TOKYO Amour

Travel, Art, Film and Literature
ท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง ไม่อ้างว้างเดินร่วมทางไปด้วยกัน
ผลงานศิลปะทุกแขนง จัดแจงให้พวกเราเข้าชื่นชม
ภาพยนตร์ รวมพลคนคอหนัง
ผลงานวรรณกรรม งานเขียนทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง

Re: TOKYO Amour

Post25 Jan 2010 12:14

------------------------------------------------------------------------------------------

“ใช่ก็คือใช่ ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่น่ะแหละโว๊ค”
นี่คือประโยคทองเกี่ยวกับความรักของสุดสัปหาห์ที่ผ่านมาครับ
น้อย เป็นคนพูดประโยคนี้กับผมครับ
ขอบใจเอ็งจริงๆเลยนังน้อยยยยย

คือ...กลุ่มผมมีเพื่อนสนิทกันอยู่ 4 คนครับ แต่ละคน แสบๆกันทั้งนั้นเลยครับ

1) น้อย สาวมั่นและสาวแปลกประจำกลุ่ม เธอทำงานอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ของญี่ปุ่น
เธอมักจะบอกว่าทำงานไม่เก่ง โดนด่าบ่อย
แต่ด้วยความมั่น และไม่แคร์สิ่งใดของเธอ ทำให้เธอเอาตัวรอดมาได้จนถึงปัจจุบันอย่างสบายๆ และงานของเธอก็มั่นคงสุดๆ
เธอมีแฟนเ็ป็นคนฝรั่งเศส(หล่อมากกกก)ซึ่งรักเธอมากกกกกกก มากจนเป็นที่น่าอิจฉา
แฟนเธอทำตามที่เธอสั่งทุกอย่างๆ
ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้ก็เป็นไม้ และยอมทุกอย่างเพื่อสยบแทบเท้าของเธอ (จริงๆครับ)
ตอนนี้ชีวิตความรักของน้อย เป็นชีวิตความรักที่สวีทที่สุดในกลุ่มเลยครับ

ในกลุ่มเรา น้อยมักบอกพวกเราว่าน้อยเป็นคนไม่สวย
แต่สิ่งที่พวกเราเห็นได้ชัดเลยก็คือ จริงครับ..น้อยเป็นคนไม่สวย(อิอิ) แต่น้อยเป็นคนที่แปลกที่สุด น้อยกล้า น้อยมีความตรงไปตรงมา และมีความคิดที่ไม่เหมือนใครเลย
มุขของน้อยแต่ละอย่างจะแปลกๆ
แต่ก็เรียกเสียงหัวเราะชนิดที่เรียกว่า ขำกันไป 3 วัน 3คืนเลยทีเดียว
และผมก็คิดว่า นี่คือสิ่งที่ทำให้น้อยทรงเสน่ห์และน่าค้นหาอยู่ตลอดเวลา จนทำให้แฟนหนุ่มฝรั่งเศสรักเธอจนหัวปักหัวปำขนาดนี้

2) หนุ่ม เพื่อนคนขยันประจำกลุ่มที่ทำงานเก็ตติ้งค์ให้กับบริษัทไอทีแห่งหนึ่งย่าน มารุโนะอุจิ Marunouchi ซึ่ง มารุโนะอุจินี้ก็เปรียบเสมือน สีลม สาธรเมืองไทยน่ะครับ(แต่จะอาจจะใหญ่กว่าและมีความหลากหลายมากกว่าครับ)

ลิ้งค์ข้างล่าง เป็นข้อมูลภาษาไทยเกี่ยวกับ มารุโนะอุจิครับ
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1% ... 8%E0%B8%B4

อันนี้เป็นภาษาอังกฤษครับ (มีรูปเพิ่มด้วย)
http://ja.wikipedia.org/wiki/%E4%B8%B8% ... E%E5%86%85

หนุ่มทำงานเก่งและทำงานหนักมากกกกก มากกว่าผมอีก บางวันมันเิลิกตี4 บางวันมันทำงานทั้งคืน บางวันมันก็ไปทำงานวันหยุด เช่น วันเสาร์ หรือวันอาทิตย์ (รวยน่ะรวย แต่ระวังสุขภาพด้วยนะเพื่อน เป็นห่วง...)
และหนุ่มก็เป็นเกย์เหมือนผมครับ ....

หนุ่ม มีห้องซึ่งเป็นแมนชั่นหรูอยู่ย่าน รปปงงิ (Roppongi)ใกล้พระราชวังของเจ้าชายของจักรพรรดิญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ใจกลางโตเกียว ดังนั้น กลุ่มพวกเรา มักจะไปรวมกลุ่ม(และนอน) ที่บ้านของหนุ่มครับ

หนุ่มอยากมีแฟนมาก แต่หนุ่มก็ยังไม่มีแฟน ทั้งๆที่หนุ่มเป็นคนหล่อ
หนุ่มมักจะบ่นให้พวกเราฟังเสมอๆว่าหนุ่มเหงา และอยากมีคนรู้ใจ
ทุกคนในกลุ่มจึงลงความเห็น และบอกหนุ่มว่า สาเหตุที่ทำให้หนุ่มไม่มีแฟนก็คือ หนุ่ม “มั่ว” นั่นเอง… (--;;)……

ทุกครั้งที่กลุ่มเราไปเที่ยวผับเกย์ จะมีคนมาติดหนุ่มและอยากคุยกับหนุ่มตลอด ทั้งคนญี่ปุ่นและฝรั่ง
เพราะหนุ่มเท่ห์และตัวสูงมาก (เกือบๆ190ได้มั้ง)
และแน่นอน พฤติกรรมประจำของหนุ่มก็คือ การ“ห่อกลับบ้าน”
หนุ่มจะได้ผู้ชายไปนอนที่บ้านแทบทุกครั้ง และทั้งหมด ก็คือ One night Stand

“เหนืออื่นใด ระวังตัวเองด้วยก็แล้วกัน เพราะเราเป็นห่วงเมิงทุกคน” น้อยสรุป

3) มิ้น(คนนี้ต้องบรรยายสรรพคุณเยอะหน่อย) สาวมั่น(กว่า)ประจำกลุ่ม มิ้นมั่นมากๆ จน ผม น้อย และหนุ่ม ลงความเห็นกันว่า มิ้น สามารถนิยามคำว่า “แรด” ได้ดีที่สุดคับ (--)(ขอโทษนะเมิง กรูเอาเมิงมาเผาในบอร์ดซะแล้วววว 555)

หนุ่มเคยบอกผมว่า มิ้น ก็คือ สแมนต้า ในเรื่อง Sex and the city นั่นเอง
ผมก็ถามไอ้หนุ่มว่า สแมนต้า คืออะไร มันก็ด่าผมว่า
“อะไรนะ! เมิงไม่รู้จักสแมนต้าเหรอ นี่เมิงไม่เคยดูเรื่อง Sex and the cityใช่มั้ย?? เมิงเป็นเกย์นอกคอก และเป็นเกย์ที่ไร้คุณสมบัติของเกย์เป็นที่สุด!!! (TT)….”
.........ขนาดนั้นเลยเรอะ ไอ้กร๊วกกกกกกก.......
เอาเถอะ ผมก็พอเข้าใจว่า สแมนต้า ในเรื่องคงแรดสะบัดเหมือนนังมิ้นน่ะแหละ

มิ้นเป็นคนสวยมาก สวยจริงๆ และสวยมั่นสุดๆ
เสน่ห์ของมิ้นมีมากมายเหลือล้น จนกระทั่งหนุ่มๆทุกชาติเข้ามาหลงรักเธอ
มิ้นชอบของแบรนด์เนม มิ้นแต่งตัวสวย เดินแต่ละที โมเดลยังต้ิองยอมแพ้เลยครับ
และเวลาเธอกรีดกรายเดินไปทางไหนก็จะมีหนุ่มแอบมองอยู่ตลอดเวลา (อยากเป็นมันจังเลยครับ อิอิอิ)

แม้ว่ามิ้นจะหน้าตาสะสวยสคราญ จิ้มลิ้ม ทรงเสน่ห์ขนาดนี้
แต่เชื่อมั้ยครับ ว่ามิ้นเป็น วิศวกร ง่ะ ……..
......(--:)/.......

มิ้นท์ทำงานอยู่ในบริษัทญี่ปุ่นที่ใครๆก็รู้จักครับ เธอเป็นวิศวกรอยู่ที่นั่น
มิ้นท์ทำงานเก่งมาก
เห็นน่ารักๆ จิ้มลิ้มอย่างนี้ๆนะครับ มัน “ถึก” กว่าใครเลย
มันต่อสายไฟได้ มันเชื่อมบัดกรีได้ มันคอนโทรลเครื่องจักรได้ มันทำได้ทุกอย่างที่ผู้ชายทำ

แถมจิตใจมิ้นก็แกร่ง แก่นแก้วเกินใคร
อย่างเช่ิน ผึ้ง บินว่อนเข้ามาวงกินข้าวของพวกเรา จนวงแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง แต่มิ้น ถือตะเกียบวิ่งไปไล่จิ้มๆผึ้งนั่น จนผึ้งมันหนีหายต๋อมไปเลยครับ
เจ๋งจริงๆเพื่อนกรู....(-.-).....

ผู้ชายที่มาเป็นกิ๊ก และเคยเป็นกิ๊กของมิ้นมีมากมายนับไม่ถ้วน และแทบจะทุกเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็น อเมริกา ยุโรป เอเชีย เช่น ฝรั่งเศส สเปน บราซิล อิตาลี อเมริกา(ทั้งคนขาวและคนดำ) อินเดีย ตุรกี จีน เกาหลี ญี่ปุ่นและอื่นๆ จนสาธยายไม่หมด (--:)

วีรกรรมของยัยมิ้นก็มีให้เห็นไม่ขาดสาย
อย่างเช่น สุดสัปดาห์นี้ที่กลุ่มเราออกไปเดินเที่ยวด้วยกัน
วันเสาร์ มิ้นพากิ๊กอิตาลีมาเที่ยวกับกลุ่มพวกเราด้วย
แต่พอวันอาทิตย์ เราก็เห็นมิ้นควงหนุ่มญี่ปุ่นวิ่งออกมาจากสถานีเพื่อให้ทันเวลานัดพบ
.(--:)/ .(--:)/ .(--:)/ .(--:)/ .(--:)/
นี่ไม่รวมวันธรรมดาและวันอื่นๆอีกนะครับ
.(--:)/ .(--:)/ .(--:)/ .(--:)/ .(--:)/ มันแรงจริงๆ...
---------------------------------------------------------------------------

อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมไม่ได้เจอทะกะชิ เพราะคุณแม่เขามาค้างที่บ้านตั้งแต่วันเสาร์เพื่อเข้าร่วมพิธีแต่งงานของลูกพี่ลูกน้องของเขาในวันอาทิตย์ (เพราะงั้นวันอาทิตย์เขาก็ไม่ว่างครับ)
พอดีเจ้าหนุ่มชวนผมไปกินข้าวที่บ้าน และนัดรวมตัวเพื่อนๆกันที่นั่นด้วย
ผมก็เลยถือโอกาสเล่าเรื่องเกี่ยวกับผมและทะกะชิ ให้เพื่อนๆผมฟัง และขอความคิดเห็นจากเพื่อนๆด้่วยเลย
- “คนนี้น่ารักๆ เอาเลยๆเอาเลยโว๊ค คนนี้แหละดีสุดเรย หล่อๆๆๆๆ” ไอ้หนุ่ม One night Stand มันดูรูปไปแล้วก็เชียร์ไป
- “คนนี้น่ารักนะโว้ค ลองดูนี่สิ (โชว์รูป) ชั้นก็กำลังกิ๊กกับเด็กญี่ปุ่นอายุ 20 คนนี้อยู่
ดูรูปเทียบกันแล้วแล้ว สองคนนี้น่ารักพอกันเลย เริดๆๆ ลุยเลยจ่ะโว้ค คิคิคิ” นังมิ้นคับนังมิ้น มันกำลังกิ๊กอยู่กับเด็กมหาลัยอยู่(หล่อและ่น่ารักมากกกกกกก)
- “โว้คไม่ต้องคิดเรื่องอนาคตหรืออะไรให้มันซับซ้อนมากนักหรอก
ใช่ก็คือใช่ ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่น่ะแหละโว๊ค” น้อยพูดบอกผม
ฟังก็รู้ครับ ว่ามันพูดตรงๆและอยากให้ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ

ตอนนี้คำของน้อยก็ยังติดอยู่บนหัวผมอยู่เลยครับ
“ใช่ก็คือใช่ ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่น่ะแหละ”

แต่ผมรู้สึกว่า ประโยคนี้ยังขาดคำหรือประโยคที่ควรมาเติมต่อน่ะครับ
เช่น “ใช่ก็คือใช่ ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่น่ะแหละ... เป็นตัวของตัวเองก็แล้วกัน”
อะไรแบบนี้น่ะครับ

*********************************************************
คำถามที่ 4
เพื่อนๆคิดว่า คำหรือประโยคที่ควรมาต่อ ประโยคของน้อยที่ว่า
“ใช่ก็คือใช่ ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่น่ะแหละ ..........................................”
คืออะไรครับ?????????
*********************************************************


ปล.
ขอคำติชม และฝาก Message ให้เพื่อนๆจอมแสบของผมด้วยนะครับ เดี๋ยวจะเอาไปบอกครับ อิอิอิ
Last edited by VOGUE Tokyo on 15 Aug 2014 22:53, edited 1 time in total.
User avatar
VOGUE Tokyo
อนุบาล อนุบาล
Posts: 52
Joined: 26 May 2009 11:46

Re: TOKYO Amour

Post25 Jan 2010 12:20

น้องกระท้อน wrote:ขอให้สมหวังนะครับ แต่ถ้าเผื่อผิดหวังล่ะก็ (ไม่ได้แช่งนะ) มีเพื่อนๆ อยู่เต็มบอร์ดนี้เลยนะคับ :31: :31:

ขอบคุณครับคุณกระท้อน หวานชื่นใจ ^^

Circlet wrote:ถ้าผิดหวังจีบผมแทนมั้ยครับ :2: หยอกเย้า หยอกเย้า

ยังไม่ได้อ่านเรื่องเลยอ่ะ ขอนอนก่อนแล้วพรุ่งนี้จะมาอ่านตามนะครับ ลุ้นๆว่าเดทเป็นไงมั้ง ขอให้สมหวังคร้าบบบ
แต่ถ้าเรา-เค้าทำแล้วมีความสุข ไม่รู้สึกผิดบาป ผมว่าก็โอเคในความคิดผมแล้วอ่ะคับ


รายงานตามเนื้อเรื่องแล้วนะครับ ลองอ่านดูครับผม
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำด้วยค้าบบบ

ไม่ต้องรอผมผิดหวังหรอกครับ เดี๋ยวผมแนะนำเจ้าหนุ่มเพื่อนผมให้(เพื่อนผมที่ลงบันทึกไปวันนี้ไงครับ) ดีมะคับ เจ้าตัวบ่นจะแย่อยู่แล้วครับ ว่าอยากมีแฟน อยากมีแฟน อิอิอิ


Circlet wrote:
ย้งยี้ wrote:
Circlet wrote:ถ้าผิดหวังจีบผมแทนมั้ยครับ :2: หยอกเย้า หยอกเย้า

ยังไม่ได้อ่านเรื่องเลยอ่ะ ขอนอนก่อนแล้วพรุ่งนี้จะมาอ่านตามนะครับ ลุ้นๆว่าเดทเป็นไงมั้ง ขอให้สมหวังคร้าบบบ
แต่ถ้าเรา-เค้าทำแล้วมีความสุข ไม่รู้สึกผิดบาป ผมว่าก็โอเคในความคิดผมแล้วอ่ะคับ

อย่าแซงคิวจ๊ะ

เราคงแห้วกันทั้งคู่นะพี่สาว

เพิ่งจะอ่านจบเองอ่ะ อ่านแล้วรู้สึกว่าช่างดีอะไรเช่นนี้ที่ทั้งสองสามารถพูดความในใจที่ดูจริงจังแบบนี้แก่กันได้

เฮ้อ พูดแล้วเศร้า ไม่ชอบพวกเงียบหายเข้ากลีบเมฆแล้วก็ไม่เคลียร์เล้ยยย


ทุกอย่างก็เพิ่งเริ่มน่ะครับ หนทางข้างหน้ายังมีอีกยาวไกลมาก

ว่าแต่ใครไม่ยอมเคลียร์กับคุณ Circlet หรอครับ ??? เล่าให้ฟังด้วยดิคับ ^^



ย้งยี้ wrote:
Circlet wrote:ถ้าผิดหวังจีบผมแทนมั้ยครับ :2: หยอกเย้า หยอกเย้า

ยังไม่ได้อ่านเรื่องเลยอ่ะ ขอนอนก่อนแล้วพรุ่งนี้จะมาอ่านตามนะครับ ลุ้นๆว่าเดทเป็นไงมั้ง ขอให้สมหวังคร้าบบบ
แต่ถ้าเรา-เค้าทำแล้วมีความสุข ไม่รู้สึกผิดบาป ผมว่าก็โอเคในความคิดผมแล้วอ่ะคับ

อย่าแซงคิวจ๊ะ


เอ่อ....จะเรียงคิวผมเลยเหรอครับ (-.-;)
User avatar
VOGUE Tokyo
อนุบาล อนุบาล
Posts: 52
Joined: 26 May 2009 11:46

Re: TOKYO Amour

Post25 Jan 2010 13:51

เด็กมหาลัยเกษตรศาสตร์ คับคุณโว้ค ผมไม่ได้กินเด็กน๊า ผมก็ยังเรียนอยู่ อิอิ

แล้วกลุ่มเพื่อนคุณโว้ค รู้จัก สนิทกันมาจากไทย หรือไปรู้จักกันที่ญี่ปุ่นครับ ถ้าสนิทมาจากไทยแล้วได้ไปทำงานใกล้ๆกันแบบนั้นก็คงดีเนอะ มีเพื่อนรู้ใจให้คลายเหงา

เพื่อนแต่ละคนของคุณนี่เริ่ดๆ หลากหลายดีเนอะครับ อย่างคุณหนุ่ม ผมก็ไม่บังอาจหล่ะคับ หล่อซะขนาดนั้น 55555
User avatar
Circlet
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1340
Joined: 01 Jan 2008 21:36

Re: TOKYO Amour

Post08 Feb 2010 14:38

Circlet wrote:เด็กมหาลัยเกษตรศาสตร์ คับคุณโว้ค ผมไม่ได้กินเด็กน๊า ผมก็ยังเรียนอยู่ อิอิ

แล้วกลุ่มเพื่อนคุณโว้ค รู้จัก สนิทกันมาจากไทย หรือไปรู้จักกันที่ญี่ปุ่นครับ ถ้าสนิทมาจากไทยแล้วได้ไปทำงานใกล้ๆกันแบบนั้นก็คงดีเนอะ มีเพื่อนรู้ใจให้คลายเหงา

เพื่อนแต่ละคนของคุณนี่เริ่ดๆ หลากหลายดีเนอะครับ อย่างคุณหนุ่ม ผมก็ไม่บังอาจหล่ะคับ หล่อซะขนาดนั้น 55555


อ้าววว คุณ Circletยังเรียนอยู่เหรอครับ

กลุ่มเพื่อนผมรู้จักกันโดยไม่ได้นัดหมายที่นี่ครับ โดยสัมผัสจากกลิ่นเอา 55555
ถ้าจะติดต่อไอ้หนุ่มเพื่อนผม ก็บอกผมได้นะครับ อิอิอิ
User avatar
VOGUE Tokyo
อนุบาล อนุบาล
Posts: 52
Joined: 26 May 2009 11:46

Re: TOKYO Amour

Post08 Feb 2010 14:40

---------------------------------------------------------------------------------
ช่วงนี้ผมเบลอๆน่ะครับ
เป็นอะไรก็ไม่รู้ เพราะทุกอย่างมันรวดเร็วจนผมจับต้นชนปลายไม่ถูก

ผ่านไป1สัปดาห์ที่ผมไปลิงโลดกับเพื่อนๆสุดแสบของผม

ผมกับทะกะชิก็เมล์กันไปมาอย่างทุกๆวัน
กำแพงที่กั้นอยู่ตรงหน้าผมก็ยังคงตั้งอยู่อย่างนั้น

วันนี้วันศุกร์(ชักมีลาง เพราะอะไรๆก็เกิดขึ้นวันศุกร์ประจ๊ำ)
วันเสาร์(วันพรุ่งนี้) ผมกับทะกะชิมีนัดกันว่าจะไป โตเกียว ดิสนีย์ซี Tokyo Disney Sea หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกย่อๆว่าTDS ครับ
Tokyo Disney Sea ต่างกับ Tokyo Disney “Land” ตรงที่ Tokyo Disney Sea จะมีเครื่องเล่นน้อยกว่า Tokyo Disney Land นิดนึง
แต่ TDS จะเป็นที่สำหรับเดทสำหรับหนุ่มสาว(และหนุ่ม-หนุ่มอย่างเราๆ) เพราะมีสิ่งก่อสร้างต่างๆสวยมากและโรแมนติกมากๆครับ
ลองดูลิ้งค์ข้างล่างดูนะครับ สวยมากๆๆๆๆๆครับ ทั้งสิ่งก่อสร้าง สีแสง เหมือนอยู่ในเมืองเทพนิยายเลยครับ
http://www.tokyodisneyresort.co.jp/tds/

ผมรู้สึกตื่นเต้นดีใจมากครับที่ผมจะได้เจอกับทะกะชิและได้ไปเดทกันที่ Tokyo Disney Sea ด้วยกันพรุ่งนี้
เพราะหลังจากเดท ผมก็ตั้งใจจะไปกินอะไรอร่อยๆแล้วก็ชวนกินเหล้าด้วยกัน คุยกันอย่างสนุกสนาน แล้วเขาก็อาจจะชวนผมไปค้างที่บ้าน แล้วก็....หึหึหึ แผนการณ์ผมมันช่างเพอร์เฟคอะไรเ่ช่นนี้ เหอๆๆๆๆๆ(นึกภาพหมาป่ากำลังจะขย้ำเหยื่อได้เลยครับ 555)


ค่ำคืนวันศุกร์ ผมก็ยังคงนั่งทำงานปกติ
ผมเฝ้าคิดถึงวันพรุ่งนี้ที่ วันผมกับทะกะชิจะเดทกัน
แล้วก็ผมก็มองข้ามไป ดูวิวสวยๆรอบๆตึกทำงาน
ผมรู้สึกหิวน้ำ ก็เลยไปที่เครื่องทำชาเพื่อดื่มชาแก้กระหาย
ดูมือถือ แล้วก็กดเมล์ไปหาเขา

“หวัดดี วันนี้ไปเที่ยวบ้านทะกะชิได้ไหม (ห้ามเข้าใจผิดนะเฟ้ยยยย แค่ไปเที่ยวเท่านั้นนะ...เข้าใจมะ)”

กดส่งไปแระ แล้วมานั่งคิด แว๊กกกกกกก!!!!!กรูทำอะไรไปเนี่ยยยยยยยย !!!!
………… (--;) ………….

ไม่นานเขาก็เมล์ตอบกลับมา
“สัญญานะว่าแค่มาเที่ยว ไม่มีอะไรแอบแฝง
ถ้าทำตามสัญญาได้ก็มาเที่ยวได้เลยครับ
ถ้าจะมาแล้วเมล์บอกด้วยนะ จะไปรับครับ”

!?!?!?!?!?!?!?!?!?!?!?!?!?!?!?!?!?!?!?!?!?

ครับ...ทุกๆอย่างที่ควรเป็นไปตามกำหนดการเดทก็มีการเปลี่ยนไปหลังจากนี้ครับ
--------------------------------------

พอเลิกงาน แทนที่ผมจะรีบติดต่อไปหาเขา ก็คิดจะออกกำลังกายซักหน่อย
แต่คิดๆไปก็ไม่เอาดีกว่า ก็เลยเดินทอดน่องอยู่ในห้อง เก็บเสื้อผ้าเตรียมไว้ 3 วันกะว่าจะไปค้างกับทะกะชิเต็มที่ หึหึหึ....

ผมปั่นจักรยานออกไปที่สถานีโดยฟังเพลง Mp3 Player ของผมไป

ท้องฟ้าคืนนี้ไม่มีเมฆจนมองเห็นดวงดาวกระพริบแสงอย่างสวยงามจริงๆครับ
อากาศหนาว ... ผมจึงกระชับเสื้อส่วนที่เป็นผ้ายืดพันรอบคอให้มิดชิดขึ้น
พลัน...ดนตรีของเพลง Try it on my own ก็บรรเลงขึ้น

ท่ามกลางค่ำคืนที่วังเวงแทบจะไร้ผู้คนไปมา
เมโลดี้ที่หวานซึ้งของเพลงนี้ได้บรรเลงขึ้น
อากาศหนาวแต่แฝงไปด้วยความสดชื่น
บรรยากาศเงียบสงบ มีแต่เพียงรถวิ่งผ่านไปนานๆครั้ง
ผมปั่นจักรยานอย่างช้าๆ และด่ำดื่มกับความไพเราะของเพลงนี้จนรู้่สึกแช่มชื่นถึงสุดขั้วในใจ
บรรยากาศในคืนนั้นได้ประทับลงไปในใจของผม
ทำให้ผมจำค่ำคืนที่ผมกำลังจะไปหาทะกะชิในคืนนั้นได้เป็นอย่างดีครับ

Try It On My Own (ด้วยตัวฉันเอง)
Whitney Houston





It's over now
(จบลงซะที)
I can't go back to living through your eyes
(ฉันจะไม่กลับไปมีชีวิตอยู่ในสายตาของใคร)
Too many lines
(เส้นกรอบมากมาย)
And if you don't know by now
(และถ้าเธอยังไม่รู้..ว่าตอนนี้)
I can't go back to being someone else
(ฉันจะไม่กลับไปทำตัวเป็นใคร ที่ไม่ใช่ตัวฉัน))
Not anymore
(ไม่มีอีกแล้ว)
I never had a chance to do things my way
(ฉันไม่เคยมีโอกาสที่จะทำตามทางที่ฉันเลือก)
So now it's time for me to take control
(แต่ตอนนี้ ถึงเวลาแล้วที่ฉันจะเป็นฝ่ายกำหนดเอง)

And I am not afraid to try it on my own
(และฉันไม่กลัวแล้วที่จะพยายามทำด้วยตัวฉันเอง)
I don't care if I'm right or wrong
(ฉันไม่สนใจ ถึงฉันจะถูกหรือผิด)
I'll live my life the way I feel
(ฉันจะมีชีวิตตามทางที่ฉันเลือกเอง)
No matter what I'll keep it real you know
(ไม่ว่าอะไรก็ตาม ฉันจะไม่หลอกตัวเอง เธอรู้ไหม…)
Time for me to do it
(มันถึงเวลาแล้วที่ฉันจะทำ )

Oh I start again go back to one
(โอ…ฉันจะเริ่มต้นใหม่ กลับไปนับหนึ่ง)
I'm running things my way
(ฉันจะทำทุกสิ่งตามทางของฉัน)
There ain't no way about it
(มันไม่มีคำว่าไร้ทางออก)
I'm taking names, the ones of mine
(ฉันจะใช้ชื่อของฉัน มันคือหนึ่งสิ่งที่ฉันเป็นเจ้าของ)

Yes I'm gonna take my turn
(ใช่ ฉันจะต้องเปลี่ยนแปลง)
It's time for me to finally stand alone, stand alone
(มันถึงเวลาของฉันแล้ว…เวลาที่ฉันจะลุกขึ้นยืนอย่างเด็ดเดี่ยว…ยืนอย่างเด็ดเดี่ยว)

And I am not afraid to try it on my own
(และฉันไม่กลัวแล้วที่จะพยายามทำด้วยตัวฉันเอง)
I don't care if I'm right or wrong
(ฉันไม่สนใจ ถึงฉันจะถูกหรือผิด)
I'll live my life the way I feel
(ฉันจะมีชีวิตตามทางที่ฉันเลือกเอง)
No matter what I'll keep it real you know
(ไม่ว่าอะไรก็ตาม ฉันจะไม่หลอกตัวเอง เธอรู้ไหม…)
Time for me to do it
(มันถึงเวลาแล้วที่ฉันจะทำ)
See I'm not afraid
(ดูสิ…ฉันไม่กลัวอีกแล้ว ที่จะ)
to do it on my own
(ทำทุกสิ่ง…ด้วยตัวฉันเอง…)

แปลโดยคุณ modjo! ครับ

ก่อนจะขึ้นรถไฟ ผมก็แวะร้านขายเครื่องดื่มเพื่อซื้อเหล้า และว้อดก้าติดไม้ติดมือไปด้วย

รถไฟสายยามาโนเตะ พาผมไปที่พักของทะกะชิอย่างรวดเร็ว
ในใจผมรู้สึกตื่นเต้นและดีใจอย่างบอกไม่ถูก
รถไฟพาผมไปถึงสถานีอย่างตรงเวลาเป๊ะ และตรงกับเวลาที่ผมเมล์ไปบอกทะกะชิด้วย
ผมรีบเดินขึ้นบันไดไปทางออกอย่างรวดเร็ว
พอผมเดินไปที่ทางออกของสถานี ผมก็เห็นทะกะชิกำลังยืนโทรหาผมอยู่พอดี ผมก็เลยโบกมือแล้วรีบเดินไปหาทะกะชิทันที ทะกะชิหันมาเห็นผมและส่งยิ้มหวานมากๆมาให้ผม
“หวัดดีครับ รอนานมั้ย ขอความกรุณาด้วยครับ” แล้วผมก็ทักทายทะกะชิไปแบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่น

ทะกะชิพาผมเดินจากสถานีไปตามทางเดินลัดเลาะไปตามทางที่มีบ้านน่ารักๆเรียงรายอยู่เต็มไปหมด
จริงๆแล้วมันเป็นเวลา 5 ทุ่มกว่าๆแล้ว แต่่ผมก็เฝ้าสังเกตทางไปเรื่อยๆแล้วคุยกับทะกะชิไปด้วย ผมรู้สึกได้ว่า ทะกะชิ ก็รู้สึกตื่นเต้นไม่แพ้ผมเช่นกัน

ผมเดินตามทะกะชิไปเกือบ 10 นาทีก็ถึงห้องพักเค้า
เป็นตึก 5 สามชั้น ดูใหม่มาก
แสงไฟรอบๆตึกสะท้อนกับตัวตึกทำให้เห็นตึกที่ทำด้วยอิฐแข็งดูออกเป็นสีขาวอมสีทอง ตัดกับขอบประตูสีเงินและสีดำ ดูคลาสสิกดีครับ
ด้านในมีระบบความปลอดภัยอย่างดี
ห้องของทะกะชิอยู่ชั้น3 ตรงมุมที่สามารถมองเห็นวิวทั้ง2ด้านด้วยครับ

“ขอรบกวนด้วยครับ”
“เชิญครับ”
ผมเดินผ่านครัวและ
เดินเข้าไปห้องของทะกะชิ
ทะกะชิเปิดไฟตั้งพื้นแบบญี่ปุ่นทรงสี่เหลี่ยมทำให้ห้องสว่างขึ้นเล็กน้อย ทำให้บรรยากาศดูสลัวๆ

“อย่างที่ผมเมล์บอกทะกะชิไว้ ผมเอาเครื่องดื่มมาด้วย”
ว่าแล้วผมก็เอาเครื่องดื่มออกจากกระเป๋าคู่ยากของผม ออกมาชูอวดให้ทะกะชิดู
มีเหล้าผลไม้ที่ทำจากบลูเบอรี่ วิสกี้ผสมครีม
แล้วก็วอดก้าดีกรีสูงปรี๊ดดดด (ปริมาณแอลกอฮอล์ 96%!!!!!!!!)
กินกะน็อคกันไปข้างนึงเลยทีเดียว

“โอ้โห96%เลยเรอะ!!” ทะกะชิร้องตกใจ คงเพราะไม่เคยเห็น
“ใช่แล้ว ลองดูมะ
เอารินใส่ฝานิดนึงชิมดูก่อน แล้วค่อยก๊งกันก็ได้”

ผมจำเรื่องที่เราคุยกันได้ไม่มากนัก เพราะตื่นเต้น คุยกับทะกะชิ สะเปะสะปะไปหมด
ผมเลยผสมวอดก้ากับเครื่องดื่มที่ทะกะชิก็ซื้อเตรียมไว้ แล้วก็ดื่มกัน
วอดก้าแรงจริงๆครับ ดื่มไปแค่แก้วสองแก้วผมก็เริ่มตึงๆกันแล้ว

เราคุยเรื่องสัพเพเหระกันมากมาย
บางทีผมก็มองสำรวจไปรอบๆห้องของทะกะชิ
ที่โต๊ะมีพวกของกินเล่นแกล้มเหล้า พวกถั่ว และขนมเซมเบ้ญี่ปุ่นตั้งเอาไว้ด้วย
ห้องของทะกะชิกว้างพอสมควร มีทีวีจอยักษ์อยู่มุมห้อง และมีเตียงใหญ่ที่พับเป็นโซฟาได้อยู่ตรงริมห้อง
ผมลุกขึ้นยืนและมองออกไป...
จากห้องนี้สามารมองเห็นวิวไปไกลๆได้ชัดมากเลยครับ
อากาศสดใสในยามค่ำคืน แสงสว่างรำไรจากตึกมากมายในโตเกียว ดูมีเสน่ห์จริงๆครับ

เราจับมือกันและลุกไปนั่งกันที่เตียงกึ่งโซฟา บรรยากาศมืดสลัวดูโรแมนติก
ทะกะชิเปิดเพลงจาก Mp3 Player ของผม โดยผมให้เขาเปิดเพลงบรรเลงเปียโนช้าๆ ซึ่งทำให้บรรยากาศยิ่งโรแมนติกขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ

ระหว่างที่เราคุยถึงวันที่เราพบกันในวันแรกจนถึงวันที่เราพบกันครั้งล่าสุด
พลัน...ทะกะชิก็หันหน้ามามองผมช้าๆและพูดขึ้นอย่างแผ่วเบา
“ผมชอบโว้ค นะครับ.......
ผมชอบรอยยิ้มของโว้ค ...
เพราะรอยยิ้มของโว้คสดใส...
เมื่อผมนึกถึงรอยยิ้มของโว้ค ผมจะมีกำลังใจเพิ่มขึ้น....
และรอยยิ้มของโว้คทำให้ผมมีความสุข...”

ผมได้ยินสิ่งที่ทะกะชิบอกผม
ผมมองตาเขาเพื่อค้นหาว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นสิ่งที่มาจากใจของเขาหรือเปล่า
และผมก็รู้สึกได้... ถึงความจริงใจของเขาที่มีต่อผม
ผมไม่ฝืนใจของตัวเองแล้วครับ
เพราะผมฝืนไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะในใจผมมันก็เรียกร้องสิ่งนี้มาตลอดเวลา
“ผมก็ชอบทะกะชิเหมือนกันครับ.....”

ทะกะชิประกบริมฝีปาก บรรจงจูบผมอย่างช้าๆ
ผมใช้มือของผมกอด รอบ อกของทะกะชิ และ่บรรจงจูบตอบทะกะชิเช่นเดียวกัน


แสงเพียงเล็กน้อยจากโคมไฟตั้งพื้น สาดส่องผ่านกระดาษสาแบบญี่ปุ่น ทำให้ห้องดูมืดๆสลัว จนสามารถมองเห็นโตเกียวยามค่ำคืนได้อย่างชัดเจน และโรแมนติก....
ผู้ชายญี่ปุ่นคนหนึ่งที่บาดเจ็บจากความรักที่จองจำเขามานาน บรรจงจูบอย่างถนอมกับผู้ชายไทยคนหนึ่งที่ตามหาความรักมานานแสนนาน จนไม่คิดว่าจะมีความรักให้เขาอีกแล้ว......
ถ้ามองไปเห็นถึงในหัวใจของทั้งสองคน ก็คงจะเห็นหัวใจที่เต็มไปด้วยบาดแผลน้อยใหญ่ จากการที่ต้องอดทนและผ่านกับเรื่องเลวร้ายมากมายในชีวิต ......
แต่ ณ ตอนนี้ หัวใจทั้งสองกำลังสมานบาดแผลซึ่งกันและกัน ด้วยความรักที่เกิดขึ้น และจะเติบใหญ่ต่อไปทีละน้อย ทีละน้อย นับแต่นี้......

(เรื่องต่อจากนั้นก็ขอเซ็นเซอร์แล้วกันครับ....
อ๊ะ อ๊ะ….. อย่าคิดลึกนะครับ เพราะคืนนั้นผมกับทะกะชิ ไม่มีอะไรกันนอกจากนั้นนะครับ
ก็บอกแล้วไง ว่าผมน่ะเป็นคนใจยาก(ใจไม่ง่าย) และยังมีกำแพงในใจผมอีกมากมายที่กั้นอยู่ระหว่างผมกับทะกะชิครับ..........)
Last edited by VOGUE Tokyo on 15 Aug 2014 22:57, edited 2 times in total.
User avatar
VOGUE Tokyo
อนุบาล อนุบาล
Posts: 52
Joined: 26 May 2009 11:46

Re: TOKYO Amour

Post08 Feb 2010 19:23

:greez: :greez: :greez: :greez: :greez: :greez: :greez: :greez:
User avatar
Circlet
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1340
Joined: 01 Jan 2008 21:36

Re: TOKYO Amour

Post09 Feb 2010 03:20

ชิ อุตส่าห์ คิดไปไกลละ อารมณ์เสีย
i'm fAmoUs iN pAriS nEWyOrk LoNdOn aNd tOkYo
User avatar
ย้งยี้
ปริญญาเอก ปริญญาเอก
Posts: 6510
Joined: 31 Dec 2007 00:02

Re: TOKYO Amour

Post20 Feb 2010 03:35

อัพเดทด่วนนนน คันมากกก :hihi: :hihi:
User avatar
Circlet
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1340
Joined: 01 Jan 2008 21:36

Re: TOKYO Amour

Post28 Jul 2012 20:32

วันนี้ ทะกะชิเป็นหวัดนิดหน่อย ก็เลยนอนทั้งวันเลย หน้าร้อนแท้ๆ กลับเป็นหวัดไปซะได้
คิดไป ผมก็มองไปที่ใบหน้าที่หลับสบายของนายทะกะชิ
2 ปีครึ่งผ่านไปแล้วนะเนี่ย...

ครับ...ตอนนี้ก็ล่วงเลยไปเป็นกว่า2ปีครึ่งแล้วครับ ที่ผมกับทะกะชิคบกัน

ผมก็เข้ามาอ่านในบอร์ดมาตลอดครับ
เห็นว่าบอร์ดเงียบมากๆ โดยเฉพาะ Tboard นั้นแทบไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆเลย
ผมก็เลย ขอเขียนเรื่องราวของผมต่อก็แล้วกันครับ เผื่อจะมีเพื่อนๆในบอร์ดมาอ่านเรื่องราวของผม
และผมก็จะได้มีโอกาสได้รับ รีพลายจากเพื่อนๆมาให้กำลังใจในการเขียนด้วยครับ
Last edited by VOGUE Tokyo on 15 Aug 2014 22:58, edited 1 time in total.
User avatar
VOGUE Tokyo
อนุบาล อนุบาล
Posts: 52
Joined: 26 May 2009 11:46

Re: TOKYO Amour

Post28 Jul 2012 22:50

กลับมาอ่านอีกรอบ เขินไปเลยครับ เขียนบรรยายซะละเอียดเลย

พูดตามตรง ผมคิดว่าผมคงไม่ได้คบกับทะกะชิจริงๆจังๆ เพราะผมคิดว่า
ผมคงไม่ได้เจอใครมารักผมจริงๆจังๆแน่ๆ ในชีวิตของผม
ทะกะชิก็คงเป็นตัวละครหนึ่งที่เข้ามาอยู่ในบันทึกของผม แล้วก็คงจากไปในที่สุด

หลังจากที่ผมไปเที่ยวบ้านทะกะชิวันนั้น ในใจของผมก็เกิดความรู้สึกว่ามีความสุขอย่างประหลาด
ใจตรงกัน ผมเพิ่งรู้สึกว่ามันเป็นครั้งแรก ที่เรารู้สึกอย่างนี้ซึ่งกันและกัน
แต่ผมคงเขียนอะไรที่ซึ้งๆไม่ค่อยถนัดนัก ก็ขอถ่ายทอดความรู้สึกและเรื่องราวจากบันทึกอย่างตรงไปตรงมาครับ

แสงแดดอ่อนยามเช้าของฤดูหนาว ส่องเข้ามาในห้องของทะกะชิอย่างช้าๆ
ผมตื่นขึ้นมองทอดไปสุดลูกหูลูกตา
จากห้องของทะกะชิ.. สามารถมองเห็นแม่น้ำด้วยครับ
แม้ว่าห้องจะอยู่ไกลเป็นกิโลๆ แต่เสียงรถไฟวิ่งข้ามแม่น้ำก็ดังแว่วๆมาเป็นระยะๆ

วันนี้ผมจะไปเดทกับทะกะชิที่ดินแดนโรแมนติกที่หนุ่มๆสาวๆในโตเกียวนิยมไปเดทกันครับ
Tokyo Disney Sea หรือ TDS
http://www.tokyodisneyresort.co.jp/en/tds/index.html

เรานั่งรถไฟสาย Keiyo ไปลงที่สถานี Mai Hama ซึ่งก็เป็นสถานีเดียวกันกับ Tokyo Disney Land ครับ
ตาทะกะชินี่ซนมาก แอบจับมือผมบ้าง กอดคอผมบ้าง จนบางครั้งผมก็อายๆต้องเอาตัวออกห่างๆเอาไว้ (เพราะจริงๆแล้วที่ญี่ปุ่น ไม่ค่อยมีผู้ชายด้วยกันเดินกอดคอกันหรอกครับ มันแปลก)

รถไฟสาย Keiyo วิ่งออกจากสถานีโตเกียว ซึ่งเป็นชั้นใต้ดิน ลัดเลาะขึ้นไปวิ่งเหนือทะเลที่คั่นระหว่างโตเกียวกับจังหวัดจิบะ จนไปถึงสถานี Mai Hama

นอกเรื่องนิดนึงนะครับ
เจ้า Tokyo Disney Sea & Land เนี่ย จริงๆ แล้วตั้งอยู่ที่จังหวัดจิบะครับ ไม่ได้อยู่ในโตเกียวแต่อย่างใด เพื่อนผมบางคน เป็นคนจิบะ ก็พูดเรื่องนี้เป็นเรื่องโจ๊กประจำวงเหล้าอยู่บ่อยๆ

"ถึงแล้วนะโว๊ค"
"เอ่อ อืม" ผมเขินๆ เดินเก้ๆกังๆอยู่ครับ เพราะเป็นครั้งแรกที่ผมเดทกันเป็นจริงเป็นจัง
แถมเป็นสถานที่เพื่อเดทกันโดยเฉพาะอีกต่างหาก
"ไปซื้อตั๋วกัน"
"อื้ม"
หลังจากที่เราซื้อตั๋วแล้วก็เดินผ่านเครื่องนับจำนวน และเดินเข้าสู่ประตูของ TDS

"โอ้โห สวยมากๆ" ผมเกือบจะอ้าปากค้าง
ภูเขาไฟจำลองสวยมากตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า และมีไฟออกมาจากปล่องไฟภูเขาไฟจำลองด้วย
ผมมองไปรอบๆ มีทะเลสาบ ปราสาทสูงใหญ่มากมาย ป่าผจญภัย เรือยอร์ชจำลองขนาดใหญ่ กำลังรับผู้โดยสาร มีMascot ตุ๊กตุ่นตุ๊กตาน่ารักเดินไปมา และมีเครื่องเล่นนานาชนิด อยู่ตรงฝั่งกระโน้น
หนุ่มๆสาวๆญี่ปุ่นเดินเดทกันเป็นคู่ๆ (กลุ่มเพื่อนที่ไปเที่ยวกันก็มีนะครับ) เดินไปมาละลานตากันไปหมด

สถานที่กว้างใหญ่ขนาดนี้เริ่มกันไปที่ไหนดีเนี่ย??
http://www.tokyodisneyresort.co.jp/en/t ... index.html
Last edited by VOGUE Tokyo on 15 Aug 2014 22:59, edited 1 time in total.
User avatar
VOGUE Tokyo
อนุบาล อนุบาล
Posts: 52
Joined: 26 May 2009 11:46

Re: TOKYO Amour

Post20 Aug 2012 01:46

[color=#FF0080]คุณคะ หายไปไหน 2 ปีคะ[/color]
i'm fAmoUs iN pAriS nEWyOrk LoNdOn aNd tOkYo
User avatar
ย้งยี้
ปริญญาเอก ปริญญาเอก
Posts: 6510
Joined: 31 Dec 2007 00:02

Re: TOKYO Amour

Post20 Aug 2012 14:14

สวัสดีครับ คุณย้งยี้ ดีใจมากๆเลยครับที่คุณย้งยี้ยังเข้ามาทักทายครับ

2ปีที่ผ่านมา มีหลายๆอย่างทำให้ผมป่วงสุดๆ ทั้งกายและใจเลยครับ
หลังจากที่ผมเริ่มเขียนบันทึกนี้ ทุกคนก็คงทราบแล้วว่า ผมอยากจะคบกับทะกะชิ(เรียกเขาเต็มๆว่าทะกะชิจังก็แล้วกันครับ 555)
แต่ก็มีอุปสรรคหลายๆอย่าง จนทำให้ผมต้องลงบันทึกไป ขอความช่วยเหลือจากคนในบอร์ดไปด้วยครับ (อัพเดทกันสุดๆ)
จนผมหายไปจากบอร์ด แต่เรื่องราวของผมก็ดำเนินต่อไป...

หลังจากบันทึกสุดท้ายของบอร์ดไม่นาน ผมกับทะกะชิ ตกลงคบกันครับ
แต่สิ่งที่ผมไม่ได้บอกทะกะชิก็คือ เดือนมีนาคม ผมต้องกลับเมืองไทย ตามสัญญาการทำงานของบริษัทครับ
ผมเพิ่งเจอทะกะชิ เมื่อเดือน มกราคม แต่ ผมต้องกลับเมืองไทย เดือน มีนาคม
มันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมพะว้าพะวงมาก ว่าจะทำอย่างไรดี

สิ่งที่ผมต้องเลือกตอนนั้นคือ 1. อนาคตการทำงาน อนาคตของผมที่ทำงานกับบริษัทนี้(กลับไปเมืองไทยก็จะได้เงินเดือนดีๆ ตามเงื่อนไขที่ตกลงกันกับบริษัทครับ)
VS 2. ความรักที่เพิ่งเกิดขึ้นเพียงเดือนกว่าๆ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ามันจะจริงแน่นอนสักเพียงใด

ไม่รู้ว่าอะไรดลใจผมในครั้งนี้ ผมตัดสินใจเลือกอย่างที่ 2 ครับ.........

แน่นอนว่าอุปสรรคต่างๆ พากรูกันเข้ามารอผมตรงหน้าทันทีเลยครับ...
Last edited by VOGUE Tokyo on 15 Aug 2014 23:01, edited 1 time in total.
User avatar
VOGUE Tokyo
อนุบาล อนุบาล
Posts: 52
Joined: 26 May 2009 11:46

Re: TOKYO Amour

Post20 Aug 2012 19:11

ว้าวววว แล้วเป็นยังไงต่อจ๊ะ

จริงๆก็หายไปกันเกือบทั้งบอร์ดมาสักพักแล้วหละ แต่ละคนมัวแต่ติด facebook กัน

มีตติ้งบอร์ด เลยไม่เกิดขึ้นอีกซักที แต่คุณโฝ่ก คงมาไม่ได้อยู่ดีอะเนอะ :kero:
i'm fAmoUs iN pAriS nEWyOrk LoNdOn aNd tOkYo
User avatar
ย้งยี้
ปริญญาเอก ปริญญาเอก
Posts: 6510
Joined: 31 Dec 2007 00:02

Re: TOKYO Amour

Post26 Aug 2014 22:32

เพิ่งเคยแวะมาดูบอร์ดอื่นครั้งแรกครับ เห็นเป็นtravelเลยมาดูเผื่อมีใครมีข้อมูลญี่ปุ่น แล้วก็มาติดเอากระทู้นี้ซะงั้น ไม่รู้เจ้าของกระทู้ยังวนเวียนอยู่ไหม 5555 เห็นไปตอบห้องG Boardด้วย
จะถามว่าเรื่องเป้นไงต่อครับเนี่ยยยยยยย
User avatar
noghacker
ประถม ประถม
Posts: 147
Joined: 17 Jun 2014 16:26

Previous