SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Travel, Art, Film and Literature
ท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง ไม่อ้างว้างเดินร่วมทางไปด้วยกัน
ผลงานศิลปะทุกแขนง จัดแจงให้พวกเราเข้าชื่นชม
ภาพยนตร์ รวมพลคนคอหนัง
ผลงานวรรณกรรม งานเขียนทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post14 Mar 2009 00:13

ขอโทษด้วยค่ะที่ไม่ได้แวะเข้ามาเขียนพูดคุยกับใครอย่างเป็นเรื่องเป็นราว แต่ก็ติดตามอ่านบอร์ดนี้อยู่เป็นประจำค่ะ

สาเหตุที่แวะเข้ามาวันนี้ เพราะต้องการจะบอกว่า ดิฉันขอจอง ประจัญพล วงษ์ดนตรี ในหนังเรื่อง "อนึ่ง คิดถึงผู้ชายเป็นอย่างยิ่ง" ค่ะ


I don't know if I am the only person who feels like this or not. In ANUENG KID TUENG PEN YANG YING (2009, Bhandit Rittakol, B+ ), I feel uncomfortable watching all the boys and girls playing pranks on the laborers. It's not a harmless prank, but their pranks can cause serious damages on the laborers' personal lives. And this film is not just a comedy in which we should not be serious too much about things happening. Since this film seems to make the viewers care for the boys and girls' feelings for their school, why does the film ignore the laborers' feelings?

I also have this kind of problem with BOONCHU 9 (2008, Bhandit Rittakol, B+/B). There's a long fight scene in this film in which the hero's group fight with the street kids/criminal gangs in order to save a criminal girl from being beaten up by this gang. This long fighting scene seems to make a lot of fun out of hurting these street kids. But I feel a little bit uncomfortable watching it. Somehow I wonder if it is fair or not that the film treats these street kids like this. Surely, we should fight these street kids to save the criminal girl, but does the film go too far? Is this the right attitude? Do these street kids get punished because they really did very bad things? Or do they get punished partly because they are just "supporting characters", not "main characters" like the criminal girl? Or partly because they are not as beautiful as the criminal girl? Or partly because they are not as lucky as the criminal girl to become friend with the hero's group?

The laborers and the street kids in these two films seem to be the opponents or the obstacles to the hero's groups. But are these opponents also human beings? And they are opponents to the hero's groups not because they are really bad persons, but just because they have to earn their living. Do the films present the right attitude towards these supporting characters?

If I remember it correctly, in ANUENG KID TUENG PEN YANG YING, the hero seems to say something which indicates that he does not understand the existence of homosexuality. Is this just an opinion of "a character"?

Anyway, I give this film B+, instead of B, because many actors in this film are cute, including:
http://www.nangdee.com/title/?movie_id=1835

Prajanpon Wongdontree
Image

Pichet Pradubchananurat
Image

Tibadin Suntudkar
Image
MdS
ประถม ประถม
Posts: 141
Joined: 31 Dec 2007 09:01

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post14 Mar 2009 12:01

พี่ MdS พูดถึง อนึ่ง กับ บุญชู ได้น่าสนใจมากครับ แทบจะร้องไห้ ตอนผมอ่าน
เพราะรู้สึกสงสารเหล่า "นักแสดงประกอบ" ทั้งในหนัง และในชีวตจริง :22:

ผมยังไม่ได้ดู อนึ่ง แต่ตอนดู บุญชู ก็ไม่ทันได้คิดถึงเรื่องนี้เท่าไหร่ อาจจะเพราะ เห็นว่า ฉากต่อสู้พวกนั้น
ก็เป็นไปในเชิงสนุกสนาน มากกว่าที่จะเอาให้ตายกันจริงจัง แถมพวกตัวเอก ก็ดูเซ่อๆซ่าๆมากกว่าจะเป็นมวยอะไร
พวกเหล่าตัวประกอบต่างหาก ที่ดูจะเก่งกาจ แล้วก็เอาเรื่องเอาราว
และภาพรวม การต่อสู้ทั้งหมด ก็ดูเหมือนเด็กๆเล่นสนุก ดูเหมือนจะเอ็นจอยกันทั้งสองฝ่าย

ยิ่งถ้าไปดูบุญชูภาคอื่นๆ ก็จะมีฉากต่อสู้ ที่กินเวลาเนิ่นนานเกินจำเป็นแบบนี้เสมอ
ก็เลยไม่ทันได้คิดถึง แง่มุมอื่นๆ ที่อาจจะตีความได้มากนัก
คิดแต่ว่า เป็นโจ้กต่อเนื่องตามสูตร ที่ไม่ได้มีความหมายอะไร

แต่ถ้าจะให้มอง "กว้าง" ไปกว่านั้นอีก ก็อาจจะมองเหมือนกันได้ว่า
หนังก็ทำให้เราเห็นว่า สุดท้าย ตัวละครทุกตัว ก็ดีชั่วพอๆกันนั่นแหละ
เพื่อจะเอาตัวรอด เราก็ต้องไปรังแกคนอื่นเหมือนกัน ไม่ได้ต่างกันเลย
สุดท้าย พวกพระเอก ก็เห็นแก่ตัว พอๆกันคนอื่นๆ
ผู้กำกับอาจจะคิด หรือไม่ได้คิดถึงจุดนี้ก็ได้ แต่มันก็มองได้เหมือนกัน
เพราะสุดท้าย ไอ้พวกนี้ ก็เด็กๆวัยรุ่น เด็กวัยรุ่น ก็ชอบทำอะไรไม่คิดแบบนี้ :33:
(จริงๆแล้ว วัยไหนๆ ก็ชอบทำอะไรไม่คิดเหมือนกันหมด)

ส่วนเรื่องผู้ชายนั้น เอาไว้ผมไปดูก่อน จะได้ตบตีแย่งชิงกันได้ถูกคนนะครับ :25: :20:
User avatar
Matt
ประถม ประถม
Posts: 281
Joined: 05 Jan 2008 02:18

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post16 Mar 2009 01:18

ดีคับ

เพิ่งได้ดูแวมไพร์ Twilight ทาง DVD

รู้สึกแปลกใจที่ตัวเองชอบหนังเรื่องนี้อ่ะ

แบบว่าชอบที่หนังมันเล่าเรื่องง่ายๆ บอกตรงๆ ไม่พยายามทำอะไรให้มันดูยิ่งใหญ่ ไม่ขายเอฟเฟ็กต์

ที่สำคัญคือชอบประเด็นความรักของคู่พระนาง คือมันดูโรแมนติกดี


พักหลังๆ มานี้ ผมดูหนังโรแมนติกแล้วไม่ค่อยจะมีอารมณ์กับหนังซะเลย

จะเป็นเพราะผมไม่อินกับความรักชายหญิงเหรอ... ก็ไม่น่าจะใช่

แค่เพียงรู้สึกว่ามันน่าเบื่อ เรื่องเดิมๆ น่ะครับ

ที่สำคัญตอนนี้ผมติดนิยาย Y อย่างมาก (นิยายเกย์จากพวกเว็บ thaiboylove อะไรแบบนี้อ่ะครับ)

คือถ้าผมไม่ใช่เกย์นะ พูดกันแบบไม่ลำเอียงก็คือ ผมคิดว่า นิยาย Y มันสนุกกว่านิยายชายหญิงอ่ะ

เพราะความรักในนิยาย Y มันมีอุปสรรค์ใหม่ๆ ที่ความรักชายหญิงไม่มี

คืออ่านไปแล้วลุ้นว่า เฮ้ย... มันมีปัญหานี้ด้วยเหรอว่ะ

แถมเรื่องเกย์ในสังคมสมัยนี้มันเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่ต้องมาปกปิดกันอีกแล้ว มันจึงมีแง่มุมใหม่ๆ มาเล่าได้อย่างสนุกสนาน


ที่นี้... ตอนที่ผมดู Twilight ทำไมผมถึงรู้สึกเหมือนกำลังอ่านนิยาย Y ยังไงก็ไม่รู้ เหอๆ -_-"

อาจเป็นเพราะว่า ในเรื่องน่ะ มันต้องเป็นรักที่ต้องปิดๆ ซ่อนๆ มั้ง

แล้วนางเอกในเรื่อง ก็ดื้อรั้น มั่นใจ จนเหมือนผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

ดู Twilight ไปก็เลยเคลิ้มไปว่ากำลังอ่านนิยาย Y ซะงั้น


-_-"


ปล. ตอนนี้หน้าลิโด้มีขาย DVD หนังเก่าด้วยล่ะครับ หลายเรื่องเยอะมาก ทั้งหนังเก่า หนังใหม่

คราวก่อนผมไปได้ The English Patient แบบไม่เซ็นเซอร์มา

คราวนี้ผมได้ The Great Expectation เวอร์ชั่น กวินเน็ท + อีธาน ฮอร์ค มา

ตอนเด็กๆ ผมเคยคิดว่า อีธาน ฮอร์ค เป็นผู้ชายที่หล่อที่สุดในโลก และกวินเน็ท เป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกเช่นกัน

ทำให้การดูหนังเรื่องนี้ เป็นอะไรที่บันเทิงสุดยอดมากๆๆๆๆ

พอมาดูตอนนี้ ตอนที่รสนิยมอะไรๆ ได้เปลี่ยนไปเยอะแล้ว ความรู้สึกที่เปลี่ยนไปก็คือ

ทำไม... กวินเน็ท ยังสวยเหมือนเดิม แต่อีธาน เอ่อ... ไม่มีเสน่ห์เอาซะเลย

-_-"
paaae
ประถม ประถม
Posts: 196
Joined: 24 Jan 2008 20:29

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post16 Mar 2009 01:50

OMG!!!

วันนี้ เพิ่งจัดห้องรับแขกใหม่ครับ โดยเอาโต๊ะที่ตั้งไว้หัวมุมและไม่ได้ใช้แล้ว เอามาทำเป็นโต๊ะกินข้าว ติดหน้าต่าง apartment และตอนนี้ ก็เลยมานั่งเล่นคอมตรงนี้ มีแสงเข้าจากด้านนอกโดยไม่ต้องเปิดใหม่ ชอบจริงๆ วันนี้เลยเป็นอีกวันที่รู้สึกว่ารักแสงแดดอย่างมากๆๆๆ

แต่ที่พระเจ้าช่วยก็คือ ได้อ่านข้อความของพี่ Mds แล้วชอบมากๆๆๆๆ เช่นกัน ตอนดูบุญชู 9 ผมก็ไม่ได้คิดอะไรถึงตรงนี้เลย แค่ปล่อยตัวเองไปตามความสนุกสนานของหนัง ผมก็ไม่ได้ชอบมากๆๆๆ แต่ก็รู้สึกสนุกมากเหมือนกันกับมัน ผมจำได้ว่า สิ่งที่ผมไม่ชอบเลยในเรื่องบุญชู คือ ไม่ชอบดารานำที่เป็น criminal girl ที่พี่ MDS พูดถึง กับน้องเล็กๆ ของเธอ ผมคิดว่า มันง่ายขนาดนั้นเลยที่จะเชื่อใจว่า เด็กที่ชั่วๆมานานแสนนานจะกลับกลายใจได้เร็วขนาดนี้ และผมก็ไม่ชอบที่หนังทำให้เด็กเล็กๆสองคนนั้นมาเป็นเด็กใจแตกในหนังแบบนี้ ผมกลัวเหลือเกินว่าเด็กทั้งสองเมื่อโตขึ้นในชีวิตจะเป็นยังไง แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องดาราประกอบที่พี่ Mds ว่าไว้ น่าสนใจอย่างยิ่งยวด

นอกจากนี้ ผมยังเห็นด้วยกับคุณ paaeee ที่ว่า Ethan Hawke ทำไมช่าง....(เฮ้อ) ได้ขนาดนี้ :|
ZM.
ประถม ประถม
Posts: 196
Joined: 31 Dec 2007 11:34

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post17 Mar 2009 22:02

This is my comment in Screenout webboard:
viewtopic.php?f=5&t=79&start=575

ขอบคุณน้อง Matt และน้อง ZM มากค่ะที่มาแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องบุญชู 9 :20:

เห็นน้อง PAAAAE พูดถึงกวิเน็ธแล้ว ก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่าอยากดูเรื่อง TWO LOVERS (2008, James Gray) มากพอสมควร เพราะเห็นบางคนตั้งข้อสังเกตว่ากวิเน็ธเล่นหนังเรื่องนี้ได้น่าสนใจมากๆ
http://elusivelucidity.blogspot.com/200 ... table.html

พูดถึง TWILIGHT ไม่รู้น้อง Paaae ได้อ่านที่โอลิเวอร์เขียนถึง TWILIGHT แล้วหรือยัง เขาเขียนได้น่าสนใจดีเหมือนกันค่ะ
http://riverdale-dreams.blogspot.com/20 ... -post.html
http://riverdale-dreams.blogspot.com/20 ... st_30.html

แต่ในหนังเรื่อง TWILIGHT นี้ ไม่รู้มีใครดูแล้วรู้สึกเหมือนดิฉันบ้างหรือเปล่า ว่าดิฉันชอบ “พ่อนางเอก” มากกว่า “พระเอก” ซะอีก ในหนังเรื่องนี้ดิฉันชอบ Kellan Lutz (Emmette Cullen) กับ Billy Burke (Charlie Swan) มากที่สุดค่ะ ส่วน Robert Pattinson นั้น ดิฉันรู้สึกว่าเขาดูไม่ค่อยมี sex appeal มากนัก

Kellan Lutz
Image

Billy Burke
Image
MdS
ประถม ประถม
Posts: 141
Joined: 31 Dec 2007 09:01

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post19 Mar 2009 00:17

ขอบคุณพี่ MdS สำหรับบทวิจารณ์หนัง Twilight ของพี่โอลิเวอร์ฮะ

เพราะทำให้ผมรู้เสียทีว่า สิ่งที่ตัวเองกำลังเป็นอยู่ ในทางจิตวิทยาเขาเรียกันกว่า Cinderella Complex นั่นเอง

เอิ๊กๆ

อีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับหนังเรื่อง Twilight คับ ก็คือ ผมชอบเพลง Flightless Brid, American Mouth มากกกก ก็เลยพยายามหาความหมายของเพลงนี้ ซึ่งก็ไปเจอเข้าในเว็บ Dek-D
ที่สำคัญในตอนท้ายของคำแปลนั้น เขาลงชื่อผู้แปลว่า MdS ล่ะ ผมก็เลยสงสัยว่า จะเป็นพี่ MdS หรือเปล่า ซึ่งอยากบอกว่าเนื้อหาคำแปลนั้นแปลได้จับใจมากๆ

ปล.
ถ้าบอร์ดแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์จริง ไม่ว่าจะขอจองผู้ชายคนไหนก็จะได้สมดังใจปรารถนา
ดังนั้นผมขอแจ้งให้พี่ๆ ทุกท่านทราบอย่างพร้อมเพียงกันว่า ผมขอจอง คณิน บัดติยา จากหนังเรื่อง ม.3 ปี 4 เรารักนาย

Image

Image

ถึงแม้หนังจะเข้าอีกประมาณหนึ่งเดือนข้างหน้า แต่ผมก็ขอจองตั้งแต่วันนี้ เพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์ที่ผมพึงได้ (เหรอออออออ)

-_-"

:11:
paaae
ประถม ประถม
Posts: 196
Joined: 24 Jan 2008 20:29

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post19 Mar 2009 13:55

ถ้าน้อง paaae ชอบ Iron and Wine พี่ขอแนะนำซาวด์แทร็ก In Good Company ซึ่งมีเพลงของเขาประกอบอยู่สามเพลง เพลงโปรดของพี่ คือ Naked as We Came ส่วนอีกสองเพลง คือ Sunset Soon Forgotten และ The Trapeze Swinger จริงๆ เพลงอื่นๆ ในหนังเรื่องนี้ก็ดีหมดเลย ชอบรสนิยมในการฟังเพลงของผู้กำกับคนนี้จัง

จำได้ว่าในหนังมีเพลง Cannonball ของ เดเมี่ยน ไรซ์ ใช้ประกอบอยู่ด้วย แต่ปรากฏว่าเพลงนี้ไม่อยู่ในอัลบั้มซาวด์แทร็ก

สำหรับผู้ชาย ขอจองคนนี้ละกัน หล่อถูกใจ สมบูรณ์ เพอร์เฟ็กต์ หลังๆ รู้สึกว่า Stage จะหานายแบบได้เวิร์กมั่กๆ :10:

Image
Image
Image
Image
oliver
อนุบาล อนุบาล
Posts: 39
Joined: 06 Jan 2008 11:01

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post19 Mar 2009 21:58

ตอบน้อง paaae

ไม่ใช่จ้า พี่ไม่ได้แปลเนื้อเพลงนั้น พึ่งรู้นะเนี่ยว่ามีคนใช้นามปากกาซ้ำกันด้วย

ตอบ OLIVER

นายแบบ STAGE น่ารักดีจัง เสียดายที่เขาได้ตกเป็นสามีของโอลิเวอร์ไปซะแล้ว :greez:
MdS
ประถม ประถม
Posts: 141
Joined: 31 Dec 2007 09:01

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post22 Mar 2009 04:15

สาวกแฟนคลับ Robert Pattinson ดีใจกับหนังเรื่องใหม่ ใส่ความ Sex - y เข้าไป กับ Little Ashes

http://www.apple.com/trailers/independent/littleashes/
ZM.
ประถม ประถม
Posts: 196
Joined: 31 Dec 2007 11:34

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post23 Mar 2009 00:07

ถึงพี่โอลิเวอร์คับ ฟัง Naked as We Came แล้วชอบอ่ะ โดยเฉพาะเอ็มวี น่ารักดี

วันนี้ก็เลยเปิดฟังเพลงแนวนี้ทั้งวันเลย ไม่ได้ฟังแนวนี้มานานแล้ว เพราะพักหลังๆ นี้ฟังแต่ Britney Spears เอิ๊กๆ

แล้วก็ชอบ Cannonball เหมือนกันครับ

ถึงพี่ ZM ดูไตเติ้ล Little Ashes ตามลิงค์แล้ว กลับชอบผู้ชายอีกคนนึงอ่ะ ที่เล่นคู่กัน สำหรับ Robert Pattinson นั้นไม่เหมาะกับผมแสกกลางอย่างแรง


วันนี้ไปดู สลัมด็อก มิลเลี่ยนแนร์ มา เป็นหนังดีที่ครบสูตรเลย แต่ส่วนตัวผมรู้สึกเฉยๆ ฮะ ไม่ค่อยอินเท่าไหร่ คือรู้สึกว่าบางฉาก เทคนิคในการดำเนินเรื่องมันผลักผมออกมา ไม่ให้อินกับหนังน่ะคับ ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องของรสนิยมล้วนๆ

ตอนเย็นๆ ก็เช่า The day the earth stood still มาดู รู้สึกเสียดายจังเลย คือหนังมันมีองค์ประกอบที่เอื้อต่อการเป็นหนังที่ดีได้เยอะมากกกกกกกกก แต่ทำไมมันทำออกมาแบบนี้ก็ไม่รู้ รู้สึกว่าบทของหนังเรื่องนี้มีปัญหาอย่างรุนแรง
paaae
ประถม ประถม
Posts: 196
Joined: 24 Jan 2008 20:29

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post24 Mar 2009 12:49

วันนี้มีความสุขมากเลยครับ

วันนี้ทำงานดึก ก็เลยขับรถออกไปซื้อ pizza มาทานที่ office ตอนแรกก็คิดว่าโทรสั่งดีกว่า แต่มันแพงกว่าเยอะ ออกไปเอาก็ได้ แม้จะเสียค่าน้ำมันกับเวลาก็ตาม ขากลับก็เลยแวะ drive thru starbucks ซื้อกาแฟ 2 แก้วให้ตัวเองกับเจ้านาย

เรื่องดีก็เกิดขึ้น ไม่ได้เจอหนุ่มน้อยหน้าตาดีที่ไหนนะครับ แต่เป็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ มายืนหน้าเค้าท์เตอร์เก็บเงิน ส่งกระดาษมาให้ใบนึง เราก็คิดว่า คงมาขายของ เหมือน กลุ่ม boy scout girl scout ทั่วไป ก็กะว่าจะซื้อ แต่ผิดคาด เด็กคนนี้บอกว่า เนี่ยขอให้พี่ไปทำความดีต่อไป แล้วส่งต่อกระดาษไปเรื่อย เหมือน pay it forward อ่ะครับ วันนี้ ทางกลุ่ม cub scout จะออกค่ากาแฟให้ผมเอง ผมงี้ อึ้งไปเลย น่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เป็นอะไรที่ดีมาก ที่เกิดขึ้นในวันนี้

ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ อะไรก็ตามที่ทำให้ผมเจอสิ่งดีๆ อย่างงี้.....ประทับใจจริงๆ จนต้องเอามาเล่าให้ฟัง
ZM.
ประถม ประถม
Posts: 196
Joined: 31 Dec 2007 11:34

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post24 Mar 2009 21:41

ZM. wrote:วันนี้มีความสุขมากเลยครับ

วันนี้ทำงานดึก ก็เลยขับรถออกไปซื้อ pizza มาทานที่ office ตอนแรกก็คิดว่าโทรสั่งดีกว่า แต่มันแพงกว่าเยอะ ออกไปเอาก็ได้ แม้จะเสียค่าน้ำมันกับเวลาก็ตาม ขากลับก็เลยแวะ drive thru starbucks ซื้อกาแฟ 2 แก้วให้ตัวเองกับเจ้านาย

เรื่องดีก็เกิดขึ้น ไม่ได้เจอหนุ่มน้อยหน้าตาดีที่ไหนนะครับ แต่เป็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ มายืนหน้าเค้าท์เตอร์เก็บเงิน ส่งกระดาษมาให้ใบนึง เราก็คิดว่า คงมาขายของ เหมือน กลุ่ม boy scout girl scout ทั่วไป ก็กะว่าจะซื้อ แต่ผิดคาด เด็กคนนี้บอกว่า เนี่ยขอให้พี่ไปทำความดีต่อไป แล้วส่งต่อกระดาษไปเรื่อย เหมือน pay it forward อ่ะครับ วันนี้ ทางกลุ่ม cub scout จะออกค่ากาแฟให้ผมเอง ผมงี้ อึ้งไปเลย น่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เป็นอะไรที่ดีมาก ที่เกิดขึ้นในวันนี้

ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ อะไรก็ตามที่ทำให้ผมเจอสิ่งดีๆ อย่างงี้.....ประทับใจจริงๆ จนต้องเอามาเล่าให้ฟัง



คุณ ZM ครับ ผมไม่ได้มาตีรวนนะครับ เพียงแต่อยากจะรู้รายละเอียดว่า ค่ากาแฟซึ่งน่าจะไม่น้อยเมื่อเทียบกับเด็กที่ยังไม่มีรายได้ เขาเอาเงินส่วนไหนมาจ่ายครับ แล้วนอกจากความภาคภูมิใจและอิ่มอกอิ่มใจที่น้องเขาได้รับจากการทำความดี มันยังมีอะไรที่เขาได้รับบ้างมั้ยครับ ที่ถามไม่ใช่จะมองแง่ร้ายแต่อยากให้เจตนาของการทำดีเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมีเหตุมีผล เพื่อให้สังคมของเราน่าอยู่ขึ้นอย่างยั่งยืนนะครับ (ขออภัยถ้าทำให้ขุ่นเคืองครับ) :geek:
::: Circle of Life :::
User avatar
Lance
ประถม ประถม
Posts: 272
Joined: 02 Mar 2009 23:22
Location: Bkk Metropolis

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post25 Mar 2009 09:29

ไม่เป็นครับคุณ Lance ไม่ขุ่นเคืองแน่นอนครับ จริงๆที่ยกมาก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจเหมือนกันครับ

จริงๆ ตอนที่เล่าเรื่องก็เขียนข้อความบางอย่างไว้ในวงเล็บเหมือนกันครับ แต่ว่าลบทิ้งไปก่อน ผมอาจจะลืมบอกไปครับว่า เด็กคนนี้มาจาก CUB Scout ครับ คงเป็นชมรมลูกเสือประมาณนั้น ที่นี่ ชมรมลูกเสือเยอะมากๆ มีทุกโรงเรียน โดยปกติจะแบบว่าขายของขายคุ้กกี้ ส่วนใหญ่จะขายผ่านผู้ปกครอง แล้วผู้ปกครองก็เอาไปบอกต่อๆกัน ตามเพื่อนที่ทำงาน เค้าก็ซื้อๆกัน หรือไม่ก็ไปขายตามหน้า supermarket ครับ คนที่เดินผ่านไปผ่านมา ก็ซื้อๆกันไป คุ้กกี้อาจจะแพงสักหน่อย ประมาณ 4-5 เหรียญครับ เงินที่ได้มาก็เอาไปทำกิจกรรมครับ

ที่ผมเขียนไว้แล้วลบทิ้งไปก็คือ เงินที่เอามาจ่ายค่ากาแฟให้ผมคงเป็นเงินของคลับ หรือไม่ก็ทางคลับคงได้รับความร่วมมือจาก Starbucks ในการทำกิจกรรมเช่นนี้ครับ คงไม่ใช่เงินของเด็กน้อยคนนี้เองแต่อย่างใดครับ

ที่นี้ถ้ามาคิดอีกที แล้วมันจะดีหรือเด็กน้อยใช้จ่ายเงินของคลับโดยการเอาเงินมาซื้อกาแฟให้ผม หรือ คนอื่นๆได้ทาน ซึ่งกาแฟก็ไม่ใช่ว่าจะถูกๆ ต่อไปนี้ความเห็นส่วนตัวนะครับ ไม่ทราบว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรบ้าง การซื้อกาแฟให้คนอื่นทาน อาจจะไม่ได้เรียกว่าเป็นความดีหรอกครับ ในกระดาษใบนั้นเค้าคล้ายๆเขียนว่า kindness ในที่นี้ผมคงจะคิดไปในทาง การสร้างความสุขมากกว่าให้กับคนอื่น การซื้อกาแฟให้ผม ก็คงเหมือนกับว่าทำให้ผมมีความสุข เมื่อผมยิ้ม say thank you กลับ ก็อาจจะทำให้ผู้ให้มีความสุขได้เช่นกัน และยิ่งถ้าการซื้อกาแฟให้จะทำให้ผมไปสร้างความสุขต่อให้กับผู้อื่นด้วยแล้ว ก็อาจจะทำให้เด็กมีความสุขเข้าไปใหญ่

มันมีอีกประเด็นนึงคือ แล้วทำไม ไม่เอาเงินนี้ ไปทำอย่างอื่น เช่น ซื้ออาหารให้คนจน หรือบริจาคมูลนิธิ เป็นต้น แทนที่จะมาซื้อกาแฟให้คนมีเงินซื้อกาแฟดื่ม อันนี้ผมว่ามันไม่ค่อยจะสำคัญเท่าไหร่ ผมคิดว่าการซื้ออาหารให้คนจน หรือบริจาคมูลนิธิ หรือการซื้อกาแฟให้คนมีเงินซื้อกาแฟดื่ม มีค่าเท่ากัน เพราะมันคงทำให้ผู้รับมีความสุขได้เท่ากัน

ทีนี้ผมจะลองสรุปตอบคำถามของคุณ Lance ข้างล่างนะครับ (และแน่นอนว่าคำตอบของผมเป็นความคิดผมเท่านั้นครับ ไม่สามารถหาเครื่องมือมาวัดความถูกต้องได้นะครับ)

เขาเอาเงินส่วนไหนมาจ่ายครับ - อย่างที่กล่าวไว้ เดาเอาว่า น่าจะมาจากทาง club หรือ starbucks อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าถ้า ณ ขณะนั้นที่ผมได้รับ การรับนั้นน่าจะเป็นการรับการให้ด้วยสุจริต อันนี้ผมไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ว่าเด็กคนนี้จะได้เงินมาได้อย่างไร ในกรณีนี้ ผมเห็นว่าเด็กคนนี้อยู่ในร้าน starbucks พนักงาน cashier เดินพามาคุยกับผม เด็กมาจาก cub scout อันนี้โอเคละ แต่ถ้าแบบว่า (กรณีชัดเจนไปหน่อย) มีเด็กผู้หญิงคนนึง แต่งตัวซ่อมซ่อ ขาดหลุดลุ่ย ถือเงินมาซื้อกาแฟให้ผม อันนี้ผมอาจจะฉุกคิดนิดนึง แล้วคงคิดว่าการรับนั้นไม่น่าจะดีเท่าไหร่ ก็อาจจะไม่รับ ผมคิดว่าส่วนนี้ทุกๆคนคงทำการพิจารณาก่อนรับเช่นกัน ถ้าอันไหนเห็นว่าไม่สมควร ก็ไม่ควรจะรับครับ

แล้วนอกจากความภาคภูมิใจและอิ่มอกอิ่มใจที่น้องเขาได้รับจากการทำความดี มันยังมีอะไรที่เขาได้รับบ้างมั้ยครับ - อันนี้ อาจจะตอบยากมากๆเลยครับ ผมไม่รู้เหมือนกันว่าจะตอบอย่างไร แต่ผมคิดว่า ไม่ว่าจะมีอย่างอื่นหรือไม่ ผมคิดว่ามันก็คงเพียงพอแล้วล่ะครับ สำหรับการสร้างความสุขให้กับผู้อื่นในครั้งนี้ เหมือนกับว่า สมมติว่า ผมได้พาคนแก่เดินข้ามถนน ผมก็คงพอใจแล้วกับความภาคภูมิใจและอิ่มอกอิ่มใจที่ผมจะได้รับที่ผมได้ช่วยพาคนแก่ข้ามถนน ผมคงไม่ได้หวังว่าจะมีคนมาเห็นแล้วเอาไปทำเป็นแบบอย่าง (ซึ่งถ้าเกิดก็คงดี ต่อยอดกันไป เหมือนการการที่ผมได้รับกาแฟและผมไปทำดีต่อให้คนอื่น) หรือถ้าผมไม่พาคนแก่ข้ามถนน คนแก่นั้นอาจโดนรถชนตาย อะไรเงี้ยอ่ะครับ

ไม่รู้ว่าผมบอกรายละเอียดเพิ่มเติมลงมาแล้ว เพื่อนๆ และคุณ Lance จะตัดสินใจอย่างไร ผมสมมุติว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เพื่อนๆ จะตัดสินใจรับกาแฟหรือไม่รับกาแฟ แล้วถ้ารับกาแฟหรือไม่รับแล้ว จะรู้สึกอย่างไรกันบ้าง อยากรู้จริงๆนะครับ ว่าเพื่อนๆในที่นี้จะคิดกันอย่างไร เผื่อมันจะมีประเด็นใหม่ๆ ที่ผมคิดไม่ถึง มาให้ได้ขบคิดกันต่อ แบบ "อ้อ!! เออ จริงด้วย ทำไมผมไม่คิดถึงจุดนี้" เป็นการต่อยอดความคิดกันต่อๆไปนะครับ

สุดท้ายผมขอออกตัวไว้ก่อน ฮ่าๆๆๆ ว่าถ้าผมเขียนอะไรดูรุนแรง อย่าถือสานะครับ คนเขียนเองเวลาอ่านทวนบางทีมันไม่รู้ว่า เฮ้ย เขียนแบบนี้ได้ไง อะไรเงี้ยนะครับ เอาเป็นว่า แชร์ไอเดียกันละกันนะครับ

Lance wrote:
ZM. wrote:วันนี้มีความสุขมากเลยครับ

วันนี้ทำงานดึก ก็เลยขับรถออกไปซื้อ pizza มาทานที่ office ตอนแรกก็คิดว่าโทรสั่งดีกว่า แต่มันแพงกว่าเยอะ ออกไปเอาก็ได้ แม้จะเสียค่าน้ำมันกับเวลาก็ตาม ขากลับก็เลยแวะ drive thru starbucks ซื้อกาแฟ 2 แก้วให้ตัวเองกับเจ้านาย

เรื่องดีก็เกิดขึ้น ไม่ได้เจอหนุ่มน้อยหน้าตาดีที่ไหนนะครับ แต่เป็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ มายืนหน้าเค้าท์เตอร์เก็บเงิน ส่งกระดาษมาให้ใบนึง เราก็คิดว่า คงมาขายของ เหมือน กลุ่ม boy scout girl scout ทั่วไป ก็กะว่าจะซื้อ แต่ผิดคาด เด็กคนนี้บอกว่า เนี่ยขอให้พี่ไปทำความดีต่อไป แล้วส่งต่อกระดาษไปเรื่อย เหมือน pay it forward อ่ะครับ วันนี้ ทางกลุ่ม cub scout จะออกค่ากาแฟให้ผมเอง ผมงี้ อึ้งไปเลย น่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เป็นอะไรที่ดีมาก ที่เกิดขึ้นในวันนี้

ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ อะไรก็ตามที่ทำให้ผมเจอสิ่งดีๆ อย่างงี้.....ประทับใจจริงๆ จนต้องเอามาเล่าให้ฟัง



คุณ ZM ครับ ผมไม่ได้มาตีรวนนะครับ เพียงแต่อยากจะรู้รายละเอียดว่า ค่ากาแฟซึ่งน่าจะไม่น้อยเมื่อเทียบกับเด็กที่ยังไม่มีรายได้ เขาเอาเงินส่วนไหนมาจ่ายครับ แล้วนอกจากความภาคภูมิใจและอิ่มอกอิ่มใจที่น้องเขาได้รับจากการทำความดี มันยังมีอะไรที่เขาได้รับบ้างมั้ยครับ ที่ถามไม่ใช่จะมองแง่ร้ายแต่อยากให้เจตนาของการทำดีเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมีเหตุมีผล เพื่อให้สังคมของเราน่าอยู่ขึ้นอย่างยั่งยืนนะครับ (ขออภัยถ้าทำให้ขุ่นเคืองครับ) :geek:
ZM.
ประถม ประถม
Posts: 196
Joined: 31 Dec 2007 11:34

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post25 Mar 2009 09:49

เมื่อวันก่อนผมได้ดู Duplicity (A+) ครับ ที่ A+ ชัดเจนครับว่าเพราะ Julia Roberts ผมว่าเธอสวยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จนทำให้ตอนดูฉากเปลือยในหนังมันทำให้ผมคิดว่า ถ้าผมจะมี Sex กับผู้หญิงสักคน ผมคงไม่ปฎิเสธเธอแน่ๆ สวยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ My God มีสเน่ห์สุดๆ

Knowing (C+) ถ้าไม่ได้ตอนจบ ผมคงสับเรื่องนี้เละเป็นแน่
The Class (A+)
Spanglish (A+) Surprise มากๆ ตอนที่ได้ดูเรื่องนี้ เพราะรู้สึกว่า Adam Sandler เล่นดีเกินไป ฮ่าๆๆๆๆ
ZM.
ประถม ประถม
Posts: 196
Joined: 31 Dec 2007 11:34

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post26 Mar 2009 09:41

เห็นกิ๊กของโอลิเวอร์แล้ว แบบนี้ต้องออกแรงแย่งชิงกันหน่อย
น่ากินอยู่นะนั้น 5555 ผิวขาวได้ใจดีจริงๆ

เมื่อวานเพิ่งได้ดูหนังเรื่อง Pink Flamingoes
ไม่รู้ว่าสกรีนเอ๊าท์เคยเขียนถึงเรื่องนี้หรือเปล่า ถ้าเคยผมอาจจะพลาดเลยไม่ได้อ่าน
หนังจิตสุดๆ ทุกอย่างของความเพี๊ยนและหลุดโลกรวมไว้เกือบครบ
ยิ่งฉากจบ ดูแล้วจาอ๊วกกกกกก :15:

บายครับ
:badz:

Image
เมื่อคนสองคนต่างมีใจถึงกัน
จะไม่คำนึงถึงความยิ่งใหญ่หรือต่ำต้อยของคนรัก
เพราะความรักทำให้คนใจกว้างขึ้น


Image
User avatar
Tarence
Site Admin Site Admin
Posts: 1585
Joined: 30 Dec 2007 09:21

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post29 Mar 2009 13:44

วันนี้ไปนั่งเล่นบ้านเพื่อนมาครับ แล้วมีน้องผู้หญิงคนนึง เปิด you tube พวกรายการของเกาหลีให้ดูครับ พวก Star King อะไรเงี้ย มี นิชคุณ ด้วยครับ ได้ยินว่า แอบดังอยู่เหมือนกัน ประเด็นก็คือ เดี๋ยวนี้ พวกเกาหลี นิยมกระแสวายกันมากๆ พวกบอยแบนด์จะแบบเป็นคู่กันเอง น้องคนนี้บอกว่า ถ้าเป็นเกย์จริงๆ จะแบบว่ารับไม่ได้กัน แต่เป็นแบบกุ๊กกิ๊กวายๆ กอดกัน แก้มชนกัน ปากจะติดกันอยู่แล้ว จะกรี๊ดกร๊าดมากมาย ผมล่ะงงจริงๆ ฮ่าๆๆๆๆ
ZM.
ประถม ประถม
Posts: 196
Joined: 31 Dec 2007 11:34

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post01 Apr 2009 18:45

แหะๆ ไปดู The Class มาแล้วครับ ชอบมากมาย ประชาธิปไตยในห้องเรียนจริงๆ ดูแล้วเหมือนกลไกอะไรสักอย่างที่มีอยู่ในสังคมจริงๆ ดูไปยิ้มไป บางทีก็หัวเราะให้กับเรื่องบางเรื่องที่เราไม่เคยนึกถึง (โดนเด็กด่านั่นเอง) สมแล้วล่ะที่ได้ปาล์มทองคำ ว่าถึงรางวัลงานเมืองคานส์ปีนี้ก็กำลังคัดหนังกันอยู่ อยากรู้จังใครจะได้รางวัลปีนี้บ้าง ปีที่แล้วก็ดูไปเยอะเลย หวังว่าปีนี้คงจะได้ดูอีกนะคับ ^O^
ป.ล. ลืมหนังออสการ์ไปเรื่องนึงลืมไปได้ไงไม่รู้ เดี๋ยวต้องรีบไปดูและกะลังจะออกอ่ะคับ เรื่อง Bolt อ่ะ งงไปเลย เหอะๆ
User avatar
arc_uno07
อนุบาล อนุบาล
Posts: 25
Joined: 28 Feb 2009 12:25

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post01 Apr 2009 21:25

ผู้ชายของพี่ oliver นี่ท่าทาง มีคิวเรียงตบแย่งกันอยู่หลายคน ผมขอเป็นหนึ่งในนั้น!

ฟังเรื่อง ZM แล้วรู้สึกถึงบรรยากาศเก่าๆตอนตัวเอง ชอบไปนั่งอ่านหนังสือที่ starbucks ตอนอยู่ที่โน่นเหมือนกัน
เพราะพอมาอยู่เมืองไทย ไม่สามารถทำได้แล้ว เพราะมันแพงเหลือเกิน!!! ตอนอยู่ที่โน่น เทียบกับค่าเงินแล้ว มันไม่ได้แพงเท่าไหร่
มาอยู่ที่นี่ เข้าแล้วจะคันๆ นั่งไม่สบายตูดเท่าไหร่ แถมอยู่ที่โน้น เวลาไปกับเพื่อน เพื่อนชอบแย่งจ่ายให้ด้วย ... เฮ้อ วัยหวาน...

ดีใจที่ arc_uno07 ชอบ The Class ครับ แล้วก็แนะนำให้ไปดู Bolt นะครับ ผมดูแล้วก็มีความสุขมาก
เป็นความสุขในแบบที่พูดไม่ถูกเหมือนกัน มันไม่ใช่หนังที่ดีมากมายอะไร แต่มันดูแล้วมีความสุข
ผมไม่ได้มีความสุขกับหนังการ์ตูนธรรมดาๆน่ารักๆแบบนี้ จนอยากไปดูอีกรอบในโรงมานานมากแล้ว :29:

ช่วงนี้ผมดูหนังดีวีดีเรื่องไหน แล้วเป็นหลับตลอดเลย :38:
แต่เพิ่งได้ดู OASIS หนังเกาหลี ที่ไม่หลับ รอดมาได้
หนังไม่ใช่อย่างที่ผมคิด ทึ่งกับคนทำมาก ขอกราบ ผกก ชาง ดอง ลี :satoo:
User avatar
Matt
ประถม ประถม
Posts: 281
Joined: 05 Jan 2008 02:18

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post01 Apr 2009 22:13

พี่ ZM พูดถึง Spanglish แล้ว นึกถึง Téa Leoni

ผมชอบ Téa มาก จากเรื่อง The Family Man ที่เล่นคูกับนิโคลัส เคจ

ในเรื่องนั้นเธอดูสดใสมาก จนผมคิดว่าเธออาจจะเป็น เม็ก ไรอัน คนต่อไป

แต่หลังจากแสดงเรื่อง The Family Man แล้ว เธอก็ไม่มีผลงานอะไรที่โดดเด่นเลย

พอมาดู Spanglish อีกที โอ้ว... ชีกลายเป็นคุณป้าไปแล้ว

เสียดายๆ
paaae
ประถม ประถม
Posts: 196
Joined: 24 Jan 2008 20:29

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post02 Apr 2009 12:12

พอพูดถึง Tea Leoni แล้ว ทำให้ผมรู้สึกถึง Jurassic Park ภาค 3 ทุกที ผมว่าเธอเป็นคนสวยทีเดียวเลยนะครับ จำได้ว่า ผมไม่ค่อยรู้จักเธอมาก่อนเท่าไหร่ พอมาได้ดู JP3 ก็รู้สึกแปลกใจหน่อย ว่าทำไมเธอถึงได้รับบทเด่นจัง

เมื่อวันก่อนได้ดู Sunshine Cleaning (A+) มา รู้สึกชอบมาก แต่ไม่ได้มากๆๆๆ อย่างที่หวังไว้ สงสัยคงเพราะชอบมากๆๆๆ ไปตั้งแต่ดู Trailer แล้ว ดูเรื่องนี้ ทำให้ชอบ Amy Adams มากขึ้น และรัก Emily Blunt มากขึ้นมากๆๆๆๆๆ ผมชอบ Emily Blunt มากๆ รู้สึกว่าเธอเป็นผู้หญิง cool ดี ยังจำท่าที่เดินดีดนิ้วไล่ Ann ให้ไปหา Meryl ใน The Devil Wears Prada ได้เสมอ ฉากนั้น เธอฮิปจริงๆ :31:
ZM.
ประถม ประถม
Posts: 196
Joined: 31 Dec 2007 11:34

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post12 Apr 2009 09:53

สุขสันต์เทศกาลสงกรานต์ นะคร๊าบบบบ

หยุดสงกรานต์ปีนี้ ผมก็อยู่กะบ้าน และทำงานอีกแล้ว

หาเวลาว่างไปประกวดเทพีสงกรานต์ไม่ได้เลย

:15:


ช่วงนี้ ดวงสมพงษ์กับการซื้อ DVD มาดูที่บ้านอย่างรุนแรง

อาทิตย์ก่อน อยู่ดีๆ ก็นึกอยากดู Cafe Lumiere อีกรอบ วันรุ่งขึ้นก็ไปเดินเล่นที่สยาม ไม่คาดคิดว่าจะเจอ DVD เรื่องนี้โดยบังเอิญ เลยสอยมาซะ

วานก่อน อยู่ดีๆ ก็อยากดู Sprited Away ขึ้นมา แล้ววันต่อมาก็ไปเดินที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว ก็เห็น DVD เรื่องนี้วางขายอีก ดวงคนมันจะเสียเงินอ่ะ อะไรก็ห้ามไม่อยู่

หยุดยาวคราวนี้ เลยทำงานอยู่บ้าน + ดู DVD เพลินๆ ทั้งวัน
paaae
ประถม ประถม
Posts: 196
Joined: 24 Jan 2008 20:29

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post12 Apr 2009 20:01

ตอบน้อง PAAAE

ช่วงสงกรานต์นี้ พี่ก็กะอยู่บ้านดูทีวี+ดีวีดีเหมือนกันค่ะ เพิ่งดูหนังทีวีไป 3 เรื่อง ซึ่งก็คือ

1.SICKO (2007, Michael Moore, USA, documentary, A+)

ดูแล้วทำให้รู้สึกว่าระบบ universal health care เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากๆ


2.วัยตกกระ (THE AGE OF FRECKLES) (1978, Chana Kraprayoon, Thailand, A+/A)

หนังทำออกมาได้ดีพอสมควร ตอนแรกนึกว่าหนังจะเน้นที่บทคนแก่ แต่จริงๆแล้วหนังกลับเฉลี่ยความสำคัญให้กับตัวละครทุกเพศทุกวัย อย่างไรก็ดี สาเหตุที่ทำให้หนังเรื่องนี้ได้แค่ A+/A เป็นเพราะรู้สึกว่าหนังเข้าข้างคนแก่มากไปหน่อย



3.GUANTANAMERO (2007, Vicente Penarrocha, UK/Spain, A+/A)

ชอบ Rupert Evans พระเอกหนังเรื่องนี้มากๆ เรื่องนี้เขาดูหล่อเข้มขึ้นมาก ต่างจากตอนที่แสดงเป็นJohn Myers ใน HELLBOY (2004, Guillermo del Toro) เพราะตอนนั้นเขายังดูหน้าหวานๆอยู่ พูดไปแล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่า อยากดูละครเวที KISS OF THE SPIDER WOMAN ที่ลอนดอนจังเลย เพราะได้ข่าวว่า Rupert Evans ไปเล่นละครเรื่องนี้ด้วย



ตอบน้อง ZM

ชอบ Emily Blunt มากๆเหมือนกันค่ะ รู้สึกว่าเธอเป็นคนที่แปลงบุคลิกตัวเองได้เก่งด้วย เพราะดูเธอในหนังหลายๆเรื่องแล้วจำเธอไม่ค่อยได้สักเท่าไหร่ ล่าสุดเพิ่งได้ดูเธอใน THE GREAT BUCK HOWARD (2008, Sean McGinly, A+/A) ซึ่งบทของเธอไม่มีความเด่นหรือความพิเศษอะไรเลยในหนังเรื่องนี้ แต่เธอก็สามารถใส่เสน่ห์ให้กับตัวละครตัวนี้ได้อย่างดีมาก คือถ้าหากเป็นดาราคนอื่นเล่น บทนี้ก็อาจจะกลายเป็นบทที่จืดสนิทไปเลยก็ได้ เพราะมันเป็นบทที่ไม่มีความลึกอะไรเลย แต่เธอก็สามารถทำให้ตัวละครที่เธอแสดงกลายเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์ได้สำเร็จ

ชอบ Tea Leoni มากๆเหมือนกันค่ะใน SPANGLISH (2004, James L. Brooks, A+) และ FUN WITH DICK AND JANE (2005, Dean Parisot, A-) แต่สิ่งที่ดิฉันชอบมากที่สุดใน SPANGLISH คือบทบาทของ Cloris Leachman ในบทแม่ของ Tea Leoni ค่ะ


ตอบคุณ Tarence

พูดถึง PINK FLAMINGOS แล้ว ก็ขอเล่าเกร็ดไว้นิดนึงค่ะ เผื่อบางคนยังไม่ทราบ นั่นก็คือมีหนังสั้นของไทยเรื่อง “ค้างคาวดูดกล้วย” (2001, Kullachart Jitkajornwanit + Benjamin Traipipat, A+) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังเรื่อง PINK FLAMINGOS ด้วย โดยฉากนึงของค้างคาวดูดกล้วยจะเป็นฉากที่ตัวละครเอกกินขี้หมาสดๆที่เพิ่งหลุดออกมาจากก้นหมาเหมือนกัน

พระเอกของ “ค้างคาวดูดกล้วย” ที่จริงแล้วเป็นคนงานในบ้านของผู้กำกับ (Kullachart) ค่ะ โดยผู้กำกับให้สัมภาษณ์ในงานฉายหนังว่า เขาให้หมาในบ้านของเขากินพวกอาหารอัดเม็ด เพราะฉะนั้นอุจจาระของหมาของเขาก็เลยไม่มีกลิ่นเหม็นมากนัก และช่วยให้พระเอกของหนังเรื่องนี้แสดงฉากรับประทานขี้หมาได้ง่ายยิ่งขึ้น
MdS
ประถม ประถม
Posts: 141
Joined: 31 Dec 2007 09:01

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post12 Apr 2009 20:05

FAVORITE THINGS IN MARCH 2009

A.FAVORITE FILM
TOWN OF EVENING CALM, COUNTRY OF CHERRY BLOSSOMS (2007, Kiyoshi Sasabe, A+)

B.FAVORITE SHORT FILM
1.THE CHRONICLES OF MAD MAD MAN (2008, Alwa Ritsila, Thailand)
http://www.youtube.com/watch?v=IWVS4yQFAdg

2.YOU KILLED MY GIRLFRIEND (มึงฆ่าแฟนกู) (2008, Meathus Sirinawin, Thailand)
http://www.youtube.com/watch?v=mRoDRmOoPZQ

3.LE CIRQUE DE L’HOMME (2008, Michael Shaowanasai, Thailand)


C.FAVORITE THAI FILMS
1.KON GIN MIA (1974, Dokdin Ganyamarn, Thailand, A+)
I would have given this film A++++++++++, if the film hadn’t been homophobic.


2.MEAT GRINDER (2009, Tiwa Moeithaisong, Thailand, A+)

3.POWER KIDS (2009, Krissanapong Rachata, Thailand, A+)
These are photos of Nantawut Boonrubsup, the leading actor of POWER KIDS:
Image
Image

D.FAVORITE VIDEO INSTALLATION
Keskarn Arsirarat’s video in the exhibition YUM-SAM-SAHAI
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?i ... &gblog=175


E.FAVORITE ANIMATION
THE HANGMAN (1964, Les Goldman + Paul Julian, USA)
http://www.youtube.com/watch?v=_ZSS3yxpnFU
Thanks to Filmsick for telling us about it.


F.FAVORITE DOCUMENTARY
LAKI PENAN (2007, Christoph Kuehn, Switzerland, A+/A)


G.FAVORITE STAGE PERFORMANCES
1.LOVE & MONEY (Adjjima Na Patalung)

2.TOUCH (chreographed by Luca Bruni, performed by Oplas Danza, Italy)
http://www.youtube.com/watch?v=0f7XPr9SLUA

3.GERSHWIN FANTASY (Janice Martin, USA)
http://www.youtube.com/watch?v=60XO5sXXFoI

4.SOMETHING ELSE (Dujdao Vadhanapakorn)
http://crescentmoonspace.blogspot.com/2 ... eveiw.html

5.EROS AND PSYCHE (chreographed by Park Jun-hee, performed by E.V.O.L., South Korea)


H.FAVORITE ARTS/EXHIBITIONS
1.INTROSPECTIVE
This is a painting exhibition by Nukoon Panyadee.
http://www.thainewsland.com/?l=th&a=386169
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?i ... &gblog=171
Image
Image
Image

2.LEAVE THE SUNSHINE OUT
This is a costume designed by Kansiri Pittayaprechakul. It is a part of the exhibition HYPOTHESIS: TEXTILE AND FASHION GRADUATE EXHIBITION by the Faculty of Fine & Applied Arts, Thammasat University.

The link below is Thai news about the exhibition:
http://www.matichon.co.th/prachachat/pr ... ionid=0214

3.Praipot Chunlawong’s installation in the exhibition YUM-SAM-SA-HAI
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?i ... &gblog=175

4.SIPHANDON…MEKONG FISHING UNDER THREAT
This is a photo exhibition by Suthep Kritsanavarin.
http://www.artgazine.com/shoutouts/viewtopic.php?t=8617

5.PORTRAITS OF COURAGE
This is an exhibition of Chakorn Amornset. It is linked to a TV program about courageous people in Thailand. My favorite person in this group is Choochart Dulyaprapatsorn, who is a transvestite village chief.

http://203.151.233.41/index.php?option= ... 2&Itemid=1


I.FAVORITE ACTRESSES
1.Patarasuda Anuman Rajadhon – LOVE & MONEY
2.Pavinee Samakkabutr – LOVE & MONEY
3.Sawanee Uthumma – LOVE & MONEY
4.Arianne Ascaride – LADY JANE (2007, Robert Guediguian, France)
5.Neeranuch Patamasoot – DEAR DEATH (2009, Pansak Sukhee, Thai play)


J.FAVORITE ACTORS
1.Nopphand Boonyai – HAMLET (2009, Damkerng Thitapiyasak, Thai play, A)
http://crescentmoonspace.blogspot.com/2 ... l-e-t.html

2.Gandhi Anuntakarn – LOVE & MONEY

3.Kajornpong Bunthearngsook – TEXAS SOMYOT MASSACRE IV (2009, Nathan Homsup + Dhan Lhaow, A)

4.Michael Shaowanasai – LONG NIGHT – SHORT FILM (2008, Michael Shaowanasai)

5.Bundit Kaewwonna – SOMETHING ELSE

6.Poomtarn Srinark – SOMETHING ELSE

7.Yusuke Iseya – CLOSED NOTE (2007, Isao Yukisada, A+/A)

8.Mohammad Amir Naji – THE SONG OF SPARROWS (2008, Majid Majidi, Iran, A+/A)


K.FAVORITE CINEMATOGRAPHY
1.Darius Khondji – TREASURE OF THE BITCH ISLANDS (1990, F.J. Ossang)
2.Peter Sova – PUSH (2009, Paul McGuigan)
http://www.push-themovie.com/


L.FAVORITE COSTUME DESIGN
LE CIRQUE DE L’HOMME (2008, Michael Shaowanasai, Thailand)
In this short film, Michael wears a dress inspired by Piet Mondrian’s painting.


M.FAVORITE SET DECORATION
KON GIN MIA


N.FAVORITE SOUND DESIGN
Pornchanok Garnjanapungka – LOVE AND MONEY


O.FAVORITE LIGHTING
Wasuratchata Unaprom + Palut Sungkagorn – LOVE AND MONEY


P.FAVORITE OPENING SCENE
1.KON GIN MIA (1974, Dokdin Ganyamarn, Thailand)
2.WATCHMEN (2009, Zack Snyder)


Q.FAVORITE ENDING
1.YOU KILLED MY GIRLFRIEND (2008, Meathus Sirinawin, Thailand)
2.KI LO SA (1985, Robert Guediguian, France)
3.POWER KIDS (2009, Krissanapong Rachata, Thailand)


R.GUILTY PLEASURES
SEVEN POUNDS (2008, Gabriele Muccino, A+)
I cried at the end of this film.



S.FAVORITE SONGS (mostly from Mixmag magazine)
1.TRUCKER’S DELIGHT – Flairs
http://www.youtube.com/watch?v=qPQUh6OSyfs

2.MAY CONTAIN NUTS – DJ T vs Thomas Schumacher
http://www.myspace.com/ultimatethomasschumacher

3.OUR WORLD IS – Ali Renault
http://www.youtube.com/watch?v=pK4b5c1Yt2Y

4.POURRITURE 7 (Soulwax edit) – Mr. Oizo
http://www.youtube.com/watch?v=Y_XlyyiO_zQ

5.INTERPLANETARY MELODIES – Mickey Moonlight
http://www.youtube.com/watch?v=qL5SXTJ3e_A

6.WILLIAMS’ BLOOD (Aeroplane remix) – Grace Jones
http://www.youtube.com/watch?v=H_vsYit505M

7.FRAGMENT ONE (Style of Eye remix) – Kenneth Bager
http://www.youtube.com/watch?v=GIKkdsipPLI

8.MARY GO ROUND (James Talk remix) – Futureshock
http://www.youtube.com/watch?v=at5rSVnl-g4

9.INCA TRAIL – Pete Tong & Paul Rogers

10.WALKING ON CLOUDS – Tiesto featuring Kirsty Hawkshaw
http://www.youtube.com/watch?v=plRiGkYGGe0


T.DESIRABLE ACTORS

1.Thanathorn Utsahakul – MEAT GRINDER

2.Suriya Shinnapun – KON GIN MIA (THE MAN WHO ATE HIS WIVES) (1974, Dokdin Ganyamarn, A+)
--SINGH SUM OIL (1977, Dokdin Ganyamarn, A+)
--MAE DOG GANJA (MARIJUANA GIRL) (1977, Dokdin Ganyamarn, A+/A)

This gorgeous actor plays a young guy who is the object of affection of a gay man in KON GIN MIA. I just found out that Suriya Shinnapun has been having serious financial problems for many years. Now his job is a secondhand shoe seller in flea markets. Reading story about his real life breaks my heart.
http://music.sanook.com/news/news_14952.php

Suriya Shinnapun in late 1970’s
Image
Image
Image

Suriya in 2009
Image

3.Masato Sakai -- HONEY AND CLOVER (2006, Masahiro Takata, A+)
Image

4.Yusuke Iseya – HONEY AND CLOVER (2006, Masahiro Takata, A+)
Image

5.Yu Yoshizawa -- TOWN OF EVENING CALM, COUNTRY OF CHERRY BLOSSOMS (2007, Kiyoshi Sasabe, A+)

6.Prajanpon Wongdontree – ANUENG KID TUENG PEN YANG YING (2009, Bhandit Rittakol, B+)

7.Pichet Pradubchananurat -- ANUENG KID TUENG PEN YANG YING (2009, Bhandit Rittakol, B+)

8.Ratanaballang Tohssawat – MEAT GRINDER

9.Tanachat Tulyachat -- ANUENG KID TUENG PEN YANG YING (2009, Bhandit Rittakol, B+)
Image


10.Piya Trakoonrart – LOOG MAE MOOL (THE CHILDREN OF MOOL RIVER) (1980, Surasee Patum, A)
Image
Image
Image
MdS
ประถม ประถม
Posts: 141
Joined: 31 Dec 2007 09:01

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post12 Apr 2009 20:10

ตอนดิฉันยังเป็นเด็ก ดิฉันจำได้ว่ามีละครทีวีญี่ปุ่นเรื่องนึงทางช่อง 7 ที่เป็นเรื่องของแก๊งค์นักสืบสาวก๋ากั่นหลายๆคน และละครจะออกวับๆแวมๆหน่อย แต่จำไม่ได้ว่าชื่อเรื่องอะไร พอดีเพิ่งเห็นคลิปของละครเก่าญี่ปุ่นเรื่อง PLAYGIRL (1961-1974) ก็เลยไม่แน่ใจว่าใช่ละครเรื่องนี้หรือเปล่า ถ้าหากคุณ SENSITIVEMAN หรือใครที่มีความจำดีและจำละครญี่ปุ่นเรื่องนั้นได้ ก็ช่วยบอกด้วยนะคะ

ดูคลิป PLAYGIRL ได้ที่นี่ค่ะ
http://www.youtube.com/watch?v=EDdgiiKFAmg
MdS
ประถม ประถม
Posts: 141
Joined: 31 Dec 2007 09:01

Re: SCREENOUT คุยเรื่องหนังเกย์เลสเบี้ยน

Post13 Apr 2009 14:32

MdS wrote:ตอนดิฉันยังเป็นเด็ก ดิฉันจำได้ว่ามีละครทีวีญี่ปุ่นเรื่องนึงทางช่อง 7 ที่เป็นเรื่องของแก๊งค์นักสืบสาวก๋ากั่นหลายๆคน และละครจะออกวับๆแวมๆหน่อย แต่จำไม่ได้ว่าชื่อเรื่องอะไร พอดีเพิ่งเห็นคลิปของละครเก่าญี่ปุ่นเรื่อง PLAYGIRL (1961-1974) ก็เลยไม่แน่ใจว่าใช่ละครเรื่องนี้หรือเปล่า ถ้าหากคุณ SENSITIVEMAN หรือใครที่มีความจำดีและจำละครญี่ปุ่นเรื่องนั้นได้ ก็ช่วยบอกด้วยนะคะ

ดูคลิป PLAYGIRL ได้ที่นี่ค่ะ
http://www.youtube.com/watch?v=EDdgiiKFAmg


นึกไม่ออกจริงๆ จ้า น้องหนู MdS

สำหรับ สุริยา ชินพันธ์ เห็นรูปปัจจุบันแล้วนึกถึง ลิขิต เอกมงคล รู้สึกเหมือนกับว่าเขาไปทำศัลยกรรมมาทั้ง Botox และตาสองชั้น ทำให้ดูแปลก ๆ แทนที่จะหล่อแบบคนสูงอายุทั่วไป แต่ทำให้ดูน่ากลัวแทน เพราะฉนั้น แผนไปอุดหนุนและสืบหาแผงรองเท้ามือสองที่พออ่านเจอแล้วคิดว่าจะชวนน้องหนู MdS ไป ก็คงล้มพับไปก่อนจ้า

สงกรานต์ปีนี้ก็ขอให้สมาชิก screenout ทุก ๆ คนมีความสุขมาก ๆ
เหตุการณ์บ้านเมืองไม่ค่อยดี ก็ให้ระวังตัวกันทุก ๆ คนนะครับ
User avatar
sensitiveman
ประถม ประถม
Posts: 141
Joined: 31 Dec 2007 16:41

PreviousNext

cron