วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

General Discussion
กระดานข่าวชาวเกย์
เรื่องราวเล่าสู่กันฟัง
ปรึกษาปัญหาต่างๆนานา

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post24 Apr 2010 01:25

"เวรกรรมมีจริง" และบ่อยครั้งที่ส่งผลไวติดจรวด

หากใครติดตามอ่านเรื่องเล่าในกระทู้นี้เป็นประจำ
คงพอจำได้ว่า...สักสองเดือนที่แล้ว
เราเคยเล่าถึงเพื่อนร่วมงาน
ที่ประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ชน
แปลกที่ร่างกายส่วนอื่นก็ดูปกติดี
อาการหนักช่วงศีรษะและใบหน้า
ตอนที่ไปเยี่ยม...เห็นแล้ว...ไม่คิดว่า...จะรอด
หรือถ้ารอดรอด...ก็อาจจะเป็นเจ้าชายนิทรา
หรือไม่ก็มีปัญหาที่สมอง

อาการป่วยฟื้นตัวเร็วมาก
หลังจากนั้น 2-3 สัปดาห์
ก็สามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ
สิ่งที่ผิดปกติ...คือ
ศีรษะยุบไปเล็กน้อย
ใบหน้าเสี้ยวหนึ่งและขอบตาผิดรูปไป

เราก็นึกไปว่า...อาจจะมาจากผลกรรม "ขายไนท์ทัวร์"

เพิ่งรู้จากน้องที่ทำงานอีกคนที่เป็น "เสื้อเหลือง" ว่า
ก่อนหน้าประสบอุบัติเหตุสักหนึ่งเดือน
น้องเคยได้ยินเพื่อนร่วมงานคนนี้
พูดจาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
น้องที่ปากไวอยู่แล้วเลยด่าไปว่า
"ระวัง...นรกจะกินหัว"

ิสิ่งที่เรา (แอบ) สงสัย
จึงกระจ่่างในค่ำคืน
อันเป็นประวัติศาสตร์อันเลวร้ายของชาว กทม.
ที่มีระเบิดลงใจกลางเมือง
ยังผลให้มีผู้บาดเจ็บ 75 เสียชีวิต 1 ราย

กรรมจะส่งผลเมื่อ

1. มีผู้กระทำ
2. มีเจตนาที่จะกระทำ
3. เกิดการกระทำ
4. มีผู้รับการกระทำ (เสียหาย)

ลูกระเบิดคงไม่ได้ตกมาจากสรวงสวรรค์หรอกครับ :dolphin: :dolphin:
ถึงไม่มีใครรู้แน่ชัด...แต่
ใครเป็น "คนโยน คนขว้าง" ก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจตนเองนั่นแหละครับ

ขอส่งกำลังใจให้ผู้ป่วยทุกท่านหายป่วยโดยไว
และขอให้ดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับจงไปสู่สุคติครับ
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post04 May 2010 01:54

หลังจากสังเกตและคิดไปเองว่า
สมาชิกบอร์ดเบื่อกระทู้ที่เกี่ยวกับการเมือง
ซึ่งเราเองมีส่วนเข้าไปโพสต์เยอะพอสมควร
ก็เลยสำนึกผิดเล็กๆ

ที่คิดว่า
สังเกตได้คือ
เห็นมีสมาชิกไปขุดกระทู้เก่าๆ ขึ้นมา

ที่ขำๆ คือ
เราเองก็ไม่ได้ดูตาม้าตาเรือ
โพสต์เข้าไปจังๆ
พอไล่ดูอีกที
เป็น "งานราชการ" ตั้งแต่ปี 2008
555 ขำๆ

ก็เลยไปคลิกๆ หากระทู้เก่าๆ ที่สนใจ
แล้วโพสต์ๆ
เพื่อดันให้กระทู้การเมืองตกไป
หวังว่า...สมาชิกบอร์ดคงเข้าใจ
ความมีจิตอาสาของเรานะ

จริงๆ มีอีกหลายกระทู้น่าสนใจ
แต่จะออกเป็นแนว...ถามความเห็น
เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว
เกรงว่า...หากขุดขึ้นมา
อาจจะกลายเป็น...เหตุขึ้นมา

ถึงวันนี้
ภารกิจขุดกระทู้ก็เสร็จสิ้นไปเรียบร้อยแล้ว

ที่ประทับใจที่สุด
น่าจะเป็นกระทู้ของคุณ Landends
ที่เล่าถึงคำสบประมาท
ที่บุคคลผู้มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จในชีวิตด้านต่างๆ
ได้ประสบมา

ขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านครับ

เออ...พูดถึง...คำสบประมาท
ก็สงสัยอยู่เหมือนกัน

"ทำไม A ถึงสบประมาทเราไปซะแทบทุกเรื่อง"
เจตนาจริงคือ...อะไรกันนะ
(ปล. ไม่ใช่คำถาม...ไม่ต้องตอบก็ได้ครับ 555)
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post06 May 2010 01:25

ai' wrote:
สมาชิกบอร์ดเบื่อกระทู้ที่เกี่ยวกับการเมือง


อันนี้เดาว่าหมายถึงผมหรือปล่าว? 555
เอาเป็นว่า ไม่รู้พี่aiหมายถึงผมไหม ...แต่ผมไม่ได้เบื่อกระทู้การเมืองนะครับ...แต่ผมโคดจะเบื่อเลยครับ555+

คือ ถ้ามีกระทู้การเมืองบ้างมันก็โอเคครับ แต่ไอ้ครั้นเปิดมาแล้ว พรืดมาทั้งmonitorนี่ แทบจะเมินหน้าหนีครับ
ผมคิดว่าผมเข้าผิดบอร์ดไปแล้ว...

มันไม่ใช่ความผิดใครที่ทำให้ผมเบื่อหรอกครับ ...อาจจะผิดที่ผมเองก็ได้ที่มาเบื่อเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้.. คือ ผมไม่ชอบที่มาเห็นคนมาด่าๆกันในบอร์ด แล้วก็พูดจาเสียดสีอะไรกัน(ซึ่งจริงๆ ตรงนี้ก็มีคนแค่คนสองคน ที่ปลุกปั่นให้เสียดสีกันแหละครับเท่าที่ผมอ่านนะ)

บอร์ดนี้ สำหรับผมและหลายๆคนมันเหมือนเป็นที่พักใจ คือ แวะมาอ่านสบายๆ อาจจะมีเดือดๆทะเลาะกันบ้าง...แต่ไม่ใช่แบบ เดือดกันเป็นอาทิตย์เป็นเดือน ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ...แล้วก็พูดจาเสียดสี แถๆ โดยที่รู้สึกว่าไม่เห็นมีอะไรที่มันเป็นผลลัพธ์ออกมา ...มีแต่อารมณ์ขุ่นมัว ที่เกิดกับทั้งคนปลุกปั่น และ คนถูกปลุกปั่น ...คือมันน่าเบื่อหนะครับ...แต่ถ้ามติบอร์ด คนส่วนใหญ่ยังอยากให้เป็นแบบนี้ ผมก็ยอมรับนะ...ก็จะไปด้วยดี...ก็มาบ่นๆหนะครับ

ไปนอนแล้วดีกว่า บ่นเยอะเกินวันนี้555+ ฝันดีนะครับทุกคน



ปล. ขอบคุณพี่ai สำหรับเจตนาที่ดีในการขุดกระทู้เก่าขึ้นมานะครับ
"I DISCRIMINATE ALL ANTI-GAY PEOPLE. PLEASE JUST STAY AWAY FROM ME"
User avatar
Nikey
ปริญญาโท ปริญญาโท
Posts: 2078
Joined: 03 Jan 2008 13:23

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post07 May 2010 21:13

Nikey wrote:
ai' wrote:
สมาชิกบอร์ดเบื่อกระทู้ที่เกี่ยวกับการเมือง


อันนี้เดาว่าหมายถึงผมหรือปล่าว? 555
เอาเป็นว่า ไม่รู้พี่aiหมายถึงผมไหม ...แต่ผมไม่ได้เบื่อกระทู้การเมืองนะครับ...แต่ผมโคดจะเบื่อเลยครับ555+

คือ ถ้ามีกระทู้การเมืองบ้างมันก็โอเคครับ แต่ไอ้ครั้นเปิดมาแล้ว พรืดมาทั้งmonitorนี่ แทบจะเมินหน้าหนีครับ
ผมคิดว่าผมเข้าผิดบอร์ดไปแล้ว...

มันไม่ใช่ความผิดใครที่ทำให้ผมเบื่อหรอกครับ ...อาจจะผิดที่ผมเองก็ได้ที่มาเบื่อเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้.. คือ ผมไม่ชอบที่มาเห็นคนมาด่าๆกันในบอร์ด แล้วก็พูดจาเสียดสีอะไรกัน(ซึ่งจริงๆ ตรงนี้ก็มีคนแค่คนสองคน ที่ปลุกปั่นให้เสียดสีกันแหละครับเท่าที่ผมอ่านนะ)

บอร์ดนี้ สำหรับผมและหลายๆคนมันเหมือนเป็นที่พักใจ คือ แวะมาอ่านสบายๆ อาจจะมีเดือดๆทะเลาะกันบ้าง...แต่ไม่ใช่แบบ เดือดกันเป็นอาทิตย์เป็นเดือน ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ...แล้วก็พูดจาเสียดสี แถๆ โดยที่รู้สึกว่าไม่เห็นมีอะไรที่มันเป็นผลลัพธ์ออกมา ...มีแต่อารมณ์ขุ่นมัว ที่เกิดกับทั้งคนปลุกปั่น และ คนถูกปลุกปั่น ...คือมันน่าเบื่อหนะครับ...แต่ถ้ามติบอร์ด คนส่วนใหญ่ยังอยากให้เป็นแบบนี้ ผมก็ยอมรับนะ...ก็จะไปด้วยดี...ก็มาบ่นๆหนะครับ

ไปนอนแล้วดีกว่า บ่นเยอะเกินวันนี้555+ ฝันดีนะครับทุกคน



ปล. ขอบคุณพี่ai สำหรับเจตนาที่ดีในการขุดกระทู้เก่าขึ้นมานะครับ

ขอบคุณ คุณ Nikey ที่แวะมาเยี่ยมครับ

เห็นใครๆ ก็บ่นไม่อยากให้มีกระทู้การเมืองในบอร์ด
เลยไปหากระทู้เก่าๆ ที่น่าจะกลางๆ เข้าไปอ่านไปตอบกันได้
แต่ช่วงนี้รู้สึกสมาชิกจะโพสต์กันน้อย
หรือติดภารกิจอื่นไม่ว่างเข้าบอร์ดหรืออย่างไร

เบื่ออีกไม่นานก็ไปเรียนต่อแล้ว
น่าจะอีกนานกว่าจะได้กลับมาเบื่อการเมืองไทยอีก :dolphin: :dolphin:
ยังไงถ้ามีเลือกตั้งใน ตปท. ...ก็อย่าลืมไปใช้สิทธินะครับ
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post08 May 2010 12:53

วันนี้อาบน้ำหมาไป 5 ตัว
เย็นทั้งคนทั้งหมา
นี่พฤษภา (ทมิฬ) หรือไง
ถึงร้อนได้...เยี่ยงนี้

เหนื่อย เบื่อ เซ็ง
ไปทำงานดีกว่า

เออ...เห็นมีใครบ่นๆ ว่า
ทำไมใครต่อใคร...มัวแต่รักงานห่วงงาน
ทำไมไม่ให้ความสำคัญกับความรักบ้าง

ก็ความรัก...บางครั้งทำให้สุขใจ...บ่อยครั้งเกินทำให้ทุกข์ใจ
แต่...งานทำให้อิ่มท้อง...และสุขใจได้

ขาดความรัก...ก็เหมือนจะตาย...ตายทางจิต
แต่ไม่มีงานทำนี่...อดตาย...ตายทางกาย
ต่างกันนะครับ
:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post12 May 2010 09:09

วันก่อนดูละครหลังข่าว "หงส์ฟ้า" ช่อง 7 สี

ประทับใจอยู่ตอนครับ
คือ ตอนที่นังร้ายตัวอา (555 ไม่ใช่ตัวแม่) กับหลานสาว
ไปทำกร่างที่โครงการคอนโด
ที่นังร้ายตัวอาถูกตัวร้ายฝ่ายชายหลอกให้เอาเงินไปร่วมลงทุน

ชอบคำพูดของหลานสาวคล้ายๆ ที่ว่า
"ตายแล้ว ยอดขายนิ่งมา 10 วันแล้วค่ะ คุณอา จะทำยังไงดีคะ"


กับได้ข้อคิดจากสิ่งที่นังร้ายตัวอาแสดงต่อลูกค้า
เป็นแก๊กที่เราจะได้ยินบ่อยๆ จากด้านโนฮาวการขาย
คือ...ไล่ตะเพิดลูกค้าพ่อลูกที่แต่งตัวกางเกงขาสั้นลากรองเท้าแตะ
ซึ่งในทางการขาย...เราทำเช่นนี้กับลูกค้าไม่ได้ครับ


ต่อคำถามว่า..."จะทำยังไงดี เมื่อยอดขายนิ่งมา 10 วันแล้ว"
ที่คิดได้ตอนนี้ คือ...ต้องเร่งยอดขาย (บูสท์เซล) ครับ
ส่วนวิธีการ...ช่องทาง...ขอคิดๆ ก่อนครับ
เพราะการขาย+การตลาดเป็นจุดอ่อนของข้าพเจ้าครับ

ใครเป็นเซลล์แมนตัวพ่อหรือตัวแม่
หรือนักการตลาดก็ได้ครับ
ขอเสียงหน่อยครับ 555

ปล. วิธีการ + งบประมาณ + ยอดขายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นนะครับ
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post15 May 2010 18:55

คืนนี้ 15 ต่อ 16
เราต้องออกไปรับ นทท. หลังเที่ยงคืน
เพื่อพาไปส่งกลับญี่ปุ่น
มาตั้งแต่วันที่ 13 แล้วแหละครับ
โรงแรมที่ว่า...เข้าออกได้หลายทาง
อยู่ในวงล้อมของถนน ราชปรารภ +
เพชรบุรีตัดใหม่ + เลียบทางรถไฟมักกะสัน

ดีว่า...บริษัท (เที่ยวนี้รับมุกดีนี่)
เพิ่งย้าย นทท. ไปพักแถบสุขุมวิทวันนี้เอง
น่าจะย้ายไปแต่เมื่อวานนี้ด้วยซ้ำ 555

เดี๋ยวเราก็คงต้องโทรถาม 184
ซึ่งช่วงนี้...บริการดีขึ้นมากๆ เลยครับ
สายอะไรจะพาเราไปได้...และวิ่งถึงกี่โมง

เราเข้าบริษัทตั้งแต่เมื่อวาน
งานช่วงบ่ายก็โกลาหลมาก
จากบ้านเมืองนนท์
ไปบริษัทที่แยกอโศก
ออกจากบ้าน 11.00 น. กว่า
สาย 63 ต่อ 136
แปลกที่บางทีก็จะนั่งไปถึงเซ็นทรัลลาดพร้าว
แล้วขึ้นรถใต้ดิน...วันนี้เวลาเหลือเยอะ...ประหยัดๆ

หลับๆ ตื่นๆ ไปนานมากในความรู้สึก
สถานีรถไฟใต้ดินเริ่มปิดไล่มาเรื่อย
ซึ่งไม่รู้สึกผิดปกติ...เพราะก่อนหน้าก็เคยปิดมาแล้ว

ถึงแยกอโศก...แอบดีใจว่า...มาถึงบริษัทช่วงเที่ยงๆ
ที่รู้ว่า "เที่ยง" เพราะผู้คนออกมายืนเดินริมถนนอโศกมนตรี
เหมือนช่วงเที่ยง...แต่ สีหน้าของผู้คน...ดูผิดปกติ

เราผ่านรัชดาและอโศกช่วงเที่ยงบ่อยมาก...แทบทุกสัปดาห์ก็ว่าได้
ได้สีหน้าพนักงานบริษัทเดินมาเป็นคู่หรือเป็นกลุ่ม
พนักงานที่ได้พักจากงานช่วงเช้า
กำลังเม้าท์อย่างสนุกสนานกับเพื่อนๆ
อาจจะเม้าท์เรื่องที่ทำงาน...หรือ...เที่ยงนี้จะกินจะไรดี
หรือกินเที่ยงเสร็จแล้ว...จะช้อปอะไรดี
หรือจะซื้อหิ้วหอบของว่างยามบ่ายติดมือกลับออฟฟิศ
แต่วันนี้...มันไม่ใช่...

สีหน้าดูเร่งรีบร้อนรน...ดูวุ่นวาย
เริ่มปะติดปะต่อเหตุการณ์
"ทุกคนคงกำลังรีบกลับบ้าน"
หยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา 14.30 น.
กว่าจะได้ออกจากบริษัทเร็วสุด 15.00 น.จะได้ไหมนี่
ทำไม...รถใช้เวลาวิ่งนานขนาดนี้

ไปถึงบริษัท...ฝ่ายบัญชีตกใจที่เราไปสายมากขนาดนั้น
หน. แผนก บ/ช เดินมาแจ้งว่า
"ขอโทษนะคะ คือ บริษัทจะปิดทำการ 15.30
ไว้ค่อยมาติดต่อใหม่...วันพุธหน้าได้ไหมคะ"

น้องที่ติดต่อกันประจำแอบกระซิบอะไรกับ หน.
เลยรีบไปจัดการธุระให้เรา

เสร็จแล้ว...ต้องไปฝ่ายปฏิบัติการรับเอกสารให้เพื่อน
(ซึ่งฝากต่อหลายช่วง...คงไม่ได้บุญแล้วแหละครับ)

ออกจากบริษัทฯ 15.00 น.
เราต้องไปรับ นทท. ที่ถนนตก นัดไว้ 16.30 น.
ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ...เวลา 1.30 ชม. ชิวๆ เลย
แอบโทรถาม 184 ตั้งแต่เริ่มเดาสถานการณ์ออกแล้ว
คือ...ไปเส้นทางปกติไม่ได้แน่ๆ
ต้องอ้อมไปทางเส้นเลียบแม่น้ำ (ถนนพระรามที่ ๓)
สาย 205 คลองเตย -ถนนตก
ดีว่า...เคยเห็นรถเมล์สายนี้แถบถนนตก...
184 เลยช่วยได้ง่ายขึ้น...ขอบคุณครับ

สถานการณ์เช่นนี้...จากแยกอโศกช่วงสุขุมวิทจะไปคลองเตย
ไม่มีรถเมล์แล่นมาเลย
ไม่อยากใช้มอไซค์หรือแท๊กซี่...แต่จำเป็น
โชคก็ช่วยอีกเล็กน้อยที่...ไม่มีรถดังกล่าวแล่นมาให้ใช้บริการ 555
ป้ายรถเมล์มีคนยืนออกันเยอะแยะ

รถเมล์สายที่ผ่านมีสาย 2 และ 48 ที่มาจากนอกเมือง
ตัดช่วงแค่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ผ่านมาเพื่อจะกลับรถไปทางสำโรงและราม 2

เวลาเริ่มหมุนเร็วขึ้นๆ
เรากับน้องที่ป้ายรถเมล์อีก 2 คน ช่วยกันโบก
จนในที่สุดสาย 2 รถฟรีคันหนึ่งยอมจอดให้
คนเฮโลขึ้นไปกัน...อย่างน้อยไปให้พ้นตรงนั้นก็ยังดี
คลองเตยน่าจะมีรถให้เลือกมากสายกว่า

ขอบคุณ พขร. สาย 2 คันที่ยอมจอดรับพวกเรา
อนุโมทนาบุญด้วยครับ

ได้ลงรถตรงแยกคลองเตย
พขร. ใจดีมากๆ ยอมเปิดประตูให้พวกเราตรงที่กลับรถใต้สะพานนั่นเอง

วิ่งขึ้นสาย 205 ถึง รร. แถบถนนตกก่อน 16.00 น.

โชคดี...นทท. มาก่อนเวลาเกือบครึ่ง ชม. เช่นกัน
เลยได้ออกก่อนเวลา 15 นาที
รถติดเป็นแพ...รุ่นพี่อีกคนที่รอรับเอกสารจากเรา
บอก "ประตูน้ำยิงกันแล้ว...ให้ไปทางบางนา (ซึ่งอ้อมมาก)
รถติดเป็นแพ...เราฝากชื่อ นทท. ให้สายการบินเวียดนาม
ที่ใช้ จนท. เช็คอินของการบินไทย
แต่เขาไม่ยอมรับ...ต้องให้ไปถึงก่อน...(ในสถานการณ์เช่นนี้นี่นะ)

เคานท์เตอร์เช็คอินจะปิดเวลา 18.50 น.
เวลา 17.00 น. เราก็ยังรถติดอยู่ถนนพระรามที่ ๓
ยังไม่ได้ขึ้นทางด่วน

คนรถบอก "ไม่ทันแน่"
เราบอกทัน...และผลักดันให้คนรถไปถึงสุวรรณภูมิก่อน 18.00 น. จนได้

แทบหมดกำลังใจ
เมื่อไปถึงสนามบิน
นทท.ที่มีภรรยาเป็นคนไทย
เกิดจะลงไปซื้อของที่ชั้น 3 พวก 7-11
เราขอให้เช็คอินก่อนได้ไหม
คุณ นทท. ย้ำว่า...ของที่ซื้อจะต้องเอาใส่กระเป๋าใบที่เช็คอิน
แนะนำว่า ...ชั้น 4 ก็มีแฟมิลี่มาร์ท
แต่ นทท. ตัดใจไปแล้วมังว่า ไม่ซื้อละ

โหะๆ...เครียดกันมาแทบตาย
(นทท. คงไม่เห็นสภาพรถติดเป็นแพ...เพราะงีบหลับตลอด)
จะมา "ตกไฟล์ท" กันตอนจบนี่ละนะ...โหะๆ) :dolphin: :dolphin:

เสร็จงานกว่าจะถึงบ้าน 21.00 น. หรือประมาณนั้น
ก็มาเจอสถานการณ์ระอุในจีบอร์ด 555
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post16 May 2010 22:02

วันนี้ฟังและดูโฆษก ศอฉ.
พยายามอธิบายภาพข่าว
พร้อมมีปืนสำหรับยิงแก๊สน้ำตา
มาให้ดูด้วย

เห็นแล้วสงสารทหาร
ทั้งเหนื่อยทั้งเสี่ยง :dolphin: :dolphin:
เมื่อไหร่จะได้กลับบ้านโดยปลอดภัยกันสักที
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post19 May 2010 09:32

ใครจะหยุดคนบ้ากับคนพาลได้
ด้วยวิธีการอย่างไร

วันนี้ฟังข่าวแล้วแย่มากๆ กับ นปช.เมืองนนท์
นึกอยากจะปิดถนนก็มาปิด
สักครู่ฟังข่าวว่า
ได้เอายางรถยนต์มาวางขวางทางเข้าออกถนนรัตนาธิเบศร์
ตรงบริเวณหน้าศาลากลางนนทบุรี - ไทยคม
และมีการขู่จะเผายาง
ซึ่งถ้ามีการเผาจริงๆ
บ้านเราจะต้องได้กลิ่นเหม็นของควันยาง
ไหนจะคนที่บ้าน
ไหนจะหมาแมวสิบกว่าตัวของเราจะเป็นอย่างไร

พวกเราต้องอยู่เฉยๆ รอให้คนบ้า
รอให้คนพาลพวกนี้
ล่วงละเมิดสิทธตามอำเภอใจเช่นนี้ไปอีกนานแค่ไหน

แค่ไม่มีงานทำในช่วงนี้ก็แย่กระอักเลือดแล้ว
นี่แม้แต่การเดินทาง
การอยู่อาศัยก็ต้องถูกกระทบกระเทือนไปด้วย

หรือเราเคยทำเวรกรรมอะไร
ที่มันเลวร้ายกับใครแบบนี้มาก่อนหรืออย่างไร

ที่รู้ๆ อยู่ตอนนี้คือ
ไม่อยากอยู่ร่วมโลกกับคนบ้าและคนพาลเหล่านี้อีกต่อไปแล้ว
และหากจำเป็นต้องอยู่
ก็ไม่รู้ว่า...จะอยู่ได้อย่างสงบๆ กันต่อไปได้อย่างไร

เมตตาธรรมค้ำจุนโลก
แต่กับคนบ้าและคนพาล
เมตตาธรรมยังจะมีประโยชน์อันใด
:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post20 May 2010 01:34

ในที่สุด CTW ก็ถูกเผา
เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่เราซื้อของขวัญได้บ่อยที่สุด (สินะ)

ก่อนที่เสื้อแดงจะมายึดครองได้สัก 2 วัน
ยังไปนั่งกินส้มตำริมทาง
กับเพื่อนร่วมงานที่ชอบเลี้ยงหมาเหมือนกัน

ย้อนไปอีก
เดือนกุมภา...เดินหาซื้อของขวัญวาเลนไทน์
ก็ซื้อได้ที่เคานท์เตอร์ในอิเซตัน
คนขายบอก...ขอให้ไปใช้บริการหลังขายที่สยามพารากอน
เราก็ดื้อพูดไปว่า...จะมาที่นี่แล้วกัน

ย้อนไปอีก
เลี้ยงส่งหรือเลี้ยงโอกาสอะไร
ก็ที่ร้านอาหารไทย...ชื่อไทยๆ อยู่ชั้น 5 หรือ 7
อร่อยมาก...บรรยากาศดี...แพงดี

จ่ายค่าโทรศัพท์มือถือก็ที่นี่

บริษัทที่เราเป็นลูกค้า
ก็อยู่บนอาคารที่ถูกเผาไป

นัดใคร...เจอใครโดยบังเอิญ
ก็มักจะเป็นที่นี่
:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post20 May 2010 01:49

เราไม่แช่ง...เขาก็ได้รับครับ

ถ้าเราไปแช่ง
พอเวรกรรมนั้นถึงเขา
เวรกรรมนั้นจะกลับมาหาเราด้วยครับ

อีกอย่างไม่มีใครรู้หรอกครับว่า
เวรกรรมที่เราประสบๆ กันอยู่นี้
ต้นกรรมอยู่ที่เขา...หรืออยู่ที่เรา...หรืออยู่ที่ไหน

แต่เห็นเหตุการณ์แล้วนึกถึง
ประวัติศาสตร์ตอนเสียกรุงศรีฯ ครั้งที่ 2 ครับ
เพียงแต่ไม่รู้ว่า...ใครกลับชาติมาเกิดเป็นใคร
และพวกเราเป็นประชาชนที่ถูกไฟคลอกตายในกำแพงเมือง
หรือเป็นประชาชนที่หนีทิ้งเมืองออกมากันแน่

อย่างน้อยก็อยากให้พวกเรา
เก็บไว้เป็นบทเรียนว่า
เราจะอยู่แบบตัวใครตัวมันอีกต่อไปไม่ได้อีกแล้ว

สามัคคี คือ พลัง
เศรษฐกิจพอเพียงครับ
:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post20 May 2010 02:22

ai' wrote:

เออ...เห็นมีใครบ่นๆ ว่า
ทำไมใครต่อใคร...มัวแต่รักงานห่วงงาน
ทำไมไม่ให้ความสำคัญกับความรักบ้าง

ก็ความรัก...บางครั้งทำให้สุขใจ...บ่อยครั้งเกินทำให้ทุกข์ใจ
แต่...งานทำให้อิ่มท้อง...และสุขใจได้

ขาดความรัก...ก็เหมือนจะตาย...ตายทางจิต
แต่ไม่มีงานทำนี่...อดตาย...ตายทางกาย

ต่างกันนะครับ
:dolphin: :dolphin:


+5
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ
ปล.มาขอแจมนะครับ
หากความรักเป็นดังเส้นทางสายหนึ่ง.....
User avatar
mmmm
ประถม ประถม
Posts: 454
Joined: 19 Nov 2008 00:42
Location: Thailand

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post20 May 2010 02:38

mmmm wrote:
ai' wrote:

เออ...เห็นมีใครบ่นๆ ว่า
ทำไมใครต่อใคร...มัวแต่รักงานห่วงงาน
ทำไมไม่ให้ความสำคัญกับความรักบ้าง

ก็ความรัก...บางครั้งทำให้สุขใจ...บ่อยครั้งเกินทำให้ทุกข์ใจ
แต่...งานทำให้อิ่มท้อง...และสุขใจได้

ขาดความรัก...ก็เหมือนจะตาย...ตายทางจิต
แต่ไม่มีงานทำนี่...อดตาย...ตายทางกาย

ต่างกันนะครับ
:dolphin: :dolphin:


+5
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ
ปล.มาขอแจมนะครับ


ยินดีต้อนรับครับ :dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post20 May 2010 08:40

ตามใบสั่งหรือเปล่า

จากข่าวที่ตึกและอาคารต่างๆ ในกทม. ถูกเผาถึง 27 หลังนั้น
มีอยู่ 3 ตึกที่พอจะปะติดปะต่อที่มาที่ไปได้ คือ

1. CTW
2. อาคารมาลีนนท์
3. อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

คงต้องติดตามว่า อีก 24 หลังนั้น
มีสายสัมพันธ์อะไรหรือเปล่า

ความผิดฐานวางเพลิง
สมัยเราเป็นเด็กนี่...ประหารชีวิตเลยเชียว

บ้านใหญ่ของเราถูกวางเพลิง
กฎหมายก็เอาผิดบ้านต้นเพลิงไม่ได้
ทั้งๆ ที่บ้านนั้นได้สินไหมทดแทนจากการประกันอัคคีภัย
จนไปปลูกตึก 3 ชั้น 3 ห้องได้

กฎหมายเอาผิดไม่ได้
ทั้งๆ ที่นั่นเป็นการวางเพลิงเป็นครั้งที่ 3
แต่กฎแห่งกรรมชำระคดีตั้งแต่เปลวเพลิงยังไม่มอด
แม่และหลานชายของบ้านนั้น
ถูกไฟคลอกเสียชีวิตในกองเพลิง
ในคืนนั้นเอง

คนในสังคมชนบทก็ไม่มีใครคบหาสมาคม :dolphin: :dolphin:
เพราะทุกคนรู้ว่า...บ้านไหนเป็นบ้านต้นเพลิง
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post20 May 2010 14:56

ได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์มา
อ่านแล้วสะเทือนใจมาก


แพทย์ผู้ที่รับใช้ใกล้ชิดได้เล่าให้ฟังว่า
ภาพที่พ่อนั่งเหม่อลอยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
เป็นเวลานานเหมือนจะร้องไห้นั้น
ณ ที่ตรงนั้นกับเวลาที่ยาวนาน
พ่อพูดออกมาประโยคเดียวว่า

"เราทำอะไร ให้เขาเจ็บช้ำหรือ
คนไทยเหล่านั้นถึงได้โกรธเกลียดเราขนาดนี้"

ผู้อยู่ใกล้ชิดพ่อน้ำตาไหลพราก
เพราะสงสารพ่อที่ทำทุกอย่างทั้งชีวิตพ่อ
เพื่อคนไทยมาตลอด


ลูกที่ไม่รักพ่อ...ก็มีเยอะ
แต่ลูกที่รักพ่อ...ก็มีมิใช่น้อย

และลูกที่รักพ่อทั้งหลาย
ก็กำลังทำหน้าที่ลูกที่ดี...ลูกที่รักพ่อ
อย่างที่พ่อก็คงได้เห็นเป็นประจักษ์อยู๋ในขณะนี้

แด่พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย

ควรมิควรแล้วแต่จะทรงโปรด
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post20 May 2010 21:53

ช่วงนี้เริ่มเบื่อๆ การเมืองละ
เพราะที่เหลือรัฐบาลก็เก็บนั่นนิดนี่หน่อย

แต่ก็กลัว secret international order
นักธุรกิจนี่...พอมาเล่นการเมืองนี่
เล่นเอาบ้านเมืองของเราย้อนยุคไป
สมัยเสียกรุงฯ ครั้งที่ 2 ได้เลย

นี่ไม่รู้จะมีแผนอะไรล่วงหน้าอีกหรือเปล่า

เราเองก็ได้เรียนรู้จากบทเรียนของประเทศชาติในครั้งนี้
ประเทศชาติ + รัฐบาล + ประชาชน
ต้องต่อสู้กับมือที่มองไม่เห็น
หาใช่เสื้อแดงที่อยู่หน้าฉากไม่
เราต้องเป็นฝ่ายรับ

ในขณะที่มือที่มองไม่เห็นนั้น
เป็นฝ่ายรุก
ฝ่ายรุกที่เตรียมการ...ทำการบ้านมาอย่างดี

ไม่ใช่จะนั่งเทียนแล้วพูดได้ 555
พอดีมีเพื่อนสนิทเคยทำงานอยู่ฝ่ายการตลาด
ของบริษัทที่ได้สร้างกุศลจากการเชื่อมต่อผู้คน
คนที่อยู่ไกลสุดกู่...เดินทางลำบาก
กลับติดต่อกันได้อย่างปาฏิหาริย์
เกือบจะเรียกว่า...โทรจิต...ก็เกือบจะได้

เพื่อนเล่าว่า...ในแต่ละวัน
ผจก. แผนกจะประชุมบ่อยมาก
เรียกว่า...บริษัทคู่แข่งออกโปรฯ ออกแคมเปญอะไรมา
ต้องรับลูกได้หมด...ไม่ใช่แค่รับลูกสิ
แต่ต้องล้ำหน้าคู่แข่งเสมอ

หัวเป็นอย่างไร...หางก็เป็นอย่างนั้น
1. กำหนดเป้าหมาย - ต้องได้
2. ประชุม - ระดมสมอง
3. วางแผน - ผู้รับผิดชอบ + ขั้นตอน + วิธีการ
4. ปฏิบัติการ - สั่งการ + ติดตามผล
5. ประเมินผล - ถ้าบรรลุเป้าหมาย...หยุด / ถ้าไม่...ไปข้อ 6
6. ประชุม + ปรับแผน
7. ปฏิบัติการ
8. ประเมินผล
:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post20 May 2010 22:19

ช่วงนี้จะดูทีวีช่อง TPBS เกือบทุกวัน
ก็รู้สึกอคติอยู่บ้าง
แต่ก็มีอะไรดีๆ ที่ได้จากช่องนี้

อย่างเช่น
1. ความอึดของผู้ประกาศข่าว

2. ละครหลังข่าว 20.20 น.
รู้สึกจะเป็นละครของสิงคโปร์
เรื่อง "บ้าบ๋า..." อะไรสักอย่าง
The Little Yonyno อะไรสักอย่าง
ได้ข้อคิดทางธุรกิจดีเหมือนกัน

3. วาทะของท่าน ว. วชิระเมธี
เมื่อวานจำไม่ได้ละ
คล้ายๆ "นับแต่นี้ไปคนไทยจะอยู่กันอย่างไร"
เหมือนกับท่านจะบอกให้ "นิ่ง" แล้วใช้สติ...อะไรสักอย่าง

เอาเป็นว่า...กว่าจะดั้นด้นมาถึงเรื่องที่อยากจะเล่านี้
ก็ต้องผ่านด่าน "อะไรสักอย่าง" มาไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง

วันนี้เป็นเรื่องของ "การจัดการกับความโกรธ"
ไม่ได้ฟังตลอดเพราะคนที่บ้านเรียกจังหวะที่กำลังฟัง
เลยได้มาแค่นี้

1. ให้คิดว่า...คนที่ทำให้เราโกรธ
เขาก็มีเวรกรรมของเขา
เหมือนกับที่เรามีเวรกรรมของเรา
ควรจะสงสารเขา (เอ...หรือจะสงสารซึ่งกันและกันครับท่าน)
2. พาตัวเองออกมาให้ห่างจากสิ่งที่ทำให้โกรธ
3. อย่าตัดสินใจในขณะที่กำลังโกรธอยู่
4. อย่าคิดถึงเรื่องที่โกรธอยู่
5. ทำงานอดิเรกที่ชอบ

เสียดายที่ฟังไม่ครบ
แต่แค่ 5 ข้อนี่ก็พอเพียงที่จะหล่อเลี้ยงใจ
ให้พ้นจากความโกรธ
และวางความรู้สึกไม่ดีๆ ไว้ที่ต้นโกรธได้บ้างแล้ว

อะไรที่ไม่ใช่ของเรา
เราจะไปโกรธ
ก็ไม่ได้มีใครรับรู้ด้วย
ต้นโกรธอยู่ที่เรา...ก็ต้องดับที่เรานั่นแล
:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post20 May 2010 22:26

การเมืองเริ่มสงบละ
ไม่นับพวกที่ยังเผาบ้านเผาเมืองกันอยู่

ที่นี้ก็ถึง...การงานละ
เรื่องใหญ่ซะยิ่งกว่าการเมืองอีก
เพราะการเมืองเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบ
ของนายกฯ อภิสิทธิ์ที่มีคนช่วยเยอะแยะไปหมด

การงานของเรานี่สิ
นทท. ไม่มาจะมีงานที่ไหน
หรือจะเอาหมาแมวที่บ้านไปนั่งเล่นนอนเล่น
หน้าเดอะมอลล์ งามฯ
หากระป๋องกระแป๋งไปวางหน้าลูกๆ ตัวละกระป๋อง
คงจะได้เป็น "เศรษฐีพันล้าน" กันคราวนี้กระมัง :dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post20 May 2010 23:25

เห็นผู้ประกาศข่าวช่อง PBTS
ผ่าวิกฤตประเทศไทย

อยู่บ้านว่างๆ
หยิบมะนาวมาผ่าดูข้างในเล่นๆ (เล่นของ)
ทำไมและอย่างไร

คนเสื้อแดงจึงฟังสื่อได้ช่องทางเดียวเท่านั้น
ฟังคิดพูดเชื่อแบบเดียวกันเด๊ะๆ
เหมือนหุ่นยนต์
เขาบอกให้ทำอะไรก็ทำ
ที่งงมากๆ คือ ...บอกให้เรียกตัวเองว่า "ไพร่"
ยังเรียกได้...โอ๊ย...งงอภิมหางง

ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ
ใครมาเอื้อนเอ่ยเรียกเราๆ ว่า "ไพร่" นี่
อย่างน้อยก็น่าจะโดน teen นะครับ

คงต้องใช้เวทมนต์ไสยเวทย์อะไรสักอย่างเป็นแน่แท้
ประมาณ "สะกดจิต"
เออ...ใช่ๆ ... สะกดจิตล้างสมอง

เหมือนที่เรากับหลานก็เกือบโดนไปแล้ว
ตอนที่นั่งแท๊กซี่กลับจาก รพ. สัตว์เกษตร
แล้วแท๊กซี่เสื้อแดงเปิดวิทยุแดงตลอดทางที่รถติดเป็นชั่วโมง

สะกดจิต...ผ่านจานดาวเทียม
ผ่านวิทยุกระจายเสียง
ในช่วงรัฐบาลสูญญากาศ 2 รัฐบาลก่อนหน้านี้

เหมือนที่เราได้ยินได้ฟัง "คนเสื้อแดง" พูด
จากหลายๆ แหล่งที่พบเจอ
เพื่อนร่วมงานบ้าง...ตามป้ายรถเมล์...ร้านค้า ฯลฯ
จะพูดเหมือนกับ....เหมือนเปิดเทปเลย

ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพและเข้าใจได้
เหมือนกับได้เห็นกับตา...ได้ยินกับหู
ก็คล้ายๆ เวลาเรายืนตรงเคารพธงชาติไทย
เราจะร้องเพลงเพลงเดียวกัน
หรืออย่างตอนเราสวด
"นะโม ตัสสะฯ" ทุกคนก็สวดเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน

ตอนนี้แกนนำก็เข้าสู่กระบวนการของรัฐบ้างแล้ว
ยังยื้อๆ ยุดๆ แบบแอบคิดอะไรอยู่หรือเปล่าก็มี

สิ่งที่ต้องระวัง คือ...นักการเมืองร่างทรง
คงไม่ต้องบอก...ก็คงรู้นะครับ...พรรคไหน

ปล. เออ...ส่งพล็อตนี่ไปให้ช่อง 7
สร้างเป็นละครหลังข่าวย้อนกลับมาให้เราดูขำๆ
ดีไหมนี่ 555
:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post21 May 2010 11:25

onesize wrote:ดั่งคนอกตัญญู
คุณทักษิณอาจจะโกรธ อาจจะเคืองแค้น หรือกล่าวโทษใครต่อใคร ว่าเป็นศัตรู เป็นคนที่ทำร้ายคุณทักษิณจนไม่มีแผ่นดินจะอยู่เช่นในเวลานี้ แต่หากคุณทักษิณพิจารณาให้ถี่ถ้วนจะพบว่าศัตรูตัวจริงและคนที่ทำร้ายคุณ ทักษิณจริง ๆ นั้น คือตัวคุณทักษิณเอง ไม่ใช่ใครที่ไหนทั้งสิ้น และการที่คุณทักษิณกำลังทำร้ายประเทศไทยอย่างในเวลานี้นั้น ไม่ได้ช่วยทำให้คุณทักษิณดีขึ้นแม้แต่น้อย นอกจากจะได้ชื่อว่าเป็นคนอกตัญญูต่อแผ่นดินและต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว[/b]


เรื่องในอดีตชาติเป็นกล่องดำ
ที่อนุชนรุ่นหลังไม่มีโอกาสได้รู้
จะได้รู้ก็ตามที่ประวัติศาสตร์ได้บันทึกจารึกไว้

กุศลกรรมหรือเวรกรรม
ที่เป็นของส่วนรวม
พวกเราคนไทยก็รับกันไป

แต่กุศลกรรมหรือเวรกรรม
ที่เป็นส่วนเฉพาะบุคคลนั้น
เจ้าตัวก็จะได้รับหรือชดใช้เป็นการส่วนตัว

ประวัติศาสตร์มักจะวนซ้ำรอยเดิม
เพื่อให้เจ้าของเวรกรรมนั้น
ได้เรียนรู้และได้รับโอกาสที่จะแก้ไข

ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวว่า
จะได้สร้างบารมีธรรมในข้อที่เกี่ยวกับเวรกรรมนั้น
ขึ้นมาต้านรับหรือไม่

หามิฉะนั้น
ประวัติศาสตร์ที่ย้อนกลับมาซ้ำรอย
ก็จะแนบสนิทเป็นรอยเดิมเดียวกัน

ยังผลให้ต่อให้ชนะอะไรทุกอย่างได้
แต่เอาชนะใจตนเองไม่ได้

ปลายสุดยอดของคำตอบทั้งหมด
คือ แพ้ราบคาบ
เพราะ "ขาดสติ"

สติ...อันเป็นทรัพย์ประเสริฐสูงสุด
ที่พระพุทธองค์รวมถึงพระอริยสงฆ์
ได้ทรงพร่ำสอนให้พุทธศาสนิกชน
เร่งแสวงหา ฝึกฝนและทำให้เกิดมีขึ้นในดวงจิต
ซึ่งจะเป็นเกราะกำบังตนจาก "มิจฉาทิฏฐิ"
อันเป็นทางแห่งความเสื่อมนั้นแล

ฉันใดก็ดี
ปุถุชนอย่างเราๆ
ผงเข้าตาตนเอง
มักมองไม่เห็น
และเอาออกด้วยตนเองไม่ได้
:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post21 May 2010 19:09

ปัญหา...กับทิศทางที่มอง

เวลาที่จมอยู่ปัญหาบางอย่าง
สภาพก็ไม่ต่างจากคนที่โดน
โคลนหรือทรายดูด
ทั้งๆ ที่รู้ว่า...ทุกข์
แต่
จะหนีก็หนีไม่ได้
จะทำอะไรก็ทำไมได้

แต่หากด้วยวิธีการใดสักอย่าง
หรืออยู่เกิดมี...หรือถูกกระหน่ำโจมตีอย่างฉับพลัน
หรือแบบซึมลึก...ครั้งแล้วครั้งเล่า
ตรงจุดที่เรียกง่ายๆ ว่า
จุดอ่อนหรือจุดสะเทือนใจ...ละกัน
มันก็เป็นบททดสอบ
สำหรับให้เราสอบผ่าน
ว่า...เราจะสอบผ่านหรือไม่

หรือ...สำหรับให้เราทบทวน
ว่า...ถ้าเราต้องพบเจอแบบทดสอบ
ที่เป็นจุดอ่อน...หรือจุดสะเทือนใจของเรา
จากที่เคยเห็นคนอื่นต้องผ่านต้องพบเจอ
ถ้าตัวเองต้องเจอแบบนี้
ไปตลอดชีวิตของตัวเอง
คำตอบก็มีอยู่ในตัวของแบบทดสอบนั่นเอง

แต่เมื่อเราถอยตัวเองออกมาห่างจากปัญหา
เรากลับมองเห็นอะไรๆ ได้ดีกว่า
:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post22 May 2010 02:15

วันนี้ผู้สื่อข่าวประจำบ้านแจ้งว่า

พระตรีมูรติและพระพิฆเณศวร์
หน้า CTW ยังเหลืองอร่ามงามตา

ดีจัง...จะได้ไปไหว้ขอพรพระองค์สักที
ไม่ได้ผ่านไปไหว้พระองค์ท่านนานมาก
นานเท่าที่เสื้อแดงยึดครองอธิปไตยของชาว กทม. นั่นแล

เหมือนตื่นจากฝันร้ายเลยทีเดียว
:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post22 May 2010 23:49

"คุณคิดยังไง หากเราจะเริ่มต้นกันใหม่"

คิม-หนุ่มนักธุรกิจจากแดนโสม
ถามครูนิด-ครูสาวชาวไทย (เชียร์-ทิฆัมพร)
ท่ามกลางบรรยากาศแสนดียามค่ำคืน
หลังจากร่วมกันวิ่งหนีผีบรรพบุรุษ (พื้นบ้าน)

ครูนิดยังไม่ทันจะตอบอะไร
รุ่งขึ้นคู่หมั้นสาวลูกสาวเจ้าของโรงงานกิมจิ
ที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี (ชีเม้าท์ว่า "ใหญ่ที่สุดในโลกค่ะ" 555)
ก็เดินทางมาหาคู่หมั้น

ครูนิดทันได้เห็นคิมโอบกอดคู่หมั้นสาวต่อหน้าต่อตา

เหอะๆ ...ละไอ้ที่พูดว่า
"เราเริ่มต้นไม่สวย มาเริ่มต้นใหม่กันไหม"
มันหมายความว่า...อย่างไร

นี่ก็แค่ "ข้อคิดเก็บตก" จากละครหลังข่าวช่อง 7 สี
"โรบอต...ยอดรัก"

ก่อนที่จะเริ่มต้นใหม่นั้น

1. ต้องเคลียร์ปัญหาเก่ากันก่อน
เช่น อคติที่มีต่อกัน
ปัญหาที่เคยร้องขอแต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ฯลฯ

2. ตัดตอนเรื่องไม่ดีระหว่างกันไปเลย
แต่...วันไหนน้ำลด...ตอก็ผุด...อีกละ

3. ตกลงกันว่า
3.1 จะไม่ทำเรื่องที่เคยเป็นปัญหานั้นๆ อีก
3.2 มีปัญหาต้องปรึกษากัน...เคลียร์ให้จบไป
3.3 เรื่องใหญ่ของมด...ไม่ใช่เรื่องเล็กของช้าง
และเรื่องใหญ่ของช้าง...ไม่ใช่เรื่องเล็กของมด

ตอนนี้คิดได้แค่นี้

อ้อ...ใช้ได้ทั้งกับเรื่องของผู้คนทั่วไป
และสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันนะครับ

ขอให้โชคดี
สู้ๆ ครับ
:dolphin: :dolphin:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post23 May 2010 21:26

Astro Boy wrote:
เราเรียนรู้อะไรบ้างจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง

มาขอความเห็นจากสมาชิกในบอร์ด
เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง
น่าจะเป็นบทเรียนที่ได้ประโยชน์ในหลายๆทาง

ผมจะยังไม่เขียนความเห็นของผมละครับ
ขอฟังคนอื่นๆก่อน
แล้วอีกไม่กี่วันผมจะเดินทางไปต่างประเทศหลายวัน
คิดว่าคงยุ่งๆไม่มีเวลาเข้าอินเตอร์เน็ต

ช่วยๆกันออกความเห็นหน่อยนะครับ
Please feel free to share your opinion.


FW - นิติภูมิ นวรัตน์ ทำนาย ปี 2553 จุดจบประเทศไทย wrote:

(อ่านแล้วคิดดูนะว่า...ตัวเรากำลังทำอะไรอยู่)‏

ส่งต่อกันหน่อย
และปรับพฤติกรรมตัวเองกันเยอะๆ
เราต้องเป็นปึกแผ่นนะคะ


ปี 2553 จุดจบประเทศไทย
ถ้ายังเป็นคนไทยอยู่ช่วยอ่านด้วย เรื่องนี้คนไทยทุกคนควรที่จะได้รู้
ประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้มีเกิด มีดับ ตลอดเวลา .....ประเทศไทยก็ไม่พ้นวิถีนี้เช่นกัน

สืบเนื่องจากการบรรยายของคุณนิติภูมิ ซึ่งเป็นสื่อมวลชน จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมอสโค
ซึ่งเป็นสถาบันที่สตาลินสร้างขึ้นเพื่อสร้างภูมิปัญญาหวังครองโลกในสมัยหนึ่ง

เมื่อหลายปีก่อนคุณนิติภูมิ ได้ทำนายไว้ว่า ประเทศอินโดนีเชียจะแตกเป็น 6-14ประเทศ
ซึ่งในตอนนั้น นักรัฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หัวเราะจนฟันกระเด็น

แต่ต่อมาพอปี 2542 เหตุการณ์เริ่มเป็นจริง! ประเทศอินโดฯได้เริ่มแตกเป็น ติมอร์
และตอนนี้ก็กำลังจะเกิดประเทศ อาเจะ และอีกหลายประเทศที่จะเกิดตามมา

ในวันที่ 11 ธันวาคม 2543 ที่ผ่านมาที่งานคนดีศรีสังคม ณ หอประชุมวัฒนธรรมฯ
คุณนิติภูมิได้บรรยายว่า ประเทศไทยจะต้องแตกเป็นประเทศใหม่อีก 4 - 6 ประเทศ แน่นอน !

ทั้งนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดขึ้นอย่างมีกระบวนการ โดยสถานการณ์จะเริ่มชัดขึ้นในปี 2553
ซึ่งเป็นปีที่ข้อตกลง GATTs จะเริ่มมีผลสมบูรณ์ การค้าเสรีจะมีผลสมบูรณ์
สินค้าเกษตรต่าง ๆ จากต่างประเทศจะทะลักเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมหาศาล

ในขณะที่เกษตรกรของไทยจะไม่กินสินค้าเกษตรของไทยด้วยกัน
และสินค้าเกษตรของไทยก็จะขายไม่ออก เนื่องจากมีต้นทุนที่สูงกว่าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศ

ประกอบกับการที่การพัฒนาการเกษตรของไทยได้พัฒนาอย่างผิดทิศทาง
เป็นการพัฒนาแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำให้คนปลูกลำใยไทยก็จะปลูกแต่ลำใย
จะกินข้าวก็ต้องซื้อข้าวเวียดนามมากิน คนปลูกข้าวไทยก็ต้องไปซื้อหอมกระเทียมจากจีนมากิน
คนปลูกหอม กระเทียมจะไม่ซื้อลำใยจากไทยแต่จะไปซื้อจากเกาหลีมากิน
เป็นวงจรอย่างนี้ ทำให้สินค้าเกษตรของไทยขายไม่ได้

เพราะแม้แต่เกษตรกรไทยด้วยกันก็ยังไม่ซื้อของเกษตรไทยด้วยกันมากิน
เนื่องจาก สินค้าของต่างประเทศมีต้นทุนถูกกว่าสินค้าเกษตรของไทยมีต้นทุนที่สูงกว่า
เพราะใช้ปัจจัยการผลิตปุ๊ยของต่างประเทศ พันธุ์พืชก็ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ

เนื่องจากในอีก 10 ปีข้างหน้าพันธุกรรมท้องถิ่นจะถูกทำลายจาก GMOs
และเมื่อเกษตรกรไทยซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ร้อยละ 80 ของประเทศอยู่ไม่ได้

วิกฤตที่มหาโหดสุดก็จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย รัฐบาลไทยจะไม่มีปัญญาที่จะแก้ไขปัญหาได้
เพราะมาตรการทางการเงินก็จะใช้ไม่ได้ เนื่องจากธนาคารไทยกลายเป็นของต่างประเทศหมดแล้ว
ไฟฟ้าก็แพงขึ้น น้ำมันก็แพงขึ้น โทรศัพท์แพงขึ้นเนื่องจากวิสาหกิจเหล่านี้กลายเป็นของต่างชาติหมดแล้ว

เขาสามารถตั้งราคา ได้ตามใจชอบถ้ารัฐบาลไปขอให้ลดราคาก็จะได้รับคำตอบว่า เขาจะไม่มีกำไร
ธุรกิจจะอยู่ได้ด้วยกำไรเท่านั้น ถ้าเขาไม่มีกำไรเขาก็จะตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดโทรศัพท์
คุณเลือกเอาว่าจะยอมจ่ายในราคาที่แพงหรือว่าจะยอมไม่มีใช้

ดังนั้น รัฐบาลในอนาคตจะได้แต่นั่งทำตาปริบ ๆ ๆ เมื่อเกษตรกรไทยอยู่ไม่ได้
การขายที่ดินราคาถูก ๆ และจำนวนมหาศาลจะตามมา คนที่มีกำลังซื้อก็คือชาวต่างชาติ

ซึ่งปัจจุบันก็ปรากฏแล้วว่าที่ดินบริเวณภาคตะวันออกได้ถูกต่างชาติกว้านซื้อไปเป็นจำนวนมากแล้ว
เกษตรกรไทยที่ขายที่ดินได้ ก็ไม่ามารถนำเงินที่ได้ไปลงทุนให้เกิดรายได้ได้
เพราะธุรกิจอื่นได้ตกอยู่ในกำมือของต่างชาติแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการค้าปลีกก็ตกอยู่ในมือของ Big C, Lotus,
Carrefour, ธุรกิจอาหารก็ตกอยู่ในมือของ KFC, Pizzahat, McDonal, สิ่งทอเสื้อผ้าก็ของพวกฝรั่งเศส ฯลฯ

ดังนั้น เงินตราของไทยก็มีแต่จะถูกดูดออก เหมือนกับคนที่เลือดไหลไม่หยุด...
เมื่อคนจนอยู่ไม่ได้ ...รัฐจะอยู่ได้ฤา ?

4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเป็นแห่งแรกที่จะขอแยกตัวออกจากประเทศไทย
เนื่องจากความแตกต่างที่เห็นชัดเจนและความแตกต่างทางวัฒนธรรม ในปี 2553
คนไทยภาคใต้จะเห็นด้วยกับการแยกประเทศ เพราะเห็นความล้มเหลวของรัฐบาลไทย

การเมืองไทย การคัดค้านจะน้อยลง การสนับสนุนให้แยกจะทวีความรุนแรงขึ้น
จนรัฐบาลไทยไม่สามารถควบคุมได้ถ้ารัฐบาลใช้กำลังทหาร ก็จะถูกต่างชาติส่งทหารมาต่อต้านกองทัพไทย
ซึ่งแน่นอนกองทัพไทยไม่มีปัญญาไปต่อสู้อยู่แล้ว การแยกตัวจะสำเร็จได้ในไม่นาน

จากนั้น ภาคตะวันออก บริเวณจันทบุรี ตราด ระยอง ฉะเชิงเทรา จะขอแยกตัวตามมา
เนื่องจากที่ดินแถบนั้นกลายเป็นของต่างชาติหมดแล้ว
เนื่องจากที่ดินบริเวณดังกล่าวถูกใช้เป็นแหล่งพันธุกรรมของต่างชาติ ทั้งสมุนไพร อาหารต่าง ๆ

เมื่อรัฐบาลไทยเป็นอุปสรรคของต่างชาติ การขอแยกตัวก็จะทำได้ไม่ยาก
นั่นหมายถึง การซื้อประเทศไทย คล้ายกับที่สหรัฐอเมริกาซื้อรัฐ Alaska จาก Russia
ถ้าไทยต่อต้าน เจอทหารต่างชาติแน่

เราจะเตรียมรับมือกับวิกฤติในอนาคตอย่างไร ?

ผมติดตามงานเขียนคุณนิติภูมิ มาหลายปี และสิ่งที่เขียนในไทยรัฐหน้า 2 เกือบทุกวันนั้น
ไม่น่าเชื่อเลยว่า หนังสือพิมพ์ต่างประเทศจะเอาข้อมูลงานเขียนของนิติภูมิ
ไปแปลลงหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ ในการวิเคราะห์
บ่อยครั้งที่นิติภูมิ มองการค้า การเมือง สังคมไปพร้อมกัน
รวมทั้งประวัติศาสตร์เขามอง อาเจนติน่า ก่อนล่มสลายทางเศรษฐกิจ
ก่อนล่มจริง... เขาทำนาย การเกิดสงคราม อเมริกากับอิรัค ข้อคิด รวมทั้งอนาคตชาวเชเชนไว้น่าสนใจ

ผมว่า สิ่งที่เขาพูดเป็นไปได้นิติภูมิ ทำให้ผมต้องกลับมาซื้อของโชห่วยของคนไทย
แทนที่ไปเดิน big-c, lotus, careflour, เพราะผมบอกแม่บ้านและลูก ๆ ว่า
เราซื้อของร้านโชห่วย ข้างบ้าน ไม่ต้องไปห้างใหญ่อีกเพราะอะไร
เพราะเราไป คาร์ฟู เงิน 100 บาทที่เราจ่ายไปจะไปสู่ฝรั่งเศส 86 บาท
เหลือให้คนไทย 14 บาท
เพราะของต่างชาติเกือบ 100 เปอร์เซนต์ บิ๊กซี โลตัสเหมือนกัน

นิติภูมิเคยเอาเปอร์เซนต์ที่ต่างชาติถือหุ้นมาลงให้ดู ของ 3 ห้างดัง
ผมตกใจมาก และตัดสินใจซื้อน้ำปลาข้างบ้านตั้งแต่วันนั้น

เพราะว่าต่างชาติถือหุ้นกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ แล้วบางห้าง 86 ปอร์เซ็นต์
สอนลูกว่ามันจะแพงกว่าห้าง 3 บาท ก็ซื้อที่นี่มันจะแพงกว่า 5 บาทก็ซื้อที่นี่
เพราะมันจะเป็นภาษีคนไทย กลับมาหาลูกเอง ผมคิดแบบนี้จริง ๆ ๆ
ถ้าซื้อจากห้าง 1,000บาท มันไหลไปต่างประเทศ 900บาท ที่เหลือ 100 บาท

ที่เห็นจ่ายค่ายามเฝ้าห้างไง มองอาเจนติน่าง่ายนิดเดียว
ห้างต่างชาติบุกไปตั้งมากกว่า 400 ห้าง ทั่วประเทศ

คนอาเจนติน่าจึงทำเงินส่ง คาร์ฟู ส่งห้างต่างชาติ เกือบ100 เปอร์เซ็นต์
เงินคนทั้งชาติของชาวอาเจน จึงไหลไปหมด ในประเทศจึงไม่เหลืออะไร

ทางสุดท้ายที่ไม่น่าเชื่อเลยว่าทำได้ ผมพาลูกผมหัดทานขนมกรอบให้น้อยลง
เลิกกิน kfc และพยายามทานให้ลดลง และจำนวนหน ต่อปีน้อยสุด

ผมอธิบาย วิธีสิ้นชาติแบบทางเศรษฐกิจตั้งแต่เริ่มจนจบให้เด็กที่บ้าน และลูกฟัง
หัดให้ลูกมาทานบัวลอย ขนมชั้น ข้าวเหนียวเปียกแทน ถั่วดำข้าวเหนียว ดีครับ
ได้ผล... ลูกเปลี่ยนวิธีกิน... วิธีคิดไปเลย ... เปลี่ยนไปได้มาก

พอเย็นสั่งผมซื้อเต้าส่วนบ้าง ขนมชั้นบ้าง ลูกเดือยบ้าง
ผมพูดนิดนึงที่เขาเข้าใจคือ ผมไปตลาดซื้อไก่ทอดแม่ค้ามา 3 ขาไก่ทอดแบบไทย ๆ
แล้วผมไป kfc ซื้อมา 3 ชิ้น เลือกน่องครับเหมือนกัน ราคาต่างกันลิบเลย

ผมก็อธิบายคำว่า license ( ค่าลิขสิทธิ์) ให้ลูกฟัง
ผมบอกว่า ซื้อไก่ 35 บาท ค่าไก่ 15 บาท ที่เหลือเป็นค่าลิขสิทธิ์
ไก่แม่ค้าที่ถูกเพราะไม่มีค่าลิขสิทธิ์ ใบตองที่ห่อขนมไทย ไม่มีลิขสิทธิ์
มันเป็นวัสดุธรรมชาติ ย่อยสลายได้ไม่ถึง 3 เดือน

ขนมต่างชาติ ห่อสวย แพง เพราะยี่ห้อมันมีลิขสิทธิ์
เวลามันหล่นที่พื้น ไม่มีคนเก็บมันจะย่อยสลายภายใน 200 ปี
ผมสอนแบบนี้ ลูกผมเปลี่ยนวัฒนธรรมไปเลย ผมทำได้และได้ทำแล้ว

ปล. ใคร่จะขอกรุณาช่วยนำบทความไปเผยแพร่ต่อ จะเป็นพระคุณมากครับ
ยาวไปหน่อย แต่อยากให้อ่าน


ขอบคุณมากสำหรับเมล์นี้
พี่ได้อ่านเป็นครั้งที่สองละ
อ่านครั้งแรกไม่ซึ้งก็ลบทิ้งไปเฉยๆ
เพราะเกรงว่า...จะไปสร้างความเชื่อให้คนกลัว
พอดีครั้งนี้ได้รับเข้าจังหวะกับเหตุการณ์ "เสื้อแดง" พอดี


อยากฝากบอกทุกคนว่า

เราเปลี่ยนอดีตไม่ได้
แต่เราเปลี่ยนอนาคตได้
ด้วยการเปลี่ยนการกระทำของเราในปัจจุบัน



เปลี่ยนปัจจุบันด้วยการ

1. ทางโลก - กิน อยู่อย่างไทย ใช้ของไทย อยู่อย่างพอเพียง
2. ทางธรรม - ทำบุญ ทำทาน สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม กตัญญูกตเวที


โชคดีที่เรามีสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
เหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา
ก็ไม่แน่ว่า...จะจบจริงหรือเป็นภาพลวงตา
แต่ถึงอย่างไร...ก็นับว่า...ดี
เป็นแบบทดสอบ...กระตุ้นเตือนสติเราคนไทยทั้งประเทศ
ว่า...เราจะอยู่กันแบบ "ธนาธิปไตย" อย่างที่ผ่านมาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว


ขอให้ทุกคนยึดแนวความคิด "เศรษฐกิจพอเพียง"
แสดงวิสัยทัศน์และสายพระเนตรอันยาวไกลยิ่ง
ของ "พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย"
ผนวกกับหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า
ถือเป็น "ธงชัย" นำชีวิตของตัวเรานับแต่นี้ไป


เราคนเดียวเปลี่ยนสังคมทั้งสังคมไม่ได้
เราเป็นหน่วยเล็กๆ หน่วยหนึ่งในสังคม
หากเราแต่ละคนเปลี่ยนตัวเราได้
ทำหน้าที่ของเราอย่างขยันขันแข็ง ซื่อสัตย์สุจริต ฯ
เสียสละเพื่อส่วนรวมบ้าง มองในเรื่องของประโยชน์สาธารณะบ้าง


จากหน่วยเล็กๆ ที่สอดประสาน
สอดคล้องกับนโยบายแผนและแนวปฏิบัติของหน่วยที่ใหญ่ขึ้นๆ
จนถึงระดับประเทศ


เราทุกคนก็จะสามารถร่วมกันแสดงความกตัญญูกตเวทิตา
ต่อประเทศชาติและสถาบันหลักทั้งสามได้
ด้วยการเปลี่ยนการกระทำของเราในปัจจุบัน :dolphin: :dolphin:
แล้วอนาคตของเราและประเทศชาติก็จะเปลี่ยนตามครับ



ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส

ใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาทเถิด

:satoo: :satoo: :satoo: :satoo: :satoo: :satoo: :satoo: :satoo:
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

Re: วันนี้...มีเรื่องมาเล่า

Post24 May 2010 23:26

น้องกระท้อน wrote:
บทความนี้ อ้างว่าเขียนโดยนักวิชาการชาวญี่ปุ่นท่านหนึ่งที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

*ลัทธิสีแดง : ลัทธิแห่งการล่อลวง***
*กล่อง ดวงใจของทักษิณและ นปช.***

ความสำเร็จทางการเมืองของทักษิณมาจากไหน
เมื่อ ทักษิณเตรียมจะเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง เพื่อเตรียมเป็นนายกทักษิณได้
จ้าง คนเขียนหนังสือเรื่อง "ตาดูดาว เท้าติดดิน" แล้วลงพิมพ์ในมติชนยาวต่อเนื่อง
หนังสือ เล่มนั้นทำให้คนเกิดความเชื่อว่าทักษิณรวยแล้ว อยากช่วยชาติ จะไม่โกงกิน

จาก นั้นทักษิณไปใช้พวกอดีตคอมมิวนิสต์ซึ่งเก่งในการหาความนิยมจากคนยากจน
และ คนชนบทมาช่วยคิดหาวิธีจะเอาคะแนนเสียงจากคนเหล่านี้ ซึ่งก็ได้นโยบาย
แนว สังคมนิยมมา เรารู้จักกันต่อมาว่าเป็นนโยบายประชานิยม

ในระหว่างหา เสียงเลือกตั้ง และก่อนจะตั้งรัฐบาล ทักษิณบอกว่าจะเป็นรัฐบาลที่พูดความจริง
กับประชาชน จะไม่โกหก นโยบายและการบริหารหลายอย่างของทักษิณได้ผล คนจนได้จับ
เม็ดเงินจริงๆ ยิ่งเชื่อใหญ่ ทั้งในเรื่องความรู้ ความสามารถและความดี ดีไปหมด เก่งไปหมด

เมื่อ เหตุการณ์ผ่านไป เราจึงได้เห็นธาตุแท้ของทักษิณกันแต่คนที่หลงเชื่อและนิยมชมชอบ
ทักษิณ มองไม่เห็น ทุกวันนี้ก็ยังไม่เห็นเพราะรักเขาแล้ว เชื่อเขาแล้ว เชื่อเขาหมด
ความ สามารถของทักษิณ อยู่ตรงที่ทำให้คนเชื่อได้จำนวนมาก

เมื่อทักษิณถูก ปฏิวัติ
ทักษิณเริ่มต่อสู้เพื่อกลับมาครองอำนาจและพาตัวเองให้พ้นผิด
ทักษิณ ทำอย่างไรบ้าง

ทักษิณเป็นคนที่เห็นศักยภาพของธุรกิจสื่อสาร และสื่อมวลชน
ทักษิณ อ่านและเข้าใจเรื่องของสังคมข่าวสาร (information society)

ทักษิณเคยพูด หรืออ้างอิงนักวิชาการไว้ในเรื่องที่ว่า
"ในโลกยุคข่าวสาร ใครที่ครอบครองข้อมูลข่าวสาร คนนั้นเป็นผู้ชนะ"

คนทั่วไปอาจตีความว่า เป็นการเข้าถึงความรู้หรือข่าวสาร จะทำให้รู้มากแล้วชนะ
แต่ทักษิณตีความ ว่า เข้าครอบครอง ควบคุม และบังคับข้อมูลข่าวสารให้เป็นไป
ตามที่ตัวต้อง การต่างหาก
ถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็ต้องเรียกว่า control and manipulate information

ทักษิณชนะเลือกตั้งมาถล่มทลาย ก็เพราะความสามารถตรงนี้ ไม่ใช่เพราะเงิน
เราก็รู้ว่าถ้าเลือกตั้งวันนี้ เพื่อไทยก็จะชนะอีก เพราะคนยังหลงเชื่ออยู่
เขาไม่ต้องใช้เงินก็ชนะ ดังนั้น อาวุธของเขาจึงไม่ใช่เงิน
แต่เป็นข้อมูลข่าวสารที่เขาควบคุมบังคับอยู่ ต่างหาก

เงินนั้นใช้ในการควบคุมบังคับข้อมูลข่าวสารเป็นสำคัญ
สิ่งที่ ทักษิณทำ พวกเราเห็นอยู่แล้ว ได้แก่การตั้งกลุ่มเสื้อแดงขึ้นมา

ทีแรก เป็นแค่ไว้ต้านพันธมิตร แต่เมื่อเจอการโจมตีเปิดโปงของพันธมิตร
เสื้อแดง ก็แปรรูป ซึ่งเป็นการแปรรูปที่แยบยลมาก คือการจัดตั้งเวทีใช้ชื่อว่า
"ความ จริงวันนี้" เอาคู่กับสัญลักษณ์สีแดง

การตั้งรายการ "ความจริงวันนี้" คือการเริ่มต้นทำ "สงครามข้อมูลข่าวสาร"
(information warfare) เริ่มจากการอภิปรายของแกนนำ สามเกลอ วีระ จตุพร ณัฐวุฒิ ฯลฯ
รายการ "ความจริงวันนี้" เริ่มให้ความเท็จตั้งแต่วันแรก และต่อเนื่องตลอดมา

เรา มักนึกถึงเงินของทักษิณ คิดว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ทักษิณมีฤทธิ์
แต่ ฤทธิ์ของทักษิณจริงๆ มีที่มาจากความสามารถในการโกหก
ซึ่งเป็นสิ่งที่ ทักษิณเก่งมาก มีทักษะสูงมาก เพราะฝึกมาตั้งแต่เด็กๆ
เป็นคนโกงที่โกหก เก่งที่สุด ใครที่เคยคุยกับทักษิณ หรือฟังทักษิณพูด
จะรู้ดีว่าได้เคลิบ เคลิ้มไปแค่ไหน ไม่ว่าจะมีการศึกษาระดับไหนก็ต้องเคยเคลิ้มกันมาแล้วทั้งนั้น

นับประสา อะไรกับมวลชนของคนเสื้อแดง กว่าจะรู้ตัวก็สายกันแล้ว จะอย่างไรก็ตาม
ตอน นี้พวกเรารู้ตัวแล้ว แต่ยังมีคนที่ไม่รู้ตัวอีกมากมาย
ต้องช่วยให้เขา เห็นความจริงและรู้ตัวว่าถูกหลอกลวงอย่างไร ทักษิณจึงจะหมดฤทธิ์จริงๆ

เมษายน 2552 ทักษิณสามารถระดมคนได้เกือบแสนคน มากกว่าที่พันธมิตรเคยระดมได้
ทักษิณ กะจะล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์ โดยยั่วยุให้ใช้กำลังปราบปราม
จะได้กลายเป็น ทรราชย์ขาดความชอบธรรม แต่โชคดีที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ปราบอย่างรอบคอบ
ไม่มี คนล้มตาย และมีสื่อต่างชาติคือ CNN เป็นพยานให้ โดยยืนยันซึ่งหน้าตอนที่ทักษิณ
ให้สัมภาษณ์ CNN ว่า ที่ทักษิณว่าคนตายเป็นร้อยนั้น ไม่เป็นความจริง เมษาเลือดของทักษิณ
จึง ทำให้ทักษิณแพ้ไป นั่นคือ CNN จับโกหกทักษิณได้ต่อหน้าคนทั้งโลกที่ดู CNN อยู่
*เห็นหรือยังว่า แพ้ชนะ ยุคนี้ อยู่ที่สงครามข่าวสาร***

หลัง จากทักษิณแพ้เมื่อเมษา 52 ถ้าเราสังเกตจะเห็นชัดเจนว่า ทักษิณวางแผนจะกลับมาอีก
ต้องดูว่าทักษิณลงทุนไปกับอะไรมากที่สุด แล้วใช้สิ่งที่ลงทุนไปทำงานอะไรให้ทักษิณมากที่สุด

ทักษิณให้เงินแกนนำ นปช. แน่นอน ให้เงิน ส.ส.เพื่อไทย แน่นอน ให้เงินหัวคะแนนแน่นอน
ต้อง จ่ายเงินค่าใช้จ่ายในการจัดชุมนุม อภิปราย ทั้งค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเวที ฯลฯ แน่นอน
แต่ที่จ่ายมากที่สุด คือการสร้างเครื่องมือในการทำสงครามข่าวสาร

ทักษิณลงทุนอะไรอีกบ้าง หลังสงกรานต์เลือด?
ตั้ง PTV ออกอากาศผ่านดาวเทียม และออกผ่านเว็บไซท์

เว็บ ไซท์ เสื้อแดง มีเยอะมาก ทักษิณสร้างทีมเรียกว่า นักรบไซเบอร์ ช่วยกันเผยแพร่ความเท็จ
ลองสำรวจดูว่ามีทั้งหมดกี่ เว็บไซท์ ทั้งที่ใช้ เซิร์ฟเวอร์ ในประเทศและ ต่างประเทศ
วิทยุชุมชน หนังสือพิมพ์และวารสารแดง สร้างคนหลงลมลวงได้มหาศาลหนังสือเล่ม แบบ Where are you? ของหมวดเจี๊ยบ แกก็ไปหาทักษิณรับเงินมาเหมือนกัน
นอกจาก นี้ยังมี Hi 5, Facebook, Twitter

สื่อในต่างประเทศ บริษัท Lobbyist ในอเมริกาไปตรวจสอบดูก็จะรู้ว่าบริษัทอะไร ช่วยนัดสื่อระดับโลก
ไป สัมภาษณ์ทักษิณ สร้างทั้งความน่าเชื่อถือ และการเอาความเท็จให้กับต่างชาติ
ทำ ให้คนในเมืองไทยเชื่อสนิทหนักเข้าไปอีก

เห็นไหมว่าฝรั่งยังเชื่อถือ รัฐบาลต่างชาติก็หลงลมไปหลายชาติ นึกว่าเก่งเศรษฐกิจ เชิญให้เป็นที่ปรึกษา
ฮุน เซนก็หลงลม แล้วก็ยังมีบริษัทหรือมูลนิธิอะไรที่ฮ่องกงชื่อ Sam Hui ก็เป็น lobbyist
ที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ความเก่งกาจให้ทักษิณด้วย

นักการ เมือง/นักวิชาการ พวกบ้านเลขที่ 111 และนักวิชาการพวกมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
พวก นี้ก็เสื้อแดงทั้งนั้น การพูดของคนพวกนี้ก็สร้างความน่าเชื่อถือให้ทักษิณมากขึ้น

ส.ส.เพื่อ ไทย รวมทั้งว่าที่ผู้จะสมัคร ส.ส.เพื่อไทย ตลอดจนหัวคะแนน
พวกนี้ก็จะ ช่วยพูดปากต่อปากช่วยกันหลอกลวงราษฎรให้เชื่อว่าทักษิณดี ทักษิณเก่ง
ทักษิณ ถูกรังแก บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย อภิสิทธิ์สั่งฆ่าประชาชน
อภิสิทธิ์ สร้างฉากที่มหาดไทยเพราะไม่ได้อยู่ในรถที่ถูกทุบ ฯลฯ ความเท็จทั้งนั้น แต่คนก็เชื่อ
แกนนำในต่างจังหวัด อย่างขวัญชัย ที่อุดร หรือเพชรวรรต ที่เชียงใหม่และอีกหลายๆ จังหวัด

โรงเรียนการเมืองของ นปช. นี่เป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ฝึกแกนนำเพิ่มเติมเอาความเท็จบรรจุลง
ในหลัก สูตร
แล้ววางระบบการควบคุมสั่งการ ติดต่อสื่อสาร จ่ายเงิน และหาเหยื่อเพิ่มเสร็จสรรพ
ศึกษาต่อไปอาจจะเจอเครื่องมืออื่นๆ อีก แต่เท่าที่จำแนกให้ดูนี้ก็น่าจะพอแก่การประเมินได้แล้วว่า
เครื่องมือของ การโฆษณาชวนเชื่อของทักษิณนั้น มหาศาลขนาดไหน และประสิทธิภาพสูงขนาดไหน
และ พอจะประมาณได้หรือยังว่า ทักษิณ ทุ่มทุนลงไปขนาดไหน

จริงอยู่ทำทั้งหมด นี้ต้องใช้เงิน แต่ขอให้เห็นประเด็นให้ชัดว่า
เงินไม่ใช่ตัวความสามารถ หลัก เงินถูกนำไปสร้างความสามารถในการหลอกลวงต่างหาก
แล้วเมื่อหลอกคน สำเร็จ จะใช้ให้คนทำอะไรให้ก็ได้ พูดขาวให้เป็นดำก็ได้ จะบอกว่าใครเลวก็ได้


สังเกต ต่อไปจะเห็นว่าปีที่ผ่านมา ทักษิณทดลองเครื่องมือของสงคราม (war mechanism)
โดย ลองทำ clip เสียงอภิสิทธิ์ ตัดต่อดื้อๆ ให้เหมือนกับสั่งให้ฆ่าผู้ชุมนุม แล้วปล่อยให้หลุดออกไป

สังเกตดูจะเห็นการทำงานของกลไกสงครามของทักษิณ ชัดเจน แกนนำเอาไปพูดในที่ชุมนุม
ส.ส.เพื่อไทยเอาไปพูดในสภา สื่อของทักษิณทุกสื่อเอาออกเผยแพร่ ความเท็จ 100%
ก็ยังสามารถทำให้คน จำนวนมากหลงเชื่อได้

ปีที่แล้วทั้งปี ทักษิณ phone in ไปทุกจังหวัดที่จัดการชุมนุม
เพื่อสร้างภาพและความเข้าใจ และความเชื่อของคนทุกจังหวัดให้ตรงกัน
ในประเด็นที่คิดมาอย่างดีแล้ว เช่น อำมาตยาธิปไตย รัฐบาลทหารตั้งสองมาตรฐาน
สู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้ จริง ทักษิณถูกรังแก ทักษิณเป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย
ช่วยกันทำ ประชาธิปไตยที่แท้จริงไว้ให้ลูกหลาน

หลอกลวงคนทั้งประเทศให้เชื่อว่า การออกมาเคลื่อนไหวนั้นเป็นการกระทำไปเพื่อชาติ
เป็นการกระทำที่รักชาติ เสียสละเพื่อชาติ ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของทักษิณ

ปีนี้จึงไม่แปลกว่า เมื่อเครื่องมือพร้อมแล้ว ทักษิณก็ลงมืออีก อย่างที่เราเห็นอยู่ในขณะนี้
ถ้า เอาเทป video หรือ phone link ของทักษิณมาดู ฟังไปจะพบว่า ทุกครั้งที่พูด
ทักษิณ จะเน้นว่า ตัวเองและเสื้อแดงพูดความจริง และรัฐบาลพูดเท็จ
และจะใช้เวลา ตรงนี้ประมาณ 1 ใน 3 ของเวลาทั้งหมด เพื่อย้ำการหลอกลวงไม่ให้พลาด
จาก นั้นแกนนำก็จะย้ำตามต่อไป คนฟังก็จะเคลิ้ม นึกว่ากำลังฟังความจริงที่ถูกปกปิดอยู่

*ถ้าเช่นนั้น ขบวนการทั้งหมดของทักษิณ มีลักษณะเป็นอะไร***
คำตอบคือ เป็นลัทธินิกายชนิดหนึ่ง ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Cult
เหมือนกับโอมชินริ เคียว ที่วางยาพิษคนที่สถานีรถใต้ตินที่ญี่ปุ่น หรือ James Jones
ที่ หลอกให้สาวกฆ่าตัวตายจำนวนมาก โดยมีทักษิณ เป็นศาสดา มีแกนนำอย่างจตุพร
สาม เกลอ และพวก ส.ส.ทั้งหลาย เป็นสมุนรับใช้ และราษฎร คนเสื้อแดงเป็นเหยื่อ

เพียง แต่ทักษิณ เป็น Cult ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโลกเท่านั้น
ความสามารถของ Cult ทั้งหลาย คือความสามารถในการที่ทำให้สาวกเชื่อสนิท
ถึงขั้นสั่งให้ ทำอะไรก็ได้ บางแห่งถึงกับให้ฆ่าตัวตายก็ยังทำตาม

ทักษิณอาจยังไม่ถึง ขั้นทำให้คนฆ่าตัวตายได้ แต่ทักษิณหาสาวกได้มากกว่า cult อื่นๆ แน่
ดู ลุงคนที่ขโมยเงินเมียมา 20,000บาท แล้วเดินทางมากรุงเทพฯ คนเดียว
เตรียม ขี้วัวมาเสร็จ แล้วไปที่บ้านอภิสิทธิ์ แล้วขว้างขี้ใส่ โดยไม่ต้องมีใครสั่งเลย
ก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพของการหลอกลวงของทักษิณ ได้ชัดเจน ถ้าจะมีคนยอมตายเพื่อทักษิณ
ก็ไม่น่าจะเกินวิสัย และเรื่องนี้จะน่ากลัวเพราะอาจให้คนเผาตัวประท้วง หรือบุกเข้าทำร้าย
เจ้า หน้าที่ จนต้องปะทะกัน เป็นต้น

*เมื่อเห็นอย่างนี้แล้ว มองเห็นกล่องดวงใจของทักษิณแล้วหรือยัง***
จะฆ่าทศกัณฐ์ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะกล่องยิงธนูใส่เอาดาบฟัน ก็ไม่ตาย
ต้องไป หากล่องดวงใจให้เจอ พอเจอแล้วแทง ทศกัณฐ์จึงจะตาย ทักษิณก็เหมือนกัน

ความ สามารถในการหลอกลวงของทักษิณ คือกล่องดวงใจของทักษิณ

ถ้าทำลายความสามารถ นี้ได้ ทักษิณก็จะหมดฤทธิ์ อย่าทำให้แกตายแบบเสียชีวิต
แต่ควรให้แกมี ชีวิตอยู่ และทำให้คนที่ถูกแกหลอกลวงได้ตาสว่าง
เพื่อให้มองเห็นว่าถูก ทักษิณหลอกมาอย่างไร และกำลังหลอกให้ทำอะไรอยู่
เมื่อเหยื่อตาสว่าง ก็จะมองเห็นธาตุแท้ของทักษิณ
แล้วให้ทักษิณรับกรรมจากคนที่ตัวเองล่อลวง ไว้นั้น แกสมควรจะได้รับสิ่งที่ทำลงไป

การทำลายความสามารถในการหลอก ลวงของทักษิณ
ทำได้ด้วยการพิสูจน์อย่างไม่มีข้อสงสัยในเรื่องที่ทักษิณ กับสมุน โกหกหลอกลวง
คนเสื้อแดง ต้องใช้ความจริงเท่านั้นในการพิสูจน์ ต้องไม่ใส่ร้าย
และต้องไม่ใช้เรื่องที่ยังไม่ชัดเจน เอาเฉพาะเรื่องที่แกโกหกหลอกลวงอย่างแน่นอน
ก็มีหลายร้อยเรื่องแล้ว

ประเด็น อยู่ที่การชี้ให้เห็นว่า ทักษิณนั้น หลอกลวงคนที่รักทักษิณนั้นเอง
และ อธิบายให้เห็นว่า หลอกอย่างไร แล้วทักษิณจะได้อะไรจากการที่คนเชื่อ

เรา ต้องไม่หลงประเด็น หลายอย่างที่ทักษิณทำตอนเป็นนายก แล้วราษฎรได้ประโยชน์
ต้อง ยอมรับว่ามีอยู่ แต่ต้องชี้ให้เห็นว่า ส่วนที่ทำชั่วมีอะไรบ้าง
และที่ทำ ดีนั้น ทำได้อย่างไร เพื่อให้ได้อะไรในที่สุด ส่วนที่โกหกหลอกลวงอยู่ตรงไหน ..


http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9530000070368


เครดิต - เป็นข้อความของคุณกระท้อนโพสต์ในกระทู้ของคุณ dmmks

คำถาม :dolphin: :dolphin:

1. ทำไมคนๆ หนึ่งต้องทำอะไรมากมายขนาดนี้เชียวหรือ
มีอะไรเป็นแรงบันดาลใจ

2. คนธรรมดาคนหนึ่งอย่างเราๆ จะทำอะไรเพื่อประเทศชาติได้บ้าง
...เกรงใจที่จะรัก...
...ขออกหักเลยดีกว่า...
User avatar
ai'
ปริญญาตรี ปริญญาตรี
Posts: 1321
Joined: 20 Jan 2008 13:48
Location: Nonthaburi

PreviousNext

cron