วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

General Discussion
กระดานข่าวชาวเกย์
เรื่องราวเล่าสู่กันฟัง
ปรึกษาปัญหาต่างๆนานา

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post27 Mar 2010 08:20

ไปนอนกลางดินกินกลางทรายมาติดๆ กันหลายวัน

พี่หมอ Dr. Ghost

ขอบคุณพี่หมอ Dr. Ghost ครับ
อุตส่าห์แวะมาส่งข่าวว่า "กลับถึงหาดใหญ่" แล้ว
ตกลงที่พี่หมอหายไปทางอีสานนี่
กลายเป็นเรื่องลึกลับไปแล้วหรือไงครับ 555

น้อง Little Prince, น้อง Boy on Earth, น้องย้งยี้

โห...เจอน้องๆ แวะเข้ามาทำตัวเป็น
"กระจก" บานเล็กบานน้อยให้ส่อง
ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็น
ก็ได้เก็บเกี่ยวเป็นข้อคิดดีๆ สำหรับชีวิตเรียบร้อยแล้วครับ

คุณ Nikey

ขอบคุณที่แวะมาให้กำลังใจครับ
พี่วางหนังสือ GMAT ไว้เกลื่อนไปหมด
เจอโพสต์ของคุณ Nikey
เลยกลับหยิบมาพกติดกระเป๋าตามเดิมแล้วครับ

เรื่อง "ฝันถึง GMAT" ออกแนวแม่นเล็กน้อย
เมื่อวานกลับมาบ้าน
ได้รับซองจดหมายจาก Pearson VUE
คะแนนอย่างอื่นก็รู้หมดแล้ว
AWA = 3

เขียนขนาดที่พี่เขียนไปทั้ง 2 อันนั้น
ได้ถึง 3 ก็ถือว่า "โอมากๆ " แล้ว
เพราะทำไม่ทัน
และเขียนไปแค่อย่างละ 1 ย่อหน้ายาวๆ เท่านั้นเอง

ที่ดีใจกว่านั้น คือ
แอบเขียนโปรโมทการท่องเที่ยวไทยไว้พอสมควร 555
:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post27 Mar 2010 08:41

จากที่น้องๆ ให้คำแนะนำ
ประมาณว่า "ให้โพสต์สั้นๆ "

ก็เลยเกิดเป็นความคิดว่า
กระทู้ไหนที่จะต้องโพสต์ยาวๆ
จะก๊อปเอาหัวเรื่องมาแปะในกระทู้นี้
แล้วโพสต์ยาวๆ ตามปกติ

จะไม่ไปโพสต์ยาวๆ ในกระทู้ของคนอื่นอีก
เพราะจริงๆ แล้วคิดว่า
น่าจะมีสมาชิกเป็นส่วนมาก
ไม่ชอบอ่านโพสต์ยาวๆ
จะได้ไม่เกะกะตา

โอกาสนี้
ขออโหสิกรรมต่อทุกท่านด้วย
ที่ทำให้ทุกท่านเกิดทุกข์ทางตาและอารมณ์มาโดยตลอด


ส่วนใครที่อยากอ่านก็ให้ตามมาอ่านที่กระทู้นี้เอาเอง
เพราะกระทู้นี้...พอจะถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวเล็กได้บ้าง

คล้ายๆ กับเป็นข้อตกลงร่วมกันว่า
ใครที่แวะเข้ามาอ่านกระทู้นี้
ก็น่าจะยอมรับสไตล์และความคิดของ จขกท. ได้ไม่มากก็น้อย
และก็น่าจะได้อะไรที่เป็นประโยชน์ติดกลับออกไปบ้าง
หามิฉะนั้นก็อย่าเสียเวลาของท่านเลย

GBoard มีทั้ง T, N, I ฺฺBoard
มีกระทู้ให้เลือกอ่านได้นับร้อย นับพัน
ให้เลือกอ่านเก็บเกี่ยวความอภิรมย์

กระทู้ไหนไม่ชอบ โพสต์ไหนไม่ชอบ
ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องแวะเข้าไปหรืออ่านนี่ครับ
รวมถึงกระทู้นี้ หรือโพสต์ของพี่ในกระทู้ต่างๆ ด้วย
คลิกๆ ผ่านๆ ไปเลยจะได้ไม่เกะกะตา
เดี๋ยวจะกลายเป็นเวรกรรมผูกพันกันไปอีก
ขออโหสิแล้วกันครับ

ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านครับ
:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post27 Mar 2010 13:54

Little Prince wrote:สงสัยย้งยี้อ่านที่ผม quote มาแบบผ่านๆ ด้วยเหมือนกัน
ผมแอบตกแต่งไว้นิดหน่อยครับ ลองกลับไปดูใหม่

อันนั้นอ่านค่ะ แหม

คุณป้าคะ ย้งยี้เป็นกระจกวิเศษนะคะ แต่วิเศษกว่าตรงที่

จะบอกแค่ว่าตัวเองสวยหนะค่ะ คนอื่นไม่สวย
i'm fAmoUs iN pAriS nEWyOrk LoNdOn aNd tOkYo
User avatar
ย้งยี้
ปริญญาเอก ปริญญาเอก
Posts: 6510
Joined: 31 Dec 2007 00:02

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post28 Mar 2010 08:18

Angel.. wrote::32: เข้ามาแอบดู ผุ้ใหญ่เขาคุยกาน

คิดถึง คนเก่าๆ คุบกันแรงๆเหมอืนแต่ก่อนนะ มันสะใจดี


พอดีรีบๆ ไม่ทันสังเกตครับ
โทษที

ใช่ Angel ที่เคยอยู่แถวลาดพร้าว
และทำเรื่องตู้ปลาหรือเปล่าครับ

ถ้าใช่...ดีใจที่ Angel ยังอยู่ที่บอร์ดนี้ครับ :dolphin: :11:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post28 Mar 2010 08:59

สรุปแล้วกระทู้นี้ตั้งเอง เขียนเอง อ่านเองว่างั้น
เฮ้อ คนเราหนอคนเรา
ดั่งสายลมพัดผ่าน
User avatar
Little Prince
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1101
Joined: 19 Jan 2008 21:06

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post28 Mar 2010 18:19

Little Prince wrote:สรุปแล้วกระทู้นี้ตั้งเอง เขียนเอง อ่านเองว่างั้น
เฮ้อ คนเราหนอคนเรา


ํในที่สุดน้องก็บรรลุสัจธรรมจนได้
สาธุๆ

เคยได้ยินชื่อหนังสือ "เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน" ไหม

กระทู้นี้ก็ชื่อใกล้เคียงกันครับ :dolphin: :dolphin:

"ดีแค่ไหนคนเป็นยังได้อ่าน"
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post28 Mar 2010 20:23

ai' wrote:
พี่หมอ Dr. Ghost

ขอบคุณพี่หมอ Dr. Ghost ครับ
อุตส่าห์แวะมาส่งข่าวว่า "กลับถึงหาดใหญ่" แล้ว
ตกลงที่พี่หมอหายไปทางอีสานนี่
กลายเป็นเรื่องลึกลับไปแล้วหรือไงครับ 555

รายงานตัวอะ ไว้ไปไหนจะมารายงานอีก :31:
User avatar
Dr. Ghost
ประถม ประถม
Posts: 153
Joined: 01 Jan 2008 06:37
Location: au milieu de nulle part

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post28 Mar 2010 20:27

Dr. Ghost wrote:
ai' wrote:
พี่หมอ Dr. Ghost

ขอบคุณพี่หมอ Dr. Ghost ครับ
อุตส่าห์แวะมาส่งข่าวว่า "กลับถึงหาดใหญ่" แล้ว
ตกลงที่พี่หมอหายไปทางอีสานนี่
กลายเป็นเรื่องลึกลับไปแล้วหรือไงครับ 555

รายงานตัวอะ ไว้ไปไหนจะมารายงานอีก :31:


ขอบคุณครับพี่หมอ
รู้สึกจะเป็น "รายงานการเดินทาง" ที่สั้นที่สุดในโลกนะครับ
ยังไงก็ขอให้พี่หมอเดินทางปลอดภัยทุกครั้งนะครับ
:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post01 Apr 2010 07:21


แด่...ดอกไม้งามดอกเล็กๆ แห่งชาติไทย

ช่วงนี้งานจะซาลงไปละ
อันนี้เนื่องมาจากฤดูกาลท่องเที่ยวเอง
ไม่เกี่ยวกับการชุมนุมแต่อย่างใด

เลยเกิดงอแงในอารมณ์เพราะเริ่มว่างมากเกิน

วันก่อนน่าจะตรงกับวันพระและวันถังแตกพอดี
กว่าจะเสร็จงานและมาถึงแถวบ้านก็เกือบ 3 ทุ่ม
เดินผ่านแผงลอยขายพวงมาลัย
แรกๆ จะเดินผ่านเพราะตังค์ก็จะหมดตัวอยู่แล้ว
แต่ก็ไม่มีอะไรต้องซื้อต้องจ่ายอีกแล้วนี่
จักรยานก็จอดรออยู่ปากซอย

เหลือบไปเห็นสีของดอกไม้
สวยสดถูกใจ
เดินย้อนกลับไปซื้อ
ดอกไม้ที่แต่ละกำมีไม่กี่ดอก
เทียบกับจำนวนแจกันที่บ้านก็แทบจะไม่พอดีกัน
ซื้อดอกไม้ 3 กำ
อะ...ตังค์ยังเหลือ
หยิบพวงมาลัยมาอีก 4 พวง
เบ็ดเสร็จ 70 บาท

ส่งเงินให้เด็กหญิงวัยประมาณ 8-10 ขวบ
" 70 พอดีใช่ไหมหนู"

"ไม่ใช่ค่ะ"
แม่เด็กเริ่มส่งสายตาขุ่นเขียวอยู่ด้านหลังเด็ก

เออ...ใช่...พวงมาลัยเล็กๆ นั่นพวงละ 5 บาทตังหาก
เราเลยหยิบเพิ่ม

แม่เด็กส่งเสียงขุ่น(แทนไม้เรียว)
"ไปช่วยเขาหยิบพวงมาลัย(เพิ่ม)สิ"

เด็กคงจับกระแสเสียงแม่ได้บ้างละ
เริ่มออกอาการเงอะๆ งะๆ

พอหยิบพวงมาลัยได้ครบ
เราก็เดินจากมา

สมองเริ่มคิดๆ
เด็กต้องโดนแน่ๆ

ในกระเป๋ายังเหลือแบงค์ 20 ใหม่เอี่ยมอีกใบ
หยิบขึ้นมาพับมุมชนมุม
ซึ่งต่อให้บรรจงพับอย่างไร
ก็คงไม่งดงามได้เท่าจิตใจของเด็กน้อยคนนี้ไปได้

เดินย้อนกลับไปที่แผงลอยพวงมาลัย
"อะ...ให้หนูกินหนม"
เสียงที่ปกติดังอยู่แล้ว
ถูกบิ๊วให้ดังกว่าปกติ
ไม่ใช่จะให้เด็กได้ยิน
แต่...อยากให้แม่เด็กได้ยินตังหาก

โรงเรียนและครูอาจารย์
พร่ำสอนเรื่องคุณธรรมความดีแทบตาย
กลับมาบ้านเจอสภาพแบบนี้
แล้วเมื่อไหร่กันเล่า
ที่ประเทศไทยของเราเรา
จะมีประชากรที่ชื่นชมและยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต
กันทั้งประเทศได้ทั้ง 100 เปอร์เซนต์กันซะที

ไม่รู้เหมือนกันว่า
เด็กน้อยคนนี้และอีกหลายๆ คนในสังคม
จะรักษาความซื่อสัตย์สุจริตไว้ในหัวใจน้อยๆ ของเขา
ได้จนถึงวันที่เขาต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้ตลอดไปหรือไม่

สงสารประเทศไทยจังเลยครับ

:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post02 Apr 2010 04:00

วันนี้นัดเพื่อนร่วมงานไปหาไรกินกันแถว CTW
โดนคนรถพาวนตั้งแต่ถนนตก
ถนนพระรามที่สาม
ถนนนราธิวาสราชนครินทร์
พอใกล้จะเข้าสุรวงศ์
ทนไม่ไหวแล้ว...ขอโดดลงตรงนี้ละกัน
เพื่อนโทรมาตามยิกๆ ยิ่งกว่าเจ้าหนี้ซะอีก

BTS สถานีศาลาแดงแน่นมาก
คนเก่าลงมา...ก็ใช่ว่า...คนใหม่จะขึ้นไปได้
เท่าจำนวนคนที่ลง

จากคิวที่เรายืนรออยู่
คงเป็นคันต่อไปหรือต่อไป
แต่คนอยู่หลังเราเริ่มบีบคิวจนจะเป็นแถวหน้ากระดานแล้ว
เอาวะ...ลูกชิงคันเซ็น
เราสาวเท้า...ระวังไม่ให้ตกร่องระหว่างตัวรถกับสถานีก็ใช้ได้ละ

"ขอโทษครับ"
ย่อตัวดันผู้ชายที่อยู่ข้างหน้าเข้าไปสุดแรง
"ขอบคุณครับ"
คนถูกดันไม่ยักส่งสายตาโกรธกลับมา
สงสัยหน้าคนดันเข้าตากรรมการ 555 :dolphin: :dolphin:
หรือพวกจะชอบที่ถูกดันไปอัดติดกับคุณสาวที่ยืนเกาะเสาอยู่ 555
พลอยส่งให้...คนที่อยู่ข้างหลังพอจะเบียดเข้ามาได้บ้าง
(นี่ใจคอจะไม่ผลักไม่ดันกันบ้างหรือไงห๊า)
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post02 Apr 2010 04:04

วันนี้มีเว็บดีๆ มาฝาก
โดยเฉพาะคนติดเน็ต
จะได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์แก้เหงาด้วยครับ

http://www.onlinevolunteering.org/en/vol/index.html

หากมีอะไรที่น่าสนใจจากเว็บนี้
ก็รบกวนโพสต์แนะนำกันด้วยนะครับ :dolphin: :dolphin:
ขอบคุณล่วงหน้า...สาธุกับทุกท่านด้วยครับ
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post06 Apr 2010 00:47

ช่วงนี้อากาศร้อนระอุ
จิตใจของผู้คนก็ร้อนตามอากาศไปด้วย
หรืออาจจะร้อนรนยิ่งกว่าอากาศไปด้วยซ้ำ

เริ่มเกิดความ(แอบ) แตกแยกให้เห็นในหมู่เพื่อนร่วมงาน
อย่างของเราไกด์บริษัทเดียวกัน
มีทั้งเหลืองและแดง

บริษัทรถที่บริษัทเหมาเช่าใช้ประจำ
เจ้าของเหลือง
พขร. ส่วนมากแดงจัด

จากเดิมขึ้นรถมา
พอปล่อย นทท. พักผ่อนตามอัธยาศัย
คนรถกับไกด์ก็จะแอบเม้าท์กันเรื่องงานบ้าง
เรื่องนั้นเรื่องนี้บ้าง

เดี๋ยวนี้ขึ้นรถมา
จังหวะว่างจะเงียบไม่คุยกัน

เมื่อหัวค่ำ
เพื่อนรุ่นน้องจากเดิมก็ไม่ได้ระบุสีอะไรแน่นอน
โดยคนรถเม้าท์เรื่องการชุมนุมให้ฟังตั้งแต่รับ นทท.
ออกจากโรงแรมจนขึ้นทางด่วนแล้วก็ยังไม่เลิก

ชีเลยออกงิ้ว(ไม่รู้สีอะไร) ใส่คนรถชุดใหญ่
เพราะวันก่อนชีเพิ่งเม้าท์ว่า
จะไปเดินซื้อนาฬิกาเรือนใหม่ที่ CTW ไว้ใส่ทำงาน
จนวันนี้ชียังไปไม่ได้
เลยแนะให้ชีไปซื้อแถวเอสปรานาดหรือโรบินสัน รัชดาแทน

ประโยคประทับใจของชี คือ
"อ๋อ...พี่...ถ้าใครไม่แดงนี่
ก็ต้องเป็นเหลือง(ที่ตรงข้ามกับแดง) กันทุกคนหรือไง (วะ)"

ส่งขึ้นกระทู้ก่อน 1 เรื่อง
ช่วงนี้ชักสนุกกับการฟังและเก็บความคิดเห็นของผู้คน

ขำๆ เหมือนกัน
บางทีไม่ต้องถามว่า "สีอะไร" :dolphin: :dolphin:
แค่เปิดปากก็รู้แล้วครับ
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post06 Apr 2010 01:00

บางทีก็นึกท้ออยากจะหมดหวังกับสภาพบ้านเมือง
บางทีก็นึกขำ
ที่ประเทศเราแสนจะดี

ภัยพิบัติธรรมชาติแบบที่ประเทศชาติอื่นๆ ประสบกัน
ความขัดแย้งทางการเมืองภายใน
ความขัดแยงกับประเทศเพื่อนบ้าน
เหล่านี้...เราไม่มีปัญหารุนแรง

แต่อยู่ดีๆ ...คนไทยที่เคยใจเย็น
คนไทยที่เคยสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
อยู่ดีๆ ก็ลุกขึ้นมาแบ่งสี แบ่งฝักแบ่งฝ่าย
แบ่งแบบคุยกันไม่ได้
ัมันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยของเรา

ถ้าทำได้อยากแอบล่วงเวลาไปในอนาคตถัดจากนี้สัก 10 ปี
แล้วไปค้นบันทึกประวัติศาสตร์การเมืองไทยช่วงปี 2553
อยากรู้ว่า...จะออกมาในรูปแบบไหน

อยากรู้ว่า
บทสรุปจะเป็นอย่างไร

พวกเราจะรู้สึกอย่างไร
ที่ได้มีส่วนร่วมหรือไม่มีส่วนร่วมต่อการเคลื่อนไหวทางการเมือง
ในช่วงนี้
หรือแม้แต่จะมีชีวิตรอดได้อยู่ดูผลที่เราทำต่อบ้านเมือง
ต่อประเทศชาติของตนในช่วงนี้หรือไม่

ถึงตอนนั้น
พวกเราจะรู้หรือไม่ว่า
สิ่งที่เราทั้งเหลืองและแดงหรือสีอื่นที่จะผุดขึ้นมาในโอกาสต่อไปได้กระทำไว้นั้น
สิ่งไหนเกิดจาก...สัมมาทิฐิ
สิ่งไหนเกิดจาก...มิจฉาทิฐิ

และไม่ว่า...สิ่งที่เราๆ กระทำในวันนี้นั้น
จะเป็นสัมมาทิฐิหรือมิจฉาทิฐิก็ตาม
สิ่งนั้นจะเป็นพลวปัจจัยนำพวกเราไปสู่ภพภูมิใด
หรือมีชาติกำเนิดเช่นไร อย่างไร
ร่วมภพ...ร่วมชาติ...หรือต่างภพ...ต่างชาติ :dolphin: :dolphin:
ตามแต่สัมมาทิฐิหรือมิจฉาทิฐิที่เราได้กระทำร่วมกัน
ในวันเวลานี้...ในยุคสมัยนี้นั่นเอง
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post06 Apr 2010 01:34

ช่วงนี้จะแอบเสียมารยาทฟังคนในวงสนทนา
หรือคนที่พบเจอระหว่างทาง
โดยไม่แสดงความคิดเห็นของตัวเองออกไป

วันนี้ขณะนั่งรอให้ไฟล์ทช่วงบ่ายลงจอดยังสนามบินสุวรรณภูมิ
กับเพื่อนร่วมงานบริษัทเดียวกันและต่างบริษัทอีก 1 คน
ก็เกิดถามกันขึ้นมาโรงแรมไหนส่งได้...โรงแรมไหนติดขัด
อันเนื่องมาจากการชุมนุม

เลยมีการพูดถึงห้างแบบคอนวีเนียนสโตร์แห่งหนึ่ง
ที่ตั้งอยู่ในบริเวณชุมนุม
ห้างแห่งนี้ไม่ได้ปิดทำการ

เพื่อนร่วมงาน
"เฮ้ย...ห้าง (ชื่อห้าง) ไม่ปิด...โหยขายดีฉิบ เสื้อแดงซื้อกันจัง
โดยเฉพาะของกินขายดีมากเลย"

ในขณะที่เมื่อวานเราไปช้อปที่ห้างเดียวกันแต่เป็นสาขาแถวบ้าน
ห่างจากที่ชุมนุม
ระหว่างที่พนักงาน(น่าจะเป็นระดับซุปฯ )ของห้างแห่งนั้น
ตรวจเช็คของที่เราซื้อกับใบเสร็จอยู่

"ไม่รู้เป็นไร...วันนี้ลูกค้าเยอะจัง"
"อ๋อ...สงสัยเพราะห้างในเมืองปิดหลายห้างเลยมาช้อปแถวบ้านกัน"

"แต่สาขาที่....ไม่ปิดนะคะ
พนักงานลำบากกันเลย...(ออกแนวกลัวๆ กันด้วย)"

ย้อนกลับมาเรื่องห้างในบริเวณที่ชุมนุม

เพื่อนร่วมบริษัทกับเพื่อนต่างบริษัทเม้าท์กันละ
"นี่ดีนะเป็นเสื้อแดง...เขาสุภาพกัน
ชุมนุมกันอย่างสงบ...ห้างไม่ต้องกลัวข้าวของหาย"

"ใช่ๆ ถ้าเป็นเสื้อเหลืองนะ...สุดจะ (ขอเซ็นเซ่อร์ครับ)
ถ้ามาชุมนุมกันแถบนี้นะ...ห้างเกษรพลาซ่านี่
สงสัยกระเป๋าวิตตองหายแน่ๆ...กระจกก็คงจะถูกทุบ ฯลฯ"

หลังจากนั้นก็บรรยายสรรพคุณของเสื้อแดง
สลับกับด่าเสื้อเหลืองไปอีกสักพัก
รวมถึงวิพากวิจารณ์รัฐธรรมนูญฉบับล่าสุด
ที่ร่างขึ้นในสมัยใครเป็นนายกฯ เราจำไม่ได้ละ

ฟังเก็บข้อมูลได้สักพัก
เพื่อนต่างบริษัทลุกจากไป
เพื่อนร่วมบริษัทอีกคนเดินมานั่งแทน

เอาละ...เริ่มเม้าท์เรื่องความสุภาพของเสื้อแดง
และความ...ของเสื้อเหลืองกันอีกชุดละ

เราซึ่งไม่เคยเจอเสื้อเหลืองจังๆ
แต่ได้เห็นเสื้อแดงแบบใกล้ๆ ทั้งที่อนุสาวรีย์
สถานีรถไฟฟ้าอโศก
และที่เดินสวนกันตามถนนหนทาง


พอพี่รีเพลย์เอ่ยชมความสุภาพของเสื้อแดงอีกครั้ง
เราที่เพิ่งได้ฟังเพื่อนร่วมงานหญิงอีกคน
ที่เพิ่งอกสั่นขวัญแขวนกับการนำ นทท. 2 -3 คน
ไปส่งเข้าพักที่โรงแรมเซนทารา
ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณที่ชุมนุมนั่นเลย

ขอเบรคพี่หน่อยเถอะ
"พี่...เมื่อวาน 3 เม.ย. ไกด์(สมมติชื่อ เอ) พา นนท. ไปส่งเซนทารา"

รถเข้าถึงโรงแรมไม่ได้
พยายามเข้าไปจากทางสยาม
ถูกเคาะกระจกให้เปิดมาคุยกัน

กลิ่นเหล้าจากกลุ่มคนหึ่งเข้ามาในรถ
ทั้งๆ ที่เป็นไกด์ผู้หญิงแต่งานก็คืองาน
The show must go on
(พอผ่านเหตุการณ์ได้มาคิดกันทีหลัง
น่าจะย้ายโรงแรมแต่แรก..ไม่ควรบุกฝ่าเข้าไป
แต่เป็นไกด์คนไหนในบริษัทเรา...ถ้าเจอสถานการณ์แบบนั้น
ก็มักจะลุยหน้า...ไม่ถอยกันออกบ่อยไป)

"มึงเป็นใคร (ประมาณใหญ่มาจากไหนวะ) ผ่านเข้าได้ไงวะ
ไม่เห็นรึไง เขาปิดไม่ให้เข้า"
ตะคอกถามด้วยกิริยากระโชกโฮกฮาก
และตามด้วยอีก 2-3 ประโยคที่ขึ้นต้นด้วย "มึง" หรืออย่างไร

"พี่ขา หนูขอพา นทท. ไปส่งโรงแรม...หน่อยนะคะ"

ในที่สุดก็ไปได้ใกล้โรงแรมที่สุดแต่ก็ยังไกลในสถานการณ์เช่นนั้น
เพื่อนรุ่นน้องตัดสินใจพา นทท. ลงเดินลากกระเป๋าไปจนถึงโรงแรม
น้องเล่าว่า...นทท. เดินติดตัวเขาตลอดออกอาการกลัวมากๆ

ที่แย่และเสียความรู้สึกแทน คือ
เป็น "คู่ฮันนีมูน" ครับ

ส่วนน้องบอก...เสียภาพดีๆ ของเสื้อแดงในใจไปหมดเลย

พี่กับเพื่อนได้ฟังก็อึ้งไปเลยเพราะรู้อยู่แล้วว่า :dolphin: :dolphin:
เจ้าของเรื่องกับเราเป็นคนอย่างไร
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post06 Apr 2010 17:46

วันก่อนออกไปนอกบ้าน
เจอเรื่องขำๆ มาเล่าสู่กันฟังครับ

ขึ้นรถเมล์เห็นชายเสื้อแดง
ลุกให้ผู้หญิงเสื้อชมพู (หน้าอกมีสัญลักษณ์สถาบัน) นั่ง

เรื่องนี้เจอกับตัวเอง
ในช่วงกลางดึกคืนเดียวกัน
ขณะสับสนกับรถเมล์ที่อยู่ๆ ตัดเส้นทางวิ่งเฉยเลย
จนท้ายที่สุดต่อรถไปลงได้ที่สนามหลวง
ด้วยความหวังว่า...รถเมล์สาย 1 ปลายทางถนนตก
จะยังวิ่งอยู่น...ตอนนั้นสัก 00.20 น. ได้ละ

สนามหลวงในดึกคืนนั้น
ไม่ได้เงียบเหงาและปราศจากร่องรอยของผีขนุนและผีมะขาม
แต่กลับเต็มไปด้วยร้านรวงปูผ้าตามพื้นรอบๆ สนามหลวง

ในสิ่งที่เลวร้ายย่อมมีสิ่งที่ดีแฝงไว้อยู่เสมอ
อยู่ที่เราจะมองเห็นได้หรือไม่

คืนนั้นจึงไม่ใช่คืนที่น่ากลัวที่จะต้องนั่งรอรถในที่เปลี่ยวๆ
ลำพังคนเดียวอย่างที่เคย
มีเพื่อนร่วมเดินทางไม่ต่ำกว่า 20 นั่งรอรถเป็นเพื่อน
และแม้เพื่อนร่วมป้ายหลายคนจะวิ่งขึ้นรถเมล์สายอื่นไปแล้ว
ก็จะยังมีเพื่อนร่วมป้ายคนใหม่ๆ เดินเข้ามาแทนที่

ที่เยี่ยมไปกว่านั้น คือ
เราได้ใช้มือถือ (ออกแนวห่วย)
ถ่ายรูปวัดพระแก้วยามค่ำคืน ได้มา 1 รูปสวยเชียว
เสียดายที่เดินผ่านจุดถ่ายรูปพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทมาไกลแล้ว
จะเดินย้อนกลับไปก็เกรงว่า...จะพลาดรถสาย 1
และคันต่อไปจะเป็นคันสุดท้ายหรือไม่
หรืออาจจะไม่มาเลยก็ได้

ลมเย็นที่พัดโชยมาอยู่ตลอดเวลา
กับผู้คนในบริเวณนั้น
ทำให้การรอรถเมล์ไม่ได้น่าเบื่อหรือยาวนานอย่างที่คิด

แน่ๆ ตรงม้านั่งตรงนั้น
(เราเห็นนะ 555) หนุ่มใหญ่กำลังอ้อล้อจีบหนุ่มน้อยอยู่
แอบจับมือเด็กเป็นครั้งคราวด้วย

ตรงนั้นก็มีเสื้อแดง
ข้างๆ เราก็เป็นเสื้อเหลือง (มาผิดทีหรือเปล่าพ่อคู้ณ 555)
ยังมาถามเราด้วย...ใช้มือถือซัมซุงหรือเปล่า
แบตฯ ดีไหม

และแล้วตัวละครเอกประจำป้ายรถเมล์ (ที่พบได้บ่อย)
ก็ปรากฎตัวขึ้น
ที่ขำๆ คือ พี่แกใส่เสื้อแดงมีแจ็กเก็ตดำทับ
เดินเร่ขอค่ารถจากคนนั้นคนนี้มาเรื่อย
จนถึงหนุ่มเสื้อเหลืองที่นั่งข้างเรา
"พี่ขอค่ารถ 8 บาท"
"ไม่มี" สั้นๆ เฉียบขาด

คนต่อไปคือ เรา
"พี่ขอค่ารถ 8 บาท"

สงสัยว่า...ทำไมไม่ไปขอเสื้อแดงด้วยกัน
ว่าจะแนะให้ไปขอเสื้อแดงที่อยู่ในถนนราชดำเนิน
หรือในสนามหลวงอยู่เหมือนกัน 555
และ "ทำไมต้อง 8 บาท"
"อ๋อ ค่ารถ(ร่วมไง) 8 บาทไง"
พอได้รับเงินจากเรา
ก็เดินหลบมุมนั้นมุมนี้...คงไปขอคนอื่นๆ ต่อไป

พอรถเมล์สาย 1 สีแดงเข้าป้าย
แน่ะๆ ผู้ชายคนนั้นก็วิ่งขึ้นคันเดียวกับเรา
แวว งก ส่อประกาย
ตะกี้ให้ไป 8 บาทนี่นา
ค่ารถแค่ 7 บาท :dolphin: :dolphin:
เดินไปขอคืน 1 บาทดีไหม 555
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post06 Apr 2010 18:32

วันนี้รีคอนเฟิร์มงานไปแล้ว
ลืมนึกไปเลย

นึกได้อีกทีตอนคนญี่ปุ่นที่บริษัทโทรมาย้ำนักหนา

ไอ้หยา...พรุ่งนี้ส่งออก นทท. เช้ามืดที่โรงแรมแถวประตูน้ำนี่หว่า
ถูกขอร้องให้ไปก่อนเวลาเยอะๆ หน่อย
เพราะ นทท. กังวลใจมาก

(อยากจะบอกว่า...ถ้ากังวลมาก
ไปรับตอนนี้เลยดีไหม
แล้วไปนอนรอเช็คอินที่สนามบินกันเลย)

คนญี่ปุ่นขอให้โทรแจ้งคนรถให้มาเร็วๆ ด้วย
ดีว่า...คนรถเสื้อแดงก็ยอมรับมุข
ดีๆ อย่างน้อยยังยอมรับได้ว่า "งานก็คืองาน"
ขอบใจหลายๆ เด้อค้าบ

ตกลงอย่างน้อย ตี 4 คนรถจะไปนอนแกร่วรอที่โรงแรมแล้วกัน
(หรือจะไปชุมนุมกับเสื้อแดงก่อนแล้วค่อยเดินมาโรงแรมก็ได้ 555)

มะรืนวันที่ 8 อีกละ
รับเข้าโรงแรมแถวแยกราชประสงค์
โห...พี่จัดให้จริงๆ เลยนะ
ดีว่า นทท. คนเดียว
บริษัทเปิดไฟเขียวให้ว่า
ถ้ารถเข้าถึงโรงแรมไม่ได้
ให้พาขึ้นบีทีเอสได้
โชคดีอย่างมหันต์
ที่โรงแรมแห่งนั้นมีทางเชื่อมต่อจากบีทีเอสเข้าถึงโรงแรมได้เลย

ช่วงนี้ทำงานก็เสวยบุญที่ทำมาตลอด คือ
แทบจะไม่ได้ใช้ถนนข้างล่างเลยครับ

พรุ่งนี้สิ...เผื่อบรรยากาศและอารมณ์เป็นใจ
อาจจะลงไปไหว้กราบขอพรพระพรหมท่านหน่อย

บริเวณศาลพระพรหมเอราวัณนี่เอง
เป็นครั้งแรกที่เราได้ใกล้ชิดท่านอดีตนายกฯ ทักษิณ
แบบตัวห่างกันแทบไม่ถึงคืบ
เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2549 เวลาประมาณ 18.00 น.
จำได้เป็นประวัติศาสตร์ของชีวิตเลย
ตอนนั้นยังได้ส่งพวงมาลัยดอกดาวเรืองให้ท่านด้วย
(พวงมาลัยที่ตั้งใจจะไปถวายพระพรหมนั่นแหละครับ)

ที่ได้ใกล้ชิดขนาดนั้น
ก็เป็นเหตุบังเอิญครับ
คือ เราเสร็จงานแถวนั้น
ตั้งใจจะไปสักการะพระพรหมเอราวัณพอดี
ตอนนั้นเป็นวันแรกๆ หลังจากที่มีผู้ทุบทำลายพระพรหม
แล้วได้มีการบูรณะขึ้นใหม่ครับ
ตอนแรกเขาปิดกั้นไม่ให้ผู้คนเข้าในบริเวณศาล
พอท่านไหว้เสร็จ
อยู่ๆ เขาก็เปิดประตูหน้าศาล
ผู้คนก็เบียดเสียดเยียดยัดจนเราถูกดันไปยืนชิดเกือบติดตัวกับท่านเอง

ยังจำบทสนทนาสั้นๆ ระหว่างท่านกับเราได้
และคงจะจำได้ไปตลอดชีวิตของเราเลยเทียว

"ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ"
"โอ๊ะ...ขอบคุณครับ"

พอพิมพ์ประโยคข้างบนนี้
น้ำตาเราก็เริ่มซึม

เราก็ยังขอยืนยันประโยคเดิม
"ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ"

คุณูปการที่ท่านสร้างไว้ให้แผ่นดินก็ไม่น้อย
หากใครได้กลับไปรีเพลย์ภาพงานฉลองครองสิริราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ลองสังเกตอะไรๆ ดูบ้าง
บางทีเราอาจจะได้เข้าใจ "หัวอกของท่านกันบ้าง"

การเมืองเป็นอะไรที่พลิกผันทั้ง
1. ผลประโยชน์
2. สถานการณ์
3. ความสัมพันธ์ของผู้คน

ความหมาย คือ

ไม่ว่าท่านจะชนะหรือพ่ายแพ้ในทางการเมือง
ซึ่งอันนั้นขึ้นอยู่กับบุญกรรมของท่าน
และผู้ประกอบบุญกรรมร่วมกันกับท่าน
รวมถึงผู้(ก่อให้)มีเวรมีกรรมร่วมกับท่าน

ในส่วนของประชาชนเล็กๆ คนหนึ่ง
เราแค่ขอเพียง...ขอให้ท่าน

"ชนะใจตัวของท่านเองให้ได้"

"ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ" :dolphin: :dolphin:
ขอยืนยันคำเดิมครับ
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post08 Apr 2010 23:12

หลังจากเผลอตัวไปโพสต์เล่าๆ ยาวๆ
ในกระทู้ "รณรงค์...ไม่ยุบสภา"
ก็เลยกลับมากระทู้นี้

จริงๆ แล้ว
เหตุผล คือ
ไม่อยากให้เรื่อง "สี"
เข้ามาเปรอะกระทู้นี้ตังหาก
555 แอบชั่วร้ายนิด

ช่วงก่อนเที่ยงผ่านไปแถวเพลินจิต
เห็นรถวิ่งไปทางแยกราชประสงค์ได้
แต่รถเมล์ยังวิ่งเลี่ยงไปทางมาบุญครองบ้าง
ไปทางถนนวิทยุบ้าง

ช่วงบ่ายต่อเย็น
ต้องพา นทท. ไปส่งที่โรงแรมที่อยู่บนถนนเพลินจิต
ใกล้แยกราชประสงค์
รถแดงยึดพื้นที่ถนนหมด
แวะซื้อของร้านวัตสันที่เงียบไร้ลูกค้า

ขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีชิดลม
เถลไถลจะเดินไปทางสกายวอลค์ด้านแยกราชประสงค์
แต่เขาปิดประตูไม่ให้ผ่าน

เห็นได้จากบีทีเอส
พื้นที่หน้าเซ็นทรัลเวิร์ด
เต็มไปด้วยรถและผู้คนนอนอาบแดดกัน

ทำให้นึกถึงแคมป์ของบรรดาพ่อมดแม่มดและครอบครัว
ที่เดินทางไปดู "ควิดิชระดับโลก" ในแฮรี่ พ็อตเตอร์
ให้ภาพเช่นนั้นจริงๆ ครับ

รู้สึกเหมือนสถานการณ์จะไม่จบลงง่ายๆ
ทั้งๆ ที่สาเหตุของปัญหามีปมอยู่นิดเดียว
นิดเดียวจริงๆ ...เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ทั้งนั้น

เรื่องของผู้ใหญ่ที่มีพวกเราคนไทยตัวเล็กๆ
ทำตัวเป็นน็อตบ้างแผ่นเหล็กบ้าง ฯลฯ
ช่วยกันประกอบตัวเองเป็นเครื่องบินติดขีปนาวุธ
แล่นพุ่งชนประเทศไทยอันเป็นบ้านเกิดเมืองนอน
อันเป็นที่รักของพวกเรา

พวกเราเก่งและกล้าหาญกันเหลือเกินครับ
นี่ครับ...เหรียญกล้าหาญ :dolphin: :dolphin:
ที่มีประเทศชาติของพวกเราเองเป็นเดิมพัน
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post09 Apr 2010 13:05

ชีวิตช่วงนี้เดินชนแต่กับเรื่อง "สี"
กลับมาดูเรื่อง "ดี" / "ไม่ดี"
ในเพลงนี้กันดีกว่า

กับบางเรื่องของชีวิต
บางทีเราถอยได้...ยอมลดได้
แต่บางเรื่องเราก็ลดไม่ได้ถอยไม่ได้
เพราะมันเป็นจุดยืนของชีวิต
ที่จะยอมให้ต่ำกว่านี้ไม่ได้
เพราะนี่คงเป็นจุดอ่อนหรือจุดต่ำสุดที่จะยอมได้สำหรับเรื่องนี้
ไปตลอดชีวิต

พิมพ์ไปแล้ว
นึกถึงตอนที่อยากเป็นดีเจ
เหมือนกับพูดก่อนเข้าเพลงยังไงยังงั้น

ช่วงนี้...รู้สึกจะฟังเพลงเพราะขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ
โดยเฉพาะเพลงเศร้า
แปลกที่ฟังแล้ว...มันไม่เศร้า
แต่กลับ "กระแทกใจ" และได้ข้อคิดดีๆ กับชีวิตดีเหมือนกัน
ยังไงก็ยังคงดีกว่าฟังเพลง "หนักแผ่นดิน" อีกเยอะอารมณ์


เนื้อเพลง: อินสไปเรชัน (Inspiration)
อัลบั้ม: Get Ready


แค่เพียงเธอเดิน เธอทำอะไร
จะ Move ข้างซ้ายหรือข้างขวา ไม่ธรรมดา
เธอพาให้ฉัน นั้นคอยนั่งคิดถึงแค่เธอ
แค่เพียงเธอฮัม ขึ้นมาเป็นเพลง
แต่งเองฮัมเองก็ตามที แต่เธอก็ทำให้ใจคนนี้
เต้นดังเป็นเสียงนั้นของเธอ

เสียงที่ฟังและภาพที่เห็นจากเธอมันเป็น Inspiration
เธอเป็นคนเข้ามาบันดาลสิ่งอัศจรรย์ เกิดขึ้นในใจ

Baby you make me so hot.
You drive me crazy รู้ไหม
เธอเป็นแรงบันดาลใจ ให้ฉันเจอกับสีสันใหม่ๆ
Baby you make me so hot.
อะไรก็ห้ามฉันไม่ไหว เธอเป็นแรงบันดาลใจ
ให้ฉันเจอและเห็นโลกใหม่ๆ

แค่ยิ้มนิดนิด แค่ยิ้มน้อยน้อย
จากความที่เธอสบายใจ จะรู้บ้างไหม
ใจคนคนนี้ ยากเกินจะไม่ให้ยิ้มตาม
แค่เสียงเล็กเล็ก แค่เสียงเพราะเพราะ
กับคำบางคำที่เธอมี ให้รู้ไว้ซะ
ว่าคนคนนี้ ยากเกินจะไม่ให้คล้อยตาม

เสียงที่ฟังและภาพที่เห็นจากเธอมันเป็น Inspiration
เธอเป็นคนเข้ามาบันดาลสิ่งอัศจรรย์ เกิดขึ้นในใจ

Baby you make me so hot.
You drive me crazy รู้ไหม
เธอเป็นแรงบันดาลใจ ให้ฉันเจอกับสีสันใหม่ๆ
Baby you make me so hot.
อะไรก็ห้ามฉันไม่ไหว เธอเป็นแรงบันดาลใจ
ให้ฉันเจอและเห็นโลกใหม่ๆ

เสียงที่ฟังและภาพที่เห็นจากเธอมันเป็น Inspiration
เธอเป็นคนเข้ามาบันดาลสิ่งอัศจรรย์ เกิดขึ้นในใจ

Baby you make me so hot.
You drive me crazy รู้ไหม
เธอเป็นแรงบันดาลใจ ให้ฉันเจอกับสีสันใหม่ๆ
Baby you make me so hot.
อะไรก็ห้ามฉันไม่ไหว เธอเป็นแรงบันดาลใจ
ให้ฉันเจอและเห็นโลกใหม่ๆ

Baby you make me so hot.
You drive me crazy รู้ไหม
เธอเป็นแรงบันดาลใจ ให้ฉันเจอกับสีสันใหม่ๆ
Baby you make me so hot.
อะไรก็ห้ามฉันไม่ไหว เธอเป็นแรงบันดาลใจ
ให้ฉันเจอและเห็นโลกใหม่ๆ


เนื้อเพลง: ไม่พอดีไม่ดีพอ
อัลบั้ม: Get Ready

เพลงประกอบละคร อุบัติรัก ข้ามขอบฟ้า


ใกล้เกินไป ก็เลยถูกมองเลยไป
จะทำยังไงก็ไม่ดีพอสักทีในสายตา
มากเกินไปก็ทำให้เธอรำคาญ
จะทำอะไรก็ไม่พอดีกับใจเธอสักครั้ง

เนิ่นนานเพียงใดไม่เคยสำคัญอยู่ไปวันๆ
เหมือนฉันเป็นเพียงแค่คนคนนึงที่ไม่เคยโดนใจ
ไม่เห็นค่าอะไรกับสิ่งที่ทำ

แค่เพียงเพราะเธอไม่รัก ก็เลยไม่ดีใช่ไหม
จะทำอะไรก็ไม่เคยพอใจ นี่ใช่ไหมคือเหตุผล
ผิดตรงที่เธอไม่รัก ก็มันจะไปโทษใคร
ไม่เหมือนบางคน คนที่เธอมีใจ
จะทำอะไรยังไงเธอก็ว่าดี

ไม่พอดีและไม่เคยดีเพียงพอ
ทุ่มเทลงไปไม่ได้อะไรกลับคืนให้ชื่นใจ
ไม่มีทาง ไม่มีสิทธิ์ถามใช่ไหม
จะได้ตั้งใจไม่หวังอะไรต่อไปให้ยิ่งช้ำ

เนิ่นนานเพียงใดไม่เคยสำคัญอยู่ไปวันๆ
เหมือนฉันเป็นเพียงแค่คนคนนึงที่ไม่เคยโดนใจ
ไม่เห็นค่าอะไรกับสิ่งที่ทำ

แค่เพียงเพราะเธอไม่รัก ก็เลยไม่ดีใช่ไหม
จะทำอะไรก็ไม่เคยพอใจ นี่ใช่ไหมคือเหตุผล
ผิดตรงที่เธอไม่รัก ก็มันจะไปโทษใคร
ไม่เหมือนบางคน คนที่เธอมีใจ
จะทำอะไรยังไงเธอก็ว่าดี

เพียงคำเดียวแค่เธอยืนยัน
ถ้าเธอรำคาญฉันก็จะไป
เพียงคำเดียวว่าไม่มีใจ
ฉันจะไม่ดึงดัน
กับเธออีกแล้ว ไม่มีอีกแล้ว

แค่เพียงเพราะเธอไม่รัก ก็เลยไม่ดีใช่ไหม
จะทำอะไรก็ไม่เคยพอใจ นี่ใช่ไหมคือเหตุผล
ผิดตรงที่เธอไม่รัก ก็มันจะไปโทษใคร
ไม่เหมือนบางคน คนที่เธอมีใจ
จะทำอะไรยังไงเธอก็ว่าดี


เนื้อเพลง: เลอะเลือน
อัลบั้ม: Black Jack
ของ แจ๊ค จารุพงศ์ กล้วยไม้งาม


หากฉันเป็นคนฟั่นเฟือน อาจจะลืมเลือนเรื่องนั้น
ภาพวันที่เราเคยรักกัน ภาพวันนั้นยังคงติดตา
ยิ่งจำว่าเคยรักใคร เท่ากับตายลงไปช้าๆ
หมดไปแล้วเท่าไหร่น้ำตา
สิ่งที่ได้คืนมาคือเจ็บทั้งนั้น

ร้อยพันเรื่องร้าย ใจของฉันไม่เคยจะเก็บ
เจ็บอยู่กับภาพเดิมๆ เรื่องดีๆ ที่ยังไม่เลือนลบไป

อยากลืมเธอให้หมดใจ โดยที่ใช้เวลาไม่นาน
ไม่ต้องเจ็บต้องทรมาน กับการลืมภาพเธอ
ให้ความช้ำโดนทำร้าย ให้สมองกระทบกระเทือน
ให้กลายเป็นคนเลอะเลือน
ลืมความทรงจำ ที่เตือนว่าเคยรักเธอ

สมองของฉันคอยสั่ง ว่าต้องลืมเธอให้ไหว
แต่ยังไม่มีทางสั่งใจ ให้ลืมเธอง่ายดายอย่างนั้น

ร้อยพันเรื่องร้าย ใจของฉันไม่เคยจะเก็บ
เจ็บอยู่กับภาพเดิมๆ เรื่องดีๆ ที่ยังไม่เลือนลบไป

อยากลืมเธอให้หมดใจ โดยที่ใช้เวลาไม่นาน
ไม่ต้องเจ็บ ต้องทรมานกับการลืมภาพเธอ
ให้ความช้ำโดนทำร้าย ให้สมองกระทบกระเทือน
ให้กลายเป็นคนเลอะเลือน
ลืมความทรงจำ ที่เตือนว่าเคยรักเธอ

ให้วันเวลาดีๆ กับเธอที่มีละลายลงไป
ภาพความจำครั้งนั้นจะลบยังไง
ต้องเป็นแบบนี้ อีกนานไหม

อยากลืมเธอให้หมดใจ โดยที่ใช้เวลาไม่นาน
ไม่ต้องเจ็บ ต้องทรมานกับการลืมภาพเธอ
ให้ความช้ำโดนทำร้าย ให้สมองกระทบกระเทือน
ให้กลายเป็นคนเลอะเลือน
ลืมความทรงจำ ที่เตือนว่าเคยรักเธอ


:dolphin: :dolphin:
credited to http://www.siamzone.com
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post10 Apr 2010 12:09

เคยอ่านฟอร์เวิร์ดเมล์ฉบับหนึ่ง
แล้วเลยสัญญากับตัวเองว่า
เมื่อไรก็ตามที่เจอใครทำดี
นอกจากจะชื่นชมแล้ว
จะต้องเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้รับรู้ด้วย

เมื่อวานนี้เป็นวันสุดท้าย
ที่จะจ่ายค่าไฟฟ้าได้
มิฉะนั้น...ภายในเสาร์อาทิตย์นี้
อาจจะถูกตัดไฟ...555 ขู่ไปงั้นแหละ ไม่เห็นจะตัดสักที

กว่าจะไปถึงก็น่าจะสักบ่ายสองกว่าๆ ได้กระมัง
ปิดรับชำระเงิน 15.00 น.

โอ้โฮ...คิวยาวเป็นร้อยกว่าๆ
เอาน่า...วันนี้งานไม่มี
จ่ายเสร็จก็กลับบ้านไม่มีโปรแกรมอะไร

วันนี้พนักงานทุกคนใส่เสื้อลายดอกสีนั้นสีนี้
ยกเว้นไม่มีสีแดงครับ...แรงสุดก็แค่สีส้ม
พนักงานทุกคนทำงานแข็งขันแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
แถมหัวหน้าก็เดินดูการทำงานของลูกน้องไปมาด้านหลังเคาน์เตอร์

ปกติรอ 20-30 คิวก็แค่ 2-3 นาที
ที่นี่จะเรียกคิวไวมาก

ร้อยกว่าคิว...จิ๊บๆ
นั่งอ่านหน้าบันเทิงไทยรัฐ
ยังอ่านไม่หมดทุกคอลัมภ์เลย
ได้จ่ายตังค์ละ...คิดว่า เบ็ดเสร็จรอแค่สัก 5-10 นาทีเอง

ไวแบบไม่เคยเจอหน่วยงานรับชำระเงินที่ไหน
แม้แต่ของภาคเอกชน
ที่จะไวได้ขนาดนี้
และไวเช่นนี้ทุกครั้งที่ไปชำระเงิน


ขอชื่นชมกับการทำงานของ
การไฟฟ้านครหลวง เขตนนทบุรี
ตั้งอยู่บนถนนติวานนท์
ใกล้กับ รพ.ทรวงอก :dolphin: :dolphin:
และโลตัส สาขาติวานนท์ (แคลาย)
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post10 Apr 2010 12:26

เวลา...การตัดสินใจ...กับ "ความรักของคนสองคน"

ช่วงที่ผ่านมา
มีทั้งข่าวที่น่ายินดี
และข่าวน่าเสียดายและเสียใจ
เกี่ยวกับความรักของคน 2 คู่

ความสัมพันธ์ของคนทั้ง 2 คู่
เริ่มจากการเป็นเพื่อนร่วมงานกันมาก่อน

คู่หนึ่งคบกันมา 5-7 ปี
ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขนาดลงขันกันซื้อคอนโด
ราคาเกือบสองล้านชำระเป็นเงินสด

อีกคู่คนหนึ่งทำงานบริษัทเดียวกันนี้มาเกือบ 10 ปีได้
ส่วนอีกคนเพิ่งย้ายมาเมื่อต้นปีที่แล้ว
กลางปีที่แล้วไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนร่วมบริษัท
ความสัมพันธ์เพิ่งเริ่ม ณ บัดนั้นเอง

คู่ที่สองเพิ่งแต่งงานกันไปเมื่อเดือนมีนาคมนี้

ส่วนคู่แรกซึ่งก็เป็นเพื่อนสนิทของคู่แต่งงานนี้
กลับบอกเลิกกัน
ท่ามกลางความเสียดายและใจหายของคนรอบข้าง

เพิ่งถามฝ่ายชายเมื่อเดือนกุมภานี้เอง
"เมื่อไหร่จะแต่งงานซะที"
"อยู่ที่ฝ่ายหญิงพี่...เขาอยากให้เฟอร์เฟค"

ใครๆ ก็มองว่า...คู่นี้น่ารักเหมาะสมกัน
แต่ลึกๆ ใครจะรู้ปัญหาของคนสองคนได้ดีเท่ากับเจ้าตัวล่ะ

แอบได้ข่าววงในมาว่า
ฝ่ายชายต้องคอยรับภาระหนี้สินของทางบ้านที่ซ้ำซาก
และทำท่าว่าจะไม่มีทางสิ้นสุด
ส่วนฝ่ายหญิงชอบเที่ยวกลางคืนและเมาเป็นนิจสินแต่ไม่มีเรื่องชู้สาวนะ

คำว่า "ไม่เฟอร์เฟค" คงหมายถึง สองเรื่องนี้หรืออย่างไร
คนนอกฟังๆ คิดๆ ก็ดูเหมือนว่า
"เฮ้ย...คุยกันได้...ปรับกันได้น่า"

แรกได้ฟัง...เราเองก็คิดเช่นเดียวกันนี้
แต่พอคิดๆๆ แล้ว
คนแต่ละคนมีจุดอ่อนต่างกัน
รวมถึงมีระดับของความอดทนไม่เท่ากัน

ทั้งคู่อาจจะคิดว่า
"ตัดไฟแต่ต้นลม" ดีกว่าหรืออย่างไร

สำหรับเรื่องนี้
สรุปได้สั้นๆ แค่ :dolphin: :dolphin:
"เสียดาย"
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post10 Apr 2010 12:46

ในโพสต์ถัดขึ้นไปสัก 2-3 โพสต์
มีเนื้อเพลง Inspiration
จริงๆ แล้วเนื้อหาของเพลง
พูดถึง แรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นจากคนรัก

ตอนที่ก๊อปเพลงอยู่นั้น
เรากลับนึกถึง "เสื้อแดง"
ในส่วนที่ไม่ดี
ก็มักจะมี "สิ่งดีๆ " แฝงอยู่เสมอ
อยู่ที่ว่า...เราจะรู้สึกและนำมันมาใช้ให้เป็นประโยชน์
หรือเพิกเฉยต่อแรงบันดาลใจอันนั้น


แรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นกับเรา คือ
ทำให้เราหันมาทบทวนบทบาททางการเมืองของตัวเรา

หากในช่วงนั้น
เราไม่หันหลังให้การเมือง
แล้วเดินตามรอยพ่อไปตามถนนสายนั้น
เราจะทำอะไรให้กับประเทศชาติได้
ได้อย่างดีหรือ "อย่างชั่ว"

กับในวันนี้
เริ่มรู้สึกว่า
แค่ทำหน้าที่พื้นฐานของประชาชนเล็กๆ คนหนึ่ง
ในระบอบประชาธิปไตย
ดูจะไม่เพียงพอเสียแล้ว

ขอบใจ "เสื้อแดง" นะ
ที่อย่างน้อยก็เป็นแรงบันดาลใจให้เราได้คิดขึ้นมา

แต่ถึงอย่างไร
สิ่งที่คุณทำๆ กันอยู่
ท้ายที่สุด
พวกคุณก็ต้องได้เสวยบุญหรือชดใช้ให้กับประเทศชาติ
และประชาชนโดยรวมอย่างใดอย่างหนึ่งนั่นแล

เราไม่อาจตัดสินได้ว่า
สิ่งที่พวกคุณทำอยู่นั้น
เป็น "สัมมาทิฐิ" หรือ "มิจฉาทิฐิ" กันแน่

เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณ
ที่พวกคุณทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจนี้ขึ้นมา
เราก็ขอแผ่เมตตาให้พวกคุณได้ตระหนักรู้โดยเร็วพลันว่า

สิ่งที่พวกคุณกำลังทำอยู่นั้น
เป็น "สัมมาทิฐิ" หรือ "มิจฉาทิฐิ" กันแน่
และเลือกคิดเลือกปฏิบัติให้ถูกต้อง
จะได้เป็นบุญกุศลแต่ตนเองและประเทศชาตินับแต่นี้ต่อไป

อนุโมทนาสาธุครับ :dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post10 Apr 2010 13:20

กับคำถามหลายคำถาม
เขาเรียกว่า "อจินไตย"
คือ ไม่สมควรสนใจหรือไขว่คว้าหาคำตอบ

วันนี้
มีเรื่องเกี่ยวกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง
ที่เราสนใจเห็นว่าเป็นกรณีศึกษาที่ดีเยี่ยมเลยทีเดียว

ความสัมพันธ์แรกของเรากับท่าน
เป็นแบบลูกค้ากับเจ้าของผลิตภัณฑ์

กับทั้งสองผลิตภัณฑ์ที่ยอมควักกระเป๋าซื้อ

1. ผลิตภัณฑ์แรกแพงเกือบครึ่งแสน
ควักกระเป๋าตัวเองครึ่งหนึ่ง
อีกครึ่งหนึ่งแย่จังคล้ายไปแบล็กเมล์พ่อตัวเองมา
ในช่วงนั้นที่อัตราแลกเปลี่ยนของเงินบาท
ยังผูกติดกับตะกร้าดอลล่าร์ (25 บาทต่อดอลล่าร์)

เป็นความไม่ประทับใจ
และไม่พึงพอใจของลูกค้าต่อผลิตภัณฑ์
ด้วยข้อร้องเรียนในใจว่า
"หลอกลวง"

ผลิตภัณฑ์แรก
เริ่มจากเมื่อสักปลายปี 2537 ได้
ตอนนั้นน่าจะเป็นรุ่นแรกๆ
ที่มือถือเปลี่ยนรูปทรงจากใหญ่ขนาดเท่าๆ กับเขียง 555
มาเป็นรูปทรงและขนาดที่สมพอดีและเหมาะมือ
สมกับชื่อที่เรียกกันจนติดปากถึงทุกวันนี้ว่า "มือถือ"

ที่รู้สึกแย่คือ
1. ตอนนั้นนอกจากซื้อใช้เองแล้ว
ยังเป็นคนจัดซื้อให้เจ้านายด้วย
คงถูกด่าตามหลังแน่ๆ ...ที่ไม่รู้เพราะลาออกมาก่อน

2. เทคโนฯ ของเครื่องดีเยี่ยมเลย
ตอนนั้นเป็นระบบ GSM รุ่นแรก
เครือข่ายห่วยแตก...ออกชื่อได้แบบไม่ต้องกลัวฟ้องกลับ

เพราะโจทก์และพยานเยอะมาก
เพื่อนเราเคยทำงานฝ่ายการตลาดที่บริษัทนั้น
แย่ที่ว่า...เบอร์ดันใกล้เคียงกับเบอร์แผนกลูกค้าสัมพันธ์
วันๆ รับสายที่ด่าผิดแผนกแบบนับครั้งไม่ถ้วน

โทรได้แค่ระดับพื้นราบในพื้นที่แคบๆ ของ กทม. เท่านั้นเอง
อย่างมาทางบ้านเราไปทางถนนรัตนาธิเบศร์
โทรได้สักประมาณถึงสะพานพระนั่งเกล้า
หลังจากนั้นก็กลายเป็น "มือถือเด็กเล่น" ไปเฉยเลย
ถ้าขึ้นตึกไปนี่...อย่าหวัง...อย่าหวังที่จะใช้
เพราะจะหน้าแตกยับในทันใด

กว่าที่ระบบจะรองรับได้ดีเยี่ยมเหมือนในปัจจุบัน
ก็ตอนที่เครื่องรุ่นนั้นตกมาอยู่ที่ราคาหลักหมื่นต้นๆ

เรายังใช้ระบบนั้นต่อเนื่องมา
จนถึงเพจเจอร์ก็ยังใช้ของบริษัทเดียวกัน
ซึ่งการให้บริการดีเลิศเลยเทียว

จุดระเบิดมาเกิดขึ้นเมื่อ
1. ทำไมต้องเสียค่าบริการรายเดือน 500 บาท
ซึ่งเลิกเรียกเก็บตรงๆ หลังจากนั้น
เปลี่ยนมาให้ไม่ดูน่าเกลียดในรูปของ "โปรโมชั่น" ต่างๆ

2. ในเมื่อระบบมือถือกับเพจเจอร์เป็นบริษัทในเครือ
ตอนที่มือถือติดต่อไม่ได้อันเนื่องจากความห่วย
และหลอกลวงลูกค้าที่ไม่ทราบหรือถูกปกปิดว่า
"ระบบเครือข่ายยังแคบอยู่"

เราเสนอบริษัทเพจเจอร์ว่า
กรณีที่มือถือติดต่อไม่ได้
หากมีใครโทรเข้ามา
ขอให้ลิ๊งค์มาแจ้งที่เพจเจอร์ของเราจะได้ไหม
คำตอบ คือ
"คนละบริษัท คนละส่วนกันค่ะ"
คนที่ตอบคำถามให้เราเป็นผู้จัดการของ Call Center เลย
เพราะพนักงานตอบเราไม่ได้

หลังจากนั้น
เมื่อ "มือถือ" เริ่มมีระบบ "ฝากข้อความ" และ "Miss Call"
จึงกลายเป็นจุดอวสานของเพจเจอร์ไปในที่สุด

แค่อยากบอกให้รู้ว่า
"เสียงของลูกค้าคนเดียวอาจไม่สำคัญแต่มีความหมายนะครับ"

ถึงอย่างไรก็ยังใช้ระบบนั้นต่อเนื่องมา
ปัจจุบันเราเปลี่ยนไปใช้ระบบที่มีจานแดงขาย
มาไม่ต่ำกว่า 5 ปี
ส่วนระบบนั้นให้แม่ใช้แทน

2. ช่วงสัก 6-7 ปีที่แล้ว
ผู้มีชื่อเสียงนิยมเขียนหนังสือแนวอัตตชีวประวัติออกมาขายกัน
ช่วงนั้นมีของผู้ใหญ่ท่านนี้ออกมาอยู่ 1 เล่ม
เราซื้อมาอ่านด้วยความชื่นชมยิ่ง
ต่อมาชักออกแนวซีรีส์
คือ มีเล่ม 2 และ 3 ออกตามมา
ทั้งหมดไม่รู้กี่เล่ม
เพราะพอเห็นเล่มสอง
และได้ข้อมูลมาว่า
ท่านกำลังจะลงเล่นการเมืองตามระบบ
โหย...เสียความรู้สึกมากๆ

ที่พิมพ์ๆ มาขายได้ตังค์ไม่พอ
นั่นน่ะ...เท่ากับเป็นใบปลิว(แอบ) หาเสียงของท่านเลยเชียว

ถูกหลอกรอบสองอีกแล้วสิน่า

และแล้ว(ด้วยบุญของท่านแท้ๆ) ท่านผ่านการเลือกตั้งอย่างฉลุยโลด
ท่านได้เป็น...เบอร์ 1 ของประเทศสมความคาดหมาย

ในขณะที่เรากลายเป็น "คนโง่" เบอร์ 1 ของประเทศโดยไม่ได้คาดหมาย 555

ปล. ยาวเกิน...แหะๆ...ถึงยังไงก็มีต่อครับ 555
:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post10 Apr 2010 20:20

กำลังสบายใจและสนุกกับเรื่องเล่าอยู่เชียว
พลันต้องสะดุดเท้าตัวเองด้วยข่าวทางทีวี

เพิ่งได้ฟังข่าวเหตุชุลมุนที่แยกสะพานผ่านฟ้า
และอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

แกนนำ นปช.
(ที่ไม่ขอออกชื่อเพราะไม่ถูกชะตาตั้งแต่เห็นหน้าทางทีวีครั้งแรก
ตอนที่ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาหรือโฆษกรัฐบาลของที่แล้วอะไรสักอย่าง
รับตำแหน่งอยู่ได้ไม่นานก็มีการเปลี่ยนรัฐบาล
สงสัยเสร็จงานครั้งนี้คงจะได้รับการเสนอชื่อ
เข้ารับตำแหน่ง รองนายกฯ หรืออย่างไร)
ได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมจากแยกราชประสงค์
มุ่งหน้าไปยังจุดชุลมุน

ช่วงนี้พ่อเราไปต่างจังหวัด
เลยไม่สะดวกจะถามสถานการณ์การเมือง
จะโทรไปถามบ่อยเกิน
พ่อก็จะกังวลไปอีก

กว่าพ่อจะกลับ
ไม่รู้ กทม. จะเดือดด้วยสงกรานต์เลือดกันไปแล้วหรือเปล่า

พ่อเราบอกช่วงสงกรานต์สถานการณ์จะดีขึ้น

หรือ นปช. เกรงอะไรหรือเปล่า
จึงหาทางสร้างสถานการณ์
เพื่อให้รูปการออกมาเป็นว่า
รัฐบาลใช้ความรุนแรงกับประชาชน
เพื่อสร้างความชอบธรรมที่จะทำอะไร
ที่ทำให้ประเทศของเราแย่ไปกว่านี้
ให้แล้วเสร็จก่อนเริ่มเทศกาลสงกรานต์

โอ้...คิดแล้วจะหวั่นกลัว
หรือจะกล้าเผชิญหน้ากับการท้าทายใหม่ๆ ดีหนอ

ปีนี้...ปีเสือ...ซะด้วย
ถ้านับตามปฏิทินจีน
ก็เป็นต้นๆ ปีเสือ
แต่ถ้านับตามปฏิทินไทย
ก็ย่างเข้าปีเสือ

ขอให้สิ่งเลวร้ายที่ประเทศชาติและประชาชนชาวไทย
กำลังเผชิญหน้าอยู่นี้
จบสิ้นด้วยดีก่อนย่างเข้าปีเสือไทย

ขอ "ธรรมจงรักษาผู้ประพฤติธรรม" ด้วยเทอญ
:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post10 Apr 2010 20:48

มีผู้ตั้งคำถามทิ้งไว้ใน FB
"คนไทยเกิน 1 ล้านคนไม่สนับสนุนให้ยุบสภา"

คำถามนั้นคือ
"หากคุณเป็นนายกฯ คุณจะทำอย่างไร"

ก็ไม่เห็นมีใครมาตอบมาเสนออะไร
ส่วนตัวเรา...คิดมา 3-4 วันยังคิดไม่ออก

วันแรกๆ ก็คิดว่า
สลายการชุมนุมโดยใช้น้ำฉีด
วันต่อมาก็...ใช้แก๊สน้ำตา
นี่คือ...คิดแบบที่เป็นตัวเราเอง

แต่ถ้าคิดแบบ "ประชาธิปัตย์" ล่ะ
- สุขุมนุ่มลึก
- สันติวิธี ไม่ใช้ความรุนแรง
- รักษาภาพ

ซึ่งในสายตาประชาชนจะมองว่า...ช้ายืดยาดไม่ทันการ



(ข้อความต่อไปนี้ได้มาจาก เว็บ โอเคเนชั่น นะครับ)
คำคมของท่านซุนวูที่ว่า
รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง
........."รู้ เขา รู้ เรา รบร้อย ครั้ง ชนะ ร้อย ครั้ง " เป็นคำกล่าวของ ซุนวู

......ดูก่อน นักรบการเมือง ซุนวู กล่าวไว้ใน กลวีธีการรบบทที่ สามว่า

..." การรบนั้น บ้านเมืองสมบูรณ์ เป็นเอก บ้านเมือง บอบช้ำเป็นรอง"

...."ผู้สันทัดการรบ ไม่ต้องรบก็สยบข้าศึกได้"

...หากอยากได้เป็นที่สุด ของยอดเยี่ยม ต้องรบแบบบ้านเมืองบอบช้ำน้อยที่สุด

...หากพรรคไหน ทำได้ ก็เอาใจ ประชาชนไป


สถานการณ์ตอนนี้น่าเป็นห่วงและหนักใจแทนรัฐบาล
(เสือกไปหนักใจแทนเขาทำไมละ
ไม่ได้เป็น นายก หรือ รมต. อะไรกับเขาสักหน่อย
อยู่บ้านข้าวปลาก็มีกิน ฯลฯ
ถามเอง-ตอบเอง-อ่านเอง ((มันดีอะ))
ก็...เจือก...เกิดเป็นคนไทย...นี่หว่า 555)

ก็อย่างที่ท่านซุนวูได้กล่าวไว้ในตำราพิชัยสงครามของท่านนั่นแล

"รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง"

นี่...รบครั้งเดียว...ยังหืดขึ้นคอขนาดนี้
แถมได้เลือด...เสียชีวิตกันแล้วด้วย

ในขณะที่อีกฝ่ายวางแผน ทุกด้าน ล่วงหน้า มาเป็นอย่างดี
คิดว่าไม่น้อยกว่า 2 - 3 ปี
(คำนวณจากครั้งแรกๆ ที่เราเห็นจานแดงนั่น แล้วบวกลบเพิ่มดู)

การรบโดยใช้ "มวลชน" เป็นฐาน
ด้วยวิธี "โฆษณาชวนเชื่อ" + ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะ (แจกให้) ได้รับ
โธ่ๆ ...พี่น้องเอ๋ย...ฟังโฆษณา "ผงซักฟอก" เข้าทุกวัน
ดีไม่ดี...ชื่อและสรรพคุณก็ฝังเข้าไปในจิตวิญญาณแล้วครับ
อันนี้สำเร็จได้ด้วยบุญกุศลอันเนื่องมาจาก.......
(จงเติมคำในช่องว่าง...ขำๆ น่า)

การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และแผนการ + ความไว
นี่ยกให้เลย...หาคนเทียบยากหรืออาจจะไม่มีมาเกิดด้วยซ้ำ
อันนี้สำเร็จได้ด้วยบุญกุศลอันเนื่องมาจาก.......
(จงเติมคำในช่องว่าง...ข้อนี้ยังคิดไม่ออก ขอเวลา 2 วัน
ขำๆ รอไปก่อนนะ 555)

ที่ยังสงสัย คือ
ด้วยอานิสงส์ใดส่งให้ท่านรวย...สมกับคำว่า "รวยล้นฟ้า" เลยทีเดียว
แต่ก็มีจุดหักเหในส่วนของทรัพย์สิน
อันนี้รู้ๆ กันอยู่เนื่องจาก...(อ) กุศลกรรมอันใด

ท้ายที่สุด
คำตอบของปัญหาที่เราๆ กำลังเผชิญอยู่นี้
เกี่ยวกับปริศนาธรรม 2 ข้อเท่านั้นเอง
และอยู่ที่ว่า...ท่านผู้เกี่ยวข้อง
ท่านจะเอาชนะใจตัวของท่านเองได้หรือไม่
เหตุการณ์จะสิ้นสุดโดยเร็วพลันหรือยืดเยื้อยาวนาน
ขึ้นอยู่กับความช้าเร็วในการตัดสินใจของท่านนั่นเอง

เพ้อเจ้อ...ผีเข้าหรือป่ะเนี่ย 555
:dolphin: :dolphin:
Last edited by ai' on 11 Apr 2010 00:55, edited 1 time in total.
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post11 Apr 2010 00:06

โหะๆ ...หายตัวไปดูละคร "น้ำเน่า" มา 2 ชั่วยาม

สถานการณ์การรบภายในประเทศอันเป็นที่รักของเรา
"น้ำเน่า" ยิ่งกว่าละครเสียอีก

การรบระหว่าง "ไทย-ทหาร" กับ "ไทย-เสื้อแดง"

แรกๆ ก็เครียดๆ กับสถานการณ์ความไม่สงบสุขภายในประเทศ

ตอนนี้ออกแนว "อายๆ" ละ
อายประเทศอื่นที่เขาเดือดร้อนล้มตายบาดเจ็บ
จากภัยธรรมชาติบ้าง
จากการถูกบีบคั้นทางการเมืองจากผู้นำเผด็จการ
จากการกระทบกระทั่งกับประเทศเพื่อนบ้าน

ของไทยเรา...รบกันทำไม...สู้กันทำไม
สู้กันเพื่อจะถอย ไปใช้ระบอบ "เอกาธิปไตย"
(โหะๆ เสือกมือไวพิมพ์ "ไม้เอก" ไปบน ถ.ถุงอีก..เวรไหมล่ะ)
เอ...หรือจะใช้คำให้ถูกต้องชัดเจน
คิดว่า...น่าจะหมายถึง...ระบอบ "ปิตุลาธิปไตย" ซะมากกว่า

ข่าวรายงานว่า
มีบาดเจ็บร่วม 400 (ตัวเลขแปลกๆ ยังไม่น่ายืนยันได้)
ฝ่าย "ไทย-ทหาร" ที่บาดเจ็บร้อยกว่านาย
ถูกส่งเข้าพักรักษาตัวที่ รพ. พระมงกุฎเกล้า

เห็นภาพข่าวแล้ว
สงสารแพทย์พยาบาลและบุคลากร
ต้องมาวิ่งวุ่นกันกลางดึก

ส่วนฝ่าย "ไทย-เสื้อแดง" บาดเจ็บร้อยกว่าคนเช่นกัน
ถูกส่งเข้าพักรักษาตัวที่ รพ. วชิระ
นอกจากสงสารแพทย์พยาบาลและบุคลากรแล้ว
ที่พลอย (เดือดร้อน) ต้องมารักษาความปลอดภัย
หรือป้องกันการก่อเหตุวุ่นวายบริเวณ รพ. วชิระ
คือ ตำรวจ(ทั้งโรงพักเลยหรือเปล่า) สน. สามเสน
เวร (กรรม) จริงๆ ที่ สน. รวมทั้งแฟลตที่พัก
อยู่ตรงข้าม รพ. วชิระ พอดี๊

ทางด้านยอดผู้เสียชีวิต
รายงานข่าวสรุปในช่วงประมาณ 21.00-22.00 น.
มีประมาณ 5 ราย
แต่ยังไม่มีการยืนยันว่า
เป็น "คนไทยฝ่ายไหน...ฝ่ายละกี่คน"

และความโชคดีมาเยือนข้าพเจ้าอีกแล้ว
เนื่องจาก 1 ในผู้เสียชีวิต
เป็น "ผู้สื่อข่าว สนข. รอยเตอร์"
เกิดเป็น "ชาวญี่ปุ่น" ขึ้นมาซะอีก
(แอบเห็นแก่ตัวอีกละ) งานที่น้อยอยู่แล้วในเดือนนี้
ก็คงยกเลิกกันเป็นแถบๆ ทันทีที่ทางญี่ปุ่นได้รับข่าวนี้

คนไทยต้องมารบราฆ่าฟันกันเองอย่างนี้
สะใจกันพอหรือยัง
คนที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ถึงจะเป็นใครก็ไม่รู้
แต่เขาก็เป็นคนไทยเหมือนกันกับเราๆ ท่านๆ

อยากรู้นักว่า
หากเป็นญาติเป็นคนในครอบครัวที่ท่านรัก
ท่านจะรู้สึกอย่างไร...ยังจะเดินหน้าต่อไปอีกไหม

หรือเห็นสมควรจะหยุดเสียที
จะได้ยกมือท่วมหัวอนุโมทนาสาธุ
แล้วตื่นไปทำงานตามปกติในบ่ายวันพรุ่งนี้
ขอบคุณครับท่าน :dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

PreviousNext

cron