันดับ และเป็นอย่างนี้ทุกปี..
บนอัฒจันทร์ มีแฟนฟุตบอลวัยราวยี่สิบ สองคนกำลังคุยกัน
“ไอ้เด็กโป้งนี่ เมื่อก่อนมันก็วิ่งเล่นอยุ่ในซอยบ้านเราแท้ๆ แต่ดูมันเล่นสิ... แทนที่มันจะออมฝีเท้าบ้าง เพราะยังไงก็เป็นบ้านเกิดมัน... แต่นี่อะไร แม่งเล่นซะเต็มที่” คนพูดเป็นหนุ่มร่างผอมบาง
คนร่างท้วมก็หันไปมาพยักหน้า
“เฮ้ยไอ้โป้งเว้ย.. ถ้าพวกกูแพ้ กูตกชั้นเลยนะเว้ยไอ้เด็กอกตัญญูเอ้ย” ชายร่างผอมตะโกนไป
“ไอ้ห่า พ่อมันเคยยืมเงิน พ่อกูด้วย แม่งผีพนัน เสียบอลจนเงินที่สะสมมาหมด โดนโต๊ะบอลซ้อมจนหน้าปูดหน้าบวมทุกอาทิตย์ เพราะไม่มีเงินจ่ายเขา”

ในสนามโป้งเลี้ยงลูกฟุตบอลช้าๆ เพื่อหลอกล่อ แล้วก็อาศัยจังหวะดึงลูกไปทางขวาแล้วเปลี่ยนความเร็ววิ่งหนีสุขสมไปได้อีก
สุขสมได้แต่หวังว่าเพื่อนที่อยุ่ข้างหน้าจะช่วยกันหยุดโป้งไว้ได้
แต่พอโป้งไปถึงหน้ากรอบเขตโทษ เขากลับไม่ต้องทำอะไรมากไปกว่าเลี้ยงลูกฟุตบอลหลบหลีกการสไลด์ตัวสกัดของกองหลัง แล้วตัดสินใจสับเท้าซ้ายยิงลูกเก่งออกไป
ลูกไซด์โป้ง...
ผู้รักษาประตูเจ้าบ้านได้แค่พยายามพุ่งตัว แต่ลูกมันทั้งโค้งและเร็วผ่านเขาเข้าไปตุงตาข่าย

“ไอ้สัตว์เอ้ย... ไอ้ลูกผีพนัน..” ชายร่างผอมตะโกนเสียงดังออกไป
“เออใช่ไอ้ลูกผีพนัน.. ไปตายซะ” คราวนี้ชายร่างท้วมก็ตะโกนขึ้นมาบ้าง
คนที่อยู่ใกล้ๆได้ยิน เกิดอารมณ์ร่วมตะโกนตามๆกันไป
“ไอ้ลูกผีพนัน ไอ้ลูกผีพนัน ไอ้ลูกผีพนัน”
โป้งชะงักเท้าเพราะกองเชียร์ที่ตะโกนออกมาอยู่ฝั่งที่เขาเดินอยู่พอดี แต่กัปตันทีมเดินเข้ามาตบบ่าบอกว่าไม่ต้องสนใจ
โป้งจึงเดินไปกลับไปประจำตำแหน่ง
แล้วสักครู่ก็เขาก็ได้ลูกฟุตบอลมาครองอีก จากจังหวะที่สุขสมที่เป็นปีกขวาพยายามจะพาลูกมาเอง แต่โดนตัวผู้เล่นเกมรับของภูเก็ตยูเนียมสไลด์ตัวดักลูกไว้ได้ แล้วใช้เท้าเขี่ยให้โป้ง
โป้งพอได้ลูกก็พาบอลไปตามเส้นข้าง
“ไอ้ลูกผีพนัน ไอ้ลูกผีพนัน“เสียงตะโกนเริ่มตั้งแต่ตอนที่เขาจับลูกได้ แต่โป้งก็พยายามไม่ใส่ใจ เลี้ยงบอลต่อ แต่ทันใด
“โป้งระวัง” เสียงกัปตันตะโกนเตือน
สุขสมเข้ามาพุ่งเข้าสกัดจากด้านหลัง ด้วยความโมโห..
โป้งที่ได้ยินดังนั้นจึงกระโดดหลบแต่ก็ยังโดนร่างกายของสุขสมกระแทกจนล้มไป
กรรมการให้ใบเหลืองแก่สุขสมแล้ววิ่งไป ส่วนโป้งเอาลูกมาตั้งเพื่อเตรียมเตะลูกฟรีคิก
“ไอ้ลูกผีพนัน ไอ้ลูกผีพนัน ไอ้ลูกผีพนัน” โป้งแม้จะใจเย็นพอสมควร แต่พอโดนคนคุ้นเคยสกัดแบบรุนแรงแบบจงใจทำร้าย แล้วยังจะโดนล้อเลียนก็ถึงกับต้องหันไปมองอัฒจันทร์ด้วยความหงุดหงิดใจ
พอหันกลับมา เจอสุขสมเดินมายืนตรงหน้า
“จะเดือดร้อนทำไมโป้ง ก็มันเรื่องจริง พ่อมึงเป็นผีพนัน” สุขสมที่เก็บกดมานานอดไม่ได้จะถากถางออกไปด้วยความแค้น
โป้งมองตาสุขสม... แววตาของโป้งตอนนี้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน
“ทำไม ไอ้ลูกผีพนัน” สุขสมทิ้งประโยคสุดท้ายเพื่อความสะใจ แล้วหันหลังกลับ
แต่ฉับพลัน เขาก็รู้สึกดังโดนค้อนเหล็กฟาดกลางหลังจนล้มลงหน้าคว่ำ
แรงเตะที่เกิดขึ้นด้วยระยะที่ใกล้ และโป้งจงใจเตะสุดแรงโดยจงใจให้ลูกพุ่งอัดสุขสม
กรรมการที่ดูเหตุการณ์อยู่ก็เป่านกหวีดเสียงดังแล้ววิ่งเข้ามา แต่ยังช้ากว่าผู้เล่นเจ้าบ้านที่อยู่ใกล้กรูกันเขามาจะเอาเรื่องโป้ง และโป้งก็อยู่ในอาการพร้อมจะมีเรื่อง
แต่โสดาเข้ามาดึงตัวโป้งหลบไป แล้วบรรณกับคนอื่นก็เข้ามาขวางพยายามห้ามผู้เล่นฝั่งตรงข้าม
“มึงเล่นแรงไปแล้วนะเว้ย เหี้ยอะไรมาเตะบอลใส่คนอื่น”
“มันด่าพ่อกู” โป้งเถียงและไม่ย้อมถอยแม้นโสดาจะดันตัว
“พวกมึงสกปรก เอาพ่อคนอื่นมาด่า พ่อกูจะเป็นอะไรมันหนักหัวแม่ใคร ไอ้...”
โป้งพูดได้แค่นั้น เพราะพลันเขาก็สัมผัสถึงอ้อมแขนที่คุ้นเคยกอดเขาไว้จากด้านหลัง
“พอแล้วโป้ง พอแล้ว”
โป้งจึงค่อยๆสงบลง แล้วโกลหมุนตัวเพื่อให้แผ่นหลังของตนเองเผชิญหน้ากับผู้เล่นฝั่งตรงข้าม เพื่อปกป้องโป้ง
“ใจเย็นๆ โป้งอย่าใจร้อนสิวะ” โกลกระซิบ
โป้งหลับตาลง
เหตุการณ์ค่อยสงบลงเมื่อทั้งฮัลเซ่ย์ และโค้ชทีมเจ้าบ้านลงมาห้ามลูกทีมตัวเอง
พอกรรมการเห็นนักเตะสองฝั่งถอยออกไปแล้วจึงเรียกให้โป้งกับสุขสมมาหา
“ขอโทษพี่เขาซะ” กรรมการว่า
โป้งสงบลงแล้วตั้งแต่เมื่อครู่ด้วยอ้อมกอดของโกล เขายอมจึงยกมือไหว้
“ผมขอโทษครับพี่สม”
สุขสมเองแม้จะยังเจ็บ แต่ด้วยความที่โป้งกล่าวออกมาด้วยสีหน้าสำนึก ก็พยักหน้าตอบรับ
กรรมการจึงชูใบแดงให้โป้งแล้วก็ชึ้ไปนอกสนาม
โป้งวิ่งไปเงียบๆเข้าอุโมงค์ไปห้องแต่งตัว
บนอัฒจันทร์ ด้วยการสวมหมวกปิดบังและแว่นตาดำทำให้ไม่เป็นที่สังกตุ เทพฤทธิ์ถอนหายใจออกมา
“เพราะพ่อแท้ๆโป้ง... พ่อขอโทษ” แล้วเขาก็เดินออกไปจากสนามเงียบๆ

ในรถบัสของทีมที่มุ่งหน้ากลับบ้าน
โป้งนั่งเงียบและเสียบหูฟังเพลงตลอด แต่เปิดดังจนโกลที่นั่งข้างๆได้ยิน... เขาคงต้องการจะอยู่คนเดียวไม่อยากรับฟังใครทั้งสิ้น
เพื่อนร่วมทีมก็เข้าใจ เพราะเรื่องที่โป้งโดนถือว่าเป็นการล้อเลียนที่รุนแรงพอสมควร และก็น่าจะโมโหอยู่นั้นหละ ขนาดนักเตะระดับโลกยังฟิวส์ขาด ภาษาอะไรกับโป้งที่อายุแค่นี้ ก็เลยไม่มีใครเข้าไปกวนโป้ง
แต่ในตอนกลางดึก ที่รถบัสหรูสำหรับนักกีฬาปิดไฟไปแล้ว โกลก็หลับไปแล้ว แต่เขาก็ตื่นขึ้นเพราะความรู้สึกจากที่โป้งเอาหัวมาซบ
“กูขอโทษนะโกล.. กูไม่น่าใจร้อนเลย” โป้งกล่าวเมื่อโกลเอาหัวมาชบหัวเขาบ้าง
“กูเข้าใจ พวกนั้นแม่งก็เกินไป.. เล่นสกปรก” โกลพูดเสียงเบาๆให้ได้ยินแค่สองคน
“แต่กูก็ผิดนี่... กูรู้อยู่แล้วว่าต้องเจอโห่เจอยั่ว... แต่นี่มันแรงเกินไปหวะโกล.. กูรับไม่ได้จริงๆ” โป้งตอบด้วยเสียงระดับเดียวกัน
“ไอ้สุขสม สุขสราญอะไรนั้นก็โดนนะ เพราะผู้กำกับเส้นเขาฟ้องกรรมการว่ามันด่ามึง กรรมการก็เลยให้ใบเหลืองที่สองไล่มันออกไปเลย เราก็เลยเล่นไม่ยากเท่าไหร่ พี่บรรณเลยยิงแทนมึงไปสองลูก แล้วจงใจเดินไปดีใจตรงหน้าสแตนด์ฝั่งที่ด่ามึงทั้งสองลูก” โกลเล่า
“ว่าแต่..” โกลยิ้ม
“เวลามึงโมโหนี่น่ากลัวมาก.. เห็นตัวเท่าลูกหมาอย่างนี้จะเดินไปใส่เขาด้วย... กูเลยต้องวิ่งไปด้วย เพราะกลัวพี่ดาเอาไม่อยู่... ไม่ไหว ไม่ไหว กูกลัวใจจริงๆ อย่าโกรธกูแบบนั้นนะ กูกลัว”
มองหน้าโกล แล้วก็ซบลงอย่างเดิม
“ไม่รับปากนะ กูก็โมโหเป็น หึงก็เป็นด้วยนะเว้ย.. ถ้ามึงนอกลู่นอกทางกูเอาตาย...”
“จ้า...”โกลลากเสียงตอบ
“กล้วแล้วจ้า...”

เทพฤทธิ์อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับการที่โป้งโดนไล่ออกเพราะโดนล้อเลียน ซึ่งคอลัมภ์นิสส่วนใหญ่ก็พูดไปในทิศทางเดียวกันว่าเป็นเรื่องน่าเห็นใจมาก และต่อมาก็มีคำตัดสินจากสมาคมเรื่องใบแดงของโป้งว่าจะไม่มีการเพิ่มโทษ แต่ได้สั่งปรับเงินทีมคู่แข่งในข้อหาปล่อยให้แฟนบอลมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
และต่อมาก็มีแถลงการณ์ขอโทษจากทีมคู่แข่งซึ่งเนื้อหาก็เป็นการขอขมาต่อเขาและโป้งที่ปล่อยให้แฟนบอลมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมและล่วงเกินเทพฤทธิ์
แต่ไม่ได้ทำให้เทพฤทธิ์รู้สึกดีขึ้นได้เลย เพราะที่เทพฤทธิ์รู้สึกแย่มาจากการที่เขาเองเป็นคนไม่เอาถ่าน ไม่สามารถทำตัวเป็นพ่อที่น่าภาคภูมิใจให้โป้งได้ และยังกลายเป็นสิ่งที่ทำให้โป้งได้รับผลกระทบในการแข่งขัน..
ตอนแรกเขาก็อยากจะไปเจอโป้งสักครั้ง ถึงได้ไปที่สนาม แต่พอเกิดเรื่องขึ้น ความกล้าที่รวบรวมมามันก็หายไปหมด
เขาไม่สามารถสู้หน้าลูกชายได้อีกแล้ว..

เทพฤทธิ์ขี่จักรยานเก่าๆของเขาเพื่อไปทำงาน ระหว่างทางผ่านตู้ไปรษณีย์ เขาจึงหยุดจอด..
ชายหนุ่มมองล้วงจดหมายออกมา เขาเอาจดหมายฉบับแรกหย่อนลงไป และอีกฉบับถือเอาไว้.. ความลังเลมันท่วมอก.. เขาไม่สามารถจะหย่อนมันลงไปได้โดยง่าย
แต่ที่สุดเขาก็หย่อนมันลงไป..
ชายหนุ่มมองตู้ไปรษณีย์แล้วก็ขี่จักรยานมุ่งหน้าไปทำงานต่อไป

เทพฤทธิ์มาถึงที่ทำงาน ก็ตอกบัตรที่หน้าตู้ยามแล้วก็เดินเข้าไปในตึก เพราะเขามีเวรต้องไปเดินตามชั้นต่างๆในวันนี้
เป็นหน้าที่เวรประจำวันที่ต้องขึ้นลิฟต์ไปตรวจสอบความสงบตามชั้นต่างๆ เพื่อสอดส่องดูแลว่ามีหัวขโมยเล็ดลอดเข้ามาได้หรือไม่ แล้วก็ยังตรวจสอบอุปกรณ์ดับเพลิงแต่ละชั้นไปด้วยว่าอยู่ในสภาพใช้งานได้หรือไม่
แต่ระหว่างเดินจากบันไดหนีไฟไปที่ตู้ดับเพลิง
ประตูห้องก็เปิดพรวดมาขวางหน้า แล้วหญิงสาวคนหนึ่งวิ่งออกมา
“ยามช่วยด้วยค่ะ มันบ้าไปแล้วมันจะฆ่าฉัน” หญิงสาวผวาไปหลบหลังเทพฤทธิ์
“อีแพศยา.. มึงจะหนีไปไหม” ชายหนุ่มวัยรุ่นที่นุ่งเพียงกางเกงในตัวเดียววิ่งออกมา ในมือมีมีดเล่มยาวมาด้วย
“เฮ้ยใจเย็นๆคุณ อย่าทำอะไรบ้าๆ คุยกันดีๆก็ได้” เทพฤทธิ์ควักกระบองยามออกมาเพื่อป้องกันตัว
“มันเมายาค่ะพี่ มันเมายา” หญิงสาวกล่าวด้วยความหวาดกลัว
“เสือก..กูจะฆ่ามัน.. มันเป็นชู้กับพ่อกู.. กูจะฆ่ามัน” หนุ่มวัยราวๆสิบเก้ายี่สิบตวาดเสียงลั่น ดวงตาของเขาแดงก่ำ และจ้องเขม็งเหมือนหมาบ้า
“หนีไป ผมจะขวางเขาไว้เอง” เทพฤทธิ์บอกกับหญิงสาว
เธอพยักหน้าแล้ววิ่งไปที่บันไดหนีไฟ
“อีแพศยา ไปไหน” ชายหนุ่มจะวิ่งตาม
เทพฤทธิ์จึงเข้าขัดขวาง แต่จังหวะขยับตัวเร็วเกินไป... เท้าข้อเท้าข้างที่บาดเจ็บเรื้อรังหลายปีก็ออกฤทธิ์ เขาจึงเสียหลัก
แต่นั้นคือจังหวะเดียวกับที่ชายถือมีด จ้วงมีดมาพอดี..
คมมีดชำแรกผ่านเนื้อไปในทันใด..
เพราะความคลุ้มคลั่งชายหนุ่มจึงไม่อาจยับยั้งใจ แทงไปแล้วเห็นเลือดก็ชักมีดออกแล้วแทงกระหน่ำไม่นับทั้งหัวเราะก้องไปทั้งทางเดินของอาคาร
“ตาย มึงตาย นางแพศยา มึงตาย”
เทพฤทธิ์รู้สึกได้ถึงแรงกระแทกและคมมีด... ร่างกายของเขาสุดกำลังต้านทาน เลือดทะลักออกจากปาก แล้วเมื่อชายคนนั้นหยุด ร่างของเขาก็ล้มฟุบลง..
“โป้ง...“นั้นคือคำสุดท้ายที่หลุดออกมา
ในหัวของเทพฤทธิ์เกิดภาพที่เหมือนหนังฉายซ้ำ เป็นภาพที่ผุดจากความทรงจำ
เด็กน้อยพยายามเตะลูกฟุตบอลแล้วล้มลง ลุกขึ้นใหม่พยายามใหม่จนกระทั้งเตะมันจนกลิ้งไปได้... เด็กน้อยหัวเราะ..
เด็กชายที่วิ่งเลี้ยงลูกฟุตบอลไปตามเส้นข้างสนามแล้วเตะออกไปอย่างแม่นยำ
จนกระทั้งถึงภาพของเด็กหนุ่มที่ชูนิ้วโป้งต่อหน้าอัฒจันทร์ที่มีธงชาติไทยปลิวสะบัด ท่ามกลางเสียงเรียกชื่อของเขากระหึ่ม
“โป้ง โป้ง โป้ง โป้ง...”
โป้ง ลูกพ่อ...


โป้งนั่งต่อหน้าอำนาจในห้องทำงานของเขา
“โป้ง” อำนาจกล่าวมาในที่สุดหลังจากมองหน้าเด็กหนุ่ม
“เรารู้ตัวใช่ไหมว่าก็ผิดเหมือนกัน ถึงฝ่ายโน้นจะผิดก็อยู่เหมือนกัน แต่เราเป็นนักฟุตบอล แถมเป็นมืออาชีพ ไม่ควรทำอะไรอย่างนี้...”
“ครับลุงอ่ำ ผมจะไม่ทำอีกแล้ว” โป้งตอบแล้วผลุบตาลงต่ำ
“เอาหละก็ต้องตามกฎนะ ลุงต้องปรับเอ็งตามกฎเพราะเอ็งโดนใบแดง เอาหละไปซ้อมได้” อำนาจสรุปแล้วออกปาก
แต่โป้งไม่ลุก เขายังคงก้มหน้าอยู่
“ลุงอ่ำครับ.. ลุงรู้ใช่ไหมครับว่าพ่ออยู่ที่ไหน”
อำนาจมองหน้าเด็กหนุ่ม ตอนนี้เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นแล้วสบตา ดวงตาเว้าวอน
“ลุงพาผมไปหาพอได้ไหม.. แค่พาผมไปแอบดูก็ได้ ผมอยากรู้ว่าพ่อสบายดีไหม ผมอยากเห็นพ่อ”
อำนาจไม่อาจทนสบตาได้
“เอาไว้วันหนึ่งพ่อของเอ็งเขาก็จะมาหาเอ็งเอง.. ตอนนี้เขายังไม่พร้อมจะเจอเอ็ง โป้ง..”
โป้งถอนหายใจแล้วก็ตอบว่าครับ แล้วเขาก็ออกไป
นี่คงไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนพูดกับโป้งแบบนี้.. เพราะโค้ชเกือบทุกคนของโป้งรู้จักกับเทพฤทธิ์
อำนาจนั่งนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ จึงคิดจะลุกไปตรวจเดินตรวจสิ่งอำนวยความสะดวกของสนามเพราะพรุ่งนี้จะเป็นอีกเกมที่สำคัญ เนื่องจากทีมของเขาจะใช้สนามนี้รับการมาเยือนทีมใหญ่จากกรุงเทพอีกทีมหนึ่ง แถมเป็นทีมที่กำลังขับเคี่ยวคะแนนกันเพื่ออันดับที่จะได้ไปเล่น เอเชีย แชมเปี้ยน ลีกในฤดูการต่อไป
แต่เขาต้องหยุดเมื่อโทรศัพท์มือถือดังขัดขึ้นก่อน
เป็นหมายเลขของการันต์
“ว่าไงการันต์” การันต์เป็นอีกหนึ่งคนที่เหมือนลูกศิษย์ของเขา
แต่สิ่งการันต์แจ้งมานั้น ทำให้อำนาจยืนตัวแข็ง...

โป้งกำลังวิ่งเพื่ออบอุ่นรางกายก่อนการฝึก แต่สักครู่ก็ถูกเรียกตัวโดยทวี เขาจึงชะลอเท้าลง
“โป้งมานี่หน่อยสิ พี่อ่ำจะคุยด้วย”
แล้วทวีก็เดินไปหาฮัลเซ่ย์กระซิบอะไรบางอย่างที่ทำให้ฮาเซย์ร้องออกเป็นภาษาเยอรมันอย่างลืมตัว แล้วก็พยักหน้าและตบบ่าทวี
ทวีหันไปหาโกลที่กำลังยืดเส้นอยู่ใกล้ๆ
“นายก็ไปด้วยกันนะโกล”
โกลงง หันไปมองหน้าโป้งที่งงยิ่งกว่า

โกลกับโป้งเข้าไปภายในห้องทำงานของอำนาจเห็นเขานั่งอยู่ที่โซฟารับแขก แล้วทั้งสองก็ไปยืนตรงหน้าอำนาจ
อำนาจไม่พูดอะไร แต่มองหน้าโป้ง..
โป้งมีส่วนคล้ายทั้งเทพฤทธิ์และวราพร โดยแววตาของโป้งนั้นคือส่วนที่ได้มาจากเทพฤทธิ์ พออำนาจมองตาคู่นั้นก็อดไม่ได้จะน้ำตาไหล
โป้งกับโกลหันมองหน้ากันด้วยความงุนงง แต่เป็นโป้งที่ใจคอไม่ดีโดยไม่มีสาเหตุ
“โป้งเอ้ย..” อำนาจเอาผ้าเช็ดหน้าเข็ดน้ำตาออก
“เอ็งไปกรุงเทพนะ.. ไปกับโกลนี่หละ โกลจะได้ปลอบใจเอ็งได้”
โป้งยิ่งงง
“ไปทำไมหละครับ” โป้งถาม “เกิดอะไรขึ้นครับลุงอ่ำ..”
อำนาจมองหน้าทวี ทวีก็ถอนหายใจแล้วเบือนหนี อำนาจกลั้นใจก่อนจะตอบออกไป
“พ่อของเอ็งเสียแล้วโป้ง.. เขาโดนแทงเสียชีวิต อาการันต์พึ่งจะโทรมาบอกลุงเมื่อกี้นี้เอง”
โกลตกใจ หันขวับมาหาโป้งเพื่อดูปฏิกิริยา
แต่โป้งยืนนิ่งเงียบ.. เงียบและไม่ไหวติง แม้แต่ดวงตาก็ค้างนิ่งอยู่อย่างนั้น
โกลจึงเข้ามาจับที่ไหล่ แล้วร่างของโป้งสั่นเหมือนมีสิ่งที่จะลั่นจากภายใน แล้วเขาก็ทรุดกายลง
“พ่อ...”
โกลจึงย่อตัวลง แล้วโป้งก็ผวากอดโกลไว้แน่น แล้วเริ่มต้นคร่ำครวญเรียกพ่อออกมาปนเสียงสะอื้น...
เดี๋ยวเดียวเท่านั้นน้ำตาก็ซึมจนเปียกไหลของโกล..
โกลทำได้แค่เพียงกอดโป้งไว้แน่นๆ แล้วลูบหัวเพื่อปลอบโยน แต่ไม่มีคำพูดใดๆที่เขานึกออกเพื่อปลอบใจ..
อำนาจต้องเบือนเสียให้พ้นจากภาพนั้น น้ำตาของเขาไหลเป็นทางเช่นกัน...

“ครับมาถึงข่าวเศร้า เมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในย่านสุขุมวิท ว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีดจนเสียชีวิต เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงก็พบศพของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำอาคารนอนเสียชีวิตอยุ่ในที่เกิดเหตุ สอบสวนต่อมาจึงทราบเจ้าหน้าที่รปภ.คนที่เสียชีวิตอยู่ระหว่างเดินตรวจสอบอาคาร และได้ประสบเหตุคนร้ายที่คลุ้มคลั่งไล่ทำร้ายหญิงสาวรายหนึ่งที่เป็นแฟนสาวของคนร้าย แต่เจ้าหน้าที่รปภ.เขาขัดขวางจนเกิดการต่อสู้กันและคนร้ายได้แทงเจ้าหน้าที่รปภ.หลายครั้งจนเสียชีวิต”
“ทราบต่อมาเจ้าหน้าที่รปภ.ที่เสียชีวิต คือนายเทพฤทธิ์ อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย ซึ่งเป็นบิดาของนายเทพพร หรือโป้งผู้เล่นตัวรุกคนสำคัญของทีมชาติไทยชุดอายุต่ำกว่าสิบเก้าปี ซึ่งศพของนายเทพฤทธิ์จะตั้งบำเพ็ญกุศลเป็นเวลาสามวัน ก่อนทำการฌาปนกิจต่อไป”
แล้วผู้ประกาศสวมแว่นก็หันไปสนทนากับผู้ประกาศสาว
“คือเมื่อเร็วๆนี้เหตุการณ์ที่ว่าเทพพรเขาไปแข่งฟุตบอลกับทีมหนึ่ง ผมไม่เอ่ยชื่อแล้วกัน ปรากฏว่ามีแฟนของทีมเจ้าบ้านตะโกนล้อเลียนเทพพร เพราะช่วงหลังมีข่าวว่าคุณเทพฤทธิ์ หรือพี่ฤทธิ์เขาติดการพนันจนเป็นหนี้เป็นสิน.. ซึ่งตรงนี้.. ผมก็คงไม่กล้าออกความเห็นว่าเป็นอย่างไร เพราะสมาคมก็มีการลงโทษสโมสรไปแล้ว” เขาพูดด้วยน้ำเสียงพยายามให้ราบเรียบแต่อดไม่ได้
“แต่สำหรับผม คุณเทพฤทธิ์เป็นวีรบุรุษในสนามฟุตบอลที่ยิงประตูสำคัญๆให้ทีมชาติไทยมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั้งบาดเจ็บและเลิกเล่นไป มาถึงตอนนี้เขาก็ยังเสียชีวิตเพราะปกป้องชีวิตคนอื่น.. ผมจึงขออนุญาตบอกว่า สำหรับผม.. พี่ฤทธิ์คือฮีโร่ของผมตลอดไป.. และก็คงเป็นฮีโร่ในใจของใครหลายๆคนต่อไปเช่นกัน”

โป้งที่นั่งอยู่หน้าจอแอลอีดีขนาดยักษ์ของห้องนอนหรูหราในบ้านของโกล น้ำตาที่คิดว่าเหือดแห้งไปแล้วกลับมาเอ่ออีก
“แต่ผมไม่อยากให้พ่อเป็นฮีโร่.. ผมแค่อยากให้พ่อเป็นพ่อของผม กลับมาอยู่กับผมเหมือนเดิม”
โกลที่พึ่งออกมาจากห้องน้ำ เขาได้ยินประโยคนั้น จึงเดินเข้ามานั่งลงบนเตียงข้างๆโป้ง
เขาโอบโป้งเอาไว้ โป้งก็ซบลงกับอกอุ่นของโกล..
แล้วก็เริ่มต้นร้องไห้ออกมาอีก จนโกลต้องกอดเขาเอาไว้ทั้งสองมือแล้วซบหน้าลงผมเรือนผมของโป้ง..
“เข้มแข็งไว้โป้ง เข้มแข็งไว้..”

งานฌาปนกิจของเทพฤทธิ์ทำเอาวัดเล็กๆแห่งนี้แน่นขนัดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งบรรดาคนในวงการฟุตบอล และแฟนบอลรุ่นเก๋าที่เดินทางมาไว้อาลัยอดีตตำนานคนนี้อย่างล้นหลาม
วราพรมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง ตอนที่สามีคนแรกของเธอเริ่มหันเหไปสู่การพนันแล้วไปสู่ความตกต่ำ จะว่าไปก็ได้ผู้หลักผู้ใหญ่ในสมาคมนี่หละช่วยกันประคับประคอง แต่ที่สุดก็ต้องถอยไปเองเพราะเทพฤทธิ์ตอนนั้นเหมือนผีบ้า จะเหลือแต่ก็พวกที่สนิทสนมกันจริงๆอย่าง อำนาจ การันต์ ทวี แล้วก็อีกไม่กี่คน
ต่อมาก็ได้คนเล่านี้หละสนับสนุนโป้ง...
เธอเคยถามการันต์ว่าทำไมถึงได้ช่วยเหลือสามีเก่าและลูกชายของเธอมากขนาดนี้ คำตอบนั้นเรียบง่าย
“เพราะพี่ฤทธิ์เป็นคนดี เมื่อก่อนพวกเราก็ได้พี่เขาช่วยมาก่อนเหมือนกัน ส่วนไอ้โป้งนอกจากมันเป็นเด็กดีแล้ว มันยังมีพรสวรรค์ ผมก็เลยอยากเห็นเขาเติบโตในวงการฟุตบอล”
สำหรับวราพร สิ่งที่เหลือให้เทพฤทธิ์คือความทรงจำดีๆ และความรู้สึกดีๆ เพราะตอนนี้เธอรักสุทธิชัยอย่างเต็มหัวใจไปแล้ว
แต่แม้จะเศร้าและเสียใจ แค่ไหน.. ความเสียใจของเธอก็ไม่มีทางเท่ากับโป้งแน่นอนที่สุด
หันมองไปเห็นโป้งทำหน้าที่แจกดอกไม้จันให้แขกอยู่หน้าบันไดเมรุ เพราะแขกคนสำคัญขึ้นไปวางดอกไม้จันจนหมดแล้ว โดยมีเพื่อนจากนวสาครมาช่วยกันอย่างแข็งขัน นายโกลก็คือหนึ่งในนั้น..
โป้งเสียใจมากที่สุดแน่นอน เพราะแม้จะไม่ได้พบพ่อมาหลายปีแล้ว แต่เขาก็ยังคงเฝ้าคิดถึงและพูดถึงเสมอๆ
แม้แต่การพบกันครั้งสุดท้ายก็ยังไม่มีโอกาส สิ่งที่โป้งได้พบมีแค่ร่างไร้วิญญาณที่นอนไม่ไหวติง.. ตอนนั้นโป้งกอดศพพ่อร้องไห้อย่างน่าเวทนา ทำให้เธออดร้องไห้ออกมาไม่ได้..
โป้งดูเข้มแข็งขึ้นแล้วนิดหน่อย.. อย่างน้อยก็ไม่ได้น้ำตาซึมตลอดเหมือนวันแรก
ตอนนี้โป้งกำลังหันไปสนทนากับโกล แล้วก็ปรากฏรอยยิ้มเล็กๆให้เห็น
แล้วโป้งก็ต้องออกปากขอโทษขอโพยแขกที่ดอกไม้จันที่เตรียมมาไม่พอ แขกจึงได้แค่เดินขึ้นไปไหว้ศพแล้วเดินลงมา แต่ไม่มีใครบ่นว่าสักคำ มีแต่กล่าวปลอยโยนโป้ง
โกลยืนเคียงข้างโป้งตลอดดังคำสัญญาที่มอบไว้ให้วราพรวันนั้น..

โป้งและโกลกลับมาถึงห้องพักที่ภูเก็ตในตอนเกือบย่ำเย็น แต่ตอนเปิดประตูโกลก็พบสิ่งหนึ่งสอดไว้ใต้ประตู
เป็นจดหมายที่จ่าหน้าซองด้วยลายมือ
“โป้ง จดหมาย”โกลหยิบจดหมายขึ้นมา เพราะโป้งเดินข้ามมันเขาไปเนื่องจากไม่ได้ทันได้มอง
พอโป้งรับไปก็ยืนนิ่ง..
“จดหมายของพ่อ” เขาบอกโกล
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:22

ตอนที่ 43 : จดหมายของพ่อ.. (รีไรท์)
โทษแบนสามนัดของโป้งไม่รวมในฟุตบอลถ้วย FA เขาจึงได้ลงเป็นตัวจริงในนัดนี้ ที่จริงฮัลเซ่ย์อยากจะให้โป้งได้พัก แต่เขากลับยืนยันจะลงสนามให้ได้
ฮัลเซ่ย์มองตามร่างเพรียววิ่งผ่านหน้าเขาไปไปอย่างรวดเร็ว
โป้งดูจะตั้งใจเป็นพิเศษ..

"ถึงลูกชายของพ่อ
ที่พ่อตัดสินใจเขียนจดหมายฉบับนี้ก็เพื่อบอกกับโป้งอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือพ่อขอโทษ ที่พ่อเป็นพ่อที่ไม่ดี พ่อยอมรับว่าที่ผ่านมาพ่อ ติดทั้งเหล้า ติดทั้งการพนัน เพราะนี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้พ่อหายคิดถึงช่วงเวลาดีๆในสนามฟุตบอล โป้งก็รู้ว่าพ่อชอบฟุตบอลมากดังนั้นการต้องเลิกเล่นมีผลกับพ่อมาก แต่นั้นก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่ดีเลยใช่ไหม
โป้งจำเอาไว้นะลูก พระท่านว่า สุรา นารี ภาชี กีฬาบัตร.. เป็นของต้องห้าม โป้งต้องระมัดระวังอย่าให้มันมาเกี่ยวข้องกับเราและพยายามเอาตัวให้ห่างจากมัน เพราะมันจะทำลายตัวเราและที่สุดของคนที่บ้าการพนัน ก็ต้องมาลงเอยอย่างพ่อ.. พ่อต้องเสียแม่ที่พ่อรักมาก เสียโป้งที่เป็นดวงใจไปก็เพราะเรื่องนี้ และพ่อก็ไม่อยากให้โป้งเดินตามรอยเดียวกัน..."

โป้งมีตัวเข้ามาประกบโป้งเพิ่มอีกตัวหนึ่ง แต่นายคนนี้รูปร่างสูงและหนา ความคล่องตัวน้อยกว่าเขาก็เลยเตะบอลลอดขาไปเสียก่อนเขาจะตั้งหลักขวางทางโป้งได้ ซึ่งบรรณที่วิ่งตามก็ได้ลูกฟุตบอลไป แล้วพาเลี้ยงไปหากรอบเขตโทษ

"เมื่อวันที่โป้งเจอเหตุการณ์แย่ๆ ที่จริงพ่อก็อยู่ในสนาม พ่อรวบรวมความกล้าหลายวันเพื่อจะไป แต่ที่สุดเพราะความห่วยแตกของพ่อ พ่อก็เลยกลายเป็นเรื่องให้เขาโจมตีโป้งได้.. พ่อมันไม่ได้เรื่อง พ่อก็เลยไม่กล้าออกไปเจอลูก พ่อขอโทษ พ่อมันแย่.. พ่อขอโทษ"

โป้งวิ่งไปยืนตำแหน่งที่ด้านซ้าย ตามองลูกฟุตบอลที่ถูกบรรณกับสำราญเตะถ่ายไปมาหน้ากรอบเขตโทษ เพราะผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามลงไปดักทางในกรอบเขตโทษ

"อีกเรื่องที่พ่ออยากจะบอกโป้งคือ พ่อภูมิใจมากที่โป้งเก่งขึ้นในทุกวัน ตอนนี้โป้งเก่งกว่าพ่อ เก่งกว่าอาการันต์ เก่งกว่าใครหลายๆคนที่พ่อรู้จักไปแล้ว
แต่พ่ออยากจะบอกลูกว่า หนทางของฟุตบอลยังอีกยาวไกลนัก พ่ออยากให้โป้งฝึกฝนต่อไป แม้โป้งจะเก่งแค่ไหน ให้จำไว้ว่ายังมีคนที่เก่งกว่าเรามาก และมากขึ้นในทุกระดับที่โป้งก้าวหน้าไป พ่ออยากให้โป้งทำเหมือนตอนที่ซ้อมกับพ่อ
อยากรู้ อยากเก่ง อยากทำได้ตลอด เวลาโค้ชสอน โค้ชพูดอะไรก็ห้ามโกรธ เพราะสิ่งที่โค้ชสอนคือสิ่งที่จะพัฒนาตัวเรา"

ที่สุดบรรณก็จ่ายลูกคืนหลังให้โสดา โสดาก็มองไปทางซ้ายและขวา

"ตอนนี้ พ่อยังไม่กล้าเจอโป้ง และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะกล้า หรืออาจไม่ได้เจอกันเลย.. แต่พ่ออยากให้โป้งจำไว้ ไม่ว่าพ่อจะทำอะไรอยู่ที่ไหน พ่อจะคอยติดตามผลงานของโป้งโดยตลอด...
ที่จริง.. ถ้าโป้งอยากจะหาพ่อ อยากกอดพ่อ.. ก็แค่กอดตัวโป้งเอง... เพราะสำหรับพ่อ โป้งคือความภูมิใจ และส่วนหนึ่งของโป้งก็มาจากพ่อ.. การที่โป้งกอดตัวเอง พ่ออยากให้โป้งคิดว่านี่หละคือการกอดพ่อเอาไว้.."

โสดาตัดสินใจจ่ายลูกไปทางขวาก่อน ทำให้ผู้เล่นของฝ่ายตั้งรับหันเหไปตามลูก ดังนั้นปีกขวา อติเทพ ที่รับลูกฟุตบอลต่อไป เมื่อมองเห็นว่าโป้งยืนว่างแล้ว จึงเลี้ยงไปสุดเส้นแล้วเตะโยนลูกโด่งข้ามสนามไป

"โป้งทำให้พ่อภูมิใจมาตั้งแต่เด็กจนโต แต่พ่อกลับทำให้โป้งผิดหวังตลอด เป็นพ่อที่ไม่ได้ความ.. แต่ยังไงก็พ่อก็อยากจะขอให้โป้งจำไว้ว่า พ่อรักโป้งมาก รักมากที่สุด..."

โป้งกระโดดเอาอกพักลูกฟุตบอล

"และถ้าหากวันไหนโป้งลงสนาม... พ่อขอแค่.. เวลาโป้งยิงประตูได้..."

โป้งพาลูกวิ่งตัดเข้ามาตรงกลาง ตอนนั้นมีผู้เล่นวิ่งมาหาโป้งเพื่อจะสกัด..

"พ่อขอให้โป้งระลึกถึงพ่อสักนิด.. แค่นั้นพ่อก็พอใจแล้ว...
รัก.. จากพ่อที่ไม่เอาถ่านของโป้ง
พ่อ"

โป้งวางเท้าขวาเป็นหลัก แล้วก็ง้างเท้าซ้าย..
นี่คือลูกแรกที่พ่อสอนให้โป้งยิง... พ่อคอยดูนะครับ...
ไซด์โป้ง...
ลูกฟุตบอลวิ่งออกไปเป็นวิถีโค้งอ้อมตัวผู้เล่นที่เข้าสกัด มันเดินทางเป็นรูปตัวยูในอากาศ เป็นลูกไซด์โป้งจากเท้าซ้ายที่อัศจรรย์
ผู้รักษาประตูได้แค่ป้องกันมันด้วยสายตา เพราะเขาไม่คิดว่าลูกจะหักเหได้ขนาดนั้น..
มันกระแทกกับตาข่ายด้านข้างแล้วกลิ้งไปตกที่ก้นตาข่าย..
ในสนามเงียบไปด้วยความตื่นตะลึงกับการเดินทางของลูกไซด์โค้งนั้น...
โป้งยกแขนเหยียดขึ้นฟ้า ชูนิ้วโป้งไป..
“ประตูนี้เพื่อพ่อครับ” เขากล่าวแล้วยิ้มให้กับฟากฟ้า...
จากตรงไหนบนนั้น พ่อจะต้องกำลังปรบมือให้เขาด้วยความยินดี
“พ่อไม่ได้แย่.. เพราะสิ่งที่อยู่ในตัวผมคือ ผลงานชิ้นยอดเยี่ยมของพ่อไม่ใช่เหรอครับ... ผมรักพ่อครับ”
แล้วแฟนบอลทั้งสนามก็พร้อมใจกันลุกขึ้น เหยียดแขนออกไป แม้แต่แฟนของฝั่งตรงข้ามก็ด้วย..
ทั้งหมดชูนิ้วโป้ง แล้วเปล่งเสียงกระหึ่ม
“โป้ง โป้ง โป้ง โป้ง...”
วันนี้โกลไม่ได้ลงสนาม เขากับเพื่อนในม้านั่งสำรองลุกขึ้นทำในสิ่งเดียวกับแฟนบอล..
นี่หละโป้ง... นายไซด์โป้ง.. ที่โกลรักหมดหัวใจ...
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:22

ตอนที่ 44 : ร้านข้าวต้ม... มึงตกกระป๋องแล้วโป้ง..(รีไรท์)
ยิ่งใกล้จบฤดูกาล ก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยว่าทีมของโป้งน่าจะจบที่อันดับสองแน่นอน เพราะตอนนี้ยังตามทีมอันดับหนึ่งอยู่สี่แต้ม แต่ก็เหลือนัดให้แข่งอีกแค่สองนัดเท่านั้น ส่วนอันดับต่ำลงไปก็ตามพวกเขาอยู่ห้าแต้มจะไล่ขึ้นมาเป็นที่สองแทนคงยาก
ดังนั้นบรรยากาศการซ้อมจึงดูผ่อนคลายลง และเป็นการซ้อมเพื่อเตรียมทีมสำหรับฤดูกาลหน้าเสียมาก แต่โป้งกับโกลก็ยังซ้อมหนักทุกวัน แม้จะไม่หนักเท่าช่วงแรกๆ
ดังนั้นสองหนุ่มจึงยังพอมีแก่ใจแวะกินอาหารอร่อยๆตอนกลับจากสนามซ้อม วันนี้โป้งเลือกร้านข้าวต้มอีกร้านที่มีชื่อในเขตตัวเมืองเพราะเมื่อวานเขาตามใจโกลไปแล้ว
พอโป้งกับโกลเข้าไป ก็มีกลุ่มสาวมหาวิทยาลัยที่นั่งอยู่ก่อนหน้าแซว
“น้องโป้ง.. น้องโกล.. มาทานข้าวต้มหรือคะ” คนหนึ่งถามเสียงหวาน
“ครับ”โป้งตอบ
โกลไม่ค่อยสนใจใครอยู่แล้วจึงนั่งลงเฉยๆ
“พี่เลี้ยงไหมจ๊ะ”
“อย่าเลยครับ ผมกินจุ” โป้งตอบแล้วก็นั่งลงคนละฝั่งกับโกล
มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งวิ่งมาต้อนรับ
“ขอปลาเต้าซี่ ผัดหน่ำเลี้ยบ ซี่โครงหมูตุ่น คะน้าหมูกรอบ ไก่ผัดขิง แล้วก็ไข่เจียว” โป้งสั่งเป็นชุดแบบรัว
โกลส่ายหน้า ก่อนจะถามกับพนักงาน
“ฟังทันไหม”
เด็กหนุ่มที่เป็นแรงงานต่างด้าวยิ้ม พยักหน้า
“แน่นะ ..” โกลถามย้ำ
เขาก็พยักหน้าอีก
“อย่างอื่นขาดได้ แต่ไอ้ไข่เจียวอย่าขาดเชียว ไอ้โป้งเอานายตายเลยนะ เอาช้าวต้มหกถ้วยพอนะ ไอ้โป้งมันกินแต่กับ”
สาวๆมองหน้ากัน
“นี่เขากินกันสองคนหรือนี่”
“ก็เขาบอกแล้วว่ากินจุ”
“เสนอตัวเลี้ยงไม่ใช่เหรอ.. เอาสิ.. หมดนั้นไม่ปาไปห้าหกร้อยเหรอ”
“ไม่ไหวอะตัวเอง เล่นกินขนาดนี้ ให้เขาเลี้ยงตัวเองเหอะ นักบอลอาชีพน่ะรวยกว่าเราอีก”
โป้งมองหน้าโกล แล้วพูดเบาๆ
“แต่ก็เหนื่อยจะตายเหมือนกัน.. ถึงต้องมากินแบบนี้ไง”

พออาหารมาเสริพ พอดีโป้งหันไปเห็นก้านเพชรลงจากมอเตอร์ไซด์ แล้วรอให้วู๊ดจอดรถให้เรียบร้อย พอทั้งสองเดินเข้ามาโป้งก็ร้องเรียก
“ก้าน วู๊ด มาๆ นั่งด้วยกัน”
โกลที่นั่งหันหลังเห็นก้านเพชรก็หันกลับแบบเมินหน้า ก้านเพชรยิ้มกระหยิ่มแล้วเดินไปนั่งข้างๆโป้ง
“โอ้โห โป้งรู้ใช่ไหมว่าก้านจะมา สั่งมาเต็มโต๊ะเลย ของชอบทั้งนั้น”
โกลกำลังดื่มน้ำก็เลยวางแก้วกระแทกโต๊ะเบาๆ
“เปล่าหรอก ปกติก็กินกันอย่างนี้อยู่แล้ว” โป้งตอบภาษาซื่อ “ถ้านายอยากกินก็ต้องสั่งเพิ่มเอานะ เพราะที่สั่งมากินพอแค่สองคน”
วู๊ดนั่งลงข้างโกลหัวเราะเบาๆ
“เหมือนโป้งมันบอกเป็นนัยๆว่ามึงเป็นส่วนเกินว่ะ ก้าน”
ก้านเพชรหันมาเขม่นหน้าใส่
“เออกูรู้”
“เปล่านะ” โป้งทำหน้าตื่น “กูแค่บอกว่ากับข้าวมันไม่พอกูกิน ถ้าอยากกินก็ต้องสั่งใหม่... กัปตันอย่าแปลงสารสิวะ”
โกลหัวเราะหึๆ
“น้องครับ” ก้านเพชรยกมือเรียก
พนักงานหนุ่มรุ่นคนเดิมมา
“เอาหมูทอด ยำปลากระป๋อง ไก่ตุ่นมะนาวดอง หอยลายผัดขี้เมา แล้วก็...” ก้านเพชรสั่งแต่ไม่จบ
“พอแล้ว” วู๊ดขัดขึ้น “จะแดกอะไรนักหนามึง.. นั่งกันสี่คน แต่สั่งซะ... นี่ถ้ากูเป็นเจ้าของร้าน พอไอ้โต๊ะนี้เช็คบิล กูก็เก็บร้านเลย ได้กำไรละวันนี้”
“ก็กูกลัวไม่อิ่ม” ก้านเพชรอุทธรณ์
“มึงนี่สั่งอาหารทีไรเลี้ยงคนได้เป็นกองทัพ แล้วก็ไม่เห็นมึงแดกหมดสักที” วู๊ดส่ายหน้า
“ทำเป็นพูด กูเห็นมึงกินเก็บเรียบทุกที กระดูกแม่งยังดูดซะขาว” ก้านเพชรโต้
“ก็มันเสียดาย ก็ต้องกินให้หมดสิวะ” วู๊ดตอบ
“เออ.. ดีงั้นวันหลังสั่งมื้อละอย่าง ข้าวจานเดียวแบ่งกันกินสองคนดีไหม” ก้านเพชรโต้อีก แบบประชด
“ก็ไม่ได้ว่าอะไร มึงสั่งกูก็แย่งกินให้หมด มึงก็ต้องสั่งใหม่เอง” วู๊ดยักไหล่ไม่ยี่หละ
โป้งกับโกลมองหน้ากัน
“นี่มึงสองคนไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆเหรอ”
ทั้งคู่เงียบไป
“เปล่า” “เออ” สองคำตอบออกมาพร้อมกันๆ
โป้งหันมองหน้าวู๊ด แต่โกลจ้องหน้าก้านเพชร
“เออๆ ไปด้วยกัน... ก็กูขับมอไซด์ไม่เป็น” ก้านเพชรยอมรับตามตรง ทั้งที่เมื่อกี้บอกว่าเปล่า
โกลยิ้มเยือกเย็น
“ไอ้ก้าน มึงอย่ามาเนียน... ไอ้ดูคาติ มอนสเตอร์นี่มันเรียกอะไร... ที่มึงโพสเมื่อปีที่แล้ว... แหม่ขับไปถึงพัทยา... ขับไม่เป็นเลยเนอะ”
“อ้าว...” วู๊ดทิ้งตัวกับพนักเก้าอี้
“ก็...” ก้านเพชรยิ้มเขินๆ
“นี่มึงหลอกให้กูขับพาไปนั่นมานี่อยู่ทุกวัน มันหมายความว่าไงวะไอ้ก้าน” วู๊ดขมวดคิ้วเค้นเสียงถาม
“ก็กู... ขี้เกียจขับ” ก้านเพชรหัวเราะแหะๆ “กูอยากนั่งซ้อนไง... มันขี้เกียจ”
พอดีเด็กเสริพเอาอาหารมา วู๊ดจึงรอจนวางเรียงเรียบร้อย
“งั้นเดี่ยวมึงขับเลยนะ ตากูขี้เกียจบ้าง..“
“เออๆ เดี่ยวขับเองก็ได้..” ก้านเพชรตอบแบบยอมจำนน
โป้งยิ้มกับโกลอย่างรู้กัน

ตอนออกจากร้าน วู๊ดนึกได้ จึงวิ่งไปกดเอทีเอ็มที่ตู้ใกล้ๆ
“เอานี่หมื่นหนึ่ง ต่อไปกูจ่ายมึงเดือนละห้าพัน เพราะตอนนี้กูได้เบี้ยเลี้ยงเพิ่มเป็นสองหมื่นห้าละ”
โกลสบตาวู๊ด
“เฮ้ยไม่ต้องรีบก็ได้ กูไม่ได้ร้อนเงิน อีกอย่างที่รูดไปก็บัตรพ่อกู กูก็บอกเขาไปแล้วด้วยว่ากูซื้อใช้เอง”
“ไม่ได้เด็ดขาด” วู๊ดยืนยันหนักแน่น เอามือโกลมาแล้วยัดใส่ “ตอนนี้กูมีเงินแล้ว กูก็ต้องใช้คืนมึงตามสัญญา ส่วนมึงจะเก็บไว้เองหรือจะให้พ่อก็เรื่องของมึง แต่กูต้องคืนเงินมึง”
ทั้งสองหนุ่มเงียบไป โป้งก็ไม่กล้าออกความเห็น เพราะยังไงโกลก็คือคนที่รู้จักวู๊ดมานานกว่า ทางกลับกันวู๊ดก็เช่นกัน ดังนั้นทั้งคู่ย่อมต้องรู้นิสัยของอีกฝ่ายดีกว่าโป้ง
ก้านเพชรมองหน้าวู๊ด.. เขาอดไม่ได้จะชื่นชม
วู๊ดเป็นคนซื่อตรงจริงๆ
“อันนี้กูสั่งให้มึงรับ ในฐานกัปตันทีม” วู๊ดกล่าวเสียงเข้ม
โกลทำแกล้งสะดุ้ง แล้วโต้
“โอ้โห กัปตัน นี่มันริมถนนไม่ใช่ในสนามบอล มึงจะมากัปตันอะไรกับกู แถมที่นี่ตอนนี้กูอยู่ยูเนี่ยน มึงอยู่เอฟซี กัปตันกูชื่อโสดา ถ้าเป็นทีมชาติก็ว่าไปอย่าง... แต่โค้ชก็ยังไม่ได้ตั้งมึงเป็นทางการอยู่ดี”
“ก็นั้นหละ.. เอาไป.. กูไม่ชอบเป็นหนี้ใคร ขี้เกียจตามใช้ชาติหน้า” วู๊ดตอบ
“ไปก้านกูง่วงแล้ว”
ก้านเพชรพยักหน้ารับกุญแจที่วู๊ดส่งให้ แล้วส่งหมวกกันน๊อกที่ถือไว้ให้วู๊ดหนึ่งใบ
“เดี่ยวกูพาไปวัดพื้นถนนอย่าว่ากันนะเว้ย” ก้านเพชรว่าแล้วสวมหมวกก่อนเดินไปที่รถ ปลดล๊อกคอ คร่อมรถ แล้วยกขาตั้ง ก่อนจะสตาร์ทเครื่องยนต์
วู๊ดก็ขึ้นซ้อนท้าย
“ไปแล้วนะโป้ง โกล ขอบคุณที่เลี้ยงนะโป้ง”
“ไปแล้วนะจ๊ะที่รัก” ก้านเพชรหันตะเบ๊ะ แต่ยิ้มแบบโปรยเสน่ห์ให้โป้ง แล้วก็ขับรถออกไป
“กอดเอวนะ” วู๊ดว่า
“เออ.. อยากให้.. เอ้ยไม่ใช่ ก็กอดสิไม่ได้ว่า” ก้านเพชรตอบ
“อย่าขับเร็วนะมึง เดี๋ยวตายคู่”
“ไม่ตายหรอก.. กูดวงแข็ง”
โป้งหันมองหน้าโกลที่มีรอยยิ้ม เขาแปลกใจที่โกลไม่มีปฏิกิริยากับท่าโปรยยิ้มของก้านเพชร
“ไม่หึงแล้วเหรอ” โป้งถาม
โกลเอามือล้วงกระเป๋า แล้วกอดคอโป้งเดินไปเพื่อไปจุดที่ทั้งคู่จอดรถยนต์
“ไม่แล้วหละ.. ไอ้ก้านไม่ได้เล็งมึงแล้วโป้ง มึงตกกระป๋องเรียบร้อย.. “
“รู้ได้ไง” โป้งยู่หน้าถามกลับ
“โอ้ย.. ชัดซะขนาดนั้น มึงก็เป็นเกย์มองไม่ออกเหรอว่าไอ้ก้านมันชอบใครตอนนี้” โกลกล่าวแล้วขยี้หัวโป้ง
“มึงอะคิดมาก..”
“มึงต่างหากที่คิดน้อยไอ้โป้ง”

ที่สนามบินนานาชาติภูเก็ต เดฟเดินออกจากประตูผู้โดยสารขาเข้า เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าสะพาย
ใจแล้วเขาอยากจะโทรศัพท์หาวู๊ดเสียตอนนี้เลย แต่ว่า..
“ไม่เอาดีกว่าไปเซอร์ไพรส์ข้างสนาม พรุ่งภูเก็ตเอฟซีมีโปรแกรมแข่งในบ้าน..” เขายิ้มออกมาเมื่อนึกถึงหน้าของวู๊ดตอนแปลกใจที่ได้เห็นเขา
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:22

ตอนที่ 45 : ก้านเพชร: Status เพ้อรำพัน.. (รีไรท์)
การไปเยือนถิ่นปราสาทหินครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปอย่างดุเดือดอย่างที่คิด โป้งลงในนาทีเกือบเจ็ดสิบแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากนัก นอกจากจังหวะยิงไกลที่ชนคานไปลูกหนึ่ง โยนเข้าไปให้บรรณขึ้นโหม่งเฉียวเสาไปอีกที แล้วก็หลุดเข้าไปยิงในกรอบเขตโทษแต่หลุดกรอบไปอย่างน่าเสียดาย เกมจึงจบอย่างมิตรภาพ 0:0
“โป้งๆ” เสียงเรียกที่คุ้นหูทำให้โป้งที่กำลังเดินเข้าอุโมงค์เงยขึ้นไป
“พี่ท๊อป” เขาขานแล้วรีบเดินไปหาท๊อปที่ยืนอยู่ขอบอัฒจันทร์กับหญิงสาวน่ารักรายหนึ่ง
“นี่แฟน พี่แพน เขาอยากได้ลายเซ็นโป้งไปให้เพื่อน” ท๊อปกล่าวแล้วส่งเสื้อทีมชาติไทยที่เป็นหมายเลขสิบห้าของโป้งลงมา
โป้งยิ้มให้แพนเพราะไม่รู้ว่าแพนอายุเท่าไหร่ก็เลยไม่ได้ไหว้ แล้วรับเสื้อมาเซ็นชื่อก่อนส่งคืนให้ แต่แพนเป็นคนรับเอง
“เพื่อนแพนเป็นชอบโป้งมากเลย.. พรุ่งนี้วันเกิดเขาด้วย”
โป้งพยักหน้า
“งั้นฝากแฮปปี้เบริ์ดเดย์ด้วยแล้วกันนะครับ” โป้งกล่าวแล้วยิ้มอีก
“ค่ะ” เธอตอบ แล้วถามต่อ “เออ.. เขาถามว่าโป้งมีแฟนหรือยังด้วยค่ะ”
โป้งสะอึก ตอนนั้นพอดีโกลเดินมาในระยะไม่ห่างไปพอดี
“คือ..” โป้งอึกอักจะตอบ.. เพราะเขาโกหกก็ไม่เก่ง เสียด้วย
“เขาอยากรู้ว่าโป้งมีสาวในดวงใจหรือยัง อย่างโป้งต้องมีสาวๆภูเก็ตมาชอบเยอะแยะแน่เลยใช่ไหม มีแฟนหรือยัง” แพนพูดนำออกมาเอง
โป้งจึงตอบได้เต็มปากว่า
“ไม่มีครับ ตอนนี้ มีแต่มาทักมาคุย แต่โป้งไม่ได้สนใจสาวไหนเลยครับ เพราะมัวแต่ซ้อมหนัก”
แล้วเขาก็หันไปมองหน้าโกล โกลทำหน้าเฉยๆ
“อ้าวโกลมาพอดี ให้โกลเซ็นด้วยสิ” ท๊อปว่า
แพนจึงยิ้มแล้วยื่นเสื้อกับปากกาลงไปให้อีก
โกลมองหน้าโป้งก่อนจะเซ็นชื่อตัวเองลงไปใต้ชื่อโป้งโดยเว้นช่องเอาไว้ แล้วก็เขียนลงไปตรงที่ว่างเว้นว่า รัก... แล้วส่งคืนไปให้
“พี่ท๊อปหายดียังครับ” โกลถาม
“ก็คงอีกสักเดือนสองเดือน ตอนนี้กำลังทำกายภาพอยู่” ท๊อปตอบแล้วก็มองขาตัวเองที่พันด้วยผ้าอีลาสติกอยู่

ท๊อปมองสองหนุ่มเดินเข้าอุโมงค์ไปหลังจากคุยกันอีกนิดหน่อย ก่อนเขาจะหันไปหาแฟนสาวแล้วขอดูเสื้อ พอกางดูตรงลายเซ็น มันอ่านตามแนวตั้งได้ว่า...
เทพพร รัก กรกฏ
ท๊อปหัวเราก๊ากออกมา
“ไอ้นี่มันร้ายเว้ย” ท๊อปกล่าวแล้วส่ายหัว
“อะไรเหรอ... ลายเซ็นโป้งออกจะสวย ลายเซ็นโกลก็น่ารัก มีเขียนว่ารักด้วย ยายอุ๊กรี๊ดสลบแน่นอน” แพนกล่าวแล้วเอาเสื้อคืนมา
“ไม่มีอะไร.. ไม่มีอะไร” ท๊อปกอดคอแพน
“ไปเหอะ ไปหาอะไรกินกันดีกว่าท๊อปหิวแล้ว”

เพราะหนึ่งในผู้สนับสนุนของภูเก็ต เอฟซีคือบริษัทของพ่อ ดังนั้นเดฟจึงได้สิทธิพิเศษเข้าไปยืนรอ ในพื้นที่ซึ่งกันไว้เป็นส่วนของนักกีฬาที่จะออกมาจากสนาม แล้วเขาก็เห็นวู๊ดเดินออกมาพร้อมกระเป๋าสะพาย.. กระเป๋าใบนี้เป็นใบที่เดฟซื้อให้
“วู๊ด” เดฟเรียก
วู๊ดหยุดเท้า เขานิ่งชะงักเมื่อเห็นร่างสูงและดวงหน้าคมคายแบบลูกครึ่ง
“เดฟ” เขาพึมพำแล้วเดินเข้าไป

ก้านเพชรออกมาจากห้องแต่งตัวช้าเพราะโค้ชเรียกคุยเรื่องสัญญาใหม่ที่จะต่อให้ พอออกมาก็เห็น ชายร่างสูงยืนคุยอยู่กับวู๊ดอย่างสนิทสนม
“ก้านนี่เดฟนะ” วู๊ดแนะนำ
“ก้านเพชร..” เดฟกล่าวออกมาเอง“ไม่เจอกันนานเลย”
ก้านเพชรแย้มรอยยิ้ม
“ใช่ไม่เจอกันนานเลย”

ก้านเพชรรู้สึกหงุดหงิดมาก เขารู้เรื่องความสัมพันธ์ของเดฟกับวู๊ดมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาคิดว่ามันน่าจะจบไปแล้ว
แต่นี่อะไร.. ไอ้เดฟมันมาตอแยอะไรวู๊ดอีก...
พอหงุดหงิดก็นั่งไม่ติด ต้องลุกเดินไปเดินมา แต่นั้นยังไม่ทำให้หายหงุดหงิดก็เลยหันไปเครื่องโทรศัพท์

หลังจากมืออาหารแล้วเดฟก็ชวนเดินเล่นตามถนนเรียบหาดป่าตอง เขาสองคนเดินไปเรื่อยๆ รับสายลมโชยอ่อนผสมกลิ่นทะเลและกลิ่นฝนที่พึ่งลาตัวไปเมื่อก่อนมื้ออาหารไม่ได้นาน
“ที่นี่สนุกดีนะ อิจฉานายจังได้มาอยู่” เดฟกล่าวตอนเดินไปตามถนนมองร้านรวงต่างๆที่หลากสีสันด้วยแสงไฟและกิจกรรม
“แต่ฉันไม่ค่อยได้มาหรอก แค่เรียนกับซ้อม แล้วก็แข่ง ก็หมดเวลาแล้ว” วู๊ดตอบแล้วยิ้ม
ดวงหน้าเดฟในแสงนีออนดูหล่อเหล่า.. เดฟหล่อพอจะเป็นดาราได้สบาย
“แล้วนี่มาทำไมหละ อย่าบอกนะว่ามาเพราะคิดถึงฉัน” วู๊ดถามตรงๆ
เดฟหันมายิ้ม
“ทำไมหละ.. ถ้ามาเพราะคิดถึงไม่ได้เหรอ”
วู๊ดนิ่ง... เขาต้องหลบสายตาเดฟไปทางอื่น
“ทะเลาะกับจุ้ยมาใช่ไหมหละ”

โป้งอยู่ที่สนามบินเพื่อต่อเครื่องกลับภูเก็ต ระหว่างรอเขาก็เปิดโซเชียลมิเดียดู
โป้งเลื่อนลงไปเรื่อยๆจนสะดุดตากับสเตตัสหนึ่ง
“กูรู้ว่าเขารักใคร.. แต่เขาจะรู้ไหมว่ากูชอบเขา” โป้งอ่านออกเสียง โกลที่นั่งอ่านนิตยสารกีฬาหันมามองหน้า
“ไอ้ก้าน..” โป้งกล่าว “มันดราม่าอะไรของมัน”

“ที่จริงก็ไม่ใช่เหตุผลหลักหรอก.. ฉันได้งานถ่ายแบบ เขายกกองมาถ่ายที่นี่ ก็เลยต้องมา ถ่ายแบบคู่กับนายแบบใหม่ลูกครึ่งญี่ปุ่นด้วยนะ โยชิฮิสะ อาราอิ” เดฟเล่าตอนนี้ทั้งคู่นั่งลงบนหาดทราย
เดฟทอดสายตาไปในทะเล
“จริงๆก็ไม่ได้ทะเลาะกันหรอก... ก็แค่จุ้ยมันวางคอนเซ็ปของวงสำหรับปีหน้า... มันต้องการใช้ดนตรีเป็นแกนหลัก ตัดการแสดงทุกอย่างออก... แม้แต่ดรัมเมเยอร์ก็ไม่มี” เดฟเล่า
“ที่จริงมันก็มาขอโทษฉันนะ ทำตาซึ้งเชียวหละ แต่ฉัน.. ไม่รู้สิ.. มันรู้สึกเหมือน ทำไมเขามองเราเป็นส่วนเกินเหรอ.. แล้วที่ฉันทุ่มเทไปมันคืออะไรหละ ฉันทั้งฝึกหนักทั้งพยายาม ไม่ได้แพ้กับพวกนักดนตรีสักนิด.. แต่ทำไมหละจุ้ยถึงตัดฉันออกจากการแสดงปีหน้า”
วู๊ดมองสายตาของเดฟแล้วก็ต้องลอบถอนหายใจ เอามือวางบนไหล่
“แล้วเขาบอกเหตุผลไหม”
“ก็เพราะบอกไง ฉันก็เลยยิ่งต้องหลบมาทำใจ.. เพราะเหตุของมันก็น่าฟังเสียด้วย.. ฉัน..ไม่รู้สิมัน.. เจ็บจี๊ดๆน่ะ แบบมันไม่รู้จะโต้ยังไง.. นายก็รู้เวลาไอ้จุ้ยมันไม่ได้เล่น มันไม่ฮา ไม่ตลก มันพูดอะไรจริงจัง มันจะดูมีหลักการมาก แล้วใครก็เถียงมันไม่ได้ด้วย” เดฟถอนหายใจยาว
“มันบอกว่า ทุกวันนี้วงโยธวาทิต ให้ความสำคัญกับการแสดงมากกว่าดนตรี ดังนั้นทุกคนจึงหันไปหาการแสดง การแต่งกาย มากกว่าจะให้ความสำคัญกับพลังของเสียงดนตรี ทั้งที่วงโย คือวงดนตรี ดังนั้นมันก็เลยอยากจะแหวกแนว อยากจะเอาพลังของเสียงดนตรีมาสู้ ก็เลยตัดสินใจตัดการแสดงออกหมด เหลือแต่นักดนตรีเพียวๆ”
วู๊ดก็ไม่ใช่คนมีความรู้เรื่องดนตรี แถมนี่เป็นความคิดของนักดนตรีที่ใครต่อใครก็บอกว่ายอดเยี่ยมอย่างนายจุ้ย นทีธาร ก็ยิ่งไม่รู้จะออกความเห็นยังไง
แต่ที่รู้แน่นอน คือเดฟ คือคนที่ทุ่มเทให้กับวงโยธวาทิตมากที่สุดคนหนึ่ง.. และหนึ่งในสารพัดเหตุผลคือ จุ้ย...
“มันทั้งขอโทษ ทั้งง้อ... เรียกว่าทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมามันเป็นฝ่ายเข้ามาหาฉันก่อนทุกครั้ง ผิดกับทุกทีเลย... ที่สุดฉันก็ใจอ่อนยอมคุยกับมัน แต่จะให้เหมือนเดิม... คงสักพัก” เดฟมองเหม่อไปในทะเลแสนกว้าง
วู๊ดมองหน้าเดฟ ก่อนขยับเข้าใกล้แล้วก็โอบไหล่
“อย่าคิดมาสิ... ไม่เป็นไรหรอก.. จุ้ยก็ง้อแล้วนี่ ไม่มากก็น้อยเขาก็แคร์นายไม่ใช่เหรอ”

เดฟกำลังเลือกซื้อของในร้านสะดวกซื้อระหว่างทางกลับไปโรงแรมที่พัก ส่วนวู๊ดไม่ได้คิดจะซื้ออะไรเลยเอาโทรศัพท์มาเปิดดูโซเชียลมิเดีย..
แล้วเขาก็สะดุดกับสิ่งหนึ่ง.. เป็นการไลก์ของโป้งและคอมเม้นท์ในสเตตัสของใครคนหนึ่งที่เขาไม่เป็นเพื่อนด้วยแต่รู้จักดี
“เอาอะไรไหม” เดฟถาม
วู๊ดเหมือนกำลังงงงวย เดฟก็เลยถามซ้ำ
“เฮ้ย.. จะเอาอะไรไหม”
วู๊ดทำท่าเหมือนสะดุ้ง แล้วเงยมาส่ายหน้า

เดฟลงจากรถมอเตอร์ไซด์ที่หน้าโรงแรมหรูริมหาด
“ขอบใจ” เขากล่าวตอนส่งหมวกคืนให้วู๊ด “สบายใจแล้วล่ะ”
ทั้งคู่มองหน้ากันเงียบๆ
“นายอยากนอนค้างที่นี่ไหม...” เดฟถามออกไป
วู๊ดมองหน้าที่คมคายของเดฟในแสงของป้ายไฟของโรงแรม ดวงหน้านั้นช่างงดงามนัก...

ก้านเพชรมองหน้าตัวเองในกระจก
จริงอยู่ว่ามีหลายคนบอกว่าเขาหล่อ... ก็อาจจริง.. เขามีดวงหน้ารูปไข่ กับจมูกโด่ง รับกับรูปปากพอดี ถึงตาจะไม่โตเหมือนโป้งแต่ดูรวมๆก็ดูดีพอใช้ได้
แต่ถ้าเทียบกับเดฟ.. เขามีอะไรที่สู้นายนั่นได้.. ฐานะรึ.. พ่อของเขาอาจจะเป็นนายพล เป็นคนมีตระกูล มีฐานะ แต่ถ้าเทียบกับพ่อของเดฟที่เป็นนักธุรกิจใหญ่ก็เทียบไม่ได้ รูปร่างหน้าตายิ่งเทียบไม่ได้..
ก้านเพชรต้องถอนหายใจออกมา มองนาฬิกาแขวนผนังที่เห็นเป็นภาพกลับซ้ายไปขวา แต่ก็ยังอ่านได้ว่า ห้าทุ่มแล้ว..
ตอนนี้วู๊ดย้ายมาจากหอพักเล็กๆนั้นมาอาศัยอยู่กับเขาที่นี่ ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมหรูที่แม่ของก้านเพชรซื้อเอาไว้ในราคาแพงลิบเพื่อให้ก้านเพชรได้พักอาศัย มันพึ่งตกแต่งเสร็จไม่นานและเขาเห็นว่ามันมีสองห้องนอนก็เลยชวนวู๊ดมาพักด้วยกัน ปรากฏว่าวู๊ดก็เห็นดีด้วยเพราะมันสะดวกกว่าหอเก่าๆที่สโมสรเช่าให้
แต่วันนี้.. วู๊ดคงได้นอนในโรงแรมห้าดาว... สถานที่หรูหรากว่าห้องในคอนโดเนียมนี้หลายสิบเท่า..
ยิ่งคิดก็ยิ่งต้องถอนหายใจยาวๆไล่ความรู้สึกอึดอัด เขาหันหยิบโทรศัพท์มากะจะระบายอารมณ์ด้วยการโพสสเตตัสลำพันอีก...
แต่แล้วเขาก็พบว่าสเตตัสเก่าของเขามีโป้งมาตอบ
มึงรู้ได้ไงว่าเขาไม่รู้ เขาก็อาจรู้ก็ได้..
แต่ข้อความต่อมา เป็นข้อความของคนที่ไม่ได้เป็นเพื่อนกับเขา.. เพราะเขายังไม่กล้าขอเป็นเพื่อนกันในโซเชียลมิเดีย เพราะกลัวว่าจะทำให้เขาตื่นตัว และรู้ความรู้สึกของก้านเพชร.. และเขาอาจปฏิเสธ..
ก็มึงไม่เคยบอก.. แล้วคิดว่าเขารู้ได้ไหม..
แล้วพลันก็มีการแจ้งเตือนขอเป็นเพื่อนมา
พอกดดูก็เห็นเป็นเจ้าของคอมเม้นท์ที่ต่อมาจากโป้ง
เขารู้สึกใจเต้นแรง..
กดAdd... จากนั้นอีกไม่กี่วินาที ก็มีข้อความเข้ามา
“ทำอะไรอยู่”
ก้านเพชรยิ้มออกมาแล้วตอบไป
“กำลังจะนอน แล้วนายหละ ห้องในโรงแรมนอนสบายไหม”
ฝ่ายโน่นเงียบไป
“ง่วงแล้วหละ...” ตอบกลับมา
ก้านเพชรถอนหายใจ
“ก็นอนสิ... อย่ามัวแต่ทำอย่างอื่น”
เงียบไปอีก
“ก็เปิดประตูสิ... กูอยากจะเข้าห้อง”
ก้านเพชรตื่นตัว...
“เหนื่อยจะแย่ ยังต้องไปปลอบใจคนขี้น้อยใจ มึงก็เปิดประตูเร็วๆสิ..” ข้อความตามอีก
เขายิ้มแล้วเดินไปที่หน้าประตู
“เหนื่อยอะไร.. ปลอบใจกันแบบไหน.. ถึงเหนื่อย”
“ก็แค่นั่งคุยกัน.. จะให้ทำอะไร.. แล้วที่กลับมาก็เพราะมีอีกคนที่ขี้น้อยใจรอให้ปลอบใจอยู่ที่นี่”
ก้านเพชรก็เลยเปิดประตูห้อง ที่หน้าประตู วู๊ดชูถุงอาหารยื่นส่งมา
“โอวต๊าวไหม.. เดี่ยวกูป้อน”
ก้านเพชรกอดอก
“ทำไม อาหารร้านหรูๆมันไม่อร่อยรึไงวะ”
วู๊ดลดถุงลงแล้วยักคิ้ว
“อร่อย.. แต่มันไม่อิ่ม.. อยากกินจานเดียวแล้วป้อนมึงคำกูคำมากกว่า”
“ตอนนี้กูหายดีแล้ว” ก้านเพชรทำท่าขยับแขน “ไม่จำเป็นต้องให้มึงป้อน”
วู๊ดเดินเข้ามาใกล้จนชิด
“ถ้าอย่างนั้น...มึงก็ป้อนกูบ้างสิ...”
สองคนสบตากัน... อย่างลึกซึ้ง

เดฟยืนมองทะเลจากระเบียงห้องพักไปในทะเล
แม้จะเศร้า... แต่นี่หละคือสิ่งที่เหมาะสมแล้ว..
จริงๆแล้วเขาทราบเรื่องของก้านเพชรกับวู๊ดตั้งแต่ก่อนมา.. แต่ที่เขาตัดสินใจมาเจอวู๊ดครั้งก็เพื่อให้แน่ใจว่ามันเป็นจริง
สิ่งที่วู๊ดทำมันยืนยัน..
"นายเป็นคนดีวู๊ด ขอให้คนดีอย่างนายได้เจอคนดีเหมือนกัน ฉันก็พอใจแล้วหละ"
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:23

ตอนที่ 46 : ตอนพิเศษคืนCountdown: ความรักที่โอบกอดหัวใจสองดวง..(รีไรท์)
โป้งเป็นตัวหลักมาโดยตลอดสำหรับรายการ FA cup แต่พอนัดชิงชนะเลิศกับทีมเมืองนนท์ โป้งกลับไม่ได้ลงสนามเพราะอุบัติเหตุจากการซ้อมทำให้โป้งข้อเท้าแพลงก่อนลงสนามหนึ่งวัน
เขาเลยต้องนั่งเชียร์อยู่ข้างสนาม และก็จบลงด้วยชัยชนะของเมืองนนท์ไปหนึ่งประตูต่อศูนย์ด้วยลูกโทษในนาทีเกือบจะสุดท้ายของการแข่งขัน
โป้งผิดหวังอย่างแรง แต่ก็เขาก็ยังมีแก่ใจลุกขึ้นปรบมือให้ทีมชนะเลิศ และทีมของเขาเองที่สู้ได้อย่างยอดเยี่ยมในสนามศุภชลาสัยแห่งนี้
บรรยากาศในรถกลับภูเก็ตเป็นไปอย่างเงียบเหงา โกลที่ปกติไม่ค่อยจะสนใจกับเรื่องในสนามที่ผ่านมาแล้ว ก็ยังเงียบไปด้วย
แต่พอบรรณลุกขึ้นจับไมโครโฟนร้องเพลงทุกอย่างก็กลับมาร่าเริงเหมือนเดิม
“ขอโทษนะ” โป้งกล่าว
โกลหันมามองหน้า
“ถ้ากูลงสนาม.. กูคงช่วยอะไรได้บ้าง ไม่ใช่ช่วยเชียร์ได้อย่างเดียว” โป้งกล่าวเสียงเศร้า
โกลนิ่งก่อนจะขยับทำสิ่งหนึ่ง
“โอ้ย...” โป้งร้อง เพราะโกลเอาเท้ามาเตะขาขวาที่แพลงของโป้ง
“มันเจ็บนะเว้ยไอ้เหี้ยโกล”
“อ้าว... ก็เจ็บจริงนี่... ไม่ใช่แกล้งเจ็บ” โกลกล่าว แล้วเอามือจับหัวโป้ง..
“มึงเจ็บใช่ไหมหละ มึงก็ไม่ได้เป็นเทวดาเสียหน่อย ก็ต้องเจ็บบ้างหละ อีกอย่างไม่ได้แชมป์ปีนี้ ปีหน้าก็ยังมีใช่ไหมหละ เอาไว้ปีหน้าเราสองคนมาช่วยกันใหม่... อย่าว่าแต่แชมป์ถ้วย เอาแชมป์ลีกด้วยเลยดีไหม”
โป้งมองหน้าโกล ตอนนี้โกลมีความคิดแง่บวกกับโลกมากขึ้น ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน... แต่เขาก็ชอบที่โกลเป็นแบบนี้

เมื่อปิดฤดูกาล โป้งกับโกลก็ว่างอยู่ได้แค่เดือนเดียวเพราะเดือนหน้าก็ต้องไปเก็บตัวฝึกซ้อมอีกแล้ว ช่วงเวลานี้จึงเป็นที่ทั้งคู่จะได้ทำความรู้จักกับเพื่อนที่โรงเรียนมากขึ้น และพอใกล้ปีใหม่ พวกตั้นก็ออกปากชวนโป้งกับโกลไปร่วมงานเคาร์ดาวน์ที่บ้านของคทาที่พอดีพ่อแม่ไปต่างประเทศ
โป้งทราบวันเกิดของโกลจากการันต์ ว่าตรงกับวันปีใหม่พอดี ดังนั้นเขาจึงแอบวางแผนจะเซอร์ไพรส์วันเกิดโกล สั่งเค้กร้านดังของภูเก็ตขนาดสิบปอนด์มา แล้วก็ของขวัญชุดเป็นถุงมือผู้รักษาประตูใหม่ยี่ห้อดัง

"อ้าว..." โป้งงงตอนเห็นโกลเอากระเป๋าเป้ออกมา "มึงจะไปไหน"
"ไปธุระ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็กลับ" โกลตอบเสียงเรียบ พลางเอาเสื้อกับกางเกงใส่กระเป๋า
"ไหนว่าจะไปงานปีใหม่บ้านไอ้ตั้น" โป้งแย้ง
"กูไม่ได้บอก มึงเออออไปคนเดียว" โกลตอบเสียงเรียบ
โป้งหน้าเสีย..
โกลสะพายกระเป๋า แล้วหันมามองหน้าโป้ง
โป้งมองตาโกลด้วยแววตาเศร้า ปกติโป้งไม่เคยมีสายตาวิงวอน เขาไม่ใช่คนขี้อ้อน... แต่วันนี้แววตาของโป้งมีแววนั้นอย่างชัดเจน
"มึงไม่ไป ไม่ได้เหรอ"
โกลถอนหายใจ
"กลับมา กูจะพามึงไปเที่ยว"
แล้วโกลก็หันหลัง
"กูเตรียมเซอร์ไพรส์วันเกิดให้มึงนะโกล.. มึงจะไปอย่างนี้จริงๆเหรอ.." โป้งตัดสินใจพูดความจริงออกไป หวังจะใช้สิ่งนี้รั้งโกลเอาไว้
"วันเกิดอะไร...” เสียงที่ตอบกลับมาเรียบและเย็น
"มันก็แค่วันที่กูออกจากท้องแม่อุ้มบุญ... ไร้สาระน่าโป้ง"
แล้วเขาก็เดินออกไป ทิ้งโป้งหันไปมองรอบห้องที่ว่างเปล่า..
โป้งนั่งลงบนเตียง ก่อนจะล้มนอนหงายแล้วหลับตาลง

โกลมาถึงลำปางเวลาบ่ายเพราะต้องไปต่อเครื่องที่กรุงเทพ เขามาที่นี่ทุกปีเพื่อมาเยี่ยมครอบครัวหนึ่ง..
โกลกดกริ่งประตูแล้วก็ยืนรอ.. ข้าวของที่ซื้อมาจากสนามบินมีมากจนพะรุงพะรัง
“แม่.. พี่โกลมา” เด็กชายที่พึ่งเข้าวัยรุ่นตะโกนเมื่อชะโงกมาเห็นโกล
แล้วแล้วเขาก็วิ่งออกมารับ
“พี่โกลสวัสดีครับ” เด็กชายเปิดประตูแล้วยกมือไหว้
“เอ้า อันนี้พี่ให้หินทั้งถุงเลย” เขากล่าวปนรอยยิ้ม
หินยกมือไหว้แล้วก็รับถุงไปด้วยความยินดี
หญิงสาววัยราวสี่สิบกว่าๆเปิดประตูออกมา
“โกล..” เธอยิ้มอย่างยินดี

ข้าวของที่โกลซื้อมามากจนวางไว้แล้วเต็มโต๊ะไปหมด..
“แค่โกลมาก็พอ แม่แกก็ดีใจแล้วไม่ต้องซื้อมาหรอก” ชายวัยไล่เลี่ยกับหญิงสาวกล่าวแล้วหันไปมองหน้าภรรยาที่นั่งยิ้มไม่หุบ
“แค่นี้ไม่มากหรอกครับ นานๆผมจะมาที” โกลกล่าว
ถ้าจะถามว่าครอบครัวนี้คือใคร.. คำตอบนั้นอยู่ที่ภูมิหลังการกำเนิดของโกล..
หญิงสาวคนนี้ชื่อสีดา เป็นแม่อุ้มบุญที่อุ้มท้องเขาจนลืมตาดูโลก
ตั้งแต่เขาคาดคั้นเขาจากพ่อจนเขายอมบอกเรื่องแม่อุ้มบุญ ทุกปีโกลจะมาเยื่ยมครอบครัวนี้และใช้เวลาช่วงปีใหม่ที่นี่ และครอบครัวนี้ก็ต้อนรับเขาอย่างดีเหมือนกับเป็นลูกอีกคน..
เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่โกลเฝ้ารอมาโดยตลอดทั้งปี... ไม่ว่าอะไรก็ห้ามเขาไม่ให้มาใช้เวลากับแม่สีดาที่เมตตาต่อเขามากกว่าเจ้าของไข่ที่ก่อชีวิตของเขา... พ่อที่ไม่ใช่พ่อเขาแต่หัวเราะพูดคุยกับเขามากกว่าพ่อเจ้าของสเปริ์ม และหินน้องชายที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาทางสายเลือด... แต่กลับเห็นเขาเป็นพี่ชายของเขาอีกคนหนึ่ง..
“พี่โกล.. ผมได้เป็นศูนย์หน้าของทีมโรงเรียนด้วยนะพี่...” หินกล่าวอวดตอนวิ่งลงมาจากชั้นสองพร้อมลูกฟุตบอล
“ไปพี่ ผมจะทดสอบความเหนียวของพี่... ไปเร็ว” หินมาดึงแขนโกล
“ไอ้หิน เดี่ยวเหอะ พี่เขามาเหนื่อยๆ ให้พี่พักก่อนสิ” สุดาเอ็ด
“ไม่เป็นไรครับ” โกลตอบแล้วก็ลุกขึ้นเอามือจับหัวหิน
“โตขึ้นเยอะนะเรา.. ไหนมาดูสิว่าเราจะยิงผ่านมือพี่ได้ไหม ขี้คุยว่าเป็นศูนย์หน้า ถ้ายิงไม่เข้าสักกะลูก ก็ไปลาออกไปเล่นกองหลังซะนะ”
“โหพี่.. พี่โกลเป็นทีมชาติ.. ต้องระดับพี่ท๊อป พี่โป้งหละมั๊งจะยิงประตูพี่ได้” หินท้วง
พอพูดถึงโป้ง โกลก็รู้สึกสะท้อนใจ..แต่เขายิ้มอยู่
“เอ้าไม่ลองไม่รู้.. มาลองดูกันสิว่าหินเก่งขึ้นจริงรึเปล่า”

แม้โป้งจะพยายามแล้วที่จะทำหน้าให้ร่าเริง แต่วู๊ดกลับจับความรู้สึกของโป้งได้ เขาตบบ่าโป้งเพื่อปลอบใจตอนที่โป้งบอกว่าโกลไม่มาด้วย
“กูก็ไม่รู้มันไปไหน.. แต่เมื่อก่อนปีใหม่มันก็ไม่เคยมาฉลองกับทีมเหมือนกัน” วู๊ดกล่าวเมื่อโป้งถามว่าพอรู้หรือไม่ว่าโกลไปไหน

ก้านเพชรมองโป้งที่กำลังโดนเพื่อนรุมแกล้งด้วยการจับแต่งเป็นผู้หญิงเพราะมีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งทักโป้งว่าหน้าหวาน
โป้งขัดขืนดิ้นรนแต่โดนเพื่อนผู้ชายหลายคนจับล็อกเอาไว้ แล้วให้สาวๆช่วยกันแต่งหน้าทาปาก
"โป้งนี่น่ารักนะ ดูสิ.." ก้านเพชรหัวเราะ ตอนนี้สาวๆรุมเขียนหน้าโป้งกันเต็มฝีมือ
"แล้วรักไหมหละ" วู๊ดตอบกลับมา
ก้านเพชรหันมามอง เขาอมยิ้มแล้วหันมองโป้ง
"ก็อาจรัก.. ถ้าไม่เจอใครบางคนก่อน ไอ้บ้านั่น หน้าตาก็ไม่น่ารัก.. แต่กูเสือกรักได้ไงไม่รู้"
วู๊ดส่งเสียงหึๆ
"แต่ก็เร้าใจไม่ใช่เหรอ.."
ก้านเพชรเมินไปทางอื่น แต่เพื่อซ่อนรอยยิ้ม
"ทำเป็นคุย.."
วู๊ดหันมามองแล้วก็ขยับเข้ามา เอี้ยวตัวมาชิด ลดเสียงให้ได้ยินแค่สองคน
"เดี่ยวกลับไปก็ทดสอบอีกสักรอบไหมหละ จะเล่นให้ลืมเป็นฝ่ายรุกไปตลอดชาติเลย"
“ไม่มีทาง.. กูไม่ยอมขาดดุลหรอกเว้ย.. เด็ดแค่ไหนก็ต้องผลัดกัน..” ก้านเพชรตอบแล้วก็ยักไหล่

"โอ้ย.. กูจะฟ้องแม่" โป้งร้องเมื่อเห็นหน้าตัวเองในกระจก
ปกติโป้งเป็นคนหน้าหวาน พอเขียนคิ้วทาปาก ทาอายชาโด้แล้วก็ดูเหมือนผู้หญิง แต่ตอนนี้เขาทำท่าแบะปาก ก็เลยเหมือนเด็กสาวกำลังร้องไห้
เพื่อนหัวเราะกันครื้นเครง ยิ่งโป้งทำท่าร้องไห้ เพื่อนก็ยิ่งหัวเราะกันใหญ่ รุมกันเข้ามาถ่ายเซลฟี่กันสนุกสนาน
"ไอ้โกลไม่อยู่โดนรุมขนาดนี้เลย ไอ้โกลเอ้ย มึงพลาดละ" วู๊ดพลอยขำไปด้วย
“หมั่นเขี้ยวจริง..” ว่าแล้วก้านเพชรก็เข้าไปร่วมวงแกล้งโป้งด้วยอีกคน

งานปาร์ตี้ดำเนินไปอย่างสนุกตามภาษาวัยรุ่นล้วนๆ
ตอนนี้โป้งลบหน้าเรียกร้อยก็มานั่งฟังเพื่อนร้องคาราโอเกะกันสนุกสนาน หนุ่มบางคนถือโอกาสใช้เพลงจีบสาวให้เพื่อนแซวกันสนุกสนาน
แต่พอเห็นคนอื่นร้องเพลง โป้งก็นึกถึงค่ำคืนที่หัวหิน.. ตอนที่โกลกดโทรศัพท์โทรมาร้องเพลงให้ฟังทั้งที่นั่งอยู่ห่างกันแค่เอื้อมมือ
แล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา.. เวลาอย่างนี้มีโกลอยู่ด้วยคงจะดีไม่น้อย..
แต่พูดแล้วก็โมโห.. ธุระอะไรนักหนาวันปีใหม่...

“โป้ง.. เอารถมาเปล่า” ตั้นเดินมาสะกิดถาม
“อือ..”โป้งพยักหน้า
“ไปเอาของกับกูหน่อยสิ..กูนัดเขาเอาของตอนนี้แถวท่าเรือฉลอง” ตั้นตอบ
โป้งก็เลยขับรถบิ๊กไบท์ของโกลมายังท่าเรืออ่าวฉลองดังที่ว่า
พอมาถึงพบว่าท่าเรือเงียบกริบ ตั้นบอกให้โป้งเอารถไปจอดไว้ เขาพาโป้งเข้ามาที่ท่าเรือ แล้วก็บอกว่าตัวเองจะไปติดต่อร้านค้าใกล้ๆ แล้วก็เดินไป
โป้งมองออกไปที่สะพานที่เทียบเรือ วันนี้ท่าเรือมีเรืออยู่แค่ไม่กี่ลำทั้งที่ปกติโป้งจะเห็นมันจอดอยู่เต็ม แถมมืดเกือบมองอะไรไม่เห็นทั้งที่ปกติจะสว่างไสว
ป่านนี้โกลทำอะไรอยู่..
โป้งมองไปในทะเลที่มืดมิด..
เขากำลังทำอะไรกับใคร..หรืออะไรที่ทำให้โกลขนาดปฏิเสธความปรารถนาดีของโป้ง.. หรือว่าเขายังไม่เข้าถึงใจโกล.. โกลยังมีมุมที่ซ่อนเร้นที่เขาเข้าถึงไม่ได้..
แล้วโป้งก็ถอนหายใจ
นานเท่าไหร่ไม่รู้ เพราะโป้งใจลอย รู้ตัวอีกก็แปลกใจที่ตั้นหายไปนาน กำลังคิดจะโทรหา..
แต่พลุสว่างไสวจากโรงแรมริมหาดและสถานที่ใกล้เคียงก็พุ่งสู่ท้องฟ้าแล้วระเบิดส่งแสงสีออกจนดารดาษท้องฟ้าราตรี..
ปีใหม่มาถึงแล้ว...
โป้งยืนมองด้วยความตื่นเต้น.. แต่ในก็ห่อเหี่ยวลงไปเมื่อคิดไปว่าโกลน่าจะอยู่ด้วย
ชุดแล้วชุดเล่า จนกระทั้งระบำของแสงสีที่งดงามลาแสงไปจนหมด
ทุกอย่างกลับคืนสู่ความเงียบ
โป้งถอนหายใจ แล้วก็หยิบโทรศัพท์มาจะโทรหาตั้น..แต่มีหมายเลขหนึ่งโทรเข้าเสียก่อน
โกล..
“ว่าไง” โป้งถามแบบไม่สบอารมณ์ แต่จริงๆแล้วใจยินดี.. ขอแค่ได้ยินเสียงก็พอแล้ว..
“มองไปที่ทะเล” โกลบอกแค่นั้นแล้วก็ตัดสาย
พอโป้งหันไป..
เรือยอร์ชลำหนึ่งก็ปรากฏกายในความมืด ด้วยการเปิดแสงไฟสว่างไปทั้งลำเรือ
แล้วพลุไฟจำนวนมากก็ยิงขึ้นจากด้านหลังของเรือลำนั้น แล้วระเบิดเป็นสีสันสวยงาม ส่งฟ้าราตรีให้งดงามยิ่งนัก
โป้งต้องแหนมองจนคอตั้งบ่า มันงดงามยิ่งกว่าพลุใดๆที่โป้งเคยเห็นมา
ครั้งทุกอย่างเงียบลง สะพานท่าเรือก็สว่างขึ้นอย่างช้าๆทั้งที่เมื่อสักครู่มืดมิด
ไม่ไกลออกไปบนสะพานท่าเรือ โกลยืนอยู่ในชุดผู้รักษาประตู
มีเด็กคนหนึ่งเอาลูกฟุตบอลมาตั้งตรงหน้าโป้ง ยิ้มแล้วก็วิ่งไป
โป้งยิ้มมุมปาก ถอยหลังแล้ววิ่งเข้าเตะลูกฟุตบอลด้วยเท้าซ้าย
ลูกฟุตบอลเดินทางเป็นวิถีโค้งซ้ายด้วยการเตะไซด์โป้ง แต่มันไม่ได้พุ่งไปหมายจะหนีมือเหมือนทุกครั้ง แต่กลับมุ่งตรงเข้าหาโกล
เขารับด้วยสองมืออย่างง่ายดาย
โป้งเดินเข้ามาถึง โกลก็ปล่อยลูกฟุตบอลลงพื้น
“ไหนว่าจะกลับพรุ่งนี้" โป้งกอดอกมองหน้า
“ก็นี่เลยเที่ยงคืนแล้วไง.. พรุ่งนี้ของเมื่อวาน“ โกลตอบเล่นลิ้น แล้วตอบแล้วหันไปมองเรือ
“ไปเหอะ.. ไปเที่ยวกัน..”

“กูต้องไปทุกปี.. ที่นั้นเป็นที่ที่กูเหมือนได้อยู่กับครอบครัวจริงๆมากกว่า.. แม่สีดารักกูเหมือนลูกของแกเอง พ่อก็เมตตากู หินลูกชายของทั้งคู่ก็เหมือนพี่น้องกูจริงๆ มันทำให้กูมีกำลังใจจะสู้ต่อไปในแต่ละปี..” โกลกล่าวแล้วท้าวแขนลงกับราวของดาดฟ้าเรือยอร์ชหรู
“พอไปพวกเขาก็ต้อนรับกูอย่างดี วันสิ้นปีเขาก็มีปาร์ตี้เล็กๆภายในกัน ฉลองกันแค่สี่คนแต่อบอุ่น จุดพุลลูกเล็กๆ แล้วก็ร้องสวัสดีปีใหม่กันสี่คน”
โกลยิ้มอย่างเป็นสุข
โป้งมองแล้วก็วางมือบนไหล่
โกลหันมามองตาโป้ง
“ขอโทษนะ.. กูไม่ได้ตั้งใจทำให้มึงเสียใจ.. แต่กูอยากจะไปเจอเขาก่อน.. แล้วจะได้กลับมาฉลองกับมึงสองคน”
โกลหันมาแล้วเอามือโป้งมากุมไว้
“โป้ง.. ตั้งแต่กูเจอมึงโลกของกูก็เปลี่ยนไปทุกอย่าง.. ในทุกๆวันที่กูอยู่กับมึง กูมีความสุขมาก ถึงบางทีเราจะต้องอยู่ไกลกันเกือบหนึ่งสนามฟุตบอล.. กูก็ยังอบอุ่นใจที่มีมึงอยู่ด้วย.. สำหรับกูแล้ว.. ถึงต้องให้ไม่ได้ฉลองกับครอบครัวแม่สีดาก็ไม่เป็นไร.. ขอแค่มีมึงอยู่ใกล้ๆ กูก็พอใจแล้ว กูมีความสุขมากโป้ง”
ดวงตาของโกลบอกความหมายดังคำพูด
โป้งยิ้มจางๆ
“วันหลังมึงก็พากูไปด้วยสิ.. จะได้ฉลองกันห้าคนไง”
โกลมองขึ้นข้างบนเหมือนใช้ความคิด
“ไม่ล่ะ.. กูไม่รู้ว่าจะแนะนำมึง ว่าเป็นว่าลูกเขย หรือลูกสะใภ้ดี”
“ไอ้เหี้ย..”โป้งกำลังจะออกปากด่าแบบยาว
แต่โป้งก็พูดได้แค่นั้น..
โกลประกบริมฝีปากมาทำลายทุกคำพูดของโป้ง แล้วเขาก็รวบร่างของโป้งเอาไว้
ริมผีปากของทั้งคู่ไม่อาจถอนตัวจากกัน ยิ่งสัมผัสก็ยิ่งแนบแน่นและบดกัน
โกลค่อยๆดันร่างโป้งไปที่เบาะยาว
พอขาด้านหลังชนขอบเบาะ โป้งก็ค่อยๆทิ้งกายลงอย่างช้าๆ
ริมผีปากยังประสานกันอยู่นานกระทั้ง โกลค่อยๆถอนออกมา แต่ดวงตาของทั้งคู่ยังคงสบกันเพื่อสื่อประสานหัวใจสองดวงเข้าหากัน
“กูรักมึงนะโป้ง...” โกลบอกออกมาจากหัวใจ
“กูรู้แล้ว...” โป้งเอามือข้างหนึ่งจับที่ข้างหูของโกล “มึงบอกกูตั้งหลายทีแล้ว”
แล้วโกลยิ้มจางๆแล้วก้มลงจูบที่ซอกคอ
โป้งหลับตาลงปล่อยตัวเองให้ล่องลอยไป สัมผัสของโกลเป็นไปด้วยความนิ่มนวล จนที่สุดโป้งก็พึมพำออกมา
“กูก็รักมึง...โกล”
เสียงของความรักกลืนหายไปในเสียงลม คลื่นทะเล และเครื่องยนต์ของเรือยอร์ชหรูที่ทะยานฉิวไปสู่ท้องทะเลอันกว้างขวาง
ม่านราตรีประดับด้วยดวงดาวที่ทอประกายอย่างงดงาม..
คลื่นแห่งอันดามันตีเกลียวหยอกล้อเรือ
หัวใจสองดวงที่กำลังเต้นแรงระรัว แต่อยู่ในจังหวะที่สอดประสานกัน...
ป่านนี้บนฝั่งจะเป็นอย่างไร.. งานปาร์ตี้เป็นยังไงบ้าง..
ใครจะสน.. เพราะความรักกำลังโอบอุ้มทั้งคู่ในราตรีที่แสนงดงามของปีใหม่..
แต่ต่อให้อรุณรุ่งแล้ว.. วันใหม่มาถึง... สองหนุ่มก็พร้อมจะจับมือกันเดินร่วมกันไป ไม่ว่าปีใหม่หรือฤดูกาลแข่งขันใหม่จะมีอุปสรรค์อะไรรออยู่...
ทีมที่แข็งแกร่ง นักฟุตบอลที่เก่งกาจ หรือกองเชียร์ที่พร้อมจะโห่ฮา..
โป้งจะเดินหน้าบุกไป เพราะเขามั่นใจว่าโกลจะคอยระวังหลังและปกป้องประตูเอาไว้ด้วยแขนอันแข็งแรงของเขา... เฉกเช่นเดียวกับที่เขาปกป้องและโอบกอดหัวใจของโป้งเอาไว้ด้วยท่อนแขนเดียวกันนั้น...
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:27

ตอนที่ 47 : คัมป์นู บาร์เซโลน่า: เผชิญหน้าโปรตุเกส(รีไรท์)
เวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วนั้นคือสิ่งที่น่าใจหาย
เผลอนิดเดียวจากปีใหม่สากลและก็ข้ามผ่านสงกรานต์แล้วเข้าสู่
แล้วอีกไม่นานโรงเรียนก็เปิดปีการศึกษาใหม่ไปเรียบร้อย
ในขณะที่นักเรียนชั้นม.หกต่างมุ่มมั่นทบทวนวิชาการ เพื่อเตรียมตัวสอบเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยในฝัน
แต่โป้งกับโกลมองหน้ากันแล้วก็ยังไม่มีคำตอบว่าเขาควรจะทำอะไรกับอนาคตการศึกษาของตนเองดี

“เราควรจะเข้ามหาวิทยาลัยดีไหมโป้ง” โกลถามขึ้นตอนออกวิ่งตอนเช้าอย่างที่ทำทุกวัน
“อืม.. ไม่รู้สิกูยังไม่รู้เลยว่าเรียนอะไรดี” โป้งตอบ
“อีกอย่างกูไม่ได้เรียนเก่งเหมือนมึง อย่างมึงก็คงน่าเรียนอยู่หรอก แต่กูสิ..รอดมาได้แต่ละปีก็เพราะคะแนนสงสารของอาจารย์ทั้งนั้นเลย”
“ก็เข้าคณะเกี่ยวกับกีฬาสิ.. พลศึกษา วิทยาศาสตร์การกีฬา อะไรอย่างนี้ไง” โกลแนะนำ
“แล้วมึงอยากเรียนอะไรหละโกล” โป้งถามกลับ
โกลมองไปข้างหน้า
“ตอนเด็กๆกูเคยอยากเป็นตำรวจนะ แต่ต่อมาก็ไม่อยากแล้ว อยากเป็นหมอ แต่พอนานๆไป ก็ไม่อยาก ตอนนี้.. ไม่รู้สิ.. กูเรียนอะไรก็ได้หละมั้ง”
โป้งดันริมฝีปากขึ้นข้างบน
“เป็นนักบอลมันไม่ยืนยาว อย่างมากก็เล่นได้ถึงสามสิบแปด..” โป้งกล่าว พอดีมีรถนักเรียนวิ่งผ่านมา มีนักเรียนตัวเล็กๆนั่งอยู่จนเต็มส่วนกระบะหลังที่ต่อโครงหลังคาและเบาะยาว
“กูอยากเปิดโรงเรียนเล็กๆนะ อยากเป็นครูพละ กูอยากมีทีมฟุตบอลเด็กๆเป็นของตัวเอง กูอยากสร้างเด็กไทยให้เติบโตเป็นนักฟุตบอล คนไหนที่ไม่มีโอกาสกูก็จะพยายามหาทุนให้เขา เผื่อว่ารุ่นเราพาประเทศไทยไปบอลโลกไม่ได้ เด็กเล่านั้นก็จะไปแทน”
โกลมองหน้าโป้ง ตอนนี้ใบหน้าเรียวมองไปข้างหน้าและมีรอยยิ้มอย่างมีความหวัง
“ถ้ามึงเปิด..กูจะเป็นคนสนับสนุนมึงเอง.. เราสองคนจะช่วยกันสอน ชวนไอ้วู๊ดมาด้วย ไอ้จอม ก็พอดีได้ครบทุกตำแหน่งเลย”
“อืม..” โป้งหันมายิ้มกว้าง
โกลมองรอยยิ้มนั้น นี่ถ้าไม่ใช่เพราะอยู่ริมถนน เขาก็คงจะดึงโป้งเข้ากอดและจูบเสียทีหนึ่ง
แต่ตอนนี้ที่ทำได้คือวิ่งไปคู่กัน ตามถนนที่ทอดยาวไปข้างหน้า.. ภายใต้แสงอรุณที่อบอุ่นซึ่งทาบทาทำให้บรรยากาศยามเช้างดงามดังภาพฝัน

แล้วโค้ชชาญก็มีหนังสือเรียกโป้งกับโกลเข้าฝึกซ้อมเก็บตัวล่วงหน้าก่อนฟุตบอลโลกรุ่นอายุต่ำกว่ายี่สิบปีจะเริ่มต้นในอีกหนึ่งเดือน ทีมชาติมีการปรับเปลี่ยนไปเล็กน้อยเพราะมีตัวผู้เล่นบาดเจ็บ แต่นั่นทำให้โป้งดีใจมากเพราะคนที่เข้ามาเสริมในแดนหน้าคือปอ ส่วนกองหลังนั้นคือตั้มกับจอม..
พอทั้งหมดได้เจอกันก็กระโดดกอดกัน
ชาญมองภาพหกนักฟุตบอลของนวสาครกอดกันกลมด้วยอาการที่อดจะอมยิ้มไม่ได้
“จะว่าไปพี่ป้อมนี่ก็เก่งนะครับ” วีระกล่าว “ทำไปทำมาโรงเรียนที่ไม่ได้เป็นจตุรเทพกลับมีนักฟุตบอลเข้ามาทีมชาติได้ตั้งหกคน”
ชาญหันมองหน้าวีระ แล้วก็หันกลับไปมองเด็กพากันเดินเข้าไปที่พัก
“แต่น่าเสียดาย ที่ป้อมเขาไม่ยอมมาช่วยเรา เพราะเขาผูกพันกับนวสาครมาก นี่ได้ข่าวว่าเขากำลังสร้างทีมชุดใหม่อยู่ ก็ต้องคอยดูว่าเขาสร้างเด็กอย่างวู๊ด อย่างโกล ได้อีกสักกี่คน”

ก้านเพชรแลกที่นั่งกับเพื่อนร่วมทีมเพื่อให้นั่งคู่กับวู๊ดตอนเดินทางจากประเทศไทยไปยังสเปนประเทศเจ้าภาพการแข่งขันในปีนี้
ปอเห็นเข้าก็ชะโงกหน้ามาหาโป้งที่นั่งติดกับโกล
“โป้งสองคนนี้มันสนิทกันมากเลยเหรอวะ”
โป้งงง
“ใคร”
“ก็ไอ้วู๊ดก้บก้านไง” ปอตอบเสียงเบา
“อ้อ..” โป้งตอบเสียงค่อนข้างดัง เพราะเสียบหูฟังอยู่ข้างหนึ่ง จนแม้โกลที่เสียบหูฟังสองข้างยังหันมา
“เฮ้ยเบาๆ” ปอทำท่าจุ๊ปาก
“ก็มันสองคนอยู่ทีมเดียวกัน” โป้งตอบโดยลดเสียงลง “มันสนิทกันก็ไม่แปลก”
แต่ปอมองสองคนหัวร่อต่อกระซิกกัน แล้วก็รู้สึกแปลกใจ..
“ทำไมกูรู้สึกว่ามันแปลกๆวะ” ปอยักไหล่ แต่ก็ต้องเลิกสนใจเพราะแอร์โฮสเตสสาวสวยเดินมาถึงเขา
“รับอะไรดีค่ะ”
ปอยิ้มหวานตอบ
“แล้วแต่พี่สาวจะกรุณาครับ”
ตั้มที่แม้นั่งคนละแถวก็ยังอุตส่าห์ส่งเสียงไอเหมือนสำลักมาแซว

สนามบินนานาชาติ เอล เพลต บาร์เซโลน่าเป็นสถานที่ซึ่งเครื่องบินลำใหญ่ที่บรรทุกทีมช้างศึกมาเหยียบแผ่นดินสเปน หนึ่งในมหาอำนาจลูกหนังโลก
พวก เขาเข้าพักที่โรงแรมระดับสี่ดาวในย่านชานเมืองบาร์เซโลน่าและมีโอกาสได้ ทดสอบฝีเท้ากับทีมเยาวชนของทีมเอสปันยอลหนึ่งในทีมแกร่งของเมืองบาร์เซโลน่า
ซึ่งโค้ชชาญพอใจมากกับการเล่นของทีม และยังพอใจการเล่นของปอสามผู้เล่นใหม่ที่เขาเรียกมาติดทีมสำรองด้วยเช่นเดียวกัน เพราะทั้งสามต่างเล่นด้วยความทุ่มเทแม้จะเป็นการอุ่นเครื่องเท่านั้น
“ในเกมกับทีมจากโอเชียเนีย ผมว่าจะลองให้พวกเขาลงสนามดู” โค้ชชาญกล่าวกับวีระ

แต่เกมแรกที่ทีมชาติไทยต้องลงสนามเป็นการพบกับทีมชาติโปรตุเกส ที่สนามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในนครบาร์เซโลน่า คัมป์นู สนามเหย้าของทีมชื่อก้องโลกอย่าง เอฟ ซี บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่งวงการฟุตบอลสโมสร
เสียงเชียร์ในสนามนั้นกึกก้องสนั่นหวั่นไหวไม่น้อย แม้สนามจะไม่เต็มความจุก็ตามที
ผู้ชมน้อยกว่าการเล่นที่ปักกิ่งไม่เท่าไหร่ถ้าโป้งประเมินด้วยสายตา
ปอ ตั้ม และจอมนั่งกอดอกมองเพื่อนขับเคี่ยวกับทีมแกร่งอย่างโปรตุเกสอย่างเข้มข้นจากม้านั่งสำรอง ทั้งสามคนทั้งตื่นตาตื่นใจ และตื่นเต้นที่ได้ชมเกมระดับโลกด้วยตาตัวเองที่ข้างสนาม
แต่ดูเหมือนจะเกร็งกันทั้งสองทีมจึงไม่มีโอกาสทำอะไรกันมากนัก
ครั้งเมื่อใกล้หมดครึ่งแรก ทีมโปรตุเกสก็ได้โอกาสลุ้นจากลูกฟรีคิกที่มุมกรอบเขตโทษด้านขวา
ปีกขวาของโปรตุเกสที่ดูเหมือนจะเป็นทายาททางฟุตบอลของคริสเตียนโน่ โรนัลโด้ เขามองกำแพงของทีมชาติไทยแล้วก็หันไปมองเพื่อน ก่อนจะเดินถอยหลัง
หนุ่มโปรตุเกสวิ่งเข้ามาด้วยความเร็วพอสมควร เตะปั่นลูกไซด์โค้งข้ามกำแพงไป
ลูกพุ่งแรงเข้าหาประตู ทำให้โกลมองเห็นลูกนั้นเมื่อพ้นกำแพงแล้ว ดังนั้นเขาจึงพุ่งตัวไป..
กำปั้นของโกลกระแทกลูกฟุตบอลอย่างแรง ส่งมันลอยย้อนกลับไป
และแม้โกลจะล้มลง เขาก็ต้องรีบลุกขึ้น
ลูกฟุตบอลที่กระดอนออกไป ลอยกลับไปเข้าทางปืนของกองหน้าของโปรตุเกสที่ยืนอยู่หน้ากรอบเขตโทษ ด้วยสัญชาติฌาน เขาเตะสวนตูม
อนุพงศ์ที่อยู่ใกล้ๆพยายามจะยกขาขวางทาง แต่ลูกกระทบขาเขาแล้วก็ไม่เปลี่ยนวิถีมากนัก
โกลจึงพุ่งตัวออกไปเต็มกำลัง แต่ก็คว้าได้แค่ลม..
เสียงนกหวีดของกรรมการแทบจะไม่ได้ยิน เพราะเสียงกองเชียร์โปรตุเกสส่งเสียงสนั่นสนามไปหมด
โกลเดินไปเอาลูกฟุตบอล ถอนหายใจแล้วหันไปมองในสนาม จากระยะไกล เขาเห็นโป้งชูกำปั้นมาบอกให้เขาสู้
โกลจึงกำหมัดตอบแล้วโยนลูกไปออกไปให้กรรมการเอาไปตั้งเริ่มเกมอีกครั้ง

“ถึงไม่ทันก็ต้องเรียกว่าเร็วมาก” ชายร่างสูงกล่าวกับเซบาสเตียน บัลเดอร์ เขาคือผู้รักษาประตูอดีตทีมชาติเยอรมัน ผู้เป็นตำนานแห่งวงการฟุตบอล
“นึกไม่ถึงว่าเด็กจากเอเชียอย่างเขาจะทำได้ อนาคตไกลจริงๆเด็กคนนี้”
"แล้ว.." ชายอีกคนแม้จะเป็นคนละชาติกับทั้งสองแต่ก็มาด้วยกัน ถามออกมา
“แล้วไหนหละที่คุณอยากให้ผมเห็น” เขาถามเป็นภาษาเยอรมันเพราะปัจจุบันเขาเล่นในเยอรมันนี้ในตำแหน่งปีกซ้ายของทีมอันดับหนึ่งแห่งเยอรมัน
เซบาสเตียนยิ้ม
“ของดีต้องรอนะ”

แล้วการแข่งขันก็เข้าสู่ครึ่งหลัง... ชาญตัดสินใจเปลี่ยนตัวเร็ว ด้วยการถอดเอากองกลางที่เดิมส่งลงไปห้าคนออกหนึ่งคน แล้วเอาโป้งลงไปแทนแต่ให้ยืนอยู่ในลักษณะกองหน้าตัวต่ำ
แล้วหลังพยายามส่งต่อลูกฟุตบอลกันไปมาอยู่นานเพื่อแหวกเกมรับของโปรตุเกส ที่สุดก้านเพชรก็สามารถพาลูกฟุตบอลเข้าไปได้เกือบจะถึงเส้นหลัง เขาดึงจังหวะแล้วเตะโยนลูกโด่งเข้าไปให้สิระ แต่กองหลังของโปรตุเกสโหม่งออกไปได้ก่อนที่มันจะไปถึงเป้าหมาย
ลูกฟุตบอลลอยมาถึงโป้ง เขาถอยหลังก้าวหนึ่ง แล้วก็ใช้เท้าขวาดึงลูกฟุตบอลลงพื้นแล้วก็กระแทกมันด้วยเท้าซ้ายให้ไปข้างหน้า จากนั้นก็วิ่งตามไป
ตัวผู้เล่นของโปรตุเกสรีบเข้ามา แต่โป้งคาดเดาไว้แล้วจึงสามารถดึงลูกไว้ด้วยเท้าซ้ายแล้วก็สะกิดมันไปด้วยเท้าขวาหนีการเข้าสกัดแล้วพลิ้วกายตามลูกไป
อีกฝ่ายชะงักแล้วตัวกลับไปวิ่งตามต่อ แต่โป้งกลับใช้เท้าซ้ายเตะเบาๆให้ลูกฟุตบอลเปลี่ยนทางย้อนไปทางซ้าย แล้ววิ่งตามลูกไปอย่างรวดเร็วทอดทิ้งที่เสียหลักล้มเพราะพยายามเปลี่ยนทางวิ่งของตัวเอง

เซบาสเตียนหันไปมองหน้าปีกซ้ายทีมชาติฮอลแลนด์ซึ่งกำลังกอดอกมองโป้งอย่างสนใจ
“เด็กคนนี้ไม่ใช่คนเลี้ยงลีลาสวยงามนะ แต่คล่องและเร็วมาก.. เลี้ยงธรรมดาๆแต่เอาตัวรอดได้เก่งมาก ทั้งเปลี่ยนทางเปลี่ยนจังหวะ ทำได้อย่างดีมาก...” ปีกซ้ายระดับโลกกล่าวออกมา

โป้งพาลูกฟุตบอลเข้ามาตรงกลาง แล้วก็มองไปทางขวา เห็นก้านเพชรถอยลงมาแล้วยืนรออยู่ แต่จังหวะนั้นมีผู้เล่นเกมรับของโปรตุเกสวิ่งเข้ามาหาโป้ง
โป้งพลิกตัวพร้อมเอาเท้าขวาดึงลูกฟุตบอลให้หมุนตามไปด้วย จากนั้นก็ใช้เท้าซ้ายกระแทกลูกฟุตบอลด้วยส้นเท้าเสียก่อนที่กองกลางจะกระแทกเขาล้มลงไป
ก้านเพชรที่วิ่งมาจากด้านหลังของโป้งรับลูกฟุตบอลไป แล้ววิ่งออกไปทางขวาด้านที่ถนัด..
พอเหลียวกลับไปเห็นโป้งลุกขึ้นมาได้ และโป้งก็ส่งสัญญาณมือก่อนจะวิ่งออกไป
ก้านเพชรจึงเอี้ยวตัวเตะโยนลูกฟุตบอลโป้งอย่างฉับพลัน
โป้งใช้อกพักลูกหนึ่งจังหวะ แล้วก็ง้างเท้าซ้ายเตะลูกก่อนที่มันจะตกพื้น
ลูกฟุตบอลวิ่งเร็วจี๋ผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไปตุงตาข่าย...
กองเชียร์ชาวไทยจำนวนแค่จิบจ้อยถ้าเทียบกับกองเชียร์ของโปรตุเกสหลายหมื่นที่อยู่ในสนาม แต่เปล่งเสียงโห่ร้องออกมาสนั่น
ธงไตรรงค์พลันผงาดกระพืออย่างองอาจในสนามอันยิ่งใหญ่ คัมป์นู บาร์เซโลน่า...

“Uitstekend(ยอดเยี่ยม)” ปีกซ้ายจอมบุกกล่าวออกมาเป็นภาษาบ้านเกิด
“ผมว่าทีมชาติไทยได้นักเตะรุ่นใหม่ ที่จะก้าวสู่ระดับโลกอย่างเป็นทางการแล้วใช่ไหม” เซบาสเตียนกล่าวถามความเห็นจากสองสหายที่เขาชวนมาเพื่อชมเกมนี้โดยเฉพาะ
สองนักเตะระดับโลกพยักหน้า...
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:27

ตอนที่ 48 : ปะทะบราซิล.. สู้จนขาดใจ..(รีไรท์)
ผลเสมอในเกมหนักกับโปรตุเกสถือเป็นผลงานที่ดี และส่งผลให้อีกสองนัดที่เหลือ เมื่อทีมไทยชนะได้ทั้งหมด ก็ทำให้ผ่านเข้าไปสู่รอบสิบหกทีมในฐานะแชมป์ของกลุ่มด้วยประตูได้เสียที่ดี กว่าโปรตุเกสซึ่งแม้จะยิงได้เท่ากันที่สี่ลูก แต่โกลป้องกันประตูได้ดีกว่าทำให้ทีมเสียประตูไปแค่ลูกเดียวคือในนัดแรก
ผ่านมารอบสิบหกทีม ก็ต้องเจอกับทีมจากแอฟริกา ไนจีเรีย ซึ่งแม้ไทยจะเสียเปรียบเรื่องรูปร่าง แต่จังหวะสวนกลับที่ได้จากการที่โป้งเตะโด่งยาวมาหาท๊อปที่อยู่คนเดียวในแดนหน้าวิ่งไปแปเรียดผ่านผู้รักษาประตูไนจีเรียไปได้อย่างงดงาม กับจังหวะที่โป้งเตะมุมมาตรงกลางประตูแล้วสิระโหม่งย้อนไปหาปอที่ลงมาแทนท๊อป ซึ่งยืนอยู่นอกกรอบเขตโทษ แล้วสับเท้ายิงด้วยหลังเท้าเต็มๆเป็นประตูแรกในเสื้อทีมชาติไทยสำหรับเขา
ทีมชาติไทยจึงเอาชนะไปสองประตูต่อศูนย์ ผ่านเข้าสู่รอบแปดทีมสุดท้าย

“ทีมชาติไทยยังทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องในรอบแปดทีมสุดท้าย หลังนัดที่แล้วเราชนะผ่านอินทรีมรกตไนจีเรียมาได้สองต่อศูนย์ และในรอบแปดทีมสุดท้ายที่แข่งไปเมื่อคืน” ผู้ประกาศผิวหนึกกล่าว
“ทีมชาติไทยพบกับมีชาติเดนมาร์ก เกมในคู่นี้เหมือนจะเสมอกันในเวลาศูนย์ต่อศูนย์ แต่ในจังหวะที่เดนมาร์กได้โอกาศบุกขึ้นมา กองกลางของเดนมาร์กสับไกยิงจากนอกกรอบเขตโทษ”
แล้วภาพก็ตัดจากหน้าผู้ประกาศ เป็นภาพจากการเทปบันทึกของนัดการแข่งขันเมื่อวาน
โกลพุ่งตัวไปรับลูกยิงไกลไว้ได้ติดมือ
เขามองหาโป้ง แล้วก็เห็นโป้งวิ่งสวนทางผู้เล่นเดนมาร์กไป
ผู้รักษาประตูทีมชาติไทยจึงเตะโยนไปข้างหน้า
โป้งมองลูกแล้ววิ่งต่อไปอย่างเร็ว เขากระโดดดักลูกไว้ได้ด้วยเท้าขวาแล้วดึงมันลงพื้น

“เทพพรได้ลูกจังหวะนี้พาบอลไปทางด้านซ้ายอย่างรวดเร็ว แล้วรอจังหวะโยนครอสเข้ามาหน้าประตู” ผู้ประกาศอ่านด้วยน้ำเสียงเร่งเร้า

ท๊อปกระโดดได้ก่อนกองหลัง เขาทุ่มกำลังโหม่ง ทว่าลูกของเขาไปกระแทกเสาเด้งกลับเข้ามาในสนาม.
สิระอยู่ใกล้ที่สุดจะเงื้อเท้ายิง แต่กองหลังเดนมาร์กยื่นขายันบอลออกไปได้

“แล้วก็เป็นปรเมศวร์ที่ลงมาในช่วงก่อนหน้าสิบนาที”

ลูกฟุตบอลที่โดนเตะออกมากลิ้งไป ปอวิ่งเข้าหาลูกด้วยความเร็ว เขาสับเท้าขวาข้างถนัดยิง...
ลูกฟุตบอลพุ่งไปราวกับกระสุนปืนใหญ่ ผู้รักษาประตูของเดนมาร์กถึงกับผงะหงายหน้าเพราะลูกนั้นพุ่งผ่านไปอย่างรุนแรง มันกระแทกตาข่ายจนตุงตึงไปทั้งผืน

“ยิงเต็มข้อแสกหน้าผู้รักษาประตู เข้าไป..” ผู้ประกาศเน้นเสียงตื่นเต้น เขาคงดูจากมอนิเตอร์ในห้องส่ง เลยรู้ว่าว่ามีการฉายภาพซ้ำก็เลยชื่นชมการยิงของปอ
“แหม่ลูกนี้ยิงหนักมาก หมดสิทธิจริงๆครับสำหรับผู้รักษาประตู ทีมชาติไทยจึงชนะไปหวุดหวิด หนึ่งประตูต่อศูนย์ผ่านไปเจอกับ..”
ภาพตัดมาที่ผู้ประกาศ เขายกกระดาษขึ้นอ่าน ทำตาโตๆ
“บราซิล..”
“อืม...” ผู้ประกาศข่าวสาวพยักหน้า “หนักจริงๆ”
“แต่ผมว่าสูสีนะ..” คนแย้งเป็นดาวตลกร่างอ้วนเตี้ย “ทีมชาติไทยที่มีน้องโป้ง น้องท๊อป น้องอนุพงศ์ น้องโกล แล้วยังมีสำรองดีๆอย่างวู๊ด ผมว่าเราสู้ได้ครับ สู้ได้”
“แต่นั้นเขาบราซิลแชมป์ห้าสมัยนะ” ผู้ประกาศใส่แว่นแย้ง
“บราซิลก็บราซิลเถอะครับ ถึงหนูจะชอบบราซิลแต่ยังไงนัดนี้ผมเชียร์ไทยแลนด์ขาดใจ เดี่ยวจะบินไปดูเกมนี้ที่สนาม อะไรนะ..” ดาวตลกหันไปถาม
“นัดนี้แข่งที่ซานดิเอโก เบอร์นาบิว ที่มาดริด..” ผู้ประกาศผิวหมึกตอบ
“นั่นไง.. ขอไปเชียร์ขอบสนามสักรอบวะ” ดาวตลกตบมือฉาด
“ก็นั้นหละครับท่านผู้ชม.. ยังไงก็ต้องติดตามเชียร์เจ้าหนู U20 ของเราสร้างประวัติศาสตร์ต่อไปนะครับ สำหรับข่าวต่อไป ได้ข่าวว่าผีเซ็นสัญญากับกองหน้าตัวใหม่ทีเดียวสองคนใช่ไหม” ผู้ประกาศสวมแว่นกล่าวแล้วเปลี่ยนเรื่อง
ป้อมเพชรที่ชมรายการข่าวนี้จากห้องทำงานของครูพละ รู้สึกหัวใจพองโตอย่างบอกไม่ถูก จริงอยู่ในด้านทักษะของปอจะเทียบไม่ได้กับโป้ง แต่ลูกยิงของเขานั้นก็ไม่เป็นรองใคร..
“ก็หวังว่าหลังจากนี้ พวกนายจะก้าวไปไกลกว่านี้นะปอ ตั้ม จอมด้วย..” ป้อมเพชรกล่าวแล้วเอนหลังกับพนักเก้าอี้ยิ้มอย่างมีความสุข
เป็นความรู้สึกที่คล้ายกับแม่นกที่มองลูกๆตัวบินไปในท้องฟ้าอย่างเสรี..

ซานดิเอโก้ เบอร์นาบิว คือสนามเหย้าของทีมที่ได้ชื่อว่าราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ทีมที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในการแข่งขันสโมสรยุโรป
สนามแห่งนี้จุคนได้ราวแปดหมื่นกว่าคน อาจเล็กกว่าคัมป์นูของบาร์เซโลน่าแต่ก็ต้องถือว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในสเปนเพราะเป็นเหมือนกับสนามกีฬาแห่งชาติของสเปนเลยก็ว่าได้
บราซิลเป็นทีมที่มีกองเชียร์ไปทั่วโลกดังนั้นแม้จะเป็นการแข่งขันของทีมยุวชน ก็ยังมีผู้ชมหลั่งไหลมาเต็มสนามเบอร์นาบิวจนเกือบเต็มความจุของสนาม ธงชาติบราซิลปลิวไสวอยู่เหนืออัฒจันทร์ด้านหนึ่ง
แต่วู๊ดที่ได้ลงเป็นตัวจริง หันไปหามุมหนึ่งที่กองเชียร์ทีมชาติไทยอยู่ ตรงนั้นมีธงไตรรงค์ปลิวต้านแรงลม กองเชียร์ส่งเสียงออกมา มีแฟนบอลเจ้าประจำแต่งชุดไทยวิ่งโลดแล่นเรียกร้องให้กองเชียร์ขนาดย่อมๆ เปล่งเสียงดังขึ้นสู้กับกองเชียร์จำนวนมหาศาล
สู้ขาดใจ.. วู๊ดปฏิญาณกับตัวเอง

แต่ไหนแต่ไรทีมชาติบราซิลนั้นมีเอกลักษณ์ที่การเดินเกมรุกที่งดงาม ดังนั้นชาญจึงต้องวางหมากมาต้านทานเกมรุกที่ทรงประสิทธิภาพเอาไว้ให้ได้
เขาวางกองหลังไว้ห้าตัวโดยเอาจอมไปไปยืนเป็นกองหลังตรงกลางร่วมกับอีกสองตัวจริง ให้ตั้มยืนเป็นแบ็กขวาแทนตัวหลักที่เจ็บไปในนัดกับเดนมาร์ก
ส่วนกองกลางใช้ตัวรับทั้งสองคือวู๊ดกับอนุพงศ์ ตัวรุกหนึ่งนั่นคือก้านเพชร
กองหน้าก็ใช้สิระยืนเป็นตัวเป้า โดยท๊อปกับโป้งถอยลงมายืนด้านหลังสิระในแนวเดียวกัน
แล้วก็เป็นผล เกมครึ่งแรกจึงจบไปแบบศูนย์ประตูต่อศูนย์แม้บราซิลครองเกมบุกเป็นส่วนใหญ่ แต่ทีมไทยก็ได้สวนกลับได้เป็นระยะ หากโป้งกับท๊อปสลับกันยิงออกไปคนละที
พอเข้าสู่ครึ่งเวลาหลังได้ก็ยังเป็นรูปแบบเดิม.. แต่ทีมไทยก็กล้าจะเดินเกมบุกมาขึ้นและก็ทำได้ดีแบบมีลุ้นหลายครั้งจากโป้ง กับสิระ แต่แค่เฉียวเสาไป

“ยากนะนี่” อำนาจกล่าว เขาปาดเหงื่อด้วยอาการลุ้นหนักไม่ใช่ร้อน เพราะนั่งอยู่ในห้องแอร์เย็นเฉียบ
“ก็ต้องเป็นแบบนี้หละครับ” ฮัลเซย์กล่าวแล้วยกเบียร์จิบ
“ถ้าเทียบกันตัวต่อตัว เราสู้เขาไม่ได้ จะมีก็แค่โป้งที่ทักษะเฉพาะตัวดีพอ ดังนั้นเราก็ต้องใช้ทีมเวิร์คเข้าว่า”
"สำคัญคือห้ามเสียประตูก่อน.. ไม่อย่างนั้นเอาคืนยาก เวลาก็ใกล้หมดแล้วด้วย” อำนาจกล่าวเสริมออกมา

การแข่งขันก็ทำท่าจะเสมอกันอยู่แล้ว
ทว่า..
อนุพงศ์ได้ลูกจากการส่งต่อมาจากวู๊ด ที่วิ่งไปตัดหน้าแย่งมาจากกองหน้าบราซิลได้และจ่ายมา ตอนนี้เกือบทั้งทีมถอยลงในแดนตัวเองกันหมด ทำให้มีแค่สิระเท่านั้นที่อยู่ข้างหน้า.. อนุพงศ์จึงต้องคิดหาหนทางจะเดินเกมต่อ
แต่ระหว่างนั้นนั่นเอง..
อนุพงศ์มัวแต่คิด ก็เลยไม่ทันได้ระวัง กองกลางของบราซิลวิ่งมาเบียด
อนุพงศ์พยายามดันสู้แต่เขาก็ต้องเสียการครอบครองลูกฟุตบอลไป แล้วตัวผู้เล่นอีกตัวของบราซิลที่รอจังหวะอยู่แล้วก็วิ่งมาเอาลูกไปได้
โป้งอยู่ใกล้ก็พยายามจะเข้าสกัด แต่เขาเองก็ไม่ใช่คนถนัดเกมรับ สกัดได้แค่ลมเพราะกองกลางของบราซิลตัวนี้คล่องแคล่วมาก
ผู้เล่นบราซิลความสามารถสูงทุกคน เดี๋ยวเดียวก็วิ่งมาถึงหน้ากรอบเขตโทษ สุพจน์ตัดสินใจวิ่งเข้าเข้าหา แต่จังหวะนั้นเองที่ผู้เล่นมากทักษะก็จ่ายบอลไปข้างๆ
ตัวผู้เล่นที่ตามมาวิ่งมาสับเท้ายิงไกล
จอมกระโจนเข้าขวางทางลูก ทำให้ลูกกระแทกกับหลังของเขาเต็มที่แล้วกระดอนไป
กองหน้าบราซิลอยู่ในทิศที่ลูกลอยไปพอดี ไม่ได้จับลูกฟุตบอล หมุนกลับตัวเตะวอลเล่ย์เต็มแรง
ลูกฟุตบอลพุ่งมาอย่างจรวด แม้โกลจะปัดได้แต่ก็แค่ปลายมือ ทำให้ลูกเปลี่ยนทางเพียงนิดหน่อย
มันพุ่งกระแทกเสา แล้วเข้าประตูไป
โป้งถอนหายใจยาวหันไปมองสกอร์บอร์ดที่เปลี่ยนเป็นหนึ่งประตูต่อศูนย์ เวลาการแข่งขันเหลืออีกแค่สิบนาทีเท่านั้น

เด็กยังขาดประสบการณ์ ชาญถอนหายใจ แต่เขาก็ยังเดินออกไปกระตุ้นลูกทีม
“สู้.. อย่าท้อสู้เข้าไป”
แล้วเด็กๆก็เหมือนมีแรงฮึดขึ้นมาอีก เปิดเกมเข้าใส่ทีมชาติบราซิลจนต้องถอยหลังไปตั้งรับ โดยเฉพาะโป้งวิ่งไปทั่วสนามทั้งจ่าย ทั้งโยน ทั้งยิงไกลทำทุกอย่างที่เขาจะทำได้
หนึ่งในกองเชียร์ไทยที่อยู่ใกล้กับขอบอัฒจันทร์ จึงมองเห็นแววตาของโป้งตอนที่เดินมาเตะมุมได้ถนัด
แววตานั้นแสนจะมุ่งมั่น เขาจึงลูกขึ้นตะโกน..
“ไทยแลนด์ สู้ๆ”
แล้วกองเชียร์ก็ส่งเสียงออกมาดังสนั่นจนโป้งหันไปมอง
เขายิ้มออกมาแล้วยกนิ้วโป้งให้ ก่อนจะหันกลับไปมองในสนาม ถอยหลังแล้วเตะออกไป
แม้ลูกจะโค้งไปลงที่ท๊อปพอดี แต่จังหวะยิงของเขาไปติดผู้รักษาประตู
“ถอย” อนุพงศ์สั่งเสียงดัง
ผู้รักษาประตูทีมบราซิลโยนลูกให้ผู้เล่นกองกลาง กองกลางก็เตะต่อเร็วไปให้กองหน้า
กองหน้าบราซิลตัวนี้ถูกจับตามองอย่างมาก โรมาริโอ กอซาเลซ พอเขาได้บอลก็วิ่งเลี้ยงลูกวิ่งเร็วจี๋ กองหลังทีมชาติไทยที่ดันขึ้นไปลุ้นลูกเตะมุมแม้จะวิ่งกลับมาสุดชีวิตก็ยัง ไม่ทัน
โกลคือปราการสุดท้าย
เขาตัดสินใจ..
โกลวิ่งออกไป.. วิ่งออกจากกรอบเขตโทษ
กองหน้าบราซิลเห็นเหมือนกำแพงยักษ์ที่เคลื่อนเข้าหาอย่างรวดเร็ว แล้วกว่าเขาจะรู้ตัวโกลก็ล้มตัวลงสกัดที่ลูกด้วยขา
ลูกฟุตบอลติดเท้าโกลมา เขาจึงรีบลุก แล้วเลี้ยงไปข้างหน้าเล็กน้อย
มองไปเห็นโป้งวิ่งกลับลงมาถึงบริเวณเลยวงกลางสนามมานิดหน่อย และว่างอยู่คนเดียว
เขาจึงเตะโยนไปด้วยทักษะของอดีตปีกขวา

โป้งมองลูกที่ลอยมา
ต้องทำให้ได้..
เขาเอาอกเตะบอลโดยบิดกายให้ลูกฟุตบอลเด้งไปทางฝั่งคู่แข่ง เขารีบวิ่งตามไปแล้วเลี้ยงลูกฟุตบอลไปอย่างรวดเร็ว ฝ่ายตรงข้ามจึงกรูเข้ามาสกัด คนแรกก็โดนโป้งแตะบอลหลบไปทางซ้ายแล้ววิ่งต่อ คนที่สองสไลด์ตัวขวางแต่โป้งก็ยกลูกฟุตบอลกระโดดข้ามไป คนที่สามวิ่งเข้ามากะจะชนเอาดื้อๆ โป้งก็ดึงจังหวะหลบ แล้วพาลูกฟุตบอลหนีการปะทะไปได้อีก
ตอนนี้ทั้งสนามเงียบกริบแล้ว ไม่มีกองเชียร์คนไหนส่งเสียง ทั้งหมดมองโป้งพาลูกมุ่งไปหากองหลังตัวสุดท้าย
โป้งหยุดบอลก่อนจะถึงตัวกองหลังร่างใหญ่ แล้วเขาก็หนุนตัวบังลูกฟุตบอลเอาไว้ นายจึงนั้นพยายามจะเข้าปะทะแย่ง
แต่จังหวะนั้นเองโป้งก็ใช้เท้าช้ายคลึงลูกไปข้างหน้านิดหนึ่งก่อนกระชากกลับทำให้ลูกฟุตบอลลอยขึ้นในแนวดิ่ง เขาใช้เท้าขวาตามงัดลูกให้ลอยไปในอากาศ มันโด่งข้ามหัวของกองหลังบราซิล แล้วเขาก็หมุนตัวหลบร่างสูงมาได้อย่างฉิวเฉียด
ลูกฟุตบอลตกพื้นตรงตำแหน่งที่โป้งพลิกตัวหนีมาพอดี
แต่จังหวะเดียวกันนั้น ผู้รักษาประตูบราซิลก็วิ่งออกมา
โป้งจึงตัดสินใจเตะสวนเต็มหลังเท้า
ผู้รักษาประตูบราซิลปฏิกิริยาว่องไว แม้นจะโดนยิงในจังหวะเรียกว่ายิงแสกหน้า เขาก็ยังยกสองมือพยายามบล๊อกไว้
ลูกฟุตบอลกระแทกกับมือแล้วก็กระดอนสูง.. แต่ก็โค้งกลับลงมา..
ทั้งสนานจ้องลูกที่ค่อยๆโค้งลงเป็นตาเดียว..
แต่มันทำได้แค่กระแทกกับคานบนแล้วกระดอนออกหลังไป..
โป้งทรุดกายลงหมดแรง.. เขาใช้ไปหมดแล้วทั้งกำลังและความสามารถ ทิ้งกายนอนหงายเหยียดยาวกับพื้นสนาม
ขอโทษนะทุกคน..
แต่แล้วจากกองเชียร์ที่เงียบไป ก็มีเสียงปรบมือดังกึกก้อง
ท๊อปมายืนตรงหัวแล้วยิ้ม
“พวกเขาปรบมือให้นายโป้ง..”
โป้งจึงค่อยๆลุกขึ้นนั่ง มองไปรอบตัวมีแต่คนยืนขึ้นปรบมือ
เขาลุกขึ้นโดยการช่วยเหลือของท๊อป
“ปรบมือตอบเขาสิ”
โป้งจึงยกมือขึ้นเหนือหัวแล้วปรบมือพร้อมวิ่งกลับไปประจำตำแหน่งโดยมีเสียงปรบมือกึกก้องเป็นฉากหลัง

“ตอนนี้ผู้ชมลุกขึ้นปรบมือให้เทพพรกันหมดเลยครับ.. ทั้งที่ยิงไม่ได้แต่เขาก็ได้พยายามแล้ว เลี้ยงเดี่ยวขึ้นมา ล๊อกหลบสี่ด่าน แต่จังหวะสุดท้ายยิงไม่ผ่านการป้องกัน.. แต่นั้นก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากครับ” ผู้บรรยายกล่าวออกมา
วราพรยิ้มกับภาพลูกชายวิ่งไปในสนามท่ามกลางความชื่นชมอย่างยินดี
ฤทธิ์..คุณดูสิคะ ลูกเราเก่งมากใช่ไหมคะ..

“เด็กคนนี้.. ชื่ออะไร” หนึ่งในผู้ชมในถามกับคนที่อยู่ข้างๅเขา มือยังปรบอยู่
“เทปปอน.. เทปปอน..” พยายามอ่านก็ได้แค่นั้น
คนตอบเป็นผู้ช่วย เขากำลังบอกข้อมูลแก่ผู้จัดการทีมชาวสเปนที่เป็นเจ้านายของเขา
ผู้จัดการทีมฟุตบอลหนุ่ม แต่มีผลงานดีเยี่ยม เขาพยักหน้าช้าๆ
“เทปปอน..” เขาทวนคำนั้นด้วยสำเนียงใกล้เคียงกัน
กองเชียร์ทีมชาติไทยที่อยู่ใกล้ๆก็ลุกขึ้นแล้วเหยียดแขนออกไปสุด แล้วชูนิ้วโป้งขึ้นทั้งสองมือ
“โป้ง โป้ง โป้ง โป้ง...”
“โป้ง..” ผู้จัดการทีมหนุ่มลองออกเสียงตาม

ไม่นานนักนกหวีดยาวจบการแข่งขันก็ดังขึ้น
ในหมู่ผู้ชมยังมีชายหนุ่มอีกคน เขากำลังจับตามองที่เด็กหนุ่มร่างเพรียวที่กำลังตอบรับการจับมือของผู้เล่นทีมชาติบราซิล
“A new star is raising” เขากล่าวเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงแปร่งเล็กน้อยตามแบบคนที่มาจากเวลส์
เขาคือนักเตะที่มีเท้าซ้ายเป็นตำนานและตัวเด็กหนุ่มที่ถูกพูดถึงเองก็ชื่นชม เพราะเขาคือผู้เล่นเท้าซ้ายที่โป้งถือเป็นแบบอย่าง และยกให้เป็นไอดอลอันดับหนึ่ง
“ฉันหวังว่า จะได้เห็นเธอในอังกฤษเร็วๆนี้นะ”

กสินธุ์เป็นหนุ่มไทยที่ใช้ชีวิตในกรุงมาดริดเพราะแม่ของเขาแต่งงานกับคนสเปนและพาเขามาที่นี่ ตอนนี้เขากับพวกนักเรียนไทยในสเปนและกองเชียร์กลุ่มอื่นๆมายืนรอตรงทางออกของรถบัสนักกีฬา
แพ้หรือชนะ.. แต่เท่านี้พวกเขาได้ทำหน้าเป็นตัวแทนที่ดีให้ประเทศ ตอนนี้หัวใจของกสินธุ์เต็มไปด้วยความภาคภูมิ
พวกนายทำดีที่สุดแล้วจริงๆ.. นั่นคือที่ชายหนุ่มอยากจะบอก..
แล้วรถบัสที่มีป้ายเขียนเป็นภาษาสเปนว่าทีมชาติไทยก็วิ่งออกจากประตูมา
“ไทยแลนด์” กสินธุ์เป็นต้นเสียงร้องขึ้น
“ไทยแลนด์ ไทยแลนด์ ไทยแลนด์”
มีแฟนบอลชาวสเปนคนอื่นที่พึ่งเดินออกจากสนามผ่านมาพอดี พวกเขาจึงหยุดปรบมือให้กับหัวใจสู้ของนักกีฬาจากแดนไกลที่สู้กับทีมอันดับต้นๆของโลกได้อย่างดีเยี่ยม..
โป้งมองไปที่แฟนบอลทีมชาติไทย ในใบหน้าหลากหลายนั้น โป้งคล้ายจะเห็นใบหน้าหนึ่ง.. แต่รถก็แล่นออกมาก่อนที่เขาจะได้พิจารณา
แต่อีกด้าน กสินธุ์แค่ได้เห็นโป้งอีกครั้งเขาก็ชื่นใจแล้ว
“ฉันจะคอยเป็นกำลังใจให้นายเสมอโป้ง.. นายไม่ต้องคิดถึงฉัน แค่อย่าลืมเรื่องของเราก็พอ..”
แล้วเขาก็ตะโกนร่วมกับคนอื่นต่อไป
“ไทยแลนด์ ไทยแลนด์ ไทยแลนด์”
ธงชาติไทยปลิวไสวในแสงยามค่ำของสนามซานดิเอโก เบอร์นาบิว และถนนหลวงของมหานครมาดริด..
ใครจะรู้ ในอีกไม่กี่ปี่ข้างหน้า.. มันจะไปโบกสะบัดอีกครั้งในแผ่นดินอื่นที่เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอีกครั้งก็ได้..
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Re: The Curve โป้ง... หัวใจปั่นไซด์โค้ง(เกย์ กีฬา)

Post17 Apr 2016 09:28

ตอนที่ 49 : มาดริด : รักแรกคือม่อน.. แต่รักปัจจุบันคือโกล(รีไรท์)
นัดชิงที่สามกับนั้นต่างฝ่ายต่างก็ใช้เป็นสนามเพื่อทดสอบทีม ดังนั้นโป้งจึงถูกพักเป็นสำรอง และถูกเปลี่ยนลงไปในนาทีเจ็ดสิบกว่าตอนที่สกอร์เสมอกันที่ศูนย์ต่อศูนย์
แต่พอลงไปโป้งก็แผลงฤทธิ์ทันที จังหวะนี้เป็นจังหวะแรกที่สัมผัสบอลซึ่งเป็นการที่เขาได้บอลอยู่ในระยะสามสิบหลาจากประตูฝั่งตรงข้าม แต่เขาเห็นว่าผู้รักษาประตูออกมาห่างประตูเกินไป..
โป้งหรี่ตา..
เอาวะลองดู พี่เบ็คยังยิงได้เลย
แล้วเขาก็วางเท้าขวา ง้างเท้าช้ายยิงไปเต็มแรง..
ลูกฟุตบอลพุ่งไปแล้วโค้งลงนิดหนึ่งแต่นั้นก็สุดกำลังที่ผู้รักษาประตูจะปัดป้องไว้ได้
มันพุ่งเสียบใต้คานไปกระแทกตาข่ายด้านหลัง ท่ามกล่างเสียงเฮของกองเชียร์ไทยประสมเสียงร้องด้วยความประหลาดใจของกองเชียร์ฝั่งตรงข้าม ซึ่งก็คือกองเชียร์ทีมชาติฝรั่งเศสนั้นเอง

“ผู้บรรยายต่างประเทศบอกว่าลูกนี้มีผลกับโป้งมาก.. เพราะตอนนี้โป้งอาจได้รับเสียงโหวตมากขึ้นจากผู้สื่อข่าวเพราะว่าเขากำลังเบียดกับ โรมาริโอ กอนซาเลส ของบราซิลในรางวัลโกลเด้นบอลหรือก็คือ MVP ของทัวร์นาเม้นท์” ผู้บรรยายรายงานตามที่ได้ยินจากเสียงภาษาอังกฤษ
“เรามาลุ้นกันครับ ว่านายโป้งทำสำเร็จหรือไม่..”

ทีมชาติฝรั่งเศสพอเสียประตูก็ไม่ยอมเสียหน้า ดาหน้ากันบุกเข้ามา แล้วก็มีจังหวะหนึ่งที่สำคัญมาก เพราะกองหน้าฝรั่งเศสเลี้ยงบอลหนีจอมที่เสียหลักลื่นล้มไปได้ แล้วมุ่งเข้ามาในเขตโทษ
โกลยืนจังก้าอยู่กลางประตู กองหน้าฝรั่งเศสก็หลอกหน้าเท้าทำเหมือนจะยิงแรงแต่กลายเป็นแปไปทางซ้าย
แต่สายตาของโกลไม่ได้มองที่เท้า เขามองที่ลูกฟุตบอล พอลูกฟุตบอลพุ่งมาเขาก็ล้มตัวลงตะครุบไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

“ตอนนี้โกลน่าจะเป็นเจ้าของรางวัลถุงมือทองคำเกือบจะแน่นอนแล้ว เพราะตอนนี้ทีมที่เสียประตูน้อยสุดของรายการรองจากไทยคือทีมฝรั่งเศสนี่เอง โดยพวกเขาเสียไปแค่สามลูก แต่ถ้ารวมที่เสียวันนี้ด้วยก็สี่ลูก แต่ทีมไทยเราเสียแค่สองลูกเท่านั้น” ผู้บรรยายบอก
ตั้นหันมองเวลาที่มุมขวาด้านบนของจอภาพ แล้วหันไปมองหน้าคทา
“ห้านาทีจะโดนยิงสองลูกไหมวะ” เขาถาม
“จะให้ชัวร์ไอ้โป้งต้องยิงอีกลูก หรือไม่ใครก็ได้ยิงไปอีกลูก” คทาตอบ
แล้วตั้นหันกลับไปมองจอ ตอนนี้ผู้เล่นที่หน้าตาเหมือนเขาอย่างกับแกะกำลังพาลูกขึ้นไปทางกราบขวา
“เอาเว้ยพี่ตั้ม.. “ เขากำหมัดลุ้นอย่างเต็มที่ทั้งเอาใจช่วยคู่แฝดและทีมชาติไทย

ตั้มพาลูกวิ่งมาจนเกือบครึ่งสนาม เขาสบตากับวู๊ดที่ยืนตำแหน่งอยู่ก่อนจะเตะส่งลูกให้
วู๊ดก็เตะกลับไปทางขวาในทิศที่นำหน้าไป ตั้มวิ่งสปีดหนีตัวประกบมารับบอลได้แล้ววิ่งต่อไป ก้านเพชรเห็นดังนั้นก็เลยวิ่งหุบเข้าตรงกลาง เพื่อดึงตัวผู้เล่นที่ประกบเขาให้วิ่งตาม เป็นโอกาสให้ตั้มเตะโยนเข้าไปหน้าประตู
ปอกระโดดขึ้นโหม่งในจังหวะเดียวกับกองหลังและผู้รักษาประตูฝรั่งเศส
แต่หมัดของผู้รักษาประตูชกโดนลูกก่อน หากโดนแค่เฉี่ยวๆ ลูกก็เลยไปไหนไม่ได้ไกล ตกลงตรงกลางเขตโทษพอดี
โป้งยืนอยู่ตรงนั้น.. เป็นจังหวะขาขวา..
แต่เขาก็ไม่ลังเลยิงเล่นทางไปด้านซ้ายที่ว่างโล่ง เข้าประตูไป...
กองเชียร์ไทยเฮสนั่นสนามแล้วก็สะบัดโบกธงชาติไทยให้ปลิวไสวอีกครั้งหนึ่ง ในสนามซานดิเอโก้ เบอร์นาบิว.. แต่ครั้งนี้เป็นการโบกเพื่อฉลองชัยให้แก่ทีมชาติไทยเหนือทีมชั้นนำแห่ง ยุโรป..
"ไทยแลนด์ ไทยแลนด์ ไทยแลนด์" กองเชียร์ร่างอ้วนเตี้ยที่คนไทยทุกคนคุ้นหน้าคุ้นตากันดีทางจอโทรศัพท์ กางแขนออกทั้งสองข้าง เขาเพนท์หน้าเป็นสีธงไตรรงค์และเชิดหน้าประกาศออกไปสุดเสียง
"ไทยแลนด์..."

เสียงเฮลั่นโรงพยาบาลทำวราพรตกใจ เปิดประตูออกมา
“อย่าเสียงดังนะคะที่นี่โรงพยาบาล” เธอว่า
ญาติผู้ป่วยที่ยืนดูทีวีอยู่ก็เลยเงียบกริบกัน แต่ทุกคนมีรอยยิ้ม เด็กคนหนึ่งชี้ไปที่โทรทัศน์ให้วราพรดู
โป้งวิ่งเหยาะๆกลับแดนตัวโดยมีปอวิ่งกอดคอแสดงความดีใจ
จากนั้นก็ตัดไปที่ภาพรีเพลย์จังหวะโป้งเตะลูกเปลี่ยนทางเข้าประตู
“พี่โป้งเก่งจัง” เด็กชายเดินมาบอก “ถ้าพี่โป้งกลับบ้าน น้าให้พี่โป้งสอนผมด้วยนะ”
วราพรยิ้มแล้วเอามือลูบหัวเกรียน
“ได้จ๊ะพี่โป้งเขาชอบสอนคนอื่นอยู่แล้ว”
พอพูดจบก็มีเสียงเฮอีก วราพรเลยหันไปเขม้นตาดุอีก
“โรงพยาบาลงดใช้เสียงค่ะ”
ที่เฮอีกรอบเพราะกรรมการเป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขันแล้วนั้นเอง

แม้ทีมจะได้แค่เหรียญทองแดง แต่ก็ได้รับรางวัลปลอบใจคือรางวัลFair Play เพราะการเล่นที่ใสสะอาดและทำฟาลว์น้อยกว่าทีมอื่น
ส่วนโป้งกับโกลก็ได้ถ้วยส่วนตัวมาคนละใบ
โดยโป้งได้ลูกฟุตบอลทองคำ(Golden Ball) ซึ่งเป็นการเฉือนผู้เล่นบราซิลไปด้วยประตูสองประตูสุดท้ายของเขา ส่วนโกลได้ถุงมือทองคำ(Golden Glove) จากการที่เสียประตูเพียงสองลูกตลอดทัวร์นาเม้นท์

เพราะกำหนดการกลับเป็นวันพรุ่งนี้ โค้ชก็เลยอนุญาตให้เหล่านักฟุตบอลไปเที่ยวกันเองในกรุงมาดริดได้ แต่เงื่อนไขคือจะต้องไปกลุ่มๆ โดยมีโค้ชคนหนึ่งติดตามไปด้วยในทุกกลุ่ม
กลุ่มเด็กเก่าจากนวสาครก็เลยจับกลุ่มกันได้ก่อนใครและคนที่ไปด้วยคือวีระ
“มีใครเคยมาบ้างไหม” วีระถามตอนอยู่ในสถานีรถใต้ดิน
“ผมครับ” ก้านเพชรตอบแล้วยกมือ
“เราจะไปไหนกันดีหละ” วีระถาม
“ก็คงต้องไปปาราซิโอ เรอัล ที่เป็นพระราชวัง จากนั้นก็ไปเดินเล่นที่ Mercado De San Miguel แล้วไปก็ไป Puerta del Sol จากนั้นก็ปิดท้ายด้วยช๊อปปิ้งแถว Gran Via” ก้านเพชรตอบอย่างชำนาญ
วีระพยักหน้าแล้วมองหน้าลูกทีมทีละคน
“ว่าไง”
ไม่ใครออกความเห็นก็เป็นอันตกลง

กสินธุ์เงยหน้าจากแผ่นสเกตภาพที่เขากำลังพยายามจะวาดภาพแนวอิมเพรสชั่นนิสของย่าน Gran Via
“กัสติน..” เสียงเรียกจากข้างตัว
“หือ..” เขาขาน
“หิวจัง ฉันไปซื้ออะไรกินดีว่า นายจะเอาอะไรหละ” ไม่ได้พูดเปล่าแต่เอาแขนมาคล้องที่คอแล้วเอาหน้ามาแนบแก้ม
“อะไรก็ได้ แต่ขอเป็นเครื่องดื่มแล้วกัน ฉันยังไม่หิวเท่าไหร่” กสินธุ์กล่าวเอียงคอเล็กน้อย ที่ต้นคอสัมผัสถอกไรหนวดของหนุ่มสเปน
“ได้เลยที่รัก”
กสินธุ์มองตามร่างสันทัดของเฟอร์นันโด้ไป แล้วหันมามองมองภาพของ Gran Via อีกครั้ง

โป้งเดินมาตามถนนมองร้านรวงแล้วก็ไม่คิดอยากจะเข้าร้านไหน แต่พอโกลหยุดเขาเลยต้องหยุดบ้าง
โกลยืนมองนาฬิกาสวิสยี่ห้อดังอย่างสนใจ
“แพงไม่ใช่เหรอโกล” โป้งถาม
“เออ.. แต่ก็ไม่ได้มากจนซื้อไม่ได้ไม่ใช่เหรอ..” โกลตอบ “เดี่ยวเอาเงินอัดฉีดจ่ายก็ได้นี่ กูพกบัตรเครดิตมาด้วย”
แล้วเขาก็จับมือโป้งเดินจูงเข้าร้านไป
พอเข้ามาในร้านโกลก็สนทนากับพนักงานด้วยภาษาอังกฤษเพื่อขอดูนาฬิกาแบบเดียวกันกับที่โชว์อยู่หน้าร้าน
โป้งมองไปรอบๆ ก็เห็นนาฬิกาอีกหลายแบบที่สวยงาม เขาเดินไปดูนาฬิกาผู้หญิงเรือนน่ารัก คิดจะซื้อให้มารดาแต่..
“ซื้อไปมีหวังโดนแม่ด่าแน่ๆ”
พนักงานขายที่เป็นหนุ่มวัยราวๆยี่สิบต้นๆยิ้มให้ตอนโป้งเงยหน้าขึ้นมา
“Oh I just look” เขาตอบเป็นภาษาอังกฤษ
พนักงานหนุ่มมุนคิ้ว
“คุณ... คือนักฟุตบอลทีมชาติไทยใช่ไหม” เขาถาม ที่ถามเพราะเมื่อเช้าหนุ่มพนักงานพึ่งอ่านหนังสือพิมพ์กีฬาแล้วแปลกใจไม่น้อยกับข่าวของนักฟุตบอลจากแดนไกลที่ได้รางวัลลูกฟุตบอลทองคำแม้จะเป็นแค่ระดับเยาวชนก็ตามที
“ใช่ครับ”โป้งตอบเป็นภาษาอังกฤษ
แล้วเขาก็ยกนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว ก่อนจะเดินไปด้านหลังแล้วกลับออกมา พร้อมกระดาษกับปากกา
“ขอลายเซ็นคุณหน่อยได้ไหมครับ”
โกลที่ดูนาฬิกาอยู่หันมามอง
โป้งมองหน้าชายหนุ่มก่อนจะเซ็นชื่อ

โกลยังดูนาฬิกาอีกหลายเรือน เขาขอดูอย่างพินิจพิเคราะห์ จะว่าไปโกลเป็นคนละเอียดลออมาก เวลาซื้อหาอะไรแม้โดยฐานะจะจ่ายได้ง่ายๆ แต่โกลก็ยังเลือกแล้วเลือกอีกเหมือนกัน
โป้งจึงออกไปยืนมองที่กระจกเพื่อดูคนเดินผ่านไปผ่านมา แล้วเขาก็เห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งกับที่กำลังวาดรูป พอดีจังหวะนั้น เด็กหนุ่มชะโงกพ้นกรอบภาพออกมา
“ม่อน..” โป้งพึมพำ

กสินธุ์แปลกใจที่เฟอร์นันโด้ไปนานจึงเริ่มมองหา แต่พอเขาหันกลับมา มีร่างเพรียวสันทัดยืนอยู่
เด็กหนุ่มดวงหน้าอ่อนหวาน ดวงตาที่มองมานั้นส่งแววที่แปลกใจปนยินดี
“ม่อน” เขาเรียก
กสินธุ์ลุกขึ้นยืน..
โลกเหมือนจะหยุดหมุนในห้วงเวลาของคนทั้งคู่ ที่ยืนมองตากัน
ภาพสุดท้ายของความทรงจำ คือการอำลาด้วยน้ำตาที่สนามบินเชียงราย.. ตอนนั้นในความทรงจำของกสินธุ์ คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าสวมใส่เสื้อฟุตบอลทีมโปรดสีแดง กับกางเกงยีนต์ตัวเชยๆ แต่ตอนนี้เขาสูงกว่าเดิมรูปร่างแข็งแรงขึ้น และสวมเสื้อผ้าเข้าชุดกันตามสมัยนิยม แต่ดวงตาและรอยยิ้มดุจเดิม
“โป้ง..” กสินธุ์ขานชื่อนั้นออกมา
“ดีใจจังที่เจอนาย” โป้งกล่าวแล้วเดินเข้ามาใกล้อีกนิด “ยังคิดอยู่ว่าจะไปหานาย แต่เวลามันกระชั้นมาก แถมฉันก็ไม่รู้ว่านายอยู่ไหน”
กสินธุ์ยิ้มตอบ
“ฉันก็ไปเชียร์นายทุกนัดเลยหละ นายนี่สุดยอดชะมัด เก่งกว่าเดิมอีก เมื่อก่อนก็เก่งมากแล้วนะ ฉันนี่เชียร์จนเสียงแหบเลยรู้ไหม”
โป้งยิ้มตอบ แล้วมองมาทางภาพวาดของกสินธุ์หรือโป้งเรียกติดปากว่าม่อน
“เรียนวาดภาพจนได้สินะ..”
“อืม..” ม่อนพยักหน้า ก่อนเขาจะเงียบไป “แต่ฉันไม่ได้เล่นฟุตบอลแล้วหละ”
แล้วก็ถลกขาให้ดู ที่ขามีร่องรอยการผ่าตัด
“ตอนนี้มีเหล็กในขา หมอก็ห้ามเล่นกีฬารุนแรง ก็เลยเลิกเล่น”
โป้งพยักหน้า ถอนหายใจ
“น่าเสียดายนะ.. แต่นายก็ได้ทำอีกอย่างที่รักแล้วนี่”
“กัสติน” เสียงเรียกทำให้ม่อนหัน
หนุ่มสเปนวัยไล่เลี่ยกันเดินมาพร้อมถุงขนม เขามองหน้าโป้งด้วยความแปลกใจ
“นี่เฟอร์นันโดนะ เขาพูดอังกฤษไม่ค่อยเก่ง” ม่อนแนะนำโดยเลือกใช้ภาษาที่ทั้งคู่พอเข้าใจกันได้คือภาษาอังกฤษ ก่อนจะหันไปอธิบายให้เฟอร์นันโด้ฟังเป็นภาษาสเปน
“โอเค.. คุณก็คือคนรักคนแรกของกัสติน..” เฟอร์นันโดกล่าวออกมาตรงๆตามแบบคนที่ไม่ชำนาญภาษาและตรงไปตรงมา
โป้งทำหน้าเร๋อ..
แต่พอเฟอร์นันโดยื่นมือมาเขาก็จับด้วย
“โป้ง..” เสียงเรียกบ้างแต่เป็นกลุ่มเพื่อนร่วมทีม โบกมือไหวๆให้โป้งตามไป
โป้งหันไปแล้วหันกลับมา
“ฉันต้องไปแล้วนะ” โป้งกล่าวเป็นภาษาไทย
กสินธุ์ยิ้มแล้วพยักหน้า
โป้งยกมือโบกอำลาให้เฟอร์นันโดแล้วเดินข้ามถนนกลับไป กลุ่มเพื่อนเดินไปกันแล้ว แต่โป้งเดินเข้าไปในร้านนาฬิกาสักพักก็กลับออกมา
กสินธุ์กำลังกัดขนมปังที่เฟอร์นันโดซื้อมาฝาก เงยไปเห็นพอดี
โป้งชี้มือมา โดยมีเด็กหนุ่มร่างสูงที่กสินธุ์จำได้ทันที่เห็นหน้า นายกรกฏ โกล ผู้รักษาประตู เขายกมือขึ้นทักทาย
กสินธุ์เลยยกมือตอบ
แล้วทั้งคู่ก็เดินเคียงกันไปตามถนนโดยพูดคุยกัน นายร่างสูงหยิบกล่องนาฬิกาออกจากถุง โป้งมองแล้วก็พูดอะไรบางอย่างด้วยสีไม่ชอบใจนัก
แต่กสินธุ์พอเดาได้ว่าพูดอะไร..
ก็คงเพราะนายร่างสูงซื้อนาฬิกาแพงให้ โป้งก็เลยบ่นว่าสิ้นเปลือง

งวดนี้คนที่นอนกับโป้งกับโกลคือปอ แต่ตอนนี้ปอออกไปหาคู่ซี้คือตั้มเพื่อเอานาฬิกาใหม่ของโกลไปให้ดู เนื่องจากนาฬิกาเรือนนั้นราคาเกือบสามแสนบาทไทย
“มึงเห็นเขาแล้วใช่ไหม” โป้งถามขึ้นมา ตอนนี้โป้งยืนอยู่ที่หน้าต่างมองลงไปที่ภาพของถนนหลวงที่มีรถราวิ่งขวักไขว่
“เขาชื่อม่อน เป็นรักแรกของกู”
โกลที่กำลังนั่งพับเสื้อใส่กระเป๋าเดินทางอยู่บนเตียง หยุดมือ หันไปมาโป้ง
“ก็เหมือนที่เคยเล่าให้ฟัง.. เขาก็คือเพื่อนร่วมทีมที่กูบอกว่ามีอะไรกับเขา” โป้งหันมา
ทั้งสองสบตากันอยู่ครู่
โกลหันไปหยิบกางเกงมาพับต่อ
“ขอบใจที่บอกตรงๆ..” โกลกล่าวเมื่อวางกางเกงใส่กระเป๋าของเขาแล้ว
“อย่างน้อยกูก็ได้รู้ว่าหน้าตาเขาเป็นอย่างนี้นะ.. ก็น่ารักดีนี่ เป็นจิตรกรด้วย”
โป้งมองหน้าโกลแล้วเดินมาใกล้
“เขาไม่ได้เล่นบอลแล้วนะ..” โป้งมองตาโกล “ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด ผู้ชายคนที่อยู่กับเขาขื่อเฟอร์นันโด เป็นแฟนของเขาหละมั้ง”
แล้วโป้งก็เอามือสองข้างจับที่แก้มทั้งสองของโกล
“โกล.. ม่อนคือรักแรกของกู พี่อรรถคือรักที่ประทับใจ แต่มึงคือรักปัจจุบัน.. แต่กูไม่รู้เหมือนกันว่าอนาคต กูจะมีใครอีกไหม หรือจะเปลี่ยนไปแค่ไหน.. แต่สำหรับวันนี้ ตอนนี้.. มึงคือรักปัจจุบัน และกูก็รักมึงที่สุดโกล.. กูไม่สัญญาว่าจะรักมึงมากแค่ไหน นานแค่ไหน.. หรือจะรักมึงเป็นคนสุดท้าย.. กูแค่จะพยายามรักษาความรักของกูตอนนี้ให้มึงไปเรื่อยๆ.. เรื่อยๆ.. นานที่สุดเท่าที่จะนานได้..ก็เท่านั้นเอง”
แล้วโป้งก็ค่อยจุมพิตลงบนริมผีปากของโกลอย่างนิ่มนวล..
โกลหลับตาลงตอบรับสัมผัสและการถ่ายทอดหัวใจผ่านการจูบที่แสนหวานของโป้ง..
AndyValentin
อนุบาล อนุบาล
Posts: 53
Joined: 16 Apr 2016 19:18

Previous