TOKYO Amour

Travel, Art, Film and Literature
ท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง ไม่อ้างว้างเดินร่วมทางไปด้วยกัน
ผลงานศิลปะทุกแขนง จัดแจงให้พวกเราเข้าชื่นชม
ภาพยนตร์ รวมพลคนคอหนัง
ผลงานวรรณกรรม งานเขียนทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง

TOKYO Amour

Post27 Nov 2009 11:53

ผมขออนุญาตนำเรื่องนี้ไปแปะที่บอร์ดอื่นที่เกี่ยวกับวรรณกรรมชายรักชายด้วยนะครับผม

VOGUE Tokyo
-------------------------------------------------
หลังจากที่ลองเขียนฟิคดูแล้ว ดูเหมือนจะปะติดปะต่อกันไม่ติด
ก็เลยขอเขียนเป็นบันทึกเรื่องราวในโตเกียวนะครับ เพราะเขียนไปโดยใช้จากความทรงจำและสมุดบันทึกที่เขียนเก็บไว้

ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณ คุณ TOKYO DOME อย่างใจจริงครับ
เพราะเรื่อง TOKYO LOVE STORY ที่คุณ TOKYO DOME เขียน เป็นแรงบันดาลใจให้่ผมหลายๆอย่างๆ
รวมถึงความรักในโตเกียวที่ต่างมุมจากคุณ TOKYO DOME ครับ

- ในเรื่อง TOKYO LOVE STORY คุณ TOKYO DOME เขียนว่า ได้ทิ้งนิสัยการเขียนเรื่องประทับใจไป
...ผมกลับเก็บนิสัยนั้นมาเขียนเรื่องประทับใจไว้ในสมุดบันทึกจนถึงปัจจุบัน

- คุณ TOKYO DOME ใช้ชีวิตอยู่ในโตเกียวในช่วงวัยรุ่นที่หวานชื่น สดใส และบริสุทธิ์
...ส่วนผมใช้ชีวิตอยู่โตเกียวในช่วงปลี่ยนจากวัยรุ่นเข้าวัยผู้ใหญ่ และปัจจุบันกำลังทำงานอยู่ในโตเกียวซึ่งเต็มไปด้วยรสชาติของชีวิตของวัยทำงานของคนโตเกียว ในเสน่ห์แบบชีวิตคนทำงานในโตเกียว

ผมจึงขอเล่าประสบการณ์ของวัยทำงาน ซึ่งกำลังจะก้าวย่างสู่วัยผู้ใหญ่ ในกรุงโตเกียว อันทรงเสน่ห์แห่งนี้ครับ.........
Last edited by VOGUE Tokyo on 04 Feb 2010 11:18, edited 1 time in total.
User avatar
VOGUE Tokyo
อนุบาล อนุบาล
Posts: 52
Joined: 26 May 2009 11:46

Re: TOKYO Amour

Post27 Nov 2009 12:00

........
บริษัทเรียกตัวผมไปในวันที่ 31 มีนาคม เพื่อซ้อมพิธีการรับพนักงานใหม่ของบริษัท
ทำไงดีหว่า ไม่รู้จักใครเลย..
เค้าจะรู้เรื่องภาษาญี่ปุ่นที่เราพูดมั้ย....
เค้าจะรู้สึกอย่างไรถ้ามีคนต่างชาติไปปะปนด้วย....
ไอ้กลุ่มที่ใส่สูทที่เดินข้างหน้าผม ดูแล้วก็รู้ว่าเป็นเด็กใหม่ ต้องเป็นพนักงานใหม่บริษัทเดียวกันกับผมแน่ๆเลย…
สารพัดความคิด ประดังเข้ามาในหัวของผม

..พอรู้สึกตัวอีกทีก็ยืนอยู่บนตึกหน้าบริษัทแล้ว..
ผมเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้ว เมื่อครั้งสอบข้อเขียนเข้าบริษัท และสอบสัมภาษณ์
การเข้าทำงานในญี่ปุ่นมีการสัมภาษณ์หลายรอบมากกกกก กว่าเค้าจะรับทำงาน
“เอาวะ สู้ๆ” ผมสูดลมหายใจลึกๆและเดินเข้าไปในตึกบริษัทแห่งนี้
ผมขึ้นลิฟท์พร้อมกับเด็กใหม่ 4-5 คน ตาผมไปปะทะกับตาตี่ๆของเด็กใหม่คนหนึ่ง
“หวัดดี” ผมทักเค้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ให้สมชื่อกับสยามเมืองยิ้มหน่อย
“หวัดดี เราชื่อ อิโต้ ยินดีที่ได้รู้จัก”
“หวัดดี เราชื่อ โว้ค ยินดีที่ได้รู้จัก”
“ชื่ออะไรนะครับ” เค้าคงแปลกหูน่ะแหละ
“โว้ค คับ” ตอบไปแบบไม่คิดอะไร
และแล้วลิฟท์ก็มีเสียงโพล่งดังขึ้นมา จนแทบจะเซ็งแ่ซ่
“Gai jin Gai jin!!-คนต่างชาติ คนต่างชาติ!!”
แล้วทุกคนในลิฟท์ก็ประดังเข้ามาถามผม จนติดมุมลิฟท์เลย
“ชื่ออะไรนะ? มาจากไหนเหรอ? จะมาเข้าซ้อมพิธีการรับพนักงานใหม่กับพวกเราใช่ป่าว?”
แต่แล้วลิฟท์ก็หยุด แล้วก็มีผู้ใหญ่ของบริษัทเดินเข้ามา ดูง่ายมากครับ จะเป็นคนอายุค่อนข้างมาก ผมดำสลับขาวจนดูเทา ส่วนใหญ่ใส่แว่น หน้าตานิ่งๆ และแล้วเสียงทุกคนก็เงียบลง
พอออกจากลิฟท์ เด็กใหม่ทุกคนก็เดินเข้าไปในห้องเตรียมตัว ก็มีเสียงจ้อกแจ้กจอแจ
“มีคนต่างชาติมาด้วยว่ะ”
“ไหนๆ”
“ชื่อไรอ่ะ มาจากประเทศอะไร ปีนี้มีกี่คนวะ”

มีคนต่างชาติเข้าทำงานใหม่ในบริษัท 9 คน เป็นคนจีน 5 คน คนเกาหลี 3 คน และคนไทย 1 คน
ด้วยความที่ในญี่ปุ่น มีคนไทยน้อยมากๆเมื่อเทียบกับคนจีนและเกาหลี ทำให้ทุกคนรุมเข้ามาสัมภาษณ์ผม รวมทั้งคนจีนและคนเกาหลีด้วย จนความประหม่าในตอนก่อนที่จะเดินเข้าบริษัทค่อยๆหายไป และมิตรภาพของ “เด็กใหม่” ด้วยกันก็เริ่มขึ้น
User avatar
VOGUE Tokyo
อนุบาล อนุบาล
Posts: 52
Joined: 26 May 2009 11:46

Re: TOKYO Amour

Post27 Nov 2009 13:04

มาต่อเร็วๆ เน่อ อย่าหายไปเลยล่ะ :31:
กระท้อนหวานๆ อร่อยชื่นใจ๋
User avatar
น้องกระท้อน
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1929
Joined: 14 Oct 2008 15:29

Re: TOKYO Amour

Post27 Nov 2009 14:29

(ไม่หายไปไหนแน่ๆครับคุณกระท้อน เพราะผมดูสมุดบันทึกไป นึกไปแล้วก็เขียนไปครับ ไม่ต้องแต่งอะไรเพิ่ม ลงได้เร็วแน่ๆครับผม)

........
ปีที่ผมเข้าทำงานเป็นปีที่เศรษฐกิจดีมากๆ
บริษัทจึงรับพนักงานใหม่มากที่สุดเท่าที่เคยรับมา
ทำให้ปีนี้มีเด็กใหม่เต็มไปหมดจนห้องประชุมใหญ่แทบจะระเบิด

“จินจิ” หมายถึง ฝ่ายบุคคล ครับ
คำว่า จินจิ นี้ จะคุ้นกันมากๆสำหรับคนที่เพิ่งเข้าทำงาน
คนของจินจิจะต้องควบคุมคนหมู่มาก ซึ่งเหมือนกับการจับปูใส่กระด้งให้ได้
ดังนั้นคนของจินจิจึงเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเด็กใหม่ส่วนใหญ่ครับ
เพราะเหตุนี้ ในวันนี้ คนของ จินจิ ดุมาก
“เวลานัดบอกว่า 8โมง45 แต่คุณเข้ามาตอน 8โมง40 ก็ถือว่าสายแล้ว !!!!!!!” คนของจินจิตะคอกราวกับทหาร
โชคดีที่ผมกะมาก่อนเวลา 15 นาที จึงรอดตัวไปหวุดหวิด
คนญี่ปุ่นนี่เข้มงวดเรื่องเวลามากจริงๆ

และแล้ว..การซ้อมพิธีก็เริ่มขึ้น..

บรรยากาศของห้องประชุม ก็เหมือนกับพิธีรับนักเรียนใหม่ครับ
มีเวทีอยู่ด้านหน้า เด็กใหม่ก็นั่งเก้าอี้ที่เรียงกันไว้ โดยทุกคนจะมีที่ประจำตัว
โดยจินจิกล่าวชื่อของพนักงานเข้าใหม่ทุกคนออกทางไมโครโฟน
เมื่อได้ยินเสียงตัวเอง ก็ต้องยืนขึ้นและตะโกนรับให้ดังสุดๆ
“Hai !!!!!”

หลังจากที่สมมติให้ท่านประธานบริษัทกล่าวคำปราศัยจบแล้ว
ตัวแทนของพนักงานใหม่ก็ออกไปกล่าวคำทักทาย
โอกายาม่า เป็นตัวแทนของเด็กใหม่ปีนี้
พอเห็นตัวแทนก้าวออกมา ก็รู้สึกได้เลยว่า คนนี้เท่ห์มากกก อาการของผมก็ออกเล็กน้อย งืมๆ
พอโอกายาม่ากล่าวจบ ทุกคนก็ตบมือ
และมีพิธีรีตองอีกมากมายจนผมรู้สึกว่า มันน่าเบื่อมากๆ
ผมจึงเริ่มเล็งหนุ่มๆที่เป็นเด็กใหม่ด้วยกัน แก้เบื่อครับ อิอิอิ

ถึงแม้ทุกคนจะใส่สูท แต่เค้าความเป็นนักศึกษาจบใหม่ก็ยังมีให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นทรงผม หรือสีของเนคไท
ผมสะดุดตาหนุ่มๆหลายคน แต่ก็เก็บอาการไว้ เล็งๆไว้ว่าจะไปทำความรู้่จักด้วยหลังจากพิธีซ้อมจบแล้ว แต่แล้วทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้านตัวเองกันไปหมด เพราะต้องเตรียมตัวสำหรับวันจริงของพรุ่งนี้

มืดแล้ว อากาศเริ่มหนาวลง เด็กใหม่ต่างคนต่างแยกกันกลับบ้าน
ผมเอาผ้าพันคอออกมาพันคอไว้ให้อุ่นเพื่อไม่ให้เป็นหวัด และนั่งรถไฟกลับอพาร์ทเมนท์
เมื่อผมเดินเข้ามาในห้อง ผมก็นั่งคิดอะไรต่างๆมากมาย
คืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายที่ผมจะอยู่ห้องนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งใจหาย
สิ่งเก่าๆที่เคยมีอยู่ในห้องนี้จะจางหายไป
ความตื่นเต้นที่ผมจะเผชิญกับสิ่งใหม่ๆที่รออยู่เบื้องหน้า ทำให้ผมนอนแทบไม่หลับ
User avatar
VOGUE Tokyo
อนุบาล อนุบาล
Posts: 52
Joined: 26 May 2009 11:46

Re: TOKYO Amour

Post27 Nov 2009 14:55

.........................
วันพิธีจริง
เช้าที่แจ่มใสของเดือนเมษา อากาศเย็นสบาย ดอกซากุระที่รายเรียงริมถนนกำลังบานเต็มที่เต็มไปหมด พอลมพัด กลีบสีชมพูของดอกซากุระก็ลอยละลิ่วไปในท้องฟ้า ดูสวยงามมาก

ทุกคนมาก่อนเวลากันอย่างมาก ก็เลยมีเวลาคุยกัน
ตอนนี้ผมได้อยู่กลุ่มเดียวกับ อิโต้แล้ว ในกลุ่มนี้มีสมาชิกอีก 3 คนคือ ฮิดากะ มิยาเกะ แล้วก็ นิชิยาม่า
ในสายตาเพื่อนร่วมรุ่น นิชิยาม่า คือคนที่หล่อที่สุดในรุ่น ผมก็เลยรู้สึกโชคดีนิดๆที่ได้เข้ากลุ่มนี้ แต่ผมไม่ได้คิดกับนิชิยาม่าเป็นอย่างอื่น นอกจากเพื่อนร่วมรุ่นเท่านั้น

“สวัสดีคุ รับ ปุ ” ฮิดากะกล่าวทักทายผมเป็นภาษาไทย สำเนียงญี่ปุ่นจ๋า
ฮิดากะ เคยไปเมืองไทยหลายครั้ง ชอบเมืองไทยมาก แต่มีเคยมีแฟนเป็นคนจีน
“โว้ค มันเป็นคนทะลึ่งนะโว้ย” มิยาเกะ มันแหย่ผม เพิ่งเคยเจอกันแค่วันเดียวรู้ขนาดนั้นเชียวเรอะ คบๆกับมันต่อมาก็รู้ว่ามันเป็นเสือผู้หญิงอ่ะคับ ชอบฝรั่งอีกต่างหาก
“เออ จริงด้วยๆ” นิชิยาม่า รับมุขอย่างรวดเร็ว

“รีบนั่งเข้าที่เดี๋ยวนี้!! พิธีจะเริ่มแล้ว!!!!” จู่ๆเสียงดุนรกจากจินจิก็เข้ามาแทรก เสียงเซ็งแซ่เมื่อกี้ก็เงียบกริบในทันใด ทุกคนต่างนั่งประจำที่ และหลังจากนั้น 15 นาที พิธีก็เริ่มขึ้น...

เมื่อพิธีจบ ทุกคนก็รวมตัวกันเพื่อรับประทานอาหารร่วมกันกับผู้บริหารระดับสูงที่ห้องโถงใหญ่ มีเวทีเล็กๆเพื่อแนะนำตัวเด็กใหม่ทุกคน โดยจินจิกำหนดให้พูดแค่คนละ 30 วินาทีเท่านั้น
แค่คิดก็หนาวแล้วครับ เพราะแนะนำตัวแค่ 30 วินาที ก็ต้องใช้เวลาเป็น ชั่วโมงเลยทีเดียว

ผมออกไปแนะนำตัวเป็นภาษาญี่ปุ่น และภาษาอังกฤษ
ผมพูดเร็วมากเท่าที่จะทำได้
พอผมลงเวที ทุกคนก็ปรบมือกันดังเกรียวกราว เพราะผมพูดภาษาอังกฤษซะสำเีนียงฝรั่งจ๋าตามที่คุณแม่สอนมา

หลังงานเลี้ยงเลิก เด็กใหม่ทุกคนก็รวมตัวกันเพื่อจะไป “โนมิไก” ถ้าใครเคยอ่านเรื่องของคุณ TOKYO DOME ก็คงจะทราบดีว่ามันคือการดื่มและกินอาหารด้วยกันของเพื่อนร่วมงานนั่นเองครับ

ระหว่างที่เราเดินไปที่ร้านอาหาร
ผมรู้สึกได้เลยว่ามีคนที่ตั้งตัวเป็นคู่แข่งกับผมซะแล้ว ทั้งๆที่ผมยังไม่อยากให้ความรู้สึกนั้นเข้ามาเลย
หรือว่าเพราะนี่คือสังคมของวัยที่ต้องก้าวย่างเข้าสู่วัยทำงานนะ

ผมได้รับรังสีอำมหิตอย่างชัดเจน 2 คนจาก
หนึ่ง โตริ จากมหาลัย วาเซดะ เอกภาษาอังกฤษ เป็นคนจังหวัดไอจิ
สอง ซาโต้ โคทาโร่ จากมหาลัย โซเีฟีย (หรือมหาลัย โจชิ) เอกกฎหมาย คุณพ่อทำงานอยู่สถานทูต เป็นคนจังหวัดคานากา่ว่า
ก็ไม่ใช่อะไรหรอกครับ เพราะภาษาอังกฤษที่ผมพูดไปเมื่อกี้นั่นเอง
ช่างเหอะผมไม่คิดอะไรอยู่แล้ว ไปนั่งกินกับกลุ่มผมดีกว่า
โนมิไก ครั้งนี้ทำให้ผมได้รู้จักเพื่อนๆมากมายเลยครับ

- ฟูจิกิ มหาลัยคันไซกักกุอิง หนุ่มยิ้มเก่งจากฮิโรชิม่า ที่ยิ้มเก่งเพราะฟันมันยาวมาก แต่หล่อ
- โอกายาม่า มหาลัยทสึคุบะ ตัวแทนเด็กใหม่ จากนาโกย่า หลีดเดอร์ชิบเต็มเปี่ยม
- คาเสะโอกะ มหาลัยโอซาก้า หนุ่มน่ารักจาก โกเบ มีมุขตลกๆมากมาย
- คิตะ มหาลัยเคโอ หนุ่มจากโอซาก้าเงียบแต่มีมันสมองดังพายุ หน้าตาเหมือนหนุ่มไอ้มดแดงตอนไม่แปลงร่าง
- โอฮาร่า มหาลัยโตเกียว จากฮิโรชิมา สุขุมนุ่มทุ้มลึก

สาวๆของเราก็มีนะครับ
- เซนจัง มหาลัยเมจิ จากโอซาก้า คุณป้ามีโรงงานอยู่เมืองไทยด้วย
- ซายากะจัง มหาลัยวาเซดะ จากฟุคุชิม่า สาวเก่งบัญชี สอบวัดระดับบัญชีได้ระดับ 2 แล้ว
- จิเอะจัง มหาลัยโตเกียว จากโตเกียว สาวสวย ตลก เอาใจเก่ง แถมมีเชี่ยวชาญในการมอมเหล้าผู้ชายอีกด้วย
- ฮิโรโกะจัง มหาลัยนาโกย่า จากนาโกย่า สาวแกร่งและมั่นมาก ตาโตมีพลัง
และคนอื่นๆอีกมากมายสาธยายไม่หด เอ๊ย!! หมดครับ

ทุกคนก็ดื่มกันเมากันน่าดูเลย ต่างคนต่างสลับที่นั่งกันไปมา เพื่อแนะนำตัวกันให้ทั่วถึง

และแล้วก็ถึงเวลากลับ “หอ”
User avatar
VOGUE Tokyo
อนุบาล อนุบาล
Posts: 52
Joined: 26 May 2009 11:46

Re: TOKYO Amour

Post27 Nov 2009 18:53

เอ่ .. สงสัยฮะ การเข้าทำงานที่ญีปุ่นเนี่ย เหมือนเรียนไฮสคูลเลยหรอฮะ :24:
อ่านดูบรรยกาศเหมือนจากจบ จูเนียร์ไฮ ไป ไฮสคูลในหนังการ์ตูนย์เลยอะ ยิ่งเรื่องพิธีรีตอง


รีบๆมาอัพเร็วๆนะฮะ :32:
" สักว่ารู้ สักว่าเห็น ดูเล่นๆ ด้วยใจที่เป็นกลาง "

User avatar
น้องน้อยหน่า
ปริญญาโท ปริญญาโท
Posts: 2673
Joined: 04 Jan 2008 18:01

Re: TOKYO Amour

Post28 Nov 2009 23:42

โอ๊ะ โห แฟนคลับคุณแม่เยอะมาก

ย้งยี้ก็เป็นแฟนคลับคุณโตเกียวโดมมานานแล้วเหมือนกันค่ะ

แต่ที่สะดุดตากับกระทู้นี้ คือชื่อของคุณหนะค่ะ เริ่ดที่สุด

ย้งยี้ยกให้ vogue เป็นคำภาษาอังกฤษที่ เริ่ด เก๋ที่สุดแล้วค่ะ คิคิ

แล้วจะตามอ่านนะคะ มาลงบ่อยๆนะ
i'm fAmoUs iN pAriS nEWyOrk LoNdOn aNd tOkYo
User avatar
ย้งยี้
ปริญญาเอก ปริญญาเอก
Posts: 6510
Joined: 31 Dec 2007 00:02

Re: TOKYO Amour

Post30 Nov 2009 10:10

** ใช่ครับคุณน้อยหน่า พิธีรีตองก็เหมือนกับนักเรียนนักศึกษาเลยครับ
ทุกคนเพิ่งจบใหม่ ก็ยังคงมีความเป็นนักเรียน นักศึกษากันอยู่ครับ
การเข้าบริษัทจึงเหมือนกับการต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆกันอีกครั้งครับ

** ขอบคุณครับ คุณย้งยี้ ชื่อผมมีที่มาด้วยครับผม
แล้วจะอธิบายให้ฟังในงานปาร์ตี้ xq ครั้งหน้านะครับ
เพราะตั้งใจว่าจะไปร่วมงานครั้งหน้าครับ อิอิอิ


.........................................................................

ที่เป็นหอ ก็เพราะว่า หลังจากพิธีรับพนักงานใหม่แล้ว ทุกคนจะต้องอยู่ร่วมกันเพื่อฝึกงานกันเป็นเดือนๆกว่าจะเข้าทำงานได้ครับ
ซึ่งทุกคนจะหมุนเวียนกันไปในแต่ละแผนกรวมกัน 5 แผนก 
และหลังจากนั้นทุกคนก็จะถูกจินจิเรียกให้มารวมตัวอีกครั้ง
เพื่อฟังผลประกาศว่า แต่ละคนจะต้องไปทำงานที่ไหน แผนกอะไรครับ

ด้วยความที่เด็กใหม่ปีนี้เยอะมาก ทำให้ต้องพักห้องละ 2 คน
โกะตันดะ เป็นชื่อหายากของญี่ปุ่น ผมได้พักกับเพื่อนคนนี้ครับ

ที่หอ มีห้องน้ำรวม รวมทั้งอ่างแบบออนเซนด้วย
แถมตรงกลางมีน้ำตกให้ด้วยอีกตังหาก
ผมไม่อยากแย่งอาบน้ำในห้องกับเจ้าโกะตันดะ
ก็เลยไปอาบน้ำที่ห้องน้ำรวมซะ จะได้เจริญหูเจริญตาด้วย เพราะทุกคนแก้ผ้าหมด อิอิอิ....
ผมชินกับห้องน้ำรวมแล้ว เพราะตอนผมเรียนมหาลัย
ผมก็เคยใช้ห้องอาบน้ำรวมเมื่อตอนผมอยู่ชมรมกีฬา
ตอนแรกก็เขินๆ แต่แล้วก็ชินครับ เพราะเพื่อนกันทั้งนั้น

พอผมเดินเข้าไปห้องอาบน้ำ ไอน้ำในห้องน้ำก็เต็มห้องไปหมด
ดูเหมือนหมอกบางๆปกคลุมไปทั้งห้องน้ำน่ะครับ
ผมเห็นเพื่อนๆผมมันวิ่งเล่นกระโดดน้ำไปมาในอ่างของห้องอาบน้ำนั่นแหละครับ ตู้มๆ เออนะ...
บางคนเอาสบู่เหลวใส่น้ำ ตีให้เป็นฟอง แล้วราดตามพื้นเล่นไสล์กันสนุกสนานกันใหญ่ นี่ขนาดจะทำงานกันแล้วนะ (--;)
อ้าวๆๆๆ บางคนวิดพื้นด้วย เอาเข้าไป...
ผมก็อาบน้ำตามประสาของผมไป แล้วก็มองผ่านกระจกไปรอบๆ
ดูอาหารตา อิอิอิ

ผมมารู้ทีหลังว่า การที่เด็กปีหนึ่งต้องมาอยู่หอรวมกัน
ก็เพื่อให้มีการพูดคุยกัน มีความสนิทสนมกันมากขึ้น
ซึ่งจะทำให้การทำงานร่วมกันในบริษัทราบรื่นขึ้นครับ
อีกทั้งรุ่นพี่ก็ยังพักอยู่ที่หอด้วย
ดังนั้นเมื่อมีปัญหาเรื่องงาน รุ่นน้องก็สามารถปรึกษารุ่นเมื่อกันกันที่หอไ้ด้ด้วย งานที่ทำก็จะราบรื่นขึ้น
เข้าใจแล้วว่า ญี่ปุ่นมันบ้างานจริงๆ เรื่องงานก็ยังเอามาคุยกันที่หอได้อีก

............................................................
ครึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหก จากหน้าร้อนเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง
และแล้ว ทุกคนก็รวมตัวกันอีกครั้ง
เพื่อฟังประกาศว่า แต่ละคนจะไปประจำที่ไหน แผนกอะไร

ทุกคนก็ลุ้นกันจนตัวโก่ง
เพราะแต่ละคนต้องกระจัดกระจายกันไปทั่วญี่ปุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ฮอกไกโด ที่หนาวเย็น เมืองเซนได โตเกียว นาโกย่า โอซาก้า โกเบ ฮิโรชิม่า ชิซูโิอกะ และอื่นๆ
ผมก็ลุ้นมากๆเช่นกัน
ผมอยากอยู่เมืองโตเกียว เพราะเป็นเมืองหลวงและเป็นศูนย์กลางของทุกๆอย่าง ไม่เฉพาะในญี่ปุ่น แต่เป็นของโลกเลยก็ว่าได้ จึงอยากจะมีประสบการณ์ที่นี่
ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่า เพื่อนๆของผมส่วนใหญ่ก็อยากประจำที่โตเกียวเช่นกัน เหตุผลก็คงคล้ายกับของของผมแหละครับ

ตอนเค้าประกาศชื่อของแต่ละคน
บรรยากาศมาคุ ก็เริ่มขึ้น โดยคนของจินจิได้เดินเข้ามาในห้อง
“ต่อไปจะเป็นประกาศ ชื่อ สาขาและแผนกของแต่ละคน ช่วยเงียบด้วย!!”

และแล้วสิ่งที่ทุกคนรอคอยก็เริ่มขึ้น...

“โอกายาม่า สาขาโตเกียว แผนก อิเล็กทรอนิกซ์” ว้าวววว หลีดเด้อประจำปีได้อยู่โตเกียว!!
“อิโต้ คาซึยะ สาขาโอซาก้า แผนก อสังหาริมทรัพย์” อิโต้ คนที่ทักผมเป็นคนแรกเมื่อเข้าบริษัท ต้องไปอยู่สาขาโอซาก้า
“นิชิยาม่า สาขาโอซาก้า แผนก ก่อสร้างและInfrastructure” นิชิยาม่า เพื่อนผมก็ไปโอซาก้าอีกคน

บรรยากาศเหมือนประกาศผลสอบไม่มีผิด
ุบางคนก็ยังนั่งลุ้น
บางคนก็น้ำตาเอ่อ ซึมไปเลยเพราะต้องไปอยู่สาขาที่ไม่อยากไป
บางคนก็ยิ้มไม่หุบเพราะไ้ด้อยู่สาขาที่ตัวเองอยากไป
แต่ละความรู้สึกก็ประดังประเดอัดอยู่ในห้องประชุมแห่งนี้

เพื่อนสนิทผมแต่ละคนกระจัดกระจายกันไปหมด ยิ่งคิดก็ยิ่งเศร้าปนความตื่นเต้น เพราะผมก็ต้องรอประกาศของผม

“ประกาศชื่อพนักงานคนญี่ปุ่นครบแล้ว ต่อไปจะประกาศรายชื่อพนักงานคนต่างชาติ”
ผมต้องรอชื่อสุดท้ายเลยเพราะชื่อคนเกาหลีกับคนจีนเป็นอักษรจีน แต่ชื่อผมเป็นอักษร คาตากะนะ
“คิม จงวาง สาขาฟุคุโอกะ แผนกการขนส่ง”

เจ้าคิมหน้าเสียทันที เพราะว่ามันก็อยากอยู่สาขาโตเกียว
แต่ผมเข้าใจว่าฟุคุโอกะ อยู่ใกล้เกาหลีที่สุด นั่งเครื่องบินเพียงชั่วโมงเดียวก็ถึงแล้ว นายคิมจึงควรอยู่ฟุคุโอกะ

"วาง กาง สาขาโตเกียว แผนก กลยุทธ์ลงทุนเมืองจีน"
เจ้าวาง กาง จากจีนได้อยู่โตเกียว

ผลประกาศแต่ละคนก็ผ่านไปๆ ผ่านไปอย่างรวดเร็ว..

ผมก็ลุ้น ลุ้น ลุ้นนนนนน
ในใจนั้นตื่นเต้นขึ้นทุกทีๆ
จนสามารถได้ยินเสียงเต้นโครมครามของหัวใจผมได้เลย

“โว้ค!!”
ผม ผมก็หลับตาปี๋เลยครับ กำมือแน่นเลยครับ
“สาขาโตเกียว!! แผนกการต่างประเทศ”

ไชโย!!!!! ผมตะโกนในใจ
ผมยังคงหลับตาอยู่
ผมถอนหายใจแรงมากกกก เพราะรู้สึกโล่งอกที่สุด
เหมือนทุกอย่างที่หนักอึ้งในใจเมื่อสักครู่ได้ลอยหายไปไหนหมดก็ไม่รู้
รอยยิ้มก็ค่อยๆเผยขึ้นที่มุมปาก แต่มือก็ยังคงกำแน่นอยู่อย่างนั้น
ผมคิดในใจ “ไชโย!! ได้อยู่สาขาโตเกียวแล้ว”
ผมยังยิ้มไม่หยุด ความรู้สึกดีใจในวันนั้นเป็นอีกวันหนึ่งที่ยังคงอยู่ในใจผมตลอดจนถึงปัจจุบัน
แต่ผมไม่รู้หรอกว่า หลังจากนั้นจะมีเรื่องราวมากมายที่รอผมอยู่ ณ กรุงโตเกียวแห่งนี้.........
Last edited by VOGUE Tokyo on 06 Dec 2009 23:11, edited 1 time in total.
User avatar
VOGUE Tokyo
อนุบาล อนุบาล
Posts: 52
Joined: 26 May 2009 11:46

Re: TOKYO Amour

Post30 Nov 2009 11:19

แอบลุ้นว่าพี่เจ้าของกระทู้จะปิ้งกะคนใดคนนึง แล้วมีเรื่องหวานแหววตอนเข้าไปอยู่หอซะอีก :16:




เล่าเรื่องโรแมนติคด้วยสิ :38: เค้าอยากฟัง :38:
" สักว่ารู้ สักว่าเห็น ดูเล่นๆ ด้วยใจที่เป็นกลาง "

User avatar
น้องน้อยหน่า
ปริญญาโท ปริญญาโท
Posts: 2673
Joined: 04 Jan 2008 18:01

Re: TOKYO Amour

Post30 Nov 2009 12:02

แอบลุ้นตามไปด้วยความระทึก

ดูๆไป ที่ญี่ปุ่นนี่น่าสนุกเนอะ สมัยที่ทำงานเก่าย้งยี้ก็มีเทรนเดือนนึง

เหมือนเพิ่งไปเรียนอีกรอบ ทั้งๆที่เพิ่งเรียนจบ สนุกมาก ถึงจะไม่ต้องอยู่หอด้วยกันก็เถอะ


ชื่อคุณนี่ อ่านครั้งแรก ย้งยี้นึกถึง คอนเสิร์ทมาดอนน่าที่ไปเปิดแสดงที่ญีุ่ปุ่น หลายปีก่อนเลย

เพลงโว๊คนี่ถือเป็น เพลงอันดับหนึ่งตลอดกาลในชาร์ตของย้งยี้เลยค่ะ
i'm fAmoUs iN pAriS nEWyOrk LoNdOn aNd tOkYo
User avatar
ย้งยี้
ปริญญาเอก ปริญญาเอก
Posts: 6510
Joined: 31 Dec 2007 00:02

Re: TOKYO Amour

Post01 Dec 2009 08:01

คุณน้อยหน่าใจร้อนจังเลย
ไนส์พาสครับ
เพราะผมกำลังจะเล่าเรื่องที่คุณน้อยหน่าอยากอ่าน(รึเปล่าก็ไม่ทราบ) พอดีเลยครับ

---------------------------------------------
......
จากฤดูใบไม้ร่วงก็เข้าสู่ฤดูหนาว
เวลาผ่านไปครึ่งปีแล้ว แต่สิ่งเรื่องราวต่างกำลังจะเริ่มขึ้นหลังจากนี้

ค่ำของคืนวันศุกร์คืนหนึ่ง อากาศหนาวและชื้น เหมือนว่าหิมะจะตก
ผมนั่งทำงานที่จะต้องสะสางให้เสร็จคนเดียว เพราะคนอื่นกลับกันหมดแล้ว
ผมเพิ่งเป็นเด็กปีที่หนึ่ง จึงทำงานช้า เนี่องจากยังไม่ชินกับงาน
อีกทั้งคนญี่ปุ่นถือว่า คนกลับบ้านช้าเป็นคนขยัน
เด็กปีหนึ่งควรอยู่ให้ดึก ยิ่งดึกเท่าไหร่ยิ่งอิมเมจดี
ผมก็เลยอยู่ๆไปเพื่อให้เค้าเห็นว่า ผมขยันนะโว้ย
ทั้งๆที่จริงๆแล้วอยากกลับสุดๆ แต่กลับไม่ได้

“เล่าเรื่องเมืองไทยให้ฟังหน่อยสิครับ” เสียงนึงดังขึ้นมาในห้องทำงานซึ่งกว้างมาก ทำให้เสียงดูก้องไปเลย
“จะสี่ทุ่มแล้วยังไม่กลับอีกเหรอครับ วันนี้วันศุกร์นะ” จิฮารุ เอ่ยถามขึ้น
เพื่อนร่วมรุ่นของผมเองครับ เป็นคนไซตามะ
เราไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ เพราะตอนฝึกงานก็ฝึกกันคนละที่
แม้จะอยู่สาขาโตเกียวเหมือนกัน ตึกเดียวกัน
แต่ก็คนละแผนก ซึ่งอยู่ตรงข้ามห้องทำงานผม โน่นแน่ะ
แม้จะเจอกันในหอพักพนักงานบริษัทก็ทักกันผ่านๆเท่านั้น

“งานยังเหลืออีกนิดหน่อยครับ คิดว่าทำอีกนิดก็จะกลับแล้ว”
ในใจอยากกลับที่สุดดดดดด
“งั้นเลิกงานแล้วไปหาอะไรกินกันก่อนกลับมั้ยครับ”
ผมอยากจะกลับไปนอน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ เพราะเสียมารยาท

“ดีเลยครับ กำลังหิวอยู่ด้วย กินเสร็จก็จะได้นอนเลย จะได้อ้วนๆ ตั้งแต่ทำงานน้ำหนักลดตั้งเยอะแน่ะ”
ยังพูดตลกได้อีกนะผม เฮ้อออออเหนื่อยยยยย

แต่พูดดักไว้แล้วว่าจะกลับไปนอน
เพราะงั้นไม่ไปต่อที่ไหนทั้งสิ้นนะเว้ยยยยย
ที่ต้องพูดดักไว้ เพราะผมกลัวว่าเค้าจะชวนผมไปร้องคาราโอเกะน่ะสิครับ
คนญี่ปุ่นชอบร้องเกะหลังทำงาน จนดึกดื่น
ถ้าเป็นวันธรรมดาก็ต้องตื่นเช้ามาทำงานต่อ
ไม่รู้มันเองแรงมาจากไหนกัน
(พออ่านเรื่องของคุณโตเกียวโดม ก็ถึงบางอ้อว่า
คนญี่ปุ่นเค้าฝึก โนมิไก กินดื่มกัน
นอนดึกตื่นเช้าตั้งแต่สมัยมัธยมกันแล้ววววววว)
แต่...ไม่ไหวอ่ะ เหนื่อย.....

ผมทำงานอีกครู่หนึ่งเค้าก็มาหาผมอีก คราวนี้ก็มานั่งข้างๆผมเลย เอามือมาดึงผมให้กลับบ้าน
“ไปกันเหอะ โว้ค”
แล้วทำไมเอ็งไม่ไปเองล่ะวะ...จะรอทำหอกอะไรล่ะ
ผมก็งงนิดๆอ่ะครับ ผมไม่สนิทกับเค้าซักหน่อย แล้วทำตัวใกล้ชิดอะไรกับผมล่ะเนี่ย
ผมก็เลยบอกว่ายังมีงานต้องสะสางอีกนิดเดียวก็กลับแล้ว

เค้าก็เลยลุกขึ้น
อิอิอิ กลับไปห้องทำงานแกเลยนะ ไอ้แว่น
งานผมยังไม่เสร็จนี่นา ถ้าดองไว้ วันจันทร์ผมตายแน่ๆ

แต่แล้วผมก็ต้องตกใจสุดๆ
เมื่อเค้ามานั่งคร่อมหน้าขาผม แล้วจ้องหน้าผม จนหน้าแทบจะชนกัน
“......................”
“.....................”
และ
“....................” (--;)
User avatar
VOGUE Tokyo
อนุบาล อนุบาล
Posts: 52
Joined: 26 May 2009 11:46

Re: TOKYO Amour

Post01 Dec 2009 11:22

ค้างมากค่ะ :20:
i'm fAmoUs iN pAriS nEWyOrk LoNdOn aNd tOkYo
User avatar
ย้งยี้
ปริญญาเอก ปริญญาเอก
Posts: 6510
Joined: 31 Dec 2007 00:02

Re: TOKYO Amour

Post01 Dec 2009 11:36

สงสัยผมจะโพสต์ไปชนกับคุณย้งยี้แล้วนะครับเนี่ย
ก็เลยโดนตีกลับ โพสต์ไม่ขึ้นในครั้งแรก

--------------------------------------------------------
ไอ้นี่มันรู้ว่าผม......
หรือว่ามันจะลองใจผมวะ???

ใจผมเต้นตึกตักๆ ตุ้มๆต่อมๆ มองไปที่หน้าของจิฮารุ
ใกล้ ใกล้มากๆ
เฮ้ย...เฮ้ย...มันจะมาไม้ไหนวะเนี่ย!!!!

ความเงียบกริบได้เข้าครอบงำบรรยากาศในห้องทำงานแห่งนี้
มันคงเป็นเวลาไม่กี่สิบวินาที แต่ผมรู้สึกว่ามันนานมากกกกกกกกก
ผมไม่รู้จะมองไปทางไหน เพราะโดนนั่งคร่อมซะอย่างนั้น
ก็เลยนั่งนิ่งไหวติง มองไปที่หน้าของเค้า
ในที่สุดปากเค้าก็ขยับขึ้นแล้วพูดว่า
“อีก10นาที จะมาหานะครับ”

แล้วเค้าก็ลุกขึ้นกลับไปห้องทำงานของเค้า
มันอะไรกันวะเนี่ย ผมจะชิ่งหนีกลับก่อนดีมั้ยนะ????

คิดไปคิดมาก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น
ผมก็เลยรีบปั่นงานให้เสร็จ จริงๆแล้วงานมันก็เหลืออีกไม่มากหรอกครับ
มือของผมน่ะสิ มันสั่นไปหมด พิมพ์ผิดๆถูกๆ
อาการตื่นเต้นจากเรื่องเมื่อกี้ยังไม่หายจากหัวผม
“ทำไงดีวะ ทำไงดีวะ” ในหัวมีแต่คำถาม
จน10นาทีผ่านไป เค้าก็เดินเข้ามาในห้อง

ใจดีสู้เสือ......
เรียนคำนี้มาตั้งแต่ตอนเด็กๆ วันนี้คงต้องใช้อีกครั้งแล้วหละวะ

“ไปกินที่ไหนดีครับ” ผมพยายามข่มความรู้สึก และฝืนส่งยิ้มสยามไปให้
และถามไปเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ไป รปปงงิ กันมั้ยครับ มีร้านทังทังเมน (บะหมี่ออกเผ็ดๆหวานๆ) อร่อยมาก
นั่งรถไฟฟ้าจากที่นี่ไปก็แป๊บเดียวเอง”

รปปงงิ ....เหรอครับ....

รปปงงิเป็นศูนย์รวมธุรกิจ และเป็นศูนย์รวมความหรูหราเอาไว้มากมายของญี่ปุ่น
เป็นสถานที่ที่พัฒนาขึ้นใหม่ เพราะฉะนั้นทุกอย่างจึงดูใหม่
และสวยงามไปด้วยศิลปะและเทคโนโลยีสมัยใหม่ล้ำยุคล้ำสมัยมากมาย

ในโตเกียว ถ้าใครบอกว่าทำงานอยู่รปปงงิ จะติดภาพหรูขึ้นมาทันทีเลยครับ
ที่นี่เคยเป็นศูนย์ของกองทหารอเมริกัน
สถานทูตสเปน สวีเดนก็อยู่ที่นี่
ดังนั้นรปปงงิจึงเป็นศูนย์รวมความอินเตอร์ของโตเกียวเลยทีเดียวครับ
เราจะเห็นคนต่างชาติจำนวนไม่น้อยเดินไปมากันให้ขวั่กที่นี่ครับ
แถมสถานีโทรทัศน์อาซาฮี ก็อยู่ในรปปงงิอีกด้วย

รปปงงิ จึงเป็นที่นัดเดทนัดเที่ยวอันดับต้นๆของหนุ่มสาวทำงานทั้งหลายครับ
ดังนั้นจึงไม่แปลกครับ
ที่จะเห็นสาวญี่ปุ่นหน้าหมวย หนุ่มญี่ปุ่นหน้าตี๋เดินผ่านหน้าเราโดยพูดภาษาอังกฤษคล่องปร๋อราวกับเจ้าของภาษายังไงยังงั้น

รถไฟสายโอเอโดะวิ่งมุ่งหน้าสู่ รปปงงิ อย่างรวดเร็ว
รถไฟใต้ดินสายสีชมพูเข้มสายนี้ ลึกและใหม่ ภายในสถานีจึงสวย
แถมยังมีศิลปะริมผนังให้ชมอยู่บ่อยๆด้วยครับ
พูดถึงความลึกถึงสายนี้ แล้วทึ่งจริงๆครับ มีบันไดเลื่อนลงไปประมาณ 3-4ชั้นน่ะครับ ผมว่าความลึกของสายนี้น่าจะเท่ากับหรือสูงกว่า มาบุญครองชั้น3-4ได้แหละมังครับ

จากนั้นไม่กี่นาที....
เราก็เดินขึ้นมาจากรถไฟใต้ดินสาย โอเอโดะ
“Where would you like to go?” จิฮารุพูดภาษาอังกฤษใส่ผมอย่างไม่ทันตั้งตัว
หลังจากนั้น เราก็ืสื่อกันด้วยภาษาอังกฤษตลอด
สงสัยมันแค่อยากจะพูดภาษาอังกฤษแค่นั้นละมั้ง....

“หิวรึยัง”
“ไม่ค่อยหิวครับ เพราะว่าเพิ่งกินเมื่อตอนค่ำแล้วครับ” ที่ตอบไปอย่างนั้น
ก็เพราะผมเพิ่งกินเบนโตะกล่องเล็กๆไป เมื่อตอนทุ่มกว่าๆ เพราะทนหิวไม่ไหว
ซึ่งใครๆในบริษัทก็ทำอย่างนี้กัน ถ้าต้องทำงานจนดึก
อีกอย่าง ผมจะได้กินอะไรเบาๆเร็วๆ แล้วรีบกลับไปนอนไง อิอิอิ
“งั้นไป รปปงงิฮิลส์ ก่อนมั้ยครับ? ตอนนี้ยังไม่ปิด ถ้ารีบไปก็คงทัน”
“จริงรึเปล่าครับ ไปครับไป” อ้าวๆๆๆๆๆๆๆ เลี่ยงไปเลี่ยงมาซะตั้งนาน ดันตอบรับไปง่ายๆซะังั้นแหละครับ
เหตุก็เพราะว่า ผมยังไม่เคยไป รปปงงิฮิลส์ อ่ะครับ

http://en.wikipedia.org/wiki/Roppongi_Hills
ในเวปนี้มีข้อมูลอ้างอิงด้วยครับ ลองๆคลิกดูนะครับ

ตึกนี้เป็นตึกสำคัญมากแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นเลยครับ
เศรษฐีใหม่ที่ยังหนุ่ม บริษัทใหม่แต่เติบโตได้เป็นระดับแนวหน้าของญี่ปุ่นก็รวมกันอยู่ที่นี่ ตึกนี้จึงเป็นตึกที่มีเสน่ห์ของความใหม่ ก้าวหน้า ล้ำยุค และทันสมัยที่สุดของญี่ปุ่นแห่งหนึ่งเลยครับ

ในใจกลางของ รปปงงิ รอบๆข้างเต็มไปด้วยตึกสวยหรู
ประดับประดาไปด้วยไปด้วยศิลปะสมัยใหม่มากมาย
เด็กหนุ่มสองคนใส่สูท ดูยังไงก็เด็กเพิ่งทำงานใหม่
กำลังเดินไปสู่ลานกว้าง ท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับของไฟหลากสีที่ประดับบนต้นไม้ของฤดูหนาว ...

"นั่นไง รปปงงิฮิลส์"......
User avatar
VOGUE Tokyo
อนุบาล อนุบาล
Posts: 52
Joined: 26 May 2009 11:46

Re: TOKYO Amour

Post01 Dec 2009 14:27

อ๊าาา ขออภัยค่ะ

ตอนแรกนึกว่าจะมีจูบด้วย คิคิ :25:
i'm fAmoUs iN pAriS nEWyOrk LoNdOn aNd tOkYo
User avatar
ย้งยี้
ปริญญาเอก ปริญญาเอก
Posts: 6510
Joined: 31 Dec 2007 00:02

Re: TOKYO Amour

Post02 Dec 2009 11:21

ผมมองไปขึ้นไปจนสุดลูกหูลูกตา
ตึกดำทะมึนที่มีแสงสะท้อนจากเงากระจก
และมีแสงไฟสีฟ้าประดับเป็นทางยาวตั้งแต่ชั้นหนึ่งจนชั้นสูงสุด
แสงไฟค่อยๆดับและสว่างขึ้นมาใหม่ไล่ลำดับกันไปเรื่อยๆดูแปลกตา

“ขึ้นไปข้างบนกันเถอะครับ”

ลิฟท์พาเราสองคนขึ้นไปชั้นชมวิวของตึก Roppongi Hills

ความตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็นของผมทำให้ผมอมยิ้มอยู่ตลอดเวลา
“ครั้งแรกที่ขึ้นบนนี้หรือครับ?” เขาคงรู้แหละครับ ทำหน้ากรุ้มกริ่มซะอย่างนั้น
“ใช่ครับ” ตอนนี้เปลี่ยนเป็นภาษาญี่ปุ่นแระ มึนได้อีก

เมื่อเดินออกจากลิฟท์
ไฟสลัวๆทำให้มองไปรอบๆไม่ค่อยถนัดนัก
ผมค่อยๆเดินไปที่กระจกใสอย่างช้าๆและมองทอดออกไปอย่างเลื่อนลอย

ผมตกพะวังไปกับเสน่ห์ของโตเกียวยามค่ำคืนไปชั่วขณะ.........
รถที่เห็นแล้วขนาดเหมือนของเล่นกำลังเล่นอย่างช้าๆเบื้องล่าง
ไฟประดับมากมายที่เรียงรายไปตามทาง
ตึกสูงเสียดฟ้าที่มีแสงระยิบระยับอยู่บนยอดตึก กระจัดกระจายไปทั่วกรุงโตเกียวแห่งนี้

“มาทางนี้สิครับ” จิฮารุดึงแขนผมเบาๆให้ไปมองอีกมุมหนึ่ง
ผมก็เดินไปพลางมองไปรอบๆพลาง
ส่วนใหญ่คนที่มาชมวิวที่นี่มักจะเป็นคู่หนุ่มสาว เพราะผมเห็นเงาตะคุ่มๆ นั่งคู่กัน
หน้ากระจกใสอยู่หลายคู่

แต่แล้วแสงๆหนึ่งก็เข้ามาปะทะนัยน์ตาผม
แสงนั้นค่อยๆส่องแสงลอดผ่านกระจกใสเข้ามาทุกทีๆ
ยิ่งผมเดินเข้าไปใกล้กระจกชมวิวเท่าไหร่ หอนั้นก็ยิ่งส่องแสงชัดเจนมากขึ้นเ่ท่านั้น
Tokyo Tower ที่อาบสปอร์ตไลท์จนเห็นประกายแสงสีขาวสลับกับสีแดงเข้มอย่างชัดเจนในเวลาค่ำคืน สะกดให้ผมจ้องมองอยู่อย่างนั้นอย่างไม่รู้ตัว

“ผมชอบมุมนี้ที่สุด” จิฮารุเอ่ยขึ้น

กรุงโตเกียวยามนี้ เต็มไปด้วยแสงไฟสวยงามเปล่งประกายไปทั้งเมือง
ตึกแต่ละตึกส่องแสงไฟระยิบระยับไปตามรูปทรงของโครงสร้าง ดูแปลกตา

เด็กหนุ่มใส่สูทสองคนกำัลังดื่มด่ำกับโตเกียวยามค่ำคืน
มองโตเกียวทาวเวอร์ที่ตั้งตระหง่านเปล่งประกายสีขาวแดงอยู่ตรงหน้า...ด้วยกัน...
User avatar
VOGUE Tokyo
อนุบาล อนุบาล
Posts: 52
Joined: 26 May 2009 11:46

Re: TOKYO Amour

Post02 Dec 2009 14:31

อ่านแล้วทำให้อยากไปทำงานที่ญี่ปุ่นเลยอ่ะคับ... :34:

รีบ ๆ มาเขียนต่อไว ๆ นะคับ ไว้จะคอยติดตามผลงาน..หุหุ
:31:
กิน มะม่วง มั้ย... :P
User avatar
mango
มัธยม มัธยม
Posts: 519
Joined: 12 Aug 2008 18:35

Re: TOKYO Amour

Post03 Dec 2009 09:29

ดูคุณย้งยี้ชอบมาดอนน่ามากเลย
ขอบคุณมากๆครับที่ชอบชื่อผม
Thank you!

ขอบคุณครับคุณมะม่วง
งานที่ญี่ปุ่นหรอครับ เหอๆๆๆ (เหงื่อตก)

ไม่รู้คุณน้อยหน่าหายไปไหนแล้วอะ
ท่าทางงานคงจะยุ่ง หรือกำลังเรียนอยู่ครับ?


-----------------------------------------------------------------

“ทังทังเมนได้แล้วค่ะ” ภาษาญี่ปุ่นที่กดเสียงแรงแบบคนจีนพูด ผมรู้ได้เลยว่าน้องสาวคนนี้เป็นนักเรียนจีนที่กำลังเรียนอยู่ที่นี่ สู้ๆนะน้อง

อร่อยมาก!!เส้นหมี่กับซุปเผ็ดกำลังดี ใส่หมูสับด้วย รสหอมกลมกล่อมมากกกกกก

เราคุยกันเรื่องสัพเพเหระ อีกมากมายหลายเรื่อง
แต่ในใจผมก็ยังไม่เข้าใจว่า ทำไมจู่ีๆเขาจึงมาชวนผมมาที่นี่
แค่วิธีชวนก็แปลกแล้ว มีอย่างที่ไหนฟะ.....(ละไว้ฐานที่เข้าใจ)

หลังจากกินบะหมี่แล้วก็เดินย่อยอาหารซักหน่อย
ผมก็กะว่าจะกลับรถไฟเที่ยวสุดท้ายไปเลยเหมือนกัน
ไหนๆก็มาเที่ยวแล้วนี่ คืนวันศุกร์อีกตังหาก

เขาพาผมไปเดินเล่นที่หน้าสถานีโทรทัศน์อาซาฮี
http://ja.wikipedia.org/wiki/%E3%83%86% ... D%E6%97%A5
ลองชมภาพจากลิงค์นี้ดูนะครับ ผมว่าที่นี่สวยดีครับ ^^

เราเดินกันไปที่ลานกว้างหน้าสถานีโทรทัศน์อาซาฮีและลัดเลาะไปตามบันไดรูปร่างๆต่างๆ
ระหว่างนั้นเราก็คุยกันไปเรื่อยๆ 
อากาศหนาวกำลังดี
“นายรู้ป่าว ว่าพนักงานของสถานีอาซาฮีได้รับเงินเดือนมากอันดับต้นๆของญี่ปุ่นเลยนา”
“จริงเหรอ นึกว่าจะเป็นบริษัทรถอย่างเดียวซะอีก” แล้วเขาก็ชวนคุยต่างๆนานา
“แล้่วก็.....”
“จิฮารุ...” ผมแทรกขึ้นเบาๆก่อนที่เขาจะเล่าอะไรต่อไปอีก
ผมพูดขึ้นพลางเดินมองทอดไปข้างหน้าเรื่อยๆ
จริงๆคือผมไม่กล้ามองหน้าเขาครับ
“ทำไมชวนผมมาที่นี่เหรอ?” ผมตั้งใจจะถามคำถามนี้ก่อนที่เราจะขึ้นรถไฟเที่ยวสุดท้าย
ผมคิดว่าเขาคงจะมีเรื่องอยากจะเล่าให้ผมฟัง
แต่ผมไม่รู้ว่าเป็นอะไร
อย่างไรก็ตาม แม้ผมอาจจะช่วยอะไรเขาไม่ได้
แต่ผมอาจจะช่วยรับฟังเขาได้

“Aano..............” เขาพูดแค่นี้แล้วก็เอามือดึงแขนผมไปเบาๆ
ซวยแล้วกรู ต้องเรื่องแบบนั้นนั่นแน่ๆ
โธ่...ไม่น่าถามเลย
ผมเดินตามแบบอิดออดตลอดเลยครับ
มันต้องพูดอะไรที่ทำให้ผมเซอร์ไพรส์แหงๆ
“ไม่อาววววว บริษัทเดียวกัน ต้องเจอกันทุกวัน เดี๋ยวมองหน้ากันไม่ติดหรอก !!”
ผมตะโกนลั่นเลย...ในใจ ....... (--;)

เราเดินผ่านลานหน้าแมนชั่นข้างตึกรปปงงิฮิลส์แล้วเดินเข้าไปในซอกแคบระหว่างตึก โดยมีลิฟท์บังอยู่

เขามองมาที่ผม ค่อยๆเอาแขนมากอดคอผมเบาๆ
และโน้มหน้าเข้ามาใกล้ผม
“ทำอะไรน่ะ!!!” ผมผลักเขาออกไปทันที
แค่นี้ก็หอบแล้วครับ ทั้งโดนลากมาแถมโดนอย่างนี้อีก

ตอนแรกคิดว่ามันคงแค่พูดเฉยๆ ที่ไหนได้ข้ามมาภาคปฏิบัติเลย
ดีนะ ที่ผมไม่ต่อยสวนไปน่ะ
รมณ์เสียมากครับ ขอบอก มันคิดอะไรของมันวะ !!

ผมรีบเดินออกไป
แล้วเดินตรงไปสถานีรถไฟใต้ดินทันที
ไม่มองกลับหันหลังไปมองเขาแม้แต่แว่บเดียว
กลัวมันจะทำอะไรแปลกๆกับผมอีก

พอผมจะก้าวเข้าไปสถานี
พนักงานรถไฟก็ยกมือห้ามไม่ให้ผมเข้า
“ขออภัยด้วยครับ (สุภาพสุดๆพนักงานรถไฟที่นี่เนี่ย) รถไฟเที่ยวสุดท้าย ออกไปแล้วครับ”
“อะไรนะครับ!!!!”
ผมมองนาฬิกา
00:55........
(― ―;)
....................
...................
User avatar
VOGUE Tokyo
อนุบาล อนุบาล
Posts: 52
Joined: 26 May 2009 11:46

Re: TOKYO Amour

Post05 Dec 2009 14:27

หายเงียบไปเลยคับ รอติดตามอยุ่นะคับ
กิน มะม่วง มั้ย... :P
User avatar
mango
มัธยม มัธยม
Posts: 519
Joined: 12 Aug 2008 18:35

Re: TOKYO Amour

Post05 Dec 2009 15:41

ขอโทษด้วยครับ
รอนิดนึงนะครับ แล้วจะทยอยลงอีกครับ

ตอนนี้งานยุ่งมากกกกกกกกกกกกกกกกกก(คงเข้าใจนะครับ ญี่ปุ่นมันใช้โหด)
เลยไม่มีเวลาพิมพ์เลยครับ
User avatar
VOGUE Tokyo
อนุบาล อนุบาล
Posts: 52
Joined: 26 May 2009 11:46

Re: TOKYO Amour

Post05 Dec 2009 23:43

ติดตามครับๆ

VOGUE Tokyo wrote:แล้วจะอธิบายให้ฟังในงานปาร์ตี้ xq ครั้งหน้านะครับ

ปล. /me ไม่พลาด XQ Meeting ปีหน้าแน่ๆ โฮ้ๆ
User avatar
Circlet
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1340
Joined: 01 Jan 2008 21:36

Re: TOKYO Amour

Post06 Dec 2009 11:40

กี๊ซซซซ
อารมณ์ค้างงง

ไว้มีเวลาแล้วอย่าลืมเขียนต่อนะคร้าบ..จะลงแดงแว้ว กะลังเข้าด้ายเข้าเข็มง่ะ
แล้วเจอกันในงาน meeting นะครับ
นมมณี
ประถม ประถม
Posts: 118
Joined: 03 Apr 2008 16:25

Re: TOKYO Amour

Post06 Dec 2009 20:04

“คิม จงวาง สาขาชิซูโอกะ แผนกการขนส่ง”

เจ้าคิมหน้าเสียทันที เพราะว่ามันก็อยากอยู่สาขาโตเกียว
แต่ผมเข้าใจว่าชิซูโอกะ อยู่ใกล้เกาหลีที่สุด นั่งเครื่องบินเพียงชั่วโมงเดียวก็ถึงแล้ว นายคิมจึงควรอยู่ชิซูโอกะ


韓国に近いのは「福岡」ではないでしょうか?
「静岡」なら東京とは変わらないと思いますけど・・・

続き、楽しみにしております。
頑張ってください。
User avatar
koteipenguin
เด็กใหม่ เด็กใหม่
Posts: 11
Joined: 18 Mar 2009 11:20
Location: Antarctic

Re: TOKYO Amour

Post06 Dec 2009 23:09

Circlet wrote:ติดตามครับๆ

VOGUE Tokyo wrote:แล้วจะอธิบายให้ฟังในงานปาร์ตี้ xq ครั้งหน้านะครับ

ปล. /me ไม่พลาด XQ Meeting ปีหน้าแน่ๆ โฮ้ๆ


ขอบคุณมากๆๆๆๆที่ติดตามผลงานนะครับ
เป็นกำลังใจอีกโขเลยครับ

แล้วเจอกันที่งานนะครับ (ข้ามปีเลยนะครับเนี่ย)


นมมณี wrote:กี๊ซซซซ
อารมณ์ค้างงง

ไว้มีเวลาแล้วอย่าลืมเขียนต่อนะคร้าบ..จะลงแดงแว้ว กะลังเข้าด้ายเข้าเข็มง่ะ
แล้วเจอกันในงาน meeting นะครับ


ขออภัยด้วยครับ จะรีบอัพนะคร้าบบบบบบบบบบ
ไม่ให้ค้างนานแน่ครับ อิอิ

ขอบคุณมากๆๆๆๆเลยครับที่ติดตามครับผม

koteipenguin wrote:
“คิม จงวาง สาขาชิซูโอกะ แผนกการขนส่ง”

เจ้าคิมหน้าเสียทันที เพราะว่ามันก็อยากอยู่สาขาโตเกียว
แต่ผมเข้าใจว่าชิซูโอกะ อยู่ใกล้เกาหลีที่สุด นั่งเครื่องบินเพียงชั่วโมงเดียวก็ถึงแล้ว นายคิมจึงควรอยู่ชิซูโอกะ


韓国に近いのは「福岡」ではないでしょうか?
「静岡」なら東京とは変わらないと思いますけど・・・

続き、楽しみにしております。
頑張ってください。


申し訳ございません!
その通りです。僕のミスで「福岡」の代わりに「静岡」を書いてしまいました。
直ちに直させて頂きます。
本当に助かりました。
どうも有難うございました。

早く投稿(というよりも作成というでしょうか。。。)できるように頑張ります。
御楽しみにしてく下さい。
これからも宜しくお願い致します。
User avatar
VOGUE Tokyo
อนุบาล อนุบาล
Posts: 52
Joined: 26 May 2009 11:46

Re: TOKYO Amour

Post06 Dec 2009 23:39

สองรีบนเค้าคุยจีบกันรึเปล่าอะ :kero:
User avatar
Circlet
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1340
Joined: 01 Jan 2008 21:36

Re: TOKYO Amour

Post07 Dec 2009 05:31

ต้องเป็น Fukuoka แทน Shizuoka หรอคับ มันอยู่ตรงไหนอะ gogole earth หาไม่เจอ (หรือเพราะผมพิมพ์ผิด) เห่อๆๆ แต่แบบว่ายังไม่ได้อ่านจนจบอะ

เดี๋ยวมีเวลาจะมานั่งอ่านยาวๆคับ :25:
why why why why why why why why why why
User avatar
dmmks
ปริญญาเอก ปริญญาเอก
Posts: 4556
Joined: 01 Jan 2008 14:48

Next