<จากเรื่องสั้นที่กลายเป็นนิยาย>เด็กฝึกงาน

Travel, Art, Film and Literature
ท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง ไม่อ้างว้างเดินร่วมทางไปด้วยกัน
ผลงานศิลปะทุกแขนง จัดแจงให้พวกเราเข้าชื่นชม
ภาพยนตร์ รวมพลคนคอหนัง
ผลงานวรรณกรรม งานเขียนทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง

<จากเรื่องสั้นที่กลายเป็นนิยาย>เด็กฝึกงาน

Post04 Jun 2010 13:49

สวัสดีค่ะชาว XQ28 ทุก ๆ คน ก็เข้ามาดูเว็บนี้บ่อยเหมือนกันในหลายปีที่ผ่านมา วันนี้ก็เพิ่งสมัครเป็นสมาชิก ก็ขอฝากนิยายเรื่องนี้ไว้ด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

เด็กฝึกงาน

ตอนที่ 1

“โอเคครับ คุณผ่านการสัมภาสน์ ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับ” สิ้นเสียงประกาษิตจากหัวหน้าฝ่ายการตลาด ทำให้หนุ่มน้อยใส่แว่นหน้าตาจิ้มลิ้มที่นั่งอยู่แทบกระโดดตัวลอย ร่างค่อนอวบผิวขาวเหลืองในชุดนักศึกษาดีใจแทบเนื้อเต้น

“ครับ ขอบคุณมากครับ” เขายกมือไหว้ชายวัยกลางคนตรงหน้าด้วยความนอบน้อม ก่อนจะเดินออกจากสำนักงานของบริษัทใหญ่ใจกลางกรุงอย่างตื่นเต้น บริษัทประกันชีวิตแห่งนี้เป็นที่ทำงานในฝันของ “พีร์” นักศึกษาหนุ่มปีสามจากคณะบัญชีของมหาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่ง เพราะนอกจากจะเงินเดือนดีแล้ว เขายังชื่นชม“คุณศิลา”ผู้บริหารหนุ่มของที่นี่เป็นการส่วนตัวอีกด้วย เขาจึงลองสมัครเป็นเด็กฝึกงานที่นี่ เขาคิดว่า นอกจากจะได้ฝึกงานกับบริษัทดัง ๆ ดี ๆ แบบนี้แล้ว ถ้าเขาได้เห็น “คุณศิลา” ตัวจริงสักครั้ง เขาก็คงรู้สึกดีไม่ใช่น้อย นึกแล้วคนร่างอวบมีผุดรอยยิ้มเล็ก ๆ ฉาบบนเครื่องหน้าได้รูปในแว่นกรอบดำนั้นอย่างมีความสุข

คุณศิลา หรือ “คุณหยก” ของเขา เป็นชายหนุ่มวัยใกล้สี่สิบรูปร่างสูงโปร่ง ที่ยังดูดีแบบนักธุรกิจแต่แฝงด้วยหน้าตาที่อ่อนเยาว์กว่าอายุจริงมาก ๆ เพราะความเป็นชาวไทยเชื้อสายจีนเช่นเดียวกับพีร์ ส่วนตัวพีร์เองชื่นชมคุณหยกของเขา ตั้งแต่เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัย ด้วยภาพลักษณ์นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงจึงเป็นต้นแบบของผู้ที่เรียนในสายธุรกิจ พีร์จึงสนใจในแนวคิดของเขามากเป็นพิเศษ เมื่อเขาศึกษาประวัติของศิลาก็พบว่าชายหนุ่มไม่ได้มีดีแค่การศึกษา ฐานะ และหน้าที่การงานเท่านั้น เขายังมาพร้อมกับภาพลักษณ์ผู้ชายอบอุ่นรักครอบครัว ทำให้เด็กหนุ่มซึ่งเดิมทีเพิ่งรู้ตัวตอนอยู่ปี 1 ว่าชอบผู้ชายด้วยกันอยู่แล้ว ก็อดชื่นชมผู้ชายแบบศิลาไม่ได้ ถึงแม้ว่าศิลาจะมีลูกและภรรยาแล้ว แต่พีร์ก็ขอเก็บศิลาไว้เป็นชายในฝันเล็ก ๆ ของเขาก็พอ

และเมื่อเขาเข้ามหาวิทยาลัยได้ เขาก็หวังเล็ก ๆ มาโดยตลอดว่า อยากจะมาฝึกงานหรือทำงานที่บริษัทของคุณหยกของเขาบ้าง แต่เมื่อโอกาศมาถึง เขาจึงไม่รอช้าที่จะสมัคร และตั้งใจพัฒนาตัวเองเต็มที่เพื่อการคัดเลือกในครั้งนี้ สุดท้ายเขาก็ได้เป็นเด็กฝึกงานใน บริษัทของศิลาจนได้

และเมื่อวันทำงานจริงมาถึงในเดือนมีนาคม พีร์ก็ได้ทำงานกับฝ่ายการตลาด แต่การทำงานของฝ่ายการตลาดนี้ใช่จะสมใจพีร์ซะเลยทีเดียว เพราะทุกวันเมื่อเขาเข้ามาที่บริษัท เขาก็ต้องออกไปสำรวจตลาดของลูกค้า ตามลักษณะงานของการตลาด เขามีความคิดว่า เขาน่าจะเรียนไฟแนนซ์หรือสถิติให้มันรู้แล้วรู้รอดไปจะได้นั่งตากแอร์ในห้องทำงาน ไม่ต้องมาตากแดดเดินปั้นหน้ายิ้มอย่างนี้ แต่เขาก็รู้สึกโชคดีที่มีรุ่นพี่ช่วยเหลือแนะนำและเมตตาเขาอย่างเต็มที่ ถึงจะเหนื่อยไปซะหน่อยแต่ก็ทำให้เขารู้สึกสนุกกับการทำงานอย่างมากมาย ในแต่ละวันเขากับทีมงานการตลาดก็ต้องตะเวนเดินทางไปในที่ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ และออกปริมลฑลบ้างในบางครั้ง หนึ่งเดือนที่ผ่านมา เขาเข้าออฟฟิศนับครั้งได้ ส่วนเรื่องที่จะพบเจอคุณหยกนั้น พีร์ก็แทบลืมไปจากหัวแล้วเหมือนกัน จนกระทั่งวันหนึ่ง...

“น้องพีคะ วันนี้มีประชุมฝ่ายการตลาดกับท่านประธานนะ เดี๋ยวเราเตรียมตัวพรีเซนต์ให้ดี ๆ ล่ะ” รุ่นพี่สาวคนนึงในทีมบอกกล่าว

“ครับพี่ แล้วจะเตรียมตัวพรีเซนต์กันเมื่อไหร่ครับ” หนุ่มน้อยถาม

“จ้ะ เดี๋ยวเตรียมตัวเลยละกันน้องพี ก็พวกพี่ให้น้องพี พูดในส่วนของ New Target สำหรับ Research ตัวนี้นะจ๊ะ เต็มที่ล่ะน้องพี สู้ ๆ” รุ่นพี่คนเดิมให้กำลังใจ

“ครับ ขอบคุณมากครับพี่”

พีร์ตั้งใจเตรียมตัวนำเสนอผลการสำรวจตลาดกับรุ่นพี่ทีมงานเพื่อนำเสนอผลงานชิ้นแรกของเขา จนกระทั่งถึงเวลานำเสนองานจริง เขารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เข้าร่วมประชุมกับคนทำงานจริง ในสถานที่,บรรยากาศ และความรู้สึกจริง ที่ค่อนข้างจะตึงเครียดและจริงจังในการทำงาน
“น้องพีร์ ท่านประธานมาแล้ว” รุ่นพี่ในทีมเรียกพีร์ที่กำลังก้มหน้าอ่านรายละเอียดรอบสุดท้ายให้อยู่ในความพร้อมเพื่อต้อนรับท่านประธาน และเมื่อประตูห้องประชุมเปิด ทุกคนต่างก็ยืนต้อนรับ เขาที่เงยหน้าขึ้นมาก็ตกตะลึงยืนตัวแข็งเหมือนถูกสาปอยู่อย่างนั้น

“คะ...คุณศิลา..” หนุ่มน้อยอุทานกับตัวเองอย่างคาดไม่ถึง เพราะตอนแรกเขานึกว่า ประธานในการประชุมครั้งนี้เป็นประธานฝ่ายการตลาด ไม่ใช่คุณศิลา เขามองชายในฝันที่ตอนนี้อยู่ตำแหน่งหัวโต๊ะอย่างคาดไม่ถึง นี่ถ้าเขาเป็นเด็กสาววัยรุ่นก็คงจะกรี๊ดออกมาดัง ๆ ไปเสียแล้ว...

คุณศิลาตัวจริง หล่อกว่าในรูปแหน่ะ...เขาคิดอย่างนั้น

“เชิญทุกคนนั่งครับ” ร่างสูงโปร่งผายมือเป็นเชิงอนุญาต พีร์ที่กำลังตะลึงได้สติ และนั่งลงไปอย่างเก็บอาการ

การนำเสนอผลการสำรวจของรุ่นพี่ผ่านไปอย่างราบรื่น จนมาถึงคิวของเขา เขาเองก็พยายามรวบรวมสติสัมปชัญญะทุกอย่าง และพยายามไม่มองหน้าศิลา ตลอดช่วงการนำเสนอของเขา และส่งต่อไปสู่คนอื่นในทีมได้ด้วยดี จนกระทั่งการประชุมจะสิ้นสุดลง...

“เอาล่ะ ผมคิดว่าพวกคุณทุ่มเทกับการเจาะตลาดเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่มาก ไหนผมอยากให้คุณพีร์วิเคราะห์แนวโน้มการตอบรับของกลุ่มเป้าหมายภายในหนึ่งปีซิ” ศิลากล่าวด้วยเสียงเป็นกันเองแต่กว่าทรงอำนาจ

รุ่นพี่ทีมงานที่นั่งอยู่เริ่มมองหน้ากันอย่างไม่แน่ใจ เพราะส่วนนี้เป็นของหัวหน้าทีม และที่สำคัญพวกเขาไม่รู้ว่าในเอกสารที่ใช้สำหรับการนำเสนอที่ให้ไปพีร์อ่านข้อมูลทั้งหมดหรือเปล่า พวกเขาได้แต่มองหน้ากันอย่างหวาดระแวง

“คะ..ครับ สำหรับแนวโน้มการตอบรับในไตรมาสแรกนั้น 30% ของกลุ่มเป้าหมายทั้งหมดที่ตอบรับโครงการนี้ และจะเพิ่มขึ้นอีก20% ของผู้บริโภคในไตรมาศแรกในไตรมาสต่อมา และอีก10% ของจำนวนผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น จะมีในไตรมาสที่สี รวมแล้วเรามีแนวโน้มการตอบรับซึ่งเป็นส่วนแบ่งของตลาดในประเทศ ถึง 40% ครับ” สิ้นคำตอบของพีร์ ทำให้พี่ ๆ ในทีมที่ตอนแรกหน้าถอดสี พรูลมหายใจเบา ๆ อย่างโล่งอกกันถ้วนหน้า

“ครับ ขอบคุณคุณพีร์มาก” ศิลากล่าวพร้อมกับมองร่างอวบอย่างเอ็นดูในความพยายาม พีร์ที่พยายามหลบสายตาศิลามาโดยตลอดก็หยุดชะงักเมื่อสบสายตากับชายหนุ่มอย่างจัง เมื่อความเขินอายมาเยือนเขาจึงค่อย ๆ ก้มหน้าและนั่งลงกับเก้าอี้

เมื่อจบการประชุม พี่ ๆ ในทีมถึงกับเข้ามาขอบอกขอบใจพีร์กันยกใหญ่รวมทั้งกล่าวชมว่าเป็นเด็กที่ตั้งใจทำงานมาก ๆ เพราะหากพีร์ไม่อ่านเอกสารทั้งหมด ก็กลายเป็นว่าการลงแรงทำงานไปหนึ่งเดือนนั้นล้มเหลวไปครึ่งนึง พีร์เองก็แบ่งรับแบ่งสู้รับคำชมนั้นมา เพราะในใจของหนุ่มน้อยนั้น ยังมีความตื่นเต้นหลงเหลืออยู่มากจากเมื่อสักครู่นี้ จากการสบตากับคุณศิลาตรง ๆ

“เอ่อ ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับพี่ ๆ” พีร์ขอตัว เนื่องจากอยากจะระงับอาการตื่นเต้นของเขา
เมื่อไปถึงห้องน้ำ เขาก็ตรงไปยังห้องน้ำและปิดประตูขังตัวเองอย่างรวดเร็ว เขาอยากจะกรีดร้องออกมาดัง ๆ ด้วยความประทับใจที่สุด

หัวใจตอนนี้ก็ชะลอความเร็วลงแล้ว พีร์สูดหายใจลึก ๆ ก่อนจะออกมายังอ่างล้างหน้า เขาเปิดก๊อกเพื่อที่จะล้างมือ แต่ก็ชะงักด้วยได้ยินเสียงทักทายจากข้าง ๆ

“อ่าว คุณพี ยังไม่กลับไปเหรอครับ” น้ำเสียงเป็นกันเองที่เหมือนจะคุ้นหู ทำให้พีร์หันไปมองก็พบว่า ร่างสูงโปร่งในชุดสูทดูดีนั่นที่ยืนยิ้มให้เขาอย่างเป็นกันเอง

“ยัง..ยังครับยัง” พีร์เองก็ตกใจอีกรอบที่คราวนี้เขาได้ยืนอยู่ใกล้คุณหยกของเขา เขาไม่ได้เงยหน้ามองหน้าคุณหยกที่สูงกว่าเลย ได้แต่มองช่วงอกของคุณหยก

“เมื่อกี๊นี้คุณทำได้ดีมากเลยนะครับ รักษาความดีตรงนี้ไว้นะครับ” ชายหนุ่มกล่าวกับพีร์อย่างใจดี

“ขอบคุณครับ ผมจะจำไว้” พีร์ยกมือไหว้ร่างสูงตรงหน้า อย่างนอบน้อม

“ครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ” ศิลายิ้มให้ และเดินออกไปจากห้องน้ำ

พีร์เองยิ้มกับกระจกอย่างมีความสุข ถ้าเป็นไปได้ เขาเองก็อยากจะลงไปกองกับพื้นห้องน้ำเหมือนกัน
Last edited by น้ำพริกแมงดา on 04 Jun 2010 14:00, edited 1 time in total.
น้ำพริกแมงดา
เด็กใหม่ เด็กใหม่
Posts: 7
Joined: 04 Jun 2010 13:43

Re: <จากเรื่องสั้นที่กลายเป็นนิยาย>เด็กฝึกงาน

Post04 Jun 2010 13:51

ตอนที่ 2
เดือนเมษายนมาถึง พีร์นึกกลัวที่ต้องไปทำงานข้างนอกท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว แต่เหมือนโชคช่วยที่ทำต้องมาเรียนรู้งานออฟฟิศในอีกหนึ่งเดือนที่เหลือ แต่ช่วงเดือนนี้เขากลับตื่นเต้นที่เข้ามาบริษัททุกครั้ง เพราะว่าโอกาศที่จะเจอคุณหยกมีมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน และก็จริงอย่างที่เขาคิดไว้ สองสัปดาห์ที่ผ่านมาเขาได้เจอคุณหยกถึงสามครั้ง และแต่ละครั้งศิลาก็ทักทายเขาด้วยความเป็นกันเอง แต่เขากลับไม่กล้ามองหน้าศิลาอย่างเต็มตาในแต่ละครั้งด้วยเพราะความเขินอายและความดีใจ

วันสุดท้ายของการทำงานก่อนวันหยุดสงกานต์ พีร์รับหน้าที่จัดการงานที่เหลือของพี่ ๆ เพราะเขาเองไม่ได้กลับบ้านที่ต่างจังหวัด เวลาก้าวเข้าสู่ย่ำค่ำ แสงสว่างและผู้คนรอบตัวลดน้อยลง จนเหลือแสงไฟจากโต๊ะของเขาเพียงแห่งเดียว เขามองนาฬิกาที่บอกเวลาหกโมงเย็น และพิมพ์งานต่ออย่างไม่ย่อท้อ กะว่าแม่บ้านมาไล่เมื่อไหร่เขาถึงค่อยหอบงานไปทำที่หอพักต่อ

ระหว่างที่เขาตั้งใจอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นั้น ฉับพลันก็สะดุ้งเมื่อมีมือของใครสักคนเข้ามาวางบนไหล่ของเขา พีร์ซึ่งเป็นคนกลัวผีอยู่แล้วออกอาการจึงตกใจมากเป็นพิเศษ ร่างอวบนั้นหลับตาปี๋ด้วยความกลัว แต่คนที่เขามาทักนั้นกลับยิ้มขำอย่างชอบใจ

“เฮ้ยยย ไม่ต้องตกใจคุณพี นี่ผมเอง ศิลา” ศิลาเขย่าตัวพีร์ด้วยสองแขน พร้อมทั้งมองไปยังดวงตาคู่สวยใต้แว่นกรอบดำ “ลืมตา นี่ผมศิลาเอง” เขาบอกอีกครั้งแต่เจ้าตัวก็ยังไม่ลืมตา ศิลาจึงถอดแว่นของคนตรงหน้าออก

พีร์ลืมตาขึ้นทันที แต่ก็พบกับใบหน้าได้รูปของศิลาอยู่ตรงหน้า พีร์ได้แต่มองเข้าไปในดวงตากลมโตของศิลา ก็พบว่ามีเงาของเขาทับซ้อนอยู่ในดวงตาทั้งสอง ใบหน้าของทั้งสองใกล้กัน เขามองดูพบว่าศิลาเองยิ้มให้เขาอย่างอบอุ่น

“จะทุ่มแล้ว ไปทานข้าวเย็นด้วยกันนะคุณพี” ชายหนุ่มบอกอย่างนั้นกับพีร์ พร้อมทั้งปล่อยมือออกจากต้นแขนที่เต็มไปด้วยเนื้อนิ่ม ส่วนพีร์ก็ได้แต่ นั่งมองหน้าชายหนุ่มอย่างตกละลึง

“ครับ” พีร์รับคำเบา ๆ ก่อนจะละจากชายหนุ่มไปบันทึกไฟล์งาน และเก็บเอกสารเข้าแฟ้มเพื่อเตรียมออกไปกินข้าวกับศิลา พีร์ยิ้มให้ตัวเองอย่างตื่นเต้น ก่อนจะไปกับศิลาที่ยืนรออยู่

“เป็นไงมั่งคุณพีร์ พอทานได้ไหม” ศิลาในชุดเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมไร้เนคไท ถามร่างอวบตรงหน้าอย่างสนใจ ขณะที่นั่งในร้านอาหารตามสั่งย่านใจกลางเมืองด้วยกัน

“อร่อยมากเลยครับ เจ้านายมาทานร้านนี้ปล่อยเหรอครับ” พีร์ตอบจากใจจริง เพราะปกติเขาก็เป็นคนที่รักการกินอยู่แล้ว

“บ่อยตอนสมัยเรียนมหาลัยหน่ะ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยได้มาเท่าไหร่” ศิลาตอบ “ผมชอบที่นี่นะ บรรยากาศเป็นกันเองดี อาหารก็อร่อยมากด้วย นี่คุณอยากทานอะไรอีกก็สั่งเพิ่มได้เลยนะ”

“พอแล้วล่ะครับ แค่นี้ผมก็ว่าเยอะแล้ว”

“น่า ไม่ต้องเกรงใจ อุตส่าห์ทำงานให้ผมตั้งเยอะ ว่าแต่จบแล้วคุณจะไปไหนต่อ จะทำงานเลยไหมคุณพีร์”

“ครับ คิดว่าจะทำงานเลยครับ” พีร์รับคำ

“ถ้ายังไงทางเราพร้อมจะรับคุณเข้าทำงานเสมอนะ”ศิลายิ้มให้พีร์ด้วยรอยยิ้มใจดีเช่นเคย ทำให้พีร์ก้มหน้ากินข้าวต่อด้วยความเขินอาย

“คุณพีร์ แล้วคุณกลับยังไงเนี่ยะ” ศิลาถามต่อเมื่อเห็นว่าพีร์เริ่มเงียบ

“ก็ นั่งรถเมลล์กลับอ่าครับ”

“อ่า แล้วตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน”

“ผมอยู่หอแถวปิ่นเกล้าอ่าครับ”

“อ่าว คุณไม่ใช่คนกรุงเทพฯ เหรอ แล้วเป็นคนที่ไหนเนี่ยะ” ศิลาสงสัย

“อ่อ เป็นคนหาดใหญ่ครับ”

“อ่อ เข้าใจแล้ว...คุณพีร์ คืนนี้ถ้าไม่มีธุระอะไร ไปฟังเพลงเป็นเพื่อนผมหน่อยได้ไหม” ศิลาเอ่ยปากชวนพีร์อย่างเป็นกันเอง

“จะดีเหรอครับ เจ้านาย..คือ”

“คุณไม่ว่างเหรอ...”

“เปล่าครับ คือ...”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า คิดซะว่ามากับพี่ชายก็แล้วกันนะ” ศิลากล่าวด้วยความเป็นกันเอง แต่ในใจพีร์นี่สิ มันยิ่งเต้นระรัวเข้าไปใหญ่
Last edited by น้ำพริกแมงดา on 04 Jun 2010 14:02, edited 1 time in total.
น้ำพริกแมงดา
เด็กใหม่ เด็กใหม่
Posts: 7
Joined: 04 Jun 2010 13:43

Re: <จากเรื่องสั้นที่กลายเป็นนิยาย>เด็กฝึกงาน

Post04 Jun 2010 13:52

ตอนที่ 3
ศิลามาส่งพีร์ที่หอพักย่านปิ่นเกล้าในเวลาเที่ยงคืน ระหว่างทางขับรถกลับ เขาคิดถึงวันที่เจอพีร์วันแรกในห้องประชุม เขารู้สึกสะดุดตากับนักศึกษาฝึกงานร่างท้วมใบหน้าจิ้มลิ้มใต้แว่นกรอบดำที่นำเสนองานเข้าอย่างจัง เขาเองก็ไม่รู้เพราะอะไร เพราะนับจากวันนั้นเป็นต้นมา เขาก็มักจะนึกถึงใบหน้ายามตกใจของหนุ่มน้อยหน้าใสเสียทุกที และเหมือนโชคชะตาเล่นตลกที่ทำให้เขาได้เจอกับหนุ่มน้อยร่างอวบอีกหลายครั้ง เขาก็อดที่จะเข้าไปทักทายพีร์ไม่ได้เสียทุกที เมื่อเย็นที่ผ่านมาอีกเช่นกัน นึกไม่ถึงว่าเด็กฝึกงานเช่นพีร์จะนั่งทำงานอย่างขะมักเขม้น นี่ถ้าเขาไม่อยู่ด้วยก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพีร์จะเป็นยังไง เขายิ้มขำเมื่อนึกถึงตอนที่พีร์ตกใจตอนที่เขาไปแตะตัว และนึกถึงแววตาสดใสของพีร์ตอนที่เขาถอดแว่นของเจ้าตัวออก ก่อนที่จะนึกอะไรไปไกลกว่านั้น ก็มีเสียงโทรศัพท์เข้ามา พบว่าเป็นนลพรรณ ภรรยาของเขาเอง

“จ้ะ แพรว”

“คุณคะ เดี๋ยวแพรวจะพาลูกกับคุณพ่อคุณแม่ขึ้นเครื่องแล้วนะคะ คุณอยากได้อะไรไหม” นลพรรณหมายถึงการไปเที่ยวเมืองนอกในช่วงหยุดยาวนี้

“ไม่ล่ะครับ พาลูก ๆ กับคุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยวให้สนุกนะครับ คุณด้วย”

“เสียดายนะคะ ที่คุณไม่ได้ไปกับเรา”

ศิลาชะงัก ก่อนจะตอบว่า “ผมก็เสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้ไปกับคุณ กับลูก”

“ไม่เป็นไรค่ะ แพรวเข้าใจ” หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงแสดงความเข้าอกเข้าใจ ศิลาก็เป็นแบบนี้หล่ะ บ้างานจนเป็นนิสัย

“จ้า เที่ยวให้สนุกนะครับ”

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ อย่าหักโหมนะคะ พักผ่อนบ้างก็ได้” หญิงสาวกล่าวก่อนจะวางสายไป

ชายหนุ่มวางสายภรรยาของตัวเอง และขับรถต่อเขารู้สึกขอบใจนลพรรณที่ไม่เคยเรียกร้องเวลาจากเรื่องงานของเขาเลย เธอเหมือนจะเข้าอกเข้าใจเขาในเรื่องนี้

ศิลากับนลพรรณเป็นคู่หมั้นกันตั้งแต่วัยรุ่น เพราะพ่อแม่ทั้งสองเห็นชอบให้ลูก ๆ ของตนเกี่ยวดองกันไว้ นลพรรณเองเป็นลูกสาวบริษัทอสังหาริมทรัพย์ใหญ่ จึงถือว่ามีทุกอย่างเพียบพร้อมและเหมาะสมกับศิลา เป็นที่สุด เขาเองก็ไม่ขัดข้องอะไรในตอนนั้น เพราะเขากับนลพรรณก็เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่วัยเยาว์ นลพรรณจึงเป็นเหมือนเพื่อนของเขามาโดยตลอด

แต่เมื่อครู่ที่เขาคิดถึงพีร์ เขากลับประหลาดใจในความรู้สึกของตัวเองเป็นที่สุด เขาไม่เคยสะดุดกับใครมาก่อน ถึงแม้จะโดดเด่นแค่ไหนก็ตาม เขาไม่เคยเหม่อลอยเช่นนี้มาก่อน แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงเป็นกับพีร์และเมื่อเขาคิดถึงพีร์ทีไร เหมือนกลิ่นสดใสจากน้ำหอมของพีร์ก็อยู่ที่ปลายจมูกเขาทุกครั้ง ความรู้สึกของเขาตอนนี้เขาเองก็ไม่แน่ใจว่า ความรู้สึกที่มีให้พีร์นั้นเป็นไปในรูปแบบไหน เแต่เขารู้เพียงว่า เขามีความสุขทุกครั้งที่นึกถึงเด็กฝึกงานร่างอวบคนนั้น

พีร์ตื่นตอนในตอนเกือบเที่ยง และเปิดโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ก็พบว่ามีคนโทรหาเขาสามสายตอนที่เขาปิดเครื่องอยู่ พบว่าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเขาจึงไม่โทรไป แต่เบอร์นั้นก็โทรเข้ามาหาเขาในทันที

“สวัสดีครับ” พีร์กรอกสายลงไป

“ครับคุณพี นี่ผมศิลาเองนะ” พีร์ถึงกับหายงัวเงีย เมื่อรู้ว่าเป็นใคร

“ครับ เจ้านาย เจ้านายมีอะไรเหรอครับ”

“ไม่มีหรอกครับ เพียงแต่ อย่าหักโหมทำงานนะ เดี๋ยวเย็นนี้ ผมไปรับ มาทานข้าวเย็นกับผมนะ”

“ครับ ได้ครับ”

“คุณอยากทานที่ไหนดีล่ะ”

“แล้วแต่เจ้านายเถอะครับ”

“เอางี้ เดี๋ยวผมพาคุณไปเอง รับรองว่าคุณต้องชอบแน่ ๆ เจอกันเย็นนี้นะครับ”

“ครับ เจ้านาย” เขาวางสายด้วยหัวใจพองโต ตอนนี้พีได้แต่ปิดตัวด้วยความเขินอายอยู่หน้ากระจกคนเดียวอย่างมีความสุข

เย็นนั้น ศิลาพาพีร์ไปตะเวนกินทั่วเยาวราช ไปจนถึงตลาดสวนหลวง พีร์เองรู้สึกมีความสุขมากที่ได้เดินเที่ยวกับชายในฝันของเขา ส่วนศิลาเองก็มีความสุขเมื่อมองเห็นพีร์กินอาหารต่าง ๆ อย่างเอร็ดอร่อย และจบลงที่ร้านน้ำแข็งไสแห่งหนึ่งในตลาดสวนหลวง

“อิ่มยังครับ” ศิลาถามร่างอวบที่มีความสุขกับการกิน

“อิ่มไม่ไหวแล้วครับ” พีร์ตอบด้วยความจุกเพราะอาการอิ่มจัด

“แต่คุณกินเก่งมากเลยนะคุณพี” ศิลายิ้มเอ็นดูกับร่างอวบตรงหน้า

“เหรอครับ” พีร์หน้าเสีย รู้สึกเหมือนถูกต่อว่า

“เฮ้ย ผมไม่ได้ว่าคุณ ผมชอบนะคนที่มีความสุขกับการกินแบบนี้เนี่ยะ” ศิลากล่าว

“ผมชอบนะ ผมชอบนะ....” คำนี้มันทำให้พีร์ชะงักขึ้นมาทันที ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

“ขอบคุณครับที่พาผมไปทานอะไรอร่อย ๆ” พีร์กล่าวกับศิลาก่อนจะลงจากรถ

“ไม่เป็นไร ๆ ผมก็ต้องขอบใจที่คุณอยู่เป็นเพื่อนผม”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ” พีร์กล่าวก่อนจะเอี้ยวตัวลงจากรถ

“คุณพี” ศิลาคว้าข้อมือของพีร์ไว้ “พรุ่งนี้เย็น ผมมารับคุณอีกนะ”

พีร์ได้แต่ก้มหน้ายิ้ม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาให้คำตอบกับศิลา “ครับ”
Last edited by น้ำพริกแมงดา on 04 Jun 2010 14:04, edited 1 time in total.
น้ำพริกแมงดา
เด็กใหม่ เด็กใหม่
Posts: 7
Joined: 04 Jun 2010 13:43

Re: <จากเรื่องสั้นที่กลายเป็นนิยาย>เด็กฝึกงาน

Post04 Jun 2010 13:53

ตอนที่ 4

เมื่อครู่ที่ศิลามาส่งเขา เขาพยายามบอกตัวเองว่าเขาไม่ได้ฝันไปที่ศิลาจับมือเขา สายตาของศิลาที่มองเขามานั้นยังฉายแววอบอุ่นเหมือนเคย แต่เมื่อครู่นี้เขากลับไม่ได้แค่ความรู้สึกเช่นนั้นจากศิลา

เหมือนมีอะไรบางอย่างที่รอเขาอยู่ใต้เส้นบาง ๆ
แต่พีร์ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากไปกว่าที่เขาตื่นเต้นกับสัมผัสที่ศิลาจงใจแตะเนื้อต้องตัวเขา เขาได้แต่นอนกอดหมอดแน่นขึ้นและเข้าสู่ห้วงนิทราไปในที่สุด

หลังจากไปส่งพีร์ที่หอพักแล้ว ศิลากลับมานอนที่คอนโดมิเนียมส่วนตัวของเขาเองที่อยู่ใกล้ ๆ ที่ทำงาน ที่นี่เป็นที่ที่เขาไม่เคยพาใครมาแม้แต่นลพรรณ เพราะเขาถือว่าเป็นโลกส่วนตัวของเขาจริง ๆ ภายในตกแต่งอย่างเรียบง่าย ไม่ค่อยมีเฟอร์นิเจอร์มากนัก แต่หนักไปทางของสะสมจำพวกโมเดลรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่เก็บไว้อย่างดีและจัดวางอย่างถนุถนอม เสมือนตัวแทนโลกแห่งความสุขของเด็กชายหยก ที่นายศิลาพยายามเก็บรักษามันไว้อย่างหวงแหน
คืนนี้ศิลาพลิกตัวกระสับกระส่าย ด้วยขบคิดเรื่องเดียวที่อยู่ในหัวมาโดยตลอด ยามเขาหลับตาก็เห็นแต่หน้าของพีร์ทุกครั้ง เขาจำกริยาของพีร์ได้ทุกอิริยาบท และชอบมองพีร์ไม่ว่าพีร์จะทำอะไร เขาพบว่าพีร์เป็นคนที่ทำให้เข้ายิ้มและหัวเราะออกมาจากใจริง ๆ ด้วยหน้าที่การงานและการเสี้ยงดูจากครอบครัวนั้น เขาจึงต้องเก็บอารมณ์และวางตัวให้ดูดีเสมอ แต่เมื่ออยู่กับพีร์แล้วเขากลับลืมความรู้สึกดังกล่าวออกไปหมดสิ้น เป็นคนเดียวที่เขาสามารถพูดคุยได้ทุกเรื่องถึงแม้จะสนิทกันในไม่กี่วันที่ผ่านมา ไหนจะกลิ่นน้ำหอมสดใสกับเนื้อตัวนุ่มนิ่มของพีร์ยามที่เขาแตะเนื้อต้องตัวอีกเล่า มันช่างเป็นสัมผัสที่เขาประทับใจเสียจริง ศิลาคิดทบทวนไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า...

นี่เขากำลังตกหลุมรัก?
นี่เขากำลังมีความรัก ?
และนี่เขากำลังจะนอกใจภรรยา?
แต่คนที่เขารัก เป็นผู้ชาย....เขาชอบผู้ชายด้วยกัน
หรือว่า นี่เขาเป็นเกย์!!?


พีร์มารอศิลาที่หน้าหอพักเหมือนอย่างเช่นวันก่อน แต่แล้วพีร์ก็แปลกใจในเมื่อวันนี้ศิลาไม่ได้มาพร้อมMercedes Benz C Classคันหรูอย่างที่เคย แต่เจ้าตัวมากับมอเตอร์ไชค์ฮาเล่ย์เดวิสัน ร่างสูงนั้นสวมกางเกงยีนส์และแจ็คเกตหนัง ที่ทำให้ทิ้งมาดขรึมของผู้บริหารไปโดยสิ้นเชิง โดยเขาไม่ลืมเตรียมแจ็คเกตอีกตัวและหมวกกันน๊อคไว้ให้พีร์ด้วยเช่นกัน พีร์เองก็ดูตื่นเต้นเมื่อเห็นศิลาทำแบบนี้ เพราะพีร์รู้ว่าศิลาชอบรถมอร์เตอร์ไซค์แบบนี้มาก

“ขึ้นมาเลย วันนี้เราจะตะเวนกรุงเทพฯกัน” ศิลาหมายมาด เขายิ้มอย่างมีความสุข เพราะนี่คือสิ่งที่เขาอยากทำมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาศได้ทำเลย คือการขับมอเตอร์ไซค์พาคนที่เขารักไปกินลมชมวิว ตอนเขาเป็นวัยรุ่นก็เคยชวยนลพรรณเหมือนกัน แต่รายนั้นไม่แม้แต่จะเข้าใกล้พาหนะประเภทนี้ ด้วยจากการปลูกฝังว่าอันตราย แต่เธอก็ไม่เคยห้ามศิลา เพราะเข้าใจว่ามันเป็นความสุขของสามีเธอ

แต่วันนี้ศิลาก็ได้พาพีร์ คนที่เขาพบว่ารัก ไปนั่งรถมอเตอร์ไซค์ของเขาเที่ยวรอบกรุง เขาเริ่มต้นจากขับผ่านสะพานพระรามแปด ที่เขากับพีร์ลงไปเดินเล่นดูแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนจะไล่มาจนถึงเกาะรัตนโกสิน ถนนราชดำเนินกลาง เขากับพีร์มีความสุขมาก ๆ

เหมือนทั้งโลกในตอนนี้มีแค่เขาเพียงสองคน แต่เหมือนฝนฟ้าจะไม่เป็นใจเพราะอากาศร้อนอบอ้าวมาหลายวันแล้ว เมฆดำที่อุ้มน้ำอยู่ก็ปล่อยสายฝนออกมาจากฟ้าอย่างไม่ลืมหูลืมตา ศิลาเองเลยต้องรีบขับมอเตอร์ไชค์กลับมาที่คอนโดฯ ของตัวเอง เพราะใกล้กว่าที่จะขับไปส่งพีร์ก่อน แต่เขาเองก็อยากให้พีร์อยู่กับเขา มากกว่าจะแยกกันกลับเหมือนวันก่อน ๆ ไม่รู้ทำไมว่าวันนี้เขารู้สึกต้องการพีร์มากเหลือเกิน

“พี คืนนี้คุณนอนเป็นเพื่อนผมได้ไหม” ศิลาพูดกับพีร์ขณะจอดรถเสร็จแล้ว เขามองหน้าพีร์ด้วยความรู้สึกต้องการและอ้อนวอนให้พีร์อยู่กับเขา

“คือ..”
“นะครับพี อยู่กับผมนะ” ศิลาคว้าข้อมือทั้งสองมาจับไว้อย่างอ้อนวอน

พีร์เองได้แต่ก้มหน้าด้วยความเขินอายปนลำบากใจ เพราะท่าทางของศิลานั้นดูเหมือนชายหนุ่มแรกรุ่นที่ออดอ้อนคนรักไม่มีผิด

“นะครับพี ฝนตกอย่างนี้ เสียเวลาเปล่า ๆถ้าคุณจะกลับไป อยู่เป็นเพื่อนผมนะครับ”ศิลาออดอ้อน และเขย่าข้อมือของพีร์ไปมา

“ครับ” พีร์รับคำเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักของศิลา เพียงเท่านั้นศิลาไม่รอช้าที่จะจูงมือเขาไปยังห้องพักของเขา

เมื่อถึงห้องพักสุดหรูขนาดกระทัดรัด ศิลาได้เข้าไปหยิบเสื้อผ้าไว้ให้พีร์เปลี่ยน เป็นนอนแบบเสื้อเชิ้ตและกางเกงยืดขาสั้นพร้อมผ้าเช็ดตัว โดยเขาขอเข้าไปอาบน้ำก่อนเพราะเป็นคนอาบน้ำเร็ว และก็ให้พีร์เข้าไปอาบน้ำ เมื่อพีร์ออกมาจากห้องน้ำก็พบว่าในห้องเปิดไฟเพียงแค่บนหัวเตียงเพียงเท่านั้น ประกอบกับข้างนอกหน้าต่างฝนก็ยังคงตกหนักอยู่

พีร์เดินออกมาด้วยท่าทีเคอะเขินและกังวล เพราะว่าอยู่กับศิลาเพียงสองคนในบรรยากาศแบบนี้ ส่วนศิลาเองที่นั่งรอพีร์อยู่บนเตียงก็หยิบผ้าเช็ดผมและเดินตรงมาหาพีร์

“ทำไมไม่เช็ดผมล่ะครับ เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก” ร่างสูงใช้ผ้าขยี้ผมนุ่มของพีร์ไปทั่ว เขาก้มหน้ามองพีร์ที่ตอนนี้ไร้แว่นมาบดบังแววตาที่เคลือบไปด้วยสงสัยระคนกังวลใจ ศิลารามือในการเช็ดผมพีร์ ก่อนจะจูบเบา ๆ ลงบนผมหอมอย่างรักใคร่

“ไม่ต้องกลัวนะ” ศิลามองหน้าพีร์เพื่อให้อีกฝ่ายเลิกกังวลใจ

“คุณศิลา...” พีร์กล่าวแค่นั้นก่อนจะโผเข้ากอดร่างสูงที่ใฝ่ฝันมาแสนนานอย่างแสนรัก ศิลาเองก็โอบกอดร่างอวบนั้นอย่างถนุถนอมด้วยความรักเช่นกัน ศิลาไม่รอช้าที่จะช้อนวงหน้าเรียวขึ้นมา ก่อนจะประกบริมฝีปากลงอย่างนุ่มนวล เพื่อกระตุ้นให้คนในวงแขนเปิดรับสัมผัสจากเขาก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นดูดดื่มและรุกเร้า

มือเรียวแกร่งของศิลาลูบไล้ไปตามลำตัวที่เต็มไปด้วยเนื้อหนังอวบอัด เขาค่อยลูบคลำเนื้อนิ่มนั้นอย่างเบามือ พีร์เองอายที่ตัวเองเป็นคนอ้วน จึงได้แต่ปัดป้อง แต่ก็สู้ความต้องการจริง ๆ ของตัวเขาเองละศิลาไม่ได้ ศิลาค่อยผลักพีร์ล้มบนเตียงหนานุ่ม และปล่อยให้ความรักกับความต้องการซึ่งกันและกันเป็นตัวนำทางพวกเขาต่อไป

“พีร์ครับ..” ชายหนุ่มเรียกให้ใบหน้าจิ้มลิ้มที่ซบอกเอียงอายอยู่เงยหน้าขึ้นมา “พี่รักพีนะครับ” ศิลาเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเอง เพราะอยากให้ใกล้ชิดกับหนุ่มน้อยมากขึ้น

เมื่อร่างอวบได้ยินดังนั้น ก็ซบหน้าลงบนอกอุ่นด้วยความเขินอาย ศิลามิวายกระเซ้าต่อ “แล้วพีร์รักพี่มั่งไหม”

คนเจ้าเนื้อได้ยินดังนั้น ก็พยักหน้าช้า ๆ เป็นการยอมรับ แต่ศิลาไม่ยอม “ฮะ..อะไร พยักหน้าหมายความว่าอะไร” ศิลาถามด้วยน้ำเสียงคาดคั้นเจือแววหยอกล้อ เขามองเสี้ยวหน้าของพีร์ภายใต้แสงไฟสลัว ด้วยความรู้สึกเปี่ยมสุข

“บอกพี่มาสิ รักพี่หรือเปล่า”

“รักครับ” พีร์ตอบเบา ๆ

“รักใครอ่ะ ไม่บอกมาให้หมด” ศิลาเริ่มออดอ้อน

“รักคุณศิลาครับ” คราวนี้พีร์เขินมาก ถึงกับกอดร่างแกร่งของศิลาไว้แน่น

“นี่..ไม่ต้องเรียกพี่ว่าคุณศิลาแล้วนะ” ชายหนุ่มลูบตามในหน้าและลูบผมหนุ่มน้อยอย่างรักใคร่ “อยู่กับสองคนแบบนี้ จะมีแต่พี่หยก กับน้องพี เท่านั้นนะครับ”

“ครับ”
“ไหนลองเรียกพี่หยกสิ” ศิลากระเซ้า พีร์เองก็อยากจะเรียกศิลาแบบนี้มานานแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่า เขาจะได้เรียกชื่อเล่นของชายในฝันอย่างเต็มปากจริง ๆ ในสภาพแบบนี้

“ครับ พีร์รักพี่หยกนะครับ” ร่างอวบเงยหน้าบอกชายคนรักอย่างเต็มใจ และ มองหน้าชายคนรักอย่างมีความหมาย ศิลาก็ก้มลงมาหอมหน้าผากและแก้มนุ่มนั้นอย่างแสนรักเช่นกัน
Last edited by น้ำพริกแมงดา on 04 Jun 2010 14:06, edited 1 time in total.
น้ำพริกแมงดา
เด็กใหม่ เด็กใหม่
Posts: 7
Joined: 04 Jun 2010 13:43

Re: <จากเรื่องสั้นที่กลายเป็นนิยาย>เด็กฝึกงาน

Post04 Jun 2010 13:55

ตอนที่ 5
ศิลาตื่นมาในตอนเช้าก็พบว่าตอนนี้เขาอบอุ่นด้วยไออุ่นจากตัวอีกคนที่นอนกอดเขาอยู่ใต้ผ้าห่มหนา เขายิ้มกับตัวเองเหมือนเขาเป็นเจ้าบ่าวที่ตื่นขึ้นมาในเช้าวันแรกของการเข้าหอ พลางมองหน้าคนรักผู้อ่อนวัยกว่าที่หลับไหลอยู่บนอกด้วยความรู้สึกรักสุดหัวใจ

เขาไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต
เขาอยากเป็นเจ้าของพีร์ ด้วยความรัก ไม่ใช่ด้วยหน้าที่เหมือนที่เป็นมา
เขาค้นพบความรู้สึกแปลกใหม่ที่เขาไม่เคยเจอมาก่อนมากมาย จากการเป็นคนเดียวกันกับพีร์เมื่อคืน
พีร์เป็นคนแรกที่รัก เป็นรักแรกพบของเขา ที่ทำให้เขาค้นพบความรักฉันท์คนรักอย่างแท้จริง ศิลาคิดแบบนั้น

เขานึกขอบคุณพีร์ที่รักเขาเหมือนกัน เขาค่อย ๆ ลูบผมพีร์อย่างอ่อนโยน จนร่างอวบนั้นงัวเงียขึ้นมาจากอกอุ่นของเขา

“อุ้ย นี่พี่ปลุกเราหรือเปล่าเนี่ยะ” ศิลาขอโทษ เพราะรู้สึกไปรบกวนการนอนหลับของคนรัก

“ไม่หรอกครับ พี่หยกหนักหรือเปล่าครับเนี่ยะ” พีร์ก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกัน ด้วยร่างกายอวบอ้วนของเขาจะทำให้ศิลาอึดอัดเพราะแรงกดทับ

“ไม่หรอก..อุ่นดีจะตายกอดเราเนี่ยะ พี่ชอบนะ” มือของศิลาเริ่มซุกซนไปตามแผ่นหลังและหน้าอกของหนุ่มน้อย

“หืม..ชอบอะไรครับ” พีร์เริ่มรู้ตัวว่าโดนลวนลาม จึงแกล้งเฉไฉ

“พีอยากให้พี่ชอบอะไรล่ะครับ” สายตากรุ้มกริ่มของศิลา ทำให้พีร์อายม้วนจนหน้าแดง ไม่พูดอะไรออกมาและพยายามขยับตัวพองาม แต่เพราะความเจ็บปวด ในบาดเจ็บจากเมื่อคืน ทำให้เขานิ่วหน้า ถึงแม้ว่าศิลาไม่ได้กระทำรุนแรงใด ๆ กับเขา แต่ด้วยนี่เป็นครั้งแรกของเขาจึงเป็นธรรมดาที่มีอาการข้างเคียงในยามเช้า ศิลาผลิกผ้าห่มหนานั้น เผยให้เห็นคราบเลือดบนผ้าปูที่นอนสีครีม ยิ่งทำให้พีร์ทำหน้าไม่ถูกเข้าไปใหญ่ ศิลาเองก็ลูบไปบนคราบเลือดนั้นเบา ๆ อย่างมีความหมาย

“พี่เป็นคนแรกของพีร์ใช่ไหม” ศิลาถามด้วยเสียงอ่อนหวาน

“ครับ” เสียงเบา ๆ ออกจากริมฝีปากได้รูปนั้นอย่างเขินอาย

“พี่ดีใจนะครับ ที่เรารักพี่” ศิลาขยับตัวมากอดร่างอวบด้วยความจริงใจ “ตอนนี้เราสองคนเป็นคนเดียวกันแล้วนะครับ”

ร่างอวบพยักหน้าเขิน ๆ ก่อนที่จะขอตัวไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ เขาค่อย ๆ ละออกจากตัวของศิลา อย่างยากลำบาก

“โอ๊ะ...” เขาอุทานด้วยความเจ็บหลังจากขาถึงพื้น

“ให้พี่พาไปไหม” ศิลาถามคนรักด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรหรอกครับ”

“ไม่ได้ ๆ มานี่” ศิลาเข้าไปพยุง พร้อมตอบด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่ม“งั้นเดี๋ยวพี่อาบน้ำให้ละกัน”

วันนั้นทั้งวัน ศิลากับพีร์ก็ใช้เวลาอยู่ด้วยกันทั้งวันในห้องนั้น พวกเขาห่างกันเพียงแค่เวลากินข้าวกับเข้าห้องน้ำเท่านั้น ตกเย็นศิลาก็ขับรถไปที่หอพักของพีร์แถวปิ่นเกล้า เพื่อให้พีร์มาเก็บของใช้ส่วนตัว ก่อนจะมาอยู่เป็นเพื่อนเขาอีกครั้ง พีร์เองก็เต็มใจที่จะทำอย่างนั้น ถึงแม้รู้ดีว่าศิลามีครอบครัวแล้ว แต่เขาเองก็ปฎิเสธไม่ได้ว่า ความรักที่ศิลามอบให้เขานั้นทำให้เขามีความสุขมากเพียงใด แม้จะเป็นรักที่คาดไม่ถึงก็ตาม

พีร์คิดว่า ชีวิตที่เขาเลือกจะรักผู้ชายด้วยกันนี้ เขาอาจจะไม่ได้เจอรักที่แสนจะอบอุ่นอย่างที่ศิลามอบให้เขาเช่นนี้ก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปในวันข้างหน้า วันหยุดยาวนี้ เขาขอใช้เวลาอยู่กับชายคนรักให้คุ้มค่าและมีความสุขที่สุดก็พอ

หลังจากวันหยุดยาว บริษัทก็เปิดทำงานปกติ ศิลากับพีร์เองก็เช่นกัน ต้องกลับมาทำงาน แต่หลังจากที่พวกเขาเป็นของกันและกันแล้ว ความรู้สึกของเขาทั้งคู่ก็เปลี่ยนไป

“พักเที่ยงแล้ว ไปทานข้าวนะ อย่าโหมงานล่ะ” พีร์เปิดข้อความทางโทรศัพท์ที่ส่งจากศิลา เขายิ้มให้กับข้อความนั้น ก่อนจะเร่งมือพิมพ์งานต่อให้เสร็จด้วยหัวใจที่อิ่มสุข

หลังเลิกงาน เขาก็นั่งรถเมลล์กลับหอเหมือนทุกวัน แต่บางวันเขาก็ไม่ได้ไปนอนที่หอเพื่อนเหมือนแต่ก่อน เพราะศิลาขอให้เขามาอยู่ด้วยกันในห้องชุดของชายหนุ่ม แต่พีร์ขอเพียงแค่นั้นเพราะไม่ต้องการให้ใครสงสัยในความสัมพันธ์ของพวกเขา และเพื่อรักษาหน้าตากับชื่อเสียงของศิลาด้วย ถึงแม้เขาจะต้องการและรักศิลามากเพียงใด แต่พีร์ก็คิดว่า เขาจะไม่ยอมให้ชายคนรักเสื่อมเสียเพราะเขาเป็นอย่างแน่แท้

วันเสาร์นี้ ศิลาพาครอบครัวมาเดินเล่นยังห้างสรรพสินค้าสุดหรู เขากับนลพรรณ และลูกสาววัยน่ารักสองคน เขาพานลพรรณไปซื้อเสื้อผ้าและลูก ๆ ไปซื้อของเล่น ระหว่างนั้นที่เขาขอปลีกตัวไปเข้าห้องน้ำ เขาก็พบกับคู่รักชายชาย ที่เดินจับมือกันอย่างอบอุ่น ชายร่างใหญ่หน้าตาคล้ายลูกครึ่งฝรั่งคาดว่าน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเขา มากับหนุ่มน้อยลูกครึ่งฝรั่งที่ร่างเล็กและอ่อนวัยกว่า โดยทั้งสองจับมือกันและสบตากันตลอดเวลา ชายร่างใหญ่ที่อายุเยอะกว่า ลูบแก้มคนรักร่างบางอย่างเอ็นดู ทำให้เขานึกถึงชายคนรักของเขาขึ้นมาจับหัวใจ

“พี...พี่ขอโทษ” เขาคิดในใจ ที่ไม่ได้ทำอย่างที่เขาเห็นกับคนรักที่อ่อนวัยกว่า ยิ่งเขาเห็นว่าคนทั้งสองเป็นคู่รักที่มีวัยใกล้เคียงกับเขาและพีร์แล้ว มันยิ่งทำให้เขารู้สึกสะท้อนใจยิ่งนัก

และเขาก็นึกขึ้นได้ว่า ต้องรีบกลับไปหาหาภรรยาและลูก ๆ จึงสลัดความคิดแบบนั้นออกไปจากหัว พร้อมกับเดินไปหาครอบครัวที่รออยู่

“รอนานไหมจ๊ะ” เขาพูดกับนลพรรณที่จ่ายเงินค่าของเล่นให้ลูกสาวอยู่

“ไม่ค่ะ คุณคะ แพรวหิวกับลูกหิวแล้ว ไปหาอะไรทานกันเถอะ”

“จ้ะ ป่ะ วันนี้น้องพลอย กับ น้องเพชร อยากทานอะไรดีคะ” ศิลารับคำและหันมาถามลูกสาว

“น้องเพชรอยากกินอาหารญี่ปู่นนน” ลูกสาวคนโตตอบ

“ได้เลยค่ะ งั้นเดี๋ยวคุณพ่อพาไป” และเขาก็หันมาทางนลพรรณ “งั้นเราไปข่างล่างกันดีกว่านะ” แล้วเขาก็พาทั้งหมดลงบันไดเลื่อน

จู่ ๆ ลูกสาวคนเล็กก็โพล่งขึ้นมาว่า

“คุณพ่อขา ทำไมผู้ชายจับมือกันคะ” ศิลาที่อุ้มอยู่ทำหน้าแปลกใจที่สุด จึงถามว่า “อะไรนะคะน้องพลอย น้องพลอยถามคุณพ่อว่าอะไรนะคะ”

“ทำไมพี่สองคนนี้จับมือกันคะ” นิ้วน้อย ๆ ชี้ไปยังคู่รักวัยรุ่นชายชายที่ยืนอยู่บนขั้นบันไดข้างหน้า ทั้งสองคนหันมายิ้มให้เด็กน้อยอย่างไม่ถือสา แต่ก็ยังจับมือกันแน่นด้วยความรู้สึกตลกกับเด็กหญิงตัวน้อย ศิลาถึงกับทำหน้าไม่ถูกเมื่อเจอแบบนี้ รู้สึกเหมือนจุดไต้ตำตอเข้าไปทุกที

“อ๋อ ที่เค้าจับมือกัน เพราะว่าเค้ารักกันหน่ะค่ะลูก” ผู้เป็นพ่อตอบอย่างอ่อนโยน ทำให้คู่รักคู่เดิมหันมายิ้มให้อย่างขอบคุณ

“รักกันแบบที่คุณพ่อคุณแม่รักกันไงคะ” ศิลาเสริมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง พร้อมกับเขย่าตัวลูกสาวอย่างเอ็นดู แต่ในใจเขากลับคิดถึงอีกคน คนรักจริง ๆ ของเขาที่ป่านนี้คงนอนพักผ่อนอยู่หอพัก พีร์จะน้อยใจไหมนะ ที่เขาไม่ได้พาไปเที่ยวไหนเลย ยิ่งเขาเห็นคู่รักหลายคู่ที่เดินจับมือกันเปิดเผยอย่างนั้นแล้ว ยิ่งทำให้คิดถึงมือนุ่ม ๆ ของคนรักเป็นอย่างยิ่ง

"หยก ช่วงนี้หยกเป็นอะไรไปเหรอ แพรวเห็นหยกชอบเหม่อ ๆ นะ หยกมีเรื่องอะไรหรือเปล่า" นลพรรณถามสามีขณะที่อยู่ด้วยกันสองคนในห้องทำงานของเขาที่บ้าน แต่เธอใช้สรรพนามในการคุยกันเหมือนครั้งยังเป็นเพื่อน

"เปล่าจ้ะแพรว ทำไมแพรวถามผมแบบนั้น" ศิลาพยายามปรับสีหน้า ให้นลพรรณหายสงสัย

"หยกมีอะไร หยกเล่าให้แพรวฟังได้นะ อย่าลืมสิ ยังไงเราก็เป็นเพื่อนกันมาก่อนนะ" นลพรรณกล่าวด้วยความเป็นห่วง

"ก็ไม่มีอะไรหรอกแพรว ผมแค่คิดมากเรื่องงานนิดหน่อย แพรวก็รู้ว่าหยกบ้างาน"

"จ้ะ อย่าคิดมากก็แล้วกัน แพรวไปนอนก่อนนะหยก" หญิงสาวตบไหล่สามีเป็นเชิงปลอบใจ แล้วขอตัวไปนอน ทิ้งให้ศิลาจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ ศิลาเองก็ละมือจากแป้นพิมพ์ และหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความถึงพีร์ด้วยความคิดถึง

"วันนี้พี่คิดถึงน้องพีมากเลย ขอโทษนะครับที่พี่ไม่ได้อยู่ด้วย ฝันดีนะครับน้องพี"

พีร์ที่กำลังนอนเล่นอยู่ได้รับข้อความทางโทรศัพท์ จึงเปิดขึ้นมาดู และยิ้มสุขใจกับข้อความของชายคนรัก ถึงแม้ว่า เขาจะไม่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันในวันหยุดเหมือนอย่างที่เคย แต่พีร์ก็เข้าใจศิลาเป็นอย่างดีว่าชายหนุ่มควรจะต้องทำอย่างไร และไม่เสียใจที่รักผู้ชายที่มีพันธะแล้วแบบศิลา

ขอเพียงแค่ได้รับความรักจากชายหนุ่ม พีร์ก็สุขใจแล้ว
น้ำพริกแมงดา
เด็กใหม่ เด็กใหม่
Posts: 7
Joined: 04 Jun 2010 13:43

Re: <จากเรื่องสั้นที่กลายเป็นนิยาย>เด็กฝึกงาน

Post29 Aug 2010 22:47

จบแล้วเหรอครับ :24:
Image
User avatar
suratthanavy
อนุบาล อนุบาล
Posts: 12
Joined: 03 Jun 2008 17:39

Re: <จากเรื่องสั้นที่กลายเป็นนิยาย>เด็กฝึกงาน

Post30 Aug 2010 00:42

เหมือนกเคยอ่านที่ไหนมาแล้วงั้นแหล่ะ ขอบคุณที่เอามาแบ่งปันกันนะครับ

ปล ถ้าไม่ได้แต่งเอง ก็ควรบอกแหล่งที่มานะค๊าบบ เป็นการให้เกียรติคนแต่งไงครับ หรือถ้าแต่งเองก็ มาลงบ่อยๆ นะคับผม
กระท้อนหวานๆ อร่อยชื่นใจ๋
User avatar
น้องกระท้อน
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1929
Joined: 14 Oct 2008 15:29

Re: <จากเรื่องสั้นที่กลายเป็นนิยาย>เด็กฝึกงาน

Post31 Aug 2010 10:47

จบแล้ว? :24:
งดให้สัมภาษณ์ ไม่ขอตอบคำถาม จะแถลงข่าวทีเดียว เข้าใจ๋?
User avatar
ito
ปริญญาโท ปริญญาโท
Posts: 3059
Joined: 28 Aug 2010 15:52

<จากเรื่องสั้นที่กลายเป็นนิยาย>เด็กฝึกงาน

Post16 Sep 2010 22:55

มาแล้วค่ะ

เรื่องนี้แต่งเองค่ะ แล้วก็เคยลงใน Thaiboyslove (ล็อกอินชื่อเดียวกันค่ะ) และก็ฝากคนอื่นลงเว็บอื่นบ้างประปราย

ที่หายไปนานเพราะว่าก็ใจแป้วอ่ะค่ะ ตอนแรกไม่เห็นมีใครมาเม้นท์เลย :6:

แต่ตอนนี้มาแล้วนะคะ
ขอบคุณทุก ๆ คนมาก ๆ ค่ะ

ตอนที่ 6

นลพรรณกรุ่นคิดถึงท่าทีของศิลาหลังจากวันหยุดยาวที่ผ่านมานี้ หล่อนพบว่าสามีของหล่อนมีท่าทางที่แปลกไป นลพรรณสังเกตุว่า ศิลาชอบเหม่อลอย และมักจะมองไปยังที่ไกล ๆ มากกว่าอยู่กับสิ่งรอบตัว
“คล้ายคนกำลังมีความรัก” นลพรรณแน่ใจว่าเป็นอย่างนั้น
เธอถอนหายหายใจด้วยความเห็นใจในตัวสามี เธอรู้ดีว่า ตลอดเวลาที่เขาอยู่กับเธอมา ตั้งแต่เป็นคู่หมั้นว่าเขาไม่ได้รักเธอเหมือนคนรัก แต่ศิลาก็ดูแลเธอและให้เกียรติเธอเป็นอย่างดี จึงทำให้เธอไม่เคยรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในการที่ศิลาไม่ได้รักเธอแบบคนรักเลย เธอเองก็พอใจความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่นี้ ในตอนนั้นเธอเองก็ไม่ขัดขืนการจับแต่งงานของพ่อแม่เช่นกัน เพราะรู้ว่าคนที่พ่อแม่เลือกให้คือศิลา เพื่อนสนิทอีกคนของเธอ ดีซะกว่าให้เธอไปแต่งงานกับคนอื่น อย่างน้อยศิลาก็เป็นเพื่อนที่รู้ใจเธอและเข้าใจเธอมากกว่าคนอื่น ถึงแม้เธอกับเขาจะต่างที่นิสัยกันตามประสาชายกับหญิงก็ตาม ตลอดเวลาที่ผ่านมานลพรรณและศิลาอยู่กันได้ด้วยความรักความเข้าใจแบบเพื่อนสนิท ที่ต่างคนต่างรู้นิสัยใจคอกันดีและไม่ถือสาหาความในเรื่องเล็กน้อยของกันและกัน
แต่การที่ศิลามีความรักนี้ ทำให้เธอคาดไม่ถึงว่า ชีวิตมนุษย์ธุรกิจอย่างศิลา จะไปเจอใครที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ เธอคิดว่า ศิลาและเธอเลยวัยแห่งความรักที่หอมหวานมาแสนนานแล้ว ไม่กลับไม่น่าเชื่อว่า ท่าทีของสามีเธอ ดูเหมือนเด็กวัยรุ่นที่ปิดปังการมีแฟนกับผู้ปกครองยังไงยังงั้น
เธอรู้สึกยินดีกับสามี ที่เจอความรักในชีวิตนี้ แต่เธอก็กังวลใจว่า ศิลาจะนึกถึงเธอและครอบครัวบ้างหรือไม่?


พีร์ตื่นขึ้นมาในยามสายของวันอาทิตย์ เขายิ้มให้กับตัวเองอย่างมีความสุขเมื่อนึกถึงเมื่อคืนที่ได้รับข้อความจากศิลา เขารู้สึกราวกับฝันไป ที่เขาได้อยู่เคียงข้างกับชายในฝัน ถึงแม้จะชั่วระยะเวลานึงก็ตาม แต่สำหรับเขามันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ และเป็นความรักอบอุ่นที่เขารอคอยมาแสนนาน
เขากับคุณหยกรักกัน แต่คุณหยกมีครอบครัวแล้ว
แต่เขาก็คิดเหมือนกันว่า ความสัมพันธ์ของศิลากับเขา จะดำเนินต่อไปในรูปแบบใด
ถ้าเขากับศิลายังคบกันอยู่ มีความสัมพันธ์แบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ แบบนี้ ...ไม่เท่ากับว่าเขากลายเป็นเมียเก็บหรอกหรือ
แล้วถ้าคุณหยกทอดทิ้งเขาไปล่ะ
เมื่อคิดได้เช่นนั้น น้ำใส ๆ ก็ค่อย ๆ ร่วง ออกมาจากดวงตาคู่สวยนั้นอย่างช้า ๆ
พีร์คิดว่า สักวัน เรื่องของเขากับคุณหยก มันต้องมีวันจบลง แต่เขาก็ยังทำใจไม่ได้ ถ้าตอนจบนั้น มันจะมาในเร็ววันนี้ เพราะทุกครั้งที่เขาอยู่กับ ศิลา หรือ “พี่หยกของน้องพี” เขารู้สึกมีความสุขมากมาย
ถ้าเป็นไปได้เขาก็อยากจะหยุดเวลาไว้แค่นั้น
พีร์ทอดถอนใจอย่างเหน็ดเหนื่อย เอาเถอะ มันจะจบลงเมื่อไหร่ ยังไง แต่เขาก็จะจดจำช่วงเวลาที่ดีที่เขามีชายคนรักอยู่ข้าง ๆ ไว้ในความทรงจำก็พอ

“ฮัลโหลครับ” พีร์รับสายศิลาในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ แดดจ้าจากข้างนอก ทำให้บรรยากาศในห้องพักเล็ก ๆ ดูสว่างขึ้น
“ครับน้องพี ตอนนี้เราอยู่ไหนเนี่ยะ” ปลายสายตอบกลับอย่างใจดีเช่นเคย
“อ๋อ ผมอยู่หอครับ”
“เหรอ งั้น ลงมาข้างล่างหน่อยสิ” ศิลากล่าวอย่างตื่นเต้น
“ทำไมอะครับ นี่พี่หยกอยู่ไหนครับ”
“อยู่ใต้หอน้องพีครับ ลงมารับพี่หน่อย นะครับ”
“อ่าว พี่หยกมาตั้งแต่เมื่อไหร่อ่ะ จะมาห้องพีเหรอ ห้องพีรกนะ”
“ไม่เป็นไร ๆๆ พี่ไม่ถือ เร็ว ลงมารับพี่เลย”
“ครับๆๆ” พีร์รีบออกไปรับศิลาในทันที เขาไม่เชื่อเลยว่าชายคนรักจะมาอยู่กับเขาในห้องเก่า ๆ ของหอพักนี้


เขาลงมาก็เจอศิลาในชุดเสื้อผ้าลำลอง เสื้อคอโปโลกับกางเกงยีนขาเดฟทำให้ศิลาดูหล่อเหลาไปอีกแบบ ใบหน้าหล่อเหลานั้นยืนส่งยิ้มอบอุ่นให้กับร่างอวบอย่างรอคอย เขาพบว่า ศิลาไม่ได้มามือเปล่า แต่ซื้อขนมมาฝากเขาจนเจ้าตัวแทบถือมาไม่หมด
“โห พี่หยก นี่อะไรเหรอครับ” พีร์งงกับถุงขนมหวานจากร้านดังที่ศิลาถืออยู่
“ก็ พี่ซื้อมาฝากน้องพีไง เห็นเราชอบกิน” ศิลากล่าวยิ้ม ๆ
“โห ไม่ต้องลำบากขนาดนี้ก็ได้ครับ ว่าแต่นี่พี่หยกเหมาทั้งพารากอนมาให้พีเลยเหรอเนี่ยะ” เขามองดูก็พบว่าถุงของแต่ละร้านเป็นร้านขนมหวานจากห้างดัง และมีขนมไม่ซ้ำกันในแต่ละถุง
“อ่ะ พี่ให้” ศิลากล่าวยิ้ม ๆ
“ขอบคุณครับ” พีร์ยกมือไหว้ขอบคุณคนรักก่อนจะแบ่งมาช่วยถือ

หลังจากเขาทำเรื่องแลกบัตรเข้าหอให้ศิลาแล้ว ศิลาก็ไม่รอช้าที่จะรีบจับมือคนรักเพื่อที่จะให้พาไปยังห้องพัก
“พี่หยก ไม่เอา..เดี๋ยวใครมาเห็นเค้า” พีร์กล่าวอย่างระแวง เพราะว่าศิลาจูงมือเขาตอนที่เดินอยู่ในหอ
“น่า...พี่คิดถึงพีจะแย่แล้วรู้ไหม” ศิลาไม่พูดเปล่า แต่เปลี่ยนมาโอบไหล่คนรักอย่างรักใคร่
“...” พีร์เองไม่พูดอะไรตอบมา ได้แต่เขินอายตามนิสัย
“นี่ พี่ชอบเวลาน้องพีเขินนะ น่ารักดี” ศิลาก้มลงมาพูดกับร่างอวบ พร้อมกับหยิกแก้มยุ้ยของพีร์อย่างแสนรัก ก่อนที่พีร์จะไขกุญแจห้องเข้าไป
“ห้องน้องพีก็ไม่รกเท่าไหร่หนิ” ศิลากล่าว หลังจากที่เขามา
“ครับ ขอบคุณครับ” พีร์หันมาตอบขณะที่วางบรรดาของฝากลงบนโต๊ะเขียนหนังสือ
“เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ไหม” ศิลาเข้ากระซิบข้าง ๆ หู หลังจากมาประชิดตัวพีร์ทางด้านหลัง โดยสวมกอดร่างอวบนั้นอย่างออดอ้อน
พีร์เองถึงแม้จะเขินอาย แต่ก็ชอบในการกระทำของคนรัก จึงเขย่งตัวขึ้นไปจรดจมูกโด่งหอมแก้มของศิลาอย่างรักใคร่ ศิลาเองก็เอียงแก้มให้หอมทั้งสองข้างอย่างชอบใจเช่นกัน
“น้องพี หิวหรือยัง” ศิลาถามพีด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่า ไม่เกี่ยวกับเรื่องของกินเลย
“เค้กเหรอครับ ยังครับ เดี๋ยวค่อยกินดีกว่า” พีร์ตอบไปด้วยอย่างซื่อ ๆ
“เหรอครับ แต่ตอนนี้พี่อยากกินนะ” ศิลากระซิบด้วยเสียงกรุ้มกริ่ม
“หืม ก็ทานสิครับ” พีร์ทำหน้าสงสัย แต่ศิลาก็ตอบกลับมาว่า
“ไม่ใช่อยากกินเค้ก แต่พี่อยากกินน้องพีต่างหาก” ว่าแล้วเขาก็ก้มลงจูบหนุ่มน้อยอย่างโหยหา สองมือนั้นฟอนเฟ้นไปตามร่างอวบและบีบจับเนื้อหนั่นที่นุ่มนิ่มอย่างมันมือ ศิลาถอนปากออกมองหน้าคนรักวัยรุ่นที่ตอนนี้ช่างเย้ายวนเสียเต็มประดา เขาประกบจูบอีกครั้ง ก่อนจะมอบความสุขให้กับคนรักสมกับที่รอคอยมาให้ฉ่ำปอด

ศิลาซุกหน้าลงบนแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยเนื้อนิ่มของพีร์อย่างอ่อนล้า แต่ก็เต็มไปด้วยความสุข หลังจากเติมเต็มความต้องการให้กันและกัน ความมืดที่เจือแสงไฟจากข้างนอกเข้ามาทำให้บรรยากาศในห้องชวนฝันมากขึ้น แขนแข็งแรงของเขาโอบรอบร่างอวบเหมือนจะบอกว่าเขาไม่ปล่อยให้คนรักหนีหายไปจากอ้อมกอดนี้
พีร์เองก็มีความสุขมากมายเช่นกัน เขารับรู้ถึงความต้องการในตัวเขาของศิลาที่มีอยู่มากมาย มันถาถมเข้ามาเหมือนคลื่นน้ำที่ซัดเข้าชายฝั่งอย่างไม่รู้จบ เขาประทับใจในบทรักที่ศิลามอบให้เขา ถึงแม้จะเร่าร้อน แต่มันช่างอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและอ่อนโยน เขารู้สึกดีใจที่ศิลาไม่ได้รังเกียจความเป็นคนอ้วนของเขาเลยแม่แต่น้อย เพราะในเกมส์รักแต่ละครั้ง เขามักจะแสดงอาการอายรูปร่างของตัวเอง แต่ศิลาก็คอยบอกว่า เขาชอบที่พีร์เป็นแบบนี้ที่สุด

“เออ น้องพี พี่มีอะไรจะให้” ศิลากระซิบข้างหูของคนรักแผ่วเบา ก่อนจะลุกไปหยิบกล่องเล็ก ๆ ในกระเป๋ากางเกง
“หือ..อะไรเหรอครับ” ร่างอวบในผ้าห่มเอี้ยวตัวมองตาม
“หลับตานะ” ชายหนุ่มกล่าว ก่อนจะพยุงร่างของพีร์ให้นั่งขึ้นมา
พีร์รู้สึกถึงแรงเจาะบนติ่งหูข้างซ้ายที่มีรอยเจาะ เดิมเขาเจาะหูอยู่แล้ว แต่เมื่อมาฝึกงาน เขาจึงถอดต่างหูที่ชอบใส่ออก เพื่อภาพลักษณ์ที่ดี
“อ่ะ ลืมตาได้” ศิลาจับพีร์ให้หันไปมองในกระจก
“เป็นไง ชอบไหมครับ” ศิลากระซิบข้างหู พร้อมจูบบนติ่งหูเบา ๆ
พีร์ตกตะลึง เพราะตอนนี้ที่ติ่งหูซ้ายของเขา มีต่างหูเพชรน้ำงามที่ศิลาบรรจงใส่ให้เมื่อครู่ประดับอยู่ ถึงแม้แสงในห้องจะสลัวราง แต่ประกายของเพชรน้ำงามที่เจียระไนเป็นทรงเหลี่ยมนั้น ก็ส่องประกายจนเด่นชัดจนทำให้พีร์ตกใจ
“พี่หยก มันไม่เหมาะกับพีร์หรอกครับ พีร์ไม่ควรจะได้ของมีราคาอะไรแบบนี้” พีร์หันไปบอกกับคนรักอย่างกังวล
“ไม่หรอก พี่อยากจะมอบให้พีร์ มอบให้คนที่พี่รัก” เขาจูบหน้าฝากโหนกนูนของคนรักปลอบขวัญ
“พี่หยกครับ พีร์ว่ามันแพงไปไหม”
“ไม่หรอก...พี่เห็นพีร์ชอบต่างหูหน่ะ และก็พี่เห็นอันนี้ก็คิดถึงเรา ว่ามันน่าจะเหมาะกับน้องพีร์ และก็อะไรที่พี่ว่ามันเหมาะกับเรา มันก็ไม่แพงทั้งนั้นหล่ะ” เขายิ้มพร้อมกับลูบผมพีร์เบา ๆ
พีร์มองหน้าชายคนรักด้วยความซาบซึ้ง ก่อนจะบอกว่า
“ขอบคุณครับพี่หยก ไม่ว่าพี่หยกจะทำอะไรให้พี พีก็ชอบทั้งนั้นหล่ะครับ”
น้ำพริกแมงดา
เด็กใหม่ เด็กใหม่
Posts: 7
Joined: 04 Jun 2010 13:43

Re: <จากเรื่องสั้นที่กลายเป็นนิยาย>เด็กฝึกงาน

Post16 Sep 2010 22:57

ตอนที่ 7


"น้องพีเกลียดพี่ไหม" ศิลาถามพีร์ขณะที่เดินพีร์มาส่งเขาที่รถ
พีร์แปลใจที่จู่ ๆ ชายคนรักก็ถามแปลก ๆ ออกมา เขาไม่ทันได้ตอบอะไรศิลาก็พูดต่อ
"น้องพี พี่มันเห็นแก่ตัวมากเลยใช่ไหม"
"พี่หยก ทำไมพี่หยกถามแบบนั้นล่ะครับ"
"ไม่รู้สิ พี่แค่คิดว่าพี่เป็นคนที่ไม่ได้ให้เวลากับเราเหมือนที่เป็นแฟนกันเค้าทำเลย" เขาถอนหายใจก่อนจะพูดต่อ "พี่เห็นคนอื่นเค้าดูแลกันอย่างดี เค้าไม่อายเลยนะ ที่เค้าาเป็นแบบที่เราเป็นกัน" ศิลาพลางมองมาที่ชายคนรักด้วยสายตารู้สึกผิด "น้องพีน่าจะเจอคนที่เค้าเป็นคนดีกว่าพี่"
"พี่หยก ทำไมคิดแบบนั้นล่ะครับ พีไม่ได้ไม่ได้เกลียดพี่หยกสักนิดเลยนะ พี่หยกครับ พีว่าที่เราคบกันแบบนี้ ถึงมันจะแปลก ๆ แต่พีก็มีความสุขมากแล้ว ขอเพียงพีมีพี่หยกก็พอ" หนุ่มน้อยเริ่มมีน้ำตาออกมา "พีก็ไม่รู้นะว่าเรื่องของเราจะจบยังไง แต่ตอนนี้ พีมีความสุขที่มีพี่หยกครับ"
ศิลาได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างซาบซึ้ง ก่อนจะสวมกอดคนรักด้วยความขอบคุณ

อีกหนึ่งอาทิตย์ก็จะหมดเวลาฝึกงานของพีร์ในบริษัทนี้ เขารู้สึกว่า เวลาของเขากับศิลาใกล้จะหมดลงทุกทีแล้ว เขาคิดไว้ว่า หากเขาฝึกงานจบแล้ว เรื่องของเขากับศิลาก็คงจบลงแค่นั้น หากเขากับศิลายังคบกันต่อไป ก็คงจะมีแต่เสียกับเสีย เพราะเขากลัวว่าคนที่เขารักจะเดือดร้อนจากความสัมพันธ์นี้ สองเดือนที่ผ่านมา เขามีความสุขมากที่ได้รับความรักจากชายในฝัน แม้มันจะเป็นเวลาสั้น ๆ เขาก็พอใจ

นลพรรณถึงแม้จะสงสัยว่าศิลาไปตกหลุมรักใคร แต่ก็ไม่ได้หึงหวงอะไรมากมาย นอกจากกังวลเล็กน้อยว่า ถ้าศิลาเลือกที่จะทิ้งเธอกับลูกไปมากกว่า ถ้าคนนั้นที่ศิลารักเป็นคนไม่ดี
เธอมั่นใจว่า ศิลาไม่ทิ้งเธอแน่
แต่เธอไม่มั่นใจในมารยาหญิงของคนนั้นมากกว่า เพราะศิลาเองก็ใช่จะตัวเปล่าซะที่ไหน

เธอชักจะอยากรู้เหมือนกันว่าคนรักของศิลาเป็นใคร คืนนั้น หลังจากสามีเข้านอนด้วยความอ่อนล้า ด้วยความสงสัย เธอจึงถือวิสาสะแอบหยิบโทรศัพท์ของศิลามาดูไฟล์รูปต่าง ๆ
เป็นโชคดีที่เขาไม่ได้ล็อกเครื่อง
เธอเข้าไปในแฟ้มไฟล์รูป ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีรูปอะไรนอกจากรูปเธอและครอบครัว
ทำให้เธออดดีใจไม่ได้ ที่เขายังคิดถึงพวกเธออยู่
แต่สายตาของเธอ ก็เจออัลบั้มที่ขึ้นชื่อมาว่า "My DEAR" นลพรรณไม่รอช้าที่จะเปิดดู
แค่ชื่ออัลบั้มก็น่าหมั่นไส้แล้ว เธอคิดอย่างนั้นก่อนจะกดดู
รูปพวกนั้น ปรากฎแก่สายตา ....เป็นรูปหนุ่มน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มกำลังนอนหลับอย่างเป็นสุขบนอกของสามีเธอ
เธอไม่รอช้าที่จะเปิดรูปต่อไป ก็พบรูปของสามีเธอกำลังหอมแก้มหนุ่มน้อยที่กำลังหลับคนนั้น
นลพรรณกระจ่างแล้วซึ่งทุกสิ่ง เธอไม่ได้ร้องไห้โฮออกมา แต่เธอตกใจมากกว่า ที่คนรักของสามีเธอ เป็นผู้ชาย!!!!


หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ศิลายังส่งข้อความหาพีร์ไม่ขาด เขาเองก็ดีในที่ชายคนรักไม่ละเลยการเอาใจใส่ แต่เขาเองก็ต้องเริ่มตัดใจจากชายคนรักอย่างเจ็บปวด
เขาเชื่อว่า เมื่อเขาไปแล้ว ชีวิตของศิลากับครอบครัวก็คงกลับมาเป็นเหมือนเดิม
ตลอดเวลาที่คบกับศิลา เขาเจียมตัวและเจียมหัวใจเสมอ
แค่นี้เขาก็รู้สึกผิด ที่ไปมีใจและตกเป็นเมียเก็บของสามีชาวบ้านมากพอแล้ว
วันศุกร์นี้เขาไม่ได้ไปอยู่กับศิลา โดยอ้างว่า ขอตัวไปเที่ยวกับเพื่อน

แต่ความจริง เขามานั่งดื่มคนเดียวเงียบ ๆ ในร้านเหล้าแห่งหนึ่ง
แก้วต่อแก้ว สาดลงคอด้วยความขมขื่น
น้ำตาค่อย ๆ รินไหลลงมาไม่ขาดสายตั้งแต่ฤทธิ์แอลกอฮอล์ครอบงำ

"หวัดดีครับ นั่งคนเดียวเหรอ ผมนั่งคุยด้วยคนได้ไหมครับ" ชายหนุ่มหน้าตาดีในชุดตระเวนราตรี เข้ามาทักทายคนอ้วนแต่หน้าตาน่ารักอย่างเป็นมิตร
พีร์ยิ้มให้เชิงอนุญาต ชายหนุ่มคนนั้นจึงนั่งลง
"อกหักมาเหรอครับ ดื่มหนักขนาดนี้" ชายหนุ่มคนเดิมถาม
พีร์ไม่ตอบอะไร แต่จากท่าทางของเขาแล้ว ทำให้คนแปลกหน้าเดาออก
"ขอโทษครับ ผมรู้ว่าไม่ควร แต่ผมไม่อยากให้คนน่ารัก ๆ อย่างคุณเสียใจนะ"
พีร์ชะงักกับคำพูดของเขา
"ช่างมันเถอะครับ วันนี้มาดื่มกับผมดีกว่า" เขาตัดบทก่อนจะสั่งเครื่องดื่มมาเพิ่ม
พีร์ที่เริ่มกรึ่มด้วยน้ำเมาอยู่แล้ว ยิ่งดื่มหนักมากขึ้นเมื่อเจอเพื่อนร่วมร่ำสุราที่ชวนเขาคุยนู่นนี้อย่างสนุกสนาน จนเขาเริ่มไม่รู้สึกตัว ชายหนุ่มหน้าตาดีคนนั้นลอบยิ้มอย่างสมใจ ก่อนจะพยุงร่างอวบให้ลุกขึ้นตามเขา
พีร์เองก็เพิ่งรู้สึกตัว จึงพยายามรวบรวมสติ
"ปายยยยย หนายยยยยยยยยย" เขาพยายามบ่ายเบี่ยง
"ไปหาความสุขกันไงครับ" ชายหนุ่มตอบกรุ่มกริ่ม มือข้างที่พยุงเอว ลามลงไปลูบคลำบั้นท้ายอวบใหญ่นุ่มนิ่ม
"อวบ ๆ แบบเนี๊ยะ ผมชอบ" จิ้งจอกราตรีกรอกเสียงใส่หูของพีร์ด้วยความกระสัน
"ม่ายยยย ปายยยยยยยย" พีร์พยายามหนี
"ทำไม ลืมผัวเก่าไม่ได้ล่ะสิ เดี๋ยวพี่จะทำให้น้องลืมหน้าผัวเก่าเลยนะจ๊ะ หึหึหึ" มันไม่พูดแค่นั้นแต่กลับลากพีร์ที่ไร้สติให้ออกไปนอกร้านด้วยกัน
น้ำพริกแมงดา
เด็กใหม่ เด็กใหม่
Posts: 7
Joined: 04 Jun 2010 13:43

Re: <จากเรื่องสั้นที่กลายเป็นนิยาย>เด็กฝึกงาน

Post20 Sep 2010 14:21

มาให้กำลังใจค่ะ เปิดเข้ามาหลายทีละ

แต่ไม่ทันได้อ่านก็มีอะไรต้องทำ มาวันนี้แหละ ตามอ่านจนหมดละ

มาลงต่อไปเรื่อยๆนะคะ รออ่านอยู่ค่ะ
i'm fAmoUs iN pAriS nEWyOrk LoNdOn aNd tOkYo
User avatar
ย้งยี้
ปริญญาเอก ปริญญาเอก
Posts: 6510
Joined: 31 Dec 2007 00:02

Re: <จากเรื่องสั้นที่กลายเป็นนิยาย>เด็กฝึกงาน

Post20 Sep 2010 15:53

มาให้กำลังใจด้วยคนครับผม
อ่านแล้วอยากให้ทุกคนมีความรัก อิอิ :25: :25:
หากความรักเป็นดังเส้นทางสายหนึ่ง.....
User avatar
mmmm
ประถม ประถม
Posts: 454
Joined: 19 Nov 2008 00:42
Location: Thailand


Re: <จากเรื่องสั้นที่กลายเป็นนิยาย>เด็กฝึกงาน

Post07 Sep 2013 16:04

แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าในปัจจุบันสามารถเล่นคาสิโนออนไลน์ผ่านมือถือได้แล้ว และอีกอย่างถ้าเล่นคนเดียวไม่สนุกก็ชวนเพื่อนมาเล่นด้วยกันก็ได้ ก่อนจะเล่นจริงซึ่งส่งผลถึงความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นกับผู้เล่นได้อีกด้วย จากที่ผ่านมาหลายคนเล่นผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ในปัจจุบันเราสามารถเล่น sbobet ตอนเปิดบัญชียังมีขั้นต่ำ แล้วตอนถอดเงินนั้น จะมีขั้นต่ำเหมือนการฝากเริ่มแรกหรือไม่ royal1688 เป็นเครื่องมือสื่อสารที่คล่องแคล่วและทันสมัย ที่สามารถทำได้หลายอย่างภายในมือถือโดยเครื่องเดียวเท่านั้น นอกจากจะใช้โทรสื่อสาร แชท ส่งข้อความ อัพเดทเฟสบุ๊ก ทวิตเตอร์แล้ว มือถือสมัยนี้ยังสามารถเล่น goldclub slot จึงทำให้การแทงใน คาสิโนออนไลน์ ปลอดภัยมากขึ้นกว่าในอดีตมาก ระบบคาสิโนออนไลน์รายใหญ่ๆ ที่เปิดคำแนะนำในบ้านเรา มีระบบที่ได้มาตรฐานระดับโลก gclub ควรทำความเข้าใจก่อนที่จะทำการสมัครสมาชิก ควรอ่านข้อตกลงของผู้ให้คำชี้แนะให้ดี มีข้อห้ามอะไรบ้าง เพื่อป้องกันการทำผิดข้อตกลงไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจก็ตาม แต่เมื่อทำผิดกฎแล้วก็อาจถูกตัดออกจากการเป็นสมาชิกโดยที่ทางผู้ให้บริการจะไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ยิ่งหากมีเงินเดิมพันค้างอยู่ในระบบอยู่เป็นจำนวนมากแล้ว และสร้างรายได้ให้กับตัวเองได้มากที่สุด
Chrome2
เด็กใหม่ เด็กใหม่
Posts: 11
Joined: 22 Jun 2013 15:58