ก้าวต่อไป

General Discussion
กระดานข่าวชาวเกย์
เรื่องราวเล่าสู่กันฟัง
ปรึกษาปัญหาต่างๆนานา

ก้าวต่อไป

Post13 Jul 2017 21:52

หลายปีก่อน
ผมมาโพสต์ขอความคิดเห็นในเวปไซต์นี้
ตอนนี้ ผมเห็นความจริงชัดเจน
เลยเอามาเล่าให้ฟังกันครับ
....
ราว 4 ปีก่อน
มีคนในเน็ตคนนึง มาทักและขอเป็นเพื่อนกับผม
ตอนแรกผมปฏิเสธ แต่เค้าสัญญาว่าขอเป็นเพื่อนแบกเป้เที่ยวเท่านั้น
จะคุยดี ไม่หยาบคาย และไม่โกหก
...
พอได้คุยกัน
ผมได้รู้ว่าเค้าเป็นอาจารย์วิศวะในมหาลัยแห่งหนึ่ง
แล้วมาเรียนปริญญาเอกที่ม.ขอนแก่น
เป็นคนธรรมะธัมโม รักพ่อแม่ ไม่แสดงออก ไม่มีคนรู้ ไม่มีเพื่อนเกย์เลย
ส่วนผมก็ไม่แสดงออก ไม่มีคนรู้ และไม่มีเพื่อนเกย์เหมือนกัน
แต่ตอนนั้น ผมตั้งใจจะไม่มีเพื่อนเกย์อีก
เพราะเคยมีประสบการณ์ถูกหลอก จนซึมเศร้าไป 2 ปี
แต่พอได้คุยโทรศัพท์กัน และรู้ว่าเขาตั้งใจจะเดินออกจากชีวิตสุ่มเสี่ยงแบบเกย์
ผมสงสารเค้ามาก
ไม่อยากให้เค้าพลาดพลั้ง แบบที่ผมเคยทุกข์
ผมเลยยอมเป็นเพื่อนกับเค้า
โดยตกลงจะเป็นเพื่อนแท้กันแบบไม่มีเรื่องเซ็กส์มาเกี่ยวข้อง
....
หลังจากได้รู้จักกันมากขึ้น (ทางโทรศัพท์)
วันหนึง ผมก็ตัดสินใจเดินทางไปหาเค้าที่ขอนแก่นเพื่อให้รู้จักกันมากขึ้น
ในใจผมไม่ได้คิดเรื่องเซ็กส์เลย
แต่คืนนั้น อาจารย์ที่สุภาพ และธรรมะธัมโม ก็กลายเป็นหมาป่า
เค้าชวนผมมีเซ็กส์ด้วย
และหลังจากคืนนั้น
เค้าก็เปลี่ยนไป
....
ผมงงมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ใจนึงก็เสียใจ เพราะมันเหมือนผมเสียเพื่อนแท้ที่หาได้ยากไปในชั่วเวลาแค่ข้ามคืน
อีกใจก็โกรธ ที่เค้าหลอกผม

ตอนนั้น ผมไม่มีใครให้ปรึกษา
ผมเลยปรึกษาเพื่อน ๆ ในนี้
แล้วก็ไปปรึกษาเค้าอีก

้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ทำให้ผมเสียใจและสับสนมาก
ใจนึงก็โกรธ อีกใจก็คิดว่า...ตัวเองเป็นคนผิดรึเปล่า

ผมต้องเข้าวัด...ปฏิบัติธรรมแบบหนักมาก
เพื่อสอบทานว่าตัวเองผิดหรือเค้าผิด
ในขณะเดียวกัน ก็พยายามระงับความโกรธเกลียดที่มีต่อเค้าไม่ให้ปะทุถึงขั้นไปทำร้ายเค้า
(โกรธจริง ๆ )

เวลาผ่านไป 4 ปี
ีชีวิตผมพังสนิท
ในขณะที่เขา เรียนจบเอก ไปเรียนต่อเมืองอเมริกา
เตรียมกลับมาเป็นอาจารย์

ล่าสุด
ผมได้ไลน์คุยกับเขาหลังจากไม่ได้คุยกันนานมาก
ผมเล่าว่า ชีวิตผมพังแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ผมทุกข์มาก
ผมไม่สามารถไว้ใจใครได้อีกเลย ผมกลัวไปหมด
และผมก็พยายามระงับความโกรธและความทุกข์ด้วยการเจริญสติหนักมาก

เขาบอกว่า เขาสงสารผม
แต่ชีวิตใคร คนนั้นก็ต้องดูแล...และรับผิดชอบเอง

จบเลยครับ

มันชัดเจนมาก

ต่อจากนี้
ผมจะพยายามลุกขึ้นยืนให้ได้อีกครั้ง (หลังจากที่ชีวิตผมพังไปแล้วจริง ๆ )
ผมเลิกเจริญสติ
ปล่อยล้อฟรี
ตั้งใจว่า....อีกไม่กี่ปี
ผมจะเป็นตัวของผม
คนที่พูดแต่ความจริง
เพราะชีวิตใคร

คนนั้นก็ต้องดูแล...และรับผิดชอบเอง

:badz:
jib
อนุบาล อนุบาล
Posts: 51
Joined: 11 Jul 2013 00:01

Re: ก้าวต่อไป

Post14 Jul 2017 18:46

อย่าไปยึดติดกับอดีต สิครับ
สติ สติ
เป็นลูกเป็นหลาน จะเอาน้ำสาด เรียกสติ
อ่อนแอ เหลือเกิน
:35: :35:
ปล พูดตรงตรงครับ
pres28
ปริญญาโท ปริญญาโท
Posts: 2895
Joined: 04 Nov 2009 16:26

Re: ก้าวต่อไป

Post14 Jul 2017 22:55

ชอบแบกเป้เที่ยวเหมือนกันเลยครับ ท้าทายดี
แต่น้องๆในบอร์ดนี้นิสัยดีนะครับ
เคยแบกเป้เที่ยวไปเจอ ผมก็ไม่ได้สนใจเรื่องเป็กซ์เลย น้องเขาก็ไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเลย มีแต่กินเที่ยว เฮฮากัน
:kero:

ชีวิตคือการเดินทาง...การเดินทางของเราคือการเรียนรู้
(เคยเห็นคติธรรมของหลวงพ่อท่านหนึ่งดีมาก ท่านบอกว่า
เจอ คนดี ให้ความสุข
คนไม่ดี ให้ประสบการณ์
คนชั่ว ให้บทเรียน
คนดี ให้ความทรงจำ
เราอย่าตำหนิใครๆ ที่ผ่านมาในชีวิต เพราะทุกคนคือ "การเรียนรู้ของเรา")
:31:

พี่จิ๊บครับ ยุคนี้ต้อง strong ครับ ถ้าอ่อนแอก็แพ้ไป
ยอมรับความจริงให้มากๆครับ พี่โดนเทครั้งเดียว เก็บกดมา 4 ปี เพื่อ...อะไร
เคยถามตัวเองไหมครับ โกรธไปเพื่อ...? (สุดท้ายเขาก็ไปมีชีวิตของเขา ไม่เกี่ยวกับเรา)
กลับมาอยู่กทม. ก็ใช่ว่าเขาจะตามมาหลอกหลอนพี่ แต่พี่ดันคิดมโนไปเอง และไม่พยายามที่จะออกจากความคิดนั้นเอง
ผมว่าชีวิตพี่พังเพราะตัวพี่เอง...ชีวิตเรา...เราเป็นคนเลือก ถนนที่จะเดินไปสู่จุดหมาย มีหลายทาง
มันอยู่ที่เราเลือก เลือกสบาย เลือกลำบาก เลือกท้าทาย เลือกวุ่นวาย เลือกใจหาย...เอ๊ะ เริ่มสับสน...ทางไหนดีหว่า 555

ปล. เรื่องคืนนั้นพี่ก็บอกว่าพี่ตัดสินใจไปหาเขาเอง แค่ผลที่ออกมามันไม่สมหวังดั่งใจคิด และถ้าเราไม่มีอารมณ์ร่วมด้วย เราไม่ยอม เขาจะอยากต่อเหรอครับ และถ้าคิดว่าเขา หลอก กลับกลอกไปมา พี่ยังคิดจะคบเขาอยู่อีกเหรอครับ น่าจะออกให้ห่าง ไม่น่าตามติดชีวิตเขา จนนั่งเศร้า คอตก

ความเป็นจริงในชีวิต ก็เป็นแบบนี้ครับ มีจุดจบ และมีการเริ่มต้นใหม่
เปิดใจ ยอมรับความจริง แล้วค่อยๆก้าวเดินออกมา แม้ว่าไม่มีคนจับมือเรา เดินออกมา
แต่เราเลือกได้ ว่า จะเดินออกมาแบบพยัคฆ์ หรือ หมากระเป๋า 555
ตอนนี้ขอให้เป็นการเริ่มต้นใหม่ที่ดีนะครับ
User avatar
smileboy
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1159
Joined: 05 Sep 2010 17:32

Re: ก้าวต่อไป

Post15 Jul 2017 02:40

ผมเชื่อมาตลอดว่า ชีวิตคนเราไม่ได้ถูกกำหนดด้วยแผลใจ และเราสามารถเปลี่ยนชีวิตได้ตั้งแต่วินาทีนี้

ทุกข์สุขอยู่กับผมไม่เกินวัน วันใหม่ผมก็ใช้ชีวิตแบบขอบคุณชีวิต ร่างกาย คนรอบตัว สังคม และทุกๆโอกาสที่ทำให้ผมมีโอกาสตอบแทนสิ่งเหล่านี้ และในขณะเดียวผมก็จะได้รางวัลเป็นคสามสุขที่คอหล่อเลี้ยงให้ผม ยิ้มได้และชอบที่จะช่วยเหลือสังคมต่อไป

ไม่ผิดหรอกครับ ถ้าคุณจะไว้คนยาก หน้าที่ในการระแวดระวังตัวมันเป็นสิ่งที่เราพึงมี ... แต่การระแวดระวังตัวจนเกินพอดีนั่นแหล่ะ ที่จะทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างไม่ปกติสุขจนกลายเป็นทุกข์ถาวรไป

ผมคิดอยู่เสมอก่อนจะเริ่มทำอะไรสักอย่างว่า "ผลลัพธ์ที่ดี มักเกิดจากความคิดและทัศนคติที่ดี"

ชีวิตทึกวันนี้ก็นับถอยหลังลงไปเรื่อยๆ ทำไมเราใช้ทุกๆลมหายใจให้อิ่มใจมากกว่าที่ต้องมานั่งทนทุกข์ทรมานหรอครับ

แค่ยิ้มและบอกกับตัวเองว่า "เห้ยชีวิตเรามันไม่ได้ยากอะไรเลย มีความสุขดีกว่าเนาะ และยิ้มกับตัวเองก่อนล้างหน้าแปรงฟัน" ... แล้วชีวิตคุณมันก็จะค่อยเปลี่ยนไปเองแหล่ะครับ

Life is always beautiful ",)
LiverPoolFC
ประถม ประถม
Posts: 292
Joined: 17 Jan 2012 01:38

Re: ก้าวต่อไป

Post15 Jul 2017 11:53

ขอบคุณสำหรับทุก ๆ คำแนะนำนะครับ
อยากบอกว่า...ผมเข้าใจนะ
และพยายามแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอด....ก็เลยเหนื่อยมากจริง ๆ

รายละเอียดของเรื่องราวที่เกิดขึ้น
มันมากจนผมเองยังไม่เชื่อเลยว่า....มันจะเกิดขึ้นกับผมจริง ๆ

อย่างที่เล่าไว้น่ะครับว่า
ช่วงที่เกิดเหตุ ผลไม่คิดจะมีชีวิตแบบเกย์ ๆ แล้วนะครับ
ไม่ได้รังเกียจ แต่คิดว่า มันไม่ใช่ทางที่จะทำให้ชีวิตมีความสุขได้จริง ๆ
ตอนนั้น ผมคิดว่า แค่มีเพื่อน เป็นเพื่อนชายหญิงหรืออะไรก็ตาม
ที่เป็นเพื่อนที่จริงใจ ไม่มีเรื่องบนเตียงมาเกี่ยวข้อง
มันจะเติมเต็มชีวิตได้มากกว่า
แม้จะไม่ได้สมบูรณ์แบบชายหญิงทั่วไป
แต่เราก็ไม่ต้องทำให้ใครเจ็บ หรือเราเองก็ไม่ต้องเจ็บเพราะใคร

ช่วงที่ผมเริ่มคุยกับเพื่อนคนนี้
ผมเองก็บอกแนวทางนี้ไว้ชัดมาก
ตลอดเวลาที่คุยกัน เราก็คุยกันแบบเปิดใจ จริงใจ ให้กำลังใจกัน
แบบไม่มีเรื่องเพศมาเกี่ยวข้อง

ตอนที่เค้าเล่าให้ผมฟัง
ถึงเรื่องที่เค้าสุ่มเสี่ยงมาเที่ยวซาวน่าสองหนในกรุงเทพ
และประสบการณ์ one night stand
ผมรู้สึกห่วงเค้ามาก รู้สึกว่า เพราะคุณไม่มีเพื่อนแบบนี้เลย
คุณก็เลยพลาดพลั้งไปทำอะไร ๆ โดยลืิมคิดถึงอนาคต
เค้าค่อนข้างเสียใจกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นและพยายามที่จะหยุด
พอผมได้ยินความตั้งใจนั้น
ผมเลยตัดสินใจว่า ไหน ๆ เราคุยว่าจะเป็นเพื่อนแท้ต่อกัน
ผมก็จะยอมทุ่มชีวิตช่วยเพื่อนคนเดียวในชีวิตของผมคนนี้

ผมเปิดเผยตัวให้เค้ารู้จัก ซึ่งมันเสี่ยงกับชื่อเสียงการงานที่ผมทำมามาก
ผมเดินทางไปหา เพื่อจะคุยกันว่า ปมในใจเค้าคืออะไร อะไรที่ทำให้เค้าทุกข์มาก และผมจะช่วยอะไรได้บ้าง
ผมคิดไว้ว่า ถ้าการเสี่ยงที่ผ่านมาของเค้า (ตอนนั้นผมเข้าใจว่าเค้าอ่อนต่อโลก) ทำให้เค้าเป็นโรคร้าย
ผมก็จะดูแลเพื่อนคนนี้ให้ดีที่สุด จะไม่ทอดทิ้งเลย
โลกผมมีแต่ดอกลาเวนเดอร์ (เฮ้อ....) แต่ผมคิดแบบนั้นจริง ๆ
และผมเป็นคนที่พูดจริงทำจริงมาตลอด (ผมไม่เด็กแล้วนาจา)
.....

เรื่องคืนวันแรกที่มีอะไรกัน
เรื่องนี้ ผมอธิบายได้
คือ ตลอดเวลาที่คุยกัน เค้าพูดจาดี ดูเป็นคนดีเลย
ประกอบกับเรื่องการเรียน เรื่องรักพ่อแม่ เรื่องการเข้าวัดปฏิบัติจริงจัง นั่งสมาธิเป็นชั่วโมง ๆ
คนที่ห่างวัดอย่างผม พอได้ฟังก็เชื่อว่า เค้าคงเป็นคนดีที่กำลังหลงทาง เพราะไม่มีเพื่อนแบบนี้เลย

การที่ผมยอมมีอะไรกับเค้าในคืนนั้น
จริงอยู่ว่า ถ้าไม่ยอมเลยก็คงไม่มีอะไรเกิดขี้น
แต่ตอนนั้น เป็นเวลาดึกมาก หลังสี่ทุ่ม ในจังหวัดที่ผมไม่เคยไปมาก่อน
ผมไม่รู้ว่า ถ้าไม่มีอะไรด้วย แล้วผมจะผละออกจากตรงนั้นยังไง
ในขณะเดียวกัน เท่าที่รู้จัก เค้าก็ดีพอที่ผมจะนับเป็นเพื่อนแท้ไปแล้ว
ผมเลยยอมเสี่ยง เพราะคิดว่า มันคงเป็นสิ่งหนึ่งในการเป็นเพื่อนของเรา
ผมสารภาพตามตรงว่า ในใจชอบเพื่อนคนนี้ไหม ผมตอบได้ว่าชอบ
แต่ภาวะทางร่างกายของผมตอนนั้น ผมแทบไม่มีอารมณ์ทางเพศแล้ว
เพราะอายุ และผมกินยาเรื่องเส้นผม (การแข็งตัวและน้ำก็แทบไม่มีแล้ว)
เพราะฉะนั้น มันจึงไม่ใช่ความใคร่ที่อยากเดินทางไปมีเซ็กส์กัน มันไม่ใช่จริง ๆ
แต่นั้นไม่ได้น่าตกใจมากนักเมื่อเทียบกับความเปลี่ยนแปลงของเค้าหลังจากนั้น

คนที่ดูสุภาพ นิ่ง ๆ สบาย ๆ กลายเป็นคนอื่น ที่เฉยชา หน้าบูดบึ้ง
เหมือนก่อกำแพงหนา ๆ สูง ๆ ที่เข้าไม่ถึงอีกต่อไป
เฟสบุ้คที่ผมเคยเห็นว่ามีเพื่อนน้อยมาก มีคนเม้นท์น้อยมาก มีแต่เรื่องธรรมะ ไปวัด นั่งสมาธิ การเรียน
กลายเป็นเฟสที่มีการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวเอาไว้ (ข้างในเฟสเป็นเรื่องอื่น ๆ ปกติแบบคนทั่วไป)
ประสบการณ์ที่เค้าเล่าให้ผมฟังหลังจากคืนนั้น
ทำให้ผมรู้ว่า เค้าไม่ได้ใสซื่อ อ่อนต่อโลก อย่างที่ผมคิด
เค้ามีเครืิอข่ายเพื่อนเซ็กส์ในมหาลัย (และผมมารู้ทีหลังอีกว่่า มีที่อื่น ๆ อีก)

สิ่งที่ทำให้ผมเสียใจมาก คงเป็นเรื่องที่ผมเชื่อใจ ไว้ใจ คนมากเกินไป ง่ายเกินไป
การกระโจนออกจากพื้นที่ที่ปลอดภัยของตัวเองเพื่อจะช่วยคน ๆ นึง
กลายเป็นความอ่อนต่อโลกของตัวเองที่ไม่น่าให้อภัย

เมื่อความเชื่อถือในมนุษย์ในสูญสิ้น
ชีวิตมันจึงเดินต่อได้ยากมากครับ
(อย่าลืมว่า ผมเคยโดนมาแล้ว และกว่าจะฟื้นตัวลุกขึ้นยืนได้ มันใช้เวลานานมาก
ที่หนักกว่านั้น ผมเองมีปมในครอบครัว เรื่องพ่อที่ดูเหมือนไม่รักแม่ และพ่อดูเหมือนไม่รักผม
มันเป็นปมซ้อนปม ซึ่งถ้าใครที่ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ อาจเดาไม่ได้ว่า การถูกคนที่เราไว้ใจหลอก มันเจ็บปวดขนาดไหน)


ตอนนั้น
ผมไม่อยากสูญเสียเพื่อน และความเชื่่อใจในมนุษย์ไป
ผมจึงพยายามยื้อ
ไม่อยากโกรธเกลียดกัน
ขอแค่เป็นเพื่อนกัน ดีต่อกัน
และเมื่อถึงจุดหนึ่ง เมื่อผมแข็งแรงขึ้น
ผมก็พร้อมจะยินดีที่เค้าจะได้พบเจอคนที่ดีและมีชีวิตทีีดี

แต่สิ่งที่ผมพบเจอหลังจากนั้น
มันเป็นมหากาพย์ครับ
เพื่อนที่ดูร้ายก็กลับมาดี แล้วก็ร้าย แล้วก็ดี จนผมรู้สึกว่า ตัวจริงของเค้าคือร่างไหน
หลายครั้งที่ผมบอกเค้าว่า
ถ้าไม่พร้อมก็อย่าเป็นเพื่อนกันต่อเลย
แต่เค้าก็ยืนยันว่าเราควรจะเป็นเพื่อนกันต่อ
เพราะถ้าผมไม่มีเค้าแนะนำ ผมคงรอดได้ยาก
แต่ในการยินดีเป็นเพื่อน สิ่งที่เขาปฏิบัติก็ยังคงเฉยชาและมีกำแพงกับผมไม่เหมือนตอนแรก ๆ ที่คุยกัน


คือ ผมงงมากกับชีวิต
เสียศูนย์
ไม่รู้ว่า...สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร
ตัวผมทำอะไรผิด
และทำเรื่องเลวร้ายอะไรให้เขา เขาจึงทำกับผมแบบนี้

นั่นคือเหตุการณ์ในช่วงไม่กี่เดือนหลังจากคืนนั้นนะครับ
มันยังมีเรื่องเกิดขึ้นหนักขึ้น ๆ ด้วยนิสัยที่มาคนละขั้วจริง ๆ
คำว่า เจ้ากรรมนายเวร ปรากฏชัดในใจผมเลย
เพราะลึก ๆ เราไม่ได้เกลียดกัน
แต่ด้วยนิสัย คนนึงเย็นชา ปิดกั้นสุด ๆ มีปัญหาอะไร หลับตาเข้าสมาธิหนีได้หมด
ส่วนอีกคนลุยสุด ๆ ไม่หยุด ถ้าไม่เคลียร์

.....

บางคนอาจว่าผมโง่
ซึ่งก็โง่จริง ๆ
แต่ผมดำเนินชีวิตต่อได้ยาก
เพราะหลังจากเหตุการณ์นั้น
ผมก็ยากที่จะเปิดใจมีเพื่อนใหม่ ๆ (แค่เพื่อนยังยากเลยครับ)
ผมมองว่า ถ้าคนที่ก่อปัญหาทั้งสองคน ไม่ช่วยกันแก้ปัญหา
มันก็จะคาไปแบบนี้ ตลอดชีวิตผม

ผมเองพยายามเจริญสติ
ที่บอกว่าหนักคือราวสองชั่วโมงต่อวันทุกวัน
ไม่รวมการไปปฏิบัติที่วัด วันละเกือบ 10 ชั่วโมง ปีละหลายครั้งมาก
มันดีขึ้น แต่เมื่อเผลอมันก็แว้บกลับมา

จากชีวิตที่พอจะยืนได้
กลายมาเป็นเหมือนคนป่วยที่รอหมอมาเยียวยา
(การที่วันนี้ ผมยังมีชีวิตอยู่ได้ เริ่มลุกยืนอีกครั้ง
และพยายามจะฟื้นชีวิตตัวเองให้กลับคืนมา ผมว่า ผมก็สตรองต์พอสมควรแล้วนะครับ)

ผมไม่เห็นด้วยนะครับ
กับเกย์ที่ไม่แสดงออก หาคนที่ไม่แสดงออกเหมือนกัน เพื่อจะได้ปกปิดความลับของตัวเอง
ถ้าทั้งสองฝ่ายเอาแค่เรื่องเซ็กส์ อันนี้ผมเฉย ๆ ไม่ว่ากัน
แต่การได้คุยกันเป็นอย่างดีจนเป็นเพื่อนกัน
ครั้นพอเจอกัน รู้สึกไม่ถูกใจ ก็เททันที
ผมว่ามันไม่ใช่
เพราะอย่าลืมว่า คนอีกคน นั่นก็คน


เพื่อนผมคนนี้เคยบอกผมว่าหลังจากมีปัญหากันแล้วว่า
เซ็กส์ก็เหมือนการกินข้าว อยากกินอะไรก็กิน
ผมฟังแล้วผมก็อึ้งไป
ถ้าคนอื่นพูด ผมคงเฉย ๆ
แต่ผมคงติดกับภาพความเป็นอาจารย์ ความธรรมะธัมโม ที่ได้สัมผัสในตอนแรก
ซึ่งต่อมา ผมก็คิดได้ว่่า มันไม่เหมือนการกินข้าวหรอก
เพราะถ้ามันเหมือน คุณจะกล้าบอกทุกคนว่าคุณกินอะไร
แต่คุณปิดทุกอย่างเกี่ยวกับความเป็นเกย์และอาหารการกินของคุณ
มีแต่รูปวัด รูปคำสอนของพระ เพจการออกกำลังกาย

ขอโทษที่ยาวครับ
แต่ก็ขอบคุณทุก ๆ ความเห็นนะครับ
ผมเชื่อว่า ถ้าคุณไม่รักก็คงไม่เตืิอนสติผม


:bazcry:
jib
อนุบาล อนุบาล
Posts: 51
Joined: 11 Jul 2013 00:01

Re: ก้าวต่อไป

Post17 Jul 2017 01:49

สู้ๆนะครับ

บางเรื่องก็ติดอยู่ในใจจนกว่าจะสามารถปล่อยวางได้
อะจ๊าค
มัธยม มัธยม
Posts: 736
Joined: 20 Jul 2011 07:39

Re: ก้าวต่อไป

Post18 Jul 2017 01:43

jib wrote:
ต่อจากนี้
ผมจะพยายามลุกขึ้นยืนให้ได้อีกครั้ง (หลังจากที่ชีวิตผมพังไปแล้วจริง ๆ )
ผมเลิกเจริญสติ
ปล่อยล้อฟรี
ตั้งใจว่า....อีกไม่กี่ปี
ผมจะเป็นตัวของผม
คนที่พูดแต่ความจริง
เพราะชีวิตใคร

คนนั้นก็ต้องดูแล...และรับผิดชอบเอง

:badz:


แปลไทยเป็นไทยให้หน่อยสิครับ ไม่แน่ใจว่ากำลังประชดชีวิตรึเปล่าหรือว่าตั้งใจจะไปแฉอะไรของฝ่ายนั้นรึเปล่า
ผมก็ตอบไม่ได้ว่าถูกหรือผิด แต่โทสะมันช่วยได้จริงๆนะครับ แต่มันช่วยได้แค่ชั่วคราว คุณจะรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้แก้แค้นคืน
แต่ระยะยาวมันคงไม่ได้ช่วยอะไรมาก เพราะความสุขที่คุณต้องการจริงๆไม่ใช่การแก้แค้นจริงรึเปล่าครับ
วันหนึ่งเมื่อคุณแก้แค้นสำเร็จแล้ว ความรู้สึกแย่ๆมันก็จะกลับมาอีกเพราะว่าคุณยังไม่ได้ความสุขที่คุณต้องการจริงๆ ผมคิดว่างั้นนะครับ
User avatar
Ron
อนุบาล อนุบาล
Posts: 62
Joined: 27 May 2017 22:41

Re: ก้าวต่อไป

Post18 Jul 2017 23:39

ทุกอย่างในชีวิตล้วนเป็นธรรมะให้เราเรียนรู้ได้ทั้งสุขและทุกข์
พุทธองค์ตรัสไว้เพียงสั้นๆว่า....สิ่งทั้งหลายไม่ควรยึดมั่น ถือมั่น
ที่คุณถืออยู่ตอนนี้คือเรื่องราวในอดีต ที่คุณยึดอยู่ตอนนี้คือ ความเจ็บช้ำที่ผ่านมาแล้ว 4 ปี

เรามีชีวิตอยู่เพื่อนอนาคต ปล่อยให้อดีตเป็นเพียงแค่เส้นทางที่เราเคยเดินผ่านมาดีกว่า
เราผ่านมาไกลแล้วครับทั้งความทุกข์และความเศร้า เหตุการณ์มันเกิดขึ้นและจบไป 4 ปีแล้ว
เมื่อคนสองคนต่างมีใจถึงกัน
จะไม่คำนึงถึงความยิ่งใหญ่หรือต่ำต้อยของคนรัก
เพราะความรักทำให้คนใจกว้างขึ้น


Image
User avatar
Tarence
Site Admin Site Admin
Posts: 1584
Joined: 30 Dec 2007 09:21

Re: ก้าวต่อไป

Post19 Jul 2017 09:39

ขอบคุณคำแนะนำต่าง ๆ นะครับ

เล่าแบบนี้ .. ไม่รู้จะทำให้เพื่อน ๆ รำคาญรึเปล่า

ตลอด 4 ปี ตั้งแต่เกิดเหตุ
ผมพยายามทำทุกทางเพื่อปรับความเข้าใจ
ให้ความขัดแย้งของเราสองคนจางลง

สิ่งที่ผมพยายามทำ คือการขอโอกาสพูดคุยกันดี ๆ
เพื่อจะได้ไม่มีอะไรค้างคาใจกัน
สิ่งที่เพื่อนคนนี้ทำ ก็คือเมินเฉย เฉยชา ปฏิเสธ

ผมรู้สึกเหมือนผมเป็นคนทำผิด
ทั้ง ๆ ที่ ในจุดเริ่มต้นของความผิด มันเริ่มจากเค้าก้าวข้ามเส้นที่เราขีดกันไว้

การโดนคนทั่วไปรังเกียจ มันไม่แย่เท่าการโดนเกย์ด้วยกันรังเกียจ
และถ้าเกย์คนนั้น คือคนที่เราเปิดใจเดินเข้าไปเพื่อจะช่วย
เพราะคิดว่าเค้ากำลังหลงทางไปกับการเที่ยวในที่อโคจร
การมีเซ็กส์ลับ ๆ ในที่ทำงาน การลองใช้ยาเสพติด
การเล่นกล้องแล้วโดนแคปภาพ
คือผมมองว่าเค้าน่าสงสารมาก เลยตั้งใจเข้าไปเป็นเพื่อนด้วย
แต่ถึงจุดนี้ ผมมองว่าตัวเองน่าสงสารกว่า
เพราะจริง ๆ เค้าก็มีทางไป
มีกลุ่มเพื่อนที่เป็นเกย์ในชีวิตปกติ
มีเพื่อนเกย์ลับ ๆ ที่มีไว้สำหรับเรื่องเซ็กซ์
มีภาพพจน์เข้าวัด ทำบุญ เจริญสติ
เป็นอาจารย์ สุภาพ สุขุม
ผู้คนนต่างมองว่าเค้าเป็นคนที่น่านับถือ

ส่วนตัวผม...ไม่มีใครที่คุยด้วยได้จริง ๆ

ผมพยายามทำอะไรหลาย ๆ อย่าง
ดังที่เล่าไปแล้ว
เพื่อไม่ให้ตัวเองโกรธเกลียดเค้า
เพื่อไม่ให้การทำร้ายผมเป็นบาปติดตัวเค้า
เพื่อไม่ให้ผมหมดความเชื่อถือในมนุษย์....ซึ่งเรืื่องนี้สำคัญมากต่อผม
เพราะถ้าผมเคลียร์สิ่งนี้ไม่ได้ ผมคงเชื่อใคร ๆ อีกไม่ได้

ผมทำอะไรมากมายเพื่อทำให้เรื่องนี้จบลงด้วยดี
แต่สิ่งที่ผมลืมทำ คือ ลืมห่วงชีวิตที่ยังเหลืออยู่ของตัวเอง

จนถึงวันที่ได้ไลน์คุยกับเค้าอีกครั้ง
และเล่าชีวิตที่ล้มเหลวให้เค้าฟัง
คำตอบที่ได้รับ
ก็ทำให้ผมเห็นได้ชัดว่า...ตลอดเวลา เค้าไม่เคยนับผมเป็นเพื่อนเลย

...
ผมจึงตาสว่าง แล้วลุกขึ้น โดยตั้งใจจะกลับมาเป็นคนคนเดิม
คนที่สู้กับทุก ๆ เรื่อง
คนที่จริงกับทุก ๆ สิ่ง
คนที่อาจไม่มีเพื่อนเกย์ แต่มีเพื่อนทั่วไปที่ห่วงใยผม และผมก็ห่วงใยเขา

สักวันหนึ่ง
หากมีใครถามผมถึงเรื่องนี้
ผมก็จะตอบคนเหล่านั้นอย่างตรงไปตรงมาในทุกเรื่อง
ผมเชื่อว่า...ถึงผมจะเป็นเกย์
แต่ผมก็เป็นคนที่ดีคนหนึ่งของโลกใบนี้
ผมไม่อายในการเกิดเป็นแบบนี้
และผมก็เชื่อว่าครอบครัวและเพื่อนทั่วไปของผม จะรักผมในสิ่งที่ผมเป็นอยู่

ขอโทษที่เขียนมายาวนะครับ
และขอบคุณสำหรับความเห็นต่าง ๆ ครับ
Last edited by jib on 19 Jul 2017 21:07, edited 1 time in total.
jib
อนุบาล อนุบาล
Posts: 51
Joined: 11 Jul 2013 00:01

Re: ก้าวต่อไป

Post19 Jul 2017 11:23

ถ้ามันคือสิ่งที่เขาไม่ต้องการ ให้อะไรไปก็เปล่าประโยชน์
ต่อให้เรามอบสิ่งดีๆ ให้แค่ไหน มันก็เป็นของที่เขาไม่ต้องการอยู่ดี
:33:
แล้วทำไมเราต้องลดตัวลงไปเกลือกกลัวอยู่กับสิ่งนั้น จนตัวเรามั่วหมอง และดูไร้ค่า
:24:
User avatar
smileboy
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1159
Joined: 05 Sep 2010 17:32

Re: ก้าวต่อไป

Post19 Jul 2017 17:24

อ่านแค่ต้นกระทู้นะครับ ยังไม่ได้ตามอ่านในคอมเมนท์แต่คิดว่า

จากพฤติกรรมของอีกฝ่าย ถ้าหากเขาหลอกมีอะไรกับเราและห่างหาย หนีหายเราไป ไม่รับผิดชอบในสิ่งที่ทำ
จริงๆ จะเรียกคนแบบนั้นว่า "อดีตเพื่อน" ก็คงไม่ได้มั้งครับ? ทุกความสัมพันธ์มันจะสมบูรณ์ถ้าหากเราและอีกฝ่ายยอมรับความสัมพันธ์ของกันและกัน เช่น การเป็นแฟน ทั้งสองฝ่ายต้องตกลงกันที่จะเป็นแฟนใช่ปะครับ? ความสัมพันธ์เลยเกิด

แต่ในกรณีนี้ แม้ปากจะพูดว่าเป็นเพื่อนยังไงก็แล้วแต่...มันไม่สำคัญเท่าการกระทำหรอกครับ? ถ้าเขาไม่เคยมองคุณว่าเป็นเพื่อนจริงๆ แค่หลอกใช้ คุณเองก็ไม่ควรจะมองเขาว่าเป็นเพื่อนเหมือนกันมั้งครับ? เปลืองความรู้สึกดีๆ

จริงๆ อย่างที่คุณ Jib เข้าใจ ไม่ได้ต้องการโยนทุกความผิดไว้ที่ตัวคุณ Jib เองหรอกนะครับ
แต่เราแก้ไขอะไรใครไม่ได้นอกจากที่ตัวเอง ส่วนหนึ่งเราก็ปล่อยตัวปล่อยใจ ยอมให้เขาหลอกด้วยจริงปะครับ?
คือ อีกฝ่ายเขาจะเลวทรามขนาดไหน แต่ถ้าเราเองปล่อยให้เขาทำพฤติกรรมไม่ดีกับเราได้ ความผิดส่วนหนึ่งก็เกิดที่ตัวเอง
ที่อาจจะยังรู้ไม่เท่าทัน ใจไม่แข็งพอ หรือ ยังรับมือกับคนประเภทนี้ไม่เก่ง

ในเมื่อคนๆนั้น เดินออกมาจากคุณ Jib นานแล้ว เราจะยืนอยู่จุดเดิมทำไมละครับ? เดินต่อไปจากมันเถอะเนอะ
อย่าให้อดีตที่ไม่ดีขังเราไว้ที่เดิม คนไม่มีค่าในชีวิตเราคนนึง ไม่ควรมีอิทธิพลกับชีวิตคุณ Jib มากขนาดนั้น
แต่ถ้าจะยอมให้เขามีอิทธิพลกับเราทั้งที ก็ใช้บทเรียนที่ได้จากเขาทำให้เราเป็นคนแข็งแกร่งขึ้น ฉลาดขึ้น เข้าใจตัวเองมากขึ้นดีกว่าครับ
TheBloodOrange
ประถม ประถม
Posts: 373
Joined: 23 Jan 2012 23:14

Re: ก้าวต่อไป

Post19 Jul 2017 20:47

ผมพอจะเข้าใจคุณjibนะ ผมเคยคิดคล้ายๆแบบนี้ แต่สุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่เพราะโลกแห่งความจริงน้้นมีน้อยคนที่จะมองเหมือนเรา
มีเยอะแต่ตอนนี้ขี้เกียจพิมพ์ :11:
User avatar
Ron
อนุบาล อนุบาล
Posts: 62
Joined: 27 May 2017 22:41

Re: ก้าวต่อไป

Post21 Jul 2017 18:12

พี่รู้สึก และเค้าแค่ไม่รู้สึก
หลายเคสครับที่เริ่มด้วย sex และไม่ได้จบด้วยรัก
สุดท้ายเราอยู่กับตัวเองครับคุณ jib
จากใจเพื่อนโรคซึมเศร้าครับ
User avatar
Tiger101
ประถม ประถม
Posts: 162
Joined: 18 May 2016 13:45

Re: ก้าวต่อไป

Post22 Jul 2017 00:34

Tiger101 wrote:พี่รู้สึก และเค้าแค่ไม่รู้สึก
หลายเคสครับที่เริ่มด้วย sex และไม่ได้จบด้วยรัก
สุดท้ายเราอยู่กับตัวเองครับคุณ jib
จากใจเพื่อนโรคซึมเศร้าครับ


ผมว่าความเห็นนี้ตรงประเด็นที่สุดครับ
คุณjibแน่ใจรึเปล่าสิ่งที่คุณjibคิดเป็นสิ่งที่ถูกหรือกำลังมาถูกทาง ถ้าคุณjibไม่สบายอยู่เป็นไปได้ว่าสิ่งที่คุณjibนั้นไม่ใช่ตัวคุณjibเองครับ
และเป็นไปได้ว่าที่คุณjibทำมานั้นอาจมาผิดทางเกือบทุกอย่างครับ
User avatar
Ron
อนุบาล อนุบาล
Posts: 62
Joined: 27 May 2017 22:41

Re: ก้าวต่อไป

Post22 Jul 2017 01:14

ผมไม่เห็นด้วยนะครับ
กับเกย์ที่ไม่แสดงออก หาคนที่ไม่แสดงออกเหมือนกัน เพื่อจะได้ปกปิดความลับของตัวเอง
ถ้าทั้งสองฝ่ายเอาแค่เรื่องเซ็กส์ อันนี้ผมเฉย ๆ ไม่ว่ากัน


อ่านแล้วรู้สึกขัดๆกับบุคลิกของคุณjib
ถามคุณjibหน่อยครับว่าทำไมถึงคิดแบบนี้ เห็นว่าคุณjibก็เป็นคนที่ไม่เปิดเผยใช่เปล่าครับ ถ้าคนไม่เปิดเผยแล้วไปคบกับคนเปิดเผยก็น่าจะมีปัญหาไม่ใช่หรือ
แล้วปกติคุณjibอยากได้เพื่อนที่เป็นเกย์เปิดเผยเหรอครับ ผมอ่านแล้วงง สับสน
User avatar
Ron
อนุบาล อนุบาล
Posts: 62
Joined: 27 May 2017 22:41

Re: ก้าวต่อไป

Post22 Jul 2017 10:57

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นและคำถามนะครับ

ขออนุญาตแชร์ความคิด แบบนี้ครับ

ในความคิดส่วนตัวของผม ผมไม่ได้รังเกียจเกย์หรือความเป็นเกย์นะ
ผมมองว่า เรา...ไม่ได้อยากเกิดมาเป็นแบบนี้ แต่เมื่อเกิดมาเป็นแบบนี้ ก็ต้องยอมรับสภาพไป
ตัวผมเอง ชอบทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่ชอบในฐานะเพือนมนุษย์มากกว่า
เรื่อง SEX ถ้าพูดจริง ๆ คือ ไม่ถนัดทั้งคู่
ผมมองว่า ความรักกัน ห่่วงใยกัน มันสำคัญกว่าการมีอะไร ๆ กัน
นี่คือตัวผม
ที่ผ่านมา...ผมเลยระมัดระวัง การทำให้คนอื่นเสียใจ
สำหรับผู้หญิง ตอนวัยรุ่น...ผมเคยมีแฟนอยู่นะ แต่พอมั่นใจว่าตัวเองมีความชอบผู้ชายด้วย
และมันคงแก้ไม่ได้ ก็เลยไม่อยากทำลายชีวิตเค้า
สุดท้าย พอเค้าขอเลิกก็เลยเป็นพี่เป็นน้องกันจนถึงทุกวันนี้
นี่คือ ความรักจริง ๆ ในมุมมองของผม

ช่วงวัยรุ่น
มันก็มีการลองผิดลองถูกอยู่บ้าง
มันก็เลยเข้าใจว่า ถ้าคนสองคน อยากลองผิดลองถูกทั้งคู่
การมีอะไรกันแบบตกลงกันชัดเจน
มันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้
ผมเลยเข้าใจคนที่ไม่แสดงออก แล้วไปนัดมีอะไรกันแบบเพื่อเซ็กส์อย่างเดียว อันนี้ผมเข้าใจ
(แต่แบบโชว์ความเป็นแมนในที่ทำงานหรือมีภรรยาอยู่แล้ว แต่แอบมีก๊วนเสียวแบบลับ ๆ อันนี้ผมไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย
หรือมีภาพพจน์แสนดี เข้าวัดเข้าวา ไม่ว่าจะชายปกติหรือเกย์ ผมก็คิดว่า....มันไม่ค่อยดีนะ
มันเหมือนการโกหกคนอื่นตลอดเวลา แต่มันก็เป็นชีวิตเค้า ไม่เกี่ยวกับผม)

ช่วงที่ผมลองผิดลองถูก
เคยมีครั้งนึงที่....น้องคนที่มีอะไรกันหนนึง (ภายนอก) ขอให้ผมอย่าทิ้งเค้า
ผมมองเค้าแล้วก็รู้สึกสงสาร
ความรู้สึกที่ไม่อยากทำร้ายจิตใจคนแบบเดียวกันมันเกิดขึ้นครับ
ผมรู้สึกว่า คนที่เป็นเกย์...ชีวิตก็ลำบากอยู่แล้ว
การถูกทำร้ายจิตใจกัน...มันก็คงเป็นสิ่งที่แย่มาก ๆ
ผมเลยยอมคบ ทั้ง ๆ ที่ในชีวิตไม่เคยคิดจะมีแฟนผู้ชายและตอนนั้นก็ไม่ได้รัก
แต่พอเราตั้งใจไว้ว่า...ค่อย ๆ เรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน
ผมก็ค่อย ๆ เพิ่มความรักความเมตตาให้น้องเค้า
ความรักดี ๆ ในใจผมมันก็เติบโตขึ้นได้จริง ๆ
ไม่ใช่รักแบบยึดครองไว้ แค่คิดว่า...วันนึง ถ้าน้องจะไป ก็ยินดีให้ไปพบเจอคนดี ๆ
แต่ขอแค่เรายังเป็นพี่เป็นน้อง เป็นคนที่รักกันแบบบริสุทธ์ใจได้ เอาเท่านี้ก็พอ

แต่แล้ว...ผมก็โดนน้องคนนี้ทิ้ง (ทั้งที่ตลอดเวลาเค้าบอกว่า ถ้าทิ้งเค้า ผมตาย)

บทเรียนครั้งนั้นหนักมาก
เพราะมันเป็นการทิ้งแบบ....ถึงผมจะทุกข์แค่ไหน เค้าก็ไม่สน ปิดช่องทางการติดต่อทุกทาง
หายไปจากจักรวาลนี้เลย โหดมาก
.....

พอมาถึงเคสนี้
ผมเลยปิดประตูตั้งแต่ต้น
จนเมื่อเริ่มสงสาร การพูดคุยก็ยังคงชัดเจนว่า....เป็นเพื่อน ไม่ใช่เรื่องเซ็กส์

ระหว่างการพูดคุยก่อนพบกัน
มีหลายครั้งที่ผมบอกให้เค้าตัดสินใจดี ๆ ว่า จะเปลี่ยนใจไม่เป็นเพื่อนกันก็ได้
แต่คำตอบก็ยังคงโอเค

หลังจากเกิดเหตุ
ผมก็ยังถามไปว่า จบตรงนั้นเลยดีไหม ถ้าไม่พร้อมเป็นเพื่อนกัน
แต่เค้าก็ยังตอบว่ายังอยากเป็นเพื่อน
(แต่การปฏิบัติตัวก็เย็นชาต่างจากตอนแรกที่คุย)
ซึ่งผมงงมาก

ในช่วงที่มีปัญหากัน มันมีความหวังดีและความเย็นาสลับกันไปมา
จนผมไม่รู้ว่า....สิ่งที่เกิดขึ้น เค้าหวังดีที่จะให้ผมเรียนรู้อะไรบางอย่างอยู่
หรือเค้ารังเกียจการเป็นเพื่อนกับผมกันแน่

ถ้าการรู้จักกันของเคสนี้ เป็นเรื่องการหาเซ็กส์
ทุกอย่างมันคงผ่านไปนานแล้วครับ
แต่เพราะมันเป็นเรื่องของคนที่ไม่มีเพื่อน
แล้วถูกขอเป็นเพื่อน
แถมมีการพูดคุยเปิดใจกันลึกมากจนเชื่อว่า...เปิดใจลึกขนาดนี้ก็น่าจะเป็นเพื่อนกันได้จริง ๆ
พอเจอการหักมุมด้วยเซ็กส์
การปิดกั้น
การกระทบกระทั่ง
พฤติกรรมที่ชวนให้สับสน
รวมทั้งปมในใจของผมเอง
และความเอาจริงเอาจังทำอะไรทำสุดของผม
มันเลยค้างคามานาน
จนผมมั่นใจในที่สุดว่า......เค้าไม่ได้อยากเป็นเพื่อนแท้กับผมตั้งแต่แรก
มันเป็นเรื่องของการหาเซ็กส์ในเน็ตเท่านั้น
.....

ตอนนี้
ผมเลยต้องรักตัวเองเยอะๆ
(ผมไม่ได้ซึมเศร้าแล้วนะครับ เข้มแข็งขึ้นมาก แต่โทสะยังมาเรื่อย ๆ )
แต่ด้วยวัยและโอกาสในการตั้งหลักชีวิตให้แข็งแรง
มันไม่ได้มีมากเหมือนเมื่อ 4 ปีก่อน
ชีวิตช่วงนี้จึงถือว่า "ยาก"
แต่ไม่ได้ทุกข์อะไร

ถ้าผมทำสิ่งที่ทำอยู่ได้สำเร็จ
ผมอาจจะมีงาน มีรายได้
แม้จะไม่ได้เงินมากมาย แต่ก็คงพอจะใช้ชีวิตได้ประมาณนึง
ส่วนเรื่องการคบเพื่อนเกย์แบบลึก ๆ เปิดใจให้กัน อันนี้ คงยากแบบที่เรียกว่า...เป็นไปไม่ได้อีก
เพราะเวลาผมล้ม มันใช้เวลาล้มนานเกินไป
ถ้าล้มอีกครั้ง....มันคงตายเลย
ตอนนี้เลยต้องเซฟตัวเองเต็มที่
บอกตัวเองว่าเลิกห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเองเสียที
ใครทำอะไรไว้ สักวัน ความจริงก็จะปรากฏ

และด้วยความที่ผมไม่แสดงออกเลย
ไม่เที่ยวซุกซนที่ไหนเลย
ครอบครัวไม่เคยมีปัญหาว่าผมจะเป็นอะไรหรือจะทำอะไร
(ผมว่าพี่น้องคงอยากให้ผมออกไปหาคู่นะครับ จะเพศไหนก็ได้ ออกไปเถอะ เค้าอยากให้ผมมีความสุขทั้งนั้น)
ดังนั้น ชีวิตผมถึงจะแย่หน่อย แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายหรือต้องปกปิดอะไรจนเพี้ยนไป
ผมเชื่อว่า สักวัน ถ้าคนที่รู้จักรู้ว่าผมเป็นเกย์
มันก็คงไม่มีอะไรแตกต่างจากตอนนี้
ถึงพวกเค้าจะไม่ได้สนิทแนบแน่นกับผม
แต่ผมเชื่อว่าทุกคนรู้ดีว่าผมเป็นคนแบบไหน
และผมรักพวกเขาแบบไหน

สุดท้าย
สิ่งที่ผมเสียใจกับเคสที่เกิดขึ้น
คงเป็นเรื่อง...ความเสียใจในมนุษย์ ที่ทำไมถึงทำร้ายกันได้แบบนี้
ถ้ารู้ตัวว่าทำให้อีกคนเสียใจรุนแรง ทำไมไม่พยายามแก้ไข
ถ้าผมจะยื้อเค้าเป็นแฟน อันนี้ผมเข้าใจการหนีห่าง
แต่การยื้อเป็นเพื่อนแท้แบบที่คุยกันไว้ อันนี้ผมไม่รู้ว่าจะหนีห่างไปทำไม

พอความไว้เนื้อเชื่อใจในมนุษย์มันพังลง
การมีชีวิตอยู่ของผมจึงยากขึ้นมาก
แต่ตอนนี้ผมเข้าใจนะ
มันเป็นเรื่องปกติ ที่เกิดขึ้นในโลก
ที่คนแต่ละคนจะเห็นแก่ตัวเองก่อน
เค้าจึงเลือกทำในวิธีที่เค้าคิดว่าดีกับตัวเอง

เรื่องทั้งหมด...ยากและซับซ้อนจริง ๆ
ไม่เจอเอง
ไม่รู้ครับ
jib
อนุบาล อนุบาล
Posts: 51
Joined: 11 Jul 2013 00:01

Re: ก้าวต่อไป

Post22 Jul 2017 15:16

ถ้า jib รู้สึกสบายใจกับแนวคิดข้างต้น ผมคงไม่มีสิทธิไปบอกว่ามันไม่ดีอย่างไรนะครับ ตราบเท่าที่คุณพอใจในจุดกรือสถานะที Jib ยืนอยู่

แต่ส่วนตัวผม ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ของเพื่อนมนุษย์ หรือการหักหาญน้ำใจ ผมก็เคยเจอนะครับ เจ็บมากๆด้วย แต่ผมแทบไม่ให้ความหมายเพื่อมันมีผลกับอนาคตผมเลย ... แต่มันคือแรงผลักดันให้ผมต้องพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่อย่างนั้นเวลาผมคงจมหายกับแผลเก่าซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ที่จะรักษาลอยแผลให้หายไปจากใจ

แต่ผมก็ปล่อยให้มันเป็นแผลใจไปยังนั้นแหล่ะ แทบไม่ได้สนใจหรือให้ค่าอีกเลย ... ทุกวันนี้ผมต้องขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจแบบนั้น สิ่งดีๆจะไม่เกิดขึ้นได้เลย ถ้าผมไม่ตัดสินใจแบบนั้นและปฏิวัติตัวเอง

เมื่อ jib เลือกการใช้ชีวิตในแบบที่ตั้งใจไว้ ผมก็ดีใจด้วยนะครับ และขอให้แข็งแรงขึ้นเร็วๆ

Life is always beautiful ",)
LiverPoolFC
ประถม ประถม
Posts: 292
Joined: 17 Jan 2012 01:38

Re: ก้าวต่อไป

Post23 Jul 2017 17:00

คุณ LiverPoolFC :
ขอบคุณนะครับ ทางที่เลือกตอนนี้ เป็นทางเท่าที่มีและเท่าที่ทำได้ครับ
เหมือนคนโดนรถชนหนักๆ 3 ครั้ง จะเดินให้เหมือนปกติก็คงไม่ได้
แต่ความมุ่งมั่นที่จะลุกขึ้นมาอีกครั้ง สำหรับผมถือว่า.... เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยตลอดสี่ปีที่ผ่านมา
บางที...เมื่อเวลาผ่านไปอีก
ผมก็อาจจะพบทางอื่น ๆ ที่ดีกว่าที่คิดได้ตอนนี้
ก็ได้แต่อดทนและก้าวไปเท่าที่กำลังพอจะมีก่อนครับ


ตอบคุณTiger101 :
ขอบคุณนะครับสำหรับกำลังใจ อาการซึมเศร้าหายได้นะครับ
ถึงมันไม่ง่าย แต่เราทำได้ ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ

ตอบคุณ TheBloodOrange :
ขอบคุณครับ ผมเห็นด้วยนะครับ
แต่เหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มต้น มันมีอะไร ๆ
ที่ทำให้ผมสับสนมากกับพฤติกรรมที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย พลิกไปมาตลอด
อีกส่วนคือ ผมเองไม่มีเพื่อนแบบนี้เลย
พอมีคนเอ่ยปากอยากเป็นเพื่อนด้วย...มันเลยไม่อยากเสียคน ๆ นั้นไป
แต่ตอนนี้ผมชัดเจนแล้ว
ไม่เอาแล้ว
ถ้าต้องอยู่คนเดียวแต่ไม่ทรมานแบบที่ผ่านมา ผมเลือกอยู่คนเดียวดีกว่าครับ
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น มันน่ากลัวจริง ๆ ครับ


ท่านอื่น ๆ :
ขอบคุณสำหรับความปรารถนาดีครับ
:bunny:
jib
อนุบาล อนุบาล
Posts: 51
Joined: 11 Jul 2013 00:01

Re: ก้าวต่อไป

Post23 Jul 2017 21:44

ถือเป็นสัญญาณที่ดีนะ Jib ที่ชีวิตจะดีขึ้นเรื่อยๆ แข็งแรงเร็วๆนะ ... หลายๆคนผ่านเรื่องแย่ๆหนักๆในชีวิตมาได้ Jib ก็จะผ่านไปได้เช่นกัน

"คุณค่าของการมีชีวิตอยู่"

แง่มๆๆ

Life is always beautiful ",)
LiverPoolFC
ประถม ประถม
Posts: 292
Joined: 17 Jan 2012 01:38

Re: ก้าวต่อไป

Post26 Jul 2017 00:40

:rose:
อ่านผิดแล้วคู้น ผมไม่ได้ชื่อต้องอม
User avatar
ต้องลม
มัธยม มัธยม
Posts: 792
Joined: 02 Jan 2008 10:25

Re: ก้าวต่อไป

Post27 Jul 2017 14:05

จขกท ต้องลองไปคุยกับพี่Vince,Dmmks หรือNikey
จะได้สบายใจภายใน3นาที
:2: :2: :2:
pres28
ปริญญาโท ปริญญาโท
Posts: 2895
Joined: 04 Nov 2009 16:26

Re: ก้าวต่อไป

Post30 Jul 2017 22:35

pres28 wrote:จขกท ต้องลองไปคุยกับพี่Vince,Dmmks หรือNikey
จะได้สบายใจภายใน3นาที
:2: :2: :2:

55555555 :29: :29: :29:
User avatar
noghacker
ประถม ประถม
Posts: 152
Joined: 17 Jun 2014 16:26

Re: ก้าวต่อไป

Post31 Jul 2017 15:33

พี่สามคนต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ ใช่ไหมครับ
:37:
jib
อนุบาล อนุบาล
Posts: 51
Joined: 11 Jul 2013 00:01

Re: ก้าวต่อไป

Post18 Aug 2017 05:55

jib wrote:พี่สามคนต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ ใช่ไหมครับ
:37:


พี่ทั้งสามคน นิสัยดี น่ารักไม่ธรรมดาค่ะ น่ารักมากกกกก :20:
ส่วนส่วนลุงpres น่ารักสุด ไม่ธรรมดาสุดเจ้าค่ะ :25:
小龍女 Xiăo Lóng Nü(v)
User avatar
เล่งยี้
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1234
Joined: 08 Jan 2008 14:32

Re: ก้าวต่อไป

Post17 Sep 2017 14:35

เล่งยี้ wrote:
ส่วนส่วนลุงpres น่ารักสุด ไม่ธรรมดาสุดเจ้าค่ะ :25:


:hihi: ชมใช่ไหม ฮ่าๆๆๆๆ
why why why why why why why why why why
User avatar
dmmks
ปริญญาเอก ปริญญาเอก
Posts: 4556
Joined: 01 Jan 2008 14:48

Next

cron