วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

General Discussion
กระดานข่าวชาวเกย์
เรื่องราวเล่าสู่กันฟัง
ปรึกษาปัญหาต่างๆนานา

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post29 May 2010 11:36

เมื่อวานนี้ก็นำหนังสือสวดมนต์
ที่ลูกศิษย์สมัยเคยเป็นอาจารย์
ฝากเป็นธุระให้จัดทำให้
พร้อมปัจจัยของเขากับ
ที่มีญาติที่แวะไปส่งสมทบบุญ
ไปถวายท่านเจ้าคุณหลวงพ่อจรัญเรียบร้อยแล้ว
เลยแวะนำบุญมาฝากกันครับ

ช่วงนี้หลวงพ่อท่านอาพาธ...ไม่สามารถเทศน์ได้
หลวงพ่อแพ้เกสรดอกไม้
จีงงดดอกไม้และพวงมาลัยดอกไม้ทุกชนิดครับ
แต่ก็ไม่ละเลยกิจให้ญาติโยมได้กราบขอพร
วันละ 2 ครั้ง
ครั้งแรก 10.00 น. และครั้งที่สอง 14.00 น.
ช่วงเทศกาลท่านจะลงโปรดญาตโยมก่อนเวลาครับ
ครั้งละไม่ 5-10 นาทีเท่านั้น
แต่เมื่อวาน...มีผู้ถวายหนังสือ อัฏฐบริขาร ปัจจัย เยอะมาก
ท่านเลยอยู่โปรดญาติโยมนานเกือบครึ่งชั่วโมงหรือกว่านั้น

ญาติเลยไปอีกวัดที่พิจิตร
ขากลับจะแวะมารับช่วงเย็นหรือค่ำดึกยังกำหนดไม่ได้
เราเลยได้โอกาสกราบหลวงพ่อ 2 รอบ
ไปถึงวัด...
ความที่คุ้นเคยก็เลยคิดโปรแกรมของตัวเองคร่าวขึ้นมา
ปากท้องมาก่อน
"หลวงพ่อ...ลูกขอฝากท้องฟรีสัก 3 มื้อจนกว่าญาติจะมารับ"
มีโรงทานให้กินฟรี...กี่มื้อก็ได้ครับ

รอนานชักอยากอยู่ปฏิบัติธรรมที่วัดซะแล้วสิ
เพราะชุดขาวสำหรับใส่ปฏิบัติธรรมก็มีให้ยืมใช้ฟรี
ช่วงเช้าคนมาสมัครยังไม่เยอะ
แต่พอเห็นคิวคนสมัครช่วงบ่าย
ก็เลยพักไว้ก่อน
คิวยาวม้วนเป็นหางงู

ครั้งแรกที่มาปฏิบัติธรรมที่วัดนี้เมื่อหลายปีก่อน
ก็มาช่วงวันวิสาขบูชานี่แหละครับ
มาเท่าไหร่...วัดก็รับไว้หมด
คิดไปคิดมา...ถ้าจะมาจริงๆ
ไว้ช่วงที่ไม่ใช่หน้าเทศกาลจะดีกว่า
กับมีงานที่จะต้องส่งช่วงต้นเดือนด้วย
ถ้ามาอยู่วัดเป็นอาทิตย์นี่
กลับไปปั่นไม่ทันแน่

ตาสอดส่ายไปเห็นกระดานจองเลี้ยงอาหารของวัด
เต็มหมดตลอดเดือนมิถุนายน
ว่างอยู่วันคือ...วันที่ 26 มิถุนายน
เสียดายที่เป็นช่วงงานวิกฤต
ไม่งั้นก็อยากจะสมัครเป็นเจ้าภาพสักวัน

(มีต่อภาคสองครับ)
:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post29 May 2010 12:54

และแล้วเราก็ต้องมาแก้ไขข้อความ

เหมือนที่เคยยกคำพูดของท่าน ว.วชิรเมธี
มาแปะไว้ในกระทู้นี้
คือ...อย่าตัดสินใจในขณะที่กำลังโกรธอยู๋

พอเวลาผ่านไป...อารมณ์เย็นลง
ได้มีเวลาพูดคุย...ปรับความเข้าใจ
เรื่องที่แย่ๆ...ก็กลับกลายเป็นเรื่องดี


:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post06 Jun 2010 14:14

ตั้งแต่เมื่อวานละ...จอคอมฯ เสีย
อุตส่าห์ไปแบกของฟรีจากบ้านเพื่อนรุ่นพี่ที่ทำงานเก่า
จนแทบจะได้เขียนนิราศท่าดินแดง...หรือเขียนไปแล้ว 555

กลับมาสลับนั่นเสียบนี่
กลายเป็นว่า จอไม่เสีย
แต่เป็นอะไรสักอย่างที่อยู่ในเคสเสีย

เน็ตก็พอใช้ได้แต่เว็บเบสิกๆ
ชีวิตวิกฤตถ้าไม่มีเทพมาโปรด 555 เทพลงองค์
เลยต้องระเห็ดมาเปิดโปรแกรมเวิร์ดที่ร้านเน็ตแถวบ้าน
ที่มีแต่บรรดากุมารเล่นเกมกันไปทั้งร้าน
ผู้ใหญ่โผล่เข้ามาถามจะใช้เครื่องพิมพ์งานต้องถอยไปกัน 2 -3 ชุดได้
แม้แต่ตัวเราก็นั่งรออยู่สักพักได้
เจ้าของร้านอัธยาศํยดีหยิบนิตยสารเม้าท์ดารา 2-3 เล่มมาให้อ่าน
คงเป็นของเจ้าของร้านฝ่ายหญิงกระมัง

เจอคอลัมน์น่าสนเผื่อจะเป็นประโยชน์ก่อนตัดสินใจใช้ชีวิตคู่
จริงๆ แล้วเป็นข้อแนะนำสำหรับ ช+ญ
แต่ในชีวิตคู่ไม่ว่าจะ ช+ช หรือ ช+ญ หรือแม้แต่ ญ+ญ ฯลฯ
ข้อใหญ่ใจความก็ไม่ต่างกันนักพอกล้อมแกล้มยึดเป็นหลักได้
เดี๋ยวโพสต์จะยาวไปไม่ถูกใจเด็กแนว 555
ขอตัดไปเป็นอีก 1 โพสต์ละกัน 555
หมู่นี้แม้จะไม่มีงานทำแต่ก็ขอ 555 เยอะหน่อยแล้วกัน
ก็คนมันมีความสุขนี่ครับ 555

เซ็งอะ...ฟอนท์สีไม่ขึ้น
ไม่เป็นไรอารมณ์ดีพอ...อัพไปก่อนเดี๋ยวมา edit ที่บ้านก็ได้ :dolphin: :dolphin:
Last edited by ai' on 06 Jun 2010 20:40, edited 1 time in total.
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post06 Jun 2010 14:33

10 คำถามที่คุณและเขาจะต้องตอบให้ได้ก่อนการแต่งงาน
(10 Pre-Wedding Questions : You & You Should Answer)


1. อยากมีลูกหรือเปล่า
2. เราจะสามารถคุยเรื่องเงินกันได้ไหม
3. สามารถคุยเรื่องบนเตียงกันได้หรือเปล่า
4. จะใช้เวลากับครอบครัวของอีกฝ่ายแค่ไหน
5. จะจัดการเรื่องงานบ้านอย่างไร
6. จะออกไปดื่มกับเพื่อนบ่อยแค่ไหน
7. เคยทำร้ายร่างกายใครหรือเปล่า
8. จะใช้ชีวิตในวันหยุดอย่างไร
9. คิดว่าการซื่อสัตย์กับคนหนึ่งสำคัญหรือเปล่า
10. คิดว่าเราจะทำอะไรใน 30 หรือ 40 ปีข้างหน้า


คำตอบเกี่ยวกับคนรักที่คุณและเขาจะต้องแชร์กันก่อนการแต่งงาน

เป้าหมายในชีวิต

1. จุดมุ่งหมายสูงสุดในชีวิตของฉันคือ ...
2. ฉันต้องการหาความพอใจในด้าน ...
3. ก่อนตายฉันอยากจะ ...
4. ฉันอยู่ที่นี่เพราะว่า ...
5. ฉันฝันว่าสักวัน ...
6. ฉันพร้อมที่จะตายถ้า ...


อดีต

1. เรื่องที่ดีที่สุดในสมัยเด็กของฉันก็คือ ...
2. เรื่องที่แย่ที่สุดในสมัยเด็กของฉันก็คือ ...
3. สิ่งที่น่ากลัวที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตของฉันก็คือ ...
4. บางอย่างในอดีตที่ฉันไม่กล้าบอกคนอื่นก็คือ ...
5. สถานการณ์ในอดีตที่อาจส่วงผลต่ออนาคตของฉันคือ ...
6. ความรู้สึกที่มีต่อความสัมพันธ์ในอดีตของฉันคือ ...


เรื่องเกี่ยวกับตัวเอง (ที่อีกฝ่ายหนึ่งจำเป็นต้องรู้)

1. สิ่งที่กลัวที่สุดในชีวิตคือ ...
2. สิ่งที่ต้องการที่สุดในชีวิตคือ ...
3. อารมณ์ที่เกิดบ่อยที่สุดคือ ...
4. สิ่งที่เกลียดที่สุดคือ ...
5. สิ่งที่กังวลที่สุดคือ ...
6. สิ่งที่ต้องการเปลี่ยนแปลงในตัวเองคือ ...
7. สิ่งที่ชอบในตัวเองคือ ...
8. เรื่องที่เพ้อฝันอยู่บ่อยๆ คือ ...
9. ฉันจะโกรธถ้า ...
10. สัตว์เลี้ยงที่ชอบคือ ...
11. ความเห็นรวมๆ สำหรับตัวฉันคือ ...
12. ฉันจะรู้สึกสนุกที่สุดถ้า ...
13. ความผิดที่ติดค้างอยู่ของฉันคือ ...
14. เรื่องที่ฉันละอายใจที่สุดคือ ...
15. คนที่ฉันนับถือคือ ...
16. กีฬาสุดโปรดของฉันคือ ...
17. สิ่งที่ทำให้ฉันเสียใจที่สุดคือ ...
18. สิ่งแรกที่ฉันจะคิดถึงคนๆ หนึ่งคือ ...
19. ถ้ามีคนโกรธฉัน ฉันจะ ...


credited to : Spicy Magazine, 5-11 June 2010 pp.64-65
:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post08 Jun 2010 12:36

หวัดดีครับ ....
คนเดิม ชื่อเดิม ... เบอร์เดิม ... ไม่เคยเปลี่ยนครับ ..
ยังจำ นัดครั้งแรกที่ร้าน ไดโดมอน สยามฯ เมื่อกลาครั้งนึงนานมาแล้วได้
นานหลายปีแล้วสินะ ...
หลังจากห่างหายไปนาน เคยเข้ามาช่วงนึง แต่เข้าไม่ได้ ไม่รู้เพราะอะไร
ก็เลยไม่ได้เข้ามาแวะเวียนเลย .. บวกกับต้องไปอยู่ที่ไกลๆปีกว่าๆ
กลับมาได้ไม่นาน ก็เจอ AI ที่สนามบินเมื่อหลายเดือนก่อน ...
ก็รู้มาว่า บอร์ด ยังอยู่ ...
ยังจำได้อยู่หลายคน ... หวังว่าคงจะสบายกันดีนะ ...
ปล. น้อง Little Prince... เห็นว่าจะเลี้ยงข้าวเหรอ .. อยู่ไหนอ่ะ อย่าได้ท้าชวน
ไปแน่ๆ ... ไกลแค่ไหนก็จะไป ... อิอิ
Daniel
เด็กใหม่ เด็กใหม่
Posts: 8
Joined: 19 Mar 2009 22:21

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post08 Jun 2010 13:55

โอ๊ะโอ...Daniel นี่ของแรงมิใช่น้อย
เข้ากระทู้เราทำเอาโพสต์ยาวยืดหายวืดไปเลย

เอาเป็นว่า Welcome Home Sweet Home

อยากโพสต์อะไรในกระทู้นี้ก็เหมือนเดิมนั่นแหละครับ
:dolphin: :dolphin:

น้อง LP อาจจะสวนทางกับ Daniel ช่วงปลายปีหรืออย่างไร
น้องก็ยังเล่นบอร์ดอยู่บ้างครับ
แต่...เดี๋ยวนี้ "เทพลงองค์" บ่อยมิใช่น้อย 555

วันก่อนยังแอบดีใจกันที่เห็นชื่อ Daniel ในบอร์ด

เราอยากไปไหว้พระตรีมูรติกับพระพิฆเณศวร์นานละ
ไว้งานลงตัว...แล้วเขาเปิด CTW เมื่อไหร่
ไปไหว้ท่านกันนะ...มีน้องที่ทำงานบอกเคล็ดลับมา
ตั้งแต่ก่อนม๊อบแล้วครับ
ไหว้เสร็จแล้วหาอะไรอร่อยๆ แถวนั้นกินกัน...ดีไหมครับ

:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post11 Jun 2010 11:53

คลิกนั่นคลิกนี่
เห็นฮาดี เลยก๊อปมาแปะไว้อ่านเล่นๆ ครับ


วิธีถีบเมียอย่างเนียนมากที่สุด

ลองทำดูนะ

1.ดื่มเหล้าให้เมาแล้วกลับดึก ๆ

2.แต่พอกลับมาบ้านต้องพยายามให้ยังพอมีสตินิดนึง

3.แกล้งทำเป็นเข้านอนทั้งชุดนั้นเลยโดยไม่ต้องอาบน้ำ

4.ช่วงนั้นเมียคงจะด่าเราอยู่...เราก็เลยถอดกางเกง

5.แกล้งทำเป็นถอดไม่ได้..เมียเราก็จะมาช่วยถอดเอง

6.และจังหวะที่เมียเข้ามาใกล้นั่นแหละ..บรรจงถีบ เมียให้หงายไปเลย

7.แล้วเอ่ยขึ้นมาว่า "อย่ามายุ่งกับกู..กูรักเมียกูคนเดียว" แล้วก็หลับไปเลย

8.เช้ามาแค่นั้นแหละ..เมียก็จะรีบหากับข้าวอร่อยๆมาให้เราทานทันที


55555555555555555 มีความสุขนะครับ 5555555555555

from 2bbit

edit @ 1 Jul 2009 22:50:33 by phat
credited to : http://value.exteen.com/20090701/entry


:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post11 Jun 2010 16:12

เคยอ่านหนังสือของ "ดังตฤณ" มา 2-3 เล่ม
พักหลังๆ ก็เลือนไป
จนคุณ zmen โค้ดข้อเขียนของ "ดังตฤณ" มาแปะบ่อยๆ
ชื่อนี้จึงกลับเข้ามาอยู่ในหัวอีกครับ

ขอขอบคุณคุณ zmen และขออนุโมทนาบุญด้วยครับ

งานเขียนอื่นที่อ่านตรงกันก็มีของ "วศิน อินทสระ"
ไม่ได้อ่านมานานมากละ
ช่วงนั้นคุณวศินออกหนังสืออะไรมา...ซื้อเก็บไว้หมด
ตอนนี้ไม่รู้อยู่ที่ไหนแล้วครับ

ช่วงนี้ว่างงานเบ็ดเสร็จ ออกแนวเริ่มจะฟุ้งซ่านไปแล้ว
เลยหาอาหารให้ใจเป็นวัคซีนป้องกันไว้หน่อย
เจออะไรที่ตรงกับอารมณ์ความรู้สึกในช่วงนี้ก็เก็บมาแปะไว้


ถาม – จะมีวิธีสำรวจใจตัวเองไหมคะ ว่าเรารักใครจริงๆหรือเปล่า? ถามใจตัวเอง บางวันบอกว่ารัก บางวันบอกว่าเฉยๆ ไม่แน่ใจเลยว่าถ้าตอบรับไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นข้างหน้า

ตอบตามหลักที่พระพุทธเจ้าประทานไว้นะครับ ความรักจะเกิดขึ้นได้ด้วยองค์ประกอบหลักสองประการ หนึ่งคือเคยอยู่ร่วมกันในกาลก่อน สองคือเกื้อกูลกันในปัจจุบัน เมื่อจับหลักอย่างนี้ก็สามารถเทียบเคียงกับภาคสนามได้ง่ายหน่อย คือเมื่อพบคนที่คุณ ‘สามารถรักได้’ ควรจะเกิดอาการต่างๆต่อไปนี้

๑) ความรู้สึกคุ้นเคยกันอย่างรวดเร็ว เหมือนรู้จักมักคุ้นอยู่ก่อน และพูดคุยสนิทสนมได้ง่าย เหมือนระบายได้ทุกเรื่อง นั่นเป็นวิบากของการอยู่ร่วมกันมานาน ก่อแรงดึงดูดเข้าหากัน อยู่ใกล้แล้วไม่รำคาญ แม้เหงาก็อบอุ่นเป็นสุขได้เพียงเมื่อคิดถึง และเท่าที่พบมา ต่อให้ธาตุนิสัยต่างกันเป็นตรงข้าม เช่น ใจร้อนกับใจเย็นมาเจอกัน ก็ไม่รู้สึกแปลกแยกต่อกัน ขอเพียงมีบุพเพสันนิวาสมาช่วย

การสำรวจใจด้วยเกณฑ์ข้อนี้ อย่างง่ายก็อาจลองจินตนาการดูว่าถ้าต้องไปอยู่กระต๊อบกับใครสักคน แล้วรู้สึกว่ารับได้ไหม เป็นไปได้ไหม หากสนิทใจพอ หรือกระทั่งนึกครึ้มคึกคักต่อยอด อยากหนีไปอยู่เกาะตามลำพังสองคน อันนั้นถือว่าผ่านมาตรฐานเบื้องต้น

อย่างไรก็ตาม ความรักที่แท้ต้องการความจริงเป็นเครื่องรับรอง ไม่ใช่แค่จินตนาการหรือฝันกลางวันเล่นๆ หากมีโอกาสร่วมสถานการณ์ลำบาก อยู่ในที่ที่ขาดความสุขสบาย แล้วยังรู้สึกดีกับการอยู่ร่วมกันได้ อันนั้นถือเป็นบทพิสูจน์ครับว่าเคย ‘อยู่ร่วมกันด้วยดี’ มาอย่างแน่นอน

๒) ความรู้สึกเป็นห่วงเป็นใย คืออยากช่วยเหลือ อยากดูแล มีความเอาใจใส่โดยไม่ต้องฝืน นั่นเป็นเพราะเหตุที่เคยช่วยเหลือดูแลกันมาก่อน ย่อมชวนให้ผูกพันไยดี เท่าที่พบมา แม้ฝ่ายหนึ่งได้ชื่อว่าเห็นแก่ตัว ไม่เอาใคร แต่ก็เต็มใจเสียสละให้กับคู่บุญเก่าได้ เมื่อคอยเข้าไปดูแลสารทุกข์สุกดิบ ก็ได้ชื่อว่าปัจจุบันสร้างเหตุแห่งความรักไว้แล้ว

การสำรวจใจตนเองด้วยเกณฑ์ข้อนี้ ก็ขอให้รอดูเหตุการณ์จริง วัดใจกันในยามยาก หากเขาต้องการความช่วยเหลือไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ คุณเต็มใจแค่ไหน กระตือรือร้นในการช่วยปัดเป่าเท่ากับหรือยิ่งกว่าปัญหาของตัวเองไหม

ถ้าจะวัดใจให้สมบูรณ์แบบ ต้องดูทั้งสองฝ่ายนะครับ ไม่ใช่ฝ่ายเดียว การอยากอยู่ใกล้ การอยากดูแลช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน เป็นเครื่องชี้ชัดว่า ‘ร่วมบุญ’ กันมาจริง ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ‘ติดหนี้’ แค่ข้างเดียว

นอกจากนั้นต้องคำนึงด้วยว่าชีวิตหนึ่งๆเราอาจร่วมชาติร่วมชายคา เป็นคู่ผัวตัวเมียกับใครได้มากกว่าหนึ่ง (แถมบางรายร่วมได้ทั้งสองเพศ!) ฉะนั้นก็อย่าแปลกใจหากคุณ ‘ปิ๊ง’ และ ‘เอาใจใส่’ ใครต่อใครได้หลายคน

โลกเต็มไปด้วยตัวเลือก โดยมีข้อจำกัดทางศีลธรรมว่าต้องเลือกอยู่กับใครคนหนึ่งเพียงคนเดียว ฉะนั้นหากต้องการสำรวจใจว่ารักใครที่สุด ก็ให้ดูว่าใจคุณ ‘อยากเลือก’ อยู่กับใครมากที่สุด

แน่นอนว่าด้วยความจำเป็นบางประการ อาจทำให้คุณต้องเลือกอยู่กับคนที่รักน้อยและตัดใจจากคนที่รักมาก นั่นก็เป็นเครื่องชี้ได้อย่างหนึ่งว่าแม้ทำบุญร่วมกันมาพอจะให้แสนรัก แต่ก็อาจมีบาปเก่าหรือบาปใหม่บางอย่างมาขวางไว้ไม่ให้สมหวัง เข้าทำนอง ‘รักมากแต่ไม่อยากอยู่ด้วย’ นั่นเอง

อีกประการหนึ่ง ภพชาติและการเวียนว่ายตายเกิดเป็นเรื่องสลับซับซ้อน ภูมิมนุษย์เป็นแค่ภาวะหนึ่งที่เราคุ้นเคย แต่ยังมีภาวะอื่นนอกเหนือจากนี้อีกมากมายมหาศาล หญิงชายไม่ได้เคยอยู่ร่วมกันแบบมนุษย์เท่านั้น ยังมีรูปแบบการครองคู่อีกหลายแบบหลายภาวะ ซึ่งก็อาจกำหนดความรู้สึกต่อกันในปัจจุบันได้อย่างสำคัญยิ่ง ที่จะกล่าวข้างล่างนี้ขอให้ถือเป็นเพียงเกณฑ์คร่าวๆนะครับ

หากเคยอยู่ร่วมกันมาบนสวรรค์ ความรู้สึกรักจะเป็นไปในแบบสูงส่ง อยู่ใกล้กันหรืออยู่ร่วมชายคาแล้วมักชวนให้นึกถึงการบุญการกุศล แม้แขกไปใครมาก็รู้สึกถึงกระแสความปลอดโปร่งและเปิดกว้างผิดจากบ้านเรือนธรรมดา การมีน้ำใจเกื้อกูลจะไม่จำกัดเฉพาะในเรือน แต่จะขยายวงกว้างออกไปถึงวัด ถึงสถานสังคมสงเคราะห์ ถึงบ้านญาติ หรือบ้านใกล้เรือนเคียง นอกจากนั้นความซื่อสัตย์ต่อกันยังแตกต่างจากคู่อื่นๆ กล่าวคือต่อให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเคยเจ้าชู้ คิดลอกแลกเขวง่าย เมื่อตีตราสมรสแล้วก็จะเหลือเพียงใจเดียวมั่นคง ผิดศีลข้อสามยากมาก

หากเคยอยู่ร่วมกันในแดนเปรต ความรู้สึกรักจะเป็นไปในแบบลุ่มๆดอนๆ ปรองดองบ้าง ขัดแย้งบ้าง ภักดีบ้าง นอกใจบ้าง วันหนึ่งรักปานจะกลืน อีกวันหนึ่งเกลียดเข้ากระดูกดำ ทั้งที่ไม่มีเหตุผลอันสมควร เปรตจำนวนไม่น้อยถือกำเนิดด้วยความผูกพันกันในครั้งมนุษย์ เช่น ฆ่ากันตาย หรือฆ่าตัวตายร่วมกัน หรือถูกฆ่าพร้อมกันด้วยความพยาบาทอาฆาตศัตรู ความผูกพันอาลัยจะส่งผลให้รู้สึกแน่นแฟ้นในทางดี แต่โทสะอันเจืออยู่ในจิตก่อนดับก็ทำให้รุ่มร้อนและรู้สึกต่อกันในทางร้ายเป็นพักๆ เอาสุขเอาทุกข์แน่นอนไม่ได้

หากเคยอยู่ร่วมกันในหมู่เดรัจฉาน ความรู้สึกจะเน้นหนักไปในทางเพศรส เข้าหากันแบบหน้ามืดตามัว ไม่สนใจเหตุผลและความถูกต้องใดๆ จากนั้นภายในเวลาอันสั้นจะเบื่อหน่ายกันและกันอย่างรวดเร็ว เบื่อแล้วเบื่อเลยราวกับไม่เคยรู้จักกันมาก่อน หรือคล้ายปลาทูเก่าค้างคืนที่ไม่อยากหวนกลับไปแตะต้องอีก ทำนองเดียวกับสัตว์นอกฤดูผสมพันธุ์ที่เหมือนลืมคู่ของตัวเองไปเลย แทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยมีอะไรกันมา

หากเคยอยู่ร่วมกันในโลกมนุษย์ ความรู้สึกรักจะเป็นไปตามพฤติกรรมในครั้งก่อน ถ้าโดยมากอยู่อย่างปรองดองจะรู้สึกเย็นและอยากคุยกันอย่างมีเหตุผล แต่ถ้าโดยมากอยู่อย่างขัดแย้งจะรู้สึกร้อนและอยากเอาอารมณ์เข้าว่า หรือหากตลอดชีวิตคิดแต่ในทางซื่อสัตย์จะรู้สึกเชื่อใจและไม่นึกระแวง แต่หากตลอดชีวิตคิดนอกใจกันเรื่อยๆก็จะเห็นเป็นอื่นและไม่เคยวางใจตอนคลาดสายตา ฯลฯ กล่าวโดยสรุปให้รวบรัดคือถ้าเคยอยู่ด้วยกันเมื่อครั้งเป็นมนุษย์ ก็อาจส่งผลได้เท่ากับหรือมากกว่าอยู่ร่วมกันเมื่อครั้งเป็นเทวดา เปรต หรือเดรัจฉานทั้งหมด ขึ้นกับว่ามีกรรมสัมพันธ์ร่วมกันแบบไหน

สำหรับภพของพรหมจะมีความเป็นเอกเทศ ต่างคนต่างอยู่ในฌาน ไม่ข้องเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์และการครองคู่ ส่วนนรกภูมิก็เป็นดินแดนเสวยโทษทัณฑ์เผ็ดแสบเผ็ดร้อนลูกเดียว ไม่มีการครองคู่ แต่อาจมีการเสวยโทษร่วมกัน ไม่มีโอกาสเป็นสุขร่วมกันเลย ฉะนั้นจึงต้องตัดผลของการเคยอยู่ร่วมกันในภูมิสูงสุดและต่ำสุด อันได้แก่พรหมและนรกออกไปเสีย เนื่องจากเป็นภูมิที่ไม่เอื้อให้เกิดใจผูกพันเยี่ยงคู่ครองเอาเลย

ไม่ว่าจะเคยอยู่ร่วมกันมาในภพไหนแบบใด เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์แล้วในบัดนี้ ก็เป็นโอกาสพัฒนาความรู้สึกด้านดีที่มีต่อกันได้เสมอ กล่าวคือจะมีช่องว่างหรือรู้สึกรักมากรักน้อยแค่ไหนก็ตามที ขอเพียงตั้งอธิษฐานร่วมกัน หรือตกลงกันโดยวาจาว่าจะออมชอมในทางบุญทางกุศล ไม่ขัดใจกันด้วยการทำทาน กับทั้งพยายามรักษาศีลให้เสมอกัน ก็จะช่วยผูกความรู้สึกที่มีต่อกันแบบมนุษย์ชั้นสูงได้ในที่สุด

แต่หากขัดใจกันทางธรรมะ ศรัทธาศาสดาคนละองค์ ขัดคอกันตอนทำทาน คิดนอกใจไม่ระวังรักษาศีล ไม่พูดจาส่งเสริมปัญญาด้วยเหตุด้วยผล เช่นนี้ต่อให้ครั้งหนึ่งเคยเสวยสุขร่วมกันบนสวรรค์ ความรู้สึกรักใคร่ก็ต้องพังครืนลงในวันหนึ่งระหว่างมีชีวิตมนุษย์ร่วมกันนี่เอง

ทุกคนเชื่อผิดๆ หลงยึดจิตและความรู้สึกนึกคิดเป็นของตัวเอง พอพบว่าไม่อาจบังคับควบคุมบงการให้รู้สึกนึกคิดตามต้องการ จึงเกิดความทุกข์ ความเศร้า ความเหงา ความหดหู่ ความไม่แน่ใจในอนาคต

แท้จริงจิตและความรู้สึกนึกคิดของพวกเราเป็นไปตามการควบคุมของกรรมวิบาก ทั้งกรรมเก่าและกรรมใหม่ร่วมมือกันปรุงแต่งให้เราคิดนึกกับเพศตรงข้ามไปต่างๆนานา จะรักหรือไม่รัก จะรักมากหรือรักน้อย ล้วนต้องรอการอนุญาตจากกฎแห่งกรรมวิบากทั้งสิ้น

ที่คุณปิ๊งใครแบบฉับพลันทันที รู้สึกถึงแรงดึงดูดมหาศาล อยากถึงเนื้อถึงตัวกันเดี๋ยวนั้น แท้จริงอาจเป็นแรงส่งของกามในภพเดรัจฉานที่เคยอยู่ร่วมกันมา หาใช่ ‘บุญเก่า’ ที่เคยทำร่วมกันไม่ ในทางกลับกัน แม้วาระแรกอาจรู้สึกไม่ถูกชะตา ไม่นึกอยากใกล้ชิดกัน เพราะเคยลำบากร่วมกันในภพเปรต แต่ถ้าค่อยๆช่วยเหลือเกื้อกูล ค่อยๆทำดีต่อกัน สะสมกรรมสัมพันธ์ด้านสว่าง ด้านที่เป็นกุศลไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็เปลี่ยนความระคายสัมผัสเป็นสัมผัสที่เยือกเย็นและอ่อนโยนต่อกันได้ครับ


credited to : http://dungtrin.com/mag/?23.prepare
:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post12 Jun 2010 18:01

ไม่ได้อ่านหนังสือแนวนี้มาหลายปีละ
โดยเฉพาะของนักเขียนท่านนี้...ห่างกันไปนานมาก
ขอบคุณใครก็ได้ที่ทำให้มีอินเตอร์เน็ต
ขอบคุณและขออนุโมทนาสาธุกับ
"ดังตฤณ" ที่มีหนังสือออนไลน์
ไว้ให้ผู้คนคลิกอ่านได้ฟรี

วันนี้เลยพลิกวิกฤตจากการว่างงาน
ให้เป็นโอกาส...พร้อมเก็บมาแปะไว้ที่นี่
เผื่อจะเป็นประโยชน์กับสมาชิกที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยียนกัน
ไม่มากก็น้อยครับ



ถาม – คู่เวรมีจริงหรือไม่? แบบที่พออยู่ด้วยกันแล้วมีแต่ความวิบัติ และความหมายของคู่แท้หมายถึงอยู่ด้วยกันแล้วมีแต่ความสุขความเจริญใช่ไหม? หากเป็นเช่นนั้นต้องเชื่อเกณฑ์ของดวงชะตาราศีที่ว่าจะเจอคู่แท้เมื่อนั่นเมื่อนี่ใช่ไหม? ถ้าหากว่าเรามีวิบากที่ต้องเจอคู่ที่ทำให้เราไม่มีความสุขเราจะหลีกหนีได้หรือไม่?

คู่หญิงชายนั้นมีหลายแบบ ไม่ได้มีแต่คู่เวรกับคู่แท้ คำว่า ‘คู่แท้’ จะทำให้คุณนึกถึงเพศตรงข้ามที่ติดตามกันไปทุกภพทุกชาติ เป็นตัวเป็นตนจับจองกันอย่างถาวรไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งธรรมชาติไม่ได้มีอะไรอย่างนั้น ตามกฎเหล็กข้อแรกสุดคือ ‘ทุกสิ่งต้องเปลี่ยนแปลงไป’

หากหันมาใส่ใจกับคำว่า ‘คู่บุญ’ และ ‘คู่บาป’ แทน อย่างนี้จะเห็นอะไรกระจ่างขึ้น เพราะคนเราทำบุญทำบาปสลับกันได้ ไม่มีใครทำบุญทำบาปร่วมกันอย่างใดอย่างหนึ่งได้ตลอดไป และนั่นก็แปลว่าคู่บุญอาจหมายถึงคู่ที่ร่วมทำบุญกันมามากกว่าร่วมทำบาป ส่วนคู่บาปก็อาจหมายถึงคู่ที่ร่วมทำบาปกันมากกว่าร่วมทำบุญ

มองอย่างนี้อคติจะลดลงอย่างฮวบฮาบทันที ประเภทขัดเคืองใจนิดหน่อยก็เหมาว่านี่คู่เวรของเรา หรือประเภทต้องตาต้องใจเมื่อเริ่มพบก็เหมาว่านี่แหละคู่แท้ของฉัน เราจะเห็นตามจริงว่าถ้าต้องตาเมื่อเห็น ถ้าเย็นใจเมื่อใกล้ อันนั้นก็เป็นคะแนนทางความรู้สึกด้านดีชั้นแรก ต่อเมื่อมีความผูกพันผ่านเหตุการณ์ดีร้าย หรือที่เรียกง่ายๆว่าร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน ตรงนั้นค่อยเป็นคะแนนสะสมในชั้นต่อๆมา กระทั่งปักใจเชื่อได้ว่าเป็นคู่บุญกันจริงๆ

ความรู้สึกด้านดีชั้นแรกในระยะแรกพบสบตานั้น เป็นผลบุญจากการอยู่ร่วมกันมาก่อนในอดีตชาติ ส่วนการร่วมทุกข์ร่วมสุขผ่านเหตุการณ์ดีร้ายต่างๆมาด้วยกัน เป็นบุญใหม่ที่เกิดจากการเกื้อกูลในปัจจุบันชาติ พระพุทธเจ้าตรัสว่าความรักจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากเหตุปัจจัยทั้งอดีตและปัจจุบันประกอบกัน

ไม่ว่าจะเป็นของเก่าหรือของใหม่ บุญที่สร้าง ‘คู่บุญ’ ขึ้นมาจะเหมือนๆกัน พระพุทธเจ้าตรัสแสดงไว้ได้แก่

๑) มีศรัทธาไปในแนวทางเดียวกัน เช่นถือศาสดาองค์เดียวกัน เชื่อหรือไม่เชื่อเรื่องกรรมวิบากด้วยกัน เชื่อว่าโลกกลมหรือโลกแบนเหมือนๆกัน เชื่อแนวทางในการดำรงชีวิตรูปแบบเดียวกัน เป็นต้น เมื่อศรัทธาไม่ตรงกันก็คุยเรื่องไม่ตรงกัน เมื่อคุยเรื่องไม่ตรงกันก็คุยกันได้ไม่นาน เมื่อคุยกันได้ไม่นานก็เบื่อกันเร็ว อันนี้คือความจริงที่เกิดขึ้นกับทุกรูปนาม ไม่จำเพาะเฉพาะคู่รักเท่านั้น ขนาดเพื่อนกันแต่เชื่อไม่เหมือนกันยังยากที่จะเป็นเพื่อนสนิทเลยครับ ศรัทธาที่ร่วมกันปลูกฝังให้มั่นคงย่อมทำหน้าที่สร้างสายตาที่มองไปในทิศเดียวกัน ไม่ก่อความรู้สึกเป็นอื่นจากกัน

๒) มีศีลอันเป็นเครื่องหอมทางใจเสมอกัน คือมีความคิดงดเว้นข้อประพฤติผิดแบบเดียวกัน เป็นเหตุให้ไม่รังเกียจหรือหมั่นไส้กัน พรานหนุ่มกับพรานสาวทนกลิ่นอายฆ่าฟันของกันและกันได้ แต่ให้หมอศัลย์ที่มีรังสีช่วยชีวิตมาเป็นคู่ผัวตัวเมียกับมือปืนร้อยศพที่ทะมึนด้วยรังสีเอาชีวิต อย่างไรก็คงทนกลิ่นอายที่เป็นตรงข้ามของกันและกันไม่ไหว และนั่นก็เช่นเดียวกัน ถ้าฝ่ายหนึ่งเจ้าชู้ ร้อยลิ้นกะลาวน สำส่อนไปเรื่อยโดยไม่สนใจความสกปรกหมกมุ่น ย่อมน่ารังเกียจยิ่งสำหรับคนใจซื่อถือความสะอาดผัวเดียวเมียเดียว ศีลที่ร่วมรักษาให้บริสุทธิ์ดีแล้วย่อมทำหน้าที่สร้างความอบอุ่นเชื่อมั่นในกันและกัน สนิทใจ ไว้วางใจกันเป็นมั่นเหมาะ

๓) มีจาคะอันเป็นวิธีคิดแบ่งปันเสมอกัน อย่างน้อยต้องเป็นผู้ให้ซึ่งกันและกันในทางใดทางหนึ่ง ไม่ใช่มีแต่ฝ่ายหนึ่งคิดอยู่ข้างเดียว อีกฝ่ายเอาเปรียบตลอด เช่นอีกฝ่ายสละเงินให้ใช้ อีกฝ่ายสละแรงปรนนิบัติ เป็นต้น การเอารัดเอาเปรียบเกิดจากจาคะที่ไม่เสมอกันเป็นมูล ยิ่งหากต่างฝ่ายต่างคิดเจือจานคนอื่น เห็นข้าวของอะไรไม่ใช้แล้วก็คิดตรงกันว่าน่าบริจาคแก่คนที่เขาไม่มี อย่างนี้ยิ่งไปกันได้ มีโอกาสร่วมบุญกันบ่อยๆ ยิ่งให้คนอื่นมากก็ยิ่งได้ความสุขในการสละมาเสริมใยแก้วร้อยสัมพันธ์ให้กันแน่นแฟ้นขึ้น จาคะที่ร่วมกันยินดีโดยพร้อมเพรียงย่อมก่อความรู้สึกซึ้งใจอย่างใหญ่ เหมือนอยู่ด้วยกันจะเป็นที่พึ่งให้กัน ปลอดภัยร่วมกัน ประคับประคองกัน ไม่มีวันล้มพร้อมกัน

๔) มีปัญญาเสมอกัน กล่าวทางโลกคือคุยกันรู้เรื่อง กล่าวทางธรรมคือมีระดับการเห็นตามจริงใกล้เคียงกัน หรืออย่างน้อยเป็นไปในทางเดียวกัน ไม่ใช่พูดคนละภาษา ฝ่ายหนึ่งทำก่อนคิด อีกฝ่ายคิดก่อนทำ หรือฝ่ายหนึ่งเอาอารมณ์พูด อีกฝ่ายพูดด้วยสติปัญญา หรือฝ่ายหนึ่งเห็นชัดว่าอะไรๆไม่เที่ยง ความยึดมั่นถือมั่นเหลือน้อย แต่อีกฝ่ายหนึ่งแค่เรื่องน้อยก็ยึดมั่นถือมั่นเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต ก็คงนึกระอาหรือหมั่นไส้ในกันเป็นอย่างยิ่ง ปัญญาที่ร่วมเสริมส่งกันและกันย่อมทำหน้าที่สร้างความร่าเริงในการสนทนา และความไม่พรั่นที่จะต้องฝ่าฟันอุปสรรคร่วมกัน

หากอดีตกาลคุณเคยครองเรือนกับผู้มีบุญเสมอกันทั้ง ๔ ข้อ (อาจหย่อนนิดหย่อนหน่อยได้) ขอเพียงได้มาพบกันในชาตินี้ ก็จะเกิดแรงดึงดูดที่ก่อความรู้สึกแสนดีอย่างประหลาด เหมือนเข้ากันได้ทุกอย่าง เหมือนเห็นกันได้ทุกแง่มุมด้วยความเข้าใจกระจ่าง

และขอเพียงเกื้อกูลกันนิดๆหน่อยๆ เช่นฝ่ายหนึ่งมาถามทาง อีกฝ่ายบอกทางให้ เท่านี้ก็จะเกิดแรงปฏิพัทธ์ขึ้นอย่างรุนแรง ชนิดที่ฝ่ายชาย (ซึ่งมีธรรมชาติเป็นรุก) อาจยื่นข้อเสนอเดินพาไปส่ง และฝ่ายหญิงก็ตกลงรับข้อเสนออย่างยินดีเต็มใจทันที แล้วการตกลงร่วมทางกันไปจนกว่าจะตายก็ติดตามมาอย่างรวดเร็ว ไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่มีเหตุการณ์น่าปวดหัว ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้สำหรับคู่บุญประเภทนี้

แน่นอนว่าสายตาทั่วไปมองแล้วย่อมนึกอิจฉา โดยไม่มีใครเข้าใจต้นสายปลายเหตุที่แท้จริงว่าเหตุใดจึงมีคู่ที่น่าอิจฉาได้ปานนั้น รู้แต่ว่ามีจริง แต่ไม่รู้ว่ามีขึ้นมาได้อย่างไร ต้องต่อว่าใครที่แกล้งลำเอียง ความจริงคือคู่บุญได้รับความยุติธรรมจากธรรมชาติกรรมวิบากต่างหาก แต่อาจเป็นความยุติธรรมที่ลึกลับ เพราะนำอดีตชาติมาแสดงให้เห็นเป็นภาพยนตร์ตามโรงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม แม้วิบากเก่าบันดาลให้ช่วงแรกคบเกิดแต่เรื่องดีๆ ต่างฝ่ายต่างเป็นสุขชื่นมื่น ไปที่ไหนใครก็เชียร์ ทำอะไรร่วมกันก็รุ่งเรือง แต่ถ้าบุญเก่าแพ้บาปใหม่ ค่อยๆสั่งสมบาปจนต้องทะเลาะเบาะแว้ง หรือเกิดการทำร้ายกันด้วยวิธีต่างๆ คู่บุญก็เปลี่ยนเป็นคู่ครึ่งบุญ (เก่า) ครึ่งบาป (ใหม่) ได้ ความหลงลืมอดีตชาติ ความประมาทในวัย และความไม่รู้จักบุญบาป ไม่เชื่อว่าบุญบาปมีผลนั่นแหละ ที่อาจเปลี่ยนคู่บุญให้เป็นคู่บาปได้ตลอดเวลา

บาปนั้นแม้เล็กน้อยก็เหมือนเหรียญหยอดกระปุก เพียงสั่งสมให้มากวันละเล็กวันละน้อย เมื่อถึงวันหนึ่งลองยกกระปุกดู ก็อาจพบว่ามันหนักราวกับลูกเหล็กใหญ่ และถ้าเป็นบาปที่สะสมร่วมกัน ก็อาจถูกฉุดลากลงต่ำพร้อมกันได้

บาปอันมีผลที่ทำร่วมกันแล้วหญิงชายกลายเป็นคู่บาปนั้น ยืนพื้นอยู่บนกิเลส ๓ ประการของมนุษย์ ได้แก่

๑) ราคะ คือทำเรื่องบาดใจกันทางเพศ ไปมองคนอื่น ไปคุยกับคนอื่น และกระทั่งไปมีคนอื่น กระแสกรรมอันสำเร็จด้วยการนอกใจ จะเป็นของแหลมคมที่กรีดใจผู้ทำให้เป็นทุกข์ก่อน ในรูปของความรู้สึกผิด และเมื่อประจวบกับความจริงที่ว่าความลับไม่มีในโลก วันหนึ่งเมื่อเรื่องแดง คู่ของตนทราบเรื่อง ก็ต้องเป็นทุกข์ตาม ในรูปของความผิดหวังเสียใจ ความร้าวฉานอันเกิดจากเรื่องทางเพศนั้น แม้คู่ครองไม่ผูกใจเจ็บ อย่างน้อยก็กลายเป็นเงามืดติดตามไปบนเส้นทางความสัมพันธ์ เมื่อเกิดชาติใหม่ความสัมพันธ์ทางเพศจะเป็นแรงดึงดูด แต่แรงดึงดูดนั้นแฝงความน่าคลางแคลงชอบกล อย่างน้อยก็มีเหตุน่าสับสน ทำให้คิดๆว่าจะเอาใครดี คนนี้ดีแน่ไหม หรือกระทั่งเกิดความรู้สึกสกปรกเมื่อถูกเนื้อต้องตัวในช่วงแรกๆ ขัดแย้งกันแปลกๆกับความวาบหวามเมื่อใกล้กัน

รสนิยมทางเพศที่ไม่เสมอกันก็อาจเป็นชนวนได้ แต่มาในรูปของความหน่าย ไม่อยากไปด้วยกัน ไม่ใช่ความบาดใจเหมือนอย่างการนอกใจกัน แต่หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งข่มเหงและเป็นโรคจิตวิปริตทางเพศ กระทำย่ำยีให้อีกฝ่ายเจ็บกายเจ็บใจเป็นประจำ ก็มีส่วนก่อกระแสภัยเวรขึ้นในสายสัมพันธ์ได้เช่นกัน

๒) โทสะ ส่วนใหญ่มักมีมูลจากช่องว่างระหว่างคน เมื่อทรรศนะต่างกัน เมื่อความอยากต่างกัน เมื่อรสนิยมต่างกัน เมื่อสำเนียงและภาษาต่างกัน อะไรๆในทางร้ายก็เกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะในรูปของการทะเลาะเบาะแว้ง เมื่อทะเลาะเบาะแว้งย่อมผูกใจเจ็บ คิดอาฆาตพยาบาท อยากแก้แค้น อยากเอาคืน ไม่รูปแบบใดก็รูปแบบหนึ่ง พูดไม่ได้ก็เย้ยหยันเหยียดหยามผ่านแววตาให้สะใจเสียหน่อยก็ยังดี กรรมร่วมกันที่ทำด้วยโทสะจะเป็นแรงผลักไส หรือดลใจให้นึกเกลียดกัน แต่โทสะนั้นเองก็เป็นพลังร้อยรัดให้ต้องอดรนทนไม่ได้ อยากวนเวียนมาทิ่มตำกันเสียหน่อย ได้ประชดประชัน ได้เอาชนะสำเร็จแล้วสะใจและเป็นสุขพิลึก ท้ายที่สุดพอร่วมหอลงโรงจริง ความสนุกจากการงอน การง้อ ก็แปรไปเป็นโศกนาฏกรรมได้ โดยเฉพาะเมื่ออิทธิพลทางเพศกลายเป็นเครื่องมือกดความรู้สึกให้ดูถูกกันและกัน เห็นอีกฝ่ายแต่ในทางต่ำ เรื่องเพียงเล็กน้อยก็เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว อาจบันดาลให้อยากส่งคู่ครองไปสู่ปรโลกได้ และถ้าฆ่ากันตายในชาติหนึ่ง ชาติถัดมาก็เกิดแรงยึดเหนี่ยวมาหากันอีกผ่านความดึงดูดทางเพศ แล้วต้องทำร้ายถึงเลือดถึงเนื้ออีก จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะอโหสิให้อย่างไม่มีเงื่อนไข

ทุกวันนี้ที่เห็นดาษดื่นคือการน้อยใจกันแล้วฆ่าตัวตาย นี่ก็เป็นกรรมร่วมที่อยู่ในหมวดของโทสะ เจอกันใหม่ในชาติถัดไปก็จะมีอารมณ์รุนแรง ฉุนเฉียว หรือเป็นเหตุบันดาลใจให้มักง่ายกับชีวิตอีก

๓) โมหะ หมายถึงทำกรรมแบบโง่ๆร่วมกัน โดยอาจสำคัญว่าได้ใช้ความฉลาดเฉียบแหลม ไม่มีใครจับได้ไล่ทัน เช่นเคยร่วมกันโกงสงฆ์ โกงเงินบริจาควัด โกงประชาชน โกงหมู่คณะ โกงเพื่อนฝูง หรือโกงคนแปลกหน้าเป็นรายตัว กรรมที่ทำร่วมกันแบบโง่ๆนั้นกว้างขวางพิสดารไม่รู้จบ เอาเป็นว่าถ้าทำความเดือดเนื้อร้อนใจให้กันและกันด้วยเหตุเพียงเล็กน้อย หรือทำความเสียประโยชน์สุขแก่มวลชนเป็นอันมาก อันนั้นแหละกรรมร่วมกันที่ยืนพื้นอยู่บนโมหะ ไม่ต้องรอชาติหน้า เอาแค่ชาตินี้เมื่อถึงจังหวะที่กรรมเผล็ดผล ก็จะอยู่ร่วมกันอย่างไม่เป็นสุขสักนาที มีแต่เรื่องราวรุมเร้า หรือไม่มีเรื่องก็ก่อเรื่องให้กันเอง ความพินาศอันเกิดจากโมหะนั้น กล่าวได้ว่าน่ากลัวเหนือสิ่งอื่นใด เพราะราคะและโทสะนั้นยังเปิดโอกาสให้ตั้งสติคิดพิจารณาทบทวนและให้อภัยกัน แต่โมหะจะปิดกั้นสติปัญญาแทบทุกประตู มองทิศไหนเหมือนเจอแต่ทางตันทึบทึม นั่นเป็นลักษณะสะท้อนของการทำกรรมด้วยความหลงเขลามืดบอด

แต่แม้เจอเรื่องร้ายรุมเร้า ก็ยังอุตส่าห์ปักใจเชื่อว่าต้องอยู่ร่วมกันถึงจะดี ทิ้งขว้างกันไม่ได้ ต้องทนทู่ซี้ทั้งอย่างนั้น นี่ก็เป็นภาคต่อยอดของโมหะด้วย

ขอสรุปเพื่อให้เกิดความเข้าใจง่ายๆและรวบรัด ถ้าชวนใครทำบุญได้สำเร็จ ทั้งทำต่อกัน ทั้งทำต่อคนอื่น ด้วยกาย วาจา และใจอันเป็นสุจริต คนนั้นมีแนวโน้มจะเป็นคู่บุญ และอยู่กับคุณได้อย่างแท้จริงในชาติปัจจุบัน แต่ถ้าเป็นตรงข้าม เจอกันมีแต่ชวนกันตกต่ำ ทำอะไรเหมือนเป็นบาปกับตัวเองและคนอื่นไปหมด อย่างนั้นก็ส่อเค้าว่าไปด้วยกันไม่รอดหรอกครับ ถึงแม้มีความดึงดูดทางเพศขนาดไหนก็ตาม

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนอยู่ด้วยกันก็พอบอกเป็นเค้าๆได้ระดับหนึ่ง ถ้ามีแต่เรื่องดีๆเข้ามาก็น่าจะเคยทำบุญร่วมกันไว้ก่อน แต่ถ้ามีแต่เรื่องร้ายๆ ก็ให้สันนิษฐานว่าไปทำอะไรไม่ดีร่วมกันไว้ เพราะมีอยู่ครับ วิบากชนิดที่จ้องรอจังหวะตอนคู่บาปมาเจอกัน เจอเมื่อไหร่เกิดเรื่องแย่เมื่อนั้น อันนี้สะท้อนให้เห็นบาปแต่ปางก่อนค่อนข้างชัด (ยิ่งถ้าต่างฝ่ายต่างมีชีวิตเรียบง่ายดีๆ พอมาอยู่ด้วยกันค่อยเกิดเรื่องขรุขระร้ายแรงบ่อยๆ อันนั้นแหละฟันธงเลยครับ ใช่คู่บาปแน่)

หลักการดูคู่ ขอแนะว่าลองชักชวนกันทำบุญ ดูความรู้สึกผูกพันด้านดี จะแน่นอนกว่าการดูฤกษ์ยามใดๆครับ แต่ผมก็เข้าใจและเห็นใจ บางคนไม่มีโอกาสเลือกมากนัก ถ้าใครคิดว่าตนเองมีบุญในเรื่องคู่น้อย ผมอยากแนะนำให้ตั้งใจรักษาศีล ๕ อย่างเข้มงวด ทำทานด้วยความเบิกบานอย่างเข้าใจสักพัก มนุษย์เรายกระดับความมีบุญได้ในชาติเดียว เดี๋ยวถ้าบุญถึงขีดบันดาลสุขในปัจจุบันทันตาเมื่อไหร่ บุญนั้นก็จะแปรสภาพเป็นแรงดึงดูดชักนำคนดีๆที่สมกันมาหาเราเองครับ หากถือหลักความจริงนี้ ก็คงเป็นคำตอบไปในตัว ว่าเราจำเป็นต้องเชื่อเกณฑ์ชะตาราศีไหม

สำหรับการหลบหลีกคู่เวรหรือคู่บาป ให้ตอบตรงไปตรงมาคือยาก แต่เป็นไปได้ครับ คือเมื่อเจอแล้วเรามีสติตั้งมั่น ไม่หลงถลำไปตามแรงดึงดูดทางเพศ การหักห้ามใจได้ บวกกับการตั้งใจเป็นผู้ไม่มีเวร ให้อภัยได้ด้วยใจบริสุทธิ์แท้จริงในทุกเรื่องที่น่าขัดเคือง จะค่อยๆแยกคุณออกห่างจากเขามาโดยดีในที่สุด


http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare064.htm

:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post24 Jun 2010 02:04

วันนี้เป็นอีกวันที่ดูชีวิตมันห่วยแตกยังไงไม่รู้
อะไรที่ดูว่า มันจะง่าย มันกลับยาก
ทั้งๆ ที่ตอนแรกดูแล้ว งานเหลือแค่แก้ไขอีกเพียงเล็กน้อย
งานก็จะเสร็จสมบูรณ์พร้อมส่ง
นี่กลายเป็นเหมือนต้องมารื้อมาแกะใหม่

มันเหนื่อย มันท้อ มันทรมาน
อยากจะล้มเลิกไปซะเลย มันก็มาถึงนี่แล้ว
อีกแค่นิดเดียว
ทำไม คนเราต้องคาดหวังความสมบูรณ์แบบกันขนาดนี้

ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว
เบื้องหลังความเสร็จสมบูรณ์นั้น
อาจจะไม่ใช่ "วันแมนโชว์" อย่างที่ต้นสังกัดคาดหวังก็ได้

ทำไมเรื่องง่ายๆ กลับกลายเป็นเรื่องยากๆ เช่นนี้

หรือจะเพราะมากหมอมากความ
หรือเพราะนั่นนี่ไม่ใช่ "ต้วของตัวเอง"

อยากจะพูดคำว่า "พอแล้ว"
"เลิกแล้ว"
แล้วกลับบ้านไปสบายๆ ซะยังจะดีกว่า


:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post25 Jun 2010 03:02

ว่างงานอยู่เดือนกว่า
ไม่มีรายได้เข้ามา
มีแต่เงินออก
เงินที่เคยได้ข่าวว่ารัฐบาลจะช่วยเหลือก็เงียบหาย
และถึงจะได้เงินมาตอนนี้
ก็ดูเหมือนจะสายเกินไปซะแล้ว
เพราะตอนนี้งานเริ่มเข้ามาบ้างแล้ว

เดือนที่แล้วและต่อมาจนถึงขณะนี้
ลำบากมาก
ลำบากจนแทบจะไปขอเบิกเงินประกันสังคม
ส่วนที่เป็นเงินสมทบหลังเกษียณมาใช้แก้ขัดในช่วงนี้

ในด้านที่แย่
ก็ย่อมมีด้านที่ดีแฝงอยู่เสมอ

เหตุการณ์การเมืองที่ผ่านมา
มีผลกระทบต่อใจของเราเป็นอย่างมาก
ทำให้ได้คิดว่า
ที่ผ่านมา...เหมือนกับเราทอดทิ้งประเทศ
ทอดทิ้งประชาชนยังไงก็ไม่รู้
แต่จะให้ไปคลุกคลีกับการเมืองโดยตรงนั้น
ยังไม่คิดว่า...ตัวเองจะเสียสละได้มากพอ
ประกอบกับคนสนิทรอบข้างต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกัน
รวมทั้งตัวเราเองก็เสียดายตัวเองอีกต่างหาก 555

มันยังมีช่องทางอีกนับแสนนับล้าน
ที่จะทำให้ประเทศไทยดีขึ้นได้
ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเพียงแค่ช่องทางทางการเมืองหรอก

แม้แต่แค่เราทำหน้าที่เล็กๆ ของเรา
ในการเป็นลูก
เป็นผู้ปกครอง
เป็นพนักงาน
เป็นเพื่อน
เป็นสมาชิกสังคม
ที่ไม่ได้เบียดเบียนใคร
ไม่ได้สร้างปัญหาให้ใคร
อยู่กันแบบเอื้ออาทรต่อกัน
แค่นี้...ก็เป็นการทำดีต่อประเทศชาติ
อันเป็นที่รักของเราได้แล้ว

อ้อ...แล้วก็
อ เสวนา จ พาลานํ
ไม่คบคนพาลเป็นมิตร
ซึ่งเป็น 1 ในมงคล 38 ประการ
นอกจากลดเหตุปัจจัยที่จะทำให้ชีวิตเสื่อมไปได้อีก 1 ข้อแล้ว
ยังจะช่วยทำให้ชีวิตมีคุณภาพขึ้นมาได้อีกระดับหนึ่งด้วย

:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post02 Jul 2010 02:31

จุ๊บๆๆๆ :kero:
เรื่องวันนี้ที่เกิดขึ้นจะเป็นแค่เรื่องขำๆสำหรับวันถัดไป
User avatar
Canine
ประถม ประถม
Posts: 102
Joined: 26 Jan 2008 00:34

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post02 Jul 2010 02:34

Canine wrote:จุ๊บๆๆๆ :kero:

หายไปชาติเศษๆ กลับมาแค่ "จุ๊บๆๆๆ" เนี่ยนะ

ซำบายดีบ่
การเรียน การงาน ความรัก ฯลฯ
pm มาก็ได้ครับ

:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post02 Jul 2010 23:12

:1: :1: :1:
เรื่องวันนี้ที่เกิดขึ้นจะเป็นแค่เรื่องขำๆสำหรับวันถัดไป
User avatar
Canine
ประถม ประถม
Posts: 102
Joined: 26 Jan 2008 00:34

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post02 Jul 2010 23:36

Canine wrote: :1: :1: :1:


นี่จะคุยภาษารูปภาพกันอีกนานไหมครับ 555
แล้ว :1: แปลว่าอะไรครับ

:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post03 Jul 2010 08:44

ai' wrote:ว่างงานอยู่เดือนกว่า
ไม่มีรายได้เข้ามา
มีแต่เงินออก

เดือนที่แล้วและต่อมาจนถึงขณะนี้
ลำบากมาก
ลำบากจนแทบจะไปขอเบิกเงินประกันสังคม
ส่วนที่เป็นเงินสมทบหลังเกษียณมาใช้แก้ขัดในช่วงนี้:



คนมีความสามารถอย่างพี่อัยไม่น่าจะหางานยากนะครับ
อยู่ที่ว่ามีความสุขที่จะเลือกทำหรือเปล่า...

FLIGHTO นะคับพี่อัย ขอให้ได้งานที่ชอบเร็วๆ เป็นกำลังใจให้ครับ :25:
ai' wrote:
ในด้านที่แย่
ก็ย่อมมีด้านที่ดีแฝงอยู่เสมอ

เหตุการณ์การเมืองที่ผ่านมา
มีผลกระทบต่อใจของเราเป็นอย่างมาก
ทำให้ได้คิดว่า
ที่ผ่านมา...เหมือนกับเราทอดทิ้งประเทศ
ทอดทิ้งประชาชนยังไงก็ไม่รู้
แต่จะให้ไปคลุกคลีกับการเมืองโดยตรงนั้น
ยังไม่คิดว่า...ตัวเองจะเสียสละได้มากพอ
ประกอบกับคนสนิทรอบข้างต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกัน
รวมทั้งตัวเราเองก็เสียดายตัวเองอีกต่างหาก 555


ผมว่าคงไม่มีฝ่ายไหนถูก ฝ่ายไหนผิด ต่างคนต่างมุมมองกัน
แต่ที่น่าใจหายคือ ประเทศเราอยู่ดีมีสุข ไม่มีภัยธรรมชาติไม่มีสงคราม ไม่มีศัตูรมารุกราน
แต่คนไทยกลับไม่สามัคคี ไม่รักบ้านเกิด ไม่รักพ่อ และยังทำร้ายกันเอง

:22:
" นี่คือความลับของฉัน มันแสนธรรมดา . .
เราจะมองเห็นแจ่มชัด ด้วยหัวใจเท่านั้น . .
สิ่งสำคัญนั้น ไม่อาจจะเห็นด้วยสายตา "
User avatar
PrinceGent
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1335
Joined: 30 Dec 2007 08:07
Location: คงเป็นสักที่มั่ง ที่ที่เวลาเลิกเดินถอยหลัง แล้ววันใหม่ของฉันจะเริ่มต้นขึ้น :เจ้าชายเจ็นท์

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post03 Jul 2010 10:25

PrinceGent wrote:คนมีความสามารถอย่างพี่อัยไม่น่าจะหางานยากนะครับ
อยู่ที่ว่ามีความสุขที่จะเลือกทำหรือเปล่า...

FLIGHTO นะคับพี่อัย ขอให้ได้งานที่ชอบเร็วๆ เป็นกำลังใจให้ครับ :25:


ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ
ประโยคที่ทำตัวหนาและขีดเส้นใต้นี่อะ
เป็นประโยคที่ ai ได้ยินบ่อยมาก
ทำให้รู้สึกดีและมีกำลังใจได้เสมอ
แบบ "เอาวะ...สู้ๆ" ขึ้นมาได้
(ยกเว้นไม่ชอบให้พวก HR พูดกับ ai 555)

แต่...
พี่ PrinceGent คงพอจำเหตุการณ์สำคัญครั้งหนึ่ง
ของชีวิต ai ได้
มันทำลายความเชื่อมั่นและตัวตนของ ai ไปจนหมดสิ้น

เป็นเหมือนคนที่ตื่นจากฝันร้าย
กลายเป็น "คนสูญเสียความจำ"
ที่จำอะไรๆ ได้
ยกเว้น...จำตัวเองไม่ได้

ภาพลักษณ์...ตัวตนที่เห็นที่เป็น
ล้วนเกิดจาก...กำลังใจจากคนรอบข้าง
ปะติดปะต่อให้กลับเป็นตัวตนของ ai ขึ้นมา
ขอขอบคุณทุกกำลังใจครับ

มีชีวิตแค่มีงานทำ...หามาใช้ไป...ทำให้มันเสร็จๆ ไป
หมดความทะเยอทะยาน

ก่อนนี้...ใครมาดูถูกละก็
ได้เห็นดีกันแน่...คือ...เราต้องทำให้ได้
เพราะ "การดูถูก" ถือเป็น "ตัวเสริมแรง" ที่ดีมากๆ

เดี๋ยวนี้...เออ...อยากดูถูกก็ดูถูกไป
เราก็เป็นแบบนั้นจริงๆ

"การดูถูก" กลายเป็นแค่ "สิ่งกระทบใจ"
ทำให้ "รู้สึกแย่ๆ "
เหมือน "ลมร้าย" ที่พัดผ่านแล้วก็หมดความหมายไป
ช้า...เร็ว...แล้วแต่ระดับความรุนแรงของ "การดูถูก" นั้นๆ
หรือไม่ก็...แขวนค้างอยู่ในใจอย่างนั้น

กำลังใจส่วนมากมาจากภายนอก
และถึงจะดีและมีความหมาย
แต่...
ถ้ากำลังใจจากภายในมันดับมอดไป
ชีวิตที่เหลืออยู่ก็เป็นอย่างที่เห็นนี่แหละครับ

เพราะทุกอย่างสำเร็จได้ด้วย "ใจ" ครับ

ai เชื่อเรื่องกรรมนะครับ
การที่เราทำให้ใครสักคนที่ดีกับเรามากๆ
ต้องเสียเซลฟ์เสียอีโก้ของเขาไปอย่างรุนแรง
พอมาถึงตอนนี้...แม้แต่คำว่า "ขอโทษ"
ก็ยังน้อยไปและถึงแม้อีกฝ่ายจะให้อภัย
แต่...กรรมเป็นสิ่งที่ต้องชดใช้
ไม่ต้องชาติหน้าหรอกครับ...ชาตินี้เห็นๆ

จริงๆ เรื่องนี้น่าจะเมล์หรือ pm ไป
แต่ pm ไปครั้งก่อนไม่เห็นพี่ PrinceGent ตอบกลับ
เบอร์ในเครื่องก็หายไปพร้อมกับโทรศัพท์เครื่องเก่าที่เสียแล้วครับ

ยังไงก็...ขอบคุณมากๆ ครับ
ขอให้มีความรักและการงานที่ดีราบรื่นตลอดนะครับ


:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post03 Jul 2010 12:08

ai' wrote:แต่...
พี่ PrinceGent คงพอจำเหตุการณ์สำคัญครั้งหนึ่ง
ของชีวิต ai ได้
มันทำลายความเชื่อมั่นและตัวตนของ ai ไปจนหมดสิ้น

เป็นเหมือนคนที่ตื่นจากฝันร้าย
กลายเป็น "คนสูญเสียความจำ" ที่จำอะไรๆ ได้
ยกเว้น...จำตัวเองไม่ได้

ภาพลักษณ์...ตัวตนที่เห็นที่เป็น
ล้วนเกิดจาก...กำลังใจจากคนรอบข้าง
ปะติดปะต่อให้กลับเป็นตัวตนของ ai ขึ้นมา
ขอขอบคุณทุกกำลังใจครับ


เข้าใจพี่อัยครับ แต่อยากให้พยายามมองมันให้เป็น "แค่ฝันร้าย"
รู้ว่ามันทำได้ยาก แต่ตอนนี้เราตื่นแล้ว และมีอนาคตที่สดใสรออยู่ข้างหน้า
คงไม่มีกำลังใจไหนเป็นพลังขับเคลื่อนที่ดีเท่า กำลังใจจากภายในตัวเราเองจริงไหมครับ
เปลี่ยนอดีตเป็นประสปการณ์ให้เราแข็งแรงขึ้น ดีกว่านะครับ

:34:

ai' wrote:
จริงๆ เรื่องนี้น่าจะเมล์หรือ pm ไป
แต่ pm ไปครั้งก่อนไม่เห็นพี่ PrinceGent ตอบกลับ
เบอร์ในเครื่องก็หายไปพร้อมกับโทรศัพท์เครื่องเก่าที่เสียแล้วครับ

ยังไงก็...ขอบคุณมากๆ ครับ
ขอให้มีความรักและการงานที่ดีราบรื่นตลอดนะครับ



ขอบคุณครับ
เรื่อง pm ขอประทานอภัยด้วยฮะ ไม่ได้เข้าบอร์ดนาน
และส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีคนส่งมาเลยไม่ค่อยสังเกตหัวมุมมี msg ใหม่ 555+
ได้ส่งเบอร์ไปให้แล้วนะครับ
" นี่คือความลับของฉัน มันแสนธรรมดา . .
เราจะมองเห็นแจ่มชัด ด้วยหัวใจเท่านั้น . .
สิ่งสำคัญนั้น ไม่อาจจะเห็นด้วยสายตา "
User avatar
PrinceGent
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1335
Joined: 30 Dec 2007 08:07
Location: คงเป็นสักที่มั่ง ที่ที่เวลาเลิกเดินถอยหลัง แล้ววันใหม่ของฉันจะเริ่มต้นขึ้น :เจ้าชายเจ็นท์

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post03 Jul 2010 13:19

PrinceGent wrote:ขอบคุณครับ
เรื่อง pm ขอประทานอภัยด้วยฮะ ไม่ได้เข้าบอร์ดนาน
และส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีคนส่งมาเลยไม่ค่อยสังเกตหัวมุมมี msg ใหม่ 555+
ได้ส่งเบอร์ไปให้แล้วนะครับ


ขอบคุณครับ
ขอบคุณสำหรับทุกเรื่อง
เดี๋ยวยิงเบอร์ไป...อย่าเผลอลบทิ้งละครับ 555

ประสบการณ์จากครั้งนั้น
ก็ได้ใช้อยู่ทุกวันนี้แหละครับ 555

:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post04 Jul 2010 11:40

เข้ามาทำหลักฐานเอาไว้ว่าเข้ามาแล้วนะ
มีแอบอ่านไม่รู้เรื่องนิดหน่อย

ชอบของดังตฤณแฮะ แต่ทำไมไม่อยากเริ่มอ่านก็ไม่รู้
สงสัยกรรมมาบัง เฮ้อ
ดั่งสายลมพัดผ่าน
User avatar
Little Prince
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1101
Joined: 19 Jan 2008 21:06

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post05 Jul 2010 09:32

Little Prince wrote:เข้ามาทำหลักฐานเอาไว้ว่าเข้ามาแล้วนะ
มีแอบอ่านไม่รู้เรื่องนิดหน่อย

เพราะทิ้งหลักฐานไว้นี่เอง
มิน่ากลิ่นโชยเต็มกระทู้เลยครับ

ไม่รู้เรื่องตรงไหน
เดี๋ยวหาเรื่องให้ครับ 555


Little Prince wrote:
ชอบของดังตฤณแฮะ แต่ทำไมไม่อยากเริ่มอ่านก็ไม่รู้
สงสัยกรรมมาบัง เฮ้อ



ดีแล้วครับที่รู้ว่า "สงสัยกรรมมาบัง"
แสดงว่า...บุญยังมีเยอะอยู่

ถ้าชอบข้อเขียนบทความของ "ดังตฤณ" ละก็
น่าจะต้องชอบงานของ "วศิน อินทสระ" ด้วยครับ
แนวคล้ายกันมากๆ

สำหรับพี่คิดว่าแปลกนะครับ
สำหรับงานเขียนของสองท่านนี้
คือ...ต้อง "กำลังตกหลุมรัก" ไม่ก็ "อกหัก"
แล้วจะอ่านสนุกและได้ข้อคิดดีๆ
เหมือนเป็นสื่อให้คนอยากเข้าวัดศึกษาธรรมไปเลย

แต่ในความเป็นจริงแล้ว
งานเขียนของทั้งสองท่านก็มีเกี่ยวกับเรื่องอื่นๆ
รอบตัว รอบชีวิตเราไปหมดครับ

สำหรับน้อง
คงอ่านงานของทั้งสองท่านนี้
ไม่ค่อยสนุกแล้วกระมังครับ
เพราะชีวิตนี้คงไม่ต้องอกหักอีกต่อไปแล้ว
ใช่ไหมครับ (ไม่ต้องตอบตรงนี้...เพราะไม่ใช่คำถามครับ 555)

:dolphin: :dolphin: :kero: :kero:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post05 Jul 2010 23:55

คิดถึงพี่อัยราจัง :29:
เรื่องวันนี้ที่เกิดขึ้นจะเป็นแค่เรื่องขำๆสำหรับวันถัดไป
User avatar
Canine
ประถม ประถม
Posts: 102
Joined: 26 Jan 2008 00:34

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post06 Jul 2010 00:06

Canine wrote:คิดถึงพี่อัยราจัง :29:

กว่าดอกพิกุลจะร่วงมาได้

ขอบคุณครับ
คิดถึงเช่นกัน

:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post06 Jul 2010 09:15

มีคำถามก็ไม่ให้ตอบแต่ก็อยากให้ตอบ จะเอาไง
ชีวิตนี้มีแต่แห้วอะดิ ไม่มีอกหัก
ดั่งสายลมพัดผ่าน
User avatar
Little Prince
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1101
Joined: 19 Jan 2008 21:06

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post06 Jul 2010 11:56

Little Prince wrote:มีคำถามก็ไม่ให้ตอบแต่ก็อยากให้ตอบ จะเอาไง
ชีวิตนี้มีแต่แห้วอะดิ ไม่มีอกหัก


555 ไว้เจอแล้วจะบอก 555

น้องไปอยู่ขั้วโลกไหนมาครับ
สมัยนี้...บ่มี...แห้ว...แล้วครับ
มีแต่...สมหวัง...คร้าบบบบ
ทราบแล้วเปลี่ยน (ด้วย) 555

:kero: :kero: :dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

PreviousNext

cron